หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 28/09/2563

รวมมือถือ 5G รุ่นใหม่ที่วางขายในไทยแล้ววันนี้ มีรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้าง มาดูกัน

 

เรียกได้ว่าเริ่มมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่รองรับเครือข่าย 5G อย่างต่อเนื่องในประเทศไทย สำหรับรองรับการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ด้วยความเร็วในการรับส่งข้อมูลระดับกิกะบิตต่อวินาที (Gbps) จึงสามารถรับชมการสตรีมได้แบบไม่มีสะดุด อีกทั้งยังสามารถดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอคมชัดระดับ 4K หรือ 8K ได้ในเวลาไม่ถึงนาที และรับ-ส่งไฟล์ขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว  รวมถึงการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ IoT ต่างๆ 

ในวันนี้ทางทีมงานจึงได้รวบรวมรายชื่อสมาร์ทโฟน 5G ที่พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ววันนี้ มาให้ได้ชมกัน (อัปเดต ณ วันที่ 28 กันยายน 2563) เพื่อเป็นแนวทางสำหรับท่านที่สนใจ หากพร้อมแล้ว ไปชมกันเลยค่ะว่าจะมีรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดที่ตรงใจทุกท่านบ้าง

 

Samsung Galaxy Note20 Series

Note20 : 33,900 | Note20 Ultra : เริ่ม 42,900 บาท

Dynamic AMOLED 2X | Refresh Rate 120Hz | Exynos 990 | RAM 12GB | 4500 mAh + 25W | Triple Cam 108MP​

สเปก Samsung Galaxy Note20 5G | สเปก Samsung Galaxy Note20 Ultra 5G

เรือธงรุ่นใหม่ป้ายแดงของทาง Samsung ที่มากับหน้าจอไร้ขอบ ไร้รอยบาก เจาะรูกล้องหน้า โดย Note20 ใช้หน้าจอแบนขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว ส่วนรุ่น Note20 Ultra มีหน้าจอลงขอบโค้งทั้ง 2 ด้าน (Dual Curved) ขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยที่ 6.9 นิ้ว พร้อมค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 120Hz ซึ่งช่วยให้ใช้งานได้ลื่นไหนขึ้น อีกทั้ง Note20 Ultra ยังมีตัวเครื่องที่เป็นเหลี่ยมมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนที่ด้านหลังครอบทับด้วยกระจก และติดตั้งกล้อง 3 ตัว (Triple Camera) ในดีไซน์ใหม่แบบเดียวกัน โดยในรุ่น Ultra มีกล้องหลักคมชัดสูงถึง 108 ล้านพิกเซล พร้อมกับเลนส์ซูม Periscope Telephoto ที่ซูมไกลสุด 50 เท่า โดยเปิดจองแล้ววันนี้ - 18 สิงหาคมนี้ และเตรียมวางจำหน่ายจริง 19 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy Note20 Ultra

  • หน้าจอแสดงผล Dynamic AMOLED 2X ขนาดใหญ่ 6.9 นิ้ว พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz
  • RAM แบบ LPDDR5 ขนาดใหญ่ 12GB
  • กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง 108 ล้านพิกเซล รองรับการซูมภาพไกล 50 เท่า และการถ่ายวิดีโอระดับ 8K
  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4500 mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว และการชาร์จแบบไร้สาย
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G 
  • รองรับปากกา S-Pen

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ฝาหลังตัวเครื่องมีความมันเงาเป็นพิเศษ จึงอาจก่อให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย
  • เทคโนโลยีชาร์จเร็วมีกำลังไฟค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเรือธงจากแบรนด์อื่น

 

Samsung Galaxy S20 Ultra 5G : 39,900 บาท

Dynamic AMOLED QHD+ | Refresh Rate 120Hz | Exynos 990 | RAM 12GB | 5000 mAh + 45W | Quad Cam 108MP​

สเปก Samsung Galaxy S20 Ultra 5G | รีวิว Samsung Galaxy S20 Ultra

เรือธงรุ่นท็อปจากทาง Samsung ที่นอกจากจะรองรับการใช้งาน 5G แล้วยังมีฟีเจอร์เด่นแบบรอบด้าน โดยเฉพาะการถ่ายรูปด้วยฟังก์ชันการถ่ายภาพความละเอียดสูงด้วยกล้องคมชัด 108 ล้านพิกเซล พร้อมซูมไกลสุด 100 เท่าด้วยฟีเจอร์ Space Zoom และบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 8K (7680x4320 พิกเซล) รวมถึงฟังก์ชัน Super ISO ที่ช่วยตอบโจทย์การถ่ายภาพในเวลากลางคืน หรือสภาวะที่มีแสงน้อย

