ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 30/11/2020


 

รีวิว (Review) Vivo Y20s

สมาร์ทโฟนแบตใหญ่ชาร์จไว ได้เมมเยอะ พร้อม 4 กล้อง AI กับฟีเจอร์ครบครัน ในราคาไม่ถึง 7 พัน ด้วยจอ Halo FullView Display ใหญ่ 6.51 นิ้ว, ชิปเซ็ต Snapdragon 460, RAM 8GB+ROM 128GB, แบตเตอรี่ 18W FlashCharge จุใจ 5000 mAh, กล้อง AI Triple Macro ผสานกล้องหน้า 8MP และสแกนนิ้วด้านข้าง บนตัวเครื่อง 2.5D Dazzling Color สวยเปล่งประกาย ในราคา 6,599 บาท

30 พฤศจิกายน 2020 - ในบ้านเราสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กราคาย่อมเยาถือว่าได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ ด้วยฟีเจอร์ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปในยุคนี้ได้ทุกรูปแบบ ในงบประมาณที่ไม่บานปลาย โดยหลังจากที่มีการเปิดตัวพร้อมวางจำหน่าย Vivo Y20 สมาร์ทโฟนรุ่นน้องใหม่จากตระกูล Y-Series ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็เรียกว่ามีกระแสตอบรับที่ดี จนล่าสุดทาง Vivo ประเทศไทยก็ได้ส่ง Vivo Y20s รุ่นอัปเกรดมาทำตลาดในบ้านเราเพิ่มเติมอีกรุ่นแล้ว

Vivo Y20s มีจุดเด่นที่แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน พร้อมระบบประหยัดพลังงานด้วยเทคโนโลยี AI และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W FlashCharge (9V/2A) ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วขึ้น รวมถึงรองรับฟังก์ชัน Reverse Charging ในการชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นผ่านสาย OTG

โดยมาในดีไซน์แบบเดียวกับ Vivo Y20 ด้วยฝาหลังลงโค้งแบบ 2.5D Dazzling Colors จับถือกระชับมือ พร้อมความเงางามแบบกระจก สะท้อนเล่นกับแสงในมุมตกกระทบต่างๆ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ และติดตั้งกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว (AI Triple Macro) สำหรับหน้าจอมีดีไซน์ไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Halo FullView Display ขนาด 6.51 นิ้ว คมชัดระดับ HD+ ในอัตราส่วนแบบ 20:9 และมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint Scanner)

อีกหนึ่งจุดที่ Vivo Y20s อัปเกรดขึ้นจากเดิมก็คือ RAM ขนาด 8GB + ROM ขนาด 128GB ซึ่งถือว่าเยอะสำหรับสมาร์ทโฟนราคาระดับนี้ พร้อมใช้งานชิปเซ็ตรุ่นใหม่ในปี 2020 อย่าง Qualcomm Snapdragon 460 แบบ 8-แกน ที่มีความเร็ว 1.8GHz โดยรองรับเทคโนโลยี Multi-Turbo 3.0 ในการเร่งประสิทธิภาพการทำงานด้านต่างๆ และฟังก์ชัน Ultra Game Mode 8.0 เพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์ตัวจริง ซึ่งทั้งหมดทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ถูกครอบทับด้วย Funtouch OS 10.5

 

จากข้อมูลในข้างต้นก็กล่าวได้ว่า Vivo Y20s มีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่หลายด้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ตัวเครื่องสุดพรีเมียม, แบตเตอรี่ใหญ่จุใจที่ชาร์จได้ไว, หน่วยความจำเยอะ, กล้อง 4 ตัวในเครื่องเดียว รวมไปถึงฟีเจอร์ครบครันที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน และมีราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเบาๆ ที่ 6,599 บาท ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชมรีวิว Vivo Y20s ไปพร้อมกันได้เลยค่ะ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Vivo Y20s มาในแพ็กเกจสีน้ำเงินตัดขาว พร้อมระบุชื่อรุ่น และความจุไว้อย่างชัดเจน


ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น อะแดปเตอร์ 18W (9V/2A), สายเชื่อมต่อแบบ microUSB, เคสใส, เข็มสำหรับถอดถาดซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน


