ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 13/01/2022


 

รีวิว vivo V23 5G สมาร์ทโฟนกล้องหน้าคู่ 50MP ดีไซน์หรูเปลี่ยนสีได้ ใส่จอลื่น เมมจุใจ แบตชาร์จไว ฟีเจอร์สดใหม่ ในราคา 17,999 บาท


13 มกราคม 2022 - หลังจากที่ทางทีมงานได้รีวิว vivo V23e 5G น้องใหม่จากตระกูล V Series ที่เน้นการเซลฟี่ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดนี้ทาง vivo ประเทศไทย ได้เปิดตัวรุ่นที่จัดเต็มขึ้นมาอีกขั้นอย่าง vivo V23 5G ออกมาเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งทางทีมงานก็ได้นำมารีวิวให้ได้รับชมกันอีกเช่นเคย

vivo V23 5G มาภายใต้สโลแกน “คมชัดทุกโมเมนต์ที่เป็นคุณ” ชูจุดขายที่กล้องหน้าคู่ 50MP AF Dual Front Camera พร้อม Eye Autofocus เป็นรุ่นแรกในไทย และมากับกล้องรองแบบ Super Wide Angle 8MP ที่สามารถถ่ายภาพเซลฟี่มุมกว้างสุดที่ 105 องศา อีกทั้งยังมีไฟแฟลช LED แบบคู่ (Dual Selfie Spotlight) โดยรองรับโหมด Natural Portrait ในการถ่ายภาพบุคคลให้สวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ ด้วยฟีเจอร์ Face Beauty และ Portrait Bokeh ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ พร้อมด้วยโหมดถ่ายเซลฟี่เวลากลางคืน และโหมดกันสั่นเวลาถ่ายวิดีโออย่าง Steadiface Selfie Video ที่เหมาะสำหรับการถ่าย Vlog

อีกหนึ่งจุดเด่นของ vivo V23 5G ได้แก่ การดีไซน์ที่มีการปรับให้กรอบตัวเครื่องเป็นแบบแบน ด้วยโลหะอะลูมิเนียม ซึ่งดูพรีเมียมเรียบหรูขณะถือใช้งานมากขึ้น และไฮไลท์สำคัญที่ฝาหลัง โดยตัวเลือกสีทอง Sunshine Gold นั้นผลิตจากกระจก Satin AG Glass (Fluorite AG Glass) แบบ Color Changing Glass ที่สามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อโดนแดด ด้วยเทคโนโลยี Photochromic 2.0 พร้อมเทคนิคการเคลือบพื้นผิวใหม่ล่าสุด ที่ช่วยให้เกิดความเงางามเปล่งประกาย ซึ่งมีการติดตั้งกล้องไว้ทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ที่รองรับ Eye Autofocus + กล้อง Super Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล + กล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล โดยรองรับโหมดการถ่ายภาพที่น่าสนใจครบครัน ทั้งฟีเจอร์ Bokeh Flare Portrait โหมดถ่ายบุคคลพร้อมปรับระดับความเบลอได้ รวมถึงเปลี่ยนรูปแบบของ Bokeh ให้ภาพมีความน่าสนใจมากขึ้น รวมถึงระบบป้องกันการสั่นแบบ Ultra Stable Video + EIS

 

ในด้านของการแสดงผล vivo V23 5G มากับหน้าจอไร้ขอบแบบ AMOLED Halo FullView Display ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล) ที่มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz พร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Scanner)

ด้านการเชื่อมต่อแน่นอนว่ารองรับเครือข่าย 5G เหมือนชื่อรุ่น โดยเป็นแบบ Dual Mode (SA/NSA) พร้อมกันทั้ง 2 ซิมการ์ด (Dual 5G SIM) ด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 920 5G ที่ทำงานร่วมกับ RAM ขนาด 12GB + เทคโนโลยี Extended RAM 2.0 ที่สามารถขยาย RAM เพิ่มได้อีก 4GB และมีหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 256GB และมีแบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 44W FlashCharge บนระบบปฏิบัติการ Android 12 เวอร์ชันล่าสุด ที่ถูกครอบทับด้วย Funtouch OS 12

จากข้อมูลในข้างต้นก็กล่าวได้ว่า vivo V23 5G มีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่หลายด้านเลยทีเดียว โดยเฉพาะในเรื่องของการดีไซน์ และการถ่ายภาพเซลฟี่ กับราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 17,999 บาท ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเพียงใด ไปรับชมรีวิว vivo V23 5G พร้อมกันได้เลยค่ะ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

vivo V23 5G มาในแพ็กเกจสีกรมท่า พร้อมลูกเล่นกลิตเตอร์เป็นประกาย ระบุชื่อรุ่น และขนาด RAM + ROM ไว้อย่างชัดเจน


ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 44W FlashCharge (11V/4A), สายเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, เคสใส, หูฟัง, สายแปลงพอร์ต USB-C เป็นช่องหูฟัง 3.5 มม., เข็มสำหรับถอดถาดซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน


ภาพตัวอย่างการสวมใส่เคสใสที่แถมมาให้ภายในแพ็กเกจ


vivo V23 5G มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ Halo FullView Display (AMOLED) ขนาด 6.44 นิ้ว ในอัตราส่วนแบบ 20:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล : 408 ppi) บนตัวเครื่องขนาด 157.2x72.42x7.55 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 179 กรัม (สี Sunshine Gold)


ที่ด้านบนหน้าจอมีรอยบากสำหรับกล้องหน้าเซลฟี่แบบคู่ Ultra clear ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (f2.0) ที่รองรับระบบการโฟกัสดวงตา (Eye Autofocus) พร้อมกล้องรองแบบ Super Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f2.28)


โดยมีลำโพงสำหรับสนทนาอยู่ถัดขึ้นไป พร้อม Dual Selfie Spotlight ไฟ LED ขนาดเล็ก 2 ดวง ที่ด้านข้างลำโพงหูฟัง (จะติดเมื่อเปิดใช้งานโหมด Super Night Selfie) และมีการติดตั้งเซนเซอร์ Proximity สำหรับปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนาเพื่อประหยัดพลังงาน กับเซนเซอร์ Ambient Light สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ


ด้านหน้าส่วนล่างประกอบด้วย ปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่ม Recent Apps (ค่าเริ่มต้น)


หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ด้วย


มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Scanner)


ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่สอง พร้อมเส้นเสาสัญญาณ 2 เส้น


ที่ด้านล่างประกอบด้วยเส้นเสาสัญญาณ 1 เส้น, ลำโพงเสียงตัวหลัก, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และถาดใส่ซิมการ์ด nanoSIM แบบ Dual-Slot ที่รองรับ nanoSIM สองซิม โดยไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอก รวมถึงไม่มีพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร


ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีเพียงเส้นเสาสัญญาณ 2 เส้น โดยไม่มีพอร์ต หรือปุ่มสั่งการใด ๆ


ด้านขวาของตัวเครื่องมีเส้นเสาสัญญาณ 2 เส้น พร้อมปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power สำหรับล็อกหน้าจอ หรือเปิด-ปิด เครื่อง


vivo V23 5G ที่ทางทีมงานนำมารีวิวให้ได้ชมกันนั้นเป็นสี Sunshine Gold ที่ผลิตจากกระจก Satin AG Glass (Fluorite AG Glass) แบบ Color Changing Glass ที่สามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อโดนแดด (UV) ด้วยเทคโนโลยี Photochromic 2.0 พร้อมเทคนิคการเคลือบพื้นผิวใหม่ล่าสุด ที่ช่วยให้เกิดความเงางามเปล่งประกาย


เมื่อฝาหลังโดดแดด (UV) จะสามารถเปลี่ยนเป็นสีเขียวได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง


และสามารถนำมาสร้างลวดลายได้ตามที่ต้องการ (แนะนำให้ใช้แท่งไฟ UV ฉายเพื่อความสะดวก)


vivo V23 5G มีชุดกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) โดยแบ่งออกเป็น

- กล้อง Main ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.89, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Super Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4.0 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2 และมุมรับภาพ 120 องศา (ทางยาวโฟกัส 16 มิลลิเมตร)
- กล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร

โดยรองรับโหมดถ่ายภาพที่น่าสนใจแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบการโฟกัสดวงตา Eye Autofocus พร้อมการโฟกัสตามร่างกาย Body Autofocus รวมถึงโฟกัสวัตถุ Object Autofocus, โหมดถ่ายภาพความละเอียดสูง 64MP UHD, โหมดบุคคล Portrait ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ (f.16-f0.95) พร้อมรูปแบบ Bokeh, โหมด Face Beauty ปรับทุกส่วนบนใบหน้าได้อย่างอิสระ พร้อมฟังก์ชัน Posture ในการแนะนำท่าทางในการโพส, โหมด Super Macro โฟกัสวัตถุระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร, โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน พร้อมโหมดมุมกว้างแบบ Super Wide รวมถึง Night Style ฟิลเตอร์สำหรับปรับโทนสีของภาพทั้งหมด 9 แบบ, โหมด Double Exposure 2.0 ที่คล้ายกับการถ่ายภาพซ้อนกัน และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K (60fps) พร้อมระบบกันสั่นแบบ Ultra Stable Video กับ EIS รวมถึงโหมด Face Beauty และโหมด Movie


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ

vivo V23 5G ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 เวอร์ชันล่าสุด ครอบทับด้วย Funtouch OS 12 เวอร์ชันใหม่ โดยมี RAM ขนาด 12GB พร้อมเทคโนโลยี Extended RAM 2.0 ที่สามารถขยาย RAM เพิ่มได้อีก 4GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 256GB โดยไม่สามารถใส่ microSD Card ได้


สามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual nanoSIM) พร้อมรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G ในประเทศไทยแบบ Dual 5G (SA/NSA)


เมื่อกดค้างที่หน้าจอจะเป็นการเข้าสู่เมนูการ ปรับแต่งหน้าจอ โดยผู้ใช้สามารถปรับตำแหน่งของไอคอน พร้อมตั้งค่า Home, Widgets และเปลี่ยน Wallpaper ได้


เมื่อลากจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมาจะพบกับ Notification Center ซึ่งเป็นหน้ารวมสำหรับการแสดงแจ้งเตือนต่าง ๆ และเมื่อปัดลงอีกหนึ่งครั้งจะเป็นการขยายหน้าจอ Toggle Switch ปุ่มลัดสำหรับการเปิด-ปิดฟังก์ชัน ต่าง ๆ


โดยผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งตำแหน่งของคีย์ลัด เองได้ด้วย


พร้อมหน้า Jovi Home ผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่มีเมนู Shortcut ทางลัดสำหรับเข้าถึงการเคลียร์พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ , Suggestions คำแนะนำช่วยเตือนความจำอันชาญฉลาดเกี่ยวกับสภาพอากาศ การเดินทาง และการพักผ่อนในแต่ละวัน, My Services ช่วยจัดสรรกิจกรรมให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น แจ้งเตือนการดื่มน้ำ, รายงานสภาพอากาศ และแจ้งเตือนรายการบันเทิงใหม่ ๆ


เมื่อปัดไปทางด้านขวาจากหน้าโฮมสกรีน จะพบกับ Google Discover หน้าที่รวบรวมข่าวสารที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ โดยอ้างอิงจากการค้นหาของผู้ใช้


vivo V23 5G สามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลของหน้าจอได้อย่างหลากหลาย ได้แก่ การปรับความสว่างแบบอัตโนมัติ พร้อมโหมด Eye Protection


รวมถึงการปรับโทนสีได้ 3 รูปแบบ และอุณหภูมิสีของหน้าจอ


และ Dark theme ในการเปลี่ยนพื้นหลังให้กลายเป็นสีดำ


vivo V23 5G รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz โดยสามารถเลือกให้แสดงผลแบบ 60Hz, 90Hz หรือปรับแบบอัตโนมัติตามคอนเทนต์เพื่อประหยัดแบตเตอรี่


สามารถเลือกใช้งานปุ่ม Navigation Buttons ที่สามารถปรับตามความถนัดของผู้ใช้ หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Navigation Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ ให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนได้


vivoShare สามารถโอนถ่ายข้อมูลทั้งหมดในเครื่องเก่าไปยังโทรศัพท์เครื่องใหม่ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่คลิกเดียว และแชร์ภาพยนตร์ หรือเพลงให้เพื่อนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยของ vivo V23 5G มีทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่อยู่ใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Scanner) โดยสามารถตั้งค่าการใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสำหรับปลุกการทำงานของเครื่อง หรือปลดล็อกหน้าจอได้ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ ซึ่งจากการทดสอบตัวเซ็นเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็วทันใจ


และระบบการปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock) ที่สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถลงทะเบียนได้เพียง 1 ใบหน้าเท่านั้น


vivo V23 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh พร้อมโหมดประหยัดพลังงานแบบ Battery Saver ที่เมื่อเปิดใช้งานสัญลักษณ์แบตเตอรี่จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม พร้อมสัญลักษณ์ + ที่ด้านใน พร้อมปรับการแสดงผลให้เป็น Dark Mode ละใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ความเร็วสูงสุดที่ 4G


และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 44W FlashCharge ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้น โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ระดับ 1-68% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที


สามารถเปลี่ยนรูปแบบ Animation ได้ที่ Dynamic effect ไม่ว่าจะเป็น การเข้าสู่หน้า Home, การสแกนใบหน้า, การสแกนลายนิ้วมือ, การชาร์จ และเมื่อเสียบสาย USB


รองรับฟังก์ชัน App Clone สำหรับโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน ซึ่งในเบื้องต้นนั้นสามารถโคลนนิ่งได้เฉพาะแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook, Line และ Instagram จึงทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์


สามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตแบบยาวได้


และมีฟังก์ชัน Screen-Split ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานสองแอปพลิเคชันได้พร้อม ๆ กัน โดยรองรับทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน


vivo V23 5G ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Ultra Game Mode ซึ่งเป็นโหมดพิเศษที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ พร้อมรองรับระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม ป้องกันปัญหาเฟรมเรตตกระหว่างเล่นเกมได้ดีขึ้น และฟังก์ชัน 4D Game Vibration ในการสั่นตามเหตุการณ์ในเกม ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับการเล่นเกมอีกด้วย (รองรับเฉพาะเกม PUBG Mobile)


