ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม mobile review >> พรีวิว Samsung Galaxy A9 Pro


พรีวิว (Preview) Samsung Galaxy A9 Pro :: รีวิว ทดสอบ มือถือ :: Thaimobilecenter.com


 
TMC Point

  8.25

การออกแบบดีไซน์

  8.5

ใช้งานง่ายและสะดวก

  8.0

คุณสมบัติเครื่อง

  8.5

ฟังก์ชันการใช้งาน

8.5

เสถียรภาพและประสิทธิภาพ

  8.5

ความคุ้มค่าต่อราคา

  7.5

 
   

 พรีวิว (Preview) Samsung Galaxy A9 Pro

 สมาร์ทโฟน A-Series ตัวท็อปใหม่ล่าสุด พร้อมแบตเตอรี่สุดอึด 5000 mAh, จอ Super AMOLED Full HD ไซส์ยักษ์ 6 นิ้ว, ชิปเซ็ต Snapdragon 652, RAM 4GB, Android 6.0 Marshmallow, กล้องกันสั่น OIS 16 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล และเซ็นเซอร์สแกนนิ้ว บนบอดี้ Metal-Glass บางเฉียบเรียบหรู ในราคาสุดเซอร์ไพรส์เพียง 15,900 บาท!

 

 Preview Date (21-กรกฎาคม-2559)

สำหรับ Samsung Galaxy A9 Pro รุ่นนี้อาจถือได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟน A-Series ที่มีผู้ใช้งานในบ้านเราคาดหวังให้ทาง ซัมซุง (ประเทศไทย) นำเข้ามาจำหน่ายมากที่สุด ด้วยการที่ Galaxy A9 Pro นั้นอยู่ในฐานะสมาร์ทโฟนตัวท็อปของตระกูล A-Series ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติ และฟีเจอร์ที่จัดเต็มที่สุดในบรรดาพี่น้องร่วมสายเลือด เรียกได้ว่ามีคุณสมบัติอยู่ในระดับน้องๆ รุ่นเรือธงจากค่ายเดียวกันเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีราคาค่าตัวที่พอจะเอื้อมถึงได้ไม่ยากจนเกินไป ดังนั้นใครที่งบไม่ถึงตัวเรือธงรุ่นใหญ่อย่าง Samsung Galaxy S7 หรือ Samsung Galaxy Note5 การลองตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมายมาที่ Samsung Galaxy A9 Pro รุ่นนี้ก็น่าจะเป็นอะไรที่ลงตัวเหมาะสมอยู่ไม่น้อย ซึ่งหลายวันมานี้ทีมงานเว็บไซต์ไทยโมบายเซ็นเตอร์ก็มีโอกาสได้ลองสัมผัส และลองใช้งาน Samsung Galaxy A9 Pro รุ่นนี้มาบ้างพอสมควร จึงถือโอกาสนำบททดสอบในเบื้องต้นมาให้ทุกท่านได้ติดตามกัน

จุดขายที่สำคัญที่สุดของ Samsung Galaxy A9 Pro ก็คงหนีไม่พ้นแบตเตอรี่ที่มีความจุมากถึง 5,000 mAh ซึ่งทาง ซัมซุง เคลมไว้ว่าสามารถเปิดหน้าจอใช้งานตลอดทั้งวันได้แบบเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดลงกลางคัน พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Full HD ที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ถึง 6 นิ้ว ซึ่งถือว่าเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน ซัมซุง ทุกรุ่นที่มีวางจำหน่าย ณ ปัจจุบันเลยก็ว่าได้

 

นอกจากเรื่องของแบตเตอรี่สุดอึด และหน้าจอใหญ่ยักษ์แล้ว คุณสมบัติเด่นในด้านอื่นๆ ของ Samsung Galaxy A9 Pro ก็นับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ตัวเครื่องดีไซน์บางเฉียบเรียบหรูแบบ Metal-Glass Unibody ที่ผลิตจากโลหะอะลูมิเนียมอัลลอย ผสานกระจก Gorilla Glass 4 สุดแกร่งทั้งด้านหน้า และด้านหลัง, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มโฮม, ชิปเซ็ต Snapdragon 652, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32 GB, ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow, กล้องดิจิทัลตัวหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.9 และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.9, เทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง, รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายแบบ NFC, รองรับการใช้งานร่วมกับระบบเครือข่าย 4G LTE Cat6 และรองรับการใช้งานสองซิมการ์ด พร้อมช่องใส่ซิมการ์ดที่แยกอิสระจากช่องใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD ซึ่งโดยรวมแล้วจัดได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติเข้าขั้นไฮเอนด์เลยทีเดียว

และหลังจากที่ ซัมซุง (ประเทศไทย) ได้ประกาศราคาค่าตัวอย่างเป็นทางการของ Samsung Galaxy A9 Pro ออกมาที่เพียง 15,900 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในบ้านเราหลายๆ คนคาดการณ์เอาไว้ ก็ยิ่งทำให้กระแสตอบรับของ Galaxy A9 Pro รุ่นนี้มีความร้อนแรงขึ้นอีกเท่าตัว และคาดว่าวันที่ 22 กรกฎาคม นี้ ซึ่งเป็นวันวางจำหน่ายวันแรก พระเอกของ Samsung Brand Shop สาขาต่างๆ และบรรดาตัวแทนจำหน่ายชั้นนำ ก็คงจะหนีไม่พ้น Galaxy A9 Pro รุ่นนี้นั่นเอง แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้นเราแวะมาอุ่นเครื่องด้วยการทำความรู้จักกับ Galaxy A9 Pro รุ่นนี้ให้มากขึ้นไปพร้อมๆ กันก่อนดีกว่าครับ

 

สำรวจรูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์ของ Samsung Galaxy A9 Pro

