แนะนำมือถือกันน้ำรุ่นใหม่ล่าสุด ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ แบรนด์ไหนดี รุ่นไหนเด่น เราคัดมาให้ท่านแล้ว!
เรียกได้ว่าแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต่างก็ส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมากันอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละรุ่นก็มาพร้อมกับคุณสมบัติที่ได้รับการอัปเกรดขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งหนึ่งในคุณสมบัติใหม่ที่ผู้ใช้เริ่มหันมาให้ความสำคัญกันมากขึ้นก็คือ การป้องกันน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงต่ออาการเสียหลังพลัดตกน้ำ และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม รวมถึงประหยัดเวลาด้วยเช่นกัน
และหากท่านเป็นผู้ที่หมั่นติดตามข่าวสารในวงการสมาร์ทโฟนอยู่เป็นประจำก็จะทราบดีว่าในขณะนี้แต่ละค่ายดังก็เปิดตัว พร้อมวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนที่รองรับคุณสมบัติการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นออกมาให้ได้ใช้กันแล้ว และในวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter ได้ทำการรวบรวมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมคุณสมบัติการป้องกันน้ำ รวมถึงพกพาฟีเจอร์เด่นครบครันที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้ครอบคลุม มาให้ได้ชมกันเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนก่อนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีสมาร์ทโฟนรุ่นเด่น จากแบรนด์ใดที่ตรงใจ และโดนใจท่านผู้อ่านบ้างนั้น ติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยค่ะ
Samsung Galaxy S9 / S9+
Samsung Galaxy S9 และ S9+ มีการดีไซน์หน้าจอไร้ขอบแบบ Infinity Display บนตัวเครื่อง Metal-Glass เช่นเดิม พร้อมย้ายเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไปไว้ใต้กล้องตัวหลักที่ด้านหลัง และเพิ่มชั้นฟิล์มที่หน้าจอแสดงผลจึงทำให้ดูดำสนิทมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงอัปเกรดฟีเจอร์ภายในขึ้นหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Bixby Vision 2 ที่ปรับปรุงให้ดีขึ้น พร้อมฟีเจอร์ AR Emoji ในการสร้าง Avatar แบบ 3 มิติจากใบหน้า โดยจับโครงสร้างของผู้ใช้แล้วสร้างเป็นภาพ 3 มิติ ซึ่งสามารถสร้างได้สูงสุด 100 คาแรคเตอร์เลยทีเดียว นอกจากนี้กล้องถ่ายภาพ ยังสามารถเลือกค่ารูรับแสงของเลนส์ได้ 2 ระดับ พร้อมความสามารถในการจับภาพที่เร็วขึ้น โดยในรุ่น S9+ ยังได้อัปเกรดมาใช้กล้องคู่ (Dual-Camera) ที่รองรับ Dual-OIS และฟีเจอร์ Live Photo ด้วยเช่นกัน
Samsung Galaxy S9
- ตัวเครื่องมีขนาด 147.7x68.7x8.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 163 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 5.8 นิ้ว ไร้ขอบแบบ Infinity Display ความละเอียดระดับ WQHD+
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core 64-bit Exynos 9810
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 400GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง Super Speed Dual Pixel ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED, รองรับระบบป้องกันภาพสั่นไหว (OIS), เลือกค่ารูรับแสงของเลนส์ได้ 2 ระดับ F/1.5 และ F/2.4 รวมถึงฟังก์ชันบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง แต่ใช้พื้นที่น้อยลง (H.265) และ Super Slow Motion 960 fps พร้อม Auto Motion Detection
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.7
- แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว และ Wireless Charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- เซ็นเซอร์สแกนม่านตา (Iris Scanner)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE (Gigabit LTE Cat.18 รองรับความเร็วเครือข่ายสูงสุด 1.2 Gbps)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- ลำโพง Stereo แบบคู่จาก AKG และระบบเสียง Dolby Atmos
- รองรับบริการ Samsung Pay
- คุณสมบัติการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
- Bixby Vision 2
- มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ (Midnight Black), สีม่วง (Lilac Purple) และสีฟ้า (Coral Blue)
- ราคา 27,900 บาท
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy S9
Samsung Galaxy S9+
- ตัวเครื่องมีขนาด 158.1x73.8x8.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 189 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 6.2 นิ้ว ไร้ขอบแบบ Infinity Display ความละเอียดระดับ WQHD+
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core 64-bit Exynos 9810
