ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 09/11/2020

รีวิว (Review) Vivo V20 SE

กล้องหน้าชั้นดี มีจอสวย เมมใหญ่ ชาร์จไว ใส่บอดี้บางเฉียบ ในราคาแค่หลักพัน ด้วยจอ AMOLED Halo FullView FHD+ พร้อมสแกนนิ้วบนจอ, กล้อง AI Triple Camera 48MP ผสานกล้องหน้า 32MP, ชิปเซ็ต Snapdragon 665, RAM 8GB+ROM 128GB และแบตเตอรี่ 33W FlashCharge จุใจ 4100 mAh บนตัวเครื่อง 3D สวยโค้งมนบางเบา ในราคา 8,699 บาท
 

9 พฤศจิกายน 2020 - หลังจากที่ทางทีมงานได้รีวิว Vivo V20 Pro 5G และ V20 สองสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปจากตระกูล V Series ไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็เรียกว่ามีกระแสตอบรับที่ดีทั้ง 2 รุ่น ล่าสุดทาง Vivo ประเทศไทย ก็ได้ส่งสมาร์ทโฟนรุ่นน้องเล็กอย่าง Vivo V20 SE มาเสริมทัพ ที่มากับสโลแกน “Be the Focus” และเราก็ไม่รอช้า รีบจับมารีวิวให้ทุกท่านได้รับชมกันในวันนี้

Vivo V20 SE มีจุดเด่นที่กล้องหน้าความละเอียดสูง 32 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับการถ่ายเซลฟี่ในเวลากลางคืนด้วยโหมด Super Night Selfie ผสานกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมกับฟังก์ชันถ่ายภาพที่ครบทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น โหมดมุมกว้างพิเศษ Super Wide-Angle, โหมดถ่ายระยะใกล้แบบ Super Macro, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait), โหมดกลางคืน Super Night และระบบกันสั่นสำหรับการถ่ายวิดีโออย่าง Ultra Stable Video

Vivo V20 SE มากับแบตเตอรี่ความจุ 4100 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 33W Vivo FlashCharge 2.0 ที่สามารถชาร์จจากระดับ 0-62% ได้ในเวลา 30 นาที โดยอาศัยการประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 665 ผสานเทคโนโลยี Multi-Turbo จับคู่กับ RAM ขนาด 8GB + ROM ขนาด 128GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้อีกสูงสุด 1TB โดยทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ถูกครอบทับด้วย Funtouch OS 11

 

ด้านการดีไซน์มากับจอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ AMOLED Halo FullView Display ขนาด 6.44 นิ้ว ความคมชัดระดับ Full HD+ พร้อมฝังเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint) บนตัวเครื่องที่บางเฉียบเพียง 7.83 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 171 กรัม สำหรับฝาหลังมีความเงางามลงโค้งแบบ 3D ช่วยให้จับกระชับมือ โดยได้รับแรงบันดาลใจในการดีไซน์มาจากจักรวาล และธรรมชาติ

จากข้อมูลในข้างต้นก็กล่าวได้ว่า Vivo V20 SE มีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่หลายด้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ตัวเครื่องแบบ 3D Slim Body ที่สวยพรีเมียมโค้งมนบางเบา พร้อมฟีเจอร์ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน กับราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 8,699 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ใครก็เอื้อมถึงได้ไม่ยาก ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชมรีวิว Vivo V20 SE ไปพร้อมกันได้เลยค่ะ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Vivo V20 SE มาในแพ็กเกจสีน้ำเงิน พร้อมชื่อรุ่น ที่มีริ้วสีฟ้ารูปตัว V เมื่อกระทบกับแสง และระบุความจุ RAM + ROM ไว้อย่างชัดเจนที่มุมบนขวา


ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น หูฟัง, อะแดปเตอร์ Vivo FlashCharge 2.0 (11V/3A), สายเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, เคสใส, เข็มสำหรับถอดถาดซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน


ภาพตัวอย่างการสวมใส่เคสใสที่แถมมาให้ภายใน แพ็กเกจ


Vivo V20 SE มาพร้อมหน้าจอแสดงผล AMOLED Halo FullView Display ขนาด 6.44 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 408 ppi) และครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 2.5D บนตัวเครื่องมีขนาด 161x74.08x7.83 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 171 กรัม


ที่ด้านบนมีรอยบากทรงหยดน้ำสำหรับกล้องหน้า Super Night Selfie ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รองรับเทคโนโลยี AI Face Beauty พร้อมลำโพงสำหรับสนทนา และเซ็นเซอร์ Proximity สำหรับปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน กับเซ็นเซอร์ Ambient Light สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอ และแผงปุ่มกดให้เหมาะสม


