หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 12/02/2562

แนะนำเรือธงตัวท็อปรุ่นล่าสุด ในราคาไม่เกิน 20,000 บาท พร้อมฟีเจอร์ไฮเอนด์จัดเต็ม บนดีไซน์ระดับพรีเมียม แบรนด์ไหนดี รุ่นไหนเด่น เราคัดมาให้ท่านแล้ว!

 

เรียกได้ว่าในแต่ละปีแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำต่างก็ส่งเรือธงรุ่นเด่นประจำปีออกมาประชันกันอย่างดุเดือด ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละรุ่นมาพร้อมฟีเจอร์ และคุณสมบัติเด่นระดับไฮเอนด์แบบจัดเต็มแบบไม่มีใครยอมใคร พร้อมกับการดีไซน์แบบหรูหราที่เข้ากับยุคสมัย และปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารุ่นท็อปที่สุดจะมีราคาวางจำหน่ายที่ค่อนข้างสูง ในวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter จึงทำการรวบรวมสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ ที่มีราคาไม่เกิน 20,000 บาท เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ต้องการสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ และมีงบประมาณจำกัด ซึ่งจะมีสมาร์ทโฟนรุ่นเด่น จากแบรนด์ใดที่ตรงใจ และโดนใจท่านผู้อ่านบ้างนั้น ติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยค่ะ
 

Huawei nova 4 ราคา 16,990 บาท

Huawei nova 4 สมาร์ทโฟนดีไซน์ Punch Display รุ่นแรกในประเทศไทย กับจอไร้ขอบทั้ง 4 ด้านที่เจาะรูกล้องหน้าบนจอ บนตัวเครื่องไล่เฉดสีใหม่ล่าสุด พร้อมคุณสมบัติตัวเครื่องระดับไฮเอนด์ครบครัน ดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 157x75.1x7.77 มิลลิมเตร และมีน้ำหนัก 172 กรัม
- หน้าจอแสดงผล LTPS Punch Display ขนาด 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.25:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2310 พิกเซล : 398 ppi)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Kirin 970 ที่มีความเร็ว 2.36 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72
- เทคโนโลยี GPU Turbo 2.0
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB 
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียด 20 + 16 + 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง F/1.8 + F/2.2 + F/2.4 พร้อมเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide และฟังก์ชัน Master AI ซึ่งบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K Ultra HD
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า AI Selfie Superstar ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง F/2.0 พร้อม HDR Pro และฟังก์ชัน Master AI
- แบตเตอรี่ความจุ 3750 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 18W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie พร้อมครอบทับด้วย EMUI 9.0 
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual SIM)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 4.2  
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Huawei nova 4

 

Huawei P20 ราคา 17,990 บาท

Huawei P20 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นมาตรฐานล่าสุดจากซีรีส์ P ของค่าย Huawei ที่มีการดีไซน์โฉมใหม่ด้วยจอไร้ขอบพร้อมรอยบากที่ด้านบน และมีตัวเครื่องแบบ Metal-Glass โดยมีกระจกครอบทับที่ด้านหลัง และมีกรอบโลหะที่ด้านข้าง ที่เหมือนกับเรือธงรุ่นพี่จากตระกูล Mate Series และมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 149.1x70.8x7.65 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 165 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2240x1080 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Huawei Kirin 970 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.36GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 MP12
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 20+12 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8+F/1.6 พร้อมฟีเจอร์ Super Slow Motion 960fps และเทคโนโลยี Huawei AIS (AI Image Stabilization) 
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่าย LTE
- แบตเตอรี่ความจุ 3400 mAh รองรับระบบ SuperCharge
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 8.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ฟีเจอร์ปลดล็อกตัวเครื่องด้วยใบหน้า
- คุณสมบัติป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นมาตรฐาน IP53
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.2 และ NFC

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Huawei P20

 

Honor V20 (ยังไม่ประกาศราคา)

Honor V20 มาในดีไซน์ใหม่หมดจดด้วยจอไร้ขอบทั้ง 4 ด้าน พร้อมฝังกล้องหน้าไว้บนจอ ส่วนที่ด้านหลังครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 3D Glass ที่มีลวดลายตัว V เมื่อกระทบกับแสงในมุมต่างๆ พร้อมติดตั้งกล้องความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซลเป็นรุ่นแรกของค่าย และมีเลนส์แบบ TOF 3D Camera สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้น และการสแกนวัตถุแบบ 3 มิติ นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนด้วยชิปตัวแรงอย่าง Kirin 980 พร้อมระบบระบายความร้อนแบบ Nine Liquid Cooling System อีกด้วย สำหรับคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นมีดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 156.9x75.4x8.1 มิลลิมเตร และมีน้ำหนัก 180 กรัม
- หน้าจอแสดงผลขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2310 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Kirin 980 ที่มีความเร็ว 2.6 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G76
- เทคโนโลยี GPU Turbo 2.0
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB / 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB / 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 มีขนาดรูรับแสง F/1.8 และรองรับ AI HDR พร้อมเลนส์ TOF 3D Camera สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้น และการสแกนวัตถุแบบ 3 มิติ 
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง F/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Super-Fast Charge 4.5V/5A
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie พร้อมครอบทับด้วย Magic UI 2.0.1 (ประเทศจีน) / EMUI 9.0 (Global)
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual SIM)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับระบบ Dual GPS L1+L5 ได้แก่ AGPS / Glonass / Beidou / Galileo / QZSS 
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

