หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 29/9/2563

รวมมือถือทุกรุ่น ทุกแบรนด์ เปิดตัวในไทยล่าสุด ประจำเดือนกันยายน 63 มีรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้าง มาดูกัน

 

เรียกได้ว่ามีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากแบรนด์ดังในบ้านเรากันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแน่รุ่นท็อปของค่ายไปจนถึงระดับเริ่มต้นในงบสบายกระเป๋า ซึ่งในวันนี้ทางทีมงานจะมาสรุปรายชื่อมือถือทุกรุ่น ทุกแบรนด์ ที่เปิดตัวในประเทศไทย ประจำเดือนกันยายน 2563 มาให้ได้ชมกัน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อของท่านที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ โดยจะมีรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้างนั้น ไปชมกันเลยค่ะ


Samsung

Samsung Galaxy M51 : 10,999 บาท

7000 mAh + 25W | Super AMOLED Plus ขนาด 6.7 นิ้ว | Snapdragon 730 | Quad Camera 64MP

สเปก Samsung Galaxy M51

สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากตระกูล M-Series มีจุดเด่นเป็นแบตใหญ่แบบจัดเต็มที่ 7000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 25W SuperFast Charge บนการดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าแบบ Infinity-O Display เทคโนโลยี Super AMOLED Plus ขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว พร้อมฝาหลังเงางามที่ติดตั้งกล้องทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) โดยมีกล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และรันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 730 จับคู่กับ RAM 8GB บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.5 เวอร์ชันใหม่แบบแกะกล่อง

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Samsung Galaxy M51

- ตัวเครื่องมีขนาด 163.9x76.3x9.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 213 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Plus Infinity-O Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400x1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 730
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด  8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ขนาดสูงสุด 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลักเลนส์ Wide-Angle ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/1.8 
  • กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.2 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 123 องศา
  • กล้องตัวที่สามเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4 
  • กล้องตัวที่สี่เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4 

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล  
- แบตเตอรี่ความจุ 7000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 25W SuperFast Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.5
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint)
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 
- ราคาเปิดตัว 12,990 บาท

 

Samsung Galaxy Z Fold2 5G : 69,900 บาท

Foldable AMOLED Display 7.6 นิ้ว | Refresh Rate 120Hz | Snapdragon 865+ | Triple Camera 64MP 

สเปก Samsung Galaxy Z Fold2 5G | รีวิว Samsung Galaxy Z Fold2 5G

ต่อกันที่เรือธงพับหน้าจอได้ ที่มีหน้าจอ AMOLED Infinity-O Display ขนาด 6.2 นิ้ว และเมื่อกางออกจะมีขนาดใหญ่ถึง 7.6 นิ้ว พร้อมชูโรงที่ค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz รวมถึงบานพับแบบ Hideaway Hinge พร้อมเทคโนโลยี CAM ที่ช่วยให้การใช้งานในมุมต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งรันด้วยชิปเซ็ตรุ่นท็อปสุดในปีอย่าง Qualcomm Snapdragon 865+ จับคู่กับ RAM ขนาด 12GB และมีกล้องหลัง 3 ตัว ที่ถอดมาจาก Note 20

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Samsung Galaxy Z Fold2 5G

- ตัวเครื่องเมื่อพับมีขนาด 68x159.2x16.8 มิลลิเมตร 
- ตัวเครื่องเมื่อกางออกมีขนาด 128.2x159.2x6.9 มิลลิเมตร 
- ตัวเครื่องมีน้ำหนัก 282 กรัม
- หน้าจอหลัก (เมื่อกางออก) Dynamic AMOLED 2X Display ขนาด 7.6 นิ้ว ความละเอียด QXGA+ (2208x1768 พิกเซล : 373 ppi) อัตราส่วน 22.5:18 และหน้าจอรองที่ด้านหน้า (Cover Display) Super AMOLED Display ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (2260x816 พิกเซล : 386 ppi) อัตราส่วน 25:9
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 865+
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด  12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 256GB 
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลักเลนส์ Wide-Angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เม็ดพิกเซลขนาด 1.8 ไมครอน เทคโนโลยี Dual Aperture รูรับแสง (Aperture) F1.8 รองรับระบบ OIS
  • กล้องตัวที่สองเลนส์ Telephoto ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน รูรับแสง (Aperture) ขนาด F2.4 รองรับระบบ OIS รองรับการซูมภาพด้วยเลนส์ได้ 3 เท่า (3x Optical Zoom) และซูมภาพสูงสุด 30 เท่า (30x Hybrid Zoom)
  • กล้องตัวที่สามเลนส์ Ultrawide-Angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, เม็ดพิกเซลขนาด 1.4 ไมครอน, รูรับแสง (Aperture) ขนาด F2.2 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 120 องศา