รองรับระบบสแกนใบหน้าแบบ Face Access ในการปลดล็อกตัวเครื่อง


ด้านหน้าส่วนล่างประกอบด้วย ปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่ม Recent Apps (ค่าเริ่มต้น)


หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ด้วย


รวมถึงรองรับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)


ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีถาดใส่ซิมการ์ด nanoSIM แบบ Triple-Slot ซึ่งรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด และการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ที่ความจุสูงสุด 1TB ได้ในเวลาเดียวกัน และไมโครโฟนตัวที่สอง สำหรับตัดเสียงรบกวนจากภายนอก (Dual Mic Noise Cancelling)


ที่ด้านล่างประกอบด้วย ลำโพงเสียงตัวหลัก, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และช่องเชื่อมต่อหูฟัง ขนาด 3.5 มิลลิเมตร


ด้านซ้ายของตัวเครื่องไม่มีช่อง หรือปุ่มสั่งการใดๆ


ด้านขวาของตัวเครื่อง มีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอ และปุ่มปรับระดับเสียง


ฝาหลังลงโค้งแบบ 3D Curved พร้อมพื้นผิวแบบด้าน ที่ช่วยป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือ โดยสีของตัวเครื่องได้แรงบันดาลใจมาจากจักรวาล และธรรมชาติ ซึ่งสีที่ทางทีมงานนำมารีวิวให้ได้ชมกันเป็นสี Oxygen Blue


กล้องหลังของ Vivo V20 SE มีทั้งหมด 3 ตัว (AI Triple Camera) โดยแบ่งออกเป็น

- กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF 
- กล้อง Super Wide-Angle / Macro ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล  พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2, ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ, มุมรับภาพ 120 องศา และโหมด Super Macro ถ่ายภาพใกล้สุดที่ระยะ 2.5 เซนติเมตร
- กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4

พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED, เทคโนโลยี HDR+ Morpho Algorithm, ระบบป้องกันการสั่นแบบ Ultra Stable Video (EIS), ฟังก์ชัน Video Face Beauty และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K

 

เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ

Vivo V20 SE ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 10 ซึ่งถูกครอบทับด้วย Funtouch OS 11 เวอร์ชันใหม่


และสามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G แบบ Dual 4G LTE


เมื่อกดปุ่ม Recent Apps จะพบกับหน้าแอปพลิเคชันทั้งหมดที่เปิดใช้งานเอาไว้ ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกปิดแอปพลิเคชันที่เปิดค้างเอาไว้ได้ เพียงแค่เลื่อนหน้าต่างแอปนั้นๆ ไปยังด้านบน หรือปิดแอปพลิเคชันทั้งหมดภายในครั้งเดียวได้อย่างง่ายดาย ด้วยการกดปุ่มไอคอน X ที่ด้านล่าง


เมื่อกดค้างที่หน้าจอจะเป็นการเข้าสู่เมนูการ ปรับแต่งหน้าจอ โดยผู้ใช้สามารถปรับตำแหน่งของไอคอน พร้อมตั้งค่า Home, Widgets และเปลี่ยน Wallpaper ได้


เมื่อลากจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมาจะพบกับ Notification Center ซึ่งเป็นหน้ารวมสำหรับการแสดงแจ้งเตือนต่างๆ และเมื่อปัดลงอีกหนึ่งครั้งจะเป็นการขยายหน้าจอ Toggle Switch ปุ่มลัดสำหรับการเปิด-ปิดฟังก์ชัน ต่างๆ


โดยผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งตำแหน่งของคีย์ลัด เองได้ด้วย


พร้อมหน้า Jovi Home ที่จะแสดงภาพรวมการใช้งานตัวเครื่อง, Event, การแจ้งเตือนให้ดื่มน้ำ และการนับก้าว พร้อมสรุปพลังงานที่เผาผลาญในเบื้องต้น


เมื่อปัดไปทางด้านขวาจากหน้าโฮมสกรีน จะพบกับ Google Discover หน้าที่รวบรวมข่าวสารที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ โดยอ้างอิงจากการค้นหาของผู้ใช้


แอปพลิเคชัน iManager เครื่องมือสำหรับจัดการประสิทธิภาพภายในตัวเครื่อง ทั้งการล้างพื้นที่ (การเคลียร์แรม), ตั้งค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแต่ละแอปพลิเคชัน หรือการจำกัดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้


Vivo V20 SE สามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลของหน้าจอได้อย่างหลากหลาย ได้แก่ การปรับความสว่างแบบอัตโนมัติ พร้อมโหมด Eye Protection


