หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 29/12/2563

รวมมือถือ 5G รุ่นใหม่ที่วางขายในไทยแล้ววันนี้ มีรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้าง มาดูกัน

 

เรียกได้ว่าเริ่มมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่รองรับเครือข่าย 5G อย่างต่อเนื่องในประเทศไทย สำหรับรองรับการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ด้วยความเร็วในการรับส่งข้อมูลระดับกิกะบิตต่อวินาที (Gbps) จึงสามารถรับชมการสตรีมได้แบบไม่มีสะดุด อีกทั้งยังสามารถดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอคมชัดระดับ 4K หรือ 8K ได้ในเวลาไม่ถึงนาที และรับ-ส่งไฟล์ขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว  รวมถึงการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ IoT ต่างๆ 

ในวันนี้ทางทีมงานจึงได้รวบรวมรายชื่อสมาร์ทโฟน 5G ที่พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ววันนี้ มาให้ได้ชมกัน (อัปเดต ณ วันที่ 28 กันยายน 2563) เพื่อเป็นแนวทางสำหรับท่านที่สนใจ หากพร้อมแล้ว ไปชมกันเลยค่ะว่าจะมีรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดที่ตรงใจทุกท่านบ้าง

 

Samsung Galaxy Note20 Series

Note20 : 26,979 | Note20 Ultra : เริ่ม 38,900 บาท

Dynamic AMOLED 2X | Refresh Rate 120Hz | Exynos 990 | RAM 12GB | 4500 mAh + 25W | Triple Cam 108MP​

สเปก Samsung Galaxy Note20 5G | สเปก Samsung Galaxy Note20 Ultra 5G

เรือธงรุ่นใหม่ป้ายแดงของทาง Samsung ที่มากับหน้าจอไร้ขอบ ไร้รอยบาก เจาะรูกล้องหน้า โดย Note20 ใช้หน้าจอแบนขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว ส่วนรุ่น Note20 Ultra มีหน้าจอลงขอบโค้งทั้ง 2 ด้าน (Dual Curved) ขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยที่ 6.9 นิ้ว พร้อมค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 120Hz ซึ่งช่วยให้ใช้งานได้ลื่นไหนขึ้น อีกทั้ง Note20 Ultra ยังมีตัวเครื่องที่เป็นเหลี่ยมมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนที่ด้านหลังครอบทับด้วยกระจก และติดตั้งกล้อง 3 ตัว (Triple Camera) ในดีไซน์ใหม่แบบเดียวกัน โดยในรุ่น Ultra มีกล้องหลักคมชัดสูงถึง 108 ล้านพิกเซล พร้อมกับเลนส์ซูม Periscope Telephoto ที่ซูมไกลสุด 50 เท่า โดยเปิดจองแล้ววันนี้ - 18 สิงหาคมนี้ และเตรียมวางจำหน่ายจริง 19 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy Note20 Ultra

  • หน้าจอแสดงผล Dynamic AMOLED 2X ขนาดใหญ่ 6.9 นิ้ว พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz
  • RAM แบบ LPDDR5 ขนาดใหญ่ 12GB
  • กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง 108 ล้านพิกเซล รองรับการซูมภาพไกล 50 เท่า และการถ่ายวิดีโอระดับ 8K
  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4500 mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว และการชาร์จแบบไร้สาย
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G 
  • รองรับปากกา S-Pen

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ฝาหลังตัวเครื่องมีความมันเงาเป็นพิเศษ จึงอาจก่อให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย
  • เทคโนโลยีชาร์จเร็วมีกำลังไฟค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเรือธงจากแบรนด์อื่น

 

Samsung Galaxy S20 Ultra 5G : 35,353 บาท

Dynamic AMOLED QHD+ | Refresh Rate 120Hz | Exynos 990 | RAM 12GB | 5000 mAh + 45W | Quad Cam 108MP​

สเปก Samsung Galaxy S20 Ultra 5G | รีวิว Samsung Galaxy S20 Ultra

เรือธงรุ่นท็อปจากทาง Samsung ที่นอกจากจะรองรับการใช้งาน 5G แล้วยังมีฟีเจอร์เด่นแบบรอบด้าน โดยเฉพาะการถ่ายรูปด้วยฟังก์ชันการถ่ายภาพความละเอียดสูงด้วยกล้องคมชัด 108 ล้านพิกเซล พร้อมซูมไกลสุด 100 เท่าด้วยฟีเจอร์ Space Zoom และบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 8K (7680x4320 พิกเซล) รวมถึงฟังก์ชัน Super ISO ที่ช่วยตอบโจทย์การถ่ายภาพในเวลากลางคืน หรือสภาวะที่มีแสงน้อย

นอกจากนี้ยังยกเครื่องดีไซน์ใหม่หมด พร้อมหน้าจอที่มี Refresh Rate ระดับ 120Hz ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง Exynos 990 ประกบคู่ RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 12GB มีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 45W Super Fast Charging

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy S20 Ultra 5G

  • หน้าจอแสดงผล Dynamic AMOLED 2X ขนาดใหญ่ 6.9 นิ้ว พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz
  • RAM แบบ LPDDR5 ขนาดใหญ่ 12GB
  • กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง 108 ล้านพิกเซล รองรับการซูมภาพไกล 100 เท่า และการถ่ายวิดีโอระดับ 8K
  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว และการชาร์จแบบไร้สาย
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G 
     

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ฝาหลังตัวเครื่องมีความมันเงาเป็นพิเศษ จึงอาจก่อให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย
  • กล้องหลังมีความนูนออกจากตัวเครื่องค่อนข้างมาก ควรใส่เคสเพื่อป้องกันการเกิดรอยขีดข่วน

 

Samsung Galaxy S20 FE 5G : 20,900 บาท

5G | Flat Super AMOLED Plus | Refresh Rate 120Hz | Snapdragon 865 

สเปก Samsung Galaxy S20 FE 5G

สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากตระกูลเรือธง Galaxy S Series ที่มีราคาจับต้องได้ กับตัวเลือกสีสันสดใส 6 สี พร้อมรุ่นรองรับ LTE และรุ่น 5G โดยมากับการดีไซน์จอไร้ขอบแบบ Infinity-O Display ขนาด 6.5 นิ้ว แบบแบนไม่ลงโค้ง พร้อมค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz และมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วทั้งแบบใช้สาย และไร้สาย รวมถึงลำโพง Stereo ที่ได้รับการปรับจูนโดย AKG พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos

- รุ่น 5G ความจุ 128GB ราคา 20,900 บาท
- รุ่น 5G ความจุ 256GB ราคา 22,900 บาท

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy S20 FE 5G

  • หน้าจอแสดงผล Flat Super AMOLED Plus Infinity-O Display ขนาด 6.5 นิ้ว และมีค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz 
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 865
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 25W SuperFast Charge และชาร์จไร้สาย
  • คุณสมบัติป้องกันน้ำกันฝุ่น IP68
  • รองรับเครือข่าย 5G 

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุแบบพลาสติก
  • ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot ที่ต้องเลือกการใช้งานในช่องที่สองระหว่างซิมการ์ดที่สอง กับ microSD Card

 

Samsung Galaxy Z Fold2 5G : 69,900 บาท

 Foldable AMOLED Display 7.6 นิ้ว | Refresh Rate 120Hz | Snapdragon 865+ | Triple Camera 64MP 

สเปก Samsung Galaxy Z Fold2 5G | รีวิว Samsung Galaxy Z Fold2 5G

ต่อกันที่เรือธงพับหน้าจอได้ ที่มีหน้าจอ AMOLED Infinity-O Display ขนาด 6.2 นิ้ว และเมื่อกางออกจะมีขนาดใหญ่ถึง 7.6 นิ้ว พร้อมชูโรงที่ค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz รวมถึงบานพับแบบ Hideaway Hinge พร้อมเทคโนโลยี CAM ที่ช่วยให้การใช้งานในมุมต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งรันด้วยชิปเซ็ตรุ่นท็อปสุดในปีอย่าง Qualcomm Snapdragon 865+ จับคู่กับ RAM ขนาด 12GB และมีกล้องหลัง 3 ตัว ที่ถอดมาจาก Note 20

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy Z Fold2 5G

  • หน้าจอพับได้ โดยเมื่อกางออกมีขนาดใหญ่ 7.6 นิ้ว คมชัดระดับ QXGA+ (2208x1768 พิกเซล) พร้อมค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz
  • ชิปเซ็ตรุ่นท็อปสุดของปีอย่าง Qualcomm Snapdragon 865+
  • RAM ขนาด 12GB + ROM ขนาด 256GB
  • กล้อง 5 ตัวในเครื่องเดียว
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 45W SuperFast Charge
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นอื่น แต่เหมาะสมกับคุณสมบัติภายใน

 

Samsung Galazy Z Flip 5G : 45,900 บาท

หน้าจอพับได้ Infinity Flex Display 6.7" | Snapdragon 865+ | 3300 mAh + Quick Charge 2.0

สเปก Samsung Galaxy Z Flip 5G

สมาร์ทโฟนรูปแบบฝาพับ ที่สามารถพับหน้าจอได้ กับการอัปเกรดคุณสมบัติรองรับ 5G พร้อมฟีเจอร์ที่จัดเต็มยิ่งขึ้น ด้วยหน้าจอ Dynamic AMOLED Infinity Flex Display ขนาดปกติ 6.7 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+  พร้อมหน้าจอที่สองขนาด 1.1 นิ้ว ที่จะช่วยบอกการแจ้งเตือนต่างๆ โดยมีกล้องหลังแบบคู่ (Dual Camera) รวมถึงโหมดการใช้งานแบบ Flex Mode ที่คล้ายกับการใช้งานสองหน้าจอพร้อมกัน และรองรับ 5G ตามชื่อรุ่น ด้วยชิปเซ็ตระดับท็อปใหม่ล่าสุดอย่าง Qualcomm Snapdragon 865+ ที่มีความเร็วสูงสุด 3.09 GHz จับคู่ RAM ขนาด 8GB พร้อม ROM ขนาด 256GB และมีแบตเตอรี่ความจุ 3300 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Quick Charge 2.0

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy Z Flip 5G

  • หน้าจอพับได้ Dynamic AMOLED Infinity Flex Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2636 พิกเซล : 425 ppi) พร้อมหน้าจอรองที่ด้านหลังแบบ Super AMOLED ขนาด 1.1 นิ้ว ความละเอียด 112x300 พิกเซล
  • ชิปเซ็ตรุ่นท็อปสุดของปีอย่าง Qualcomm Snapdragon 865+
  • RAM ขนาด 8GB + ROM ขนาด 256GB
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G


จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นอื่น แต่เหมาะสมกับคุณสมบัติภายใน

 

Samsung Galaxy A71 5G : 13,990 บาท

Super AMOLED Plus | Exynos 980 | 4500 mAh + 25W | Quad Cam 64MP​

สเปก Samsung Galaxy A71 5G

สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นอัปเกรดที่มาพร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ด้วยชิปเซ็ตระดับรองท็อปรุ่นใหม่อย่าง Exynos 980 พร้อมฝาหลังลายใหม่ในชื่อ Prism Cube ที่มีการแบ่งลวดลายออกเป็น 2 ฝั่งอย่างชัดเจน และมีหน้าจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าแบบ Super AMOLED Plus Infinity-O Display ขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (On-Screen Fingerprint) รวมถึงมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 25W Super Fast Charging และมาพร้อมกับกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ประกอบกับเลนส์ Ultra-Wide, Macro และ Depth สำหรับการถ่ายภาพในทุกระยะ

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy A71 5G

  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Plus Infinity-O Display ขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (On-Screen Fingerprint)
  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4500 mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว 
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G 
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Ultra-Wide, Macro และ Depth รองรับการถ่ายภาพในทุกระยะ

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ฝาหลังตัวเครื่องมีความมันเงาเป็นพิเศษ จึงอาจก่อให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย
  • ตัวเครื่องไม่ได้ผลิตจากวัสดุประเภทโลหะ และไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ หรือป้องกันฝุ่น

 

Samsung Galaxy A42 5G : 11,990 บาท

Super AMOLED | Snapdragon 750G | 5000 mAh + 15W | Quad Camera 48MP

สเปก Samsung Galaxy A42 5G

Samsung Galaxy A42 5G มีจุดเด่นเป็นการดีไซน์ฝาหลังแบบ Prism ไล่เฉด และไล่ระดับเป็นชั้น พร้อมติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ผสานกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล บนการดีไซน์จอไร้ขอบแบบ Super AMOLED Infinity-U Display ขนาดใหญ่ 6.6 นิ้ว พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Optical และรันด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 750G รุ่นใหม่ล่าสุดของทาง Qualcomm จับคู่กับ RAM ขนาด 8GB + ROM ขนาด 128GB โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W Fast Charging บนระบบปฏิบัติการ Android 10 

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy A42 5G

  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Infinity-U Display ขนาดใหญ่ 6.6 นิ้ว
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (On-Screen Fingerprint)
  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000 mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว 
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G 
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Ultra-Wide, Macro และ Depth รองรับการถ่ายภาพในทุกระยะ