ภาพตัวอย่างการสวมใส่เคสใสที่แถมมาให้ภายใน แพ็กเกจ


Vivo Y20s มาพร้อมหน้าจอแสดงผล IPS LCD Halo FullView Display ขนาด 6.51 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล : 269 ppi) และครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 2.5D บนตัวเครื่องมีขนาด 164.41×76.32×8.41 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 192.3 กรัม


ที่ด้านบนมีรอยบากทรงหยดน้ำติดตั้งกล้องหน้า สำหรับเซลฟี่ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสง F/1.8 รองรับเทคโนโลยี AI Face Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์

พร้อมลำโพงสำหรับสนทนา และเซ็นเซอร์ Proximity สำหรับปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน กับเซ็นเซอร์ Ambient Light สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอ และแผงปุ่มกดให้เหมาะสม


พร้อมกับรองรับระบบสแกนใบหน้าแบบ Face Access ในการปลดล็อกตัวเครื่อง


ด้านหน้าส่วนล่างประกอบด้วย ปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่ม Recent App, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ


หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ด้วย


ที่ด้านบนของตัวเครื่องไม่มีปุ่มสั่งการ หรือช่องใดๆ


ที่ด้านล่างประกอบด้วย ลำโพงเสียงตัวหลัก, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และช่องสำหรับเชื่อมต่อหู ฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร



ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีถาดใส่ซิมการ์ด nanoSIM แบบ Triple-Slot ซึ่งรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด และการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ที่ความจุสูงสุด 256GB ได้ในเวลาเดียวกัน



ด้านขวาของตัวเครื่องมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ พร้อมเป็นปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอในตัว และปุ่มปรับระดับเสียง


ด้านหลังของ Vivo Y20s ดีไซน์โค้งใน 2.5D รับกับฝ่ามือขณะถือใช้งาน พร้อมเงางามเล่นกับแสงในมุมตกกระทบต่างๆ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ
และสีที่ทางทีมงานนำมาพรีวิวให้ได้ชมกันนั้นเป็นสีดำ (Obsidian Black)


กล้องหลังของ Vivo Y20s มีทั้งหมด 3 ตัว (AI Triple Macro) ดีไซน์ใหม่ภายในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำ มีความนูนออกจากตัวเครื่อง โดยประกอบด้วย

- กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สำหรับทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
- กล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และสามารถถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ

Vivo Y20s ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10.5 เวอร์ชันใหม่


และสามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE ทั้ง 2 ซิมการ์ด (Dual 4G)


มาพร้อมหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้อีก 256GB


เมื่อกดปุ่ม Recent Apps จะพบกับหน้าแอปพลิเคชันทั้งหมดที่เปิดใช้งานเอาไว้ ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกปิดแอปพลิเคชันที่เปิดค้างเอาไว้ได้ เพียงแค่เลื่อนหน้าต่างแอปนั้นๆ ไปยังด้านบน หรือปิดแอปพลิเคชันทั้งหมดภายในครั้งเดียวได้อย่างง่ายดาย ด้วยการกดปุ่มไอคอน X ที่ด้านล่าง


เมื่อกดค้างที่หน้าจอจะเป็นการเข้าสู่เมนูการ ปรับแต่งหน้าจอ โดยผู้ใช้สามารถปรับตำแหน่งของไอคอน พร้อมเลือกใช้งาน Widget และเอฟเฟ็กต์ในการเลื่อนหน้าจอที่ต้องการได้


เมื่อลากจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมาจะพบกับ Notification Center ซึ่งเป็นหน้ารวมสำหรับการแสดงแจ้งเตือนต่างๆ และเมื่อปัดลงอีกหนึ่งครั้งจะเป็นการขยายหน้าจอ Toggle Switch ปุ่มลัดสำหรับการเปิด-ปิดฟังก์ชัน ต่างๆ มากมาย เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ต, Bluetooth หรือการเปิด-ปิด Dark Mode


นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งตำแหน่งของ คีย์ลัดเองได้ด้วย


รวมถึง Jovi Smart Scene ที่จะแสดงภาพรวมการใช้งานตัวเครื่อง, Event, การแจ้งเตือนให้ดื่มน้ำ และการนับก้าว พร้อมสรุปพลังงานที่เผาผลาญในเบื้องต้น


เมื่อปัดไปทางด้านขวาจากหน้าโฮมสกรีน จะพบกับ Google Discover หน้าที่รวบรวมข่าวสารที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ โดยอ้างอิงจากการค้นหาของผู้ใช้