และ Dark Mode ในการเปลี่ยนพื้นหลังให้กลายเป็นสีดำ


ตัวอย่างการใช้งาน Dark Mode


และสามารถเลือกการแสดงผลสีของหน้าจอได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Standard (ค่าเริ่มต้น), Normal และ Bright


ในส่วนของการตั้งค่า Lock Screen & Wallpaper สามารถเปิด-ปิด ฟีเจอร์ Always On Display ที่สามารถเลือกรูปแบบได้หลากหลาย


สามารถเปลี่ยนธีม และภาพพื้นหลังได้


และยังสามารถเปลี่ยนธีมของตัวเครื่อง รวมถึง Font ตัวอักษรรูปแบบต่างๆ และการตั้งค่าอื่นๆ บนหน้าจอได้ผ่านแอปพลิเคชัน iTheme


สามารถเปิด-ปิด ฟังก์ชัน Lockscreen Magazine ในการเปลี่ยนภาพล็อกหน้าจอทุกครั้งที่เปิดการทำงาน และรูปแบบของหน้า Lockscreen


นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่า Animation เมื่อมีการเข้าสู่หน้าโฮมจากการปลดล็อกหน้าจออีกด้วย


สามารถเลือกใช้งานปุ่ม Navigation Buttons หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Navigation Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ ให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนได้


สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยของ Vivo V20 SE มีทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ฝังอยู่ใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint) โดยสามารถตั้งค่าการใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสำหรับปลุกการทำงานของ เครื่อง หรือปลดล็อกหน้าจอได้ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ ซึ่งจากการทดสอบตัวเซ็นเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็วทันใจ


โดยสามารถตั้งค่ารูปแบบไอคอนที่หน้า Lockscreen และ Animation เมื่อมีการเข้าสู่หน้าโฮมจากการปลดล็อกหน้าจอได้อีกด้วย


และระบบการปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Access) ที่สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถลงทะเบียนได้เพียง 1 ใบหน้าเท่านั้น


และสามารถเลือกรูปแบบไอคอนที่หน้า Lockscreen กับ Animation ขณะปลดล็อกได้เช่นกัน


Vivo V20 SE มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4100 mAh พร้อมระบบจัดการพลังงานภายในเครื่อง และโหมดประหยัดพลังงานแบบ Battery Saver ที่เมื่อเปิดใช้งานสัญลักษณ์แบตเตอรี่จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม พร้อมสัญลักษณ์ + ที่ด้านใน รวมถึงปรับการแสดงผลให้เป็น Dark Mode


และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 33W Vivo FlashCharge 2.0 ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้น พร้อมระบบป้องกัน 8 ชั้น จึงมั่นใจได้ว่าตัวเครื่องจะไม่ร้อนจนเกินไป และสามารถใช้งานขณะชาร์จได้อย่างไร้กังวล


โดยสามารถตั้งค่า Animation การชาร์จได้


รวมถึงเลือกรูปแบบ Animation เมื่อมีการเสียบสาย USB


และสามารถตรวจสอบเวลาที่ใช้ไปในแต่ละแอปพลิเค ชัน รวมถึงกำหนดระยะเวลาในการใช้งานในแต่ละแอปพลิเคชันได้


รองรับฟังก์ชัน App Clone สำหรับโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน ซึ่งในเบื้องต้นนั้นสามารถโคลนนิ่งได้เฉพาะแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook และ Line จึงทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์


สามารถบันทึกภาพสกรีนช็อต S-capture ได้อย่างรวดเร็วเพียงลาก 3 นิ้ว จากบริเวณด้านล่างหน้าจอไปยังด้านบน หรือกดปุ่ม Power พร้อมกับปุ่มลดเสียง


และยังสามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตแบบยาวได้ด้วย


และมีฟังก์ชัน Screen-Split ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานสองแอปพลิเคชันได้พร้อมๆ กัน โดยสามารถเปิดใช้งานได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ


ตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชัน Screen-Split ที่รองรับทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน


สำหรับฟังก์ชันการใช้งานอัจฉริยะ Smart Motion มาให้ใช้งานบน Vivo V20 SE ด้วยเช่นกัน ซึ่งประกอบไปด้วย โหมด Smart screen on, Smart Wake และ Smart Call


Smart screen on การเปิด-ปิด หน้าจอแบบอัจฉริยะ โดยสามารถตั้งค่าให้หน้าจอติดเมื่อยกตัวเครื่องขึ้น หรือสัมผัสหน้าจอ 2 ครั้งติดกันเพื่อเป็นการล็อกหน้าจอ


