ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม mobile review >> รีวิว (Review) Samsung Galaxy A8 Star ดาวดวงใหม่จอใหญ่ที่สุดในค่าย! พร้อมกล้องคู่ Tetra-Cell และแบตเตอรี่อึดจุใจ บนตัวเครื่อง Metal-Glass สวยพรีเมียมบางเฉียบ



 
TMC Point

  8.08

การออกแบบดีไซน์

  8.5

ใช้งานง่ายและสะดวก

  8.0

คุณสมบัติเครื่อง

  8.5

ฟังก์ชันการใช้งาน

8.5

เสถียรภาพและประสิทธิภาพ

  8.0

ความคุ้มค่าต่อราคา

  7.0

 
   

รีวิว (Review) Samsung Galaxy A8 Star

ดาวดวงใหม่จอใหญ่ที่สุดในค่าย! พร้อมกล้องคู่ Tetra-Cell, กล้องหน้าความละเอียดสูง 24 ล้านพิกเซล, ชิปเซ็ต Snapdragon 660, แบตเตอรี่ชาร์จเร็วสุดอึด 3700 mAh, สแกนใบหน้า+สแกนนิ้ว และระบบเสียง Dolby Atmos บนตัวเครื่อง Metal Glass ไร้กรอบไร้ปุ่มโฮมสวยพรีเมียมบางเฉียบ ในราคาที่ไม่เกินเอื้อม!

 

วันที่ : 12 กรกฎาคม 2561

ห่างหายไปกว่า 4 ปี กับการใช้คำว่า "Star" กับไลน์ผลิตภัณฑ์กลุ่มโทรศัพท์มือถือ และสมาร์ทโฟนของ Samsung ในที่สุดดาวเด่นก็กลับมาอีกครั้ง ในฐานะดาวดวงใหม่ที่ชื่อว่า Samsung Galaxy A8 Star ซึ่งคราวนี้เป็นการเสริมทัพสมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy A8 Series ให้แกร่งยิ่งขึ้น โดยก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคม 2018 ที่ผ่านมา ผู้ใช้งานในบ้านเรามีโอกาสได้สัมผัสกับ Galaxy A8 (2018) กับ Galaxy A8+ (2018) กันไปแล้ว ดังนั้นเดี่ยวเราจะพาทุกท่านไปติดตามพร้อมๆ กันว่า Galaxy A8 Star รุ่นนี้นั้นมีจุดขายที่แตกต่างจาก Galaxy A8 รุ่นก่อนหน้านี้อย่างไร

จุดขายสำคัญอันดับต้นๆ ของ Samsung Galaxy A8 Star ก็คือจอแสดงผลใหญ่ยักษ์, แบตเตอรี่เยอะจุใจ, กล้องคู่+กล้องหน้าความละเอียดสูง และตัวเครื่องที่ดูสวยพรีเมียมนั่นเอง โดยหน้าจอแสดงผลนั้นเป็นแบบ Super AMOLED Infinity Display ดีไซน์ไร้กรอบไร้ปุ่มโฮม ที่มีขนาดใหญ่มากถึง 6.3 นิ้ว เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน Samsung รุ่นปัจจุบัน เทียบเท่า Galaxy Note 8 เลยทีเดียว กับความละเอียดคมชัดที่ระดับ FHD+ บนอัตราส่วนสมัยใหม่แบบ 18.5:9 ถัดมาคือมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 3700 mAh พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Fast Charging ซึ่งความจุขนาดนี้สามารถใช้งานเต็มที่ทั้งวันได้แบบสบายๆ อย่างแน่นอน

ในด้านของกล้องคู่ (Dual Camera) ที่ด้านหลังนั้นนอกจากจะมีความละเอียดสูงระดับ 16+24 ล้านพิกเซล (f/1.7) แล้ว ก็ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Tetra-Cell ซึ่งช่วยให้สามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้คมชัดทุกสภาพแสงอีกต่างหาก ส่วนกล้องด้านหน้าก็มีความละเอียดมากถึง 24 ล้านพิกเซล ซึ่งถือว่าละเอียดคมชัดมากที่สุดในแบรนด์เช่นกัน เทียบเท่า Galaxy A6+ ที่เพิ่งวางจำหน่ายไปสดๆ ร้อนๆ ก่อนหน้านี้

ที่โดดเด่นอีกอย่างก็คือดีไซน์ภายนอกที่ดูสวยโดดเด่นสะดุดตา ด้วยการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียมแบบ Metal Glass ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างกรอบอะลูมิเนียมซีรีส์ 7003 เกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ กับกระจกหน้าจอ 2.5D Gorilla Glass 5 สุดแกร่ง และประกบด้วยกระจกอีกชิ้นที่ด้านหลังตัวเครื่อง (กระจกด้านหลังไม่ระบุชนิด)

 

นอกจากนี้ Galaxy A8 Star ก็เป็นสมาร์ทโฟนเพียงไม่กี่รุ่นของ Samsung ในบ้านเราที่เลือกใช้ชิปเซ็ตจาก Qualcomm นั่นคือชิปเซ็ตระดับกลางประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Snapdragon 660 ที่มีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 512 ฝังอยู่ภายใน พร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB, หน่วยความจำ ROM ขนาด 64 GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย Samsung Experience 9.0

ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ นั้นก็นับว่าครบเครื่องสดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบสแกนใบหน้า, เซ็นเซอร์สแกนนิ้ว, ปุ่มกด Bixby, เพิ่มการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD ได้สูงสุด 400 GB, รองรับการใช้งานสองซิมการ์ด, รองรับ NFC, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และฟีเจอร์ หรือลูกเล่นอีกมากมายใกล้เคียงกับรุ่นเรือธงเลยทีเดียว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ เมื่อเทียบกับราคาค่าตัวในบ้านเราที่ 17,990 บาท จะคุ้มค่าสมราคาแค่ไหน ขอเชิญทุกท่านไปติดตามกันต่อในรีวิวด้านล่างนี้ได้เลยครับ

 

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

รูปลักษณ์ภายนอกของ Samsung Galaxy A8 Star ดูรวมๆ แล้วออกจะคล้ายกับ Galaxy Note 8 อยู่มากเลยทีเดียว ด้วยทรงที่ค่อนข้างเหลี่ยม, จอไร้กรอบไร้ปุ่มโฮมแบบ Infinity Display ขนาดเท่ากันที่ 6.3 นิ้ว และมีขนาดที่ใหญ่เต็มไม้เต็มมือ โดยขนาดของ Galaxy A8 Star อยู่ที่ 162.4x77x7.6 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวที่ 191 กรัม ซึ่งหากเทียบกับ Galaxy Note 8 ก็มีน้ำหนักที่เบากว่าอยู่เล็กน้อย แต่ด้วยขอบด้านข้างหน้าจอที่หนากว่า ความกว้างของตัวเครื่องจึงมากกว่าอยู่ราว 2.2 มิลลิเมตร

 

แน่นอนว่าด้วยขนาดตัวเครื่อง กับหน้าจอที่ใหญ่เช่นนี้ สำหรับผู้ที่มีฝ่ามือเล็ก ก็อาจจะจับถือใช้งานไม่สะดวกคล่องตัวมากนัก โดยเฉพาะการที่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ กับปุ่มกดที่ด้านข้างของตัวเครื่อง ถูกวางตำแหน่งไว้ที่ด้านบน จึงทำให้การเอื้อมนิ้วไปสัมผัส หรือกด ก็ต้องใช้ความพยายามกันมากกว่าปกติสักหน่อย

