ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 28/05/2020


 

รีวิว (Review) realme X3 SuperZoom

เรือธงพลังซูม 60 เท่า ใส่ชิปตัวท็อป กับจอ 120Hz และแบตชาร์จไว 30W ในราคาไม่ถึง 2 หมื่น ด้วยกล้อง Quad Camera 64MP ซูม Periscope ไกล 60 เท่า ผสานกล้องหน้าคู่ฝังใต้จอ 32MP, จอ 120Hz Ultra Smooth สุดลื่นไหล, ชิปเซ็ต Snapdragon 855+, ROM 256GB+RAM 12GB และแบตเตอรี่ 30W Dart Charge 4200 mAh บนบอดี้กระจก 3D Quad-Curved ที่ไม่กลัวร้อน ในราคา 19,990 บาท

28 พฤษภาคม 2020 - เมื่อปลายปีที่แล้ว realme ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง realme X2 Pro ออกมา ซึ่งมาพร้อมกับคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งานได้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไป, การถ่ายรูป หรือว่าการเล่นเกม และประสบความสำเร็จในตลาดบ้านเราไปอย่างสวยงาม ซึ่งหลายคนกำลังรอภาคต่อของเรือธง X Series นี้อยู่ และทาง realme ก็ไม่ปล่อยให้รอนาน เพราะหลังจากที่เปิดตัว realme X2 Pro ไปเพียง 6 เดือน ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็ได้ส่ง realme X3 SuperZoom ออกมาสานต่อความสำเร็จแล้ว

realme X3 SuperZoom คือสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ realme ที่ใช้เทคนิคการจัดวางเลนส์แบบ Periscope ทำให้ซูมแบบ Optical ได้สูงสุด 5 เท่า และแบบ Digital ได้ไกลสุดถึง 60 เท่า อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในระดับเรือธง โดยมากับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 855+ ซึ่งแม้จะเป็นชิปรุ่นท็อปของปีที่แล้ว แต่ก็ยังแรงเกินพอสำหรับทุกการใช้งาน อีกทั้ืงยังมาพร้อม RAM แบบ LPDDR4X ขนาดใหญ่ถึง 12GB จึงรองรับการทำงานทุกประเภทได้อย่างราบรื่นหายห่วง

จุดเด่นของ realme X3 SuperZoom มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน เริ่มจากหน้าจอแสดงผล Ultra Smooth Display ขนาด 6.6 นิ้ว ที่มีอัตรารีเฟรชสูงสุดถึง 120Hz จึงถ่ายทอดทุกคอนเทนต์ได้ลื่นไหลกว่าที่เคย พร้อมฟีเจอร์ OSIE Vision Effect ที่ช่วยให้ภาพมีสีสันสดใส และคมชัดขึ้น ช่วยเสริมประสบการณ์ด้านการความบันเทิงให้มีอรรถรสยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการเล่นเกม ขณะเดียวกัน ภายในตัวเครื่องติดตั้งระบบระบายความร้อนแบบเฉพาะตัว ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิตัวเครื่องทั้งระหว่างใช้งาน และระหว่างชาร์จ พร้อมด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4,200 mAh ที่รองรับระบบชาร์จไว 30W Dart Charge ที่สามารถชาร์จได้เต็มความจุภายในระยะเวลาเพียง 55 นาที ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับลำโพง Super Linear Speaker ที่รองรับระบบเสียงความละเอียดสูง (Hi-Res) และระบบ Dolby Atmos อีกด้วย

ด้านการถ่ายรูป realme X3 SuperZoom มีชุดกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วยกล้องหลัก 64 ล้านพิกเซล, กล้องซูม Periscope 8 ล้านพิกเซล ที่ซูมแบบ Optical ได้ 5 เท่า กับแบบ Digital ได้ 60 เท่า และมีระบบกันสั่นแบบ OIS, กล้อง Ultra Wide Angle 8 ล้านพิกเซล ที่เก็บภาพได้กว้างถึง 119 องศา และกล้อง Macro 2 ล้านพิกเซล ที่สามารถโฟกัสวัตถุได้ใกล้สุดที่ระยะ 4 เซนติเมตร จึงรองรับการถ่ายรูปในทุกระยะ นอกจากนี้ จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของกล้องหลัง realme X3 SuperZoom คือโหมดกลางคืน Nightscape Pro ที่เพิ่มฟีเจอร์ Tripod Mode สำหรับถ่ายภาพเส้นแสง และ Starry Mode สำหรับถ่ายรูปดาวบนท้องฟ้าเข้ามา ส่วนกล้องหน้าเป็นกล้องคู่ 32 ล้านพิกเซล กับกล้อง Ultra Wide Angle 8 ล้านพิกเซล ที่ฝังอยู่ใต้หน้าจอ (Dual In-Display Selfie Camera) ช่วยให้ถ่ายเซลฟี่แบบมุมกว้างได้ และยังมีโหมด Nightscape สำหรับถ่ายเซลฟี่กลางคืนให้ใช้งาน