Smart Wake เป็นการวาดตามรูปแบบต่างๆ เพื่อเปิดใช้งานคีย์ลัด เช่น การวาดตัวอักษร C เพื่อเข้าสู่ฟังก์ชันการโทรศัพท์ หรือการวาดตัวอักษร m เพื่อเข้าสู่แอปพลิเคชัน Music สำหรับฟังเพลง


และ Smart Call การโทรอัจฉริยะ ที่สามารถตั้งค่าให้สามารถโทรออกได้ทันทีเมื่อเปิดหน้ารายชื่อคนที่ต้องการ และยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู หรือรับสายได้ทันทีเมื่อยกโทรศัพท์แนบหู รวมถึงใช้มือปิดหน้าจอเมื่อมีสายเข้าเพื่อเป็นการปิดเสียงแจ้งเตือน


รวมทั้งยังมีโหมดการใช้งานมือเดียว One-handed ซึ่งเป็นการปรับขนาดของแผงตัวเลขโทรศัพท์, แป้นพิมพ์รหัสผ่านให้เล็กลง ซึ่งช่วยให้ใช้งานมือถือด้วยมือเดียวอย่างสะดวกขึ้น และ Smart Click ในการเปิดใช้งานฟังก์ชันเฉพาะในขณะล็อกหน้าจอ ทั้งการเปิดไฟแฟลช, บันทึกเสียง หรือเปิดใช้งานกล้องถ่ายภาพ


และสามารถเปิดใช้ฟังก์ชัน Easy Touch ปุ่มคีย์ลัดที่สามารถเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งได้


รองรับฟังก์ชัน Ambient Light Effect การแจ้งเตือนสายเข้า หรือข้อความ ด้วยไฟวิ่งรอบขอบหน้าจอ


ที่สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือน พร้อมปรับแต่งรูปแบบ และสีของไฟตามที่ชอบได้อีกด้วย


Vivo V20 SE รองรับระบบเสียง Hi-Res Audio พร้อมเล่นเพลง และไฟล์เสียงต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Music รองรับเทคโนโลยี DeepField สำหรับช่วยขับเสียงร้องให้มีความชัดเจน พร้อมปรับเสียงเบสให้มีอิมแพคมากยิ่งขึ้น


สามารถปรับค่า Equalizer ได้ตามที่ต้องการ


และเลือกใช้หูฟังต่างๆ ของ Vivo รวมถึงตั้งค่าเสียงให้เหมาะกับระดับความสามารถ ในการฟังของแต่ละวัยได้ด้วย


Vivo V20 SE ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Ultra Game Mode ซึ่งเป็นโหมดพิเศษที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ พร้อมรองรับระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม ป้องกันปัญหาเฟรมเรตตกระหว่างเล่นเกมได้ดีขึ้น และฟังก์ชัน 4D Game Vibration ในการสั่นตามเหตุการณ์ในเกม ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับการเล่นเกมอีกด้วย


รวมถึงป้องกันการโดนขัดจังหวะขณะเล่นเกม ยกตัวอย่างเช่น การโชว์เบอร์โทรสายเรียกเข้าในรูปแบบ Pop-up เท่านั้น ทำให้เกมไม่ถูกสลับไปยังหน้ารับสายสนทนา


สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง Vivo V20 SE นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor


สามารถจับสัญญาณดาวเทียม GPS พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของรัสเซีย โดยจากภาพตัวอย่างการทดสอบข้างต้นจะเห็นว่าสามารถจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 32 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 3 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ที่กำลังใช้งานอยู่ หรือสภาพอากาศด้วยนั่นเอง


Vivo V20 SE มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.0 GHz โดยมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 11


และ Vivo V20 SE รองรับเทคโนโลยี Multi-Turbo สำหรับเร่งการประมวลผลด้านต่างๆ ของตัวเครื่อง ประกอบไปด้วย Center Turbo, AI Turbo, เครือข่าย Net Turbo, การระบายความร้อน (Cooling Turbo), การเล่นเกม (Game Turbo) และ ART++ Turbo สำหรับการเพิ่มความเร็วในการเปิดใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ


Vivo V20 SE มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 174,141 คะแนน และจากทาง Geekbench 5 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 315 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 1,402 คะแนน


สำหรับผลทดสอบการประมวลผลด้านกราฟิกจากแอปพลิเค ชัน 3DMark แบบ OpenGL ES 3.1 อยู่ที่ 1,128 คะแนน


