รีวิว OPPO Find X9 Ultra สมาร์ตโฟนกล้อง Hasselblad รุ่นใหม่ล่าสุด ซูมออปติคอล 10 เท่า ครั้งแรกของอุตสาหกรรม พร้อมกล้องหลังทรงพลัง 5 ตัว บนดีไซน์สุดพรีเมียม

หลังจากเปิดตัว OPPO Find X9 และ OPPO Find X9 Pro ในประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุด OPPO ได้ขยายไลน์อัป OPPO Find X9 Series ด้วยสมาชิกใหม่อีก 2 รุ่น ได้แก่ OPPO Find X9s และ OPPO Find X9 Ultra โดย OPPO Find X9s จะเน้นตอบโจทย์สายท่องเที่ยว และสายคอนเทนต์ ด้วยดีไซน์พรีเมียมระดับแฟลกชิป ขนาดกะทัดรัด ใช้งานง่าย และพกพาสะดวก ในขณะที่ OPPO Find X9 Ultra ถูกยกระดับขึ้นในฐานะสมาร์ตโฟนเพื่อการถ่ายภาพระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ มาพร้อมระบบกล้อง Hasselblad Master อันทรงพลัง รองรับการซูมออปติคอล 10 เท่าครั้งแรกของอุตสาหกรรม ช่วยให้การถ่ายภาพมีความละเอียด และยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น และในวันนี้ ทีมงานจะพาไปรีวิว OPPO Find X9 Ultra รุ่นท็อปของซีรีส์นี้แบบเจาะลึกกันครับ
จุดเด่นสำคัญของ OPPO Find X9 Ultra คือการมาพร้อมระบบกล้อง Hasselblad Master รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ประกอบด้วยกล้องหลังทั้งหมด 5 ตัว ครอบคลุมระยะการถ่ายภาพอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ Ultra-Wide ไปจนถึง Telephoto ระยะไกล พร้อมเลนส์ซูมออปติคอล 10 เท่า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของรุ่นนี้ นอกจากนี้ ยังมีกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 200MP คู่ เซนเซอร์ขนาดใหญ่ระดับอุตสาหกรรม รวมถึงเลนส์ Telephoto 200MP ระยะ 3x ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพพอร์ตเทรตโดยเฉพาะ

ขณะเดียวกัน OPPO ยังใส่ความจริงจังด้านวิดีโอเข้ามาแบบเต็มรูปแบบ ด้วยการรองรับการถ่ายวิดีโอ 8K, 4K 120fps, Dolby Vision และ O-Log2 พร้อมระบบสีแบบมืออาชีพที่เหมาะกับสายครีเอเตอร์อย่างแท้จริง เมื่อรวมเข้ากับดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกล้อง Hasselblad ระดับตำนาน จึงทำให้ OPPO Find X9 Ultra กลายเป็นเรือธงที่ไม่ใช่แค่แรง แต่ยังถูกสร้างขึ้นเพื่อคนที่รักการถ่ายภาพ และการสร้างสรรค์คอนเทนต์โดยเฉพาะ
นอกจากเรื่องของกล้องถ่ายภาพแล้ว OPPO Find X9 Ultra ยังอัปเกรดทั้งด้านประสิทธิภาพการประมวลผล และประสบการณ์การใช้งานโดยรวม ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5, หน้าจอ OLED ProXDR ความละเอียด QHD+ รีเฟรชเรต 144Hz รวมถึง แบตเตอรี่ Silicon-Carbon ความจุ 7050mAh ที่รองรับชาร์จไว 100W SUPERVOOC และชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ OPPO Find X9 Ultra ไม่ได้เป็นเพียงสมาร์ตโฟนที่เด่นด้านกล้องเท่านั้น แต่ยังเป็นเรือธงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการถ่ายภาพ การสร้างคอนเทนต์ และการใช้งานระดับสูงได้อย่างครบเครื่อง
และในวันนี้ ทีมงาน Thaimobilecenter ของเราจะพาไปเจาะรายละเอียดของ OPPO Find X9 Ultra รุ่นท็อปของซีรีส์นี้กันแบบเต็ม ๆ ว่าจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง
แกะกล่อง OPPO Find X9 Ultra