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ฝาหลังตัวเครื่องมีความมันเงาเป็นพิเศษ จึงอาจก่อให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย
  • ตัวเครื่องไม่ได้ผลิตจากวัสดุประเภทโลหะ และไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ หรือป้องกันฝุ่น
  • หน้าจอคมชัดระดับ HD+ ซึ่งอาจจะน้อยไปเมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอ

 

iPhone 12 Series : เริ่ม 25,900 บาท

 

สเปก iPhone 12 mini | สเปก iPhone 12 | สเปก iPhone 12 Pro | สเปก iPhone 12 Pro Max

เรือธงรุ่นล่าสุดของทาง Apple ที่มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.1 นิ้วเท่ากัน ครอบทับด้วยกระจกเทคโนโลยี Ceramic Shield ที่ทาง Apple ระบุว่ามีความแข็งแกร่งกว่าหน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ และทนต่อแรงตกกระแทกได้ดีกว่าแบบเดิมถึง 4 เท่าตัว ใช้งานชิปเซ็ต Apple A14 Bionic ใหม่ล่าสุด ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 5nm โดยในรุ่น Pro อัปเกรดขึ้นจากเดิมด้วยกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ที่เป็นการอัปเกรดกล้อง 3 ตัวจากบน iPhone 11 Pro พร้อมเพิ่มกล้อง LiDAR Scanner สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้น รวมถึงตัวเครื่องสีใหม่อย่าง Pacific Blue

 

iPhone 12 mini

  • 64GB : 25,900 บาท
  • 128GB : 27,900 บาท
  • 256GB : 31,900 บาท
     

iPhone 12

  • 64GB : 29,900 บาท
  • 128GB : 31,900 บาท
  • 256GB : 35,900 บาท
     

iPhone 12 Pro

  • 128GB : 36,900 บาท
  • 256GB : 40,900 บาท
  • 512GB : 48,900 บาท
     

iPhone 12 Pro Max

  • 128GB : 39,900 บาท
  • 256GB : 43,900 บาท
  • 512GB : 51,900 บาท

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ iPhone 12

  • หน้าจอ OLED Super Retina XDR ครอบทับด้วยกระจก Ceramic Shield
  • ชิปเซ็ต Apple A14 Bionic ใหม่ล่าสุด
  • รองรับกล้อง LiDAR Scanner สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้น ในรุ่น Pro
  • รองรับเครือข่าย 5G

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 60Hz
  • ยังคงมีรอยบากขนาดใหญ่อยู่ที่ด้านบนของหน้าจอ
  • ไม่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Touch ID เป็นระบบรักษาความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง

 

HUAWEI Mate40 Pro : 34,990 บาท

5G | Kirin 9000 5G | Ultra Vision Camera 50MP | 4400 mAh + 66W + 50W Wireless

สเปก HUAWEI Mate40 Pro

เรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง HUAWEI ที่มาพร้อมกับ ชิปเซ็ตรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Kirin 9000 5G บความเร็วสูงสุด 3.13GHz ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 5nm จับคู่กับ RAM ขนาด 8GB + ROM ขนาด 256GB ที่รองรับการ์ดความจำภายนอกแบบ NM Card และมีแบตอรี่ความจุ 4400 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 66W HUAWEI SuperCharge พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไร้สายความเร็วสูงสุด 50W Wireless HUAWEI SuperCharge บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 11 และใช้บริการ HMS (HUAWEI Mobile Services) บนการดีไซน์แบบสมมาตร (symmetry) พร้อมกล้องหลังโฉมใหม่ในชื่อ Space Ring Camera ทั้งหมด 3 ตัวจากความร่วมมือกับทาง Leica เช่นเดิม โดยมีกล้องหลังความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมกล้อง Ultra-Wide และ Telephoto ส่วนที่ด้านหน้าใช้งานหน้าจอแบบ Flex OLED HUAWEI Horizon Display กับขอบโค้งทำมุม 88 องศากับตัวเครื่อง พร้อมกล้องหน้าฝังบนหน้าจอ 2 ตัว รวมถึงมีจุดเด่นที่ค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ HUAWEI Mate40 Pro

  • หน้าจอ Flex OLED HUAWEI Horizon Display ขนาด 6.76 นิ้ว มีค่า Refresh Rate สูงสุดที่ระดับ 90Hz
  • ชิปเซ็ต Kirin 9000 5G รุ่นท็อปของปี 2020
  • แบตอรี่ความจุ 4400 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 66W HUAWEI SuperCharge พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไร้สายความเร็วสูงสุด 50W Wireless HUAWEI SuperCharge
  • กล้อง Leica 3 ตัว ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS และซูมสูงสุด 50x Digital Zoom
  • รองรับเครือข่าย 5G

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ใช้บริการ HUAWEI Mobile Services แทนที่ Google Mobile Services
  • หน้าจอทำมุมโค้งกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในท้องตลาด อาจทำให้อุ้งมือของผู้ใช้ไปสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

HUAWEI P40 Series 5G

HUAWEI P40 : 13,240 บาท | HUAWEI  P40 Pro : 21,990 บาท | HUAWEI P40 Pro+ : 28,990 บาท

Quad-curve Overflow Display | Refresh Rate 90Hz | Kirin 990 | Penta Leica Camera | 40W​ HUAWEI SuperCharge

สเปก HUAWEI P40 Pro+ | รีวิว HUAWEI P40 Pro

สามสมาร์ทโฟนเรือธง 5G รุ่นใหม่ของทาง Huawei ที่มาพร้อมชิปเซ็ต Kirin 990 5G ที่รองรับ 5G ในทุกคลื่นความถี่ที่มีการประมูลในประเทศไทย และสามารถใช้งานได้ทันทีหลังแกะกล่อง ไม่ต้องรออัปเดต พร้อมกับกล้องถ่ายภาพ Leica มากถึง 5 ตัว และรองรับเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้การถ่ายภาพเป็นไปได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังเด่นที่ดีไซน์ กับหน้าจอ HUAWEI Quad-curve Overflow Display และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืฝังใต้หน้าจอ (In-Screen Fingerprint) เวอร์ชันใหม่ ซึ่งรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 40W Huawei SuperCharge โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ถึงระดับ 70% ได้ใน 30 นาที

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ HUAWEI P40 Series

  • ​Quad-Curve Overflow Display พร้อม Refresh Rate ระดับ 90Hz
  • เทคโนโลยีชาร์จเร็ว 40W HUAWEI SuperCharge และรองรับการชาร์จไร้สาย 40W Wireless SuperCharge เป็นรุ่นแรกของโลก
  • กล้องหลังมากสุด 5 ตัว (Ultra Vision Leica Penta Camera) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รองรับการซูมแบบ Optical ที่ 3 เท่า (3x Optical Zoom), ซูมแบบ Hybrid ที่ 20 เท่า และการซูมสูงสุดที่ 100 เท่า (100X Max Zoom)
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G ทุกคลื่นความถี่ในประเทศไทย