Vivo V20 SE รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


จากการทดสอบด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสาม มิติอย่าง Marvel Future Fight, League of Legends : Wild Rift และ V4 ก็พบว่า Vivo V20 SE นั้นสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างลื่นไหล สำหรับกราฟิกระดับกลาง ถึงสูง แต่หากเลือกระดับสูงสุดอาจมีการกระตุกให้เห็นบ้าง

และสามารถเล่นได้ยาวนานต่อเนื่องด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4100 mAh อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0 ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้น แต่ก็มีการสะสมความร้อนให้ได้เห็นบ้างเมื่อใช้งานเวลานาน หรือใช้งานขณะชาร์จ ซึ่งก็เพียงอุ่นมือเท่านั้น


Vivo V20 SE มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล AMOLED Halo FullView Display ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 408 ppi) และมีอัตราส่วนแบบ 20:9 จึงสามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ Full HD 1080p ได้อย่างเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

Vivo V20 SE มาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบไปด้วย

- กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF 
- กล้อง Super Wide-Angle / Macro ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล  พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2, ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ, มุมรับภาพ 120 องศา และโหมด Super Macro ถ่ายภาพใกล้สุดที่ระยะ 2.5 เซนติเมตร
- กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4

พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED, เทคโนโลยี HDR+ Morpho Algorithm, ระบบป้องกันการสั่นแบบ Ultra Stable Video (EIS), ฟังก์ชัน Video Face Beauty และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K


โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์เรียบหรู สบายตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน ได้แก่ เปิด-ปิด ไฟแฟลช พร้อมโหมด HDR


รองรับการถ่ายภาพแบบมุมกว้าง Ultra-Wide และแบบ Super Macro ระยะใกล้สุดที่ 2.5 เซนติเมตร


สามารถเลือก Filter และ Portrait Light Effect ทั้งหมด 5 รูปแบบ


โดยสามารถกดที่เมนู More เพื่อเลือกโหมดถ่ายภาพอื่นๆ


พร้อมโหมด Portrait Bokeh ที่สามารถปรับค่าความเบลอได้ระหว่าง F0.95 - F16


พร้อมโหมด Beauty ที่สามารถเลือกปรับโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระ และฟังก์ชัน Posture สำหรับแนะนำท่าโพสต์ต่างๆ ให้


โหมด AR Stickers สติกเกอร์น่ารักๆ ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับการถ่ายภาพ


นอกจากนี้ยังรองรับโหมดถ่ายภาพในเวลากลางคืนโดย เฉพาะอย่าง Super Night Mode


รองรับการถ่ายภาพมุมกว้างในโหมด PANO และโหมด Live Photo


โหมด AI 48MP สำหรับถ่ายภาพความละเอียดสูง 6000x8000 พิกเซล


รวมถึงโหมด Pro ที่มาพร้อมกับรายละเอียดการตั้งค่าต่างๆ ครบครัน และครอบคลุมสำหรับช่างภาพแทบทั้งหมด


นอกจากนี้ Vivo V20 SE ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน AI Image Matting ในการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยแยกวัตถุออกจากพื้นหลัง พร้อมแก้ไขเพิ่มเติมได้อย่างอิสระ โดยเฉพาะการแต่งภาพท้องฟ้า


สามารถใส่ Filter เพิ่มเติม พร้อม Dynamic Sky ในการปรับเอฟเฟ็กให้ก้อนเมฆเคลื่อนไหวตามที่ต้องการ


รวมถึง Change Sky สำหรับเปลี่ยนท้องฟ้า และโทนภาพของสีไปเป็นแบบต่างๆ


รวมถึงการเบลอในส่วนท้องฟ้าทั้งหมด


การถ่ายวิดีโอบน Vivo V20 SE สามารถบันทึกความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD 60fps พร้อมโหมดมุมกว้าง Ultra-Wide และระบบกันสั่นแบบ Ultra Stable Video (เปิดใช้งานอัตโนมัติเมื่อเลือกความคมชัดระดับ 1080p ระดับ 30fps)


พร้อมโหมด Beauty ที่สามารถเลือกปรับโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระ (เฉพาะความคมชัดระดับ HD 720p ระดับ 30fps)


และรองรับฟังก์ชัน Slo-mo รวมถึง Time-Lapse ในมุมปกติ และมุมกว้างแบบ Super-Wide Angle


ทางด้านกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล (F/2.0)


โดยมีหน้าตา Interface ที่สามารถใช้งานได้ง่ายเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งแสดงไอคอนเอาไว้ให้ใช้งานได้ทันที และสามารถปรับค่าต่างๆ ได้ที่เมนูตั้งค่า