- กล้องดิจิทัลที่จอหลักความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.2
- กล้องดิจิทัลที่จอ Cover Display ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.2
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 45W SuperFast Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint)
- รองรับ 5G
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax (2.4G + 5GHz), Bluetooth 5.0 และ NFC
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 

 

Samsung Galaxy S20 FE 5G : เริ่มต้น 20,900 บาท

Flat Super AMOLED Plus | Refresh Rate 120Hz | Triple Camera | Snapdragon 865 (5G)

สเปก Samsung Galaxy S20 FE 5G

สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากตระกูลเรือธง Galaxy S Series ที่มีราคาจับต้องได้ กับตัวเลือกสีสันสดใส 6 สี พร้อมรุ่นรองรับ LTE และรุ่น 5G โดยมากับการดีไซน์จอไร้ขอบแบบ Infinity-O Display ขนาด 6.5 นิ้ว แบบแบนไม่ลงโค้ง พร้อมค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz และมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วทั้งแบบใช้สาย และไร้สาย รวมถึงลำโพง Stereo ที่ได้รับการปรับจูนโดย AKG พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Samsung Galaxy S20 FE 5G

- ตัวเครื่องมีขนาด 159.8x74.5x8.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 190 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Flat Super AMOLED Plus Infinity-O Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (2400x1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 และมีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz 
- รุ่น LTE ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Exynos 990 
- รุ่น 5G ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 865 
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR5 ขนาด  8GB
- รุ่น LTE มีหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB 
- รุ่น 5G มีหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB / 256GB
- รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 1TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลักเลนส์ Wide-Angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เม็ดพิกเซลขนาด 1.8 ไมครอน เทคโนโลยี Dual Pixel AF รูรับแสง (Aperture) F1.8 รองรับระบบ OIS
  • กล้องตัวที่สองเลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน รูรับแสง (Aperture) ขนาด F2.4 รองรับการซูมภาพด้วยเลนส์ได้ 3 เท่า (3x Optical Zoom) และซูมภาพสูงสุด 30 เท่า (30x Hybrid Zoom)
  • กล้องตัวที่สามเลนส์ Ultrawide-Angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง (Aperture) ขนาด F2.2 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 123 องศา

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล  รูรับแสง (Aperture) ขนาด F2.2
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 25W SuperFast Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.5
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic ใต้หน้าจอ
- รองรับการป้องกันน้ำ-ฝุ่น ตามมาตรฐาน IP68
- รองรับ Dual-SIM 
- มีรุ่นรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G
- รองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax (2.4+5GHz), Bluetooth 5.0 และ NFC
- พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C 
- มีตัวเลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ Cloud Navy, Cloud Lavender, Cloud Mint, Cloud Red, Cloud Orange, Cloud White
- รุ่น LTE ความจุ 128GB ราคา 20,900 บาท
- รุ่น 5G ความจุ 128GB ราคา 23,900 บาท
- รุ่น 5G ความจุ 256GB ราคา 25,900 บาท (ไม่มีสี Cloud Orange และ Cloud White)

 

OPPO

OPPO Reno4 Nebula Purple : 11,990 บาท

AMOLED Dual Punch-Hole Display |  4015 mAh + 30W VOOC Flash Charge 4.0 | Hidden Fingerprint