 

Samsung Galaxy A8 Star เลือกใช้ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Metal Glass ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างกรอบโลหะอะลูมิเนียมซีรีส์ 7003 กับกระจกที่ประกบเข้าที่ด้านหน้า และด้านหลัง โดยในส่วนของกระจกหน้าจอนั้นเป็นกระจก Gorilla Glass 5 ส่วนกระจกที่ด้านหลังทาง Samsung ไม่ได้ระบุว่าเป็นกระจกชนิดใด ซึ่งด้วยพื้นผิวแบบกระจกนี้ เมื่อตัวเครื่องกระทบกับแสงในมุมต่างๆ ก็จะดูมีความสวยงามสะดุดตาเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือรอยนิ้วมือ, คราบมัน หรือคราบเปื้อนที่เกิดขึ้นได้ง่าย

 

หน้าจอแสดงผลของ Galaxy A8 Star เป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED Infinity Display ที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.3 นิ้ว ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน Samsung ขณะนี้ พร้อมอัตราส่วนแบบ 18.5:9 และความละเอียดคมชัดที่ระดับ FHD+ (2220x1080 พิกเซล : 392 ppi) โดยมีการปกป้องด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D ที่ช่วยให้การสัมผัสใช้งานลื่นไหลไม่สะดุดนิ้ว ส่วนขอบสีดำด้านข้างก็ยังเหลืออยู่เล็กน้อย

 

ที่ด้านบนของหน้าจอประกอบไปด้วยไฟ LED สำหรับแสดงสถานะการทำงาน ซึ่งถือเป็นจุดเล็กๆ ที่น่าสนใจ เพราะสมาร์ทโฟน A-Series น้อยรุ่นที่จะมีไฟ LED นี้ติดตั้งมาให้ ส่วนถัดมาก็จะเป็นกล้องดิจิทัลที่มีความละเอียดมากถึง 24 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.0 ซึ่งถือว่าเป็นกล้องหน้าที่มีความละเอียดมากที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน Samsung ขณะนี้ นอกนั้นก็จะเป็นเซ็นเซอร์ Proximity, เซ็นเซอร์ตรวจวัดแสง และลำโพงเสียงสำหรับการสนทนา

 

ที่ด้านหน้าส่วนล่างมีปุ่มโฮมแบบ On Screen แต่จะไม่มีระบบตรวจจับแรงกดเหมือนกับรุ่นเรือธงอย่าง Galaxy S8, Galaxy S9 หรือ Galaxy Note 8 ส่วนที่ด้านซ้าย และด้านขวาก็คือปุ่ม Recent Apps กับปุ่มย้อนกลับ

 

จอใหญ่สวยคมชัดขนาดนี้ เรียกได้ว่าเกิดมาเพื่อความบันเทิงอย่างแท้จริง ยิ่งโดยเฉพาะช่วงนี้มีฟุตบอลโลก การดูถ่ายทอดสดผ่านจอภาพของ Galaxy A8 Star นับว่าเป็นอะไรที่ได้อรรถรสมากเลยทีเดียว

 

แม้จะเป็นผู้ที่มีฝ่ามือใหญ่ แต่การใช้งานด้วยมือข้างเดียวก็ยังไม่คล่องตัวเท่าใดนัก เช่นการพิมพ์ข้อความด้วยคีย์บอร์ด การที่จะเอื้อมนิ้วไปยังตัวอักษรที่อยู่อีกด้านหนึ่งนั้นนับว่ายากเอาการ ดังนั้นก็อาจต้องอาศัยการเปิดโหมดใช้งานมือเดียว (One Hand Mode) หรือไม่ก็จับถือใช้งานด้วยมือสองข้างแทน

 

พลิกมาดูกันที่ด้านหลังตัวเครื่องกันบ้าง โดยจะเห็นว่าเมื่อเทียบกับ Galaxy A8 (2018), Galaxy S9 หรือ Galaxy Note 8 ตำแหน่งของกล้อง กับไฟแฟลช LED จะถูกย้ายมาไว้ที่ด้านมุมบนซ้ายแทน รวมถึงเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ถูกแยกห่างออกมาอย่างชัดเจน

 

ส่วนของกล้องคู่จะมีลักษณะที่นูนขึ้นมาพอสมควร ไม่แบนราบเหมือนกับอีกหลายๆ รุ่น จึงอาจดูไม่กลมกลืนกับตัวเครื่องมากนัก แต่การหาเคสมาใส่ก็จะช่วยแก้ไขในจุดนี้ได้

 

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสามารถสแกนได้รวดเร็วดีไม่มีปัญหา แต่ติดตรงที่ตำแหน่งของมันเองที่อยู่สูงไปสักหน่อย ดังนั้นเราอาจต้องปรับวิธีจับตัวเครื่องมาจับที่บริเวณส่วนกลางของเครื่องแทนก็จะช่วยได้

 

ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 7.6 มิลลิเมตร

 

ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องประกอบไปด้วยปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง และที่น่าสนใจก็คือมีปุ่ม Bixby มาให้ด้วย เช่นหากจะกดเปิดหน้า Bixby Home ก็กดปุ่มนี้ 1 ครั้งได้ทันที หรือหากต้องการคุยกับ Bixby ด้วยเสียง (Bixby Voice) ก็ให้กดปุ่มนี้ค้างเอาไว้ แต่สำหรับ Bixby Voice ขณะนี้รองรับแค่ภาษาอังกฤษ, เกาหลี และจีนกลาง ส่วนภาษาไทยคงต้องรอไปก่อน

 

ที่ด้านขวาของตัวเครื่องประกอบไปด้วยถาดซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot กับปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอ

 

ถาดแบบ Hybrid Slot รองรับซิมการ์ดแบบ nanoSIM และรองรับการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD ได้สูงสุดที่ขนาด 400 GB แต่สำหรับช่องซิมการ์ดที่สอง ต้องเลือกใส่อย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างซิมการ์ด กับการ์ด microSD ไม่สามารถใส่พร้อมกันได้ทั้งหมดเหมือนกับถาดแบบ Triple Slot

 

ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีแถบเสารับสัญญาณ 2 ด้าน พร้อมไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับการตัดเสียงรบกวน

 

ที่ด้านล่างของตัวเครื่องมีแถบเสารับสัญญาณ 2 ด้าน พร้อมช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, พอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟนสำหรับการสนทนา หรือบันทึกเสียง และลำโพงเสียง ซึ่งลำโพงบน Galaxy A8 Star นี้แม้จะเป็นลำโพงแบบเดี่ยว แต่ก็ให้เสียงที่ดัง และไพเราะพอสมควรเลยทีเดียว

 

เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟีเจอร์ต่างๆ ที่น่าสนใจ

Samsung Galaxy A8 Star ที่นำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยคือโมเดล SM-G885F/DS ซึ่งทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ที่ถูกครอบทับด้วย Samsung Experience 9.0

 

Galaxy A8 Star เป็นสมาร์ทโฟนไม่กี่รุ่นของ Samsung ในบ้านเรา ที่เลือกใช้ชิปเซ็ตจาก Qualcomm (ส่วนใหญ่มากับชิปเซ็ต Exynos) โดยเป็นชิปเซ็ตระดับกลางประสิทธิภาพสูงตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Snapdragon 660 ซึ่งมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 512 ฝังอยู่ภายใน พร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB และหน่วยความจำ ROM ขนาด 64 GB


มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุสูงขนาด 3700 mAh ซึ่งรองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ Adaptive Fast Charging ส่วนเซ็นเซอร์ตรวจจับต่างๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน รวมถึง Gyroscope ด้วยเช่นกัน

 

User Interface ตามสไตล์ของ Samsung Experience 9.0 ที่ดูสวยงามทันสมัยเรียบง่าย ผู้ที่ใช้งานสมาร์ทโฟน Samsung ก็น่าจะคุ้นเคยกันดี และหลายๆ ฟีเจอร์เรียกว่าถอดแบบมาจากรุ่นเรือธงเลยทีเดียว

 

แถบ Navigation Bar ที่ด้านล่างของหน้าจอเราสามารถเลือกสี กับปรับรูปแบบของการจัดเรียงเองได้ และยังมาพร้อมกับฟังก์ชันป้องกันการสัมผัสหน้าจอโดยไม่ตั้งใจ เช่นในขณะที่เครื่องอยู่ในกระเป๋า

 

รองรับการใช้งานฟังก์ชัน Always On Display ซึ่งเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่หลายคนชื่นชอบ และสามารถตั้งช่วงเวลาของการใช้งานได้ตามต้องการ

 

ระบบรักษาความปลอดภัยของ Galaxy A8 Star นั้นมีมาให้ทั้งระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition) และระบบสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น

 

มีระบบ Smart Lock ที่เครื่องจะปลดล็อกให้เองเมื่ออยู่ในสถานที่ หรือในสถานการณ์ที่ปลอดภัย

 

ทั้งระบบสแกนใบหน้า และสแกนลายนิ้วมือ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้กับหลายๆ แอปพลิเคชันที่ต้องการความปลอดภัยในระดับสูง เช่น Samsung Pass, Secure Folder, Google Play, Find My Mobile และอื่นๆ

 

หากผู้ใช้งานรู้สึกเบื่อกับกราฟิกหน้าจอแบบเดิมๆ ที่มากับ Galaxy A8 Star ก็สามารถเข้าไปที่แอปพลิเคชัน Samsung Themes เพื่อดาวน์โหลดภาพพื้นหลัง, ธีม, ไอคอน และ Always On Display แบบอื่นๆ ได้มากมาย ซึ่งมีทั้งแบบฟรี และแบบเสียเงิน

 

เมื่อสไลด์นิ้วจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมา ก็จะพบกับส่วนของ Notification Panel ซึ่งมีทางลัดสำหรับการเปิด-ปิด หรือปรับตั้งค่าฟังก์ชันการทำงานต่างๆ มากมาย พร้อมทั้งสามารถตรวจสอบการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ ได้ด้วย

 

นอกจากจะใช้วิธีสไลด์นิ้วจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมาได้แล้ว เราก็ยังสามารถใช้วิธีสไลด์นิ้วที่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลัง เพื่อเปิด-ปิดส่วนของ Notification Panel ได้เช่นกัน

 

เมื่อสไลด์นิ้วจากขอบด้านล่างของหน้า Home Screen ขึ้นมา ก็จะพบกับหน้ารวมแอปพลิเคชัน หรือ App Drawer ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งของไอคอนได้อย่างอิสระ พร้อมทั้งสามารถถอนการติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่ต้องการ (Uninstall) จากตรงนี้ได้ทันที

 

เราสามารถรวมเอาแอปพลิเคชันประเภทเดียวกัน มาอยู่ภายในโฟลเดอร์เดียวกันได้ เพื่อความสะดวกในการค้นหา หรือเรียกใช้งาน

 

ส่วนแอปพลิเคชันประเภทเกม ใน Galaxy A8 Star ก็มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Game Launcher ที่ช่วยเอาเกมทั้งหมดภายในเครื่องมารวมไว้ในที่เดียวกัน พร้อมฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่นฟังก์ชันประหยัดพลังงานขณะเล่นเกม หรือปิดการแจ้งเตือนขณะเล่นเกม

 

ขณะอยู่ที่หน้า Home Screen เมื่อสไลด์หน้าจอมาทางด้านขวา ก็จะพบกับหน้า Bixby Home ซึ่งเหมือนเป็นศูนย์รวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้งานแต่ละคน ข้อมูลใดที่น่าสนใจก็จะถูกนำมาไว้ที่หน้านี้ ซึ่งจะมีการอัปเดตข้อมูลใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

 

มีฟังก์ชันกรองแสงสีฟ้า (Blue Light Filter) สำหรับช่วยถนอมสายตาเมื่อต้องใช้งานในที่มืด หรือในเวลากลางคืน โดยสามารถปรับตั้งค่าได้เองตามต้องการ

 

มีโหมดการแสดงผลมาตรฐานมาให้เลือกทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน ได้แก่ Adaptive Display, AMOLED Cinema, AMOLED Photo และ Basic นอกจากนี้เราก็สามารถปรับตั้งค่าสมดุลของสี (Color Balance) ได้เองอีกด้วย

 

ไม่เพียงเท่านั้น เรายังสามารถปรับตั้งค่าสีแยก 3 สี (RGB) ได้อย่างอิสระตามต้องการ

 

สามารถเลือกได้ว่าจะให้แอปพลิเคชันใดแสดงผลแบบเต็มหน้าจอ (Full Screen) ในอัตราส่วนแบบ 18.5:9

 

ซึ่งการแสดงผลแบบเต็มหน้าจอ ก็จะดูสวยงามเต็มตาเต็มอรรถรสแบบนี้นั่นเอง แต่หากคอนเทนต์ใดที่ไม่ได้มีอัตราส่วนแบบ 18.5:9 ตั้งแต่ต้น ก็อาจจะต้องมีการตัดขอบออกไปบ้าง เพื่อให้ภาพดูเต็มจอ

 

รองรับการใช้งานฟังก์ชัน Multi Window ทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน รวมถึงฟังก์ชัน App Pair สำหรับจับคู่แอปพลิเคชัน กับฟังก์ชัน Pop Up View ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน

 

มีฟังก์ชัน Snap Window ที่จะช่วยล็อกกรอบหน้าต่างตามขนาดที่เรากำหนดไว้ที่ด้านบนสุดของหน้าจอ ซึ่งช่วยให้ใช้งานพื้นที่ในหน้าต่างด้านล่างได้สะดวกมากขึ้น

 

มีฟังก์ชัน Popup View สำหรับการย่อแอปพลิเคชันให้เป็นหน้าต่างขนาดเล็กที่สามารถเลื่อนตำแหน่งได้อย่างอิสระ, ปรับขนาดได้, กดซ่อนไว้ได้ และทำงานอย่างอื่นไปพร้อมๆ กันได้

 

สำหรับหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.3 นิ้วนี้ การใช้งานด้วยมือข้างเดียวย่อมไม่สะดวกมากนัก ดังนั้นจึงมีฟังก์ชัน One Handed Mode เข้ามาช่วย ซึ่งฟังก์ชันนี้จะย่อหน้าต่างให้มีขนาดเล็กลงมาเพื่อให้เราสามารถใช้นิ้วเอื้อมไปถึงได้ แม้จะกำลังถือด้วยมือข้างเดียวก็ตาม โดยการเรียกใช้งาน One Handed Mode ก็เพียงแค่สไลด์จากมุมด้านล่างของหน้าจอขึ้นมา หรือกดปุ่มโฮมติดๆ กัน 3 ครั้ง

 