กล่องแพ็กเกจของ OPPO Find X9 Ultra เป็นกล่องสีดำขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกพรีเมียมมากขึ้นเมื่อเทียบกับกล่องแพ็กเกจของ OPPO Find X9 Pro โดยอุปกรณ์ภายในกล่องประกอบด้วย
- ตัวเครื่อง OPPO Find X9 Ultra สีน้ำตาล Tundra Umber
- อะแดปเตอร์ชาร์จไว 100W SUPERVOOC
- สายชาร์จ USB-A to USB-C
- เข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด
- เคสซิลิโคน
- เอกสารต่าง ๆ และคู่มือการใช้งาน
ดีไซน์ระดับพรีเมียม ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจาก Hasselblad อย่างชัดเจน

OPPO Find X9 Ultra มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีส้ม Canyon Orange และสีน้ำตาล Tundra Umber โดยทั้งสองสีจะมีรายละเอียดของพื้นผิวและงานออกแบบด้านหลังแตกต่างกันเล็กน้อย สำหรับเครื่องที่ทีมงานนำมารีวิวคือสีน้ำตาล Tundra Umber ซึ่งมีความพิเศษตรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกล้องระดับโปรอย่าง Hasselblad X2D 100C Earth Explorer Edition ถ่ายทอดกลิ่นอายของกล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพออกมาได้อย่างชัดเจน


ฝาหลังเลือกใช้วัสดุหนังวีแกนที่ไม่เพียงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังให้สัมผัสที่นุ่มมือและดูหรูหรา พร้อมการจัดวางโลโก้ OPPO และ Hasselblad ในแนวนอน เพิ่มอารมณ์แบบกล้องคลาสสิก ขณะที่โมดูลกล้องด้านหลังมาในรูปแบบวงกลมขนาดใหญ่ ภายในตกแต่งด้วยกรอบทรงหกเหลี่ยมโค้งมน พร้อมลวดลาย Knurling รอบโมดูลที่เกิดจากการขึ้นรูป CNC และวงแหวนสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hasselblad ช่วยเสริมบุคลิกของตัวเครื่องให้ดูโดดเด่นและมีความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น


ด้านขวาของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่มปรับระดับเสียง ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง และปุ่ม Quick Button สีส้ม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Hasselblad ช่วยให้สามารถเข้าถึงการถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะใช้งานในแนวตั้งหรือแนวนอน

ส่วนด้านซ้ายติดตั้งปุ่ม Snap Key สำหรับเรียกใช้งาน AI Mind Space โดยผู้ใช้สามารถปรับแต่งให้เป็นปุ่มลัดสำหรับเมนูอื่น ๆ ได้ตามต้องการ


บริเวณด้านบนเป็นตำแหน่งของลำโพงเสียงและไมโครโฟน ขณะที่ด้านล่างประกอบด้วยลำโพงหลัก ไมโครโฟน พอร์ต USB Type-C และถาดใส่ซิมการ์ด โดย OPPO Find X9 Ultra ติดตั้งไมโครโฟนมาให้ถึง 4 ตัว เพื่อรองรับการบันทึกเสียงที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากความโดดเด่นด้านงานออกแบบแล้ว OPPO Find X9 Ultra ยังให้ความสำคัญกับความแข็งแรงของตัวเครื่อง ผ่านโครงสร้าง OPPO Armour Shield ที่ช่วยเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทก พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP66 / IP68 / IP69 ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานในหลากหลายสถานการณ์
ระบบกล้อง Hasselblad Master 5 ตัว ยกระดับการถ่ายภาพมือถือไปอีกขั้น