มีแอปพลิเคชัน i Manager เครื่องมือสำหรับจัดการประสิทธิภาพภายในตัวเครื่อง ทั้งการล้างพื้นที่ (การเคลียร์แรม), ตั้งค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแต่ละแอปพลิเคชัน หรือการจำกัดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้


Vivo Y20s สามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลของหน้าจอได้อย่างหลากหลาย ได้แก่ การปรับความสว่างแบบอัตโนมัติ, โหมด Eye Protection และการปรับอุณหภูมิสีของหน้าจอที่เลือกระดับได้ตามที่ต้องการ


และ Dark Mode ในการเปลี่ยนพื้นหลังให้กลายเป็นสีดำ


ตัวอย่างการใช้งาน Dark Mode


พร้อมตั้งค่าการแสดงอุณหภูมิสีของหน้าจอ


สามารถตั้งค่าต่างๆ ในเมนู Home Screen ได้


สามารถเลือกการแสดงผลของ Home Screen Layouts ได้ 2 แบบ ตามความถนัดของผู้ใช้ ได้แก่ Standard และ Drawer (ค่าเริ่มต้น)


ในเมนู Home Screen สามารถตั้งค่าจำนวนการแสดงผลของไอคอนบนหน้าจอได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 4x5, 4x6 และ 5x6 (ค่าเริ่มต้น)


สามารถปรับรูปแบบ และขนาดของไอคอนได้


สามารถเปิด-ปิด ฟังก์ชัน Lockscreen Magazine ในการเปลี่ยนภาพล็อกหน้าจอทุกครั้งที่เปิดการทำงาน และรูปแบบของหน้า Lockscreen


สามารถเปลี่ยนธีม และภาพพื้นหลังได้


และยังสามารถเปลี่ยนธีมของตัวเครื่องได้ผ่านแอปพลิเคชัน i Theme


รวมถึงรองรับการใช้งานแบบ Simple Mode ที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ


ผู้ใช้สามารถสลับตำแหน่งของปุ่ม Navigation Buttons ให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนได้


หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Navigation Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้


พร้อมกับเลือก Navigation Gestures Style ได้ หรือเลือกไม่แสดงปุ่มใดๆ


สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยของ Vivo Y20s เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่อยู่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint) โดยสามารถตั้งค่าการใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสำหรับปลุกการทำงานของเครื่อง หรือปลดล็อกหน้าจอได้ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ ซึ่งทาง Vivo ระบุว่าใช้เวลาในการปลดล็อกเพียง 0.22 วินาที และจากการทดสอบตัวเซ็นเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็วทันใจ


โดยสามารถเลือกรูปแบบ Animation เมื่อมีการเข้าสู่หน้าโฮมจากการปลดล็อกหน้าจอได้ 4 รูปแบบ


และระบบการปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Access) ที่สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถลงทะเบียนได้เพียง 1 ใบหน้าเท่านั้น


สามารถเลือกรูปแบบ Animation ขณะปลดล็อกได้เช่นกัน โดยมีให้เลือกทั้งหมด 5 รูปแบบ


Vivo Y20s มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมระบบจัดการพลังงานภายในเครื่องด้วย AI และโหมดประหยัดพลังงานแบบ Low Power Mode ที่เมื่อเปิดใช้งานสัญลีกษณ์แบตเตอรี่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง


รวมถึงโหมดประหยัดพลังงานขั้นสุดอย่าง Super Saver ที่ช่วยยืดระยะเวลาในการใช้งานให้นานมากขึ้น แต่แลกกับการใช้งานได้เพียงฟังก์ชันพื้นฐานเท่านั้น


และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W FlashCharge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับ 0-70% ได้ในเวลา 69 นาที พร้อมฟังก์ชัน Reverse Charging สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นผ่านสาย OTG


พร้อมเลือกรูปแบบ Animation ขณะชาร์จได้ 7 รูปแบบ


และสามารถตรวจสอบเวลาที่ใช้ไปในแต่ละแอปพลิเค ชัน รวมถึงกำหนดระยะเวลาในการใช้งานในแต่ละแอปพลิเคชันได้