รวมถึงมี Performance Mode สำหรับเร่งประสิทธิภาพให้อยู่ในขั้นสูงสุด เพื่อการเล่นเกมอย่างลื่นไหล พร้อมฟีเจอร์ป้องกันการโดนขัดจังหวะขณะเล่นเกม โดยการโชว์เบอร์โทรสายเรียกเข้าในรูปแบบ Pop-up ทำให้เกมไม่ถูกสลับไปยังหน้ารับสายสนทนา


สำหรับเซนเซอร์ในเครื่อง vivo V23 5G นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor


รองรับการระบุตำแหน่ง และนำทางด้วยระบบดาวเทียมชั้นนำหลากหลายระบบ ทั้ง GPS+A-GPS, BeiDou, Glonass, Galileo, QZSS และ NavIC


vivo V23 5G มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 920 เทคโนโลยีระดับ 6nm แบบ 8-แกน (Octa-Core) มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.5 GHz โดยมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G68 MC4, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 12GB + เทคโนโลยี Extended RAM 2.0 อีก 4GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 256GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 เวอร์ชันล่าสุด ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 12


และ vivo V23 5G รองรับเทคโนโลยี Multi-Turbo 5.0 สำหรับเร่งการประมวลผลด้านต่าง ๆ ของตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น CPU, กราฟิก และการเล่นเกม, การเชื่อมต่อเครือข่าย และการจัดการความร้อน


vivo V23 5G มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 467,421 คะแนน และจากทาง Geekbench 5 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 737 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 2,121 คะแนน


สำหรับผลทดสอบการประมวลผลด้านกราฟิกจากแอปพลิเค ชัน 3DMark แบบ OpenGL ES 3.1 อยู่ที่ 4,122 คะแนน


vivo V23 5G รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


จากการทดสอบด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสาม มิติอย่าง Marvel Future Fight, Seven Knight 2 และ Pokemon UNITE ก็พบว่า vivo V23 5G นั้นสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี มีความลื่นไหลกับกราฟิกในระดับสูง โดยไม่มีการหน่วง หรือกระตุกให้ได้เห็น แต่มีการสะสมความร้อนในระดับหนึ่งเมื่อเล่นเกมติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังรองรับค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz จึงสามารถใช้งาน เล่นเกมได้อย่างลื่นไหล ตอบสนองทันทุกเหตุการณ์


vivo V23 5G มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล Halo FullView Display (AMOLED) ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 408 ppi) ในอัตราส่วนแบบ 20:9 จึงสามารถรับชมคอนเทนท์ต่าง ๆ ที่ความละเอียด Full HD 1080p ได้อย่างคมชัดเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

vivo V23 5G มาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น

- กล้อง Main ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.89, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Super Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4.0 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2 และมุมรับภาพ 120 องศา (ทางยาวโฟกัส 16 มิลลิเมตร)
- กล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร


โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์แบบใหม่ เน้นความเรียบหรู สบายตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน ซึ่งรองรับฟังก์ชันพื้นฐานครบครัน โดยรองรับโหมด HDR, ฟังก์ชัน AI Scene Recognition ในการตรวจจับซีนต่าง ๆ และโหมด Super Macro สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้


โดยรองรับการถ่ายภาพมุมกว้างแบบ Ultra-Wide (0.6x) ไปจนถึงการซูมไกลสุดที่ 10 เท่า (10x)


รองรับการถ่ายภาพบุคคล Portrait Bokeh ในการละลายฉากหลัง เสริมความโดดเด่นให้ผู้ถ่าย พร้อมฟีเจอร์ Bokeh Flare Portrait ในการปรับรูปแบบ Bokeh ได้ทั้งหมด 5 แบบ ได้แก่ ปกติ (วงกลม), Heart, Star, Butterfly และ Cherry Blossom และสามารถปรับระดับความเบลอได้ที่ระหว่าง f0.95-f16 (ค่าเริ่มต้นจะอยู่ที่ f2.0)


มีโหมด Face Beauty ปรับให้ผิวเนียนสวยเป็นธรรมชาติ พร้อมฟังก์ชัน Posture ในการแนะนำท่าโพสต์ที่สวยงามให้กับผู้ถ่าย


โหมด Style ในการปรับโทนสีของการถ่าย Portrait


และมีโหมดที่น่าสนใจอย่าง Double exposure 2.0 ที่คล้ายกับการถ่ายภาพซ้อนกัน ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับภาพที่ได้เป็นอย่างดี


โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน รองรับการถ่ายมุมกว้างแบบ Super Wide


พร้อมด้วย Night Style ฟิลเตอร์สำหรับปรับโทนสีของภาพให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ทั้งหมด 9 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่