OPPO Find X9 Ultra มาพร้อมระบบกล้อง Hasselblad Master รุ่นใหม่ ที่มีกล้องหลังรวม 5 ตัว ซึ่งแต่ละเลนส์ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการถ่ายภาพเฉพาะทาง และทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ประกอบด้วย
- กล้องหลัก Hasselblad ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Ultra-Sensing, เซ็นเซอร์รับภาพ Sony LYT-901 ขนาด 1/1.12 นิ้ว, รูรับแสง f/1.5, ทางยาวโฟกัส 23 มิลลิเมตร และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- กล้อง Hasselblad Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Ultra-Sensing รองรับการซูมออปติคอล 10 เท่า, เซ็นเซอร์รับภาพ Samsung JNL ขนาด 1/2.75, รูรับแสง f/3.5 ทางยาวโฟกัส 230 มิลลิเมตร และระบบป้องกันการสั่นแบบ Sensor Shift Optical Stabilization
- กล้อง Hasselblad Telephoto ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล รองรับการซูมออปติคัลสูงสุด 3 เท่า พร้อมเซนเซอร์รับภาพ OmniVision OV52A ขนาด 1/1.28 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.2, ระบบเลนส์ Periscope ทางยาวโฟกัส 70 มิลลิเมตร, ระยะโฟกัสต่ำสุด 15 ซม. และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony LYT-600 ขนาด 1/1.95 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.0, ทางยาวโฟกัส 14 มิลลิเมตร และระบบโฟกัสอัตโนมัติ
- กล้อง True Color ความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล พร้อม BSI Sensor, รูรับแสง f/2.4
โดยระบบกล้องของ OPPO Find X9 Ultra ไม่ได้เน้นเพียงจำนวนเลนส์ แต่เน้นการสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ใกล้เคียงกล้องระดับมืออาชีพ โดยครอบคลุมระยะการถ่ายภาพตั้งแต่ 14 มิลลิเมตร ไปจนถึง 460 มิลลิเมตร ผ่านการทำงานของเลนส์และระบบ Crop Sensor คุณภาพสูง
ซูมออปติคอล 10 เท่า ครั้งแรกในอุตสาหกรรม





เปรียบเทียบภาพถ่ายที่ระยะ 1x vs 10x
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่สุดของ OPPO Find X9 Ultra คือการมาพร้อมกล้อง Telephoto 50 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยีซูมออปติคอล 10 เท่า ซึ่งทาง OPPO ใช้โครงสร้าง Quintuple Prism Reflection Periscope แบบสะท้อนแสง 5 ชั้น เพื่อทำให้สามารถติดตั้งระบบซูม 10x จริงในตัวเครื่องที่ยังคงบางเฉียบ เมื่อทำงานร่วมกับเซนเซอร์ความละเอียด 50MP และเทคโนโลยี Ultra-Sensing ทำให้สามารถถ่ายภาพระยะไกลได้อย่างคมชัด พร้อมรองรับการครอปภาพจนได้คุณภาพระดับออปติคอลที่ระยะ 20x


สำหรับสายคอนเสิร์ตหรือการถ่ายภาพระยะไกล ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดแข็งของรุ่นนี้ เพราะสามารถเก็บรายละเอียดของวัตถุหรือบุคคลจากระยะไกลได้อย่างชัดเจน โดยไม่สูญเสียรายละเอียดของภาพมากนัก
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง OPPO Find X9 Ultra ที่ระยะ 10x



















กล้องหลัก Hasselblad 200MP Ultra-Sensing เซนเซอร์ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีในสมาร์ตโฟน

กล้องหลักของ OPPO Find X9 Ultra มาพร้อมเซนเซอร์ Sony LYTIA 901 ความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซล พร้อมขนาดเซนเซอร์ 1/1.12 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเซนเซอร์ 200 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นอื่นถึง 35% เมื่อจับคู่กับรูรับแสง f/1.5 จึงช่วยเพิ่มความสามารถในการรับแสงได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน ทั้งในสภาพแสงกลางวันและกลางคืน
อีกหนึ่งจุดเด่นคือ การรองรับเทคโนโลยี Real-Time Triple Exposure ที่ช่วยประมวลผล HDR แบบเรียลไทม์ ทำให้ภาพมี Dynamic Range กว้างขึ้น เก็บรายละเอียดในส่วนมืดและสว่างได้ครบถ้วนยิ่งกว่าเดิม
สำหรับโหมดถ่ายภาพของ OPPO Find X9 Ultra ก็ได้แก่ มาสเตอร์, วิดีโอ, รูปถ่าย, รูปคน, HASSELBLAD HI-RES, กลางคืน, พาโน, วิดีโอโปร, สโลว์โมชั่น, ไทม์แลปส์, การเปิดความเร็ว, วิดีโอแบบมุมมอง, ใต้น้ำ, สติกเกอร์, ข้อความ, สแกนเอกสาร, XPAN และ Hasselblad Teleconverter