สามารถจับภาพหน้าจอด้วยการปัดสันมือไปบนหน้าจอได้ พร้อมทั้งมีฟังก์ชัน Smart Capture ที่มีเครื่องมือพิเศษสำหรับการจับภาพหน้าจอเพิ่มเข้ามา ทั้งการจับภาพหน้าจอในส่วนที่ซ่อนอยู่, การวาดภาพ, การตัดภาพ และการแชร์

 

มีแอปพลิเคชัน Device Maintenance สำหรับช่วยปรับปรุงการทำงานของระบบให้มีประสิทธิภาพเต็มที่อยู่เสมอ ทั้งในส่วนของแบตเตอรี่, หน่วยความจำ, การรักษาความปลอดภัย และการใช้อินเทอร์เน็ต

 

ยังไม่รองรับการสแตนด์บายแบบ Dual 4G LTE โดยหากซิมการ์ดหนึ่งสแตนด์บายบนเครือข่าย 4G LTE อีกซิมการ์ดหนึ่งก็จะถูกปรับลงมาสแตนด์บายบนเครือข่าย 3G แทน

 

สามารถเลือกได้ว่าจะใช้ซิมการ์ดใดสำหรับการโทรออก, รับ-ส่งข้อความ และใช้อินเทอร์เน็ต

 

รองรับการใช้งานฟังก์ชัน Wi-Fi Direct, Adaptive Wi-Fi และ Download Booster

 

มีแอปพลิเคชัน Samsung Max ติดตั้งมาให้โดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้สามารถประหยัดปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวขณะใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ Wi-Fi

 

รองรับการใช้งาน NFC แต่ก็น่าเสียดายที่ Galaxy A8 Star นั้นยังไม่สามารถใช้งานร่วมกับบริการ Samsung Pay ได้

 

สามารถใช้งานแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือแอปพลิเคชันแชท ได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์ ผ่านฟังก์ชัน Dual Messenger

 

มีแอปพลิเคชัน Secure Folder สำหรับเก็บซ่อนข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลสำคัญ ไว้ในที่ปลอดภัย ผู้อื่นไม่สามารถเข้ามาเปิดดูได้

 

รองรับระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Dolby Atmos แต่ต้องใช้งานร่วมกับหูฟัง และมีฟังก์ชัน SoundAlive สำหรับการปรับแต่งเสียงทุ้ม, เสียงแหลม, เสียงเครื่องดนตรี, เสียงร้อง และอีควอไลเซอร์ ได้อย่างอิสระ รวมทั้งยังมีฟังก์ชันปรับแต่งเสียงอย่าง UHQ Upscaler, Tube Amp Pro และ Concert Hall มาให้ใช้งานอีกด้วย

 

สามารถเปิดฟังเสียงจากแอปพลิเคชันหนึ่งไปพร้อมๆ กับเสียงของอีกแอปพลิเคชันหนึ่งได้ โดยแยกเสียงออกจากกันอย่างอิสระ เช่นการเปิดดูหนังพร้อมเสียงบนแอปพลิเคชัน YouTube ที่ตัวเครื่อง ไปพร้อมๆ กับการเปิดเพลงฟังผ่านลำโพงบลูทูธ เป็นต้น เรียกได้ว่าสามารถรับความบันเทิงได้พร้อมกัน 2 คนในคราวเดียว

 

สำหรับใครที่เคยใช้งาน Samsung Connect มาก่อน ขณะนี้ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น SmartThings เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับจัดการกับระบบบ้านอัจฉริยะนั่นเอง ด้วยการเชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้านเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมควบคุมการทำงานได้จากสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว และหากท่านใดไม่เคยใช้งานแต่มีความสนใจ ก็สามารถเปิดดูวิธีใช้งานในเบื้องต้นก่อนได้

 

แอปพลิเคชัน Gallery นั้นสามารถจัดกลุ่มประเภทของรูปภาพ หรือวิดีโอ ได้อย่างแม่นยำ เช่นใบหน้าของคน หรือรูปภาพแบบ Live Focus ก็สามารถแยกแยะได้อย่างถูกต้อง

 

มีเครื่องมือสำหรับตกแต่งแก้ไขรูปภาพมาให้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการตัดภาพ, การใส่เอฟเฟกต์, การใส่สติกเกอร์ และการขีดเขียนลงไปบนภาพ

 

สามารถเลือกแชร์ไฟล์รูปภาพได้หลากหลายช่องทาง

 

แม้จะไม่ใช่ Galaxy Note แต่ก็มีแอปพลิเคชัน Samsung Notes มาให้ใช้งานเกี่ยวกับการจดบันทึกในระดับพื้นฐาน พร้อมเครื่องมือที่จำเป็น ได้แก่การบันทึกด้วยแป้นพิมพ์, การบันทึกด้วยปากกา และการบันทึกด้วยพู่กัน

 

รองรับการสำรองข้อมูล หรือซิงค์ข้อมูลบนระบบ Cloud ผ่านบริการ Samsung Cloud

 

สามารถจัดการกับบริการต่างๆ ของ Google ได้ภายในที่เดียว

 

ด้วยแอปพลิเคชัน Smart Tutor หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานตัวเครื่องเราก็สามารถขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของ Samsung ได้ หรือแม้แต่การที่เจ้าหน้าที่ทำการรีโมทมาแก้ไขปัญหาของตัวเครื่องแบบระยะไกล

 

หากใครอยากได้เหรียญไปแลกของรางวัล หรือสิทธิพิเศษต่างๆ ก็สามารถเข้าไปที่แอปพลิเคชัน Galaxy Rewards เพื่อร่วมดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน, ตอบแบบสอบถาม, เติมเงิน, เล่นเกม หรือเล่นกิจกรรมต่างๆ ได้

 

อีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Samsung ประทับใจมานานแล้วก็คือ Galaxy Gift นั่นเอง เพราะเหมือนกับเป็นศูนย์รวมโปรโมชั่น, ส่วนลด หรือของฟรี ต่างๆ มากมาย เพื่อผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Samsung โดยเฉพาะ ทั้งอาหาร, ขนม, เครื่องดื่ม, ที่พัก, บัตรชมภาพยนตร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, สมาร์ทโฟน, อุปกรณ์เสริม และอีกมากมาย

 

แอปพลิเคชัน Samsung Members ก็เหมือนกับเป็นบริการหลังการขายเคลื่อนที่นั่นเอง เพราะมีทั้งการแจ้งปัญหาการใช้งานแบบออนไลน์, การสนทนาทางโทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่, สิทธิพิเศษ และเครื่องมือสำหรับการปรับปรุงประสิทธิภาพ พร้อมการทดสอบการทำงานของฮาร์ดแวร์ว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรือไม่

 

มีแอปพลิเคชัน Samsung Health สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ และการออกกำลังกาย ให้สามารถวางแผนการกิน, การพักผ่อน และการออกกำลังกายของตนเองในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น

 

มีวิทยุ FM ในตัว พร้อมรองรับการบันทึกเสียงจากรายการวิทยุเอาไว้ฟังในภายหลัง

 

มีแอปพลิเคชันเครื่องบันทึกเสียง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 โหมด ได้แก่โหมดมาตรฐาน และโหมดแปลงเสียงเป็นตัวหนังสือ (Speech-to-Text) แต่โหมดนี้ยังไม่รองรับภาษาไทย

 

มีแอปพลิเคชันปฏิทิน ซึ่งสามารถซิงค์กับบัญชี Google Account กับ Samsung Account ได้