สเปก OPPO Reno4 | รีวิว OPPO Reno4

หลังจากทีเ่ปิดตัวครั้งแรกไปในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดก็ได้ส่งตัวเครื่องสีใหม่อย่าง Nebula Purple มาทำตลาดเพิ่มเติม โดยมีจุดเด่นเป็นหน้าจอแสดงผล AMOLED Dual Punch-Hole Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ ที่มีการที่มีการฝังกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล กับ AI-Enhanced Smart Sensor เอาไว้ด้านบน รวมถึงเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอที่ด้านล่าง (Hidden Fingerprint Unlock 3.0) ส่วนฝาหลังติดตั้งกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) คมชัด 48 ล้านพิกเซล ซึ่งรันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 720G จับคู่กับ RAM 8GB และมีแบตเตอรี่ความจุ 4015 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W VOOC Flash Charge 4.0

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ OPPO Reno4

- ตัวเครื่องมีขนาด 160.3x73.9x7.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 165 กรัม
- หน้าจอแสดงผล AMOLED Dual Punch-Hole Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 409 ppi) อัตราส่วน 20:9 มีพื้นที่การแสดงผลคิดเป็น 90.7% ซึ่งครอบทับหน้าจอด้วยกระจก Gorilla Glass 
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 720G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 618
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 128GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 เทคโนโลยี 4-in1 Pixel มีรูรับแสงขนาด F/1.7
  • กล้องตัวที่สองแบบ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.2
  • กล้องตัวที่สามแบบ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.4
  • กล้องตัวที่สี่แบบ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.4

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าฝังบนจอแบบ In-Display Selfie ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.4 และเซ็นเซอร์อัจฉริยะ AI-Enhanced Smart Sensor สำหรับใช้กับระบบควบคุมการทำงานอัจฉริยะ
- แบตเตอรี่ความจุ 4015 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W VOOC Flash Charge 4.0 สามารถชาร์จแบตเตอรี่ 50% ได้ในเวลา 20 นาที หรือเต็ม 100% ได้ในเวลา 57 นาที
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย ColorOS 7.2
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (Hidden Fingerprint Unlock 3.0)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 5.1
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

 

OPPO A53 : 5,499 บาท

90Hz Neo Display | AI Triple Camera | 5000 mAh + 18W

สเปก OPPO A53

ทายาทสมาร์ทโฟนซีรีส์ A ชูโรงที่หน้าจอ 90Hz Neo ขนาด 6.5 นิ้ว มีค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz ที่ช่วยให้การใช้งาน และการเล่นเกมลื่นไหลกว่าเดิม บนการดีไซน์ระดับพรีเมียมด้วยฝาหลังเงางามลงโค้งแบบ 3D ที่มีการติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging ซึ่งใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 460 รุ่นใหม่ จับคู่กับ RAM 4GB + ROM 64GB และมีลำโพง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียงแบบ Dirac 2.0 ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสความสมจริงของเสียงมากยิ่งขึ้น

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ OPPO A53

 - ตัวเครื่องมีขนาด 163.9x75.1x8.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 186 กรัม
- หน้าจอแสดงผล 90Hz Neo Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล : 269 ppi) ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีพื้นที่การแสดงผลคิดเป็น 89.2% และมีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 460
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวที่หนึ่งแบบ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ GC02K0 มีรูรับแสงขนาด F/2.4 รองรับการถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
  • กล้องตัวที่สอง (Main) แบบ Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ OV13B มีรูรับแสงขนาด F/2.2 
  • กล้องตัวที่สามแบบ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ GC02M1B มีรูรับแสงขนาด F/2.4

- กล้องดิจิทัลด้านหน้า AI ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.0 พร้อม AI Beautification
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย ColorOS 7.2
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Facial Unlock)
- ลำโพง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียง Dirac 2.0
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

 

realme

realme 7 Pro : 10,990 บาท

4500 mAh + 65W SuperDart Charge | Super AMOLED Fullscreen | Quad Camera 64MP

สเปก realme 7 Pro | รีวิว realme 7 Pro

สมาร์ทโฟนรุ่นต่อยอดจากตระกูลยอดนิยมของทาง realme ชูโรงที่เทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge สามารถชาร์จแบตเตอรี่ตัวเครื่องที่มีความจุ 4500 mAh จากระดับ 0-100% ได้ในเวลา 34 นาที พร้อมรันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 720G จับคู่กับ RAM ขนาด 8GB บนระบบปฏิบัติการ Android 10 บนการดีไซน์มากับจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าแบบ Punch-Hole Display พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint) และใช้เทคโนโลยี Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว โดยมีกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ที่รองรับโหมด Nightscape สำหรับกล้องหลังมี 4 ตัว (Quad Camera) โดยกล้องตัวหลักคมชัด 64 ล้านพิกเซล และมีลำโพงเสียง Stereo แบบคู่ พร้อมรองรับระบบเสียง Dolby Atmos + Hi-Res