ตัวเครื่องของ Galaxy A9 Pro นั้นมีขนาดอยู่ที่ 161.7x80.9x7.9 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัว 210 กรัม ซึ่งถือว่าใหญ่ และหนักกว่าสมาร์ทโฟนทุกรุ่นของ ซัมซุง ที่มีวางจำหน่าย ณ ปัจจุบัน แต่ด้วยความบางเฉียบเพียง 7.9 มิลลิเมตร ก็พอที่จะช่วยให้สามารถพกพาใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีในระดับหนึ่ง ส่วนวัสดุที่ใช้จะเป็นการผสมผสานระหว่างบอดี้อะลูมิเนียม กับกระจก Gorilla Glass 4 ทั้งด้านหน้า และด้านหลังของตัวเครื่อง บนดีไซน์แบบ Metal-Glass Unibody ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของความสวยงาม ดูเป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะเกิดคราบเปื้อน, คราบมัน หรือรอยนิ้วมือได้ค่อนข้างง่าย

 

หน้าจอแสดงผลของ Galaxy A9 Pro จะเป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED ที่มีขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้ว พร้อมความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1920x1080 พิกเซล : 367 ppi) ซึ่งถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ที่สุดของ ซัมซุง ที่มีวางจำหน่าย ณ ปัจจุบัน ส่วนขอบด้านข้างของหน้าจอ แม้จะไม่ถึงกับไร้ขอบ แต่ก็ค่อนข้างบางเฉียบพอสมควร

 

ที่ด้านบนของหน้าจอจะประกอบไปด้วยเซ็นเซอร์ Proximity, เซ็นเซอร์ Ambient Light, ลำโพงหูฟังสำหรับการสนทนา และกล้องดิจิทัลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.9 แต่ก็น่าเสียดายเล็กน้อยที่ไม่มีไฟ LED สำหรับแจ้งเตือน หรือแจ้งสถานะการทำงานติดตั้งมาให้

 

ที่ด้านล่างของหน้าจอจะประกอบไปด้วยปุ่ม Recent Apps แบบสัมผัส, ปุ่มโฮมแบบ Hard-Key พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบสัมผัสในตัว และปุ่มย้อนกลับแบบสัมผัส ซึ่งปุ่ม Recent Apps และปุ่มย้อนกลับ ขณะใช้งานจะมีแสงไฟ Backlight แสดงให้เห็นด้วย

 

ที่ด้านหลังของตัวเครื่องถูกปิดผนึกด้วยกระจก Gorilla Glass 4 ซึ่งมีความแข็งแกร่ง และช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี

 

ที่ด้านหลังส่วนบนจะประกอบไปด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.9 เท่ากับกล้องดิจิทัลด้านหน้า, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS (Optical Image Stabilization) และไฟแฟลช LED

 

ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง

 

ที่ด้านขวาของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยช่องใส่ซิมการ์ดแบบคู่ (Dual-SIM) และปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอ

 

ซิมการ์ดที่รองรับจะเป็นซิมการ์ดแบบ nanoSIM ซึ่งถาดซิมการ์ดนี้จะแยกอิสระจากถาดใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD จึงสามารถใส่ใช้งานพร้อมๆ กันได้ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน โดยซิมการ์ดที่หนึ่งนั้นรองรับทั้งเครือข่าย 4G/3G และ 2G ส่วนซิมการ์ดที่สองนั้นจะรองรับเฉพาะเครือข่าย 3G และ 2G ซึ่งจุดเด่นของระบบ Dual SIM ใน Galaxy A9 Pro ก็คือมาพร้อมกับเทคโนโลยี Full NetCom 3.0 (Dual Active) ซึ่งนั่นก็หมายความว่านอกจากซิมการ์ดที่หนึ่งจะสามารถใช้งานเครือข่าย 4G/3G ได้ตามปกติแล้ว ซิมการ์ดที่สองก็จะสามารถใช้งานเครือข่าย 3G ได้ด้วย (ซิมการ์ดที่สองใช้งานสูงสุดได้แค่ 3G) ซึ่งได้เปรียบเทคโนโลยีสองซิมแบบเดิมๆ ที่ซิมการ์ดที่สองใช้งานได้กับเครือข่าย 2G เท่านั้น และอีกหนึ่งจุดเด่นก็คือสามารถสับเปลี่ยนซิมการ์ดได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดเครื่องก่อน (Hot Swap) จึงช่วยให้มีความสะดวกคล่องตัวในการใช้งานมากขึ้น

 

ที่ด้านบนของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยแถบเสารับสัญญาณ, ไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD ซึ่งรองรับได้สูงสุดที่ขนาด 200 GB

 

ช่องใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD แยกเป็นอิสระจากช่องใส่ซิมการ์ด จึงนับว่าช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน

 

ดูกันชัดๆ อีกครั้งสำหรับถาดใส่ซิมการ์ดแบบคู่ (Dual-SIM) และถาดใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD

 

ที่ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบไปด้วยแถบเสารับสัญญาณ, ช่องต่อหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ช่อง microUSB สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ หรือการถ่ายโอนข้อมูล, ลำโพงเสียงแบบเดี่ยว (Mono) และไมโครโฟนสำหรับการสนทนา หรือบันทึกเสียง

 

ทดสอบความอึดทนของแบตเตอรี่ใน Samsung Galaxy A9 Pro ด้วยการเปิดหน้าจอทิ้งไว้ และใช้งานอย่างเต็มที่ตลอดทั้งวัน

