แนะนำเรือธงรุ่นใหม่ป้ายแดง พร้อมความจุมากกว่า 500GB โหลดแอป เก็บไฟล์ได้จุใจ โดยไม่ต้องเคลียร์พื้นที่บ่อยๆ แบรนด์ไหนดี รุ่นไหนเด่น เราคัดมาให้ท่านแล้ว!
เรียกได้ว่านับวันเทคโนโลยีบนสมาร์ทโฟนมีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว จะเห็นได้จากสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของแต่ละค่ายที่พกพาฟีเจอร์ระดับท็อปมาอย่างครบครัน ซึ่งหนึ่งในคุณสมบัติเด่นที่ถือเป็นจุดขายสำคัญของสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปหลายๆ รุ่นก็คือ หน้าจอขนาดใหญ่ พร้อมการแสดงผลความละเอียดสูง, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner), ระบบสแกนม่านตา (Iris Scanner), กล้องดิจิทัลตัวหลักด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) และการนำระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยในการประมวลผลด้านต่างๆ, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB ที่มากกว่าสมาร์ทโฟนที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วๆ ไป เพื่อช่วยให้สมาร์ทโฟนสามารถทำการประมวลผลต่างๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงความจุภายในตัวเครื่อง (ROM) ขนาดสูงถึง 256GB หรือ 512GB ซึ่งผู้ใช้จำนวนไม่น้อยก็ให้ความสำคัญกับคุณสมบัตินี้ พร้อมทั้งยกให้เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักสำหรับการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนด้วยเช่นเดียวกัน วันนี้ทางทีมงาน Thaimobilecenter จึงทำการรวบรวม สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ป้ายแดง ที่มาพร้อมหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูลต่างๆ มากกว่า 500GB สำหรับการใช้งานได้อย่างจุใจไม่ต้องกลัวที่เต็ม ซึ่งจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้างนั้น เชิญติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยค่ะ
Samsung Galaxy Note 9 (512GB+512GB)
Samsung Galaxy Note 9 สมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปจากตระกูล Galaxy Note พร้อมปากกา S-Pen เวอร์ชันอัปเกรดที่รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และมีลูกเล่นใหม่มากมาย รวมถึงกล้องคู่ (Dual Camera) ที่รองรับฟีเจอร์ Dual Aperture ในการปรับค่ารูรับแสงตามสภาพแวดล้อมระหว่าง F/1.5 กับ F/2.4 พร้อม Flaw Detection ในการตรวจสอบภาพที่ถ่ายว่ามีความเบลอ, ภาพย้อนแสง หรือมีคนในภาพหลับตาหรือไม่ โดยจับการกระพริบตาได้สูงสุง 3 คน และฟังก์ชัน Scene Optimization ที่สามารถแยกประเภทซีนได้กว่า 20 แบบ พร้อมปรับสีให้เหมาะสมกับซีน หรือวัตถุนั้นๆ สำหรับคุณสมบัติเด่นมีดังนี้
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Infinity Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+
- ชิปเซ็ตประมวลผล Exynos 9810
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB / 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB / 512GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง Super Speed Dual Pixel แบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (เลนส์ Wide+Telephoto) พร้อมไฟแฟลช LED, ฟีเจอร์ Live Photo, รองรับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Dual-OIS, เลือกค่ารูรับแสงของเลนส์ได้ 2 ระดับ F/1.5 และ F/2.4, ฟังก์ชัน Scene Optimization ที่สามารถแยกประเภทซีนได้กว่า 20 แบบ พร้อมปรับสีให้เหมาะสม รวมถึงฟังก์ชันบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง แต่ใช้พื้นที่น้อยลง (H.265) และ Super Slow Motion 960 fps พร้อม Auto Motion Detection นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Flaw Detection ในการตรวจสอบภาพที่ถ่ายว่ามีความเบลอ, ภาพย้อนแสง หรือมีคนในภาพหลับตาหรือไม่ โดยจับการกระพริบตาได้สูงสุง 3 คน
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.7
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว และ Wireless Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- เซ็นเซอร์สแกนม่านตา (Iris Scanner)
- คุณสมบัติการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
- ลำโพง Stereo แบบคู่จาก AKG และระบบเสียง Dolby Atmos
- Bixby Vision 2
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
*หมายเหตุ : ในประเทศไทยวางจำหน่ายเฉพาะรุ่น 6GB+128GB ราคา 33,900 บาท
สรุปข่าว และข้อมูลอัปเดตล่าสุดของ Samsung Galaxy Note 9
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy Note 9
รีวิว (Review) Samsung Galaxy Note 9
Samsung Galaxy S9+ (256GB+400GB)
Samsung Galaxy S9+ เรือธงตระกูล Galaxy S Series ที่มาพร้อมการดีไซน์จอไร้ขอบแบบ Infinity Display บนตัวเครื่อง Metal-Glass และอัปเกรดฟีเจอร์ภายในขึ้นหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Bixby Vision 2 ที่ปรับปรุงให้ดีขึ้น พร้อมฟีเจอร์ AR Emoji ในการสร้าง Avatar แบบ 3 มิติจากใบหน้า รวมถึงกล้องคู่ (Dual Camera) ที่รองรับ Dual-OIS และฟีเจอร์ Live Photo ซึ่งมีคุรสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 158.1x73.8x8.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 189 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 6.2 นิ้ว ไร้ขอบแบบ Infinity Display ความละเอียดระดับ WQHD+
