ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 08/11/2018

รีวิว (Review) Samsung Galaxy A7

สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 3 ตัวรุ่นแรกของค่าย กับมุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide! พร้อมจอ Super AMOLED Infinity Display FHD+ ใหญ่ 6 นิ้ว, เซ็นเซอร์สแกนนิ้วข้างตัวเครื่อง, กล้องหน้า Pro-Lighting 24 ล้านพิกเซล และระบบเสียง Dolby Atmos บนบอดี้กระจกสวยพรีเมียมบางเฉียบ จัดเต็มทุกการใช้งานได้ในราคาเบาๆ ที่ 10,990 บาท!

 

26 ตุลาคม 2018 - สวัสดีครับ กลับมาพบกับรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดโดยทีมงาน Thaimobilcenter กันอีกเช่นเคยครับ เดือนนี้นับว่าเป็นเดือนที่วงการสมาร์ทโฟนกำลังคึกคักจริงๆ เพราะแต่ละแบรนด์ต่างก็เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่กันอย่างต่อเนื่อง แทบจะเรียกได้ว่าวันเว้นวันกันเลยทีเดียว และเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แบรนด์ระดับแถวหน้าอย่าง Samsung ก็ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เช่นกัน นั่นคือ Samsung Galaxy A7 (รุ่นปี 2018) ซึ่งรุ่นนี้ไม่ใช่แค่รุ่นอัปเกรดธรรมดาๆ เพราะมีการปรับดีไซน์ภายนอกใหม่ทั้งหมด โดยเปลี่ยนไปใช้หน้าจอแสดงผลดีไซน์ไร้กรอบไร้ปุ่มโฮมแบบ Infinity Display ในอัตราส่วนแบบ 18.5:9 บนบอดี้โลหะเคลือบกระจกมันวาวสุดพรีเมียมเงางาม และที่สำคัญคือ มาพร้อมกับกล้องดิจิทัลด้านหลังถึง 3 ตัว (Triple-Camera) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy เลยทีเดียวครับ

จุดขายของ Samsung Galaxy A7 แน่นอนว่าจะต้องอยู่ที่กล้องหลัง 3 ตัวนี้ โดยกล้องตัวหลักเป็นแบบมุมกว้างปกติ (Wide) ซึ่งมีความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.7, กล้องตัวที่สองเป็นกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4 และกล้องตัวที่สามเป็นเลนส์จับข้อมูลระยะชัดลึก (Depth) สำหรับการถ่ายรูปหน้าชัดหลังเบลอ ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.2 อีกทั้งยังมีฟีเจอร์เด่นอื่นๆ อีกมากมาย เช่นฟีเจอร์ถ่ายภาพละลายหลังแบบ Live Focus และระบบวิเคราะห์ฉาก Scene Optimizer ที่ช่วยปรับการตั้งค่ากล้องให้สามารถถ่ายภาพได้สวยงามขึ้น และเหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ กล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ยังมีฟังก์ชัน Pro Lighting สำหรับการปรับแสงแบบมืออาชีพ กับลูกเล่นสนุกๆ อย่าง AR Emoji แบบที่มีในสมาร์ทโฟนเรือธงตระกูล Galaxy S และ Galaxy Note รุ่นใหม่ๆ อีกด้วย

นอกเหนือไปจากการถ่ายภาพแล้ว Samsung Galaxy A7 ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายอย่างด้วยกัน เช่นจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Infinity Display FHD+ ซึ่งมีขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้ว, เซ็นเซอร์สแกนนิ้วแบบด้านข้างตัวเครื่อง, ระบบเสียงแบบ Doby Atmos และประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Exynos 7885 ส่วนรายละเอียดทั้งหมดจะเป็นอย่างไร เราไปชมกันต่อใน รีวิว Samsung Galaxy A7 โดยทีมงาน Thaimobilcenter กันได้เลยครับ

 

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Samsung Galaxy A7 มาในบอดี้โลหะอะลูมิเนียมซึ่งครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 3 ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ตัวเครื่องด้านหน้าเป็นดีไซน์จอไร้กรอบไร้ปุ่มโฮมแบบ Infinity Display ขนาด 6 นิ้ว ซึ่งไม่มีรอยบากที่ด้านบน และใช้เทคโนโลยีการแสดงผลแบบ Super AMOLED ส่วนความละเอียดอยู่ที่ระดับ Full HD+ (2220x1080 พิกเซล) ซึ่งโดยรวมแล้วดูคล้ายกับ Samsung Galaxy A8 Star ที่เปิดตัวออกมาก่อนหน้านี้

 

เมื่อพลิกดูตัวเครื่องด้านหลัง จะพบกับฝาหลังตัวเครื่องที่มีการครอบกระจกทับไว้ ซึ่งมีความเงางามมันวาว และช่วยขับสีสันบนตัวเครื่องให้โดดเด่นยิ่งขึ้น (ในกรณีนี้เป็นสีน้ำเงิน) ทำให้รู้สึกว่าตัวเครื่องมีความหรูหรา ต่างจากสมาร์ทโฟนระดับกลางทั่วๆ ไป สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่มักจะติดตั้งอยู่บนฝาหลังนั้น ได้ถูกย้ายไปอยู่บนปุ่ม Power ด้านข้างตัวเครื่องแทน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของสมาร์ทโฟน Samsung อีกเช่นกันที่มีการสแกนนิ้วบนปุ่ม Power ด้านข้าง