 

HUAWEI Mate Xs 5G : 89,990 บาท

Foldable OLED | Kirin 990 | 4500mAh + 55W | Quad Leica Camera 

ทายาทเรือธงพับหน้าจอได้ กับรูปแบบการพับหน้าจอไปด้านหลัง โดยเมื่อกางออกจะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ และไม่มีรูกล้องหน้า หรือติ่งหยดน้ำใดๆ มารบกวนการใช้งาน จึงสามารถใช้งานได้แบบเต็มตา ส่วนที่น่าสนใจคือ เมื่อเปิดการใช้งานพร้อมกันสองแอปพลิเคชัน สองหน้าจอ ผู้ใช้สามารถลากไฟล์ระหว่างสองแอปพลิเคชันดังกล่าวได้ในทันที เหมือนกับการใช้งานบนคอมพิวเตอร์ สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่ด้านขวาของตัวเครื่อง โดยใช้ชิปเซ็ตรุ่นล่าสุดอย่าง Kirin 990 5G  พร้อมระบบระบายความร้อน และมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 55W HUAWEI SuperCharge 

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ HUAWEI Mate Xs

  • พับหน้าจอได้ โดยเมื่อกางออกจะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้ว พร้อมความคมชัดระดับ Full HD+
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 55W HUAWEI SuperCharge 
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Leica Quad Camera) ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G 

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • อาจเห็นรอยพับในบริเวณกลางจอหลักในบางสถานการณ์ ซึ่งเป็นปกติของจอประเภทนี้

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ใช้บริการ HUAWEI Mobile Services แทนที่ Google Mobile Services
  • ไม่รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก

 

HUAWEI nova 7 Series 5G

HUAWEI nova 7 : 16,990 บาท | HUAWEI nova 7 SE : 10,490 บาท

Punch Display | Kirin 985 | Quad Cam 64MP | 4000 mAh + 40W ​

สเปก HUAWEI nova 7 Series 5G

ทายาทตระกูลยอดนิยมที่มาพร้อมการปรับโฉมดีไซน์ใหม่หมดจดด้วยจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้า และอัปเกรดฟีเจอร์ภายในครบครัน โดย nova 7 มากับชิปเซ็ตระดับท็อปรุ่นใหม่ Kirin 985 มีกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) โดยมีกล้องหลักคมชัด 64 ล้านพิกเซล รองรับการซูมสูงสุด 20 เท่า (20x Digital Zoom) ส่วน nova 7 SE มากับชิป Kirin 820 5G พร้อมกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) กับกล้องหลัก 64 ล้านพิกเซล ซึ่งทั้งสองรุ่นมีแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 40W HUAWEI SuperCharge ที่สามารถชาร์จจากระดับ 0-70% ได้ในเวลา 30 นาที

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ HUAWEI nova 7

  • OLED Punch Display ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Screen Fingerprint)
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 40W HUAWEI SuperCharge
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รองรับการซูมสูงสุด 20 เท่า
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G 

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ใช้บริการ HUAWEI Mobile Services แทนที่ Google Mobile Services
  • ไม่รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก
  • ตัวเครื่องไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ หรือป้องกันฝุ่น

 

OPPO Find X2 Series 5G

OPPO Find X2 : 29,990 บาท | OPPO Find X2 Pro : 40,990 บาท

3K Curved AMOLED Screen | Refresh Rate 120Hz | Snapdragon 865 | Triple Cam 60X Zoom | 65W SuperVOOC Flash Charge 2.0

รีวิว OPPO Find X2 Series 5G

เปิดตัวมาพร้อมกับถึง 2 รุ่น กับ OPPO Find X2 Series 5G ที่รรองรับเครือข่าย 5G ทั้งคู่ และปรับดีไซน์ครั้งใหญ่ด้วยหน้าจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้า คมชัดระดับ 3K QHD+ พร้อม Refresh Rate ระดับ 120Hz รองรับเทคโนโลยีการแสดงผลสีแบบ True Billion Colour Display (10-bit) ซึ่งสามารถแสดงผลสีได้มากถึง 1 พันล้านสี และรองรับเทคโนโลยี 01 Ultra Vision Engine เป็นรุ่นแรกในวงการ

ด้านสเปกภายในจัดเต็มด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865 จับคู่กับ RAM ขนาด 12GB และ ROM ขนาดสูงสุด 512GB บนระบบปฏิบัติการ ColorOS 7.1 เวอร์ชันใหม่ รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC 2.0 Flash Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ความจุ 0-100% ได้ภายในเวลาเพียง 38 นาที และมีกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) พร้อมเลนส์ซูมแบบ Periscope ในรุ่น Pro

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ OPPO Find X2 Series 5G

  • หน้าจอ Ultra Vision Screen ที่มีค่า Refresh Rate 120Hz ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 3K QHD+
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 865 ซึ่งถือเป็นชิปเซ็ตระดับท็อปสุดในปี 2020
  • RAM แบบ LPDDR5 ขนาดใหญ่ 12GB
  • รองรับการเชื่อมต่อ 5G แบบ Dual Mode
  • กล้องหลังที่ได้รับคะนนทดสอบจาก DxOMark ในระดับสูง
  • มีคุณสมบัติกันน้ำระดับ IP68 ในรุ่น OPPO Find X2 Pro 5G
  • รองรับระบบชาร์จเร็ว SuperVOOC 2.0 65W ซึ่งถือว่าเป็นระบบชาร์จเร็วที่สุดในวงการสมาร์ทโฟน ณ ตอนนี้
     

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ฝาหลังตัวเครื่องมีความมันเงาเป็นพิเศษ จึงอาจก่อให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย
  • ราคาวางจำหน่ายค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟน OPPO รุ่นอื่นๆ แต่ใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีคุณสมบัติในระดับเดียวกัน และเหมาะสมกับคุณสมบัติภายใน

 

OPPO Reno4 Pro 5G : 24,990 บาท

90Hz 3D Curved Screen | 65W SuperVOOC 2.0 | Triple LDAF Camera 48MP | Snapdragon 765G

รีวิว OPPO Reno4 Pro 5G

สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปสุดจากตระกูล Reno4 Series มาพร้อมกับดีไซน์อันโดดเด่นด้วยจอขอบโค้งทั้งสองด้านแบบ 90Hz 3D Curved Screen ขนาด 6.5 นิ้ว (AMOLED) คมชัดระดับ Ful HD+ ที่มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz  พร้อมเจาะรูกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซลแบบ In-Display Selfie ผสานกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัวแบบ Triple LDAF Camera ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G แบบ Dual-Mode ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G จับคู่กับหน่วยความจำ RAM ขนาด 12GB กับหน่วยความจำ ROM จุใจ 256GB รวมถึงรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 65W SuperVOOC Flash Charge 2.0 ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh จากระดับ 0-100% ได้ภายในเวลาเพียง 36 นาที 