 

กล้องดิจิทัล การถ่ายภาพนิ่ง และถ่ายวิดีโอ

กล้องดิจิทัลแบบคู่ที่ด้านหลังของ Galaxy A8 Star นั้นประกอบไปด้วย กล้องตัวที่หนึ่งความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.7 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus และกล้องตัวที่สองความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.7 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ CAF (Continuous Autofocus)

โดยตัวเซ็นเซอร์รับภาพนั้นมาพร้อมกับเทคโนโลยี Tetra-Cell ที่ทำงานแบบอัตโนมัติเพื่อรวบรวมแสง เพิ่มความคมชัด และความสว่างของภาพให้เต็มทุกพิกเซล สามารถสับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติตามสภาพแสง โดยเลนส์ 16 ล้านพิกเซล จะทำงานในที่สว่าง ช่วยให้ภาพคมชัด และเมื่อถ่ายในที่แสงน้อย ระบบจะใช้เลนส์ 24 ล้านพิกเซล ร่วมด้วยโดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังสามารถรวบรวมเม็ดพิกเซลที่สีเหมือนกัน 4 เม็ด และแสดงผลเป็น 1 ยูนิต เพื่อภาพที่มีสีคมชัดขึ้น ช่วยลดจุดรบกวนในภาพ (Noise) เมื่อถ่ายในที่มืด โดยในที่มืดสองเลนส์จะทำงานพร้อมกัน เพื่อความชัดสว่างของภาพ

 

สามารถกำหนดความละเอียดของภาพถ่ายได้สูงสุดที่ 16 ล้านพิกเซล ในอัตราส่วนแบบ 4:3 และสามารถกำหนดความละเอียดของวิดีโอได้สูงสุดที่ระดับ 4K UHD (30 fps)

 

 

มีแถบเลื่อนสำหรับการปรับค่าชดเชยแสง และรองรับการแสดงผลแบบ Full Screen

 

มีเอฟเฟกต์สำหรับภาพถ่ายทั่วไป และภาพบุคคลมาให้ใช้งานพอสมควร

 

สามารถถ่ายวิดีโอแบบ Slow Motion ได้ที่ความละเอียดระดับ HD 720p พร้อมโหมดถ่ายวิดีโอแบบ Hyperlapse

 

มีฟังก์ชัน AR Sticker กับสติกเกอร์แบบอื่นๆ ให้ใช้งาน ซึ่งมีให้เลือกกว่า 93 รูปแบบเลยทีเดียว

 

แน่นอนว่าด้วยการที่เป็นกล้องคู่ จึงสามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ ซึ่งเรียกว่าโหมด Live Focus นั่นเอง ด้วยการทำงานพร้อมกันของทั้งสองเลนส์ โดยสามารถปรับระดับการเบลอได้เอง ทั้งก่อนถ่าย และหลังถ่าย

 

ในโหมด Beauty มีฟังก์ชันใหม่ที่เรียกว่า Pro Lighting ซึ่งเป็นเหมือนการจำลองสภาพแสงในสตูดิโอมาเลยทีเดียว ทั้งแสงจากด้านบน, แสงจากด้านข้าง หรือแสงที่มาจากทั้ง 2 ด้าน

 

นอกจากเราจะสามารถปรับตั้งค่าความเรียบเนียนของผิว, โครงหน้า หรือดวงตา ด้วยตนเองได้แล้ว ก็ยังมีฟังก์ชัน Smart Beauty ที่ทำงานคล้ายกับระบบ AI ที่ช่วยวิเคราะห์อายุ และเพศของผู้ถูกถ่าย พร้อมปรับแต่งรายละเอียดต่างๆ ของใบหน้าให้สวยหล่ออย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุดโดยอัตโนมัติ

 

โหมดโปร (Pro) ปรับตั้งค่าได้เองเพียง 3 อย่างคือ ค่าชดเชยแสง, ค่าความไวแสง และค่าสมดุลสีขาว

 

มีโหมดถ่ายภาพพาโนรามา และถ่ายภาพกลางคืน

 

โหมดถ่ายภาพแบบต่างๆ ที่เราเห็นในหน้าหลัก เราสามารถเลือกเปิด-ปิดเองได้ โหมดไหนที่ไม่ได้ใช้งานก็ปิดไป เพื่อไม่ให้หน้าหลักของกล้องดูรกเกินจำเป็น

 

ด้วย Bixby Vision เราสามารถส่องกล้องไปยังข้อความที่ต้องการแปล, วัตถุ, รูปภาพ, สถานที่, ไวน์ และ QR Code เพื่อให้ระบบช่วยวิเคราะห์ และส่งข้อมูลของสิ่งนั้นๆ กลับมาให้เราได้

 

รองรับการสั่งถ่ายภาพด้วยเสียง, การเปิดใช้กล้องแบบด่วน และการแสดงปุ่มชัตเตอร์แบบเคลื่อนที่

 

สำหรับกล้องดิจิทัลที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง มีความละเอียดมากถึง 24 ล้านพิกเซล ซึ่งละเอียดที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน Samsung ขณะนี้ พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.0 ดังนั้นคอเซลฟี่ไม่มีผิดหวังอย่างแน่นอน

 

กล้องด้านหน้าสามารถกำหนดความละเอียดของภาพนิ่งได้สูงสุดที่ 24 ล้านพิกเซล ในอัตราส่วนแบบ 4:3 และกำหนดความละเอียดของวิดีโอได้สูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p

 

ในโหมด Selfie ก็มีฟังก์ชันปรับแต่งใบหน้า และฟังก์ชัน Smart Beauty มาให้ใช้งานเช่นเดียวกับกล้องคู่ด้านหลัง

 

จะให้ระบบปรับใบหน้าให้เราโดยอัตโนมัติด้วยฟังก์ชัน Smart Beauty แบบง่ายๆ หรือจะปรับแต่งค่าต่างๆ ด้วยตัวเองก็ได้เช่นกัน

 

ตัวอย่างการปรับสภาพแสงในแบบต่างๆ ด้วยฟังก์ชัน Pro Lighting

 

หากต้องการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ ก็สามารถทำได้ด้วยโหมด Selfie Focus ซึ่งสามารถใช้งานพร้อมกับฟังก์ชัน Beauty ได้

 

มีโหมดกลางคืน (Night) และเซลฟี่แบบกว้าง (Wide Selfie)

 

มีฟังก์ชัน AR Sticker สำหรับใส่สติกเกอร์แบบต่างๆ เช่นเดียวกับกล้องคู่ด้านหลัง

 

สามารถสั่งถ่ายภาพเซลฟี่ด้วยการยกฝ่ามือขึ้นมาได้ (Palm Selfie)

 

ทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานในด้านต่างๆ

ชิปเซ็ต Snapdragon 660 แม้จะเป็นชิปเซ็ตระดับกลาง แต่ก็มีประสิทธิภาพที่สูงพอสมควร และเมื่อทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 512 และหน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB ก็ช่วยให้การใช้งานทุกประเภทราบรื่นเป็นอย่างดี และเมื่อทดสอบด้วยการเล่นเกมที่กราฟิก 3 มิติระดับสูง ก็พบว่าโดยส่วนใหญ่สามารถแสดงผลได้อย่างลื่นไหล ตอบสนองได้เป็นอย่างดี แต่ก็จะมีเพียงแค่บางเกมที่มีกราฟิกหนักมากเป็นพิเศษ เช่นเกม ARK: Survival Evoled ที่เกิดอาการหน่วง หรือกระตุกกว่าเกม 3 มิติทั่วๆ ไป