 

จุดเด่นสำคัญของ Samsung Galaxy A7 คือกล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัวที่มีการจัดเรียงในแนวตั้ง และไฟแฟลช LED โดยกล้องทั้ง 3 ตัวจะมีสเปก และการทำงานที่ต่างกัน ดังนี้:

  • กล้องหลัก เป็นกล้องมุมกว้างปกติแบบ Wide ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7
  • กล้องตัวที่สอง เป็นเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องตัวที่สาม เป็นเลนส์จับระยะชัดลึก (Depth) ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 รองรับฟีเจอร์การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอแบบ Live Focus

 

ขอบมุมหน้าจอของ Samsung Galaxy A7 จะมีความโค้งมน คล้ายกับตระกูลเรือธงอย่าง Galaxy S9 หรือ Note 9 โดยขอบจอด้านบนเป็นที่อยู่ของลำโพงสนทนา, กล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0, ไฟแฟลช LED และเซ็นเซอร์ต่างๆ

 

ขอบจอด้านล่างไม่มีปุ่มกดแบบ Hard Keys ใดๆ เนื่องจากเป็นดีไซน์แบบ Infinity Display ดังนั้นปุ่มโฮม, ปุ่มย้อนกลับ และปุ่ม Recent Apps จึงเป็นแบบ On-Screen ทั้งหมด

 

ที่ด้านบนตัวเครื่องของ Samsung Galaxy A7 มีเพียงไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน 1 ตัว

 

ที่ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และพอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB


ขอบตัวเครื่องด้านซ้ายมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด ซึ่งเป็นแบบ Triple-Slot ที่สามารถใส่ชิมการ์ดแบบ nanoSIM ได้ 2 ซิมการ์ด และใส่การ์ด microSD (รองรับได้สูงสุดขนาด 512 GB) พร้อมกันได้โดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง


ตัวเครื่องด้านขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power ที่มีลักษณะแปลกไปจากสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy อื่นๆ เนื่องจากปุ่ม Power ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วยนั่นเอง ซึ่งนิ้วที่สแกนง่ายที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้คือนิ้วโป้งด้านขวาครับ

 

เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์

Samsung Galaxy A7 ที่ทางทีมงานได้รับมาพรีวิวนี้ เป็นโมเดลรหัส SM-A750GN/DS ซึ่งมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ที่ถูกครอบทับด้วยอินเทอร์เฟซ Samsung Experience 9.0 ทั้งนี้สมาร์ทโฟน Galaxy รุ่นใหม่ๆ มักจะมากับระบบปฏิบัติการ Android 8.1 และ Samsung Exoperience 9.5 จึงเป็นไปได้ว่า Samsung Galaxy A7 รุ่นที่วางจำหน่ายจริงอาจจะได้รับการอัปเดตเป็น Android 8.1 และ Samsung Exoperience 9.5 ก็ได้ ซึ่งต้องรอดูกันอีกทีครับ

 

Samsung Galaxy A7 ใช้ชิปเซ็ต Octa-Core Exynos 7885 ความเร็ว 2.2 GHz พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G71 ตามมาด้วยหน่วยความจำแรม (RAM) 6 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) 128 GB อย่างไรก็ดี Galaxy A7 รุ่นราคา 10,990 บาท ที่เปิดจอง และวางจำหน่ายในบ้านเราจะเป็นรุ่น RAM 4 GB และ ROM 64 GB ส่วนรุ่น RAM 6 GB อาจจะตามมาในภายหลังครับ

 

เมื่อปัดนิ้วจากขอบจอด้านบนลงมา 1 ครั้ง จะเป็นการเปิด Notification Center ที่รวมการแจ้งเตือนต่างๆ เอาไว้ หากลากนิ้วลงมาอีกครั้งจะเป็นการเปิดแผงทางลัดการตั้งค่า ซึ่งรวบรวมฟังกันที่ใช้บ่อยเอาไว้ เช่นการเปิด-ปิด WiFi, ปรับระดับเสียง, ปรับความสว่างหน้าจอ และอื่นๆ ซึ่งเราสามารถเพิ่มหรือลบทางลัดออกได้ตามต้องการ

 

Samsung Galaxy A7 มีการติดตั้งแอปพลิเคชันพื้นฐานของทาง Samsung มาให้ไม่มากนัก ได้แก่ไฟล์ส่วนตัว สำหรับจัดการไฟล์ในเครื่อง, Galaxy Apps ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสโตร์ของทาง Samsung และ Smart Tutor สำหรับติดต่อศูนย์บริการ Samsung เพื่อสอบถามปัญหาการใช้งาน หรือให้ช่างเทคนิคควบคุมเครื่องของเราจากระยะไกลเพื่อแก้ไขปัญหาได้ โดยไม่ต้องนำเครื่องเข้าศูนย์