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ OPPO Reno4 Pro 5G

  • หน้าจอ 90Hz 3D Curved Screen (AMOLED) ที่มีค่า Refresh Rate สูงสุดที่ระดับ 90Hz ขนาด 6.55 นิ้ว 
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 765G 
  • RAM 12GB + ROM 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว (Triple LDAF Camera) 48MP
  • รองรับระบบชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC 2.0 
  • รองรับการเชื่อมต่อ 5G แบบ Dual-Mode

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD หรือแบบอื่นๆ
  • ไม่มีเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร แต่มีหูฟังพอร์ต USB Type-C แถมมาให้ในแพ็กเกจ

 

OPPO Reno4 Z 5G : 12,990 บาท

120Hz Silky Display | MediaTek Dimensity 800 5G | Quad Camera 48MP

รีวิว OPPO Reno4 Z 5G

อีกหนึ่งสมาร์ทโฟน 5G จากตระกูล Reno4 Series กับราคาเอื้อมถึงได้ บนการดีไซน์ระดับพรีเมียม ด้วยหน้าจอ 120Hz Silky Display ขนาด 6.57 นิ้ว ที่มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 120Hz และกล้องหน้าคู่ฝังบนหน้าจอแบบ Dual-Lens Front Camera กับความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล ผสานกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ที่มีดีไซน์ไม่เหมือนใคร ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อ 5G แบบ Dual-Mode ด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 800 บนสถาปัตยกรรมระดับ 7nm จับคู่กับ RAM 8GB + ROM 128GB และมีแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ OPPO Reno4 Z 5G

  • หน้าจอ 120Hz Silky Display ที่มีค่า Refresh Rate สูงสุดที่ระดับ 120Hz ขนาด 6.57 นิ้ว 
  • ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 800 รุ่นใหม่ล่าสุด 
  • RAM 8GB + ROM 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) 48MP
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging 
  • รองรับการเชื่อมต่อ 5G แบบ Dual-Mode

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ลำโพงเสียงเป็นแบบเดี่ยว
  • ไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card หรือแบบอื่นๆ

 

Vivo X50 Pro 5G : 24,999 บาท

Gimbal Camera 48MP | E3 AMOLED | Refresh Rate 90Hz | 4315 mAh + 33W 

สเปก Vivo X50 Pro 5G | รีวิว Vivo X50 Pro 5G

สมาร์ทโฟนระดับท็อปของทาง Vivo ที่มากับกล้อง Gimbal Camera เป็นรุ่นแรกของโลก กับระบบกันสั่นที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า OIS แบบธรรมดา บนการดีไซน์จอขอบโค้งแบบ Dual Curved Flexible Screen ที่ทำมุมกับตัวเครื่อง 55 องศา และมีกล้องหน้าฝังบนจอแบบ (In-Display Selfie) รองรับเครือข่าย 5G ตามชื่อรุ่น ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snadpragon 765G พร้อมเส้นเสารับสัญญาณรอบตัวเครื่องแบบ 360 องศา จับคู่กับ RAM แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB พร้อม ROM มาตรฐาน UFS 2.1 ความจุ 256GB สำหรับแบตเตอรี่ให้มาที่ 4315 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0 รวมถึงรองรับระบบเสียง Hi-Res Audio ด้วยชิปเสียง Hi-Fi AK4377A

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Vivo X50 Pro 5G

  • หน้าจอแสดงผล E3 AMOLED Dual Curved Punch-Hole Display ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2376 พิกเซล) มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 180Hz 
  • กล้อง Gimbal Camera รุ่นแรกของโลก ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Portrait, เลนส์ Super Wide และ Periscope Telephoto
  • แบตเตอรี่ความจุ 4315 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0 (11V/3A)
  • ชิปเสียง Hi-Fi AK4377A

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • ไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD หรือแบบอื่นๆ เพิ่มเติม
  • ลำโพงเสียงเป็นแบบลำโพงเดี่ยว

 

Vivo V20 Pro 5G : 14,999 บาท

AMOLED 6.44" | Dual Selfie 44MP | Triple Camera 64MP | 4000 mAh + 33W

สเปก Vivo V20 Pro 5G | รีวิว Vivo V20 Pro 5G

สมาร์ทโฟน 5G รุ่นใหม่ ที่มีจุดเด่นเป็นกล้องหน้าคู่ (Dual Selfie Camera) ความละเอียดสูงถึง 44+8 ล้านพิกเซล  และกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ในดีไซน์ใหม่แบบ Dual Tone Step แบบสมมาตร โดยกล้องหลักมีความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ซึ่งรันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G และมีแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0 

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Vivo V20 Pro 5G

  • หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ 
  • รองรับการเชื่อมต่อ 5G 
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G จับคู่ RAM 8GB
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ลำโพงเป็นแบบเดี่ยว
  • ไม่รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD หรือแบบอื่นๆ
  • ไม่มีช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

 

realme X50 Pro 5G : 28,990 บาท

Super AMOLED E3 | Refresh Rate 90Hz | Snapdragon 865 | 4200 mAh + 65W SuperDart Charge | Quad Cam 64MP

สเปก realme X50 Pro 5G | รีวิว realme X50 Pro 5G

เรือธง 5G รุ่นใหม่ ที่มีจุดเด่นที่น่าสนใจอย่าง ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865 พร้อมรองรับเครือข่าย 5G จับคู่กับ RAM ขนาดสูงสุด 12GB โดยมีหน้าจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าคู่แบบ Dual Punch-Hole Display ขนาด 6.44 นิ้ว ที่มีค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz ซึ่งช่วยให้ใช้งานได้ลื่นไหลขึ้น นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh และรองรับเทคโนโลยีชาร์จ 65W SuperDart Charge รวมถึงกล้องหลังทั้ง 4 ตัว (Quad Camera) โดยกล้องตัวหลักคมชัด 64MP

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ realme X50 Pro 5G

  • หน้าจอ Super AMOLED E3 ที่มีค่า Refresh Rate 90Hz ขนาด 6.44 นิ้ว 
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 865 ซึ่งถือเป็นชิปเซ็ตระดับท็อปสุดในปี 2020
  • RAM แบบ LPDDR5 ขนาดใหญ่ 12GB
  • รองรับการเชื่อมต่อ 5G 
  • รองรับระบบชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC Flash Charge 2.0 ซึ่งถือว่าเป็นระบบชาร์จเร็วที่สุดในวงการสมาร์ทโฟน ณ ตอนนี้
     