นอกจากคุณสมบัติภายในที่โดดเด่นแล้ว ดีไซน์ภายนอกก็สะดุดตาเช่นกัน โดยเป็นบอดี้กระจกโค้งสี่ด้านแบบ 3D Quad-Curved Glass ที่ใช้เทคนิคการกัดพื้นผิวด้วยความแม่นยำสูง จนออกมาเป็นพื้นผิวเงางาม ซ่อนเฉดสีที่แตกต่างกันตามมุมตกกระทบของแสง พร้อมทั้งให้สัมผัสที่ละเอียดอ่อน นุ่มนวล และไม่เป็นรอยนิ้วมือ

จากคุณสมบัติเด่นข้างต้น เรียกได้ว่า realme X3 SuperZoom เป็นสมาร์ทโฟนที่มีความสามารถอยู่ในระดับสูง สมกับเป็นเรือธงรุ่นความหวังล่าสุดของค่าย และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปรู้จักกับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ให้มากขึ้นใน รีวิว realme X3 SuperZoom โดยทีมงาน Thaimobilecenter กันเลยครับ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

realme X3 SuperZoom มากับหน้าจอแสดงผลแบบ Ultra Smooth Display ขนาด 6.6 นิ้ว ซึ่งมีอัตรา Refresh Rate สูงสุดที่ระดับ 120Hz จึงสามารถแสดงผลได้อย่างไหลลื่นเนียนตามากกว่าจอสมาร์ทโฟนทั่วไป พร้อมความละเอียดสูงสุดระดับ FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) กับสัดส่วนพื้นที่แสดงผลกับตัวเครื่องด้านหน้าที่ 90.5% และมีการเจาะรูฝังกล้องหน้าคู่ไว้ที่มุมซ้ายบน พร้อมเลือกใช้กระจกสุดแกร่งแบบ Corning Gorilla Glass 5 อีกทั้งยังมีการติดฟิล์มกันรอยหน้าจอมาให้จากโรงงาน


กล้องหน้าเป็นกล้องคู่ที่ฝังอยู่ใต้หน้าจอแบบ Dual In-Display Selfie Camera โดยกล้องตัวหลักมีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.5 และกล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.2 จึงสามารถถ่ายเซลฟี่มุมกว้างได้ เหมาะสำหรับการเซลฟี่เป็นกลุ่ม


บอดี้ด้านหลังของ realme X3 SuperZoom เป็นสีพื้นที่ซ่อนเฉดสีอื่นเอาไว้ ซึ่งจะมองเห็นได้เมื่อจากการตกกระทบของแสงในมุมต่างๆ และมีการเคลือบผิวสัมผัสสะท้อนแสงแบบด้าน จึงให้ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน และนุ่มนวล ที่สำคัญยังไม่เป็นรอยนิ้วมืออีกด้วย สำหรับเครื่องที่เรานำมารีวิวในครัั้งนี้เป็น สีขาว Arctic White ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากหิมะจากขั้วโลก เหนือที่สะท้อนแสงดวงอาทิตย์บนฟากฟ้า


กล้องหลังของ realme X3 SuperZoom เป็นชุดกล้อง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย :

- กล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung GW1 ขนาด 1/1.72 นิ้ว และรูรับแสงขนาด f/1.8
- กล้อง Ultra Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมมุมมองกว้างสุด 119 องศา และรูรับแสงขนาด f/2.3
- กล้อง Periscope ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/3.4 ซูมแบบ Optical ไกลสูงสุด 5 เท่า, ซูมแบบ Digital ไกลสูงสุด 60 เท่า และมีระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุด 4 เซนติเมตร


ปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง จะอยู่ที่ด้านขวาของตัวเครื่อง และทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วยในตัว ส่วนปุ่มปรับระดับเสียงจะอยู่ด้านซ้าย


realme X3 SuperZoom ใช้พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ และโอนถ่ายข้อมูล โดยตัวเครื่องมีแบตเตอรี่ขนาด 4,200 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 30W Dart Charge และมีช่องใส่ซิมการ์ด, ไมโครโฟนตัวหลัก และลำโพง Super Linear Speaker ที่รองรับระบบเสียงคุณภาพสูง (Hi-Res) และระบบ Dolby Atmos แต่ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม.