โหมดรูปถ่าย (Photo) สามารถเลือกระยะซูมได้ตั้งแต่ 0.6x, 1x, 2x, 3x, 6x, 10x, 20x, 30x, 60x สูงสุด 120x พร้อมฟิลเตอร์ให้เลือกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Smart Scenes ให้เลือกอีก 3 โหมดด้วยกัน คือ Stage สำหรับถ่ายภาพคอนเสิร์ตหรือบนเวที), Silhouette หรือการใช้แสงด้านหลังเพื่อให้ตัวแบบเป็นเงาดำ และโหมดถ่ายดอกไม้ไฟ

โหมด HASSELBLAD HI-RES เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพไฟล์ภาพในระดับสูง และต้องการนำไปครอปและแต่งต่อภายหลัง ซึ่งระบบนี้จะดึงศักยภาพของเซนเซอร์ความละเอียดสูงจากระบบกล้อง Hasselblad Master ออกมา ทั้งในส่วนของ Texture, แสง, สี และมิติของภาพ แม้นำมาครอป ภาพก็ยังคมชัด
กล้อง Telephoto 200MP ระยะ 3x ถ่ายพอร์ตเทรตคมชัดระดับมืออาชีพ




OPPO Find X9 Ultra มาพร้อมกล้อง Telephoto 200 ล้านพิกเซล ระยะ 3x ซึ่งถือเป็นเลนส์ซูมที่ถูกออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพบุคคลโดยเฉพาะ ด้วยระยะโฟกัสเทียบเท่า 70 มม. ทำให้สามารถถ่ายภาพพอร์ตเทรตได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมละลายฉากหลังได้สวยงาม และยังสามารถครอปภาพต่อไปยังระยะ 6x ได้โดยยังคงคุณภาพระดับ 50MP
การมีเซนเซอร์ขนาดใหญ่และรูรับแสงกว้าง ช่วยให้เลนส์ตัวนี้สามารถถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้ดี พร้อมเก็บรายละเอียดเส้นผม สีผิว และพื้นผิวต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ
กล้อง Ultra-Wide 50MP ถ่ายมุมกว้างคมชัดกว่าเดิม

OPPO Find X9 Ultra มาพร้อมกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์ขนาด 1/1.95 นิ้ว และรูรับแสง f/2.0 จุดเด่นคือการรับแสงได้มากขึ้นถึง 56% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดของภาพวิวหรือภาพมุมกว้างได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสภาพแสงน้อยหรือการถ่ายวิดีโอมุมกว้าง
โหมด XPAN สร้างภาพมุมมองแบบฟิล์มระดับตำนานในสไตล์ Hasselblad

อีกหนึ่งโหมดถ่ายภาพที่น่าสนใจของ OPPO Find X9 Ultra คือ XPAN Mode ซึ่งเป็นโหมดที่พัฒนาร่วมกับ Hasselblad เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์ของกล้องฟิล์มระดับตำนานอย่าง Hasselblad XPan ให้มาอยู่ในสมาร์ตโฟน
จุดเด่นของโหมดนี้คือการถ่ายภาพในอัตราส่วนพิเศษแบบพาโนรามาแนวนอน (Ultra-Wide Aspect Ratio) ที่ให้มุมมองกว้างเป็นพิเศษ แตกต่างจากภาพถ่ายทั่วไปอย่างชัดเจน ทำให้เหมาะอย่างมากสำหรับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ สถาปัตยกรรม หรือภาพแนวสตรีทที่ต้องการเล่าเรื่องผ่านเฟรมภาพที่ยาวขึ้น