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ realme 7 Pro

- ตัวเครื่องมีขนาด 160.9x74.3x8.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 182 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Fullscreen ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 409 ppi) ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D Gorilla Glass
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 720G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 618
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB 
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 128GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวที่หนึ่งแบบ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.3 รองรับการถ่ายภาพมุมกว้างสุด 119 องศา
  • กล้องตัวที่สองเป็นกล้องหลัก (Main) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX682 ขนาด 1/1.73 นิ้ว มีรูรับแสงขนาด F/1.8
  • กล้องตัวที่สามแบบ B&W Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.4
  • กล้องตัวที่สี่แบบ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.4 รองรับการถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร

รองรับโหมดถ่ายภาพความละเอียดสูง 64MP, Chroma Boost เพิ่มสีสันให้ภาพ, Super Nightscape, Portrait, ฟังก์ชัน AI Scene Recognition, โหมดหน้าสวย AI Beauty และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K 30fps พร้อมระบบกันสั่นอย่าง UIS Max Video Stabilization และ AI Color Portrait Video พร้อม Real-time Bokeh Effect Vide รวมถึง Ultra Nightscape Video

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.5 รองรับโหมด AI Beauty, Portrait และ Nightscape
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge ที่สามารถชาร์จจากระดับ 0-100% ได้ในเวลา 34 นาที
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint) 
- ลำโพง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos + Hi-Res
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 5.1
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 

 

Vivo

Vivo Y20 : 5,299 บาท

5000 mAh | AI Triple Camera |  Halo FullView Display ขนาด 6.51 นิ้ว

สเปก Vivo Y20 | รีวิว Vivo Y20

สมาร์ทโฟนรุ่นอัปเกรดจาก Y Series ชูโรงที่แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 460 บนการดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Halo FullView Display ขนาด 6.51 นิ้ว และฝาหลังโค้ง 2.5D กระชับกับฝ่ามือ พร้อมความเงางามแบบกระจก สะท้อนเล่นกับแสงในมุมตกกระทบต่างๆ และกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ดีไซน์ใหม่ สวยพรีเมียมมากขึ้น สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint)

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Vivo Y20

- ตัวเครื่องมีขนาด 164.41×76.32×8.41 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 192.3 กรัม
- หน้าจอแสดงผล IPS LCD Halo FullView Display ขนาด 6.51 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล)  
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 460 
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD ขนาดสูงสุด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) แบ่งออกเป็น 

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (F/2.2) พร้อมรองรับ PDAF
  • กล้องตัวที่สองแบบ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (F/2.4) สำหรับทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ 
  • กล้องตัวที่สามแบบ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (F/2.4) สามารถถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร

รองรับการโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟีเจอร์ Live Photos, โหมด Portrait Bokeh พร้อม Portrait Light Effect, AI Face Beauty และ Super Macro ถ่ายระยะใกล้สุด 4 เซนติเมตร 

- กล้องดิจิทัลด้านความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/1.8 รองรับฟีเจอร์ AI Face Beauty และ Portrait Bokeh  พร้อม Portrait Light Effect
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมฟังก์ชัน Reversed Charging 
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10.5
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint)
- เทคโนโลยร Multi-Turbo 3.0
- ฟังก์ชัน Ultra Game Mode
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual SIM) พร้อมถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple Slot
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ microUSB

 