เมื่อเร็วๆ นี้ ทาง ซัมซุง (ประเทศไทย) ได้เชิญสื่อมวลชนไทยร่วมทดสอบความอึดของแบตเตอรี่บน Samsung Galaxy A9 Pro ด้วย โดยมีกฎเหล็กสำคัญอยู่สองข้อ หนึ่งคือห้ามปิดหน้าจอตลอดทั้งวัน และสองคือให้ใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันเพื่อไม่ให้หน้าจอดับ ซึ่งชัดเจนว่า ซัมซุง ต้องการพิสูจน์ให้เห็นกันแบบจะจะว่าแบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh ของ Galaxy A9 Pro นั้นสามารถอยู่รอดได้ตลอดทั้งวัน แม้จะมีการใช้งานอยู่ตลอดเวลาก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วผลทดสอบเมื่อสิ้นวันจะออกมาเป็นอย่างไร ลองติดตามกันต่อได้ที่ด้านล่างนี้

เริ่มเปิดหน้าจอกันตั้งแต่เวลาประมาณ 8.00 น. โดยก่อนจะเริ่มปฏิบัติการ ทีมงาน ซัมซุง ก็ได้แนะนำเทคนิคการใช้งานที่น่าสนใจของ Galaxy A9 Pro ให้บรรดาสื่อมวลชนได้ทราบกันก่อนในเบื้องต้น พร้อมแนะนำกฎกติกาของกิจกรรมทดสอบความอึดในวันนี้

 

เริ่มทดสอบความอึดของแบตเตอรี่ด้วยการเล่นเกมกราฟิกสองมิติแบบเบาๆ ก่อน

 

ทดสอบความอึดของแบตเตอรี่ด้วยการเล่นเกม 3 มิติที่ต้องประมวลผลมากขึ้น

 

ทดสอบความอึดของแบตเตอรี่ด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิก 3 มิติระดับสูง ที่ต้องอาศัยการประมวลผลมากเป็นพิเศษ รวมถึงต้องใช้พลังงานแบตเตอรี่มากเป็นพิเศษเช่นกัน

 

ทดสอบความอึดของแบตเตอรี่ด้วยการเปิดดูคลิปวิดีโอบน YouTube ซึ่งนอกจากจะต้องใช้พลังงานในการประมวลผลภาพแล้ว ก็ยังต้องใช้พลังงานสำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอีกด้วย

 

ทดสอบความอึดของแบตเตอรี่ด้วยการใช้งานกล้องดิจิทัล ซึ่งถือเป็นการใช้งานอีกรูปแบบหนึ่งที่สิ้นเปลืองแบตเตอรี่ไม่ใช่น้อย

 

ถ่ายรูปไป พร้อมกับแต่งรูปไปด้วย ใช้งานกันแบบไม่มีหยุดตลอดทั้งวัน

 

หลังจากใช้งานอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง และไม่ปิดหน้าจอ มาตั้งแต่เช้า จนถึงเวลาราว 18.00 น. แบตเตอรี่ยังเหลืออยู่ถึง 31% ซึ่งถือได้ว่ามีความอึดทนเป็นอย่างยิ่ง สมกับที่ทาง ซัมซุง ได้เคลมเอาไว้ตั้งแต่ต้น และโดยทั่วไปแล้ว ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ก็คงจะไม่ได้ใช้งานกันหนักหน่วงขนาดนี้ จึงแทบไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดเลยแม้แต่น้อย

 

ทดสอบฟีเจอร์ และแอปพลิเคชันต่างๆ ของ Samsung Galaxy A9 Pro ในเบื้องต้น

Samsung Galaxy A9 Pro เครื่องทดสอบนี้เป็นโมเดล SM-A910F/DS ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกันกับที่วางจำหน่ายในประเทศไทย โดยมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow

 

มีความจุแบตเตอรี่อยู่ที่ 5,000 mAh ตามสเปค

 

มีเซ็นเซอร์พื้นฐานต่างๆ ติดตั้งมาให้อย่างครบถ้วนตามมาตรฐานของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ในยุคนี้ รวมถึงมีเซ็นเซอร์นับก้าว (Step Counter และ Step Detector) มาให้ใช้งานด้วย แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่มี Gyroscope Sensor ติดตั้งมาให้ด้วย ซึ่งทำให้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน หรืออุปกรณ์ที่ทำงานแบบ 360 องศาได้ เช่นการใช้งานแว่น Gear VR รวมถึงแอปพลิเคชันหลายๆ ตัวที่ต้องทำงานร่วมกับระบบ Virtual Reality (VR) หรือ Augmented Reality (AR)

 

User Interface แบบ TouchWiz UI เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ จากค่ายเดียวกัน จึงเรียนรู้การใช้งานได้ไม่ยาก

 

ที่หน้าหลักสามารถปรับแต่งได้ทั้งภาพพื้นหลัง, วิดเจ็ต, ธีม และตารางหน้าจอ

 

ตารางหน้าจอมีให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ 4x4, 4x5 และ 5x5 เช่นหากเลือกที่ 5x5 ก็จะมีลักษณะเป็นดังภาพที่ด้านขวานี้

 

สามารถปรับแต่งแถบทางลัดที่ด้านบนของหน้าจอได้ตามใจชอบ

 

หน้ารวมแอปพลิเคชัน สามารถทำการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของไอคอน, สร้างโฟลเดอร์, ถอนการติดตั้ง และซ่อนแอปพลิเคชันได้อย่างอิสระง่ายดายเช่นเคย

 

หากคิดว่าเมนู หรือฟังก์ชันต่างๆ ดูซับซ้อนจนเกินไป ก็สามารถเปลี่ยนเป็นโหมดใช้ง่ายได้เช่นกัน

 

มีโหมด Adaptive Display ที่ช่วยปรับเปลี่ยนโทนสี และความคมชัดของหน้าจอให้เหมาะสมกับการใช้งานโดยอัตโนมัติ รวมถึงการกำหนดเองให้เป็นแบบ AMOLED Cinema, AMOLED Photo และ Basic

 

รองรับการเปลี่ยนธีม (Themes) ได้มากมายหลากหลายรูปแบบ สำหรับใครที่ไม่ต้องการหน้าจอ หรือไอคอนแบบเดิมๆ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเข้าไปดาวน์โหลดมาติดตั้งเพิ่มเติมได้เองในภายหลัง โดยมีทั้งแบบฟรี และแบบเสียเงิน