ถาดใส่ซิมของ realme X3 SuperZoom เป็นแบบ Single Slot ที่ใส่ซิมการ์ดแบบ nanoSIM ได้แค่ซิมเดียวเท่านั้น ไม่รองรับการ์ด microSD


สำหรับอุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่องได้แก่ เคสซิลิโคนใส, เข็มถอดถาดซิมการ์ด, อแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง, สาย USB Type-C, และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น ไม่มีหูฟังแถมมาให้


เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์

realme X3 SuperZoom ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0 มีการออกแบบในสไตล์ Flat Art บนสีสันสดใส และมีฟีเจอร์พิเศษเช่น การจับภาพหน้าจออย่างรวดเร็วด้วยการแตะนิ้ว 3 นิ้วค้างไว้บนจอ, ระบบป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล, Dark Mode หรือโหมดมืดที่ตั้งค่าให้เปิดอัตโนมัติในเวลากลางคืนได้ และการปรับจูนระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ เป็นต้น


เมื่อปัดนิ้วจากด้านบนลงมาจะเป็นการเปิด แถบเมนูทางลัด  โดยมีทางลัดสำหรับการตั้งค่าที่ใช้บ่อยๆ เช่น Wi-Fi, โหมดเงียบ, Bluetooth, ไฟฉาย, ตัดแสงสีฟ้าบนหน้าจอ (การปกป้องในเวลากลางคืน), ปรับความสว่างหน้าจอ เป็นต้น ส่วนด้านล่างจะแสดงแถบแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันต่างๆ หากปัดนิ้วลงมาอีกครั้งจะเป็นการขยายเมนูทางลัด


หากกดที่ไอคอนรูปปากกา และกระดาษบริเวณขวาบน จะเป็นการ แก้ไข เมนูทางลัด โดยเราสามารถเลือกไอคอนการตั้งค่าที่เราต้องการเข้ามาไว้ในแถบเมนู หรือลบทางลัดที่มีอยู่แล้วออกจากเมนูก็ได้


ที่ขอบจอด้านขวาจะมีแถบสีขาวเล็กๆ อยู่ หากปัดออกมาจะพบกับ แผง เครื่องมือด่วน ที่ช่วยให้เราสั่งบันทึกวิดีโอหน้าจอ หรือจับภาพสกรีนช็อตได้ทันที รวมถึงทางลัดไปยังแอปพลิเคชันอื่นๆ ซึ่งเราสามารถปรับแต่งทางลัดตรงนี้ได้ด้วยเช่นกัน


อินเทอร์เฟซของการโทรถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่าย ใช้งานสะดวก


realme X3 SuperZoom ได้ติดตั้งแอปพลิเคชันจาก Google มาแล้วจากโรงงาน พร้อมเครื่องมือจิปาถะต่างๆ ซึ่งเราจะพบ Game Space ได้ในโฟลเดอร์นี้


หากกดค้างลงบนพื้นที่ว่างบนหน้าจอหลัก จะเข้าสู่การปรับแต่งหน้าจอ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนภาพพื้นหลัง, วิดเจ็ต, แอนิเมชันการเปลี่ยนหน้า และจัดการไอคอนของแอปพลิเคชันต่างๆ ได้


เมื่อกดที่การตั้งค่า จะเข้าสู่การตั้งค่าเพิ่มเติมที่ช่วยให้เราปรับรูปแบบการจัดเรียงไอคอนบนหน้าจอ, เปิด/ปิดโหมดลิ้นชัก และอื่นๆ


realme UI เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เปลี่ยนลักษณะของไอคอนได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนธีม โดยเปลี่ยนได้ 4 รูปแบบ


หากรู้สึกเบื่อกับหน้าจอเดิมๆ เราสามารถเข้าไปยัง ร้านขายธีม เพื่อดาวน์โหลดภาพพื้นหลัง, ธีม และรูปแบบอักษรใหม่ๆ ได้ โดยส่วนใหญ่จะมีราคาตั้งแต่ 15-30 บาท


ก่อนจะตัดสินใจซื้อธีมที่ถูกใจ เราสามารถลองใช้ธีมนั้นๆ ก่อนได้ฟรีเป็นเวลา 5 นาที เมื่อครบแล้วระบบจะเปลี่ยนเป็นธีมเดิมที่เราใช้อยู่โดยอัตโนมัติ


realme X3 SuperZoom มี โหมดโฟกัส ที่จะตัดการรบกวน ทุกอย่างจากสมาร์ทโฟน พร้อมทั้งเปิดเสียงเพลงคลอเบาๆ เพื่อให้เรามีสมาธิในการทำงานอื่นได้อย่างเต็มที่ โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะอยู่ในโหมดนี้นานกี่นาที และออกจากโหมดนี้ได้ทุกเมื่อตามต้องการ จะเรียกว่าเป็นโหมดห้ามรบกวนแบบอัปเกรดก็ได้