นอกจากอัตราส่วนภาพที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว XPAN Mode ยังให้โทนสีและคาแรกเตอร์ภาพในสไตล์ฟิล์มของ Hasselblad ที่ดูนุ่มนวล มีมิติ และเน้นความสมจริงของแสงและเงา ช่วยสร้างอารมณ์ของภาพให้ดูคลาสสิกมากขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกโทนภาพได้หลายรูปแบบ เช่น โทนสี (Color) และขาวดำ (B&W) เพื่อให้เหมาะกับสไตล์ของภาพที่ต้องการ
อีกหนึ่งความพิเศษคือ อินเทอร์เฟซขณะถ่ายภาพในโหมด XPAN จะถูกออกแบบให้จำลองประสบการณ์การใช้งานกล้องฟิล์มมากขึ้น ทั้งกรอบภาพ เส้นไกด์ และโทนการแสดงผลบนหน้าจอ ช่วยเพิ่มความรู้สึกเหมือนกำลังใช้งานกล้อง Hasselblad จริง
วิดีโอระดับมืออาชีพ รองรับ 8K, Dolby Vision และ O-Log2

ด้านวิดีโอ OPPO Find X9 Ultra ถือว่าอัปเกรดมาอย่างจริงจัง โดยรองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 8K 30fps และ 4K 120fps ซึ่งเลนส์ทุกตัวสามารถบันทึกวิดีโอแบบ 4K 60fps Dolby Vision ได้ พร้อมการสลับเลนส์ระหว่างถ่ายที่ลื่นไหล ช่วยให้การถ่ายวิดีโอมีความต่อเนื่องและดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น
สำหรับสายวิดีโอ OPPO ยังเพิ่ม O-Log2 เข้ามาเพื่อรองรับการเก็บรายละเอียดสีและ Dynamic Range ที่กว้างขึ้น พร้อมรองรับมาตรฐาน ACES ซึ่งเป็นระบบสีระดับมืออาชีพในวงการภาพยนตร์
นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งาน 3D LUT เพื่อช่วยปรับโทนสีแบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับสายครีเอเตอร์ที่ต้องการ Workflow แบบมืออาชีพโดยไม่ต้องพึ่งกล้องใหญ่
หน้าจอ OLED ProXDR ขนาด 6.82 นิ้ว 144Hz คมชัดทุกมุมมอง

OPPO Find X9 Ultra มาพร้อมหน้าจอ OLED ProXDR ขนาด 6.82 นิ้ว ความละเอียด QHD+ รองรับ Refresh Rate สูงสุด 144Hz โดยหน้าจอมีความสว่างสูงสุดแบบ Full Screen ที่ 1800 nits และ Peak Brightness ในโหมด HDR สูงสุดถึง 3600 nits ช่วยให้มองเห็นได้ชัดแม้อยู่กลางแจ้ง
นอกจากนี้ยังรองรับ PWM Dimming 2160Hz ช่วยลดอาการล้าตาจากการใช้งานในระยะยาว พร้อมเทคโนโลยี Circular Polarization ที่ช่วยให้ยังมองเห็นหน้าจอได้ชัด แม้ใส่แว่นกันแดดแบบโพลาไรซ์
Snapdragon 8 Elite Gen 5 พร้อมระบบระบายความร้อนระดับใหม่

OPPO Find X9 Ultra ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการประมวลผลระดับสูง ทั้งด้านเกม การตัดต่อวิดีโอ และการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน นอกจากนี้ ยังมีระบบระบายความร้อน Encapsulated Thermal Unit (ECT) ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ แม้ใช้งานหนักต่อเนื่อง เช่น การถ่ายวิดีโอ 8K หรือเล่นเกมกราฟิกสูง
แบตเตอรี่ Silicon-Carbon 7050mAh พร้อมชาร์จไว 100W

แบตเตอรี่ของ OPPO Find X9 Ultra ถือว่าให้มาค่อนข้างใหญ่ ด้วยความจุ 7050mAh ซึ่งเป็นหนึ่งในแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสมาร์ตโฟนเรือธง โดยรองรับชาร์จไว 100W SUPERVOOC และชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC ช่วยให้ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานขึ้น อีกทั้งยังรองรับฟีเจอร์ Reverse Charging สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์อื่นอีกด้วย
ColorOS 16 พร้อมระบบ AI อัจฉริยะ ลื่นไหล และฉลาดกว่าเดิม