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB, 128GB และ 256GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 400GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง Super Speed Dual Pixel แบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (เลนส์ Wide+Telephoto) พร้อมไฟแฟลช LED, ฟีเจอร์ Live Photo, รองรับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Dual-OIS, เลือกค่ารูรับแสงของเลนส์ได้ 2 ระดับ F/1.5 และ F/2.4 รวมถึงฟังก์ชันบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง แต่ใช้พื้นที่น้อยลง (H.265) และ Super Slow Motion 960 fps พร้อม Auto Motion Detection
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.7
- แบตเตอรี่ความจุ 3500 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว และ Wireless Charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- เซ็นเซอร์สแกนม่านตา (Iris Scanner)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE (Gigabit LTE Cat.18 รองรับความเร็วเครือข่ายสูงสุด 1.2 Gbps)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- ลำโพง Stereo แบบคู่จาก AKG และระบบเสียง Dolby Atmos
- รองรับบริการ Samsung Pay
- คุณสมบัติการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
- Bixby Vision 2
- มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ (Midnight Black), สีม่วง (Lilac Purple) และสีฟ้า (Coral Blue)
- รุ่น 64GB ราคา 31,900 บาท
- รุ่น 128GB ราคา 33,900 บาท
- รุ่น 256GB ราคา 37,900 บาท
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy S9+
รีวิว (Review) Samsung Galaxy S9 และ S9+
Samsung Galaxy Note8
Samsung Galaxy Note 8 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของ Samsung เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และมีกำหนดการวางจำหน่ายในบ้านเราช่วงเดือนตุลาคมนี้ โดยก่อนหน้านี้ได้เปิดราคาอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วที่ 33,900 บาท ซึ่งมาพร้อมกับการพลิกโฉมดีไซน์หน้าจอไร้ขอบแบบ Infinity Display ขนาดใหญ่ 6.3 นิ้ว และอัปเกรดมาใช้งานกล้องคู่ (Dual-Camera) ที่ด้านหลัง รวมถึงพกพาฟีเจอร์ระดับท็อปมาอย่างครบครัน ดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 162.5x74.8x8.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 195 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ 2K WQHD+ Super AMOLED ไร้ขอบ Inifinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2960x1440 พิกเซล, ฟีเจอร์ Always-On Display, พื้นที่ใช้งานมากถึง 83.3% และกระจกป้องกันหน้าจอ Corning Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Samsung Exynos 8895
- ชิปเซ็ตประมวลผลภาพกราฟิก (GPU) Mali-G71
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB รองรับหน่วยความเสริมแบบ microSD สูงสุด 256GB
- กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12+12 ล้านพิกเซล, ระบบโฟกัสภาพแบบ Dual-Pixel, ใช้เลนส์รับภาพ 2 แบบ คือ Telephoto ขนาดรูรับแสง F/2.4 และ Wide ขนาดรูรับแสง F/1.7, ระบบซูมภาพแบบ Optical Zoom 2x, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว (OIS) ทั้งสองเลนส์, ฟีเจอร์ Live Focus สำหรับการถ่ายหน้าชัด-หลังเบลอ และฟังก์ชัน Dual Capture ถ่ายภาพครั้งเดียวได้สองมุม คือ ภาพมุมกว้าง และภาพ Portrait
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.7 และระบบโฟกัสภาพแบบ Autofocus
- ปากกา S Pen ที่รองรับแรงกดได้มากถึง 4,096 ระดับ และป้องกันน้ำในระดับ IP68 ด้วย
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- เซ็นเซอร์สแกนม่านตา (Iris Scanner)
- ฟีเจอร์ป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
- ใช้งานโมเด็ม LTE Cat.16 และเทคโนโลยี 4CA (Carrier Aggregation)
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการใช้งาน Samsung Pay
- รองรับการใช้งาน Secure Folder สามารถใช้งาน LINE ได้ 2 แอคเคานท์
- รองรับการใช้งานร่วมกับ Samsung DeX
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI) Bixby
- รองรับการเชื่อมต่อ USB Type-C และ Bluetooth 5.0
- แบตเตอรี่ความจุ 3300 mAh พร้อมรองรับฟีเจอร์ Wireless Charge
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougatt
- ราคา 30,900 บาท
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ Samsung Galaxy Note8
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy Note8
รีวิว (Review) Samsung Galaxy Note8
Samsung Galaxy A8 / A8+ (2018)