*หมายเหตุ : ทาง Honor ประเทศไทยบอกใบ้ว่าราคาอยู่ในช่วงไม่เกิน 18,000 บาท

 

 

OnePlus 6T ราคาเริ่มต้น 18,999 บาท

OnePlus 6T สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปเจ้าของฉายานักฆ่าเรือธงจากค่าย OnePlus ที่มาพร้อมการดีไซน์โฉมใหม่หมดจด และอัปเกรดฟีเจอร์ภายในหลายด้าน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 157.5x74.8x8.2 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 185 กรัม
- หน้าจอแสดงผลขนาด 6.41 นิ้ว แบบ Optic AMOLED display ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2280 พิกเซล) พร้อมครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6 ขอบโค้งแบบ 2.5D
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 845 AIE
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 630
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB 
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB (ไม่รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card)
- กล้องดิจิทัลคู่ด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 16+20 ล้านพิกเซล (เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX519 + Sony IMX376K) พร้อมไฟแฟลช Dual-LED โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.7, ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF, ระบบป้องกันภาพสั่น OIS + EIS, ฟังก์ชัน AI Scene Detection, Portrait Mode, Studio Lighting และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ 4K ที่ 30/60 fps พร้อมโหมด Slow Motion ที่ 240 fps
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX371 พร้อม Screen Flash โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0 พิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รองรับ Portrait Mode และ Studio Lighting
- แบตเตอรี่ขนาด 3700 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Fast Charging (ไม่รองรับการชาร์จไร้สาย)
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย OxygenOS
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-display Fingerprint Sensor)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock) 
- ระบบเสียง Dirac HD Sound และ Dirac Power Sound
- รองรับการเชื่อมต่อ 2x2 MIMO, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, 2.4G/5G, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 18,999 บาท
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 20,999 บาท
- รุ่น 8GB+256GB ราคา 22,999 บาท
- รุ่น McLaren Edition 10GB+256GB ราคา 25,999 บาท

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ OnePlus 6T 6GB+128GB
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ OnePlus 6T 8GB+128GB
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ OnePlus 6T 8GB+256GB
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ OnePlus 6T McLaren Edition 10GB+256GB

 

Asus ZenFone 5Z ราคาเริ่มต้น 15,990 บาท

Asus ZenFone 5Z มาพร้อมการดีไซน์โฉมใหม่ ด้วยหน้าจอไร้ขอบแบบ Full Screen พร้อมรอยบากที่ด้านบน สำหรับติดตั้งลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ต่างๆ รวมถึงกล้องคู่ (Dual Camera) ในแนวตั้งที่ด้านหลัง และมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยประมวลผลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ หรือการจัดการตัวเครื่อง และยังรองรับระบบเสียงคุณภาพสูงแบบ Hi-Res อีกด้วย ซึ่งมีฟีเจอรืที่น่าสนใจดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 153x75.65x7.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 165 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super IPS+ ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2246 พิกเซล) โดยคิดเป็นพื้นที่การแสดงผล 90% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 630
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB และ 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB และ 256GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 2TB 
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) โดยแบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักขนาด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX363 ขนาด 1/2.55 นิ้ว, โครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์, พิกเซลขนาด 1.4 ไมครอน, มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด F1.8, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 4 แกน (4-axis OIS และ EIS) พร้อมระบบ AI Photo Learning และการโฟกัสภาพแบบ Dual-Pixel PDAF ส่วนกล้องตัวที่สองเป็นแบบเลนส์มุมมองกว้าง (Wide-Angle Camera) 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K Ultra HD และฟังก์ชัน AI Scene Detection ที่สามารถแยกวัตถุได้ถึง 16 ประเภท
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมมุมกว้าง 84 องศา โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 3300 mAh พร้อมเทคโนโลยี Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย ASUS ZenUI 5
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับการทำอีโมจิแบบเคลื่อนไหวตามใบหน้าของผู้ใช้งาน ZENIMOJI
- ลำโพงคู่ Dual Speaker พร้อมระบบ Dual NXP Smart Amp
- รองรับระบบเสียงแบบ Hi-Res และ DTS (Digital Theater System)
- ไมโครโฟน 2 ตัว พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ASUS Noise Reduction Technology
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Hybrid Slot)
- รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE Cat13
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 15,990 บาท
- รุ่น 8GB+256GB ราคา 19,990 บาท