นอกจากนี้ยังยกเครื่องดีไซน์ใหม่หมด พร้อมหน้าจอที่มี Refresh Rate ระดับ 120Hz ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง Exynos 990 ประกบคู่ RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 12GB มีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 45W Super Fast Charging

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy S20 Ultra 5G

  • หน้าจอแสดงผล Dynamic AMOLED 2X ขนาดใหญ่ 6.9 นิ้ว พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz
  • RAM แบบ LPDDR5 ขนาดใหญ่ 12GB
  • กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง 108 ล้านพิกเซล รองรับการซูมภาพไกล 100 เท่า และการถ่ายวิดีโอระดับ 8K
  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว และการชาร์จแบบไร้สาย
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G 
     

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ฝาหลังตัวเครื่องมีความมันเงาเป็นพิเศษ จึงอาจก่อให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย
  • กล้องหลังมีความนูนออกจากตัวเครื่องค่อนข้างมาก ควรใส่เคสเพื่อป้องกันการเกิดรอยขีดข่วน

 

Samsung Galaxy A71 5G : 19,990 บาท

Super AMOLED Plus | Exynos 980 | 4500 mAh + 25W | Quad Cam 64MP​

สเปก Samsung Galaxy A71 5G

สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นอัปเกรดที่มาพร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ด้วยชิปเซ็ตระดับรองท็อปรุ่นใหม่อย่าง Exynos 980 พร้อมฝาหลังลายใหม่ในชื่อ Prism Cube ที่มีการแบ่งลวดลายออกเป็น 2 ฝั่งอย่างชัดเจน และมีหน้าจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าแบบ Super AMOLED Plus Infinity-O Display ขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (On-Screen Fingerprint) รวมถึงมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 25W Super Fast Charging และมาพร้อมกับกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ประกอบกับเลนส์ Ultra-Wide, Macro และ Depth สำหรับการถ่ายภาพในทุกระยะ

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy A71 5G

  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Plus Infinity-O Display ขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (On-Screen Fingerprint)
  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4500 mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว 
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G 
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Ultra-Wide, Macro และ Depth รองรับการถ่ายภาพในทุกระยะ

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ฝาหลังตัวเครื่องมีความมันเงาเป็นพิเศษ จึงอาจก่อให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย
  • ตัวเครื่องไม่ได้ผลิตจากวัสดุประเภทโลหะ และไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ หรือป้องกันฝุ่น

 

HUAWEI Mate Xs 5G : 89,990 บาท

Foldable OLED | Kirin 990 | 4500mAh + 55W | Quad Leica Camera 

ทายาทเรือธงพับหน้าจอได้ กับรูปแบบการพับหน้าจอไปด้านหลัง โดยเมื่อกางออกจะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ และไม่มีรูกล้องหน้า หรือติ่งหยดน้ำใดๆ มารบกวนการใช้งาน จึงสามารถใช้งานได้แบบเต็มตา ส่วนที่น่าสนใจคือ เมื่อเปิดการใช้งานพร้อมกันสองแอปพลิเคชัน สองหน้าจอ ผู้ใช้สามารถลากไฟล์ระหว่างสองแอปพลิเคชันดังกล่าวได้ในทันที เหมือนกับการใช้งานบนคอมพิวเตอร์ สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่ด้านขวาของตัวเครื่อง โดยใช้ชิปเซ็ตรุ่นล่าสุดอย่าง Kirin 990 5G  พร้อมระบบระบายความร้อน และมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 55W HUAWEI SuperCharge 

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ HUAWEI Mate Xs

  • พับหน้าจอได้ โดยเมื่อกางออกจะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้ว พร้อมความคมชัดระดับ Full HD+
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 55W HUAWEI SuperCharge 
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Leica Quad Camera) ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G 

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • อาจเห็นรอยพับในบริเวณกลางจอหลักในบางสถานการณ์ ซึ่งเป็นปกติของจอประเภทนี้

 

HUAWEI P40 Series 5G

HUAWEI P40 : 22,990 บาท | HUAWEI  P40 Pro : 31,990 บาท | HUAWEI P40 Pro+ : 40,990 บาท

