หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 6/03/2562

สรุปจุดเด่น Huawei Mate 20 Series สมาร์ทโฟนเรือธงพร้อมกล้อง Leica รุ่นเด่น ที่ยังคงน่าสนใจในปี 2019!

 

แม้ว่าภายในปี 2019 ที่ผ่านมา จะมีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เปิดตัวกันให้เห็นอย่างหลากหลาย แต่หากพูดถึงสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และยังมีความน่าสนใจในปีนี้ ก็คงต้องมีชื่อของ Huawei Mate 20 Series สมาร์ทโฟนเรือธงระดับพรีเมียมที่ประกอบไปด้วย Mate 20, Mate 20 Pro และ Mate 20 X ติดอยู่ในรายชื่ออย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่ทาง Huawei ได้นำนวัตกรรมต่างๆ ที่เคยมีอยู่บนสมาร์ทโฟนรุ่นก่อน มาพัฒนาต่อยอดให้มีความก้าวล้ำมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบ, ประสิทธิภาพการทำงาน รวมไปถึงกล้องถ่ายภาพ อีกทั้ง ในงาน Mobile World Congress ประจำปี 2019 ที่เพิ่งปิดฉากไป Huawei Mate 20 Pro ก็ยังได้รับรางวัล "สมาร์ทโฟนยอดเยี่ยม" (Best Smartphone) จากผู้จัดงานอย่าง GSMA ด้วย ซึ่งเป็นเครื่องการันตีความโดดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

ในวันนี้ทางทีมงาน Thaimobilecenter จึงได้รวบรวมจุดเด่นของ Huawei Mate 20 Series มาให้ทุกท่านได้รับชมเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีฟีเจอร์อะไรที่โดดเด่น และน่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลยครับ

 

กล้องหลัง Leica 3 ตัว พร้อมคะแนนทดสอบจาก DxOMark สูงสุดที่ในโลก!

สำหรับ Huawei Mate 20 Series มาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัวที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์กล้องชั้นนำระดับโลกอย่าง Leica โดยในรุ่นท็อป Huawei Mate 20 Pro ได้รับคะแนนทดสอบจากองค์กรด้านการทดสอบกล้อง และเซ็นเซอร์ชั้นนำระดับโลกอย่าง DxOMark ที่ 109 คะแนน ซึ่งนับว่าเป็นคะแนนที่สูงที่สุดในโลก ณ ชั่วโมงนี้

 

สำหรับกล้องหลัง 3 ตัวของ Huawei Mate 20 Series มีการยกเครื่องใหม่ทั้งหมด โดยปรับไปใช้เซ็ตอัพกล้องที่ประกอบไปด้วย กล้องตัวหลักเลนส์ RGB ความละเอียดสูงสุด 40 ล้านพิกเซล (เฉพาะรุ่น Mate 20 Pro และ Mate 20 X) สำหรับเก็บภาพในทุกสถานการณ์, กล้องเลนส์ซูมเลนส์ Telephoto สำหรับการถ่ายภาพระยะไกลให้มีความคมชัด และกล้องตัวใหม่เลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide Angle ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ด้านหน้าได้อย่างครบถ้วนโดยไม่จำเป็นต้องถอยออกห่างมากนัก รวมทั้งกล้อง Ultra Wide Angle ของ Huawei Mate 20 Series ยังมีความสามารถในการถ่ายภาพมาโครที่โฟกัสภาพได้ใกล้สุดถึง 2.5 เซ็นติเมตร

 

นอกจากนี้ กล้องหลังของ Huawei Mate 20 Series ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ช่วยให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ Master AI สำหรับนำปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาช่วยวิเคราะห์ฉาก และวัตถุที่อยู่ตรงหน้าผู้ถ่าย จากนั้นจะนำไปปรับแต่งการตั้งค่าของกล้อง รวมถึงปรับแต่งสีสันให้มีความเหมาะสมอัตโนมัติ ทำให้ภาพที่ออกมามีความสวยงามในชัตเตอร์เดียว โดย Master AI ของ Huawei Mate 20 Series มีความสามารถในการตรวจจับซีนได้มากกว่า 1,500 ซีน จากทั้งหมด 25 หมวดหมู่ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับระบบ Huawei AI Image Stabilization (AIS) สำหรับช่วยลดอาการสั่นไหวของภาพถ่ายด้วย AI ซึ่งมีส่วนช่วยสำคัญในการถ่ายภาพกลางคืนให้มีความคมชัดโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้อง

 