 

มีแอปพลิเคชันจัดการไฟล์, บันทึกเสียง, อีเมล, อินเทอร์เน็ต, S Health, Galaxy Apps และวิทยุ FM ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐาน

 

กลุ่มแอปพลิเคชันยอดนิยมจาก Google ก็มีติดตั้งมาให้ใช้งานอย่างครบถ้วน

 

มีแอปพลิเคชันยอดนิยมจากไมโครซอฟท์ติดตั้งมาให้อย่างครบถ้วนเช่นเดียวกัน ทั้ง Word, Excel, PowerPoint, OneDrive, OneNote และ Skype

 

รองรับการใช้งานฟังก์ชัน Multi Window ได้ ซึ่งเหมาะกับหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้วนี้เป็นอย่างยิ่ง

 

กล้องดิจิทัลด้านหลังสามารถ่ายถาพได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 16 ล้านพิกเซล ในอัตราส่วนแบบ 4:3 และสามารถตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้าได้ที่ 2, 5 และ 10 วินาที

 

ใส่เอฟเฟกต์ให้กับรูปภาพได้โดยง่าย และสามารถดาวน์โหลดเอฟเฟกต์แบบอื่นๆ มาใช้งานเพิ่มเติมได้

 

โหมดถ่ายภาพมาตรฐานที่หลากหลาย ได้แก่อัตโนมัติ, โปร, พาโนราม่า, ถ่ายต่อเนื่อง, HDR (ริชโทน), กลางคืน และสามารถดาวน์โหลดโหมดถ่ายภาพแบบอื่นๆ มาติดตั้งเพิ่มเติมได้

 

ในโหมดโปร ผู้ใช้งานสามารถกำหนดค่าชดเชยแสง, ค่าความไวแสง และค่าสมดุลสีขาว ได้ด้วยตนเอง

 

กล้องดิจิทัลด้านหลัง สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p (1920x1080 พิกเซล) ซึ่งก็น่าเสียดายเล็กน้อยที่ไม่สามารถถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K UHD ได้ นอกจากนี้ก็ยังสามารถสั่งถ่ายภาพด้วยเสียงได้

 

กล้องดิจิทัลด้านหน้ารองรับการถ่ายภาพได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 8 ล้านพิกเซล ในอัตราส่วนแบบ 4:3 รวมทั้งสามารถตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้าได้ที่ 2, 5 และ 10 วินาที

 

สามารถใส่เอฟเฟกต์ได้เช่นเดียวกันกับกล้องด้านหลัง

 

กล้องดิจิทัลด้านหน้ามีโหมดถ่ายภาพมาตรฐานติดตั้งมาให้ 4 โหมดด้วยกัน ได้แก่ถ่ายภาพตนเอง, ถ่ายภาพตนเองแบบกว้าง, ถ่ายต่อเนื่อง, กลางคืน และสามารถดาวน์โหลดโหมดถ่ายภาพแบบอื่นๆ มาติดตั้งเพิ่มเติมได้

 

กล้องดิจิทัลด้านหน้า สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p เช่นเดียวกับกล้องดิจิทัลด้านหลัง และที่พิเศษคือสามารถสั่งถ่ายภาพด้วยการยกฝ่ามือขึ้นมาได้ (Palm Selfie)

 


มีฟังก์ชันสำหรับตกแต่งแก้ไขรูปภาพติดตั้งมาให้ใช้งาน โดยสามารถปรับแต่งได้ตั้งแต่อัตราส่วนของภาพ, รูปแบบของการตัดต่อภาพ (Photo Collage), รูปแบบของกรอบ และภาพพื้นหลัง

 

สำหรับการปรับแต่งเสียง สามารถปรับแต่งได้ด้วยฟังก์ชัน Adapt Sound, SoundAlive+ และแอมป์หลอด

 

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Samsung Galaxy A9 Pro ก็คือ รองรับการปลดล็อกด้วยเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

 

หลังทดสอบใช้งานแบบต่อเนื่อง และเปิดหน้าจอตั้งแต่เช้า ถึงเวลาราว 19.00 น. ก็พบว่าแบตเตอรี่ยังคงเหลืออยู่ถึง 25% ซึ่งจะเห็นได้ว่าส่วนที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่มากที่สุดก็คือหน้าจอแสดงผล ดังนั้นในการใช้งานปกติทั่วไป ที่ไม่ได้เปิดหน้าจออยู่ตลอดเวลา ก็น่าจะสามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่านี้อีกพอสมควร

 

รองรับการใช้งานสองซิมการ์ด (Dual SIM) โดยซิมการ์ดที่หนึ่งนั้นรองรับทั้งระบบเครือข่าย 4G/3G และ 2G ส่วนซิมการ์ดที่สองรองรับเฉพาะระบบเครือข่าย 3G และ 2G

 

รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายระยะใกล้แบบ NFC

 

มีฟังก์ชัน Download Booster ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วของการดาวน์โหลด ด้วยการเปิดใช้ทั้ง Wi-Fi และ 4G LTE ให้ทำงานไปพร้อมๆ กัน

 

มีแอปพลิเคชัน Smart Manager ซึ่งมีเครื่องมือสำหรับช่วยจัดการกับแบตเตอรี่, หน่วยความจำภายใน, หน่วยความจำแรม, ระบบป้องกัน และระบบประหยัดการใช้งานอินเทอร์เน็ต

 

แม้ Galaxy A9 Pro จะมีขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่เป็นพิเศษ แต่ก็ยังพอที่จะใช้งานด้วยมือข้างเดียวได้ ด้วยการเปิดโหมดทำงานมือเดียว

 

โหมดทำงานมือเดียว จะทำการลดขนาดของหน้าจอ และคีย์บอร์ดให้เล็กลงมา เพื่อให้ชิดกับนิ้วด้านใดด้านหนึ่งที่ผู้ใช้งานถนัด