Quad-curve Overflow Display | Refresh Rate 90Hz | Kirin 990 | Penta Leica Camera | 40W​ HUAWEI SuperCharge

สเปก HUAWEI P40 Pro+ | รีวิว HUAWEI P40 Pro

สามสมาร์ทโฟนเรือธง 5G รุ่นใหม่ของทาง Huawei ที่มาพร้อมชิปเซ็ต Kirin 990 5G ที่รองรับ 5G ในทุกคลื่นความถี่ที่มีการประมูลในประเทศไทย และสามารถใช้งานได้ทันทีหลังแกะกล่อง ไม่ต้องรออัปเดต พร้อมกับกล้องถ่ายภาพ Leica มากถึง 5 ตัว และรองรับเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้การถ่ายภาพเป็นไปได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังเด่นที่ดีไซน์ กับหน้าจอ HUAWEI Quad-curve Overflow Display และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืฝังใต้หน้าจอ (In-Screen Fingerprint) เวอร์ชันใหม่ ซึ่งรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 40W Huawei SuperCharge โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ถึงระดับ 70% ได้ใน 30 นาที

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ HUAWEI P40 Series

  • ​Quad-Curve Overflow Display พร้อม Refresh Rate ระดับ 90Hz
  • เทคโนโลยีชาร์จเร็ว 40W HUAWEI SuperCharge และรองรับการชาร์จไร้สาย 40W Wireless SuperCharge เป็นรุ่นแรกของโลก
  • กล้องหลังมากสุด 5 ตัว (Ultra Vision Leica Penta Camera) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รองรับการซูมแบบ Optical ที่ 3 เท่า (3x Optical Zoom), ซูมแบบ Hybrid ที่ 20 เท่า และการซูมสูงสุดที่ 100 เท่า (100X Max Zoom)
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G ทุกคลื่นความถี่ในประเทศไทย

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ใช้บริการ HUAWEI Mobile Services แทนที่ Google Mobile Services
  • ไม่รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก

 

HUAWEI nova 7 Series 5G

HUAWEI nova 7 : 16,990 บาท | HUAWEI nova 7 SE : 11,990 บาท

Punch Display | Kirin 985 | Quad Cam 64MP | 4000 mAh + 40W ​

สเปก HUAWEI nova 7 Series 5G

ทายาทตระกูลยอดนิยมที่มาพร้อมการปรับโฉมดีไซน์ใหม่หมดจดด้วยจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้า และอัปเกรดฟีเจอร์ภายในครบครัน โดย nova 7 มากับชิปเซ็ตระดับท็อปรุ่นใหม่ Kirin 985 มีกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) โดยมีกล้องหลักคมชัด 64 ล้านพิกเซล รองรับการซูมสูงสุด 20 เท่า (20x Digital Zoom) ส่วน nova 7 SE มากับชิป Kirin 820 5G พร้อมกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) กับกล้องหลัก 64 ล้านพิกเซล ซึ่งทั้งสองรุ่นมีแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 40W HUAWEI SuperCharge ที่สามารถชาร์จจากระดับ 0-70% ได้ในเวลา 30 นาที

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ HUAWEI nova 7

  • OLED Punch Display ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Screen Fingerprint)
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 40W HUAWEI SuperCharge
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รองรับการซูมสูงสุด 20 เท่า
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G 

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ใช้บริการ HUAWEI Mobile Services แทนที่ Google Mobile Services
  • ไม่รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก
  • ตัวเครื่องไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ หรือป้องกันฝุ่น

 

OPPO Find X2 Series 5G

OPPO Find X2 : 33,990 บาท | OPPO Find X2 Pro : 40,990 บาท

3K Curved AMOLED Screen | Refresh Rate 120Hz | Snapdragon 865 | Triple Cam 60X Zoom | 65W SuperVOOC Flash Charge 2.0

รีวิว OPPO Find X2 Series 5G

เปิดตัวมาพร้อมกับถึง 2 รุ่น กับ OPPO Find X2 Series 5G ที่รรองรับเครือข่าย 5G ทั้งคู่ และปรับดีไซน์ครั้งใหญ่ด้วยหน้าจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้า คมชัดระดับ 3K QHD+ พร้อม Refresh Rate ระดับ 120Hz รองรับเทคโนโลยีการแสดงผลสีแบบ True Billion Colour Display (10-bit) ซึ่งสามารถแสดงผลสีได้มากถึง 1 พันล้านสี และรองรับเทคโนโลยี 01 Ultra Vision Engine เป็นรุ่นแรกในวงการ