และยังมี โหมดขับรถ ที่ช่วยให้เรามีสมาธิในการขับขี่มากยิ่งขึ้น เมื่อเข้าสู่โหมดนี้ ระบบจะเปิด Bluetooth เพื่อเชื่อมต่อกับชุดเครื่องเสียงรถยนต์ และเราสามารถเลือกเปิดลำโพงสนทนาอัตโนมัติเมื่อมีสายโทรเข้า หรือเลือกให้โทรศัพท์ดังเมื่อมีเบอร์เดิมโทรซ้ำเข้ามา 3 ครั้ง เพื่อไม่ให้พลาดสายที่สำคัญจริงๆ เป็นต้น


ในด้านความปลอดภัย realme X3 SuperZoom รองรับทั้งการสแกนใบหน้า และลายนิ้วมือ โดยมีฟังก์ชั่นปลดล็อคอย่างรวดเร็วที่ระบบจะสแกนใบหน้า และปลดล็อคหน้าจอทันทีที่เรายกสมาร์ทโฟนขึ้นมา จึงเข้าใช้ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว


realme X3 SuperZoom มีแอปพลิเคชัน ตัวจัดการโทรศัพท์ สำหรับปรับปรุงระบบของตัวเครื่องให้ทำงานราบรื่นอยู่เสมอ โดยสามารถล้างข้อมูลที่ไม่จำเป็น, สแกนไวรัส และตรวจสอบปัญหาการทำงานของอุปกรณ์โดยรวม เมื่อเปิดแอปนี้ขึ้นมา ตัวแอปจะตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบทันที หากผลการประเมินต่ำกว่า 100 เราสามารถกดปุ่ม "เพิ่มความเร็วโดยแค่คลิ๊ก" เพื่อให้ระบบจัดการโดย อัตโนมัติได้ ซึ่งใช้เวลาไม่นาน


realme X3 SuperZoom มีแอปพลิเคชัน i Manager สำหรับปรับปรุงสมรรถนะของตัวเครื่องให้รวดเร็วอยู่เสมอ โดยสามารถล้างข้อมูลที่ไม่จำเป็น, สแกนไวรัส, ตรวจสอบการใช้ข้อมูลเน็ต, จัดการแอปพลิเคชัน และอื่นๆ  เมื่อเปิดแอปขึ้นมา ตัวแอปจะตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบทันที หากผลการประเมินต่ำกว่า 100 เราสามารถสั่งให้ระบบจัดการโดยอัตโนมัติได้ในปุ่มเดียว ซึ่งใช้เวลาจัดการไม่นาน


เมนู การอนุญาตสำหรับความเป็นส่วน ตัว เป็นเมนูสำหรับจัดการสิทธิ์ของแอปพลิเคชันในการเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ของตัวเครื่อง, เลือกแอปพลิเคชันเริ่มต้น (เช่น ถ้าเลือกเบราว์เซอร์ Chrome เป็นแอปพลิเคชันเริ่มต้นสำหรับการท่องเว็บ เมื่อเปิดหน้าเว็บก็จะเปิดบน Chrome ทันที ไม่ใช่เบราว์เซอร์อื่นที่มีในเครื่องเหมือนกัน) และการอนุญาตให้แอปพลิเคชันแสดงหน้าต่างลอยเหนือทุกอย่างบนจอ เป็นต้น


เมนู สแกนไวรัส จะเป็นการสแกนไฟล์ในเครื่องทั้งหมดเพื่อหามัลแวร์ หรือไฟล์อันตรายต่างๆ และจะลบทิ้งโดยอัตโนมัติหากตรวจพบ การสแกนใช้เวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้น


เมนู การตรวจสอบอย่างรวดเร็ว เป็นฟังก์ชันการตรวจหาความผิดปกติของฮาร์ดแวร์ โดยจะมีคำแนะนำให้ผู้ใช้ทำตามเพื่อตรวจสอบการทำงานของฮาร์ดแวร์แต่ละส่วนไปทีละขั้น ตอน ช่วยให้เราตรวจสอบได้เองในเบื้องต้นว่าเครื่องเสียตรงไหน และบอกข้อมูลให้กับช่างเมื่อส่งซ่อมได้


เมนู การปกป้องการชำระเงิน เป็นการตรวจสอบสถานะความปลอดภัยของตัวเครื่อง ตั้งแต่สถานะการรูทเครื่อง ไปจนถึงการตรวจสอบแพทช์รักษาความปลอดภัย และการตั้งค่าปลีกย่อยอื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าสมาร์ทโฟนไม่มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย และพร้อมที่จะทำธุรกรรมการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตได้


เราสามารถดูรูปถ่าย และรูปภาพอื่นๆ ในเครื่องได้ใน อัลบั้ม โดย จะแบ่งหมวดหมู่ตามวันที่ถ่าย และแยกเป็นอัลบั้มตามประเภทของรูป