Vivo X50 Pro 5G : 24,999 บาท

Gimbal Camera 48MP | E3 AMOLED | Refresh Rate 90Hz | 4315 mAh + 33W 

สเปก Vivo X50 Pro 5G | รีวิว Vivo X50 Pro 5G

สมาร์ทโฟนระดับท็อปของทาง Vivo ที่มากับกล้อง Gimbal Camera เป็นรุ่นแรกของโลก กับระบบกันสั่นที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า OIS แบบธรรมดา บนการดีไซน์จอขอบโค้งแบบ Dual Curved Flexible Screen ที่ทำมุมกับตัวเครื่อง 55 องศา และมีกล้องหน้าฝังบนจอแบบ (In-Display Selfie) รองรับเครือข่าย 5G ตามชื่อรุ่น ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snadpragon 765G พร้อมเส้นเสารับสัญญาณรอบตัวเครื่องแบบ 360 องศา จับคู่กับ RAM แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB พร้อม ROM มาตรฐาน UFS 2.1 ความจุ 256GB สำหรับแบตเตอรี่ให้มาที่ 4315 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0 รวมถึงรองรับระบบเสียง Hi-Res Audio ด้วยชิปเสียง Hi-Fi AK4377A

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Vivo X50 Pro 5G

- ตัวเครื่องมีขนาด 158.46x72.80x8.04 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 181.5 กรัม
- หน้าจอแสดงผล E3 AMOLED Dual Curved Punch-Hole Display ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2376 พิกเซล) มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 180Hz และค่าความสว่างสูงสุด 1300nits รวมถึงรองรับมาตรฐาน HDR10+
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 765G
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 256GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก Gimbal Camera ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX598 โครงสร้าง Doble-ball  แบบ 7 ชิ้นเลนส์ รูรับแสงขนาด F/1.6 เทคโนโลยี 4-in-1
  • กล้องตัวที่สองแบบ Portrait ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.46 ทางยาวโฟกัส 50 มม.
  • กล้องตัวที่สามแบบ Super Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.2 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 120 องศา และถ่ายภาพแบบ Macro ระยะใกล้สุดที่ 2.5 เซนติเมตร
  • กล้องตัวที่สี่แบบ Periscope Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/3.4 รองรับการซูมภาพแบบ Optical ได้ 5 เท่า (5x Optical Zoom) และซูมภาพสูงสุดที่ 60 เท่า (60x Hyper Zoom)

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าฝังบนจอ (In-Display Selfie) ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.45
- แบตเตอรี่ความจุ 4315 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0 (11V/3A)
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 พร้อมครอบทับด้วย Funtouch OS 10.5
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Access)
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi AI Assistant
- รองรับชิปเสียง Hi-Fi AK4377A
- รองรับเครือข่าย 5G
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz + 5.0GHz และ Bluetooth 5.1
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

 

Vivo V20 Pro 5G : 14,999 บาท

AMOLED 6.44" | Dual Selfie 44MP | Triple Camera 64MP | 4000 mAh + 33W

สเปก Vivo V20 Pro 5G | รีวิว Vivo V20 Pro 5G

สมาร์ทโฟน 5G รุ่นใหม่ในระดับกลางของค่าย ที่มีจุดเด่นเป็นกล้องหน้าคู่ (Dual Selfie Camera) ความละเอียดสูงถึง 44+8 ล้านพิกเซล  และกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ในดีไซน์ใหม่แบบ Dual Tone Step แบบสมมาตร โดยกล้องหลักมีความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ซึ่งรันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G และมีแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0 

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Vivo V20 Pro 5G

- ตัวเครื่องมีขนาด 158.82x74.20x7.39 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 170 กรัม
- หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 408 ppi) พร้อมครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 2.5D รองรับ HDR10 และรองรับฟังก์ชัน Always On Display
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 765G
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB ไม่รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD 
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ (Autofocus) และรูรับแสงขนาด f/1.89 
  • กล้องตัวที่สองแบบ Multi-Function (Wide+Macro+Bokeh) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ (Autofocus), รูรับแสงขนาด f/2.2, มุมรับภาพกว้างสุดที่ 120 องศา (เก็บภาพจริง 108 องศา) และระยะโฟกัสใกล้สุด 2.5 เซนติเมตร
  • กล้องตัวที่สามแบบ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล  พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบคู่ (Dual Selfie Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 44 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ (Autofocus) และขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0
  • กล้องรองแบบ Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมมุมรับภาพ 105 องศา และขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.28

- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0 (11V/3A)
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 พร้อมครอบทับด้วย Funtouch OS 11
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Access)
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi AI Assistant
- รองรับไฟล์เสียง Hi-Res Audio
- รองรับเครือข่าย 5G แบบ Dual-Mode (SA/NSA)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz + 5.0GHz และ Bluetooth 5.0
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