ด้านสเปกภายในจัดเต็มด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865 จับคู่กับ RAM ขนาด 12GB และ ROM ขนาดสูงสุด 512GB บนระบบปฏิบัติการ ColorOS 7.1 เวอร์ชันใหม่ รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC 2.0 Flash Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ความจุ 0-100% ได้ภายในเวลาเพียง 38 นาที และมีกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) พร้อมเลนส์ซูมแบบ Periscope ในรุ่น Pro

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ OPPO Find X2 Series 5G

  • หน้าจอ Ultra Vision Screen ที่มีค่า Refresh Rate 120Hz ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 3K QHD+
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 865 ซึ่งถือเป็นชิปเซ็ตระดับท็อปสุดในปี 2020
  • RAM แบบ LPDDR5 ขนาดใหญ่ 12GB
  • รองรับการเชื่อมต่อ 5G แบบ Dual Mode
  • กล้องหลังที่ได้รับคะนนทดสอบจาก DxOMark ในระดับสูง
  • มีคุณสมบัติกันน้ำระดับ IP68 ในรุ่น OPPO Find X2 Pro 5G
  • รองรับระบบชาร์จเร็ว SuperVOOC 2.0 65W ซึ่งถือว่าเป็นระบบชาร์จเร็วที่สุดในวงการสมาร์ทโฟน ณ ตอนนี้
     

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ฝาหลังตัวเครื่องมีความมันเงาเป็นพิเศษ จึงอาจก่อให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย
  • ราคาวางจำหน่ายค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟน OPPO รุ่นอื่นๆ แต่ใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีคุณสมบัติในระดับเดียวกัน และเหมาะสมกับคุณสมบัติภายใน

 

Vivo NEX 3 5G : 22,999 บาท

Waterfall FullView Display | Snapdragon 855+ | 4500 mAh + 22.5W | Triple Cam 64MP

สเปก Vivo NEX 3 5G

เรือธงรุ่นอัปเกรดรองรับ 5G มาพร้อมกับหน้าจอโค้งทำมุมเกือบ 90 องศา ลงเกือบสุดขอบตัวเครื่องทั้ง 2 ด้านในชื่อ Waterfall FullView Display ที่มีพื้นที่ในการแสดงผลเมื่อเทียบกับตัวเครื่องสูงถึง 99.6% และกล้องหน้าซ่อนเครื่อง และเลื่อนได้อัตโนมัติแบบ Elevating Front Camera ส่วนกล้องหลังมี 3 ตัว (Triple Camera) กับความคมชัดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล โดยรันการทำงานด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 855+ มีแบตเตอรี่ความจุ 4500mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว 22.5W VivoFlash Charge นอกจากนี้ ยังมีระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber Cooling System ที่ช่วยลดอุณหภูมิภายในตัวเครื่องได้มากถึง 10 องศาเซลเซียส รวมถึงระบบเสียงแบบ Hi-Fi ด้วยชิปเสียงแยก AK4377A 

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Vivo NEX 3 5G

  • ดีไซน์ตัวเครื่องแบบไร้ปุ่มกด พร้อมปุ่มระบบสัมผัสแบบ Touch Scene 
  • หน้าจอ POLED Waterfall FullView Display ลงโค้งทำมุมเกือบ 90 องศา ลงเกือบสุดขอบตัวเครื่องทั้ง 2 ด้านขนาด 6.89 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+
  • กล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมซูมสูงสุด 20 เท่า (20x Digital Zoom)
  • ระบบเสียง Hi-Fi พร้อมชิปเสียงโดยเฉพาะแบบ AK4377A พร้อมช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 22.5W Vivo Super FlashCharge
  • รองรับการเชื่อมต่อ 5G

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่รองรับการเพิ่มการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card หรือแบบอื่นๆ
  • ลำโพงเสียงมีเพียงแค่ตัวเดียว ยังไม่ใช่ลำโพงคู่
  • ตัวเครื่องไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ หรือป้องกันฝุ่น

 