นอกจากจะเอาไว้ดูรูปแล้ว ยังแต่งรูปได้อีกด้วย โดยสามารถหมุน, ตัด, ใส่ฟิลเตอร์, ปรับแสงเงา, ปรับความสวยเนียนของผิว และเอฟเฟกต์เบลอ เป็นต้น


สำหรับการฟังเพลง realme X3 SuperZoom มีแอปพลิเคชันพื้นฐานติดตั้งมาให้อยู่แล้ว โดยมีดีไซน์ที่สะอาดตา ไม่ซับซ้อน ที่แผงควบคุมด้านล่างมีทางลัดการตั้งค่าสำหรับเรียกดู Playlist, ตั้งค่าระบบเสียง Real Original Sound, เล่นเพลงแบบวนซ้ำ (ซ้ำเพลงเดียว / ซ้ำทั้งอัลบั้ม / สุ่มลำดับเพลง) และตัวเลือกการตั้งค่าเพิ่มเติมอื่นๆ


สำหรับแอปพลิเคชันการเล่นวิดีโอของ realme X3 SuperZoom มีปุ่มควบคุมการทำงานพื้นฐานครบครัน แต่ก็มีลูกเล่นไม่มากนัก


หากวิดีโอที่เล่นมีอัตราส่วนไม่พอดีกับหน้าจอ จะเหลือแถบสีดำด้านข้างเอาไว้ หากต้องการดูแบบเต็มจอให้กดที่ ไอคอนลูกศร 4 ดอกตรงมุมขวาบน ระบบจะขยายภาพให้เต็มโดยจะมีบางส่วนล้นออกไป ดังรูปตัวอย่าง


สำหรับไอคอนรูปหูฟังที่อยู่ข้างๆ จะทำให้วิดีโอ เล่นเฉพาะเสียงเท่านั้น ส่วนไอคอนรูปแม่กุญแจ จะเป็นการล็อก หน้าจอ เพื่อป้องกันไม่ให้เผลอไปกดโดนระหว่างดูวิดีโอ


ในส่วนของการเล่นเกม realme X3 SuperZoom มีฟีเจอร์ Game Space สำหรับเร่งประสิทธิภาพการประมวลผล และปิดกั้นการแจ้งเตือนต่างๆ ไม่ให้มาขัดจังหวะการเล่น แถบเมนูด้านล่างสามารถปัดขึ้นเพื่อดูการตั้งค่าเพิ่มเติมได้ โดยจะแสดงระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่ที่เหลือโดยประมาณ และความแรงของสัญญาณ Wi-Fi ปุ่มด้านซ้ายเป็นเมนูปรับระดับความเร็วของเครื่อง 3 โหมด ได้แก่ :

- โหมดแข่งขัน : เร่งระดับความเร็วสูง สุด ทำให้ภาพในเกมสวยขึ้น ลื่นขึ้น แต่จะเปลืองแบตเตอรี่มากตามไปด้วย
- โหมดกำลังไฟฟ้าต่ำ :
ลดความเร็วลงเพื่อเน้นการประหยัด แบตเตอรี่
- โหมดสมดุล
: เป็นโหมดที่สมดุล ระหว่างความเร็วและการประหยัดพลังงาน

สำหรับปุ่มด้านขวาจะเป็นการเลือกบล็อกสายโทรเข้า, บล็อกการแจ้งเตือน หรือจะบล็อกทั้งคู่ก็ได้เช่นกัน


ในเวอร์ชั่นนี้มีฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเข้ามาคือ การปรับแต่งภาพสม จริง ซึ่งจะช่วยปรับปรุงสีสัน และเส้นขอบวัตถุให้ดูสมจริงยิ่งขึ้น แต่ในตอนนี้ยังใช้ได้กับแค่บางเกมเท่านั้น เช่น PUBG Mobile เป็นต้น


เมื่ออยู่ในเกม เราสามารถปัดหน้าจอลงมาเพื่อเรียกใช้เมนูลัดได้ ซึ่งมีเมนูลัดตั้งค่าการปิดกั้นแจ้งเตือน, จับภาพสกรีนช็อต และบันทึกวิดีโอหน้าจอ ช่วยให้เราใช้ฟังก์ชันเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา และไม่เสียจังหวะการเล่น โดยในการทดสอบประสิทธิภาพการเล่นเกมของ realme X3 SuperZoom ทางทีมงานได้เลือกทดสอบด้วยเกม 3 เกม ได้แก่ Honkai Impact 3rd, PUBG Mobile และ Blade and Soul Revolution โดยตั้งค่ากราฟิกของตัวเกมไว้ดังนี้ :

 