Samsung Galaxy A8 และ A8+ (2018) สองสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากตระกูล A-Series ที่มาพร้อมการดีไซน์หน้าจอไร้ขอบแบบ Infinity Display เหมือนเรือธงรุ่นพี่ ในอัตราส่วน 18.5:9 พร้อมกับบอดี้แบบ Metal-Glass และมีจุดขายสำคัญเป็นกล้องหน้าสำหรับถ่ายเซลฟี่แบบคู่ (Dual-Camera) ซึ่งถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นแรกของ Samsung ที่รองรับฟังก์ชันนี้ รวมถึงมีฟีเจอร์ Live Focus ในการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอแบบ Bokeh ให้ใช้งานกันอีกด้วย
Samsung Galaxy A8 (2018)
- ตัวเครื่องมีขนาด 149.2x70.6x8.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 172 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 5.6 นิ้ว ในอัตราส่วน 18.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2220 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Exynos 7885
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.7
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9+F/1.9 และรองรับฟีเจอร์ Live Focus สำหรับถ่ายภาพในโหมด Bokeh
- แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Fast Charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- คุณสมบัติการป้องกันน้ำ IP68
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รองรับบริการ Samsung Pay
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy A8 (2018)
Samsung Galaxy A8+ (2018)
- ตัวเครื่องมีขนาด 159.9x75.5x8.3 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 191 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 6.0 นิ้ว ในอัตราส่วน 18.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2220 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Exynos 7885
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.7
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9+F/1.9 และรองรับฟีเจอร์ Live Focus สำหรับถ่ายภาพในโหมด Bokeh
- แบตเตอรี่ความจุ 3500 mAh พร้อมเทคโนโลยี Fast Charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- คุณสมบัติการป้องกันน้ำ IP68
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รองรับบริการ Samsung Pay
- ราคา 18,990 บาท
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy A8+ (2018)
รีวิว (Review) Samsung Galaxy A8 และ A8+ (2018)
Huawei P20 / P20 Pro
Huawei P20 และ P20 Pro โดดเด่นที่ดีไซน์โฉมใหม่ด้วยจอไร้ขอบพร้อมรอยบากที่ด้านบน และมีตัวเครื่องแบบ Metal-Glass โดยมีกระจกครอบทับที่ด้านหลัง และมีกรอบโลหะที่ด้านข้าง ที่เหมือนกับเรือธงรุ่นพี่จากตระกูล Mate Series นั่นเอง พร้อมกับเพิ่มสีสันตัวเครื่องแบบใหม่อย่าง Twilight ที่มีการไล่เฉดสี และเพิ่มความสวยงามให้มากขึ้น อีกทั้งยังรองรับคุณสมบัติการป้องกันน้ำด้วย โดยในรุ่น P20 Pro มาพร้อมกล้องถ่ายภาพที่ด้านหลัง 3 ตัว (Triple-Camera) กับความละเอียดสูงถึง 40 ล้านพิกเซล พร้อมฟีเจอร์เด็ดที่สามารถซูมภาพได้สูงสุดถึง 5 เท่า ผ่านระบบ Hybrid Zoom โดยแบ่งเป็นแบบ Optical Zoom ที่ 3 เท่า (Optical Zoom 3x) นอกจากนี้ยังรองรับฟีเจอร์การถ่ายถ่ายภาพวิดีโอแบบ Super Slow Motion 960fps และชูโรงในด้านการถ่ายภาพในที่แสงน้อย รวมถึงเทคโนโลยี Huawei AIS (AI Image Stabilization) สำหรับป้องกันภาพสั่นไหวที่พัฒนาขึ้นเองอีกด้วย
Huawei P20
- ตัวเครื่องมีขนาด 149.1x70.8x7.65 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 165 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2240x1080 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Huawei Kirin 970 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.36GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 MP12
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 20+12 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8+F/1.6 พร้อมฟีเจอร์ Super Slow Motion 960fps และเทคโนโลยี Huawei AIS (AI Image Stabilization)
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่าย LTE
- แบตเตอรี่ความจุ 3400 mAh รองรับระบบ SuperCharge
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 8.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ฟีเจอร์ปลดล็อกตัวเครื่องด้วยใบหน้า
- คุณสมบัติป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นมาตรฐาน IP53
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.2 และ NFC
- ราคา 19,990 บาท
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Huawei P20
Huawei P20 Pro
- ตัวเครื่องมีขนาด 155x73.9x7.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 180 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2240x1080 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Huawei Kirin 970 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.36GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 MP12