Vivo X50 Pro 5G : 24,999 บาท

Gimbal Camera 48MP | E3 AMOLED | Refresh Rate 90Hz | 4315 mAh + 33W 

สเปก Vivo X50 Pro 5G | รีวิว Vivo X50 Pro 5G

สมาร์ทโฟนระดับท็อปของทาง Vivo ที่มากับกล้อง Gimbal Camera เป็นรุ่นแรกของโลก กับระบบกันสั่นที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า OIS แบบธรรมดา บนการดีไซน์จอขอบโค้งแบบ Dual Curved Flexible Screen ที่ทำมุมกับตัวเครื่อง 55 องศา และมีกล้องหน้าฝังบนจอแบบ (In-Display Selfie) รองรับเครือข่าย 5G ตามชื่อรุ่น ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snadpragon 765G พร้อมเส้นเสารับสัญญาณรอบตัวเครื่องแบบ 360 องศา จับคู่กับ RAM แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB พร้อม ROM มาตรฐาน UFS 2.1 ความจุ 256GB สำหรับแบตเตอรี่ให้มาที่ 4315 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0 รวมถึงรองรับระบบเสียง Hi-Res Audio ด้วยชิปเสียง Hi-Fi AK4377A

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Vivo X50 Pro 5G

  • หน้าจอแสดงผล E3 AMOLED Dual Curved Punch-Hole Display ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2376 พิกเซล) มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 180Hz 
  • กล้อง Gimbal Camera รุ่นแรกของโลก ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Portrait, เลนส์ Super Wide และ Periscope Telephoto
  • แบตเตอรี่ความจุ 4315 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0 (11V/3A)
  • ชิปเสียง Hi-Fi AK4377A

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • ไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD หรือแบบอื่นๆ เพิ่มเติม
  • ลำโพงเสียงเป็นแบบลำโพงเดี่ยว

 

Vivo V20 Pro 5G : 14,999 บาท

AMOLED 6.44" | Dual Selfie 44MP | Triple Camera 64MP | 4000 mAh + 33W

สเปก Vivo V20 Pro 5G | รีวิว Vivo V20 Pro 5G

สมาร์ทโฟน 5G รุ่นใหม่ ที่มีจุดเด่นเป็นกล้องหน้าคู่ (Dual Selfie Camera) ความละเอียดสูงถึง 44+8 ล้านพิกเซล  และกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ในดีไซน์ใหม่แบบ Dual Tone Step แบบสมมาตร โดยกล้องหลักมีความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ซึ่งรันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G และมีแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0 

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Vivo V20 Pro 5G

  • หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ 
  • รองรับการเชื่อมต่อ 5G 
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G จับคู่ RAM 8GB
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ลำโพงเป็นแบบเดี่ยว
  • ไม่รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD หรือแบบอื่นๆ
  • ไม่มีช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

 

realme X50 Pro 5G : 28,990 บาท

Super AMOLED E3 | Refresh Rate 90Hz | Snapdragon 865 | 4200 mAh + 65W SuperDart Charge | Quad Cam 64MP

สเปก realme X50 Pro 5G | รีวิว realme X50 Pro 5G

เรือธง 5G รุ่นใหม่ ที่มีจุดเด่นที่น่าสนใจอย่าง ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865 พร้อมรองรับเครือข่าย 5G จับคู่กับ RAM ขนาดสูงสุด 12GB โดยมีหน้าจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าคู่แบบ Dual Punch-Hole Display ขนาด 6.44 นิ้ว ที่มีค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz ซึ่งช่วยให้ใช้งานได้ลื่นไหลขึ้น นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh และรองรับเทคโนโลยีชาร์จ 65W SuperDart Charge รวมถึงกล้องหลังทั้ง 4 ตัว (Quad Camera) โดยกล้องตัวหลักคมชัด 64MP

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ realme X50 Pro 5G

  • หน้าจอ Super AMOLED E3 ที่มีค่า Refresh Rate 90Hz ขนาด 6.44 นิ้ว 
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 865 ซึ่งถือเป็นชิปเซ็ตระดับท็อปสุดในปี 2020
  • RAM แบบ LPDDR5 ขนาดใหญ่ 12GB
  • รองรับการเชื่อมต่อ 5G 
  • รองรับระบบชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC Flash Charge 2.0 ซึ่งถือว่าเป็นระบบชาร์จเร็วที่สุดในวงการสมาร์ทโฟน ณ ตอนนี้
     

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD หรือแบบอื่นๆ เพิ่มเติม
  • ไม่รองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย
  • ตัวเครื่องมีน้ำหนักพอสมควร และไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น