 

สามารถย่อหน้าต่างของแอปพลิเคชันให้เล็กลงมาได้ด้วยฟังก์ชัน Pop Up Window โดยใช้นิ้วลากเฉียงจากมุมบนซ้ายของหน้าจอลงมา ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถใช้งานหลายๆ แอปพลิเคชันพร้อมกันได้สะดวกมากขึ้น

 

สามารถจับภาพหน้าจอได้โดยง่ายด้วยการปาดสันมือผ่านไปบนหน้าจอในแนวขวาง

 

หากมีสายที่ไม่ได้รับ หรือมีข้อความใหม่ที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา เมื่อผู้ใช้งานหยิบเครื่องขึ้นมา เครื่องก็จะเตือนให้ทราบด้วยการสั่น

 

หากต้องการปิดเสียงเรียกเข้า หรือเสียงอื่นๆ ก็เพียงแค่เอามือวางไว้บนหน้าจอเท่านั้น

 

มีฟังก์ชันการช่วยเหลือการเข้าถึงต่างๆ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทสัมผัส

 

มีฟังก์ชันสำหรับการสำรองข้อมูล และการคืนค่าจากโรงงาน

 

มีฟังก์ชันสำหรับแปลงตัวอักษร หรือคำต่างๆ เป็นเสียงพูด

 

เครื่องจากโรงงาน หากยังไม่มีการติดตั้งแอปพลิเคชัน หรือไฟล์ใดๆ เพิ่มเติม ก็จะมีพื้นที่เหลือให้ใช้งานจริงอยู่ประมาณ 23.4 GB และหากไม่พอก็สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD เพิ่มเติมได้สูงสุดอีก 200 GB

 

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานโดยรวมด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ก็พบว่าได้คะแนนทดสอบอยู่ที่ 66,786 คะแนน

 

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานโดยรวมด้วยแอปพลิเคชัน Geekbench 3 ก็พบว่าได้คะแนนทดสอบในส่วนของ Single-Core อยู่ที่ 1,200 คะแนน และได้คะแนนทดสอบในส่วนของ Multi-Core อยู่ที่ 3,852 คะแนน

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลความละเอียดระดับ 16 ล้านพิกเซล ของ Samsung Galaxy A9 Pro

 

สรุปผลการทดสอบในเบื้องต้น พร้อมราคา และข้อมูลการวางจำหน่ายของ Samsung Galaxy A9 Pro

หลังจากที่ได้ทดสอบใช้งาน Samsung Galaxy A9 Pro รุ่นนี้มาในเบื้องต้น ผลทดสอบที่ประทับใจมากที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องของแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh ที่สามารถใช้งานได้นานหายห่วงอย่างแท้จริงตามที่ทาง ซัมซุง ได้เคลมไว้ จากการทดสอบแบบหนักหน่วงด้วยการเปิดหน้าจอทิ้งไว้ทั้งวัน พร้อมใช้งานต่อเนื่องอย่างเต็มที่ แบตเตอรี่ก็ยังคงเหลือกลับบ้าน ผู้ใช้งานจึงมั่นใจได้เต็มร้อยว่าแม้จะต้องใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แบตเตอรี่ก็จะไม่หมดลงกลางคันอย่างแน่นอน และไม่ต้องคอยพกแบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) ให้ลำบากอีกต่อไป

อีกหนึ่งจุดขายสำคัญนอกจากเรื่องของแบตเตอรี่ก็คงจะเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ถึง 6 นิ้ว ซึ่งนับเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนของ ซัมซุง ทั้งหมดที่มีวางจำหน่าย ณ ปัจจุบัน และด้วยเทคโนโลยีหน้าจอแบบ Super AMOLED จึงมีความสามารถในการแสดงผลที่โดดเด่น ทั้งในด้านของสีสันที่สดใสเป็นพิเศษ, การใช้งานในที่กลางแจ้งได้ดี และการประหยัดพลังงาน อีกทั้งด้วยความละเอียดระดับ Full HD 1080p จึงช่วยให้การแสดงผลมีความคมชัดเหลือเฟือสำหรับหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้วนี้ เรียกว่าเหมาะกับการใช้งานด้านความบันเทิงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการดูคลิปวิดีโอ หรือการชมภาพยนตร์

ส่วนคุณสมบัติในด้านอื่นๆ นั้นก็นับว่าไม่ธรรมดา เริ่มตั้งแต่ตัวเครื่องดีไซน์บางเฉียบเรียบหรูแบบ Metal-Glass Unibody ซึ่งเป็นการผสมผสานโลหะอะลูมิเนียมอัลลอย เข้ากับกระจก Gorilla Glass 4 ได้อย่างลงตัว, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือระบบสัมผัสที่ปุ่มโฮม, ชิปเซ็ต Snapdragon 652 ที่เร็วแรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานทุกประเภท, ระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชันใหม่ที่สุด ณ ปัจจุบัน, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32 GB, รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้สูงสุดขนาด 200 GB, กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่องความละเอียดระดับ 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.9 และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, กล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่องความละเอียดระดับ 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.9, รองรับการใช้งานสองซิมการ์ด พร้อมช่องใส่ซิมการ์ดที่แยกอิสระจากช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ, รองรับการใช้งานร่วมกับระบบเครือข่าย 4G LTE Cat6, รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายแบบ NFC และรองรับ USB OTG ซึ่งด้วยคุณสมบัติต่างๆ ข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่าจัดเต็มครบเครื่องในระดับน้องๆ สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงตัวท็อปจากค่ายเดียวกันเลยทีเดียว

 