ชิปเซ็ตอัจฉริยะ Kirin 980 ระดับ 7 นาโนเมตรรุ่นแรกของโลก

Huawei Mate 20 Series ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Kirin 980 ตัวใหม่ล่าสุดที่ทาง Huawei ได้พัฒาขึ้นมา มีจุดเด่นด้านการผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 7 นาโนเมตรเป็นรุ่นแรกของโลก ส่งผลให้ตัวชิปเซ็ตประหยัดไฟมากกว่าเดิมราว 58% รวมทั้งยังมีประสิทธิภาพในการประมวลผลด้าน CPU สูงขึ้นถึง 75% นอกจากนี้ Kirin 980 ยังมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Mali-G76 เป็นรุ่นแรกของโลกด้วย ซึ่งมีประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงขึ้นกว่าชิปกราฟิกบน Kirin 970 ถึง 46% และประหยัดพลังงานถึง 178% ด้วยกัน

 

นอกเหนือจากความเร็วแรงแล้ว Kirin 980 ยังมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลแยกในชื่อ Dual-NPU ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลงานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบคู่ สามารถจดจำภาพต่างๆ ได้มากถึง 4,500 รูปต่อ 1 วินาที ซึ่งถือว่าดีกว่าชิปรุ่นก่อนอย่าง Kirin 970 ถึง 120% โดย Dual-NPU จะมีส่วนช่วยสำคัญในการทำงานของ Huawei Mate 20 Series ที่มีการนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์การทำงานด้านต่างๆ อย่างเช่น การวิเคราะห์ฉาก และวัตถุในภาพถ่าย รวมไปถึงการแปลภาษา และการจัดการพลังงานภายในตัวเครื่อง

 

สแกนนิ้วใต้หน้าจอ ผสานสแกนใบหน้า 3 มิติ

ในรุ่น Huawei Mate 20 Pro มีการติดตั้งระบบยืนยันตัวตนแบบ Biometric มาให้ทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่ ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ In-Screen Fingerprint ที่มีเทคโนโลยี Dynamic Pressure Sensing สำหรับแยกแยะแรงสำหรับในการวางนิ้วเพื่อปลดล็อก 10 ระดับ โดยจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถปลดล็อกได้เร็วขึ้นกว่าระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอรุ่นก่อนราว 30%

 

ส่วนแบบที่สองคือ ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าแบบ 3 มิติ (3D Face Unlock) ผ่านการทำงานของระบบกล้องหน้าแบบ 3D Depth Sensing ซึ่งประกอบไปด้วยกล้อง และเซ็นเซอร์ต่างๆ ได้แก่ กล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0, Dot Projector, Flood Illuminator, Proximity Sensor, Ambient Light Sensor และ IR Camera โดยเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่กล่าวมานั้น จะถูกนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ (3D Face Unlock) ที่สามารถตรวจสอบใบหน้าผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำผ่านการยิงลำโพงลงบนใบหน้าผู้ใช้งานกว่า 30,000 จุด นอกจากนี้ ด้วยการที่มาพร้อมกับ IR Camera ในตัว จะช่วยให้สามารถปลดล็อกด้วยใบหน้าในสภาวะแสงน้อย หรือตอนกลางคืนได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

 

ระบบระบายความร้อนแบบ Huawei Supercool รุ่นแรก

ในรุ่น Huawei Mate 20 X ทาง Huawei ได้มีการติดตั้งระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวหลายมิติในชื่อ Huawei Supercool โดยจะประกอบไปด้วย Vapour Chamber และ Graphene Film ช่วยถ่ายเทความร้อนออกจากตัวเครื่องได้รวดเร็วกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่ใช้ระบบระบายความร้อน Vapour Chamber หรือแผ่น Graphene Film เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าแม้ตัวเครื่องจะประมวลผลหนัก หรือเล่นเกมที่มีการประมวลผลกราฟิก และซีพียูในระดับสูง ก็ยังสามารถทำงานได้อย่างลื่นไหลเช่นเดิม
 

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่จุใจ พร้อมระบบชาร์จไวสูงสุด 40W

แบตเตอรี่ถือเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์สำคัญของสมาร์ทโฟนยุคปัจจุบัน ซึ่งในรุ่น Huawei Mate 20 Series ก็มีการติดตั้งแบตเตอรี่มาให้เพียงพอต่อการใช้งานตลอดวัน ด้วยความจุเริ่มต้นที่ 4000mAh ส่วนรุ่น Mate 20 ส่วนในรุ่น Huawei Mate 20 X มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5000mAh ในขณะที่ Huawei Mate 20 Pro มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4200mAh 

นอกจากนี้ Huawei Mate 20 Series ยังมาพร้อมระบบชาร์จไวแบบ Huawei Super Charge ที่จ่ายไฟด้วยกำลังไฟสูงสุด 22.5 วัตต์ ส่วนในรุ่นท็อปอย่าง Huawei Mate 20 Pro นั้น ก็มาพร้อมกับระบบชาร์จไวแบบใหม่ในชื่อ Huawei Super Charge 40W ที่มีกำลังจ่ายไฟสูงสุดถึง 40 วัตต์ โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-70% ได้ในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น