และรองรับฟังก์ชัน Focus Mode สำหรับช่วยตัดผู้ใช้ออกจากโลกภายนอก โดยระบบจะปิดแอปพลิเคชันที่ตั้งค่าไว้แบบชั่วคราว พร้อมเปิดเพลงสบายๆ โดยผู้ใช้สามารถเลือก Theme ของเพลงได้ และเปิดโหมดห้ามรบกวน (Do Not Disturb) เพื่อปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ตอบโจทย์เวลาที่ผู้ใช้ต้องการสมาธิ หรือเข้านอนนั่นเอง


Vivo Y20s สามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตได้อย่างรวดเร็วเพียงลาก 3 นิ้ว จากบริเวณด้านบนหน้าจอลงไปยังด้านล่าง หรือกดปุ่ม Power พร้อมกับปุ่มลดเสียง


และยังสามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตแบบยาวได้ด้วย


พร้อมฟังก์ชัน Smart Split สำหรับแบ่งหน้าจอการใช้งานพร้อมกัน 2 แอปพลิเคชัน โดยเน้นไปที่แอปพลิเคชันเกี่ยวกับ Message โดยสามารถตอบแชทได้โดยไม่ต้องออกจากหน้าแอปพลิเคชันที่ใช้งานอยู่


และมีฟังก์ชัน Screen-Split ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานสองแอปพลิเคชันได้พร้อมๆ กัน โดยสามารถเปิดใช้งานได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ


ตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชัน Screen-Split ที่รองรับทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน


รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานอัจฉริยะ Smart Motion ประกอบด้วย Auto screen on/off การเปิด-ปิด หน้าจอแบบอัจฉริยะ โดยสามารถตั้งค่าให้หน้าจอติดเมื่อยกตัวเครื่องขึ้น หรือสัมผัสหน้าจอ 2 ครั้งติดกันเพื่อเป็นการล็อกหน้าจอ และการล้อกความสว่างหน้าจอขณะถือใช้งาน


Smart Wake การวาดตามรูปแบบต่างๆ เพื่อเปิดใช้งานคีย์ลัด เช่น การวาดตัวอักษร C เพื่อเข้าสู่ฟังก์ชันการโทรศัพท์ หรือการวาดตัวอักษร m เพื่อเข้าสู่แอปพลิเคชัน i Music สำหรับฟังเพลง


และ Smart Calling การโทรอัจฉริยะ ที่สามารถตั้งค่าให้สามารถโทรออกได้ทันทีเมื่อเปิดหน้ารายชื่อคนที่ต้องการ และยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู หรือรับสายได้ทันทีเมื่อยกโทรศัพท์แนบหู รวมถึงใช้มือปิดหน้าจอเมื่อมีสายเข้าเพื่อเป็นการปิดเสียงแจ้งเตือน


Smart Click ในการตั้งค่าคีย์ลัดเข้าสู่เมนูที่ต้องการ เมื่อกดค้างที่ปุ่มลดเสียงขณะปิดหน้าจอ ทั้งการเปิดไฟแฟลช, บันทึกเสียง หรือเปิดใช้งานกล้องถ่ายภาพ


และสามารถเปิดใช้ฟังก์ชัน Easy Touch ปุ่มคีย์ลัดที่สามารถเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งได้


รวมทั้งยังมีโหมดการใช้งานมือเดียว One-handed ซึ่งเป็นการปรับขนาดของแผงตัวเลขโทรศัพท์, แป้นพิมพ์รหัสผ่านให้เล็กลง ซึ่งช่วยให้ใช้งานมือถือด้วยมือเดียวอย่างสะดวกขึ้น


นอกจากนี้ยังรองรับฟังก์ชัน App Clone สำหรับโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน ซึ่งในเบื้องต้นนั้นสามารถโคลนนิ่งได้เฉพาะแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook และ Line จึงทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์


ฟังก์ชัน EasyShare สำหรับถ่ายโอนข้อมูลอย่างรวดเร็วได้ทุก Platform


รองรับการเล่นเพลง และไฟล์เสียงต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน i Music พร้อมเทคโนโลยี DeepField สำหรับช่วยขับเสียงร้องให้มีความชัดเจน พร้อมปรับเสียงเบสให้มีอิมแพคมากยิ่งขึ้น


สามารถปรับค่า Equalizer แบบต่างๆ ได้


และเลือกใช้หูฟังต่างๆ ของ Vivo รวมถึงตั้งค่าเสียงให้เหมาะกับระดับความสามารถ ในการฟังของแต่ละวัยได้ด้วย