พร้อมเพิ่ม Filter แบบต่างๆ ได้


รวมถึงเลือก Portrait Light Effect ได้ทั้งหมด 6 รูปแบบ


พร้อมโหมด Portrait Bokeh สำหรับถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ


และโหมด Beauty ที่สามารถเลือกปรับโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระ พร้อมฟังก์ชัน Posture สำหรับแนะนำท่าโพสต์ต่างๆ ให้


และใน Portrait รองรับโหมด Style ให้เลือกใช้ 3 รูปแบบ ที่ให้อารมณ์ของภาพต่างกันออกไป


หนึ่งในจุดเด่นของ Vivo V20 SE คือโหมดถ่ายภาพเซลฟี่ในเวลากลางคืนอย่าง Super Night Selfie ที่รองรับการทำงานร่วมกับโหมด Beauty ที่สามารถเลือกปรับโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระ


โหมด AR Stickers สติกเกอร์น่ารักๆ ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับการถ่ายเซลฟี่


ฟังก์ชันสำหรับถ่ายเซลฟี่ในมุมกว้างแบบ PANO และโหมด Live Photo ก็มีให้ใช้งานด้วยเช่นกัน


การถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าของ Vivo V20 SE สามารถบันทึกความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p ระดับ 30fps พร้อมโหมด Beauty ที่สามารถเลือกปรับโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระ (เฉพาะความคมชัดระดับ HD 720p)


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ความละเอียดระดับ 48+8+2 ล้านพิกเซล ของ Vivo V20 SE

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายมุมกว้างแบบ Super-Wide Angle


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายมุมกว้างแบบ Super-Wide Angle


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh ที่ F/2.2


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh ที่ F/2.8


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh ที่ F/5.6


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Studio Light


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Stereo Light


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Loop Light


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Rainbow Light


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Monochrome Background


ภาพถ่ายจากโหมด Super Macro


ภาพถ่ายเวลากลางคืนในโหมด Super Night Mode


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซลของ Vivo V20 SE

ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมดปกติ


ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Beauty พร้อม Portrait Bokeh


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh พร้อมปรับรูปบบ Style เป็น Fresh


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh พร้อมปรับรูปบบ Style เป็น Film


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมดปกติ


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Natural Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Studio Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Stereo Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Loop Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Rainbow Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Monochrome Background


ภาพถ่ายเซลฟี่ในเวลากลางคืนจากโหมด Super Night Selfie


สรุปผลการทดสอบของ Vivo V20 SE

จากการทดสอบทั้งหมดในข้างต้นก็พอจะกล่าวได้ว่า Vivo V20 SE เป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่มีความน่าสนใจในช่วงงบประมาณไม่เกิน 10,000 บาท ด้วยกล้องหน้าที่มีความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล ที่รองรับเทคโนโลยี AI Beauty สำหรับปรับผิวให้เนียนสวย พร้อมโหมดหน้าชัดหลังเบลอที่เปลี่ยนอารมณ์ของภาพได้อย่างหลากหลายด้วยฟังก์ชัน Portrait Lighting Effect ที่สำคัญยังรองรับการถ่ายเซลฟี่กลางคืนด้วยโหมด Super Night Selfie

ทางด้านกล้องหลังก็ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ด้วยกล้อง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมกล้อง Super Wide-Angle / Macro ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สำหรับเก็บภาพในมุมกว้างสุด 120 องศา กับภาพระยะใกล้สุด 2.5 เซนติเมตร และกล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สำหรับช่วยในการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งกล้องหลังนี้รองรับฟังก์ชัน AI Scene Recognition ในการตรวจจับซีนต่างๆ พร้อมปรับภาพให้สวยแบบอัตโนมัติ, โหมด Portrait Bokeh ที่ปรับระดับความเบลอได้ระหว่าง F0.95 - F16 พร้อม Portrait Light Effect, AI Face Beauty ที่ปรับโครงสร้างใบหน้าได้อิสระ, ฟังก์ชัน Pose Master ที่ช่วยแนะนำท่าโพสที่สวยงามให้กับผู้ถ่าย และ Super Night Mode สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน รวมถึงบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD 60fps และระบบป้องกันการสั่นแบบ Ultra Stable Video นอกจากนี้ยังรองรับฟังก์ชันใหม่อย่าง AI Image Matting ในการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยแยกวัตถุออกจากพื้นหลัง พร้อมแก้ไขเพิ่มเติมได้อย่างอิสระ โดยเฉพาะการแต่งภาพท้องฟ้า