 

Dual Frequency GPS ระบบจับสัญญาณสองคลื่นความถี่พร้อมกัน

ภายในชิปเซ็ต Kirin 980 ยังมีการติดตั้งระบบจับสัญญาณดาวเทียมแบบ Dual-Frequency GPS มาให้ด้วย โดยจะเป็นการจับคลื่น GPS ทั้งหมด 2 ความถี่พร้อมกัน ได้แก่ L1 ซึ่งเป็นคลื่นความที่ใช้บนสมาร์ทโฟนทั่วไปในปัจจุบัน และ L5 ซึ่งเป็นช่วงความถี่ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการเดินทาง ส่งผลให้ Huawei Mate 20 Series สามารถจับตำแหน่งได้แม่นยำกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปถึง 10 เท่า

 

ครั้งแรกของโลกกับ Reverse Wireless Charge

นอกเหนือจากขนาดของแบตเตอรี่ และความเร็วในการชาร์จแล้ว ในรุ่น Huawei Mate 20 Pro ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์พิเศษที่เรียกว่า Reverse Wirelss Charge สำหรับเปลี่ยน Huawei Mate 20 Pro ให้เป็นพาวเวอร์แบงค์สำหรับชาร์จไร้สายให้แก่สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่รองรับฟีเจอร์ไร้สาย รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ อย่างเช่น หูฟัง Huawei Freebuds 2 เป็นต้น

 

บอดี้กระจกสีสันไล่เฉดเป็นเอกลักษณ์ พร้อมคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่น

Huawei ถือเป็นแบรนด์ที่เริ่มนำเทคโนโลยีการเคลือบสีสันแบบไล่เฉดมาใช้งานกับสมาร์ทโฟนของตนเอง โดยเราจะเห็นได้จากรุ่น Huawei P20 ที่มาพร้อมกับสี Twilight ซึ่งเป็นการไล่เฉดจากสีม่วง ไปหาสีน้ำเงิน โดยในรุ่น Huawei Mate 20 Series ก็ยังคงความโดดเด่นด้านบอดี้ไล่เฉดด้วยตัวเลือกสีแบบ Twilight เช่นเดียวกัน พร้อมทั้งในรุ่น Mate 20 Pro ยังมีการเสริมคุณสมบัติป้องกันน้ำ และฝุ่นที่ระดับ IP68 มาให้ด้วย โดนสามารถกันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร เป็นเวลานาน 30 นาที

 

เปลี่ยนมือถือเป็น PC ขนาดย่อมโดยไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่อ

อีกหนึ่งความน่าสนใจของ Huawei Mate 20 Series คือฟีเจอร์ PC Mode ที่เปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้ทำงานอยู่ในโหมดเดสท็อปก์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สายเชื่อมต่อให้ยุ่งยาก เพียงแค่เชื่อมต่อ Huawei Mate 20 Series เข้ากับหน้าจอแสดงผลที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในเครือข่ายเดียวกัน หรือหากหน้าจอแสดงผลไม่รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ก็สามารถใช้สายเชื่อมต่อมือถือเข้ากับหน้าจอเพียงเส้นเดียวเท่านั้น

 

สำหรับประโยชน์ของ PC Mode จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ภายในตัวเครื่องได้อย่างเต็มตาบนหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ ตอบโจทย์งานทางด้านธุรกิจ และความบันเทิง เช่น การพรีเซนท์งานโดยเปิดจากไฟล์ที่อยู่ภายในสมาร์ทโฟน หรือการเปิดดูภาพยนต์จากแอปพลิเคชันต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ เมื่อใช้งาน PC Mode ผู้ใช้ยังสามารถเชื่อมต่อมือถือเข้ากับเมาส์ และคีย์บอร์ดแบบไร้สายได้อีกด้วย ทำให้การพิมพ์ข้อความ หรือการควบคุมต่างๆ มีความใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่า Huawei Mate 20 Series มีฟีเจอร์เด่นเฉพาะตัวที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันได้อย่างครอบคลุม สำหรับใครที่สนใจก็สามารถแวะเวียนไปทดลองใช้งานเบื้องต้น และจับจองเป็นเจ้าของ Huawei Mate 20 Series ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านได้นะครับ สำหรับราคาวางจำหน่าย Huawei Mate 20 Series ในปัจจุบัน มีรายละเอียดดังนี้

  • Huawei Mate 20 ราคา 24,990 บาท
  • Huawei Mate 20 X ราคา 28,990 บาท
  • Huawie Mate 20 Pro ราคา 29,990 บาท

*บทความนี้เป็น Advertorial

ข้อมูลเพิ่มเติม

 


วันที่ : 6/03/2562