Vivo Y20s ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Ultra Game Mode 8.0 ซึ่งเป็นโหมดพิเศษที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ พร้อมรองรับระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม ป้องกันปัญหาเฟรมเรตตกระหว่างเล่นเกมได้ดีขึ้น และฟังก์ชัน 4D Game Vibration 2.0 ในการสั่นตามเหตุการณ์ในเกม ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับการเล่นเกม รวมถึง Game Countdown โหมดนับเวลาถอยหลังของเกม โดยสามารถสลับกลับไปที่เกมได้เพียงคลิกเดียว


รวมถึงป้องกันการโดนขัดจังหวะขณะเล่นเกม ยกตัวอย่างเช่น การโชว์เบอร์โทรสายเรียกเข้าในรูปแบบ Pop-up เท่านั้น ทำให้เกมไม่ถูกสลับไปยังหน้ารับสายสนทนา


สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง Vivo Y20s นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor


สามารถจับสัญญาณดาวเทียม GPS พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของรัสเซีย โดยจากภาพตัวอย่างการทดสอบข้างต้นจะเห็นว่าสามารถจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 55 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 3 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ที่กำลังใช้งานอยู่ หรือสภาพอากาศด้วยนั่นเอง


Vivo Y20s มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 460 แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 1.8 GHz โดยมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB ที่สามารถเพิ่ม microSD ได้อีก 256GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 10.5


และ Vivo Y20s รองรับเทคโนโลยี Multi-Turbo 3.0 สำหรับเร่งการประมวลผลด้านต่างๆ ของตัวเครื่อง ประกอบไปด้วย Center Turbo, AI Turbo, เครือข่าย Net Turbo, การระบายความร้อน (Cooling Turbo), การเล่นเกม (Game Turbo) และ ART++ Turbo สำหรับการเพิ่มความเร็วในการเปิดใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ


Vivo Y20s มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 155,093 คะแนน ส่วยผลทดสอบจาก Geekbench 5 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) อยู่ที่ 255 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 1,145 คะแนน


สำหรับผลทดสอบการประมวลผลด้านกราฟิกจากแอปพลิเค ชัน 3DMark แบบ OpenGL ES 3.1 อยู่ที่ 856 คะแนน


Vivo Y20s รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด



จากการทดสอบด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสาม มิติอย่าง Marvel Future Fight, League of Legends : Wild Rift และ PUBG MOBILE พร้อมเปิดการแสดงผลกราฟิกในระดับสูงก็พบว่า Vivo Y20s นั้นสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างลื่นไหล แต่อาจมีการหน่วง และกระตุกให้เห็นบ้างเล็กน้อย หากเล่นติดต่อกันเป็นเวลานาน รวมถึงการสะสมความร้อน


Vivo Y20s มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD Halo FullView Display ขนาด 6.51 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล : 269 ppi) จึงสามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ HD 7200p ได้ และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

Vivo Y20s มาพร้อมระบบกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Macro) แบ่งออกเป็น

- กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สำหรับทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
- กล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และสามารถถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร


โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์เรียบหรู สบายตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน ได้แก่ เปิด-ปิด ไฟแฟลช พร้อมโหมด HDR


รองรับการถ่ายภาพแบบ Super Macro ระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร


พร้อมโหมด Bokeh ที่สามารถปรับค่าความเบลอได้ระหว่าง F0.95 - F16


และสามารถปรับเลือกจุดโฟกัสใหม่ รวมถึงค่าความเบลอในภายหลังได้ด้วย


เลือก Filter แบบต่างๆ ได้เพิ่มเติม


และ Portrait Light Effect ทั้งหมด 5 รูปแบบ


และตั้งค่าเพิ่มเติม โดยสามารถกดที่เมนู More เพื่อเลือกโหมดถ่ายภาพอื่นๆ


โหมด Portrait Bokeh สำหรับถ่ายภาพละลายฉากหลัง


พร้อมโหมด Beauty ที่สามารถเลือกปรับโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระ และฟังก์ชัน Posture สำหรับแนะนำท่าโพสต่างๆ ให้