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD หรือแบบอื่นๆ เพิ่มเติม
  • ไม่รองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย
  • ตัวเครื่องมีน้ำหนักพอสมควร และไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น

 

realme X50 5G : 12,990 บาท

Ultra Smooth 120Hz | Snapdragon 765G | 4200 mAh + 30W | Quad Cam 48MP

สเปก realme X50 5G | รีวิว realme X50 5G

เรือธงรุ่นเล็กรองรับ 5G จากทาง realme โดดเด่นที่ ชิปเซ็ตตัวแรงอย่าง Qualcomm Snapdragon 765G รองรับระบบระบายความร้อน Liquid Cooling 3.0 บนการดีไซน์จอไร้ขอบฝังกล้องหน้าคู่บนจอแบบ Dual Punch-Hole Display ความละเอียด 16 + 2 ล้านพิกเซล พร้อมกับจุดเด่นอย่างค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz (Ultra Smooth 120Hz) ซึ่งช่วยเพิ่มความลื่นไหลในการใช้งาน โดยเฉพาะการเล่นเกม และการชมภาพยนตร์ / ซีรีส์เรื่องโปรด ได้เป็นอย่างดี และมีฝาหลังเงางามดีไซน์สวย ติดตั้งกล้อง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W Dart Charge โดยสามารถชาร์จจากระดับ 0-70% ได้ในเวลา 30 นาที และรองรับระบบเสียงระดับ Hi-Res Audio พร้อมกับเทคโนโลยี Dilby Atmos ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมคอนเทนท์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี 

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ realme X50 5G

  • หน้าจอ Ultra Smooth Display 120Hz ขนาด 6.57 นิ้ว พร้อมค่า Refresh Rate สูงสุด 120Hz
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล 
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 30W Dart Charge
  • ลำโพงเสียงแบบ 1216 Super Linear พร้อมรองรับระบบเสียงแบบ Dolby Atmos และ Hi-Res Audio
  • รองรับการใช้งานร่วมกับเครือข่าย 5G ได้ทั่วโลก

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • หน้าจอเทคโนโลยี LCD
  • ไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD หรือแบบอื่นๆ เพิ่มเติม
  • ตัวเครื่องมีน้ำหนักพอสมควร และไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น

 

realme X7 Pro 5G : 16,990 บาท

5G | Dimensity 1000+ |  4500 mAh + 65W | Refresh Rate 120Hz 

สเปก realme X7 Pro 5G | รีวิว realme X7 Pro 5G

สมาร์ทโฟนระดับท็อปรุ่นใหม่ป้ายแดงของทาง realme ที่มาพร้อมชิปเซ็ตรุ่นใหม่ของค่าย MediaTek อย่าง Dimensity 1000+ ที่มีความแรงเทียบเท่า Snapdragon 865 รองรับ 5G แบบ Dual-Mode พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual 5G SIM) และมีหน้าจอ Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz รวมถึงกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ผสานกล้องหน้าฝังบนจอความละเอียด 32 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W DartCharge 

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ realme X7 Pro 5G

  • หน้าจอ 120Hz Super AMOLED Ultra Smooth Display ขนาด 6.55 นิ้ว พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz 
  • ชิปเซ็ต Dimensity 1000+ 
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX686 รองรับการถ่ายภาพในทุกระยะ
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge
  • ลำโพงเสียงแบบคู่ (Dual Speakers) พร้อมรองรับระบบเสียงแบบ Dolby Atmos กับไฟล์เสียงความละเอียดสูง (Hi-Res)
  • รองรับเครือข่าย 5G

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่รองรับการเพิ่มหน่วยความจำภายนอกด้วยการ์ดแบบ microSD หรือแบบอื่นๆ
  • ไม่มีพอร์ตเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

 

realme 7 5G : 9,999 บาท

5G | Dimensity 800U | 5000 mAh + 30W | Refresh Rate 120Hz 

สเปก realme 7 5G | รีวิว realme 7 5G

สมาร์ทโฟน 5G ราคาคุ้มค่าจากทาง realme ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง MediaTek Dimensity 800U รองรับเครือข่าย 5G ทั้งหมด 12 ย่านความถี่ทั่วโลก และแสตนด์บายเครือข่าย 5G ได้ทั้งสองซิมการ์ดแบบ Dual 5G SIM จับคู่ RAM 8GB + ROM 128GB มีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 30W Dart Charge และหน้าจอลื่นแบบ 120Hz Ultra Smooth Display ขนาด 6.5 นิ้ว ที่มีค่า Refresh Rate สูงสุดที่ระดับ 120Hz

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ realme 7 5G

  • หน้าจอ 120Hz Ultra Smooth Display ขนาด 6.5 นิ้ว พร้อมค่า Refresh Rate สูงสุด 120Hz
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล 
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 30W Dart Charge
  • ชิปเซ็ต Dimensity 800U
  • รองรับการใช้งานร่วมกับเครือข่าย 5G ได้ทั่วโลก
  • รองรับ 5G ทั้งสองซิมการ์ดแบบ  Dual 5G SIM

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ลำโพงเสียงเป็นแบบเดี่ยว
  • ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot ที่ต้องเลือกการใช้งานในช่องที่สองระหว่างซิมการ์ดที่สอง กับ microSD Card

 

OnePlus 8T : 21,990 บาท

Snapdragon 865 | Fluid Display | Refresh Rate 120Hz | Quad Cam 48MP | Warp Charge 65W​

สเปก OnePlus 8T | รีวิว OnePlus 8T

สมาร์ทโฟนระดับ Super Flagship รุ่นอัปเกรด ชูโรงที่หน้าจอ Fluid AMOLED ขนาดใหญ่ 6.55 นิ้ว พร้อมค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 120Hz รองรับลำโพง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos โดยมีกล้องหลัง ทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS บนฝาหลังเคลือบผิวสัมผัสแบบ AG Texture ช่วยให้พื้นผิวของตัวเครื่องมีสัมผัสแบบด้าน (Matte) และรองรับการเชื่อมต่อ 5G ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865 รวมถึงมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วด้วยกำลังไฟสูงสุด 65W ในชื่อ Warp Charge 65 และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ใหม่ล่าสุด

- รุ่น 8GB+128GB ราคา 21,990 บาท
- รุ่น 12GB+256GB ราคา 26,990 บาท

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ OnePlus 8T

  • หน้าจอ Fluid AMOLED Display ขนาด 6.5 นิ้ว พร้อม Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz 
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 865 จับคู่กับ RAM ขนาดสูงสุด 12GB 
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 พร้อม OIS
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 65W ชาร์จเร็ว 
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย
  • ไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD หรือแบบอื่นๆ เพิ่มเติม
  • มีให้เลือกเพียงแค่สีเดียวในแต่ละรุ่นความจุ