 

realme X50 5G : 12,990 บาท

Ultra Smooth 120Hz | Snapdragon 765G | 4200 mAh + 30W | Quad Cam 48MP

สเปก realme X50 5G | รีวิว realme X50 5G

เรือธงรุ่นเล็กรองรับ 5G จากทาง realme โดดเด่นที่ ชิปเซ็ตตัวแรงอย่าง Qualcomm Snapdragon 765G รองรับระบบระบายความร้อน Liquid Cooling 3.0 บนการดีไซน์จอไร้ขอบฝังกล้องหน้าคู่บนจอแบบ Dual Punch-Hole Display ความละเอียด 16 + 2 ล้านพิกเซล พร้อมกับจุดเด่นอย่างค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz (Ultra Smooth 120Hz) ซึ่งช่วยเพิ่มความลื่นไหลในการใช้งาน โดยเฉพาะการเล่นเกม และการชมภาพยนตร์ / ซีรีส์เรื่องโปรด ได้เป็นอย่างดี และมีฝาหลังเงางามดีไซน์สวย ติดตั้งกล้อง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W Dart Charge โดยสามารถชาร์จจากระดับ 0-70% ได้ในเวลา 30 นาที และรองรับระบบเสียงระดับ Hi-Res Audio พร้อมกับเทคโนโลยี Dilby Atmos ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมคอนเทนท์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี 

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ realme X50 5G

  • หน้าจอ Ultra Smooth Display 120Hz ขนาด 6.57 นิ้ว พร้อมค่า Refresh Rate สูงสุด 120Hz
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล 
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 30W Dart Charge
  • ลำโพงเสียงแบบ 1216 Super Linear พร้อมรองรับระบบเสียงแบบ Dolby Atmos และ Hi-Res Audio
  • รองรับการใช้งานร่วมกับเครือข่าย 5G ได้ทั่วโลก

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • หน้าจอเทคโนโลยี LCD
  • ไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD หรือแบบอื่นๆ เพิ่มเติม
  • ตัวเครื่องมีน้ำหนักพอสมควร และไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น

 

OnePlus 8 Series

OnePlus 8 : 28,990 บาท | OnePlus 8 Pro : 34,990 บาท

Fluid Display | Refresh Rate 120Hz | Snapdragon 865 | Quad Cam 48MP | Warp Charge 30T

สเปก OnePlus 8 Series | รีวิว OnePlus 8 Pro

OnePlus 8 Series 5G จัดเต็มด้วยคุณสมบัติรองรับ 5G ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 865 จับคู่ RAM แบบ LPDDR5 เวอร์ชันใหม่ขนาด 12GB + ROM มาตรฐาน UFS 3.0 2-Lane ความจุสูงสุด 256GB และรองรับเทคโนโลยี Warp Charge 30T ชาร์จเร็ว 30W ทั้งแบบเสียบสาย และไร้สาย 

โดย OnePlus 8 Pro มาพร้อมหน้าจอ Fluid Display ดีไซน์ไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้า ขนาด 6.78 นิ้ว พร้อมอัปเกรดความละเอียดมากขึ้นเป็น 2K+ อีกทั้งยังเพิ่มค่า Refresh Rate สูงขึ้นเป็น 120Hz เทียบชั้นกับสมาร์ทโฟนระดับเกมมิ่ง พร้อมค่า Touch Sampling Rate สูงถึง 240Hz ตอบสนองการสัมผัสได้อย่างทันท่วงที และรองรับการแสดงผลในระดับ 10bit สามารถแสดงสีสันได้มากกว่า 1 พันล้านสี ส่วนรุ่น OnePlus 8 มีหน้าจอ Fluid Display ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ และมี Refresh Rate ระดับ 90Hz สำหรับตัวเครื่องเป็นกระจกครอบทับด้วยฟิล์มหลายชั้นสามารถเปลี่ยนสีตามมุมแสงที่ตกกระทบได้ และรองรับคุณสมบัติการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ OnePlus 8 Pro

  • หน้าจอ Fluid Display พร้อม Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz 
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 865 ซึ่งถือเป็นชิปเซ็ตระดับท็อปสุดในปี 2020 จับคู่กับ RAM 12GB 
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อม OIS
  • มเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 30T ชาร์จเร็ว 30W ทั้งแบบเสียบสาย และไร้สาย 
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G
     

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่รองรับ microSD Card 
  • ไม่รองรับช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

 