ส่วนราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Samsung Galaxy A9 Pro ในประเทศไทย ทาง ซัมซุง ก็ได้ประกาศออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยมีราคาอยู่ที่เพียง 15,900 บาท เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เซอร์ไพรส์พอสมควร เพราะเป็นราคาที่ต่ำกว่าที่บรรดานักวิเคราะห์ในบ้านเราคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 22 กรกฎาคม นี้เป็นวันแรก ที่ Samsung Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมมีตัวเครื่องให้เลือก 3 สี 3 สไตล์ ได้แก่ สีทอง, สีขาว และสีดำ ซึ่งด้วยราคานี้ ก็น่าจะส่งผลให้ Galaxy A9 Pro เป็นสมาร์ทโฟน ซัมซุง อีกรุ่นที่ขายดิบขายดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหลายคนที่กำลังเล็งจับจองสมาร์ทโฟน ซัมซุง รุ่นเรือธงอยู่ (เช่น Samsung Galaxy S7 หรือ Galaxy Note5) แต่ติดที่ว่ายังมีงบประมาณจำกัด และยังต้องการเน้นไปที่ความคุ้มค่า การลองหันมาพิจารณาตัวเลือกใหม่อย่าง Galaxy A9 Pro รุ่นนี้ ก็น่าจะเป็นอะไรที่เหมาะสมลงตัวอยู่ไม่น้อย เพราะ Galaxy A9 Pro รุ่นนี้ก็ถือว่ามีความสมบูรณ์แบบในตัวเองแล้ว ทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก และคุณสมบัติต่างๆ ด้านในที่สามารถรองรับการใช้งานทุกรูปแบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับการทดสอบ Samsung Galaxy A9 Pro ในวันนี้ก็เป็นเพียงการทดสอบในเบื้องต้นเท่านั้น ยังมีรายละเอียดอีกมากให้ทุกท่านได้ติดตามกัน โดยทุกท่านสามารถติดตามชมรีวิวฉบับเต็มจากทีมงานเว็บไซต์ไทยโมบายเซ็นเตอร์ของเราอีกครั้งได้ในเร็วๆ นี้ สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสต่อไป สวัสดีครับ

 

จุดเด่นของ Samsung Galaxy A9 Pro

- ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Metal-Glass Unibody ด้วยโลหะอะลูมิเนียมอัลลอย ผสานกระจก Gorilla Glass 4 ที่ด้านหน้า และด้านหลังของตัวเครื่อง บนความบางเฉียบเพียง 7.9 มิลลิเมตร
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ที่ปุ่มโฮม สำหรับตรวจสอบสิทธิ์ของการเข้าใช้งานเครื่อง และการเข้าถึงข้อมูลภายใน
- จอแสดงผลแบบ Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 6.0 นิ้ว : 367 ppi)
- กระจกหน้าจอแบบ Corning Gorilla Glass 4 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแรงกระแทก หรือรอยขีดข่วน
- หน่วยประมวลผลกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 510
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm MSM8976 Snapdragon 652 ความเร็วในการประมวลผล 1.8 GHz (ซีพียู Cortex-A72 ความเร็ว 1.8 GHz และซีพียู Cortex-A53 ความเร็ว 1.4 GHz)
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 6.0.1 (Marshmallow)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB (เหลือให้ใช้งานจริงประมาณ 23.4 GB)
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 200 GB
- แบตเตอรี่ Li-Ion 5000 mAh ซึ่งช่วยให้สามารถเปิดหน้าจอ และใช้งานได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางคัน พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง (Fast Battery Charging : ชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ได้ภายในเวลา 160 นาที)
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์ผ่านทางระบบ WiFi, 4G LTE Cat6, 3G HSPA+, EDGE และ GPRS
- รองรับเทคโนโลยี 4G LTE แบบ 2CA (ทำ Carrier Aggregation ด้วย 2 คลื่นความถี่)
- รองรับการใช้งานสองซิมการ์ด (nanoSIM) พร้อมเทคโนโลยี Full NetCom 3.0 (ช่องซิมการ์ดที่สองรองรับการใช้งาน 3G พร้อมแยกอิสระจากช่องใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD)
- รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายแบบ NFC และ Bluetooth 4.2
- รองรับ USB OTG (USB On-the-Go)
- ระบบ GPS ในตัว พร้อมฟังก์ชัน A-GPS และรองรับการใช้งานร่วมกับระบบดาวเทียม GLONASS ของรัสเซีย
- กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 16 ล้าน Pixels พร้อมขนาดของรูรับแสง (Aperture) กว้างสูงสุดที่ f/1.9, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS (Optical Image Stabilization) และไฟแฟลช LED
- กล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels พร้อมขนาดของรูรับแสง (Aperture) กว้างสูงสุดที่ f/1.9
- รองรับการใช้งานร่วมกับนาฬิกา Gear Circle (Manager Support), Gear Fit, Gear Fit2, Gear1, Gear2, Gear2 Neo, Gear S, Gear S2
- วิทยุ FM Stereo RDS ในตัว
- ราคาเปิดตัว 15,900 บาท หากเทียบกับคุณสมบัติโดยรวมแล้วถือว่ามีความคุ้มค่า

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Samsung Galaxy A9 Pro

- ด้วยหน้าจอขนาด 6 นิ้ว และบอดี้ที่มีขนาดใหญ่ จึงทำให้การใช้งานด้วยมือข้างเดียวอาจไม่สะดวกมากนัก รวมถึงการพกพาอาจไม่คล่องตัวเท่ากับสมาร์ทโฟนที่มีขนาดเล็กกว่า
- ไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้
- ไม่รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K UHD (ความละเอียดสูงสุดเพียงแค่ระดับ Full HD 1080p)
- ไม่มี Gyroscope Sensor ซึ่งทำให้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน หรืออุปกรณ์ที่ทำงานแบบ 360 องศาได้ เช่นการใช้งานแว่น Gear VR รวมถึงแอปพลิเคชันหลายๆ ตัวที่ต้องทำงานร่วมกับระบบ Virtual Reality (VR) หรือ Augmented Reality (AR)
- ไม่มีไฟ LED สำหรับแจ้งเตือน หรือแจ้งสถานะการทำงาน
- ลำโพงเสียงยังคงเป็นแบบเดี่ยว (Mono)