และสามารถเพิ่ม Filter แบบต่างๆ ได้


รองรับการถ่ายภาพมุมกว้างในโหมด PANO และโหมด Live Photo


รวมถึงโหมด Pro ที่มาพร้อมกับรายละเอียดการตั้งค่าต่างๆ ครบครัน และครอบคลุมสำหรับช่างภาพแทบทั้งหมด


การถ่ายวิดีโอบน Vivo Y20s สามารถบันทึกความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p
พร้อมโหมด Beauty ที่สามารถเลือกปรับโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระ (เฉพาะความคมชัดระดับ HD 720p)


และรองรับฟังก์ชัน SLO-MO รวมถึง Time-Lapse


ทางด้านกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีรูรับแสง F/1.8


โดยมีหน้าตา Interface ที่สามารถใช้งานได้ง่ายเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งแสดงไอคอนเอาไว้ให้ใช้งานได้ทันที และสามารถปรับค่าต่างๆ ได้ที่เมนูตั้งค่า


เลือก Filter แบบต่างๆ ได้เพิ่มเติม


และ Portrait Light Effect ได้ทั้งหมด 6 รูปแบบ


พร้อมโหมด Portrait Bokeh ละลายฉากหลัง


กล้องหน้าของ Vivo Y20s มาพร้อมเทคโนโลยี AI Face Beauty ที่สามารถเลือกปรับโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระ และฟังก์ชัน Posture สำหรับแนะนำท่าโพสต่างๆ ให้


และสามารถเพิ่ม Filter แบบต่างๆ ได้


ฟังก์ชันสำหรับถ่ายเซลฟี่ในมุมกว้างแบบ PANO และ Live Photo ก็มีให้ใช้งานบน Vivo Y20s ด้วยเช่นกัน


การถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าของ Vivo Y20s สามารถบันทึกความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p
พร้อมโหมด Beauty ที่สามารถเลือกปรับโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระ (เฉพาะความคมชัดระดับ HD 720p)


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Macro) ความละเอียดระดับ 13+2+2 ล้านพิกเซล ของ Vivo Y20s

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh ที่ F5.6


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh ที่ F4.0


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh ที่ F2.8


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Studio Light


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Stereo Light


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Loop Light


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Rainbow Light


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Monochrome Background


ภาพถ่ายจากโหมด Super Macro


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลของ Vivo Y20s

ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมดปกติ


ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Beauty


ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Portrait Bokeh


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมดปกติ


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Natural Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Studio Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Stereo Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Loop Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Rainbow Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Monochrome Background


สรุปผลการทดสอบของ Vivo Y20s

จากการทดสอบทั้งหมดในข้างต้นพอจะสรุปได้ว่า Vivo Y20s เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กราคาย่อมเยาอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจในงบประมาณไม่เกิน 7 พันบาท ด้วยแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 5000 mAh พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาช่วยการจัดการพลังงาน จึงสามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W FlashCharge (9V/2A) ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้น รวมถึงรองรับฟังก์ชัน Reverse Charging สำหรับชาร์จให้สมาร์ทโฟนเครื่องอื่นผ่านสาย OTG (สาย OTG ต้องซื้อแยก)

 

Vivo Y20s อัปเกรดจากในรุ่น Y20 ด้วย RAM ขนาด 8GB ที่รองรับการใช้งานแบบ Multi-Task ได้ดีกว่าเดิม พร้อมกับ ROM ขนาด 128GB ที่รองรับการเพิ่ม microSD Card ได้อีกสูงสุด 256GB ซึ่งสามารถเก็บไฟล์ข้อมูล, ไฟล์ภาพถ่าย, แอปพลิเคชัน หรือเกมได้อย่างเต็มที่ และประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 460 แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็ว 1.8GHz พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 610 และรองรับเทคโนโลยี Multi Turbo 3.0 ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานด้านต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงหมดปัญหาการเลือกใช้งานในช่องซิมการ์ดที่ 2 เนื่องจาก Vivo Y20s มาพร้อมกับถาดใส่ซิมการ์ด nanoSIM แบบ Triple-Slot ที่ สามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ด + 1 microSD Card ได้ในเวลาเดียวกัน โดยทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 10.5 เวอร์ชันใหม่ กับ User Interface ดีไซน์เรียบหรูสบายตา โดยผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของไอคอนแอปพลิเคชันได้ตามที่ต้องการ และมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง Dark Mode ในการปรับการแสดงผลพื้นหลังหน้าจอให้เป็นสีดำ และฟังก์ชัน Focus Mode สำหรับช่วยตัดผู้ใช้ออกจากโลกภายนอก โดยระบบจะปิดแอปพลิเคชันที่ตั้งค่าไว้แบบชั่วคราว พร้อมเปิดเพลงสบายๆ โดยผู้ใช้สามารถเลือก Theme ของเพลงได้ และเปิดโหมดห้ามรบกวน (Do Not Disturb) เพื่อปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ตอบโจทย์เวลาที่ผู้ใช้ต้องการสมาธิ หรือเข้านอนนั่นเอง