 

พร้อมกันนี้ยังมีการติดตั้งแอปพลิเคชันของ Google มาให้อย่างครบครัน และแอปพลิเคชันตระกูล Office ของ Microsoft ไม่ต้องหาโหลดให้เสียเวลา

 

ฟังก์ชันสำคัญอย่างการโทรมีอินเทอร์เฟซที่สะอาดเรียบง่าย มองเห็นตัวเลขชัดเจน ปุ่มมีขนาดใหญ่และกดได้สะดวก สามารถเข้าถึงการเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อ หรืออัพเดทรายชื่อเดิมได้ทันที สำหรับหน้าบันทึกการโทรจะแบ่งเป็นรายการโทรล่าสุดตามลำดับ และรายชื่อที่บันทึกไว้ซึ่งจะแบ่งเป็นกลุ่มๆ ตามลำดับอักษร

 

เมื่อกดค้างบนพื้นที่ว่างของหน้าจอเริ่มต้น จะเข้าสู่โหมดปรับแต่ง สามารถเพิ่ม, ลบ หรือย้ายไอคอนแอป และวิดเจ็ตต่างๆ ได้

 

สำหรับสมาร์ทโฟนตระกูล Samsung Galaxy นั้น จะสามารถเข้าถึงร้านค้าธีม, วอลเปเปอร์, และร้านค้า Always On Display ของ Samsung ได้ ซึ่งมีหลายแบบให้เลือก และมีการอัปเดตอยู่ตลอด มีทั้งแบบที่โหลดไปใช้ได้ฟรี และแบบที่ต้องเสียเงินซื้อ ซึ่งมีราคาระบุไว้ชัดเจนทุกรายการ

 

ส่วนวิตเจ็ตต่างๆ จะมีมาให้พร้อมกับแอปพลิเคชันในตัวเครื่องอยู่แล้ว สามารถเลือกใช้งานได้ตามสะดวกครับ

 

Samsung Galaxy A7 มีฟังก์ชัน Multi Windows ที่สามารถเปิดแอปพลิเคชันพร้อมกันได้ 2 หน้าจอ ทั้งในมุมมองแนวตั้ง และแนวนอน ช่วยให้เราไม่ต้องสลับหน้าจอไปมาเมื่อต้องทำงานกับแอปพลิเคชันหลายๆ ตัว สามารถเปิดใช้ฟังก์ชันนี้โดยกดปุ่ม Recent Apps 1 ครั้ง และกดที่สัญลักษณ์สี่เหลี่ยมซ้อนกันบนแถบของแอปการ์ดครับ

 

ในส่วนของการท่องอินเทอร์เน็ตนั้น Samsung Galaxy A7 มีทั้งเบราว์เซอร์พื้นฐานของ Samsung และเบราว์เซอร์ Chrome ติดตั้งมาให้ ซึ่งทำงานได้ดีไม่แพ้กัน สามารถเลือกใช้กันได้ตามชอบ และแน่นอนว่าเราสามารถดาวน์โหลดเบราเซอร์อื่นๆ จากใน Play Store มาใช้ได้เช่นกัน

 

สมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy ในปัจจุบัน รวมถึง Samsung Galaxy A7 จะมีฟังก์ชันการบำรุงรักษาอุปกรณ์ หรือ Smart Manager ที่ช่วยให้เราปรับแต่งการใช้งานแบตเตอรี่ของแอปพลิเคชันต่างๆ, ล้างไฟล์ขยะในหน่วยความจำ และอื่นๆ เพื่อให้สมาร์ทโฟนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ

 

เราสามารถเลือกหยุดการทำงานของแอปพลิเคชันพื้นหลังทั้งหมด หรือเปลี่ยนเป็นโหมดประหยัดพลังงาน เพื่อยืดระยะเวลาที่เหลืออยู่ของแบตเตอรี่ และยังสามารถลบไฟล์ขยะเพื่อคืนพื้นที่ให้กับหน่วยความจำได้

 

นอกจากนี้ยังสามารถเคลียร์ RAM และสแกนไวรัสได้อีกด้วย นับว่าเป็นฟังก์ชันการบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่ครบถ้วน และใช้งานง่ายครับ

 

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Samsung Galaxy A7 คือฟังก์ชัน Dual Messenger ที่ทำให้เราโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน Line, Facebook และ Skype ได้และล็อกอินเข้าใช้งานได้พร้อมกัน 2 บัญชีในเครื่องเดียว

 

สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy รุ่นใหม่ๆ จะมาพร้อมกับผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby ซึ่งในรุ่น Galaxy A7 นี้ก็มีมาให้ด้วยเช่นกัน โดยเราสามารถเข้าสู่หน้า Bixby Home ได้ด้วยการปัดจอไปทางขวาเมื่ออยู่ที่หน้าเริ่มต้น จะพบกับหน้า Dashboard ที่รวมเอากิจกรรมทุกอย่างที่เราทำเป็นประจำ รวมถึงกิจกรรมที่หน้าสนใจมารวมไว้ในหน้าเดียวกัน