การตั้งค่าของเกม Honkai Impact 3rd


การตั้งค่าของเกม PUBG Mobile


การตั้งค่าของเกม Blade and Soul Revolution


ด้วยขุมพลังของชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 855+ และ RAM 12 GB ภายใน realme X3 SuperZoom การเล่นเกมที่มีกราฟิกสูงๆ จึงไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด หลังจากที่ทีมงานได้ทดลองเล่นเกมทั้ง 3 เกมต่อเนื่องกันเป็นเวลาราว 2 ชั่วโมง พบว่า realme X3 SuperZoom รับมือกับทุกเกมได้เป็นอย่างดีตามที่คาดไว้ โดยเกม Honkai Impact 3rd สามารถเล่นได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุดแม้จะตั้งค่ากราฟิกไว้เป็นระดับ HD ส่วนเกม PUBG Mobile ก็สามารถเปิด HDR HD เล่นได้แบบสบายๆ เมื่อรวมกับเฟรมเรตที่ซิงค์กับจอ 120Hz ได้ ยิ่งทำให้เล่นเพลินมากๆ อย่างไรก็ดี realme X3 SuperZoom ยังไม่สามารถทำเฟรมเรตถึง 60fps สำหรับเกม Blade and Soul Revolution แต่ก็ยังเล่นได้ลื่นๆ เช่นกัน หลังจากเล่นไประยะหนึ่ง ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนน้อยมาก ซึ่งน่าจะเป็นเพราะระบบระบายความร้อนภายในตัวเครื่อง แต่แบตเตอรี่ ลดค่อนข้างเร็ว ซึ่งอาจเป็นเพราะเปิดใช้จอ 120Hz ด้วย โดยรวมถือว่า realme X3 SuperZoom เป็นสมาร์ทโฟนที่เล่นเกมได้ดีอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งไม่ทำให้เกมเมอร์ผิดหวังแน่นอนครับ


realme X3 SuperZoom ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855+ แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.9 GHz มีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 640, หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4x ขนาด 12GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 3.0 ขนาด 256 GB โดยมีเทคโนโลยี Hyper Boost และ Turbo Write ช่วยเร่งความเร็วหน่วยความจำ ROM ให้มีความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงถึง 1,500 MB ต่อวินาที ซึ่งเร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 183% จึงสามารถตอบสนองการ ใช้งานได้อย่างรวดเร็วทันใจ


realme X3 SuperZoom วัดค่า benchmark จากแอปพลิเคชัน PCMark ด้วยชุดทดสอบ Work 2.0 Performace ได้ 8650 คะแนน และจากแอปพลิเคชัน Geekbench 5 ได้ 772 คะแนนสำหรับการประมวลผลแกนเดี่ยว (Single-Core) และ 2636 คะแนนสำหรับการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core)


สำหรับการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน 3D Mark แบบ OpenGL ES 3.1 ได้คะแนนการทดสอบที่ 5329 คะแนน และแบบ Vulkan 4813 คะแนน ส่วนคะแนนจาก AnTuTu ได้ไป 504021 คะแนน


realme X3 SuperZoom มีเซ็นเซอร์ Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor ส่วนหน้าจอแสดงผลรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันได้ 10 จุด


ระบบ GPS สามารถจับสัญญาณดาวเทียมในที่กลางแจ้งได้ดี โดยจากภาพตัวอย่างจะเห็นว่าจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 63 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 3 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพอากาศด้วย ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่และช่วงเวลา


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

realme X3 SuperZoom เป็นสมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติการถ่ายรูปน่าสนใจ โดยมีระบบ AI Scene Recognition ช่วยวิเคราะห์ และตกแต่งภาพโดยอัตโนมัติ พร้อมด้วยฟีเจอร์ AI สีสันสดใส ช่วยเร่งสีสันให้ภาพดู สดใสมี ชีวิตชีวามากขึ้น สำหรับชุดกล้องหลังของ realme X3 SuperZoom เป็นชุดกล้อง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย :

- กล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung GW1 ขนาด 1/1.72 นิ้ว และรูรับแสงขนาด f/1.8
- กล้อง Ultra Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมมุมมองกว้างสุด 119 องศา และรูรับแสงขนาด f/2.3
- กล้อง Periscope ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/3.4 ซูมแบบ Optical ไกลสูงสุด 5 เท่า, ซูมแบบ Digital ไกลสูงสุด 60 เท่า และมีระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุด 4 เซนติเมตร


จุดขายสำคัญของรุ่นนี้ จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจากเทคโนโลยี Super Zoom ด้วยกลไกของกล้อง Periscope ที่ซูมได้ไกลมากถึง 60 เท่า ดังตัวอย่างการใช้งานในภาพด้านบน โดยเป็นการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS ส่วนการซูมแบบ Optical แท้ๆ นั้น จะซูมได้ไกล 5 เท่า (5X Optical Zoom)