 

มาพร้อมกับฟีเจอร์ Game Tools ซึ่งมีฟังก์ชันมากมายที่ออกแบบมาเพื่อคอเกมโดยเฉพาะ เช่นการปรับเล่นแบบเต็มหน้าจอ, การปิดการแจ้งเตือน, การล็อกปุ่มกด, การล็อกการสัมผัสหน้าจอ, การจับภาพหน้าจอ และการบันทึกวิดีโอหน้าจอ

 

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานโดยรวมด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark 7.0.9 ก็พบว่าได้คะแนนรวมอยู่ที่ 139,421 คะแนน ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่อยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในปัจจุบัน

 

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของการประมวลผลด้วยแอปพลิเคชัน Geekbench 4 ก็พบว่าได้คะแนนในส่วนของการประมวลผลแบบ Single-Core อยู่ที่ 1629 คะแนน และได้คะแนนในส่วนของการประมวลผลแบบ Multi-Core อยู่ที่ 5849 คะแนน

 

เมื่อทดสอบความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูลของหน่วยความจำ ก็พบว่ามีความเร็วในส่วนของ Sequential Read อยู่ที่ 298.77 MB/s และมีความเร็วในส่วนของ Sequential Write อยู่ที่ 207.98 MB/s

 

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของการจับสัญญาณดาวเทียม ก็พบว่าสามารถจับสัญญาณดาวเทียมได้รวดเร็ว อย่างในภาพคือสามารถตรวจจับดาวเทียมได้ทั้ง 33 ดวง, มีความแม่นยำที่บวกลบ 4 เมตร และรองรับการใช้งานร่วมกับระบบดาวเทียมทั้ง GPS, Glonass, Beidou และ Galileo แต่สุดท้ายแล้วตัวเลขเหล่านี้ก็ไม่มีความแน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับสถานที่ ที่เราใช้งานอยู่ ว่าเป็นสถานที่แบบใด และมีสภาพอากาศที่ปลอดโปร่งแค่ไหน

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องคู่ที่ด้านหลังความละเอียด 16+24 ล้านพิกเซล (f/1.7) ของ Samsung Galaxy A8 Star

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ (Auto)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ (Auto)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ (Auto)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ (Auto)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ (Auto)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ (Auto)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ (Auto) ในเวลากลางคืน

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดกลางคืน (Night)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดกลางคืน (Night)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดกลางคืน (Night)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดกลางคืน (Night)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดกลางคืน (Night)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายแบบ HDR

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Live Focus

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Live Focus

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Live Focus

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Live Focus ในเวลากลางคืน

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Live Focus ในเวลากลางคืน

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Live Focus ในเวลากลางคืน

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Live Focus ในเวลากลางคืน

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล (f/2.0) ของ Samsung Galaxy A8 Star

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ พร้อมการปรับค่าความเนียนใสของผิวหน้าที่ระดับ 0

 

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ พร้อมการปรับค่าความเนียนใสของผิวหน้าที่ระดับ 4

 

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ พร้อมการปรับค่าความเนียนใสของผิวหน้าที่ระดับ 8

 

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ จากโหมด Selfie Focus

 

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ จากโหมด Selfie Focus

 

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ในเวลากลางคืน

 

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ จากโหมด Selfie Focus ในเวลากลางคืน

 

สรุปผลการทดสอบของ Samsung Galaxy A8 Star

สรุปแล้วสำหรับ Samsung Galaxy A8 Star ดาวเด่นดวงใหม่รุ่นนี้ก็นับว่าเหมาะมากๆ กับผู้ใช้งานที่ต้องการสมาร์ทโฟนเพื่อความบันเทิง และการถ่ายภาพ หรือว่ากันชัดๆ ก็คือสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขนาดใหญ่เป็นพิเศษ พร้อมแบตเตอรี่ความจุสูง, กล้องคู่+กล้องหน้าความละเอียดสูง และประสิทธิภาพของการประมวลผลที่ดี และมีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาก็คือตัวเครื่องที่สวยพรีเมียมบางเฉียบ กับวัสดุที่แข็งแรงทนทาน ผนวกกับระบบความปลอดภัย, เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ และฟีเจอร์ใช้งานที่หลากหลายครบเครื่องไม่แพ้สมาร์ทโฟนตัวเรือธง ในราคาที่พอจะเอื้อมถึงได้ไม่ยากจนเกินไปนัก เรียกว่าใครงบไม่ถึงสมาร์ทโฟน Samsung รุ่นเรือธงตัวท็อป เจ้า Galaxy A8 Star รุ่นนี้ก็นับว่าสามารถตอบโจทย์การใช้งานหลายๆ อย่างได้ใกล้เคียงกันเลยทีเดียว

 

สำหรับท่านใดที่สนใจจับจองเป็นเจ้าของ Samsung Galaxy A8 Star รุ่นนี้ ในบ้านเราก็เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมาในราคา 17,990 บาท โดยมีให้เลือก 2 คือ สีดำ และสีขาว สามารถหาซื้อได้ที่ Samsung Brand Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ นอกจากนี้ทาง Samsung ก็ยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับท่านที่ซื้อ Samsung Galaxy A8 Star ที่ Samsung Brand Shop ระหว่างวันที่ 5-31 กรกฎาคม นี้ นั่นคือโปรโมชั่น "เก่าแลกใหม่" โดยสามารถนำมือถือ หรือสมาร์ทโฟน เครื่องเก่าของท่านมาแลกซื้อ Galaxy A8 Star (ราคาแลกซื้อขึ้นอยู่กับสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่น) พร้อมรับส่วนลดเพิ่มอีกทันที 3,000 บาท ท่านใดอยากทราบรายละเอียดเพิ่ม ก็ลองแวะไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ใน Samsung Brand Shop ได้เลยนะครับ สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชม พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ

 