 

อีกแอปพลิเคชันหนึ่งที่ติดตั้งมากับ Samsung Galaxy A7 ตั้งแต่แรกคือ Samsung Max ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันใหม่ สำหรับบีบอัดข้อมูลในการใช้อินเทอร์เน็ตให้มีขนาดเล็กลง ช่วยให้หน้าเว็บโหลดไวขึ้น และใช้ Data อินเทอร์เน็ตน้อยลง เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้แพ็คเกจโทรศัพท์ที่มีเน็ต 4G แบบจำกัด นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันปกป้องความเป็นส่วนตัว ซึ่งจะเข้ารหัสข้อมูลเมื่อส่งผ่านเครือข่าย Wi-Fi ที่ไม่ปลอดภัย พร้อมปิดกั้นการติดตาม (Tracker) จากเว็บไซต์หรือบรอการต่างๆ และยังมี DNS Masking ที่ช่วยให้การเข้าถึงเว็บมีความปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย

 

และอีกหนึ่งแอปพลิเคชันใหม่ที่มากับ Samsung Galaxy A7 ก็คือ Samsung Members ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่มาแทน My Samsung โดยเป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้รับบริการต่างๆ เช่น รับข่าวสารล่าสุด, บริการความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง, เทคนิคการใช้งาน, การตรวจสอบหาปัญหาและให้คำปรึกษา และรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของ Samsung ผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์ เป็นต้น

 

แอปพลิเคชัน Samsung Members มีฟังก์ชันทดสอบฮาร์ดแวร์ เพื่อตรวจสอบว่าอุปกรณ์ต่างๆ ของสมาร์ทโฟนทำงานเป็นปกติหรือไม่ ซึ่งผู้ใช้สามารถทำการทดสอบเองได้ง่ายๆ โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อศูนย์บริการ

 

หากตรวจพบความผิดปกติของฮาร์ดแวร์ สามารถขอรับการช่วยเหลือทางไกล (Remote Access) จากช่างเทคนิคของศูนย์บริการ Samsung หรือค้นหาศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุดได้ โดยจะปักหมุดไว้บน Google Maps พร้อมทั้งเบอร์โทรติดต่อ และเวลาทำการเอาไว้ให้เสร็จสรรพ นับว่าเป็นบริการที่สะดวกมากทีเดียวครับ

*ทั้งนี้ ความผิดปกติของฮาร์ดแวร์ที่เห็นในภาพ Screenshot ข้างต้น เกิดจากความจงใจทดสอบของทางทีมงาน Thaimobilecenter เท่านั้น ตัวเครื่อง Samsung Galaxy A7 ที่นำมารีวิว ไม่มีความผิดปกติของฮาร์ดแวร์จริงๆ แต่อย่างใด*

 

ในส่วนของภาพถ่าย และวิดีโอที่เราถ่ายไว้ เราสามารถเข้าไปดูได้ที่แกลเลอรี่ (Gallery) โดยสามารถเลือกให้แสดงได้ 4 แบบ คือแสดงภาพถ่ายทั้งหมด, แสดงแบบแยกอัลบั้ม, แสดงแบบรวมภาพที่ถ่ายในวันนั้นๆ และแสดงภาพที่เราเคยแชร์กับทีวี หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า Samsung อื่นๆ

 

Samsung Galaxy A7 ไม่ได้ติดตั้งแอปพลิเคชันสำหรับเล่นเพลงพื้นฐานมาให้ แต่ก็เปิดเพลงได้โดยเข้าไปที่ไฟล์ส่วนตัว > เสียง และเลือกเพลงที่ต้องการจะเล่น หากต้องการฟังก์ชันพิเศษเพิ่มเติม เช่น Equalizer หรือการปรับแต่งอื่นๆ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติมจาก Play Store ได้

 

ส่วนไฟล์วิดีโอ Samsung Galaxy A7 มีแอปพลิเคชันพื้นฐานมาให้อยู่แล้ว ซึ่งก็มีอินเทอร์เฟซการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน โดย มีทางลัดสำหรับฟังก์ชันที่ใช้บ่อยๆ เช่น บันทึกภาพหน้าจอ และปรับอัตราส่วนการแสดงผลในโหมด Full Screen เป็นต้น

 

นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นในการเลือกตัดบางส่วนของคลิปวิดีโอมาทำเป็นภาพเคลื่อนไหวตระกูล GIF ได้

 

ตัวอย่างภาพ GIF ที่สร้างจากแอปพลิเคชันเล่นวิดีโอของ Samsung

 

ที่น่าสนใจคือ เราสามารถเลือกให้แสดงวิดีโอเป็นหน้าต่าง Pop-Up เล็กๆ  บนหน้าจอได้ด้วย

 