Vivo V20 SE ให้แบตเตอรี่มาที่ความจุ 4100 mAh ซึ่งสามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 33W Vivo FlashCharge 2.0 ที่สามารถชาร์จจากระดับ 0-62% ได้ในเวลา 30 นาที จึงช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้น และด้วยระบบป้องกัน 8 ชั้น จึงมั่นใจได้ว่าตัวเครื่องจะไม่ร้อนจนเกินไป และสามารถใช้งานขณะชาร์จได้อย่างไร้กังวล

 

ด้านการทำงานใช้การประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 665 พร้อมเทคโนโลยี Multi-Turbo ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานด้านต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น จับคู่กับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB ซึ่งสามารถใช้งานแบบ Multi-Task ได้แบบสบายๆ โดยมีหน่วยความจำ ROM ขนาด 128GB ที่รองรับการเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุดที่ขนาด 1TB จึงสามารถเก็บไฟล์ข้อมูล, ไฟล์ภาพถ่าย, แอปพลิเคชัน หรือเกมได้อย่างเต็มที่ และหมดปัญหาการเลือกใช้งานในช่องซิมการ์ดที่ 2 เนื่องจาก Vivo V20 SE มาพร้อมกับถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot ที่ สามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ดแบบ Nano SIM + 1 microSD Card ได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ถูกครอบทับด้วย Funtouch OS 11 เวอร์ชันใหม่ ที่มากับ User Interface ดีไซน์เรียบหรูสบายตา โดยผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของไอคอนแอปพลิเคชันได้ตามที่ต้องการ และมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง Dark Mode ในการปรับการแสดงผลพื้นหลังหน้าจอให้เป็นสีดำสำหรับใช้งานในที่มืดได้อย่างสบายตา

Vivo V20 SE มาในดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ AMOLED Halo FullView Display ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 408 ppi) ในอัตราส่วนแบบ 20:9 ที่สามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงได้อย่างเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ อีกทั้งมีการฝังเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint) ที่ทำงานร่วมกับระบบสแกนใบหน้า สำหรับตัวเครื่องมีการดีไซน์ดูดีพรีเมียมด้วยฝาหลังลงโค้งแบบ 3D Curved (3D Slim Body) พร้อมพื้นผิวแบบด้าน และได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ โดยมีตัวเครื่องที่บางเฉียบเพียง 7.83 มิลลิเมตร และเบาเพียง 171 กรัม จึงสามารถจับถือได้สะดวก และถือใช้งานแบบต่อเนื่องได้แบบสบายๆ

 

นอกจากนี้ Vivo V20 SE ยังตอบโจทย์การใช้งานด้านความบันเทิงโดยเฉพาะการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี ด้วยฟีเจอร์เอาใจเกมเมอร์อย่าง Ultra Game Mode โหมดพิเศษที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น การโชว์เบอร์โทรสายเรียกเข้าในรูปแบบป็อบอัปเท่านั้น ทำให้เกมไม่ถูกสลับไปยังหน้ารับสายสนทนา และการย่อขนาดคีย์บอร์ดภายในเกมให้มีขนาดเล็กลง เพื่อป้องกันปัญหาคีย์บอร์ดบดบังการแสดงผล นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม และป้องกันปัญหาเฟรมเรตตกระหว่างเล่นเกมได้ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังรองรับฟีเจอร์ 4D Game Vibration ในการสั่นตามเหตุการณ์ในเกม ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับการเล่นเกมนั่นเอง

รวมถึงรองรับฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ App Clone สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์ เช่น Facebook หรือ Line ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์ในเวลาเดียวกัน รวมถึงฟังก์ชัน Screen-Split ในการใช้งานพร้อมกัน 2 แอปพลิเคชันได้พร้อมกัน และยังสามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตแบบยาวได้

 

สำหรับ Vivo V20 SE เปิดราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้วที่ 8,699 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่จับต้องได้ง่าย กับตัวเลือก 2 สี ได้แก่ Gravity Black และ Oxygen Blue

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง Vivo ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Vivo V20 SE มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน และขอขอบคุณร้าน ลาภปาก (Laappaak Dining room) สำหรับสถานที่สวยๆ ส่วนวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ


จุดเด่นของ Vivo V20 SE

- ตัวเครื่องมีความบางเฉียบเพียง 7.83 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักเบาเพียง 171 กรัม
- ดีไซน์ตัวเครื่องโค้งมนแบบ 3D Curved พร้อมพื้นผิวแบบด้าน และวัสดุแบบ High Polymer
- หน้าจอแสดงผล AMOLED Halo FullView Display ขนาด 6.44 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 408 ppi) พร้อมพื้นที่แสดงผล 90.12%, รองรับขอบเขตสีแบบ P3 Color, รองรับขอบเขตสีแบบ NTSC ได้ 103%, ค่า Contrast Ratio สูงสุด 2000000:1, ครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D และรองรับฟังก์ชัน Always On Display
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint) พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Access)
- ฟังก์ชัน Split Screen สำหรับใช้งานพร้อมกัน 2 หน้าจอ
- การใช้งาน Dark Mode ในการเปลี่ยนพื้นหลังแอปพลิเคชันต่างๆ ให้เป็นสีดำ
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 665 ความเร็ว 2.0 GHz 
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 128GB
- รองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 1TB
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 พร้อมครอบทับด้วย Funtouch OS 11
- เทคโนโลยี Multi Turbo (AI Turbo, Net Turbo, Game Turbo, Cooling Turbo, Center Turbo และ ART++ Turbo)
- ฟังก์ชัน Ultra Game Mode ที่สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่างๆ รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอขณะเล่นเกมได้

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย

- กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF 
- กล้อง Super Wide-Angle / Macro ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล  พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2, ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ, มุมรับภาพ 120 องศา และโหมด Super Macro ถ่ายภาพใกล้สุดที่ระยะ 2.5 เซนติเมตร
- กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4

พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED, เทคโนโลยี HDR+ Morpho Algorithm, ฟังก์ชัน AI Scene Recognition ในการตรวจจับซีนต่างๆ พร้อมปรับภาพให้สวยแบบอัตโนมัติ, โหมด Portrait Bokeh ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ระหว่าง F0.95 - F16 พร้อม Portrait Light Effect, ฟังก์ชัน AI Face Beauty พร้อมปรับโครงสร้างใบหน้าได้อย่างอิสระ, ฟังก์ชัน Pose Master สำหรับแนะนำท่าโพสต์ที่สวยงามให้กับผู้ถ่าย และโหมด Super Night Mode สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน รวมถึงรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD 60fps, มีระบบป้องกันการสั่นแบบ Ultra Stable Video (EIS) และฟังก์ชัน Video Face Beauty 

กล้องดิจิทัลด้านหน้า Super Night Selfie ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

พร้อมรูรับแสงขนาด f2.0, รองรับเทคโนโลยี AI Face Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ พร้อม Portrait Bokeh ในกาเบลอฉากหลัง และ Portrait Light Effect รวมถึงฟังก์ชัน Pose Master ในการแนะนำท่าโพสที่สวยงามให้กับผู้ถ่าย และโหมด Super Night Selfie สำหรับการถ่ายเซลฟี่ในเวลากลางคืน

- แบตเตอรี่ความจุ 4100 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 33W Vivo FlashCharge 2.0
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 4G LTE, 3G, EDGE, GPRS และ WiFi
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual 4G LTE)
- ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot รองรับ nanoSIM ทั้งหมด 2 ซิมการ์ด + 1 microSD Card
- ระบบ GPS+A-GPS ในตัว พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของประเทศรัสเซีย, ระบบ BeiDou ของประเทศจีน และระบบ GALILEO ของสหภาพยุโรป
- รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (2.4 / 5.0 GHz)
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.0
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C พร้อมรองรับ OTG (USB On-the-Go)
- ช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- รองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูง (Hi-Res Audio)
- ฟังก์ชัน AI Image Matting และ Memory Recaller
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi AI Assistant
- ฟังก์ชัน App Clone สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์
- โหมด Focus สำหรับช่วยตัดผู้ใช้ออกจากโลกภายนอก
- Multiple Users สามารถสลับการใช้งานจากผู้ใช้หลายคนได้ โดยข้อมูลของผู้ใช้แต่ละคน และการรักษาความปลอดภัยต่างๆ จะถูกแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง
- ไมโครโฟน 2 ตัว รองรับระบบ Dual-Mic Noise Cancelling ช่วยตัดเสียงรบกวน และเพิ่มความคมชัดของเสียงขณะสนทนา
- มี 2 สีมาตรฐานให้เลือก (Oxygen Blue และ Gravity Black)
- ราคา 8,699 บาท ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Vivo V20 SE

- ส่วนของกล้องถ่ายภาพด้านหลังมีลักษณะนูนขึ้นมา ดังนั้นการวางตัวเครื่องจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
- ตัวเครื่องไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ หรือป้องกันฝุ่น
- ลำโพงเป็นแบบเดี่ยว


โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง บ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 


 

วันที่ : 09/11/2020