 

Xiaomi

Redmi 9C : 3,099 บาท

5000 mAh | Dot Drop display ขนาด 6.53 นิ้ว | Triple Camera​

สเปก Redmi 9C

สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กมีจุดเด่นที่ตัวเครื่องดีไซน์ใหม่ สีสันสดใส พร้อมด้วยกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) และหน้าจอไร้ขอบทรงหยดน้ำขนาด 6.53 นิ้ว อีกทั้งยังมีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh และใช้งานชิปเซ็ต MediaTek Helio G35 จากซีรีส์เน้นเล่นเกมสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กโดยเฉพาะ

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Redmi 9C

- ตัวเครื่องมีขนาด 164.9x77.07x9.0 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 196 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Dot Drop display ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล) 
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Helio G35
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 2GB / 3GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB / 64GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.2
  • กล้องตัวที่สองแบบ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4
  • กล้องตัวที่สามแบบ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.2
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับระบบการชาร์จแบบ 5V/2A
- ระบบปฏิบัติการ Android 10
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n และ Bluetooth 5.0
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ microUSB
- รุ่น 2GB+32GB ราคา 3,099 บาท
- รุ่น 3GB+64GB ราคา 3,399 บาท 

 

POCO X3 NFC : 6,999 บาท

Snapdragon 732G รุ่นแรกของวงการ | Refresh Rate 120Hz | Quad Camera 64MP | 5160 mAh + 33W

สเปก POCO X3 NFC

สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของวงการที่มาพร้อมชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 732G รุ่นล่าสุด พร้อมชูโรงที่หน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว ที่มี Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz และค่า Touch Sampling Rate ที่ระดับ 240Hz โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 5160 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Fast Charging ผ่านพอร์ต USB Type-C และรองรับลำโพงเสียงแบบคู่ พร้อมระบบเสียง Hi-Res Audio นอกจากนี้ยังมีกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ที่กล้องตัวหลักคมชัด 64 ล้านพิกเซล

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ POCO X3 NFC

- ตัวเครื่องมีขนาด 165.3x76.8x9.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 215 กรัม
- หน้าจอแสดงผล DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 แบบ Cinematic Screen ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 395 ppi) มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 120Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 240Hz และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 732G
- ระบบระบายความร้อน LiquidCool Technology 1.0 Plus ที่สามารถลดอุณหภูมิของ CPU ได้ 6 องศาเซลเซียส 
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 618
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 64GB / 128GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX682 ขนาด 1/1.73 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel ขนาด 1.6 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/1.89
  • กล้องตัวที่สองแบบ Ultra-Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.2 สามารถถ่ายภาพมุมกว้างสุด 119 องศา
  • กล้องตัวที่สามแบบ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/2.4 สามารถถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
  • กล้องตัวที่สี่แบบ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/2.4

- กล้องดิจิทัลด้านหน้า AI ฝังบนจอแบบ In-Display Camera ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel ขนาด 1.6 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/2.2
- แบตเตอรี่ความจุ 5160 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 33W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 12 for POCO
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint) 
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2x2 MIMO 802.11 a/b/g/n/ac (Dual-Band), Bluetooth 5.1 และ NFC
- รองรับบริการ Google Pay
- รองรับพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 6GB+64GB ราคา 6,999 บาท
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 7,999 บาท

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในบ้านเราไปแบบสดๆ ร้อนๆ ที่ทางทีมงานได้รวบรวมมาให้ได้ชมกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นล้วนแต่เป็นรุ่นไฮไลท์ใหม่ล่าสุดของแต่ละแบรนด์ มีความโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป และมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้ในทุกระดับ 

ทั้งนี้การเลือกซื้อจึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนรุ่นใดมากที่สุด ทั้งในด้านการดีไซน์ว่าสวยถูกใจขนาดไหน และฟีเจอร์ด้านในสามารถพร้อมตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้ครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งหากว่าได้ทดลองใช้งานในเบื้องต้น แล้วเกิดความพึงพอใจ ก็ถือได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นคุ้มค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 29/9/2563