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
- กล้องด้านหลัง 3 ตัว (Triple-Camera) ความละเอียด 40+20+8 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8+F/1.6+F/2.4 พร้อมฟีเจอร์ Super Slow Motion 960fps และเทคโนโลยี Huawei AIS (AI Image Stabilization)
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่าย LTE
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh รองรับระบบ SuperCharge
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 8.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ฟีเจอร์ปลดล็อกตัวเครื่องด้วยใบหน้า
- คุณสมบัติป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นมาตรฐาน IP67
- ราคา 27,900 บาท
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Huawei P20 Pro
รีวิว (Review) Huawei P20 Pro
Huawei Mate 10 Pro
Huawei Mate 10 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย Huawei ที่มาพร้อมการปรับเปลี่ยนดีไซน์โฉมใหม่ด้วยหน้าจอไร้ขอบแบบ FullView Display รวมถึงอัปเกรดกล้องคู่ (Dual-Camera) จาก Leica แบบ Dual F/1.6 และมีคุณสมบัติการป้องกันน้ำตามมาตรฐาน IP67 ซึ่งมีคุณสมบัติระดับไฮเอนด์ครบครันดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 154.2x74.5x7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 178 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ FullView Display ขนาด 6 นิ้ว อัตราส่วน 18 : 9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2160 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Kirin 970 + Mobile AI
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 (12-Core)
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) จาก Leica ความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล (RGB+Monochrome) พร้อมระบบการโฟกัสภาพแบบ 4 in 1 Hybrid Focus, ระบบ Huawei Hybrid Zoom และระบบการโฟกัสภาพแบบ OIS โดยที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.6 ทั้งสองเลนส์
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม AI Selfie และมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Huawei Super Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 8.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และ Bluetooth 4.2
- คุณสมบัติการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM) แบบ Dual 4G Dual VoLTE เป็นรุ่นแรกของโลก
- ราคา 27,900 บาท
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ Huawei Mate 10 Pro
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Huawei Mate 10 Pro
รีวิว (Review) Huawei Mate 10 Pro
Sony Xperia XZ2 / XZ2 Compact
สองเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของค่าย Sony ที่มาพร้อมกับการพลิกโฉมดีไซน์ครั้งใหญ่ ด้วยความโค้งมนที่ด้านหลังเพื่อการจับกระชับมือ พร้อมย้ายตำแหน่งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไปไว้ที่ด้านหลัง และเปลี่ยนวัสดุในรุ่น XZ2 มาเป็นกระจกเพื่อรองรับการชาร์จแบบไร้สาย และรองรับคุณสมบัติป้องกันน้ำตามมาตรฐาน IP65/68
Sony Xperia XZ2
- ตัวเครื่องมีขนาด 153x72x11.1 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 198 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ HDR ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 2160x1080 พิกเซล (Full HD+) พร้อมเทคโนโลยี Triluminos และ X-Reality ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายในแบบ UFS ขนาด 64GB พร้อมรองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card ความจุสูงสุด 400GB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/5 นิ้ว รูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.2 พร้อมเทคโนโลยีป้องกันภาพสั่นไหวแบบ SteadyShot (กันสั่น 5 แกน)
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบ Motion Eye ความละเอียด 19 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/ 2.3 นิ้ว รูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.0 พร้อมเลนส์ G Lnes และระบบประมวลผลภาพแบบ BIONZ รองรับการถ่ายภาพแบบ Super Slow Motion ได้ที่ระดับ 960fps บนความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD และรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K HDR
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
- ลำโพงหน้าคู่ Streo Speaker พร้อมระบบเสียงแบบ S-Force Surround
- เทคโนโลยี Dynamic Vibration System
- คุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP65/68
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (ไม่มีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม.)