 

OnePlus 8 Series

OnePlus 8 : 18,490 บาท | OnePlus 8 Pro : 25,990 บาท

Fluid Display | Refresh Rate 120Hz | Snapdragon 865 | Quad Cam 48MP | Warp Charge 30T

สเปก OnePlus 8 Series | รีวิว OnePlus 8 Pro

OnePlus 8 Series 5G จัดเต็มด้วยคุณสมบัติรองรับ 5G ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 865 จับคู่ RAM แบบ LPDDR5 เวอร์ชันใหม่ขนาด 12GB + ROM มาตรฐาน UFS 3.0 2-Lane ความจุสูงสุด 256GB และรองรับเทคโนโลยี Warp Charge 30T ชาร์จเร็ว 30W ทั้งแบบเสียบสาย และไร้สาย 

โดย OnePlus 8 Pro มาพร้อมหน้าจอ Fluid Display ดีไซน์ไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้า ขนาด 6.78 นิ้ว พร้อมอัปเกรดความละเอียดมากขึ้นเป็น 2K+ อีกทั้งยังเพิ่มค่า Refresh Rate สูงขึ้นเป็น 120Hz เทียบชั้นกับสมาร์ทโฟนระดับเกมมิ่ง พร้อมค่า Touch Sampling Rate สูงถึง 240Hz ตอบสนองการสัมผัสได้อย่างทันท่วงที และรองรับการแสดงผลในระดับ 10bit สามารถแสดงสีสันได้มากกว่า 1 พันล้านสี ส่วนรุ่น OnePlus 8 มีหน้าจอ Fluid Display ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ และมี Refresh Rate ระดับ 90Hz สำหรับตัวเครื่องเป็นกระจกครอบทับด้วยฟิล์มหลายชั้นสามารถเปลี่ยนสีตามมุมแสงที่ตกกระทบได้ และรองรับคุณสมบัติการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ OnePlus 8 Pro

  • หน้าจอ Fluid Display พร้อม Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz 
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 865 ซึ่งถือเป็นชิปเซ็ตระดับท็อปสุดในปี 2020 จับคู่กับ RAM 12GB 
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อม OIS
  • เทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 30T ชาร์จเร็ว 30W ทั้งแบบเสียบสาย และไร้สาย 
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G
     

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่รองรับ microSD Card 
  • ไม่รองรับช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

 

OnePlus Nord : 12,490 บาท

 Snapdragon 765G | 90Hz Fluid AMOLED | 4115 mAh + Warp Charge 30T

สเปก OnePlus Nord | รีวิว OnePlus Nord

สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นแรกของค่าย โดดเด่นที่ดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าคู่แบบ Dual Punch-Hole Display ใช้เทคโนโลยี Fluid AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว พร้อม Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz ที่ใช้งานได้ลื่นไหลกว่าเดิม รวมถึงเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint) บนตัวเครื่องเงางามแบบ Metalic พร้อมพื้นผิวแบบกระจกด้าน รันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G มีแบตเตอรี่ความจุ 4115 mAh ที่รองรับเทคโนโลยี Warp Charge 30T และมีกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) คมชัด 48 ล้านพิกเซล 

- รุ่น 8GB+128GB : 12,490 บาท
- รุ่น 12GB+256GB : 14,490 บาท

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ OnePlus Nord

  • หน้าจอ Fluid AMOLED Dual Punch-Hole Display ขนาด 6.44 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ มี Refresh Rate ระดับ 90Hz
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G จับคู่ RAM สูงสุด 12GB
  • แบตเตอรี่ความจุ 4115 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 30T
  • กล้องหลัง 4 ตัว คมชัด 48 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพครบทุกระยะ (Wide + Ultra-Wide + Depth + Macro)

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD หรือแบบอื่นๆ เพิ่มเติม
  • ลำโพงเป็นแบบเดี่ยว

 

OnePlus Nord N10 5G : 9,990

5G | Snapdragon 690 | 4300 mAh + 30W | Quad Camera 64MP

รีวิว OnePlus Nord N10 5G

สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ของทาง OnePlus ที่มากับจุดเด่นอย่างการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G บนการดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าแบบ Punch-Hole Display ขนาด 6.49 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ โดยมีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz รวมถึงรันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 690 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่รองรับ 5G จับคู่กับ RAM ขนาด 6GB + ROM ขนาด 128GB และมีแบตเตอรี่ความจุ 4300 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 30T (5V/6A) ผ่านพอร์ต USB Type-C ซึ่งทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย OxygenOS

OnePlus Nord ยังมาพร้อมกับรุ่นพิเศษอย่าง OnePlus Nord N10 5G : LINE FRIENDS Special Box Set กับราคา 11,490 บาท ที่มาพร้อมกับกล่องแพ็กเกจลวดลายสุดพิเศษ พร้อมของพรีเมียมภายในกล่อง

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ OnePlus Nord N10 5G

  • หน้าจอขนาด 6.49 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ มี Refresh Rate ระดับ 90Hz
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 690 รุ่นใหม่ของปี
  • แบตเตอรี่ความจุ 4300 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 30T
  • กล้องหลัง 4 ตัว คมชัด 48 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพครบทุกระยะ 
  • รองรับเครือข่าย 5G

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • มีให้เลือกเพียงแค่สีเดียวคือสี Midnight Ice
  • ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot ที่ต้องเลือกการใช้งานในช่องที่สองระหว่างซิมการ์ดที่สอง กับ microSD Card

 

Sony Xperia 5 II : 28,990 บาท

Triple Camera ZEISS T* | 5G | Snapdragon 865 | HDR OLED 6.1"

สเปก Sony Xperia 5 II

สมาร์ทโฟนซีรีส์เรือธงของทาง Sony ที่มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ OLED HDR ขนาด 6.1 นิ้วที่มีค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz พร้อม Touch Sampling Rate ระดับ 240Hz บนดีไซน์จอกว้างแบบ 21:9 ไร้ติ่งไร้รอยบาก พร้อมกับ Creator Mode ที่ได้รับการพัฒนามาจากทีม CineAlta เพื่อช่วยให้สมาร์ทโฟนสามารถถ่ายทอดสีสันได้เที่ยงตรงราวกับมอนิเตอร์ระดับมืออาชีพ พร้อมระบบเสียงรอบทิศทางจาก Dolby Atmos โดยใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 865 จับคู่ RAM 8GB พร้อมหน่วยความจำภายในความจุ 256GB และแบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh บนดีไซน์ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นะรดับ IP65/68 ซึ่งมีกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว (Triple Camera) เลนส์ ZEISS T* พร้อมฟีเจอร์ที่ยกมาจากกล้องใหญ่ Alpha