จุดเด่นของ Samsung Galaxy A8 Star

- ดีไซน์ตัวเครื่อง Metal-Glass ด้วยกรอบโลหะ ผสานกระจก 2.5D ที่ด้านหน้า และด้านหลังตัวเครื่อง ซึ่งโดยรวมดูมีความสวยพรีเมียมเงางาม
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง พร้อมระบบสแกนใบหน้า
- ขนาดตัวเครื่อง 162.4x77x7.6 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนัก 191 กรัม
- ปุ่ม Bixby ในตัว พร้อมรองรับฟังก์ชัน Bixby Home, Bixby Reminder, Bixby Vision และ Bixby Voice
- จอแสดงผลแบบ Super AMOLED Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2220x1080 พิกเซล) บนอัตราส่วนแบบ 18.5:9
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm SDM660 Snapdragon 660 ความเร็วในการประมวลผล 2.2 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 512
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo พร้อมครอบทับด้วย Samsung Experience 9.0
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64 GB (เหลือให้ใช้งานจริงประมาณ 49.6 GB)
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุดขนาด 400 GB (ใช้งานร่วมกับช่องใส่ซิมการ์ดที่สอง)
- กล้องดิจิทัลแบบคู่ (Dual Camera) ที่ด้านหลังตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 24+16 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Tetra-Cell, ไฟแฟลช LED, โหมดถ่ายภาพแบบ Live Focus, ฟังก์ชัน Bokeh Effect, ฟังก์ชัน AR Stickers, ฟังก์ชัน Pro Lighting, ถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD 30fps, ถ่ายวิดีโอแบบ Slow Motion และถ่ายวิดีโอแบบ Hyperlapse
- กล้องตัวที่หนึ่งความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.7 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus
- กล้องตัวที่สองความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.7 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ CAF (Continuous Autofocus)
- กล้องดิจิทัลที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 24 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.0, ฟังก์ชัน Smart Beauty, Pro Lighting, AR Sticker, Stamp และ Filters
- รองรับการใช้งานร่วมกับเครือข่ายแบบ 4G LTE (3CA/Cat9), 3G WCDMA, 2G GSM
- รองรับการใช้งาน VoLTE และ VoWIFI
- รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac แบบ Dual Band (2.4/5 GHz : VHT80) พร้อมฟังก์ชัน Wi-Fi Direct
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual SIM : nanoSIM) บนถาดซิมแบบ Hybrid Slot
- รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายแบบ NFC, Bluetooth 5.0 (2 Mbps) และ ANT+
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (USB 2.0)
- ระบบ GPS ในตัว พร้อมรองรับการใช้งานร่วมกับระบบดาวเทียม Glonass, Beidou และ Galileo
- เซ็นเซอร์ตรวจจับแบบ Accelerometer, Fingerprint Sensor, Gyro Sensor, Geomagnetic Sensor, RGB Light Sensor และ Proximity Sensor
- แอปพลิเคชัน Secure Folder สำหรับเก็บข้อมูลส่วนตัวไว้ในที่ปลอดภัย
- ฟังก์ชัน Dual Messenger, Game Launcher, Samsung Pass, Samsung Cloud
- ฟังก์ชัน App Pair สำหรับจับคู่แอปพลิเคชันเพื่อเปิดใช้งานคู่กันอย่างรวดเร็ว
- แบตเตอรี่ Li-Ion ความจุ 3,700 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง (Adaptive Fast Charging)
- มี 2 สีมาตรฐานให้เลือก (ดำ และขาว)
- ราคา 17,990 บาท

 

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Samsung Galaxy A8 Star

- ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ จับถือใช้งานด้วยมือเดียวได้ค่อนข้างลำบาก รวมถึงตำแหน่งของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ กับปุ่มกดอยู่ค่อนข้างสูง
- พื้นผิวเป็นกระจก จึงเกิดรอยนิ้วมือ, คราบมัน หรือคราบเปื้อนได้ง่าย
- เลนส์กล้องมีลักษณะนูนขึ้นมาค่อนข้างมาก
- ใช้ถาดซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot ซึ่งช่องที่สองต้องเลือกใส่อย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างซิมการ์ด กับการ์ด microSD
- ไม่รองรับการใช้งานบริการ Samsung Pay
- Bixby Voice ยังไม่รองรับภาษาไทย รองรับได้แค่ภาษาอังกฤษ, เกาหลี, จีนกลาง
- กล้องถ่ายภาพในโหมด Pro ปรับ Manual ได้เพียงแค่ค่าชดเชยแสง, ความไวแสง และสมดุลสีขาว
- หน่วยความจำ RAM น้อยกว่ารุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Galaxy A8+ (2018) ซึ่งมี RAM 6 GB
- ไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น เหมือนกับรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Galaxy A8 (2018) หรือ A8+ (2018)
- ไม่มีระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- ไม่รองรับระบบ Dual 4G LTE (ซิมการ์ดตัวรองสแตนด์บายได้แค่ 3G)

 

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 

สรุปคุณสมบัติ และราคา ของ Samsung Galaxy A8 Star

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) โดยละเอียด และราคา ของ Samsung Galaxy A8 Star ได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Samsung Galaxy A8 Star

 

 

:: ไปหน้าแรกเว็บไซต์ Thaimobilecenter | ไปหน้าแรก Mobile Focus ::

 

 

 


 












 รีวิว Huawei Mate 20
เรือธงกล้อง Leica Triple Camera โฉมใหม่ ผสานพลังแห่ง Kirin 980 และฟีเจอร์ไฮเอนด์ขั้นสุด ในราคาที่ไม่เกินเอื้อม!

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy A7
สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 3 ตัว กว้างพิเศษแบบ Ultra Wide พร้อมจอ 6 นิ้ว และกล้องหน้า 24MP บนบอดี้กระจกเงางาม

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy J4+
สมาร์ทโฟนจอใหญ่ ในราคาเล็กๆ พร้อมสเปกกำลังดี และระบบเสียง Dolby Atmos บนตัวเครื่อง Glossy Cover สวยเงางาม

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy Watch
สมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพ และการออกกำลังกายใหม่ล่าสุด ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในหนึ่งเดียว!

[รายละเอียด]
 รีวิว Infinix Note 5 Stylus
สมาร์ทโฟน Android One พร้อมปากกา X Pen และสเปกจัดเต็ม ในราคาสุดคุ้มเพียง 8,990 บาท!

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy Tab S4
ยอดแท็บเล็ตตัวท็อปเพื่อการทำงาน และความบันเทิงแบบเต็มพิกัด ที่เป็นดั่ง PC เคลื่อนที่ บนบอดี้เรียบหรูบางเฉียบ!

