หน้าแรก >> รวมข่าวมือถือ >> News
   
Date : 16/10/2561

เปิดตัว Huawei Mate 20 Series ทีเดียว 4 รุ่นรวด! มือถือเรือธงที่สุดแห่ง AI โดดเด่นด้วยกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมชิป Kirin 980 ทรงพลัง ในราคาเริ่มต้นราว 30,000

 

ในที่สุดก็เปิดตัวกันไปเรียบร้อยแล้วครับ สำหรับสมาร์ทโฟนเรือธง Huawei Mate 20 Series ที่หลายคนรอคอย โดยในปีนี้มีการเปิดตัวออกมา 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Huawei Mate 20, Mate 20 Pro, Porsche Design Mate 20 RS และ Mate 20X ซึ่งทุกรุ่นมาพร้อมกับชิปเซ็ต Kirin 980 ตัวใหม่ล่าสุดที่มีพลังการประมวลผลสูงที่สุดในหมู่สมาร์ทโฟน Android ณ ชั่วโมงนี้ และกล้องหลัง 3 ตัวที่ฟีเจอร์เด็ดๆ มากมาย ซึ่งทางทีมงานก็ได้สรุปข้อมูลสเปก และฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Mate 20 Series ทั้ง 4 รุ่นมาให้ทุกท่านได้ชมกัน จะเป็นอย่างไรไปดูกันเลยครับ


 

Huawei Mate 20

- ตัวเครื่องมีขนาด 158.2x77.2x8.3 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 188 กรัม
- หน้าจอแสดงผล TFT LCD (IPS) ขนาด 6.53 นิ้ว ในอัตราส่วน 18.7:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2244 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Kirin 980 ที่มีความเร็ว 2.6 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G76 MP10
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB / 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ NM Card สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) จาก Leica โดย กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, กล้องดิจิทัลตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และกล้องดิจิทัลตัวที่สามแบบ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ AIS โดยมีขนาดรูรับแสง F/1.8+F/2.2+F/2.4
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Huawei SuperCharge 40W ที่สามารถชาร์จถึงระดับ 58% ภายในเวลา 30 นาที  
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 9.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
- คุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP53
- รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE Cat.21
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (wave2), Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- ลำโพงคู่แบบ Stereo Speaker โดยลำโพงด้านล่างจะเปล่งเสียงออกทางพอร์ต USB Type-C

 

ราคาเปิดตัว+วันวางจำหน่าย

  • รุ่น RAM 4GB + ROM 128GB ราคา 799 ยูโร หรือประมาณ 30,000 บาท
  • รุ่น RAM 6GB + ROM 128GB ราคา 849 ยูโร หรือประมาณ 32,000 บาท
  • วางจำหน่าย 16 ตุลาคม 2018 เป็นต้นไป

 

Huawei Mate 20 Pro

- ตัวเครื่องมีขนาด 157.8x72.3x8.6 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 189 กรัม
- หน้าจอแสดงผล OLED ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียดระดับ Quad HD+ (1440x3120 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Kirin 980 ที่มีความเร็ว 2.6 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G76 MP10
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB / 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB / 256GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ NM Card สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) จาก Leica โดย กล้องตัวหลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, กล้องดิจิทัลตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และกล้องดิจิทัลตัวที่สามแบบ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ AIS โดยมีขนาดรูรับแสง F/1.8+F/2.2+F/2.4
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh พร้อมเทคโนโลยี Huawei SuperCharge 40W ที่สามารถชาร์จถึงระดับ 58% ภายในเวลา 30 นาที และเทคโนโลยี Huawei Wireless Quick Charge 15W 
- รองรับฟีเจอร์ Wireless Reverse Charging สำหรับแปลงเป็นแท่นไร้สายให้กับสมาร์ทโฟนเครื่องอื่น
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 9.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือภายใต้หน้าจอ (In-Screen Fingerprint)
- ระบบสแกนใบหน้า (3D Face)
- คุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68
- รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE Cat.21
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (wave2), Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- ลำโพงคู่แบบ Stereo Speaker โดยลำโพงด้านล่างจะเปล่งเสียงออกทางพอร์ต USB Type-C

ราคาเปิดตัว+วันวางจำหน่าย

  • รุ่น RAM 6GB + ROM 128GB ราคา 1,049 ยูโร หรือประมาณ 39,500 บาท
  • วางจำหน่าย 16 ตุลาคม 2018 เป็นต้นไป

 