สำหรับโหมด Full Screen หากคอนเทนต์ไม่ได้อยู่ในอัตราส่วน 18.5:9 ภาพจะแสดงผลออกมาไม่เต็มจอ โดยจะเหลือขอบดำบน-ล่าง หรือซ้าย-ขวาเอาไว้ สำหรับวิดีโอที่ทีมงานนำมาทดสอบ เป็นวิดีโอที่มี Format เป็น Wide Screen อยู่แล้ว แต่ไม่พอดีกับอัตราส่วนของหน้าจอ จึงเหลือขอบสีดำไว้ด้านบนและด้านล่าง ตามที่เห็นในรูปครับ

 

่ถ้าเราไม่ชอบขอบดำๆ เราสามารถเลือกให้ภาพยืดออกจนเต็มจอได้ แต่สัดส่วนของภาพก็จะผิดเพี้ยนไปบ้าง

 

หรือจะขยายภาพให้เต็มจอแบบไม่ผิดสัดส่วนก็ได้เช่นกัน แต่บางส่วนของภาพ (ในกรณีนี้คือด้านซ้ายและขวา) จะล้นออกไป ซึ่ง 

 

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Samsung Galaxy A7 ที่จะช่วยเสริมประสบการณ์ด้านความบันเทิงให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น คือระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos สำหรับหูฟัง ซึ่งจะทำให้เสียงที่ออกมามีมิติ และสมจริงยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มอรรถรสทั้งการดูฟนัง ฟังเพลง และการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี

 

ในด้านระบบรักษาความปลอดภัย Samsung Galaxy A7 รองรับทั้งการสแกนใบหน้า และการสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งก่อนจะเปิดใช้งานฟังก์ชันดังกล่าว เราจะต้องลงทะเบียนใบหน้า และลายนิ้วมือของเราก่อน ซึ่งขั้นตอนการลงทะเบียนก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อนอะไร และใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นครับ

 

ทั้งนี้ การสแกนลายนิ้วมือของ Samsung Galaxy A7 จะแตกต่างจากสมาร์ทโฟน Galaxy รุ่นอื่นๆ โดยจะอยู่ที่ปุ่ม Power ด้านขวาของตัวเครื่อง ซึ่งระบบจะแนะนำให้ใช้นิ้วโป้งด้านขวาในการสแกน  ใช้งานได้สะดวก และสแกนได้รวดเร็วไม่แพ้การสแกนจากด้านหลังตัวเครื่อง เพียงแต่บางคนอาจจะไม่ชิน จึงอาจต้องใช้เวลาปรับตัวนิดหน่อยครับ

 

ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของสมาร์ทโฟน Samsung คือแอปพลิเคชัน Secure Folder ซึ่งเปรียบเสมือนตู้เซฟสำหรับเก็บไฟล์สำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ วิดีโอ เอกสาร หรือไฟล์ใดๆ ก็ตาม ไฟล์ทุกอย่างที่ถูกย้ายเข้าไปยัง Secure Folder จะถูกล็อคด้วยรหัสผ่านที่เราตั้งขึ้น และจะแยกเป็นอิสระจากไฟล์ทั่วไป ไม่สามารถเข้าถึงได้ผ่านแอปพลิเคชัน และไม่แสดงเมื่อดูด้วยคอมพิวเตอร์ จะเข้าถึงได้ผ่านแอปพลิเคชัน Secure Folder และใส่รหัสผ่านที่ถูกต้องเท่านั้น นับว่าเป็นฟังก์ชันที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ทำงานกับเอกสารสำคัญๆ ครับ

 

มาดูที่ประสิทธิภาพการเล่นเกมกันบ้างครับ Samsung Galaxy A7 เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีสเปกสูงพอตัว ด้วยชิปเซ็ต Exynos 7885 กับหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G71 และ RAM 4GB ซึ่งสามารถรองรับเกมส่วนใหญ่บน Play Store ได้ โดยเฉพาะเกมดังอย่าง RoV นั้นสามารถเล่นได้ลื่นๆ ที่ FPS 50+ และเท่าที่ทีมงานได้ทดสอบ ไม่พบอาการหน่วง หรือเฟรมเรตตกฮวบแต่อย่างใด ส่วนเกมที่มีสเปกสูงขึ้นมาอีกระดับอย่าง PUBG Mobile นั้น ก็ยังเล่นได้ค่อนข้างลื่นในระดับน่าพอใจ แต่ควรปรับกราฟิกเป็นระดับกลางครับ

 

ปิดท้ายกันด้วยผล Benchmark จาก AnTuTu และ Geekbench 4 โดย Samsung Galaxy A7 สามารถทำคะแนนบนแอปพลิเคชัน AnTuTu ได้ 121541 คะแนน และบนแอปพลิเคชัน Geekbench 4 ทำคะแนน Single-Core ได้ 1520 คะแนน และ Multi-Core ได้ 4350  คะแนน


 

การใช้งานากล้องดิจิทัลเพื่อถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ

กล้องดิจิทัลด้านหลังของ Samsung Galaxy A7 มีโหมดการถ่ายภาพให้ใช้หลายอย่างด้วยกัน ได้แก่โหมดอัตโนมัติ, โหมดความงาม (บิวตี้), โหมดพาโนรามา, โหมดโปร และฟีเจอร์ที่ให้ใช้ในระดับเรือธงอย่าง Live Focus (ปรับความเบลอฉากหลัง) และโหมดใหม่ ตัวปรับสีภาพ ซึ่งเป็นการใช้ AI วิเคราะห์ภาพถ่าย และปรับสีสันให้เหมาะกับภาพนั้นๆ โดยอัตโนมัติ แต่ฟีเจอร์เด็ดที่ถือเป็นจุดขายของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ คือการถ่าย าพมุมกว้างแบบ Ultra-Wide 120 องศา ด้วยการกดที่ไอคอนรูปต้นไม้ 3 ต้น ใกล้ๆ กับแถบเมนู เมื่อต้องการสลับไปใช้เลนส์ปกติ ให้กดที่รูปต้นไม้ 2 ต้น ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนอะไร

 

มุมมองของภาพเมื่อสลับไปใช้เลนส์ Ultra-Wide จะกว้างกว่าเลนส์ปกติมาก (Ultra Wide ได้มุมกว้าง 120 องศา เลนส์ Wide ปกติได้มุมกว้าง 78 องศา) เหมาะสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์แบบ Landscape

 

สำหรับโหมดโปร จะเป็นโหมดที่ให้ผู้ใช้ตั้งค่าการถ่ายภาพต่างๆ ด้วยตนเอง ตั้งแต่สมดุลแสงขาว (White Balance), ความไวแสง (ISO) ไปจนถึงการชดเชยแสง (EV) เป็นต้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีความรู้ด้านการถ่ายภาพอยู่แล้ว และต้องการภาพถ่ายที่สไตล์เป็นของตัวเองครับ

 

ในโหมด ตัวปรับสีภาพ จะสามารถวิเคราะห์ฉากได้ 19 ประเภท (Scene Optimizer) ตั้งแต่ภาพวิวทิวทัศน์, ภาพอาคาร, สัตว์เลี้ยง, คน, อาหาร, ต้นไม้ใบหญ้า และอื่นๆ

 

โหมด Live Focus ของ Samsung Galaxy A7 เป็นโหมดที่ให้ผู้ใช้ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอแบบโบเก้ได้โดยเลือกโฟกัสที่วัตถุ และปรับระดับความเบลอของฉากหลังได้ตามต้องการ ซึ่งสามารถปรับได้ถึง 7 ระดับด้วยกัน

 

และข้อดีอีกอย่างหนึ่งของโหมดไลฟ์โฟกัส คือการที่เราสามารถเปลี่ยนจุดโฟกัสของภาพ และปรับระดับความเบลอของฉากหลังได้หลังจากที่เราถ่ายไปแล้ว ถ้าถ่ายออกมาไม่สวยอย่างที่ตั้งไว้ ก็ปรับเอาได้เลย ไม่ต้องถ่ายใหม่ให้เสียเวลา

 

กล้องหลังของ Samsung Galaxy A7 สามารถปรับอัตราส่วนภาพ และความละเอียดของภาพนิ่งได้ 7 แบบ โดยมีความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 5664x4248 พิกเซล ในอัตราส่วน 4:3 ส่วนการถ่ายวิดีโอสามารถทำได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2224x1080 พิกเซล (Full HD+) แต่ที่ความละเอียดระดับนี้ ระบบกันสั่น (EIS) จะไม่ทำงาน ถ้าไม่มีขาตั้งหรือ Gimbal แนะนำให้ถ่ายที่ความละเอียด Full HD ดีกว่าครับ

 

มาดูในส่วนของกล้องหน้ากันบ้างครับ Samsung Galaxy A7 มาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 24 ล้านพิกเซล และมีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกใช้หลายอย่าง ได้แก่ โหมดเซลฟี่, โฟกัสสำหรับเซลฟี่ (เซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอ) และโหมดเซลฟี่มุมกว้าง สำหรับการเซลฟี่เป็นกลุ่ม

 

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ AR Emoji มาให้เล่นกันอีกด้วย ซึ่งปกติแล้วฟีเจอร์นี้จะมีอยู่ในเรือธงตระกูล Galaxy S และ Galaxy Note

 

กล้องหน้าของ Samsung Galaxy A7 สามารถปรับอัตราส่วนและความละเอียดของภาพถ่าย รวมไปถึงความละเอียดของวิดีโอได้เทียบเท่ากับกล้องหลังทุกประการ

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล

ภาพถ่ายกลางแจ้งแบบมาโคร โหมดอัตโนมัติ

 

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

 

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ เลือกโฟกัสที่วัตถุด้านหน้า

 

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ เลือกโฟกัสที่ฉากด้านหลัง

 

ภาพถ่ายในที่ร่ม โหมดอัตโนมัติ

 