OPPO Find X9 Ultra มาพร้อมระบบปฏิบัติการ ColorOS 16 เวอร์ชันล่าสุด ที่พัฒนาบนพื้นฐานของ Android โดยเน้นทั้งความลื่นไหลในการใช้งาน ความเสถียรของระบบ และการทำงานร่วมกับ AI เพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์ใช้งานในชีวิตประจำวันให้สะดวกมากยิ่งขึ้น
ในด้านการใช้งานทั่วไป ColorOS 16 มาพร้อมแอนิเมชันที่ต่อเนื่องและตอบสนองได้รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการสลับแอป เปิด-ปิดหน้าต่าง หรือการทำงานแบบ Multi-tasking ก็ทำได้อย่างลื่นไหล โดยมีการปรับปรุงระบบจัดการทรัพยากรภายใน ช่วยให้ตัวเครื่องสามารถรักษาความเร็วในการทำงานได้แม้เปิดใช้งานหลายแอปพร้อมกัน
นอกจากนี้ ColorOS 16 ยังเพิ่มความสามารถด้าน AI เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น ทั้งการจัดระเบียบข้อมูล การค้นหาไฟล์หรือรูปภาพอย่างรวดเร็ว รวมถึงฟีเจอร์ AI สำหรับการแต่งภาพและปรับคุณภาพภาพถ่าย ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแก้ไขภาพได้สะดวกโดยไม่ต้องพึ่งแอปภายนอก
ด้านการเชื่อมต่อ ColorOS 16 ยังรองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ไฟล์ การเชื่อมต่อกับแท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์ รวมถึงการสลับใช้งานระหว่างอุปกรณ์ได้สะดวกมากขึ้น
ราคา และโปรโมชันของ OPPO Find X9 Ultra

OPPO Find X9 Ultra วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ มีให้เลือก 2 สีคือ สีน้ำตาล (Tundra Umber) และสีส้ม (Canyon Orange) ราคาเป็นดังนี้
- OPPO Find X9 Ultra (12GB+512GB) ราคา 54,999 บาท
- OPPO Find X9 Ultra (16GB+1TB) ราคา 69,999 บาท
สําหรับลูกค้าที่ซื้อ OPPO Find X9 Ultra สมาร์ตโฟนถ่ายภาพสวยระดับมืออาชีพ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 จะได้รับสิทธิพิเศษ ดังต่อไปนี้
- E-VIP Card มูลค่า 27,999 บาท ประกอบไปด้วย ประกันหน้าจอแตก จํานวน 1 ครั้งภายใน 2 ปี และประกันเลนส์กล้องหลัง จํานวน 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี
- OPPO Find X9 Ultra Quicksand Shimmer Magnetic Case คละสี มูลค่า 1,099 บาท
- Trade Up เก่าแลกใหม่ ลดสูงสุด 22,000 บาท

สําหรับลูกค้าที่ซื้อ OPPO Hasselblad Earth Explorer Kit เสริมศักยภาพการถ่ายภาพให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 จะได้รับสิทธิพิเศษ ดังต่อไปนี้
- Compact Photography Shoulder Bag มูลค่า 2,999 บาท
- Bundle Promotion ลด 1,000 บาท เมื่อซื้อคู่โทรศัพท์รุ่น OPPO Find X9 Ultra
*ของสมนาคุณมีจํานวนจํากัด เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น
**ลูกค้าจะต้องกดรับสิทธิ์ E-VIP Card ผ่านแอปพลิเคชัน MY OPPO เท่านั้น<
***เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กําหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
บทสรุปการใช้งาน OPPO Find X9 Ultra