Porsche Design | Huawei Mate 20 RS

สำหรับรุ่น Porsche Design ในครั้งนี้ จะใช้ชื่อรุ่นว่า Huawei Mate 20 RS สเปกโดยรวมเหมือนกับ Huawei Mate 20 Pro แต่มี RAM และ ROM สูงกว่า โดยมีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่รุ่น RAM 8GB + ROM 256GB และ RAM 8GB + ROM 512GB ดีไซน์ภายนอกได้รับการออกแบบโดยเน้นความสมมาตรรอบด้าน ตัวเครื่องด้านหลังบุด้วยหนังแท้ ตัดกับพื้นผิวแบบกระจก กล้องเรียบเนียนไม่นูน พร้อมด้วย UI แบบพิเศษที่ออกแบบมาให้เข้าคู่กับดีไซน์ภายนอกโดยเฉพาะ มีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ และสีแดง ภายในกล่องแถมเคสหนังแท้พรีเมียม และอแดปเตอร์ชาร์จความเร็วสูง 40W

ราคาเปิดตัว+วันวางจำหน่าย

  • รุ่น RAM 8GB + ROM 256GB ราคา 1,695 ยูโร หรือประมาณ 63,800 บาท
  • รุ่น RAM 8GB + ROM 512GB ราคา 2,095 ยูโร หรือประมาณ 78,800 บาท
  • วางจำหน่าย 26 พฤศจิกายน 2018 เป็นต้นไป

 

Huawei Mate 20X

Huawei Mate 20X เป็นหนึ่งใน Mate 20 Series ที่เปิดตัวมาแบบเซอร์ไพรส์ โดยมีจุดเด่นที่หน้าจอ OLED ขนาดใหญ่ที่สุดใน Mate 20 Series ซึ่งมีขนาด 7.21 นิ้ว เพื่อการทำงานที่สะดวกยิ่งขึ้น และรองรับความบันเทิงได้เต็มที่กว่าเดิมโดยเฉพาะการเล่นเกม โดยมาพร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos ระบบระบายความร้อนด้วยแผ่นกราฟีน และห้องระบายความร้อน Vapor Chamber ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าการระบายความร้อนด้วยแผ่นทองแดงทั่วๆ ไป อีกทั้งยังเล่นเกมได้ต่อเนื่องยาวนานด้วยแบตเตอรี่ 5000 mAh นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกับปากกาสไตลัส M-Pen อีกด้วยฃ

สเปกเบื้องต้นของ Huawei Mate 20X

​- ตัวเครื่องมีขนาด 174.6x85.4x8.15 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 232 กรัม
- หน้าจอแสดงผล OLED ขนาด 7.2 นิ้ว ในอัตราส่วน 18.7:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2244 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Kirin 980 ที่มีความเร็ว 2.6 GHz 
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G76 MP10
- เทคโนโลยี GPU Turbo 2.0
- ระบบระบายความร้อนแบบ Vapour Chamber (VC) และ Graphene Film 
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB 
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ NM Card สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) จาก Leica โดย กล้องตัวหลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, กล้องดิจิทัลตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และกล้องดิจิทัลตัวที่สามแบบ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ AIS โดยมีขนาดรูรับแสง F/1.8+F/2.2+F/2.4
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Huawei SuperCharge 40W ที่สามารถชาร์จถึงระดับ 58% ภายในเวลา 30 นาที 
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 9.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) ที่ด้านหลังตัวเครื่อง
- รองรับการใช้งานร่วมกับปากกา Stylus (Huawei M-Pen)
- ลำโพงเสียงภายนอก 2 ตัว พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos
- คุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP53
- รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE Cat.21
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- มีตัวเลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Midnisght Blue และสีเงินอมม่วง Phantom Silver

ราคาเปิดตัว+วันวางจำหน่าย

  • รุ่น RAM 6GB + ROM 128GB ราคา 899 ยูโร หรือประมาณ 33,800 บาท
  • วางจำหน่าย 26 ตุลาคม 2018 เป็นต้นไป

 

ทั้งนี้ ราคาเปิดตัวของ Huawei Mate 20 Series ทุกรุ่น เป็นราคาสำหรับวางจำหน่ายในโซนยุโรป ซึ่งปกติแล้วจะแพงกว่าราคาที่วางจำหน่ายในโซนเอเชีย ดังนั้นราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยอาจถูกลงกว่านี้ ซึ่งต้องรอดูราคาจากทาง หัวเว่ย ประเทศไทย กันอีกครั้งครับ

 