- แบตเตอรี่ความจุ 3180mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0 พร้อมการชาร์จแบบไร้สาย Wireless Charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8 Oreo
- มีให้เลือกทั้งหมด 4 เฉดสี ได้แก่ สีดำ Liquid Black, สีเงิน Liquid Silver, สีเขียว Deep Green และสีชมพู Ash Pink
- ราคา 25,990 บาท
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Sony Xperia XZ2
Sony Xperia XZ2 Compact
- ตัวเครื่องมีขนาด 135x65x12.1 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 168 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ HDR ขนาด 5.0 นิ้ว ความละเอียด 2160x1080 พิกเซล (Full HD+) พร้อมเทคโนโลยี Triluminos และ X-Reality ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายในแบบ UFS ขนาด 64GB พร้อมรองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card ความจุสูงสุด 400GB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/5 นิ้ว รูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.2 พร้อมเทคโนโลยีป้องกันภาพสั่นไหวแบบ SteadyShot (กันสั่น 5 แกน)
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบ Motion Eye ความละเอียด 19 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/ 2.3 นิ้ว รูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.0 พร้อมเลนส์ G Lnes และระบบประมวลผลภาพแบบ BIONZ รองรับการถ่ายภาพแบบ Super Slow Motion ได้ที่ระดับ 960fps บนความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD และรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K HDR
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
- ลำโพงหน้าคู่ Streo Speaker พร้อมระบบเสียงแบบ S-Force Surround
- คุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP65/68
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (ไม่มีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม.)
- แบตเตอรี่ความจุ 2870mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8 Oreo
- มีให้เลือกทั้งหมด 4 เฉดสี ได้แก่ สีดำ Black, สีเงิน White Silver, สีเขียว Moss Green และสีชมพู Coral Pink
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Sony Xperia XZ2 Compact
Moto Z2 Force
Moto Z2 Fore เรือธงรุ่นใหม่ที่อัปเกรดขึ้นด้วยกล้องคู่ (Dual-Camera) ที่ด้านหลัง บนตัวเครื่องโลหะอะลูมิเนียม ซีรีส์ 7000 พร้อมเทคโนโลยีการผลิตแบบไร้รอยต่อ (Sleek Aluminum Unibody) รวมถึงมีคุณสมบัติป้องกันน้ำกระเซ็น ด้วยเทคโนโลยีการเคลือบตัวเครื่องระดับนาโน (Water repellent nano-coating) และเทคโนโลยี ShatterShield ป้องกันการแตกร้าวของหน้าจอจากการหล่นจากที่สูง หรือได้รับการกระแทก นอกจากนี้ยังเปิดตัวมาพร้อมกับ Moto Mods แบบใหม่อย่าง Moto 360 Camera ด้วยเช่นกัน ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 155.8x76x6.1 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 143 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K Quad HD (1440x2560 พิกเซล) พร้อมเทคโนโลยี ShatterShield สำหรับป้องกันการแตกร้าวของหน้าจอ
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 835 ที่มีความเร็ว 2.35 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Areno 540
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 2TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX386 โดยมีพิกเซลขนาด 1.25 ไมครอน, ไฟแฟลช Dual-Tone LED, มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0, รองรับโหมดการใช้งานแบบ Zero Shutter Lag (ZSL), ระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) และ Laser Autofocus รวมถึงรองรับฟังก์ชันการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh) และการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K Ultra HD (2160x3840 พิกเซล)
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง 85 องศา โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และมีไฟแฟลช Dual-Tone LED ที่ด้านหน้า
- แบตเตอรี่ความจุ 2730 mAh พร้อมเทคโนโลยี TurboPower
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat และจะได้อัปเกรดขึ้นเป็น Android O ในอนาคต
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-Nano SIM)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.2 (หลังจากอัปเดตเป็น Android O จะอัปเกรดขึ้นเป็นเวอร์ชัน 5.0) และ NFC