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 

สรุปข้อมูล และคุณสมบัติของ Samsung Galaxy A9 Pro

ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูล, ข่าวคราวความเคลื่อนไหวอัปเดตล่าสุด พร้อมคุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy A9 Pro ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ Samsung Galaxy A9 Pro
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy A9 Pro

 

 

:: ไปหน้าแรกเว็บไซต์ Thaimobilecenter | ไปหน้าแรก Mobile Focus ::

 

 

 


 













 รีวิว Huawei Mate 20
เรือธงกล้อง Leica Triple Camera โฉมใหม่ ผสานพลังแห่ง Kirin 980 และฟีเจอร์ไฮเอนด์ขั้นสุด ในราคาที่ไม่เกินเอื้อม!

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy A7
สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 3 ตัว กว้างพิเศษแบบ Ultra Wide พร้อมจอ 6 นิ้ว และกล้องหน้า 24MP บนบอดี้กระจกเงางาม

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy J4+
สมาร์ทโฟนจอใหญ่ ในราคาเล็กๆ พร้อมสเปกกำลังดี และระบบเสียง Dolby Atmos บนตัวเครื่อง Glossy Cover สวยเงางาม

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy Watch
สมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพ และการออกกำลังกายใหม่ล่าสุด ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในหนึ่งเดียว!

[รายละเอียด]
 รีวิว Infinix Note 5 Stylus
สมาร์ทโฟน Android One พร้อมปากกา X Pen และสเปกจัดเต็ม ในราคาสุดคุ้มเพียง 8,990 บาท!

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy Tab S4
ยอดแท็บเล็ตตัวท็อปเพื่อการทำงาน และความบันเทิงแบบเต็มพิกัด ที่เป็นดั่ง PC เคลื่อนที่ บนบอดี้เรียบหรูบางเฉียบ!

[รายละเอียด]
รายการรีวิวมือถือทั้งหมด








Honor Magic 2 หลุดผลทดสอบก่อนเปิดตัวจริงพรุ่งนี้ ทายาทมือถือเกมมิ่งตัวท็อปแรงด้วยชิป Kirin 980 กับจอไร้ขอบ 4 ด
Honor Magic 2 หลุดผลทดสอบก่อนเปิดตัวจริงพรุ่งนี้ ทายาทมือถือเกมมิ 
สำหรับ Honor Magic 2 ทายาทเกมมิ่งโฟนรุ่นต่อไปจากค่าย Honor ยืนยันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะเปิดตัวในวันพรุ
Vivo Y81i ขายไทยแล้ววันนี้ในราคา 4,499 บาท! มาพร้อมระบบสแกนหน้า กล้องหน้า AI Face Beauty และจอไร้ขอบ 6.22 นิ้ว
Vivo Y81i ขายไทยแล้ววันนี้ในราคา 4,499 บาท! มาพร้อมระบบสแกนหน้า ก 
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทาง Vivo ได้ทำการเปิดตัวมือถือ Y-Series น้องเล็กรุ่นใหม่ในประเ
OPPO ทดสอบมือถือต่อเน็ต 5G สำเร็จแล้ว คาดเตรียมเปิดตัวมือถือรองรับ 5G รุ่นแรกปีหน้า
OPPO ทดสอบมือถือต่อเน็ต 5G สำเร็จแล้ว คาดเตรียมเปิดตัวมือถือรองรั 
เครือข่าย 5G อาจไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป เพราะในระยะหลังเราจะเห็นได้ว่า แบรนด์สมาร์ทโฟนหลายต่อหลายค่
OPPO R17 Pro เตรียมเข้าไทยเร็วๆ นี้ มือถือระบบสแกนนิ้วใต้จอ พร้อมกล้องหลัง 3 ตัว และระบบชาร์จเร็ว Super VOOC F
OPPO R17 Pro เตรียมเข้าไทยเร็วๆ นี้ มือถือระบบสแกนนิ้วใต้จอ พร้อม 
ย้อนกลับไปในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมากับการเปิดตัวของ OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟนระดับท็อปรุ่นใหม่จากตระกูล R-Seri
Xiaomi เตรียมปล่อยอัปเดตกล้อง Mi 8 และ Mi Mix 2s ให้ถ่ายได้สวยเหมือนกับ Mi Mix 3 เร็วๆ นี้
Xiaomi เตรียมปล่อยอัปเดตกล้อง Mi 8 และ Mi Mix 2s ให้ถ่ายได้สวยเหม 
หนึ่งในจุดเด่นของ Xiaomi Mi Mix 3 ที่เพิ่งเปิดตัวไปคือกล้องคู่ที่สามารถถ่ายภาพได้อย่างสวยงาม จนได้รับคะแน
เปิดตัว OnePlus 6T นักฆ่าเรือธงรุ่นอัปเกรด กับระบบสแกนนิ้วใต้จอ บนจอไร้ขอบโฉมใหม่ 6.41 นิ้ว แรงด้วยชิป Snapdra
เปิดตัว OnePlus 6T นักฆ่าเรือธงรุ่นอัปเกรด กับระบบสแกนนิ้วใต้จอ บ 
ล่าสุดก็เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ สำหรับ OnePlus 6T สมาร์ทโฟนระดับท็อปเจ้าของฉายานักฆ่าเรือธงรุ่น
Google Pixel 3 XL พบบั๊กสุดแปลก รอยบากโผล่ด้านข้างเครื่อง ทาง Google เตรียมแก้ไขเร็วๆ นี้
Google Pixel 3 XL พบบั๊กสุดแปลก รอยบากโผล่ด้านข้างเครื่อง ทาง Goo 
เริ่มวางจำหน่ายในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Google Pixel 3 และ Pixel 3 XL สมาร์ทโฟนระดับเรือธงร
Lenovo Z5 Pro เผยทีเซอร์ชุดใหม่ ยืนยันจอไร้ขอบไร้รอยบาก, กลไกกล้องสไลด์, กล้องคู่หน้า-หลัง และระบบเสียงเซอร์รา
Lenovo Z5 Pro เผยทีเซอร์ชุดใหม่ ยืนยันจอไร้ขอบไร้รอยบาก, กลไกกล้อ 
ก่อนหน้านี้ข้อมูลของ Lenovo Z5 Pro ว่าที่เรือธงตัวใหม่ล่าสุดได้หลุดออกมามากพอสมควร โดยมีทั้งภาพคอนเซ็ปต์เ
Asus Zenfone 6 (2019) หลุดภาพตัวเครื่องรุ่นทดสอบ 3 แบบ โชว์การฝังกล้องหน้าใต้จอ และกล้องหลัง 3 ตัว ก่อนเปิดตัว
Asus Zenfone 6 (2019) หลุดภาพตัวเครื่องรุ่นทดสอบ 3 แบบ โชว์การฝัง 
Asus Zenfone เป็นสมาร์ทโฟนอีกตระกูลหนึ่งที่ได้รับความนิยมในบ้านเรา ซึ่งปัจจุบันก็ได้พัฒนาออกมาจนถึงเจเนอเ
OnePlus 6T เผยสเปกเต็มๆ ก่อนเปิดตัวคืนนี้ มาพร้อมสแกนนิ้วใต้จอ ชิปตัวแรง Snapdragon 845 กล้องหลังคู่ 16+20 ล้า
OnePlus 6T เผยสเปกเต็มๆ ก่อนเปิดตัวคืนนี้ มาพร้อมสแกนนิ้วใต้จอ ชิ 
ในคืนวันนี้ (29 ตุลาคม 2018) ก็จะเข้าสู่งานเปิดตัว OnePlus 6T สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ OneP
รายการอัพเดททั้งหมด