ภาพถ่ายภายในอาคาร ภายใต้สภาวะแสงน้อย โหมดอัตโนมัติ

 

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

 

ภาพถ่ายในอาคาร โหมดไลฟ์โฟกัส ความเบลอฉากหลังระดับ 3

 

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

 

ภาพถ่ายทิวทัศน์ โหมดอัตโนมัติ เลนส์ปกติ

 

ภาพถ่ายทิวทัศน์ โหมดอัตโนมัติ เลนส์กว้าง Ultra Wide 120 องศา

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

ภาพถ่ายโหมดเซลฟี่ปกติ ปิดฟีเจอร์บิวตี้

 

ภาพถ่ายโหมดเซลฟี่ปกติ เปิดบิวตี้ระดับ 8

 

ภาพถ่ายโหมดโฟกัสเซลฟี่ (หน้าชัดหลังเบลอ) ปิดฟีเจอร์บิวตี้

 

ภาพถ่ายโหมดโฟกัสเซลฟี่ (หน้าชัดหลังเบลอ) เปิดบิวตี้ระดับ 4

 

ภาพถ่ายโหมดโฟกัสเซลฟี่ (หน้าชัดหลังเบลอ) เปิดบิวตี้ระดับ 8 (สูงสุด)

 

ภาพถ่ายโหมดโฟกัสเซลฟี่ (หน้าชัดหลังเบลอ) ภายใต้สภาวะแสงจ้า เปิดบิวตี้ระดับ 4

 

สรุปผลการทดสอบของ Samsung Galaxy A7

Samsung Galaxy A7 เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีกล้องหลัง 3 ตัว (Triple-Camera) รุ่นแรกของ Samsung โดยมีจุดเด่นคือเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide) 120 องศา ที่ช่วยให้เห็นภาพได้กว้างขึ้น เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแนว Landscape หรือใช้ถ่ายภาพแนวอื่นๆ เพื่อสร้างความแปลกใหม่ นอกจากนี้ ี้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังยังมีความละเอียดสูงเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟน Galaxy รุ่นอื่นๆ โดยมีความละเอียดสูงสุด 24 ล้านพิกเซลทั้งคู่ เมื่อรวมกับฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพต่างๆ ที่มีมาให้ เช่นโหมด Live Focus สำหรับถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ หรือโหมด Scene Optimizer ที่ช่วยปรับสีภาพให้สวยงามขึ้นตามลักษณะของฉาก ไปจนถึงลูกเล่น AR Emoji ของกล้องหน้า ทำให้ Samsung Galaxy A7 เป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์การถ่ายภาพได้หลากหลาย และถ่ายภาพสนุกรุ่นหนึ่งครับ

ด้านระบบการทำงานพื้นฐานของ Samsung Galaxy A7 มาพร้อมกับชิปเซ็ต Exynos 7885 ความเร็ว 2.2 GHz, หน่วยความจำ RAM 4 GB และ ROM 64 GB ซึ่งเพียงพอสำหรับการรองรับความบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเว็บ, ดูหนัง, ฟังเพลง, โซเชียลมีเดีย ไปจนถึงการเล่นเกม ซึ่งสามารถรองรับเกมส่วนใหญ่ที่มีอยู่บน Play Store ได้เป็นอย่างดี แต่บางเกมที่มีกราฟิกสูงๆ อย่าง PUBG Mobile อาจต้องปรับการตั้งค่าคุณภาพกราฟิกเป็นระดับกลาง เพื่อให้มีความลื่นไหลของเฟรมเรตในระดับที่น่าพอใจ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED Infinity Display FHD+ ที่ใหญ่ถึง 6 นิ้ว และระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos สำหรับหูฟัง ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสด้านความบันเทิงขึ้นไปอีกระดับด้วย

สำหรับระบบรักษาความปลอดภัย Samsung Galaxy A7 รองรับทั้งระบบสแกนใบหน้า และสแกนลายนิ้วมือ โดยเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่ปุ่ม Power ด้านข้างตัวเครื่อง ซึ่งเหมาะกับการสแกนด้วยนิ้วโป้งมากกว่านิ้วชี้ และที่สำคัญยังมีฟีเจอร์ โฟลเดอร์ที่ปลอดภัย หรือ Secure Folder ที่เปรียบเสมือนตู้เซฟสำหรับเก็บไฟล์สำคัญ ซึ่งไฟล์ทั้งหมดที่อยู่ในโฟลเดอร์นี้จะถูกปกป้องด้วยเทคโนโลยีการเข้ารหัส Samsung Knox และถูกซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด การจะเข้าถึงไฟล์เหล่านี้ได้จะต้องใช้รหัสผ่าน หรือการยืนยันตัวตนด้วยระบบชีวมาตรเท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องทำงานกับเอกสารสำคัญๆ อยู่เป็นประจำครับ

ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมาทั้งหมด สรุปได้ว่า Samsung Galaxy A7 เป็นสมาร์ทโฟนที่สามารถตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพได้ดีเป็นพิเศษ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide) และฟีเจอร์การถ่ายภาพระดับเรือธงอย่าง Live Focus ในขณะเดียวกัน ก็สามารถตอบสนองความบันเทิงทุกรูปแบบได้เป็นอย่างดีด้วยหน้าจอ Super AMOLED ที่มีสีสันสดใส และมีขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้ว ส่วนด้านการเล่นเกมนั้น ชิปเซ็ต Exynos 7885 มีประสิทธิภาพสูงพอที่จะรองรับเกมส่วนใหญ่บน Play Store ได้โดยไม่ติดขัด เว้นแต่ว่าจะเป็นเกมที่มีกราฟิกสูงมากๆ โดยรวมแล้วเหมาะกับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนดีไซน์สวยพรีเมียมบางเฉียบ มีลูกเล่นการถ่ายภาพหลากหลาย และสเปกที่สามารถตอบโจทย์ความบันเทิง และการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างครบครัน ในราคาที่จับต้องได้ง่าย

โดย Samsung Galaxy A7 นั้นพร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (26 ตุลาคม 2018) ในราคาเบาๆ ที่ 10,990 บาท พร้อมโปรโมชั่นที่แตกต่างกันไปของตัวแทนจำหน่ายแต่ละเจ้า ท่านใดที่สนใจก็ลองแวะไปสอบถามกันได้เลยนะครับ

 

จุดเด่นของ Samsung Galaxy A7

- ดีไซน์ตัวเครื่องแบบกระจก ซึ่งดูสวยงามพรีเมียม มีความเงางาม และช่วยขับสีสันของตัวเครื่องออกมาได้ดี พร้อมความบางเฉียบเพียง 7.5 มิลลิเมตร
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Infinity Display ขนาด 6 นิ้ว ในอัตราส่วน 18.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2220 พิกเซล) ซึ่งเหมาะสำหรับการรับชมภาพยนตร์ และเล่นเกม เป็นพิเศษ
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core Exynos 7885 ความเร็ว 2.2 GHz
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย Samsung Experience 9.0
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 512GB

- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ซึ่งประกอบไปด้วย

กล้องตัวที่หนึ่งความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.7
กล้องตัวที่สองแบบเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide) 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4 ซึ่งในปัจจุบันยังมีสมาร์ทโฟนเพียงไม่กี่รุ่นที่ถ่ายภาพมุมกว้างขนาดนี้ได้
กล้องตัวที่สามเป็นเลนส์จับข้อมูลระยะชัดลึก (Depth) สำหรับช่วยด้านการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.2 ซึ่งรองรับฟีเจอร์ Live Focus และ Scene Optimizer เหมือนกับ Note 9 เรือธงรุ่นใหญ่

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ที่ด้านหน้า และฟีเจอร์ Adjustable LED Flash สำหรับปรับความสว่างไฟแฟลช โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 และฟีเจอร์ Selfie Focus รวมถึงโหมดปรับแสง Pro Lighting Mode
- ถาดแบบ Triple-Slot สามารถรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดพร้อมกับ microSD card ได้ โดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
- สิทธิพิเศษในการใช้บริการ Samsung Galaxy Gift เพื่อซื้อสินค้าหลากหลายในราคาพิเศษ
- เล่น LINE, Facebook และแอปพลิเคชันโซเชียลอื่นๆ ได้ 2 บัญชีพร้อมกันผ่านฟีเจอร์ Dual Messenger
- ล็อกไฟล์ส่วนตัวและแอปพลิเคชันไม่ให้คนนอกเข้าถึงได้ผ่าน Secure Folder
- มีเอฟเฟ็กต์เสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos เมื่อใช้ร่วมกับหูฟัง
- โหมดหน้าสวย (Beauty) ใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
- มีโหมด AR Emoji ให้ใช้งาน ซึ่งปกติแล้วโหมดนี้จะมีเฉพาะในตระกูลเรือธง Galaxy S และ Galaxy Note รุ่นใหม่ๆ เท่านั้น
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) ที่ขอบด้านข้างของตัวเครื่อง พร้อมระบบสแกนใบหน้า
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE Cat.6 พร้อมเทคโนโลยีการรวมคลื่นความถี่แบบ 2CA
- รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, ANT+ และ NFC
- รองรับการใช้งานร่วมกับระบบดาวเทียม GPS, Glonass และ Beidou
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB
- แบตเตอรี่ความจุ 3300 mAh
- ราคา 10,990 บาท ถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสม เมื่อเทียบกับความสามารถโดยรวม

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Samsung Galaxy A7

- ยังคงใช้พอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB ไม่ใช่ USB Type-C
- ไม่รองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง
- พื้นผิวที่ด้านหลังตัวเครื่องเป็นกระจก จึงอาจทำให้เกิดรอยนิ้วมือ, คราบมัน หรือคราบเปื้อนได้ง่าย

 

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเครื่องทดสอบจากศูนย์บริการ คุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองเพื่อความมั่นใจครับ *

 

 

วันที่ : 08/11/2018