สรุปฟีเจอร์น่าสนใจใน Huawei Mate 20 Series

ดีไซน์

  • พื้นผิวตัวเครื่องด้านหลังเป็นลายแพทเทิร์นแบบพิเศษ กันรอยนิ้วมือได้
  • ลำโพงเสียงภายนอกแบบสเตอริโอ โดยลำโพงด้านล่างเสียงจะออกทางพอร์ต USB Type-C
  • รองรับการสแกนนิ้วใต้จอ (ยกเว้น Mate 20 รุ่นธรรมดา)

กล้อง

  • เลนส์ Ultra-Wide ทางยาวโฟกัส 16~270 มม. รองรับการซูม Optical 3x, Hybrid Zoom 5x และ Digital Zoom 10x
  • ถ่ายภาพระยะใกล้แบบ Macro ใกล้สุด 2.5 ซม.
  • มีโหมดถ่ายรูปใต้น้ำ โดยใช้งานร่วมกับเคสแบบพิเศษ ถ่ายภาพในน้ำได้ลึกสุด 5 เมตร
  • คำนวณแคลเลอรี่ของอาหารได้ เพียงแค่ส่องกล้องไปยังอาหารเท่านั้น โดย AI จะทำการสแกนเป็นภาพ 3 มิติ แล้ววิเคราะห์ว่าเป็นอาหารอะไร มีแคลเลอรีประมาณเท่าไหร่
  • การถ่ายวิดีโอ สามารถใช้เอฟเฟ็กต์แยกสี โดยเลือกให้แสดงเฉพาะสีใดสีหนึ่ง โดยที่เหลือจะเป็นสีขาวดำ เพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวแบบคล้ายเอฟเฟ็กต์การถ่ายภาพยนตร์แบบ Hollywood
  • รองรับการถ่ายวิดีโอแบบหน้าชัดหลังเบลอ และเลือกรูปทรงของเอฟเฟ็กต์โบเก้ได้ เช่น รูปหัวใจ และยังทำเอฟเฟ็กต์โบเก้แบบหมุน (Swirl) ได้ด้วย โดยการเอฟเฟ็กต์ทั้งหมดจะแสดงผลแบบ Real-Time
  • การถ่ายวิดีโอกล้องหลัง AI สามารถแยกแยะใบหน้าได้มากสุด 5 คนพร้อมกัน และเราสามารถเลือกไปที่ใบหน้าใดใบหน้าหนึ่ง เพื่อให้วิดีโอเล่นเฉพาะฉากที่มีใบหน้านั้นปรากฏอยู่ได้โดยอัตโนมัติ
  • กล้องหน้ารองรับระบบสแกนใบหน้า 3 มิติเต็มรูปแบบ ปลอดภัยและแม่นยำกว่าการสแกนใบหน้าทั่วไป
  • กล้องหน้าสามารถสแกนวัตถุเป็นโมเดล 3 มิติได้ โดย AI จะประมวลผลรูปร่าง และสร้างจุดขยับบนตัวโมเดล เพื่อให้โมเดลขยับท่าทางได้หลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ตัวโมเดลยังนำมาใช้เป็นลูกเล่น AR กับการถ่ายรูปได้ด้วย

ฟีเจอร์อื่นๆ

  • รองรับระบบชาร์จด่วน กำลังไฟสูงถึง 40W
  • ตัวเครื่องสามารถใช้ชาร์จมือถือเครื่องอื่นแบบไร้สายได้ เพียงแค่นำมาวางซ้อนกันเท่านั้น
  • มีระบบ App Lock สำหรับล็อกแอปพลิเคชันไม่ให้ผู้อื่นเข้าใช้
  • มีระบบ App Twin โคลนนิ่งแอปโซเชียลมีเดียได้ ทำให้เล่นได้ 2 บัญชีพร้อมกันในเครื่องเดียว
  • รองรับเทคโนโลยี AR Core จาก Google เต็มประสิทธิภาพ
  • ผ่านการรับรอง Android Enterprise Recommended จาก Google โดยเป็นอุปกรณ์ที่มีฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูง, ระบบความปลอดภัยรัดกุม และมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง เหมาะกับการใช้งานในระดับ Business
  • ผ่านการรับรองโดย Google ให้เป็น Signature Device สำหรับ YouTube รองรับการชมวิดีโอทุกความละเอียด เฟรมเรตสูง และใช้แบนด์วิธต่ำ
  • ระบบ Huawei Share 3.0 ส่งรูปภาพเข้าคอมพิวเตอร์แบบไร้สายได้ 1,000 รูป ภายใน 2 นาทีเท่านั้น

 

นำเสนอข่าวโดย : thaimobilecenter.com

วันที่ : 16/10/2561

 แสดงความคิดเห็นที่นี่
อัพเดทข่าว เนื้อหาล่าสุด