- Black & Gold - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีดำ และสีทอง
- Cyberpunk - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีม่วง และน้ำเงิน คล้ายกับโลกอนาคต
- Dreamy Spotlight - ถ่ายภาพบรรยากาศฟุ้ง ๆ ราวกับในความฝัน
- Textured Black & White - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีขาว-ดำ
- Blue Ice - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีน้ำเงินเย็น
- Green Orange - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีเขียว และส้ม
- Dark Red - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีแดงเข้ม
- Blue Orange - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีน้ำเงิน และสีส้ม
- Silver Orange - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีเงิน และสีส้ม


vivo V23 5G มาพร้อมกับรายละเอียดการตั้งค่าต่าง ๆ ที่ครบครัน และครอบคลุมสำหรับช่างภาพแทบทั้งหมด โดยรองรับการถ่ายภาพไฟล์ RAW ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลภาพได้มากกว่าเดิม ตอบโจทย์การนำไปปรับแต่งในโปรแกรมต่าง ๆ อย่างเช่น Lightroom โดยไม่สูญเสียคุณภาพไฟล์


โดย vivo V23 5G รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD (60 fps) พร้อมเทคโนโลยีกันสั่นแบบ Ultra Stable Video และ EIS


พร้อมโหมด Face Beauty ปรับผิวให้เนียนสวย (รองรับที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p 30fps)


นอกจากนี้ยังมี Movie Mode สำหรับการถ่ายวิดีโอสำหรับสร้างภาพยนตร์บนมือถือ ด้วยฟังก์ชันต่าง ๆ ครบครัน และจะปรับสัดส่วนของภาพเป็น 16:9


ทางด้านกล้องหน้า vivo V23 5G เป็นแบบคู่ มีความละเอียด 50 + 8 ล้านพิกเซล (f2.0 + f2.28)


มาพร้อมระบบการโฟกัสดวงตา Eye Autofocus และถ่ายเซลฟี่มุมกว้างสุดแบบ Super Wide ที่ 105 องศาได้


รองรับโหมดยอดนิยมอย่าง Natural Portrait ช่วยให้การถ่ายเซลฟี่สวยเนียน แลดูเป็นธรรมชาติ โดยสามารถปรับระดับความเบลอได้ที่ระหว่าง f0.95-f16


มีโหมด Face Beauty ปรับให้ผิวเนียนสวยเป็นธรรมชาติ พร้อมฟังก์ชัน Makeup สำหรับช่วยแต่งหน้าให้กับแบบ


ฟังก์ชัน Posture ในการแนะนำท่าโพสต์ที่สวยงามให้กับผู้ถ่าย


โหมด Style (Multi-Style Portrait) ในการปรับโทนสีของการถ่าย Portrait


กล้องหน้าของ vivo V23 5G รองรับโหมด Double exposure 2.0 ที่คล้ายกับการถ่ายภาพซ้อนกันด้วยเช่นกัน


รวมถึง Night Portrait สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่ในเวลากลางคืน พร้อมไฟแฟลช Dual-Tone Spotlight ทำหน้าที่คล้ายไฟสตูดิโอ ช่วยให้ใบหน้าสว่าง สามารถปรับโทนสี cool - warm ได้ตามที่ต้องการ และสามารถถ่ายเซลฟี่ในเวลากลางคืนในมุมกว้างพิเศษแบบ Super Wide ได้


อีกทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับ Face Beauty ในการปรับผิวให้เนียนสวย


โดยรองรับการบันทึกวิดีโอด้วยกล้องหน้าความ ละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD (30 fps) รองรับระบบกันสั่นแบบ Steadiface selfie VDO พร้อมโหมด HDR Selfie Video และ Face Beauty ปรับผิวให้เนียนสวย (รองรับที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p 30fps)


และ Style ในการปรับโทนสีของวิดีโอได้อย่างหลากหลาย


รวมถึง Movie Mode สำหรับการถ่ายวิดีโอสำหรับสร้างภาพยนตร์บนมือถือ ด้วยฟังก์ชันต่าง ๆ ครบครัน และจะปรับสัดส่วนของภาพเป็น 16:9


ตัวอย่างภาพ ถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียด 64+8+2 ล้านพิกเซล ของ vivo V23 5G

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายมุมกว้างแบบ Super Wide


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายมุมกว้างแบบ Super Wide


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh รูปวงกลม


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh รูปหัวใจ


ภาพถ่ายจากโหมด Super Macro


ภาพถ่ายเวลากลางคืนจากโหมด Night


ภาพถ่ายเวลากลางคืนจากโหมด Night มุมกว้างแบบ Super Wide


ภาพถ่ายเวลากลางคืนจากโหมด Night


ภาพถ่ายเวลากลางคืนจากโหมด Night มุมกว้างแบบ Super Wide


ภาพถ่ายเวลากลางคืนจากโหมด Night


ภาพถ่ายเวลากลางคืนจากโหมด Night พร้อม Night Style แบบต่าง ๆ


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าคู่ ความละเอียด 50+8 ล้านพิกเซล ของ vivo V23 5G

ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมดปกติ


ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Portrait Bokeh


ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Portrait Bokeh มุมกว้างแบบ Super-Wide


ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Portrait Bokeh


ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Portrait Bokeh รูปหัวใจ


ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Portrait พร้อมเลือก Style แบบ Holiday


ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Portrait พร้อมเลือก Style แบบ Kyoto Cherry


ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Portrait พร้อมเลือก Style แบบ 1980s


ภาพถ่ายเซลฟี่โหมด Double Exposure 2.0


ภาพถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อยจากโหมด Night


สรุปผลการทดสอบของ vivo V23 5G

จากที่มีโอกาสได้นำ vivo V23 5G ไปใช้งานในชีวิตประจำวันมาสักระยะหนึ่ง ก็พอจะกล่าวได้ว่า V23 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่จัดเต็มด้านการถ่ายภาพเซลฟี่อย่างแท้จริง ด้วยกล้องหน้าแบบคู่ 50MP AF Dual Front Camera พร้อม Eye Autofocus เป็นรุ่นแรกในไทย ผสานกล้องรองแบบ Super Wide 8MP ที่รองรับการถ่ายเซลฟี่มุมกว้างถึง 105 องศา เรียกได้ว่าการถ่ายภาพหมู่ทำได้ง่ายกว่าเดิม โดยไม่ต้องมีใครหลุดเฟรม รวมถึงมีฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคนี้ ตั้งแต่โหมดยอดนิยมอย่างการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ ให้มีความสวยเป็นธรรมชาติแบบ Natural Portrait ที่มากับ Face Beauty เพิ่มความเนียนสวยให้ผิว และ Portrait Bokeh ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ ไปจนถึงการเปลี่ยนรูปแบบของ Bokeh ได้แก่ หัวใจ, ดวงดาว และดอกไม้ อีกทั้งยังมีโหมด Night สำหรับถ่ายเซลฟี่ หรือถ่ายภาพ Portrait ด้วยกล้องหน้าในเวลากลางคืน โดยช่วยให้การถ่ายภาพเซลฟี่ที่แสงน้อย หรือเวลากลางคืนสว่างคล้ายถ่ายในเวลากลางวัน ผสาน Dual Selfie Spotlight ไฟแฟลช LED ทั้ง 2 ตัว ที่ช่วยเพิ่มความสว่าง และความคมชัดให้ใบหน้า ไปจนถึงการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K (30 fps) ที่รองรับระบบกันสั่นเวลาถ่ายวิดีโอโดยเฉพาะอย่าง Steadiface Selfie Video, โหมด Movie ที่สามารถถ่ายหนังสั้นได้ง่ายๆ และ Dual View 3.0 ในการถ่ายวิดีโอจากทั้งกล้องหน้า และกล้องหลังพร้อมกัน ซึ่งเหมาะสำหรับการถ่าย Vlog และผู้ที่เป็น Content Creator ตัวจริง

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย ได้แก่การดีไซน์ตัวเครื่อง โดย vivo V23 5G ได้รับการปรับโฉมตัวเครื่องให้มีกรอบด้านข้างโลหะอะลูมิเนียมที่มีความแบนมากกว่ารุ่นก่อน ๆ ซึ่งให้ความพรีเมียมขณะถือใช้งาน และด้วยฝาหลังที่โดดเด่นมีลูกเล่นในการเปลี่ยนสีได้ (เฉพาะสี Sunshine Gold) เมื่อโดดแสงแดด (UV) จึงสามารถสรรสร้างลวดลายด้วยตัวเองได้อย่างง่ายดาย โดยผลิตจากกระจก Satin AG Glass (Fluorite AG Glass) แบบ Color Changing Glass พร้อมเทคโนโลยี Photochromic 2.0 เทคนิคการเคลือบพื้นผิวใหม่ล่าสุด ที่ช่วยให้เกิดความเงางามเปล่งประกาย

ซึ่งที่ด้านหลังตัวเครื่องนี้มีการติดตั้งชุดกล้องไว้ทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล + กล้อง Super Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล + กล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่มากับความสามารถต่าง ๆ แบบครบครัน ทั้งฟีเจอร์ Bokeh Flare Portrait โหมดถ่ายบุคคลพร้อมปรับระดับความเบลอได้ระหว่าง f.16-f0.95 ที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบของ Bokeh ให้ภาพมีความน่าสนใจมากขึ้น รวมถึงปรับโทนสีได้หลากหลายอารมณ์ และทำงานร่วมกับ Face Beauty จึงช่วยให้ผิวเนียนสวยแลดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งสามารถจับโฟกัสตัวแบบได้รวดเร็วฉับไวด้วยระบบการโฟกัสดวงตา (Eye Autofocus) อีกทั้งยังรองรับโหมด Double Exposure 2.0 ที่คล้ายกับการถ่ายภาพซ้อนกัน จึงช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับภาพที่ได้เป็นอย่างดี, โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน พร้อมโหมดมุมกว้างแบบ Super Wide ที่สามารถเปลี่ยนโทนสี (Style) ได้มากถึง 9 รูปแบบ ไปจนถึงการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K (60 fps) ที่รองรับระบบกันสั่นแบบ Ultra Stable Video + EIS ทำงานร่วมกับ Face Beauty, โหมดใหม่อย่าง Movie และ Dual-View Video 3.0 สำหรับบันทึกวิดีโอทั้งจากกล้องหน้า และกล้องหลังได้พร้อม ๆ กัน ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ vivo V23 5G เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสายถ่ายภาพ และสายเซลฟี่ตัวจริง