 

ด้านการดีไซน์พรีเมียมด้วยฝาหลังขอบโค้งแบบ 2.5D กระชับกับฝ่ามือขณะถือใช้งาน พร้อมความเงางาม และลวดลายสวยงามเมื่อแสงตกกระทบ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ โดยติดตั้งกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว (AI Triple Macro) ที่รองรับฟังก์ชันการถ่ายภาพที่น่าสนใจหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Portrait Bokeh พร้อม Light Effect ที่เพิ่มอารมณ์ต่างๆ ให้กับภาพ และสามารถปรับค่าความเบลอของถาพได้ทั้งก่อน และหลังถ่ายภาพ, โหมด Super Macro สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร และเทคโนโลยี AI Scene Recognition ในการตรวจจับซีนต่างๆ พร้อมปรับภาพให้สวยแบบอัตโนมัติ

หน้าจอของ Vivo Y20s มีดีไซน์ไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Halo FullView Display ขนาด 6.51 นิ้ว คมชัดระดับ HD+ ในอัตราส่วนแบบ 20:9 ครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D โดยรองรับการชมคอนเทนต์คมชัดระดับ HD 720P ในมุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ และมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint) ที่ใช้เวลาในการปลดล็อกเพียง 0.22 วินาที ผสานระบบสแกนใบหน้า (Face Wake)

นอกจากนี้ Vivo Y20s ยังตอบโจทย์การใช้งานด้านความบันเทิงโดยเฉพาะการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี ด้วยฟีเจอร์เอาใจเกมเมอร์อย่าง Ultra Game Mode 8.0 โหมดพิเศษที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น การโชว์เบอร์โทรสายเรียกเข้าในรูปแบบป็อบอัปเท่านั้น ทำให้เกมไม่ถูกสลับไปยังหน้ารับสายสนทนา และการย่อขนาดคีย์บอร์ดภายในเกมให้มีขนาดเล็กลง เพื่อป้องกันปัญหาคีย์บอร์ดบดบังการแสดงผล นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม และป้องกันปัญหาเฟรมเรตตกระหว่างเล่นเกมได้ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังรองรับฟีเจอร์ 4D Game Vibration 2.0 ในการสั่นตามเหตุการณ์ในเกม ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับการเล่นเกม รวมถึงโหมดนับเวลาถอยหลังเพื่อเข้าสู่เกมในคลิกเดียวอย่าง Game Countdown

 

รวมถึงรองรับฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้าน อื่นๆ อย่างครับครัน ไม่ว่าจะเป็น รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE ได้ทั้ง 2 ซิมการ์ด แบบ Dual 4G, ฟีเจอร์ App Clone สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์ อย่างเช่น เช่น Facebook หรือ Line ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์ในเวลาเดียวกัน,  รวมถึงฟังก์ชัน Screen-Split ในการใช้งานพร้อมกัน 2 แอปพลิเคชันได้พร้อมกัน และยังสามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตแบบยาวได้

สำหรับ Vivo Y20s เปิดราคาทางการในประเทศไทยที่ 6,599 บาท กับตัวเลือก 2 สี ได้แก่ Obsidian Black และ Purist Blue โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป ที่ร้าน Vivo Brand Shop และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง Vivo ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Vivo Y20s มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน และขอขอบคุณร้าน NOXX CAFÉ สำหรับสถานที่สวยๆ ส่วนวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ


จุดเด่นของ Vivo Y20s

- ตัวเครื่องโค้งแบบ 2.5D กระชับฝ่ามือ พร้อมเงางามคล้ายกระจกแบบ Mirror Finish เล่นกับแสงในมุมตกกระทบต่างๆ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ
- หน้าจอแสดงผล Halo FullView Display (IPS LCD) ขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (1600x720 พิกเซล), อัตราส่วนแบบ 20:9, เทคโนโลยี In-Cell และฟีเจอร์ Eye Protection
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint) สามารถปลดล็อกได้ภายในเวลา 0.22 วินาที พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Wake)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 460 ความเร็ว 1.8 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD ความจุสูงสุด 256GB
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 พร้อมครอบทับด้วย Funtouch OS 10.5
- ฟังก์ชัน Multi-Turbo 3.0 (Center Turbo และ AI Turbo)
- ฟังก์ชัน Ultra Game Mode 8.0, 4D Game Vibration 2.0 และ Game Countdown

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Macro) ประกอบด้วย

- กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สำหรับทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
- กล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และสามารถถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร

รองรับการโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟีเจอร์ HDR, ฟังก์ชัน AI Scene Recognition ในการตรวจจับซีนต่างๆ พร้อมปรับภาพให้สวยแบบอัตโนมัติ, โหมดถ่ายภาพ Super Macro ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร, โหมด Portrait Bokeh ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ระหว่าง F0.95 - F16 พร้อม Portrait Light Effect รวมถึงฟังก์ชัน Pose Master ในการแนะนำท่าโพสที่สวยงามให้กับผู้ถ่าย และ AI Face Beauty ปรับแต่งโครงสร้างใบหน้าได้อย่างอิสระ รวมถึงการถ่ายวิดีโอแบบ Beauty และ SLO-MO

กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8, รองรับเทคโนโลยี AI Face Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโหมดหน้าชัดหลังเบลอ Portrait Bokeh พร้อม Portrait Light Effect รวมถึงฟังก์ชัน Pose Master ในการแนะนำท่าโพสที่สวยงามให้กับผู้ถ่าย

- ระบบ Jovi Smart Scene
- ฟังก์ชัน App Clone สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์
- ฟังก์ชัน Split Screen สำหรับใช้งานพร้อมกัน 2 หน้าจอ
- รองรับการใช้งาน Dark Mode ในการเปลี่ยนพื้นหลังแอปพลิเคชันต่างๆ ให้เป็นสีดำ
- โหมด Focus สำหรับช่วยตัดผู้ใช้ออกจากโลกภายนอก
- ระบบ Multiple Users สามารถสลับการใช้งานจากผู้ใช้หลายคนได้ โดยข้อมูลของผู้ใช้แต่ละคน และการรักษาความปลอดภัยต่างๆ จะถูกแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง
- แอปพลิเคชัน iManager สำหรับจัดการระบบการทำงานพื้นฐานของตัวเครื่อง
- ช่องเสียบหูฟังมาตรฐานแบบ 3.5 มิลลิเมตร
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W FlashCharge สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 70% ภายในเวลา 69 นาที และฟังก์ชัน Reversed Charging ผ่านสาย OTG (สาย OTG ต้องซื้อแยกต่างหาก)
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 พร้อมครอบทับด้วย Funtouch OS 10.5
- ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot รองรับการใส่ซิมการ์ดแบบ nanoSIM จำนวน 2 ซิม และการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD ได้พร้อมกัน
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 4G LTE, 3G, EDGE, GPRS และ WiFi
- ระบบ GPS+A-GPS ในตัว พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของประเทศรัสเซีย, ระบบ Beidou ของประเทศจีน และระบบ GALILEO ของสหภาพยุโรป
- รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (2.4 + 5.0 GHz)
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.0
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB (USB 2.0) พร้อมรองรับการใช้งาน OTG (USB On-the-Go)
- วิทยุ FM ในตัว
- มี 2 สีมาตรฐานให้เลือก (Purist Blue และ Obsidian Black)
- ราคา 6,599 บาท ถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสมกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Vivo Y20s

- หน้าจอมีความคมชัดระดับ HD+ ซึ่งไม่มากนักเมื่อเทียบกับขนาดที่ใหญ่ 6.51 นิ้ว
- ลำโพงเสียงเป็นแบบเดี่ยว (Mono)
- พอร์ตการเชื่อมต่อยังไม่ใช่แบบ USB Type-C ที่เป็นมาตรฐานใหม่
- สาย OTG สำหรับการใช้งานฟังก์ชัน Reversed Charging ต้องซื้อแยกต่างหาก


โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 


วันที่ : 30/11/2020