ราคามือถือ อัพเดทล่าสุด !!


iPhone Xr 256GB 35,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xr 128GB 31,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xr 64GB 29,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs Max 512GB 57,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs Max 256GB 49,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs Max 64GB 43,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs 512GB 53,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs 256GB 45,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs 64GB 39,900 บาท ราคาคงที่
OPPO F7 128GB 10,990 บาท ราคาลดลง 3,000 บาท จากราคาเดิม 13,990  บาท
OPPO F7 8,990 บาท ราคาลดลง 2,000 บาท จากราคาเดิม 10,990  บาท
Xiaomi Redmi Note 6 Pro 6,990 บาท
Wiko Sunny3 Plus 2,090 บาท
Wiko Lenny5 2,890 บาท
Wiko Tommy3 Plus 3,190 บาท
Infinix Note 5 Stylus 8,990 บาท
OPPO A3s 32GB 6,990 บาท
Samsung Galaxy J8 7,490 บาท ราคาลดลง 2,000 บาท จากราคาเดิม 9,490  บาท
Samsung Galaxy J6+ 7,990 บาท
รายการ ราคามือถือ ทั้งหมด



อัพเดท ข่าวสารล่าสุด (New update)

Y81i น้องเล็กสุดโดนใจ!!! จอกว้างเต็มตา Full ViewDisplay 6.22 นิ้ว
Y81i น้องเล็กสุดโดนใจ!!! จอกว้างเต็มตา Full ViewDisplay 6.22 
Vivo เปิดตัวน้องใหม่อีกหนึ่งรุ่นใน Vivo Y81i กับดีไซน์โดดเด่นที่ออกแบบให้มีขอบด้านข้างที่บางลงสามารถใช้งา
โอกาสมาถึงแล้ว! ซัมซุง ชวนสาวๆ เซลฟี่ ลุ้นกระทบไหล่โอปป้าสุดฮอต “จอง แฮ อิน” ถึงประเทศเกาหลีร่วมสนุกได้
โอกาสมาถึงแล้ว! ซัมซุง ชวนสาวๆ เซลฟี่ ลุ้นกระทบไหล่โอปป้าสุด 
ซัมซุง เชิญชวนสาวๆ ร่วมสนุกกับกิจกรรม “กาแลคซี่ แฟน วีค” ลุ้นเป็น 5 สาวผู้โชคดี บินลัดฟ้า ร่วมถ่ายรายการ
สิ้นสุดการรอคอย Vivo จัดกิจกรรมสุดว้าว!!! ลุ้นรับบัตร Vivo V11 x BAMBAM GOT7 Exclusive Fan Meet
สิ้นสุดการรอคอย Vivo จัดกิจกรรมสุดว้าว!!! ลุ้นรับบัตร Vivo V 
Vivo จัดกิจกรรมให้กับแฟนๆ และพรีเซ็นเตอร์ Vivo V11/11i คนล่าสุดกับ BAMBAM GOT7 ในกิจกรรม “ Vivo V11 x BAM
Realme ปล่อยวีดีโอแบรนด์ปลุกกระแส ยืนยันการเข้าไทย หลังผ่าน กสทช. แล้ว!
Realme ปล่อยวีดีโอแบรนด์ปลุกกระแส ยืนยันการเข้าไทย หลังผ่าน  
เมื่อไม่นานมานี้ Realme (เรียลมี) แบรนด์สมาร์ทโฟนสำหรับคนรุ่นใหม่ ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเท
iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Lazada ส่งถึงมือลูกค้าคนแรกแล้ว ในเวลา 09.12 น.
iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Lazada ส่งถึงมือลูกค้าคนแรกแล้ว ในเ 
หลังจากที่ Lazada เปิดให้สั่งซื้อ iPhone XR, iPhone XS และ iPhone XS Max อย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 8.00 น.
รายการอัพเดททั้งหมด


    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com