[รายละเอียด]
รายการรีวิวมือถือทั้งหมด








Honor Magic 2 หลุดผลทดสอบก่อนเปิดตัวจริงพรุ่งนี้ ทายาทมือถือเกมมิ่งตัวท็อปแรงด้วยชิป Kirin 980 กับจอไร้ขอบ 4 ด
Honor Magic 2 หลุดผลทดสอบก่อนเปิดตัวจริงพรุ่งนี้ ทายาทมือถือเกมมิ 
สำหรับ Honor Magic 2 ทายาทเกมมิ่งโฟนรุ่นต่อไปจากค่าย Honor ยืนยันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะเปิดตัวในวันพรุ
Vivo Y81i ขายไทยแล้ววันนี้ในราคา 4,499 บาท! มาพร้อมระบบสแกนหน้า กล้องหน้า AI Face Beauty และจอไร้ขอบ 6.22 นิ้ว
Vivo Y81i ขายไทยแล้ววันนี้ในราคา 4,499 บาท! มาพร้อมระบบสแกนหน้า ก 
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทาง Vivo ได้ทำการเปิดตัวมือถือ Y-Series น้องเล็กรุ่นใหม่ในประเ
OPPO ทดสอบมือถือต่อเน็ต 5G สำเร็จแล้ว คาดเตรียมเปิดตัวมือถือรองรับ 5G รุ่นแรกปีหน้า
OPPO ทดสอบมือถือต่อเน็ต 5G สำเร็จแล้ว คาดเตรียมเปิดตัวมือถือรองรั 
เครือข่าย 5G อาจไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป เพราะในระยะหลังเราจะเห็นได้ว่า แบรนด์สมาร์ทโฟนหลายต่อหลายค่
OPPO R17 Pro เตรียมเข้าไทยเร็วๆ นี้ มือถือระบบสแกนนิ้วใต้จอ พร้อมกล้องหลัง 3 ตัว และระบบชาร์จเร็ว Super VOOC F
OPPO R17 Pro เตรียมเข้าไทยเร็วๆ นี้ มือถือระบบสแกนนิ้วใต้จอ พร้อม 
ย้อนกลับไปในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมากับการเปิดตัวของ OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟนระดับท็อปรุ่นใหม่จากตระกูล R-Seri
Xiaomi เตรียมปล่อยอัปเดตกล้อง Mi 8 และ Mi Mix 2s ให้ถ่ายได้สวยเหมือนกับ Mi Mix 3 เร็วๆ นี้
Xiaomi เตรียมปล่อยอัปเดตกล้อง Mi 8 และ Mi Mix 2s ให้ถ่ายได้สวยเหม 
หนึ่งในจุดเด่นของ Xiaomi Mi Mix 3 ที่เพิ่งเปิดตัวไปคือกล้องคู่ที่สามารถถ่ายภาพได้อย่างสวยงาม จนได้รับคะแน
เปิดตัว OnePlus 6T นักฆ่าเรือธงรุ่นอัปเกรด กับระบบสแกนนิ้วใต้จอ บนจอไร้ขอบโฉมใหม่ 6.41 นิ้ว แรงด้วยชิป Snapdra
เปิดตัว OnePlus 6T นักฆ่าเรือธงรุ่นอัปเกรด กับระบบสแกนนิ้วใต้จอ บ 
ล่าสุดก็เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ สำหรับ OnePlus 6T สมาร์ทโฟนระดับท็อปเจ้าของฉายานักฆ่าเรือธงรุ่น
Google Pixel 3 XL พบบั๊กสุดแปลก รอยบากโผล่ด้านข้างเครื่อง ทาง Google เตรียมแก้ไขเร็วๆ นี้
Google Pixel 3 XL พบบั๊กสุดแปลก รอยบากโผล่ด้านข้างเครื่อง ทาง Goo 
เริ่มวางจำหน่ายในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Google Pixel 3 และ Pixel 3 XL สมาร์ทโฟนระดับเรือธงร
Lenovo Z5 Pro เผยทีเซอร์ชุดใหม่ ยืนยันจอไร้ขอบไร้รอยบาก, กลไกกล้องสไลด์, กล้องคู่หน้า-หลัง และระบบเสียงเซอร์รา
Lenovo Z5 Pro เผยทีเซอร์ชุดใหม่ ยืนยันจอไร้ขอบไร้รอยบาก, กลไกกล้อ 
ก่อนหน้านี้ข้อมูลของ Lenovo Z5 Pro ว่าที่เรือธงตัวใหม่ล่าสุดได้หลุดออกมามากพอสมควร โดยมีทั้งภาพคอนเซ็ปต์เ
Asus Zenfone 6 (2019) หลุดภาพตัวเครื่องรุ่นทดสอบ 3 แบบ โชว์การฝังกล้องหน้าใต้จอ และกล้องหลัง 3 ตัว ก่อนเปิดตัว
Asus Zenfone 6 (2019) หลุดภาพตัวเครื่องรุ่นทดสอบ 3 แบบ โชว์การฝัง 
Asus Zenfone เป็นสมาร์ทโฟนอีกตระกูลหนึ่งที่ได้รับความนิยมในบ้านเรา ซึ่งปัจจุบันก็ได้พัฒนาออกมาจนถึงเจเนอเ
OnePlus 6T เผยสเปกเต็มๆ ก่อนเปิดตัวคืนนี้ มาพร้อมสแกนนิ้วใต้จอ ชิปตัวแรง Snapdragon 845 กล้องหลังคู่ 16+20 ล้า
OnePlus 6T เผยสเปกเต็มๆ ก่อนเปิดตัวคืนนี้ มาพร้อมสแกนนิ้วใต้จอ ชิ 
ในคืนวันนี้ (29 ตุลาคม 2018) ก็จะเข้าสู่งานเปิดตัว OnePlus 6T สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ OneP
รายการอัพเดททั้งหมด



ราคามือถือ อัพเดทล่าสุด !!


iPhone Xr 256GB 35,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xr 128GB 31,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xr 64GB 29,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs Max 512GB 57,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs Max 256GB 49,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs Max 64GB 43,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs 512GB 53,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs 256GB 45,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs 64GB 39,900 บาท ราคาคงที่
OPPO F7 128GB 10,990 บาท ราคาลดลง 3,000 บาท จากราคาเดิม 13,990  บาท
OPPO F7 8,990 บาท ราคาลดลง 2,000 บาท จากราคาเดิม 10,990  บาท
Xiaomi Redmi Note 6 Pro 6,990 บาท
Wiko Sunny3 Plus 2,090 บาท
Wiko Lenny5 2,890 บาท
Wiko Tommy3 Plus 3,190 บาท
Infinix Note 5 Stylus 8,990 บาท
OPPO A3s 32GB 6,990 บาท
Samsung Galaxy J8 7,490 บาท ราคาลดลง 2,000 บาท จากราคาเดิม 9,490  บาท
Samsung Galaxy J6+ 7,990 บาท
รายการ ราคามือถือ ทั้งหมด



อัพเดท ข่าวสารล่าสุด (New update)

Y81i น้องเล็กสุดโดนใจ!!! จอกว้างเต็มตา Full ViewDisplay 6.22 นิ้ว
Y81i น้องเล็กสุดโดนใจ!!! จอกว้างเต็มตา Full ViewDisplay 6.22 
Vivo เปิดตัวน้องใหม่อีกหนึ่งรุ่นใน Vivo Y81i กับดีไซน์โดดเด่นที่ออกแบบให้มีขอบด้านข้างที่บางลงสามารถใช้งา
โอกาสมาถึงแล้ว! ซัมซุง ชวนสาวๆ เซลฟี่ ลุ้นกระทบไหล่โอปป้าสุดฮอต “จอง แฮ อิน” ถึงประเทศเกาหลีร่วมสนุกได้
โอกาสมาถึงแล้ว! ซัมซุง ชวนสาวๆ เซลฟี่ ลุ้นกระทบไหล่โอปป้าสุด 
ซัมซุง เชิญชวนสาวๆ ร่วมสนุกกับกิจกรรม “กาแลคซี่ แฟน วีค” ลุ้นเป็น 5 สาวผู้โชคดี บินลัดฟ้า ร่วมถ่ายรายการ
สิ้นสุดการรอคอย Vivo จัดกิจกรรมสุดว้าว!!! ลุ้นรับบัตร Vivo V11 x BAMBAM GOT7 Exclusive Fan Meet
สิ้นสุดการรอคอย Vivo จัดกิจกรรมสุดว้าว!!! ลุ้นรับบัตร Vivo V 
Vivo จัดกิจกรรมให้กับแฟนๆ และพรีเซ็นเตอร์ Vivo V11/11i คนล่าสุดกับ BAMBAM GOT7 ในกิจกรรม “ Vivo V11 x BAM
Realme ปล่อยวีดีโอแบรนด์ปลุกกระแส ยืนยันการเข้าไทย หลังผ่าน กสทช. แล้ว!
Realme ปล่อยวีดีโอแบรนด์ปลุกกระแส ยืนยันการเข้าไทย หลังผ่าน  
เมื่อไม่นานมานี้ Realme (เรียลมี) แบรนด์สมาร์ทโฟนสำหรับคนรุ่นใหม่ ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเท
iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Lazada ส่งถึงมือลูกค้าคนแรกแล้ว ในเวลา 09.12 น.
iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Lazada ส่งถึงมือลูกค้าคนแรกแล้ว ในเ 
หลังจากที่ Lazada เปิดให้สั่งซื้อ iPhone XR, iPhone XS และ iPhone XS Max อย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 8.00 น.
รายการอัพเดททั้งหมด


    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com