- มีคุณสมบัติป้องกันน้ำกระเซ็นด้วยเทคโนโลยี Water repellent nano-coating
- รองรับการใช้งานร่วมกับ Moto Mods
- ตัวเลือกสีดำ (Super Black)
- ราคา 16,990 บาท
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ Moto Z2 Force
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Moto Z2 Force
Lenovo K8 Note
เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ สำหรับ Lenovo K8 Note สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากตระกูล K Series ของค่าย Lenovo ที่แม้ว่าจะมีราคาเกินกว่าที่กำหนดไปเล็กน้อย แต่ก็มาพร้อมการดีไซน์สุดพรีเมียมด้วยบอดี้โลหะ (Metal Body) และมีจุดเด่นเป็นกล้องคู่ (Dual-Camera) ที่ด้านหลัง รวมถึงแบตเตอรี่จุใจที่ 4000 mAh และรองรับคุณสมบัติป้องกันน้ำกระเซ็นด้วยเทคโนโลยี P2i Nano-Coating ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 154.5x75.9x8.5 มิลลิมเตร และมีน้ำหนัก 180 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080x1920 พิกเซล) พร้อทครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D
- ชิปเซ็ตประมวลผล Deca-Core MediaTek Helio X23 ที่มีความเร็ว 2.3 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-T880 MP4
- หน่วยความความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 13+5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบคู่ (Dual-Tone LED)
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง (Wide-Angle) และไฟแฟลช LED ที่ด้านหน้า
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh และเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง Turbo Charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- คุณสมบัติป้องกันน้ำกระเซ็นด้วยเทคโนโลยี P2i Nano-Coating
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB 2.0
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n และ Bluetooth 4.2
- รองรับระบบเสียง Dolby Atmos
- ราคา 8,990 บาท
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ Lenovo K8 Note
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Lenovo K8 Note
Nokia 1
Nokia 1 น้องเล็กรุ่นใหม่จากค่าย Nokia ที่มาพร้อมกับ Android Go ระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นเพื่อรันบนสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่มีคุณสมบัติในระดับเริ่มต้น (RAM ไม่เกิน 1GB) โดยมีคุณสมับติครบครันทุกการใช้งานในระดับเริ่มต้น ดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 133.6x67.78x9.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 131 กรัม
- หน้าจอแสดงผลขนาด 4.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ FWVGA (480x854 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Quad-Core MediaTek MT6737M ที่มีความเร็ว 1.1 GHz
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 1GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 8GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และไฟแฟลช LED
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 2150 mAh
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo (Go Edition)
- คุณสมบัติป้องกันน้ำระดับ IP52 (ป้องกันน้ำกระเซ็น ไม่รวมการนำไปจุ่มในน้ำ)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n และ Bluetooth 4.2
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ Nokia 1
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Nokia 1
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับคุณสมบัติการป้องกันน้ำทั้งหมดที่ทางทีมงานได้รวบรวมมาให้ได้ชมกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นล้วนได้รับการพัฒนาขึ้นให้รองรับการป้องกันน้ำ รวมถึงมีฟีเจอร์เด่นที่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
แต่อย่างไรก็ดี คุณสมบัติการป้องกันน้ำ ก็เป็นเพียงหนึ่งในอีกหลายปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่องหนึ่ง ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนรุ่นใดมากที่สุด ทั้งในด้านการดีไซน์ว่าสวยถูกใจขนาดไหน และฟีเจอร์ด้านในสามารถพร้อมตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้ครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งหากว่าได้ทดลองใช้งานในเบื้องต้น แล้วเกิดความพึงพอใจ ก็ถือได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นคุ้มค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 11/4/2561