 

realme X3 SuperZoom สามารถถ่ายรูปบุคคลแบบ Portrait ได้ 2 แบบ คือถ่ายด้วย โหมดรูปถ่าย (อัตโนมัติ) และ โหมดรูปคน (Portrait) ซึ่งการถ่ายด้วยโหมดรูปถ่ายจะเปิดใช้เอฟเฟกต์บิวตี้ได้ แต่จะไม่มีการเบลอฉากหลัง ส่วนการถ่ายด้วยโหมดรูปคน จะมีการเปิดเอฟเฟกต์ละลายหลัง (โบเก้) และปรับระดับความเบลอได้ตามต้องการ

ทั้งนี้ ในโหมดปกติกล้องหลังของ realme X3 SuperZoom จะถ่ายภาพที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เนื่องจากตัวเซ็นเซอร์รับภาพใช้เทคโนโลยี Quad Bayer รวมพิกเซลแบบ 4-in-1 ทำให้ความละเอียดภาพลดลง แต่มีความคมชัดยิ่งขึ้น


หากต้องการถ่ายรูปเต็มความละเอียด 64 ล้านพิกเซล จะต้องใช้โหมด 64MP แต่ในโหมดนี้จะไม่สามารถซูม หรือใช้ฟีเจอร์อื่นๆ ได้


สำหรับการถ่ายระยะประชิดแบบ Macro สามารถทำได้ด้วยโหมด มาโคร พิเศษ ซึ่งอยู่ในหน้าเมนูเพิ่มเติม โดยมีระยะโฟกัสอยู่ที่ 4 ซม. เหมาะสำหรับถ่ายเจาะรายละเอียดเล็กๆ เช่นดอกไม้ หรือแมลง


ในโหมด ผู้เชี่ยวชาญ เราสามารถตั้งค่ากล้องได้ด้วยตน เอง ได้แก่ค่า ISO (สูงสุด 3200), Shutter Speed (1/8000-32s), ชดเชยแสงได้สูงสุด ±2 และ White Balance (2000K-8000K) เหมาะสำหรับผู้ที่มีทักษะการถ่ายรูปอยู่แล้ว


นอกจากนี้ยังมี โหมดกลางคืน หรือ Ultra Night Scape 4.0 เป็นจุดเด่นสำคัญอีกจุดหนึ่งของสมาร์ทโฟนรุ่น นี้ โดยจะช่วยให้การถ่ายรูปในที่มืดมีความสว่าง และมีรายละเอียดมากขึ้น โดยเราจะต้องถือสมาร์ทโฟนไว้นิ่งๆ ประมาณ 4 วินาที เหมาะสำหรับถ่ายภาพแสงสียามค่ำคืน นอกจากนี้ยังมีโหมดย่อยได้แก่ :

- โหมดขาตั้งกล้อง หรือ Tripod Mode สำหรับ การถ่ายภาพแบบเส้นแสง โดยจะเปิดชัตเตอร์ค้างไว้ 20 วินาที ระหว่างนี้เราจะต้องถือสมาร์ทโฟนนิ่งๆ จนกว่าจะประมวลผลเสร็จ
- โหมดถ่ายดาว
หรือ Starry Mode สำหรับ ถ่ายดาว และทางช้างเผือกบนท้องฟ้า โดยจะเปิดชัตเตอร์ค้างไว้ 5 นาที พร้อมกับใช้ AI ช่วยประมวลผลภาพ แต่ถ้าฟ้าไม่เปิด มองไม่เห็นดาว โหมดนี้จะทำให้ท้องฟ้ากลางคืนสว่างขึ้น แต่ก็จะไม่เห็นดาวอยู่ดีครับ


สำหรับกล้องหน้าคู่ Dual In-Display Selfie มีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f 2.5 ประกบด้วยกล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้าง 105 องศา รูรับแสง f 2.2 มาพร้อมฟีเจอร์ AI Beauty แบบเดียวกับกล้องหลัง สามารถตั้งค่าได้อย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นความสว่างของสีผิว, ความเรียบเนียน, ทรงหน้า ไปจนถึงตา จมูกกันเลยทีเดียว


ที่น่าสนใจคือมีโหมดเซลฟี่กลางคืน หรือ Nightscape Selfie สำหรับถ่าบเซลฟี่ในที่มืดด้วย โดยมีหลักการทำงานคล้ายกับโหมดกลางคืนของกล้องหลัง