 

นอกจากนี้ vivo V23 5G ยังมีหน้าจอไร้ขอบแบบ AMOLED Halo FullView Display ขนาดใหญ่ 6.44 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล) ในอัตราส่วนแบบ 20:9 จึงสามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงได้อย่างเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังรองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz ที่ช่วยให้การใช้งานเป็นไปอย่างลื่นไหลกว่าเดิม รวมถึงการเล่นเกมก็ไม่มีการหน่วง หรือกระตุกมากวนใจ และมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้จอ (In-Display Fingerprint Scanner) ที่ทำงานร่วมกับระบบสแกนใบหน้าในการปลดล็อกหน้าจอ

ในด้านอื่น ๆ นั้น vivo V23 5G ก็สามารถตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้งานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ด้วยการรองรับเครือข่าย 5G แบบ Dual Mode (SA/NSA) จากชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง MediaTek Dimensity 920 ที่ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 12GB บวกกับเทคโนโลยี Extended RAM 2.0 ที่สามารถขยาย RAM เพิ่มได้อีก 4GB จากพื้นที่ ROM จึงสามารถใช้งานแบบ Multi-Task รวมถึงเล่นเกมที่เน้นกราฟิก 3 มิติในระดับสูงได้อย่างลื่นไหล และมีหน่วยความจำ ROM ขนาด 256GB ที่แม้จะไม่รองรับการเพิ่มหน่วยความจำเสริมด้วยการ์ดแบบ microSD หรือแบบอื่น ๆ แต่ก็สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้เต็มที่ เพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบัน อีกทั้ง V23 5G มีแบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh ที่สามารถใช้งานได้ยาวนาน และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 44W FlashCharge ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จได้เป็นอย่างดี เพียง 30 นาทีก็สามารถชาร์จได้ถึงระดับ 68% ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 ใหม่ล่าสุด ที่ถูกครอบทับด้วย Funtouch OS 12

สรุปแล้ว vivo V23 5G นั้นเหมาะกับผู้ที่กำลังมองหามือถือดีไซน์สวยหรูพรีเมียม ที่โดดเด่นด้านการถ่ายภาพโดยเฉพาะการเซลฟี่ หรือการถ่ายภาพบุคคล รวมถึงการเชื่อมต่อที่รวดเร็วด้วย 5G ในราคาเอื้อมถึง และมีฟีเจอร์ระดับใกล้เคียงรุ่นใหญ่แบบครบครัน ทั้งชิปเซ็ตที่เร็วแรง อีกทั้งยังมีหน้าจอแสดงผลคุณภาพสูงขนาดใหญ่ ที่มีความลื่นไหล สามารถรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้สวยงามเต็มตา

 

vivo V23 5G เปิดราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้วที่ 17,999 บาท กับตัวเลือก 2 สี ได้แก่ สีทอง (Sunshine Gold) และสีดำ (Stardust Black) โดยเปิดให้สั่งจองล่วงหน้า (Pre-Order) ในวันที่ 13-20 มกราคมนี้ พร้อมรับฟรี VIP Card ขยายเวลารับประกันนาน 2 ปี + ประกันจอแตก 1 ปี (1 ครั้ง มูลค่า 6,999 บาท) และ V23 5G Premium Gift มูลค่า 1,899 บาท ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2565 เป็นต้นไป

 

พิเศษสำหรับผู้ที่สั่งจองจะได้รับสิทธิ์ลุ้นรับ vivo V23 5G Win Special Gift Set มูลค่า 1,999 บาท

 

นอกจากนี้ยังมาพร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษเริ่มเพียง 6,989 บาท เมื่อสั่งจอง vivo V23 5G กับทางผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือทั้ง 3 ค่าย

 

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง vivo ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง vivo V23 5G มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ


จุดเด่นของ vivo V23 5G

- ตัวเครื่องสี Sunshine Gold ดีไซน์พรีเมียมด้วยกระจก Satin AG Glass (Fluorite AG Glass) แบบ Color Changing Glass ที่ผลิตจากเทคโนโลยี Photochromic 2.0 พร้อมเทคนิคการเคลือบพื้นผิวใหม่ล่าสุด ที่ช่วยให้เกิดความเงางามเปล่งประกาย รวมถึงสามารถเปลี่ยนสีตามแสงที่มาตกกระทบ, การไล่เฉดสี, ป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือ และสามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อโดดแสงแดด (UV)
- กรอบตัวเครื่องโลหะ Aluminum แบบแบน
- ตัวเครื่องสี Sunshine Gold มีขนาด 157.2x72.42x7.55 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 181 กรัม
- ตัวเครื่องสี Stardust Black มีขนาด 157.2x72.42x7.39 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 179 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Halo FullView Display (AMOLED) ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล : 408 PPI) ในอัตราส่วนแบบ 20:9 พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz, รองรับคอนเทนต์แบบ HDR10+ และครอบทับด้วยกระจก Schott Xensation Up
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วแบบฝังใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Scanner) พร้อมระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock) 
- ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 920 5G ความเร็ว 2.5GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G68 MC4
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 12GB พร้อมเทคโนโลยี Extended RAM 2.0 ที่สามารถขยาย RAM เพิ่มได้อีก 4GB ด้วย Internal Storage (ROM)
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 256GB
- แบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 44W FlashCharge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 1-68% ได้ภายในเวลา 30 นาที  และมีอะแดปเตอร์ 44W (11V/1A) แถมมาให้ในกล่อง
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 12 (พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของ Android 12)

กล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบคู่ (Dual Front Camera) ประกอบด้วย

- กล้อง Main ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Pixel Isolation, รูรับแสงขนาด f2.0 และระบบโฟกัสดวงตาแบบ Eye Autofocus
- กล้อง Super Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.28 และมุมรับภาพ 105 องศา

โดยมากับไฟแฟลชคู่ (Dual-Tone Spotlight), รองรับระบบการโฟกัสดวงตา (Eye Autofocus), โหมด Face Beauty ปรับผิวให้สวยเป็นธรรมชาติ พร้อม Posture ในการแนะนำท่าโพสต์ที่สวยงามให้กับผู้ถ่าย, โหมดถ่ายภาพบุคคล Natural Portrait ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้, ฟีเจอร์ Night สำหรับถ่ายเซลฟี่เวลากลางคืน หรือที่แสงน้อย พร้อมทำงานร่วมกับโหมด Beauty และการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD 30fps พร้อมระบบกันสั่นแบบ Steadiface Selfie VDO, โหมด Face Beauty, โหมด Movie และโหมด Dual-View Video 3.0 ในการบันทึกวิดีโอทั้งจากกล้องหน้า และกล้องหลังได้พร้อม ๆ กัน

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

- กล้อง Main ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.89, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Super Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4.0 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2 และมุมรับภาพ 120 องศา (ทางยาวโฟกัส 16 มิลลิเมตร)
- กล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร

โดยมากับไฟแฟลชแบบ Dual LED, ระบบการโฟกัสดวงตา (Eye Autofocus), ระบบการโฟกัสตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย (Body Autofocus) รวมถึงโฟกัสวัตถุ (Object Autofocus), โหมดถ่ายภาพความละเอียดสูง 64MP UHD, โหมดบุคคล (Portrait) ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ (f.16-f0.95) พร้อมรูปแบบ Bokeh, โหมด Face Beauty ที่ปรับทุกส่วนบนใบหน้าได้อย่างอิสระ พร้อมฟังก์ชัน Posture ในการแนะนำท่าทางในการโพส, โหมด Super Macro โฟกัสวัตถุระยะใกล้สุด 4 เซนติเมตร, โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน พร้อมโหมดมุมกว้างแบบ Super Wide รวมถึ Night Style ฟิลเตอร์สำหรับปรับโทนสีของภาพทั้งหมด 9 แบบ, โหมด Double Exposure 2.0 ที่คล้ายกับการถ่ายภาพซ้อนกัน และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K (60 fps), ถ่ายวิดีโอมุมกว้างแบบ Super Wide พร้อมระบบกันสั่นแบบ Ultra Stable Video กับ EIS รวมถึงโหมด Face Beauty และโหมด Movie

- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Dual 5G (SA/NSA), 4G LTE, 3G, EDGE, GPRS และ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (2.4/5.0 GHz)
- รองรับการใช้งานระบบซิมคู่ (Dual Nano SIM) พร้อมระบบ Dual Standby
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.2
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C พร้อมรองรับ OTG (USB On-the-Go)
- ฟังก์ชัน App Clone สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์
- ระบุตำแหน่ง และนำทางด้วยระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, BeiDou, Glonass, Galileo, QZSS และ NavIC
- รองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูง (Hi-Res Audio)
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi Home

 

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ vivo V23 5G

- ไม่มีพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มม. (แต่มีสายแปลง USB Type-C เป็น 3.5 มิลลิเมตรแถมมาให้ในกล่อง)
- ไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำเสริม
- ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนเมื่อใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน
- ลำโพงเสียงเป็นแบบเดี่ยว


โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 

 

วันที่ : 13/01/2022