OPPO Find X9 Ultra ถือเป็นสมาร์ตโฟนเรือธงที่สะท้อนแนวคิด Hasselblad in Pocket ได้ชัดเจนที่สุดรุ่นหนึ่งของ OPPO เพราะไม่ได้เน้นเพียงสเปกแรง หรือการใช้งานทั่วไป แต่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านการถ่ายภาพ และการสร้างคอนเทนต์อย่างจริงจัง ตั้งแต่งานดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกล้อง Hasselblad ระดับมืออาชีพ ไปจนถึงระบบกล้องที่ครอบคลุมแทบทุกระยะการใช้งาน
ในแง่ของดีไซน์ OPPO Find X9 Ultra ให้ความรู้สึกแตกต่างจากสมาร์ตโฟนเรือธงทั่วไปอย่างชัดเจน ด้วยงานออกแบบที่มีกลิ่นอายของกล้องคลาสสิก วัสดุฝาหลังหนังวีแกนให้สัมผัสหรูหรา จับถนัดมือ พร้อมรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างวงแหวนสีส้ม รอบโมดูลกล้อง และปุ่ม Quick Button ที่ช่วยเสริมอารมณ์การใช้งานให้ใกล้เคียงกล้องระดับโปรมากขึ้น ขณะเดียวกันตัวเครื่องยังให้ความแข็งแรงด้วยโครงสร้าง OPPO Armour Shield และมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP66/IP68/IP69 ทำให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจในชีวิตประจำวัน
ด้านการถ่ายภาพถือเป็นจุดเด่นที่สุดของรุ่นนี้ ด้วยระบบกล้อง Hasselblad Master 5 ตัว ที่ครอบคลุมระยะตั้งแต่ Ultra-Wide ไปจนถึง Telephoto ระยะไกล โดยเฉพาะกล้องหลักความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ที่ใช้เซนเซอร์ขนาดใหญ่ ช่วยให้ภาพมีรายละเอียดสูง เก็บแสงได้ดี และให้ Dynamic Range ที่โดดเด่น ขณะที่กล้อง Telephoto 200MP ระยะ 3x เหมาะสำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรต ให้มิติภาพสวย และละลายฉากหลังได้อย่างเป็นธรรมชาติ

อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญคือกล้อง Telephoto 50 ล้านพิกเซล ที่รองรับการซูมออปติคอล 10 เท่า ซึ่งช่วยให้การถ่ายภาพระยะไกลทำได้จริงในระดับที่ใกล้เคียงกล้องโปร ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายคอนเสิร์ต กีฬา หรือแลนด์มาร์กจากระยะไกล ก็ยังสามารถเก็บรายละเอียดได้อย่างชัดเจน พร้อมรองรับการซูมต่อเนื่องในหลายช่วงระยะโดยยังคงคุณภาพของภาพไว้ได้ดี
นอกจากนี้ OPPO Find X9 Ultra ยังให้ประสบการณ์ด้านวิดีโอที่จริงจังไม่แพ้กัน ทั้งการรองรับวิดีโอ 8K, Dolby Vision, O-Log2 และระบบสีระดับมืออาชีพ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานทั้งถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอในเครื่องเดียว โดยไม่จำเป็นต้องพกอุปกรณ์หลายชิ้น
ในด้านการใช้งานทั่วไป OPPO Find X9 Ultra ก็ยังจัดเต็มด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 5, หน้าจอ OLED ProXDR 144Hz และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7050mAh ที่รองรับชาร์จไว 100W ทำให้รองรับทั้งการใช้งานหนัก การเล่นเกม การตัดต่อ หรือการถ่ายภาพต่อเนื่องได้อย่างสบาย
โดยรวมแล้ว OPPO Find X9 Ultra เป็นเรือธงที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแข่งขันด้านสเปกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสมาร์ตโฟนที่ออกแบบมาเพื่อคนรักการถ่ายภาพ และสายครีเอเตอร์อย่างแท้จริง ทั้งในเรื่องดีไซน์ ประสบการณ์กล้อง และความสามารถในการใช้งานรอบด้าน จึงถือเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนที่มีเอกลักษณ์ และชัดเจนที่สุดของ OPPO ในช่วงเวลานี้
สรุปคุณสมบัติเด่นของ OPPO Find X9 Ultra