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Asus ZenFone 5Z

 

 

 

Xiaomi Mi Mix 3 ราคา 18,999 บาท

Xiaomi Mi Mix 3 เรือธงจอไร้ขอบรุ่นล่าสุดของตระกูล Mi Mix Series กับการปรับโฉมใหม่ที่ไม่มีกล้องหน้าที่ด้านล่างแล้ว พร้อมแทนด้วยระบบกล้องสไลด์แบบ Magnetic Slider ซึ่งเป็นการนำเอาแม่เหล็ก Neodynium มาติดตั้งไว้ภายในตัวเครื่องเพื่อช่วยในการสไลด์นั่นเอง โดยกล้องหน้าอัปเกรดมาเป็นแบบคู่ (Dual Camera) รวมถึงฟีเจอร์ในด้านอื่นๆ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

- หน้าจอแสดงผล AMOLED แบบ Full Screen Display ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด 2340x1080 พิกเซล (Full HD+) อัตราส่วนในการแสดงผลแบบ 19.5:9, รองรับการแสดงสีสันตามฐาน NTSC ครอบคลุม 103.8%, ค่า Contrast Ratio ที่ 60000:1, ค่าความสว่างสูงสุด 600nits พร้อมโหมด Always-On Display สำหรับแสดงข้อความการแจ้งเตือนขณะหน้าจอดับ
- ชิปเซ็ตประมวลผล (CPU) แบบ Qualcomm Snapdragon 845 AIE Octa-Core Processor ความเร็ว 2.8GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 630
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4x ขนาด 6GB 
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 2.1 ความจุ 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 24 + 2 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Super Pixel และไฟแฟลชแบบ CRI Selfie Light สำหรับช่วยถ่ายภาพเซลฟี่ในสภาวะแสงน้อย
- กล้องดิจิจัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 12 + 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX363 และ Samsung S5K3M3+ รูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/1.8 พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 4-axis OIS, เทคโนโลยี AI สำหรับช่วยถ่ายภาพ และรองรับการถ่ายวิดีโอ Slow-Motion ที่ระดับ 960fps
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด
- รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac Dual Band และ Bluetooth 5.0
- รองรับเทคโนโลยี Full Netcom 5.0
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- แบตเตอรี่ความจุ 3200mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Quick Charge 4.0+ และการชาร์จแบบไร้สาย 10W Qi Wireless Charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย MIUI 10

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Xiaomi Mi Mix 3

 

Xiaomi Mi 8 Pro ราคา 19,990 บาท

Xiaomi Mi 8 Pro เด่นด้วยดีไซน์หน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบ พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอแบบ Pressure-Sensitive In-Display Fingerprint Sensor และรองรับระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าแบบ Infrared ทำให้สามารถปลดล็อกได้แม้ในที่แสงน้อย ด้านงานออกแบบตัวเครื่อง มาพร้อมกับบอดี้แบบโปร่งใสที่เผยให้เห็นลวดลายของชิ้นส่วนต่างๆ ที่อยู่ภายในตัวเครื่อง ส่วนสเปกภายในจัดเต็มรอบด้านดังนี้

- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED แบบ Full Screen ขนาด 6.21 นิ้ว ความละเอียด 2248x1080 พิกเซล (Full HD+) พร้อม- ฟังก์ชัน Always-On Display
- ชิปเซ็ตประมวลผล (CPU) แบบ Qualcomm Snapdragon 845 Octa-Core Processor
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 12+12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.8+f/2.4 พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual Pixel PDAF, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS (Optical Image Stabilization), โหมดถ่ายภาพแบบ AI Studio Lighting, AI Scene Detection และ AI Portrait
- ระบบสแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ (Pressure-Sensitive In-Display Fingerprint Sensor)
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าแบบ Infrared Face Recognition
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด
- รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE, Wi-Fi Dual Band และ Bluetooth 5.0
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- แบตเตอรี่ความจุ 3000mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Quick Charge 4+
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย MIUI 9

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Xiaomi Mi 8 Pro

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับเรือธงรุ่นล่าสุดจากแบรนด์ชั้นนำในราคาไม่เกิน 20,000 บาท ทางทีมงานได้คัดสรรมาให้ได้ชมกัน จะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่นจากแต่ละแบรนด์มีฟีเจอร์เด่น และจุดขายที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เองว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นในด้านใดมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ขนาด และความละเอียดของหน้าจอ, ชิปเซ็ตประมวลผล, หน่วยความจำแรม, ความจุภายใน, เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพ, ความจุแบตเตอรี่ และเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ รวมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ซึ่งหากว่าได้ทำการทดลองใช้งานในเบื้องต้นแล้วเกิดความพึงพอใจ ทั้งในด้านการทำงาน, การดีไซน์ และราคา ก็ถือได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นควรค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 12/02/2562

 แสดงความคิดเห็นที่นี่
ข่าวมือถือ บทความมือถือ ที่เกี่ยวข้อง