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core 64-bit Exynos 9810
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB, 128GB และ 256GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 400GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง Super Speed Dual Pixel แบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (เลนส์ Wide+Telephoto) พร้อมไฟแฟลช LED, ฟีเจอร์ Live Photo, รองรับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Dual-OIS, เลือกค่ารูรับแสงของเลนส์ได้ 2 ระดับ F/1.5 และ F/2.4 รวมถึงฟังก์ชันบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง แต่ใช้พื้นที่น้อยลง (H.265) และ Super Slow Motion 960 fps พร้อม Auto Motion Detection
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.7
- แบตเตอรี่ความจุ 3500 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว และ Wireless Charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- เซ็นเซอร์สแกนม่านตา (Iris Scanner)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE (Gigabit LTE Cat.18 รองรับความเร็วเครือข่ายสูงสุด 1.2 Gbps)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- ลำโพง Stereo แบบคู่จาก AKG และระบบเสียง Dolby Atmos
- รองรับบริการ Samsung Pay
- คุณสมบัติการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
- Bixby Vision 2
- ราคา 37,900 บาท
สรุปข่าว และข้อมูลอัปเดตล่าสุดของ Samsung Galaxy S9+
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy S9+
รีวิว (Review) Samsung Galaxy S9+
OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition (512GB)
OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition เรือธงรุ่นพิเศษจากความร่วมมือกับแบรนด์ซูเปอร์คาร์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Lamborghini โดยมาพร้อมกับการดีไซน์ตัวเครื่องที่ด้านหลังเป็นกระจกสีดำตัดกับสีเทาเข้ม ผสานลวดลายคล้ายคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมประทับตรา Lamborghini ไว้อย่างชัดเจน และมีความจุที่มากถึง 512GB รวมถึงได้ใช้งานเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ SuperVOOC เป็นรุ่นแรก สำหรับคุณสมับติตัวเครื่องในเบื้องต้นมีดังนี้
- หน้าจอแสดงผล Panoramic Arc Screen ขนาด 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) โดยมี Screen-to-Body ที่ 93.8%
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 845 ที่มีความเร็ว 2.8 GHz
- หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก (GPU) Adreno 630
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (AI-enhanced Dual-Camera) ดีไซน์สไลด์ (3D Stealth Cameras) ความละเอียด 16+20 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0, รองรับโหมดการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ (AI Portrait), ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS (Optical Image Stabilization), ระบบการโฟัสภาพแบบ PDAF และฟังก์ชัน 3D Portrait Lighting
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าดีไซน์สไลด์ (Stealth Cameras) ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี AI-enhanced 3D Camera และมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 3730 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว VOOC Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย ColorOS 5.1
- ระบบสแกนใบหน้า 3 มิติ (3D Face Recognition)
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
- ราคา 49,990 บาท
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ OPPO Find X
รีวิว (Review) OPPO Find X
Sony Xperia XZ3 (64GB+512GB)
Sony Xperia XZ3 เรือธงรุ่นล่าสุด พร้อมกับการปรับดีไซน์ให้มีความเพรียวบางมากขึ้น และอัปหน้าจอให้ใหญ่เป็น 6.0 นิ้ว รวมถึงเปลี่ยนมาใช้งานหน้าจอแบบ OLED ซึ่งตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 845 จับคู่กับ RAM 4GB บนระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดอย่าง Android 9.0 Pie ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ มีดังนี้
- หน้าจอแสดงผลแบบ OLED ขนาด 6.0 นิ้ว ความะลเอียด 2880x1440 พิกเซล (Full HD+) อัตราส่วนในการแสดงผลแบบ 18:9 ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 พร้อมเทคโนโลยี HDR Display, TRILUMINOS และ X-Reality
- ชิปเซ็ตประมวลผล (CPU) แบบ Qualcomm Snapdragon 845 Octa-Core Processor
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 630
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS ความจุ 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยีป้องกันภาพสั่นไหวแบบ SteadyShot และโหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh)
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบ Motion Eye ความละเอียด 19 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยีโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Predictive Hybrid Autofocus, เทคโนโลยี Triple Image-Sensing, รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Super Slow Motion ที่ความละเอียดระดับ 960fps และรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K HDR
- คุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP65/68
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
- เทคโนโลยี Dynamic Vibration System
- ลำโพงหน้าคู่แบบ Stereo Speaker พร้อมระบบเสียงแบบ S-Force Front Surround
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด
- แบตเตอรี่ความจุ 3330 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว และการชาร์จแบบไร้สาย
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie
สรุปข่าว และข้อมูลอัปเดตล่าสุดของ Sony Xperia XZ3
Asus ZenFone 5Z (256GB+2TB)
Asus ZenFone 5Z มาพร้อมการดีไซน์โฉมใหม่ ด้วยหน้าจอไร้ขอบแบบ Full Screen พร้อมรอยบากที่ด้านบน สำหรับติดตั้งลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ต่างๆ รวมถึงกล้องคู่ (Dual Camera) ในแนวตั้งที่ด้านหลัง และมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยประมวลผลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ หรือการจัดการตัวเครื่อง และยังรองรับระบบเสียงคุณภาพสูงแบบ Hi-Res อีกด้วย ซึ่งมีฟีเจอรืที่น่าสนใจดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 153x75.65x7.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 165 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super IPS+ ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2246 พิกเซล) โดยคิดเป็นพื้นที่การแสดงผล 90% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 630
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB และ 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB และ 256GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 2TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) โดยแบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักขนาด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX363 ขนาด 1/2.55 นิ้ว, โครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์, พิกเซลขนาด 1.4 ไมครอน, มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด F1.8, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 4 แกน (4-axis OIS และ EIS) พร้อมระบบ AI Photo Learning และการโฟกัสภาพแบบ Dual-Pixel PDAF ส่วนกล้องตัวที่สองเป็นแบบเลนส์มุมมองกว้าง (Wide-Angle Camera) 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K Ultra HD และฟังก์ชัน AI Scene Detection ที่สามารถแยกวัตถุได้ถึง 16 ประเภท
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมมุมกว้าง 84 องศา โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 3300 mAh พร้อมเทคโนโลยี Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย ASUS ZenUI 5
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับการทำอีโมจิแบบเคลื่อนไหวตามใบหน้าของผู้ใช้งาน ZENIMOJI
- ลำโพงคู่ Dual Speaker พร้อมระบบ Dual NXP Smart Amp
- รองรับระบบเสียงแบบ Hi-Res และ DTS (Digital Theater System)
- ไมโครโฟน 2 ตัว พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ASUS Noise Reduction Technology
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Hybrid Slot)
- รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE Cat13
- ราคา 19,990 บาท
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ Asus ZenFone 5Z
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Asus ZenFone 5Z
HTC U12+ (128GB+2TB)
HTC U12+ เรือธงรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกล้องถึง 4 ตัวในเครื่องเดียว พร้อมจอไร้ขอบขนาดใหญ่ 6 นิ้ว บนตัวเครื่องกระจกที่สามารถสะท้อนเล่นกับแสงได้อย่างเงางาม พร้อมคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 โดยมีคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นดังต่อไปนี้
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super LCD6 ขนาด 6.0 นิ้ว ความละเอียด 2880x1440 พิกเซล (Quad HD+) สัดส่วนในการแสดงผลแบบ 18:9 รองรับการแสดงขอบเขตสีแบบ sRGB, DCI-P3 และรองรับการแสดงผลแบบ HDR10 พร้อมครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 3
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845 ความเร็วในการประมวลผล 2.8GHz
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 64GB / 128GB พร้อมรองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card สูงสุดที่ขนาด 2TB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 8 + 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0 เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน พร้อมเลนส์มุมกว้าง 84 องศา
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) โดยแบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักแบบ UltraPixel 4 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/1.75 พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual Pixel และกล้องตัวรองแบบ Telephoto ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกวาง f/2.6 พร้อมรองรับระบบซูมภาพ 2 เท่าแบบ Optical Zoom 2x และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (ใช้เป็นช่องเสียบหูฟังในตัว)
- รองรับเารเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE, Bluetooth 5.0
- ระบบเสียงแบบ BoomSound
- เทคโนโลยี Edge Sense 2.0 สำหรับบีบเพื่อสั่งการตัวเครื่อง
- ตัวเครื่องคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 สามารถกันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร เป็นเวลานานสุด 30 นาที
- แบตเตอรี่ความจุ 3500mAh
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย HTC Sense
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ HTC U12+
LG V35 ThinQ (128GB+2TB)
LG V35 ThinQ เรือธงดีไซน์หน้าจอไร้ขอบแบบ FullVision Display ที่อัปเกรดด้วยกล้องถ่ายภาพแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 16+16 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับเทคโนโลยี AI CAM และสามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอในโหมด Portrait ได้ทั้งกล้องหน้า-กล้องหน้า รวมถึงฟีเจอร์ Super Bright ที่ช่วยในการถ่ายภาพสภาวะที่มีแสงน้อยได้คมชัดมากขึ้น และมีคุณสมบัติที่น่าสนใจดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 151.7x75.4x7.3 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 157 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ OLED ไร้ขอบขนาด 6.0 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี FullVision Display ในอัตราส่วน 18:9 ความละเอียดระดับ QHD+ (1440x2880 พิกเซล : 538 ppi) พร้อมครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 630
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 128GB (V35+ ThinQ) พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 2TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.6 และกล้องตัวที่สองความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้าง และมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 พร้อมกับไฟแฟลช Dual-Tone LED
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง 80 องศา โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9
- แบตเตอรี่ความจุ 3300 mAh พร้อมรองรับ Quick Charge 3.0 และเทคโนโลยีชาร์จไร้สาย Wireless Charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รองรับคุณสมบัติการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
- รองรับบริการ LG Pay
- รองรับระบบเสียง Hi-Fi Audio Quad DAC
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ LG V35 ThinQ
LG G7 ThinQ (128GB+2TB)
LG G7 ThinQ มีการดีไซน์จอไร้ขอบ FullVision Display โฉมใหม่ ที่สามารถเลือกแสดง หรือปิดรอยบากที่ด้านบนได้ รวมถึงปรับดีไซน์กล้องคู่ (Dual-Camera) ที่ด้านหลังเป็นแบบแนวตั้ง บนตัวเครื่องกระจก (Glass Body) และอัปเกรดกล้องด้วยการนำเทคโนโลยี AI CAM เข้ามาช่วยประมวลผล รวมถึงรองรับระบบเสียง DTS:X 3D Surround เป็นรุ่นแรก ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 153.2x71.9x7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 162 กรัม
- หน้าจอแสดงผล FullVision Display ขนาด 6.1 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ QHD+ (1440x3120 พิกเซล) พร้อมฟีเจอร์ Super Bright ที่เพิ่มความสว่างได้สูงถึง 1000 nits
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 630
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB และ 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 2TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX351 ไฟแฟลช LED โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9+F/1.6
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9
- แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Quick Charge 3.0
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- คุณสมบัติป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รองรับบริการ LG Pay
- ระบบเสียง Hi-Fi Quad DAC และ DTS:X 3D Surround
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ LG G7 ThinQ
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่พร้อมความจุกว่า 500GB ที่ทางทีมงานได้คัดสรรมาให้ได้ชมกัน จะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่นจากแต่ละแบรนด์มีฟีเจอร์เด่น และจุดขายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งนอกเหนือไปจากพื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลแล้ว ผู้ใช้ก็ยังให้ความสำคัญกับคุณสมบัติการทำงานในด้านอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ความละเอียดของหน้าจอ, ชิปเซ็ตประมวลผล, ขนาดหน่วยความจำแรม (RAM), กล้องถ่ายภาพ, ความจุแบตเตอรี่ และเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เองว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นในด้านใดมากที่สุด ซึ่งหากว่าได้ทำการทดลองใช้งานในเบื้องต้นแล้วเกิดความพึงพอใจ ทั้งในด้านการทำงาน, การดีไซน์ และราคา ก็ถือได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นควรค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 12/9/2561