- กล้องเทเลโฟโต้ Hasselblad ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รองรับการซูมแบบออปติคอล 10 เท่า รายแรกและรายเดียวในอุตสาหกรรม
- กล้อง Hasselblad Ultra Sensing คู่ ความละเอียด 200MP
- ดีไซน์ตัวเครื่อง ได้แรงบันดาลใจจากกล้อง Hasselblad X2D รุ่นพิเศษ Earth Explorer Edition
- แชร์ภาพและวิดีโอบน Instagram แบบไม่สูญเสียรายละเอียด
- ตัวเครื่องมีคุณสมบัติของการทนน้ำ-ทนฝุ่นในระดับ IP66/IP68/IP69
- ปุ่ม Snap Key ที่สามารถปรับแต่งได้
------------------------------
- จอแสดงผล LTPO AMOLED ขนาด 6.82 นิ้ว ความละเอียด 3168x1440 พิกเซล, อัตราส่วน 19.8:9, 510PPI
- อัตราการรีเฟรช (Refresh Rate) 1-144Hz
- มาตรฐานการแสดงผล HDR Vivid, Dolby Vision
- มาตรฐานถนอมสายตา T?V Rheinland Low Dynamic Interference
- 2,160Hz PWM Dimming
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ 3D Ultrasonic Fingerprint Scanner
- ฟีเจอร์ Splash Touch
------------------------------
- ชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 8 Elite Gen 5 Mobile Platform (TSMC 3nm)
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR5X ขนาด 12GB หรือ 16GB
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูล (ROM) แบบ UFS 4.1 ขนาด 512GB หรือ 1TB
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 16 พร้อมครอบทับด้วย ColorOS 16
------------------------------
- แบตเตอรี่ความจุ 7,050 mAh
- ระบบชาร์จแบตเตอรี่แบบ 100W SUPERVOOC พร้อมอะแดปเตอร์และสายชาร์จในชุดจำหน่าย
- ระบบชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC และ 10W Reverse Wireless Charging
------------------------------
กล้องตัวหลักด้านหลัง 5 ตัว (Penta Camera) ประกอบด้วย
- กล้องหลัก Hasselblad ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Ultra-Sensing, เซ็นเซอร์รับภาพ Sony LYT-901 ขนาด 1/1.12 นิ้ว, รูรับแสง f/1.5, ทางยาวโฟกัส 23 มิลลิเมตร และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- กล้อง Hasselblad Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Ultra-Sensing รองรับการซูมออปติคอล 10 เท่า, เซ็นเซอร์รับภาพ Samsung JNL ขนาด 1/2.75, รูรับแสง f/3.5 ทางยาวโฟกัส 230 มิลลิเมตร และระบบป้องกันการสั่นแบบ Sensor Shift Optical Stabilization
- กล้อง Hasselblad Telephoto ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล รองรับการซูมออปติคัลสูงสุด 3 เท่า พร้อมเซนเซอร์รับภาพ OmniVision OV52A ขนาด 1/1.28 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.2, ระบบเลนส์ Periscope ทางยาวโฟกัส 70 มิลลิเมตร, ระยะโฟกัสต่ำสุด 15 ซม. และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony LYT-600 ขนาด 1/1.95 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.0, ทางยาวโฟกัส 14 มิลลิเมตร และระบบโฟกัสอัตโนมัติ
- กล้อง True Color ความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล พร้อม BSI Sensor, รูรับแสง f/2.4
พร้อมการถ่ายภาพสไตล์ Hasselblad อันเป็นเอกลักษณ์, ซูมได้ไกลสูงสุด 120 เท่า (120x Digital Zoom) และรองรับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 8K (30fps)
กล้องด้านหน้า ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล
พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung JN5 ขนาด 1/2.75 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.4, ทางยาวโฟกัส 21 มิลลิเมตร, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
------------------------------
- ลำโพงเสียงแบบคู่
- ไมโครโฟน 4 ตัว
- รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi 7, 5G และ 4G LTE
- AI LinkBoost พร้อม OPPO RF Chip
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Dual Nano-SIM)
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 6.0 Low Energy และ NFC
- ระบุตำแหน่ง และนำทางผ่านระบบดาวเทียม GPS (L1+L5), GLONASS (G1), BDS (B1i+B1c+B2a+B2b), Galileo (E1+E5a+E5b), QZSS (L1+L5) และ NavIC (L5)
- พอร์ต USB Type-C 3.2 Gen 1
- มีให้เลือก 2 สีคือ สีส้ม Canyon Orange และสีน้ำตาล Tundra Umber

วันที่ : 08/05/2026