OnePlus Nord : 14,990 บาท

 Snapdragon 765G | 90Hz Fluid AMOLED | 4115 mAh + Warp Charge 30T

สเปก OnePlus Nord | รีวิว OnePlus Nord

สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นแรกของค่าย โดดเด่นที่ดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าคู่แบบ Dual Punch-Hole Display ใช้เทคโนโลยี Fluid AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว พร้อม Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz ที่ใช้งานได้ลื่นไหลกว่าเดิม รวมถึงเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint) บนตัวเครื่องเงางามแบบ Metalic พร้อมพื้นผิวแบบกระจกด้าน รันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G มีแบตเตอรี่ความจุ 4115 mAh ที่รองรับเทคโนโลยี Warp Charge 30T และมีกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) คมชัด 48 ล้านพิกเซล 

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ OnePlus Nord

  • หน้าจอ Fluid AMOLED Dual Punch-Hole Display ขนาด 6.44 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ มี Refresh Rate ระดับ 90Hz
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G จับคู่ RAM สูงสุด 12GB
  • แบตเตอรี่ความจุ 4115 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 30T
  • กล้องหลัง 4 ตัว คมชัด 48 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพครบทุกระยะ (Wide + Ultra-Wide + Depth + Macro)

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD หรือแบบอื่นๆ เพิ่มเติม
  • ลำโพงเป็นแบบเดี่ยว
  • ยังไม่รองรับการใช้งานเครือข่าย 5G ในประเทศไทย ณ เวลานี้ (คลื่นความถี่ 2600 MHz) ส่วนการใช้งานเครือข่าย 5G ในประเทศไทยที่คลื่นความถี่ 700 MHz (ซึ่ง OnePlus Nord รองรับ) คาดว่าต้องรอเปิดให้บริการในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

 

Xiaomi Mi 10 : 21,999 บาท 

AMOLED Display | Refresh Rate 90Hz | Snapdragon 865 | Quad Camera 108MP | 4780mAh + 30W

เรือธงรุ่นใหม่ที่รองรับเครือข่าย 5G ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865 จับคู่ RAM ขนาด 8GB  + ROM ขนาดจุใจ 256GB บนการดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้า มีค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz ผสานตัวเครื่องกระจกกับตัวเลือกไล่เฉดสีใหม่ ที่มีการติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ที่รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ 8K นอกจากนี้ยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W Fast Charging และชาร์จไร้สาย 30W Fast Wireless Charging 

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Xiaomi Mi 10

  • หน้าจอ Curved AMOLED DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ พร้อม Refresh Rate สูงสุด 90Hz
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 865 ซึ่งถือเป็นชิปเซ็ตระดับท็อปสุดในปี 2020 
  • กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ 8K
  •  แบตเตอรี่ความจุ 4780 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W Fast Charging และชาร์จไร้สาย 30W Fast Wireless Charging
  • รองรับรองรับการเชื่อมต่อ 5G

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ฝาหลังตัวเครื่องมีความมันเงาเป็นพิเศษ จึงอาจก่อให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย
  • ไม่รองรับ microSD Card 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสมาร์ทโฟน 5G รุ่นใหม่ป้ายแดงในไทย ที่พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เป็นรุ่นเด่นในระดับท็อปของค่าย ที่มีฟีเจอร์ครบทุกการใช้งา และมีการดีไซน์ในระดับพรีเมียม ทั้งนี้การทดลองใช้งานเครือข่าย 5G ในขณะนี้ยังมีเพียงบางพื้นที่เท่านั้น โดยสามารถตรวจสอบว่าซิมของคุณรองรับเครือข่าย 5G ได้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ดังนี้

AIS : กด *987# โทรออก
TrueMove H : กด *555*1# โทรออก 

สำหรับ dtac ถือครอง 5G คลื่นความถี่ 26GHz โดยมือถือที่รองรับคลื่นความถี่สูงแบบ mmWave ตั้งแต่ 24GHz ขึ้นไปจะสามารถใช้งานได้ และมีสมาร์ทโฟนเพียงบางรุ่นที่รองรับรับช่วงคลื่นความถี่ดังกล่าว 

และสำหรับท่านใดที่มีคำถามว่า ณ ตอนนี้ควรซื้อมือถือ 5G หรือยัง? นั้น สามารถหาคำตอบได้ที่ : มือถือ 5G น่าซื้อหรือยัง? มาดู 6 เหตุผลที่อาจจะยังไม่ควรซื้อมือถือ 5G ตอนนี้

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 28/09/2563