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Sony Xperia 5 II

  • หน้าจอ OLED HDR ขนาด 6.1 นิ้ว พร้อมค่า Refresh Rate 120Hz
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 865
  • กล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) เลนส์ ZEISS T*
  • รองรับเครือข่าย 5G

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วสุดที่ 21 วัตต์

 

Xiaomi Mi 10T Series

Mi 10T : เริ่ม 9,999 บาท | Mi 10T Pro : เริ่ม 13,990 บาท

Refresh Rate 144Hz | Triple Cam 108MP | Snapdragon 865 | 5000 mAh + 33W

สเปก Xiaomi Mi 10T | Mi 10T Pro

สองเรือธงรุ่นใหม่ของทาง Xiaomi ชูโรงที่กล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) โดยรุ่น Mi 10T Pro จัดเต็มด้วยกล้องถ่ายภาพคมชัด 108 ล้านพิกเซล รองรับระบบ OIS และซูมไกลสุด 30 เท่า (30x Digital Zoom) ส่วน Mi 10T รุ่นมาตรฐานมากับกล้องหลักคมชัด 64 ล้านพิกเซลโดยกล้องอีกสองตัวทั้งทั้งสองรุ่นเหมือนกัน ได้แก่ กล้อง Ultra-Wide และกล้อง Macro อีกทั้งยังมีดีไซน์เดียวกัน อย่างหน้าจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้า ที่มีค่า Refresh Rate สูงสุดที่ระดับ 144Hz เท่ากับเกมมิ่งโฟนรุ่นท็อปในตลาด ณ ตอนนี้ รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อ 5G ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865 พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Fast Charging

- Mi 10T รุ่น 6GB+128GB : 9,999 บาท
- Mi 10T รุ่น 8GB + 128GB : 12,990 บาท
- Mi 10T Pro รุ่น 8GB + 128GB : 13,990 บาท
- Mi 10T Pro รุ่น 8GB + 256GB : 15,990 บาท

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Xiaomi Mi 10T Pro

  • หน้าจอ Refresh Rate สูงสุด 144Hz เทียบเท่าเกมมิ่งโฟนรุ่นท็อปในตลาด ณ ตอนนี้
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 865  
  • กล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล
  •  แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Fast Charging 
  • รองรับรองรับการเชื่อมต่อ 5G


จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่รองรับเทคโนโลยีชาร์จไร้สาย
  • ไม่รองรับ microSD Card 

 

 

Motorola razr 5G : 44,990 บาท

หน้าจอ OLED แบบพับได้ | 48MP Camera | Snapdragon 765G

สเปก Motorola razr 5G

สมาร์ทโฟนพับหน้าจอได้รูปแบบฝาพับ (Clam Shell) โดยเมื่อกางออกจะมีหน้าจอขนาดใหญ่ 6.2 นิ้ว พร้อมรองรับ 5G ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G จับคู่กับ RAM 8GB + ROM 256GB พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 2800 mAh และมีกล้องหลังความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น OIS และระบบ Laser Autofocus ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Motorola razr 5G

  • หน้าจอ OLED แบบพับได้ ขนาด 6.2 นิ้ว พร้อมหน้าจอรองขนาด 2.7 นิ้วที่ด้านหน้า
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 765G จับคู่ RAM 8GB + ROM 256GB 
  • กล้องหลังความละเอียด 48 ล้านพิกเซล 
  • รองรับรองรับการเชื่อมต่อ 5G
  • ดีไซน์แปลกใหม่


จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ราคาค่อนข้างสูงกว่ามือถือที่ใช้ Snapdragon 765 รุ่นอื่นๆ

 

Moto G 5G Plus : 9,990 บาท

5G | Snapdragon 765 | หน้าจอ Refresh Rate 90Hz | 5000 mAh + 20W

สเปก Moto G 5G Plus

สมาร์ทโฟน 5G ระดับกลางรุ่นแรกของทาง Motorola ที่มีจุดเด่นหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz บนการดีไซน์แบบไร้ขอบ ไร้รอยบากขนาดใหญ่เต็มตา 6.7 นิ้วแบบ CinemaVision Display ในอัตราส่วน 21:9 พร้อมกล้องหน้าคู่ฝังบนจอที่คล้ายกับดวงตา รองรับการถ่ายเซลฟี่มุมกว้างแบบ Ultra-Wide และมีกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) โดยกล้องตัวหลักคมชัด 48 ล้านพิกเซล ที่สำคัญรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765 จับคู่กับ RAM ขนาด 8GB + ROM ขนาด 128GB โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่ทาง Motorola ระบุว่าสามารถใช้งานได้ยาวนนาถึง 2 วัน และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 20W TurboPower 

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Moto G 5G Plus

  • หน้าจอแสดงผล CinemaVision Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz 
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765 5G
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพในทุกระยะ
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 20W TurboPower
  • รองรับเครือข่าย 5G

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

 

  • มีให้เลือกเพียงแค่สีเดียวคือสี Surfing Blue
  • ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot ที่ต้องเลือกการใช้งานในช่องที่สองระหว่างซิมการ์ดที่สอง กับ microSD Card

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสมาร์ทโฟน 5G รุ่นใหม่ป้ายแดงในไทย ที่พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เป็นรุ่นเด่นในระดับท็อปของค่าย ที่มีฟีเจอร์ครบทุกการใช้งา และมีการดีไซน์ในระดับพรีเมียม ทั้งนี้การทดลองใช้งานเครือข่าย 5G ในขณะนี้ยังมีเพียงบางพื้นที่เท่านั้น โดยสามารถตรวจสอบว่าซิมของคุณรองรับเครือข่าย 5G ได้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ดังนี้

AIS : กด *987# โทรออก
TrueMove H : กด *555*1# โทรออก 

สำหรับ dtac ถือครอง 5G คลื่นความถี่ 26GHz โดยมือถือที่รองรับคลื่นความถี่สูงแบบ mmWave ตั้งแต่ 24GHz ขึ้นไปจะสามารถใช้งานได้ และมีสมาร์ทโฟนเพียงบางรุ่นที่รองรับรับช่วงคลื่นความถี่ดังกล่าว 

และสำหรับท่านใดที่มีคำถามว่า ณ ตอนนี้ควรซื้อมือถือ 5G หรือยัง? นั้น สามารถหาคำตอบได้ที่ : มือถือ 5G น่าซื้อหรือยัง? มาดู 6 เหตุผลที่อาจจะยังไม่ควรซื้อมือถือ 5G ตอนนี้

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 29/12/2563