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 64+8+8+2 ล้านพิกเซล

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส และเปิด HDR


ถ่ายแบบย้อนแสงด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส ปิด HDR


ถ่ายแบบย้อนแสงด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส เปิด HDR


ถ่ายด้วยโหมดภาพคน (Portrait) หลัง 6 โมงเย็น แสงธรรมชาติค่อนข้างน้อย เปิดเอฟเฟกต์โบเก้ และเปิด AI Beauty ระดับ 0 (ต่ำสุด)


ถ่ายด้วยโหมดภาพคน (Portrait) หลัง 6 โมงเย็น แสงธรรมชาติค่อนข้างน้อย เปิดเอฟเฟกต์โบเก้ และเปิด AI Beauty ระดับ 30


ถ่ายด้วยโหมดภาพคน (Portrait) หลัง 6 โมงเย็น แสงธรรมชาติค่อนข้างน้อย เปิดเอฟเฟกต์โบเก้ และเปิด AI Beauty ระดับ 100 (สูงสด)


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด HDR ปิด AI สีสันสดใส


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด HDR เปิด AI สีสันสดใส


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด HDR ปิด AI สีสันสดใส


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด HDR เปิด AI สีสันสดใส


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด HDR เปิด AI สีสันสดใส


ถ่ายด้วยโหมดมุมกว้าง (Ultra Wide) เปิด HDR เปิด AI สีสันสดใส


ถ่ายด้วยโหมดมุมกว้าง (Ultra Wide) เปิด HDR เปิด AI สีสันสดใส


ถ่ายด้วยโหมดมาโครพิเศษ


ถ่ายด้วยโหมดมาโครพิเศษ


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส และเปิด HDR


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส เปิด HDR ที่ระยะซูม 5 เท่า (สุดระยะการซูมแบบ Optical)


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส เปิด HDR ที่ระยะซูม 10 เท่า (สุดระยะการซูมแบบ Hybrid)


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส เปิด HDR ที่ระยะซูม 30 เท่า (ซูมแบบ Digital)


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส เปิด HDR ที่ระยะซูม 60 เท่า (ระยะซูมสูงสุด)


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส และเปิด HDR


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส เปิด HDR ที่ระยะซูม 5 เท่า (สุดระยะการซูมแบบ Optical)


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส เปิด HDR ที่ระยะซูม 10 เท่า (สุดระยะการซูมแบบ Hybrid)


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส เปิด HDR ที่ระยะซูม 30 เท่า (ซูมแบบ Digital)


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI สีสันสดใส เปิด HDR ที่ระยะซูม 60 เท่า (ระยะซูมสูงสุด)


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางคืน


ถ่ายด้วยโหมดกลางคืน (Ultra Nightscape 4.0)


ถ่ายด้วยโหมดกลางคืน (Ultra Nightscape 4.0)


ถ่ายด้วยโหมดกลางคืน (Ultra Nightscape 4.0)


ถ่ายด้วยโหมดขาตั้งกล้อง (Tripod Mode)


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าคู่ ความละเอียด 32+8 ล้านพิกเซล

ถ่ายด้วยโหมด Portrait ไม่เปิดบิวตี้ เปิดใช้เอฟเฟกต์โบเก้


ถ่ายด้วยโหมด Portrait เปิดบิวตี้ระดับ 30 และ เปิดใช้เอฟเฟกต์โบเก้


ถ่ายด้วยโหมด Portrait เปิดบิวตี้ระดับ 100 (สูงสุด) และ เปิดใช้เอฟเฟกต์โบเก้


ถ่ายในสภาวะแสงน้อยด้วยโหมด Portrait เปิดบิวตี้ระดับ 30 และ เปิดใช้เอฟเฟกต์โบเก้


ถ่ายในสภาวะแสงน้อยด้วยโหมดกลางคืน (Nightscape Selfie)


สรุปผลการทดสอบของ realme X3 SuperZoom

realme X3 SuperZoom เป็นสมาร์ทโฟนที่ใส่ฟีเจอร์ระดับสูงมาให้ได้อย่างลงตัว ในราคาที่พอจะเอื้อมถึงได้ไม่ยากนัก ทั้งด้านการใช้งาน ความบันเทิง เล่นเกม และถ่ายรูป โดยเน้นนำเสนอคุณสมบัติที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ต้องการเป็นหลัก นั่นคือ “จอเฟรมเรตสูง เล่นเกมลื่น เครื่องไม่ร้อน ถ่ายรูปสวย” โดยเลือกตัดคุณสมบัติบางอย่างออกไป เช่นการใช้งาน 2 ซิมการ์ด หรือการรองรับ microSD เรียกว่าเน้นเฉพาะคุณสมบัติที่โดนใจผู้ใช้จริงๆ ในราคาหมื่นปลายๆ

realme X3 SuperZoom มีหัวใจการประมวลผลเป็นชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 855+ ชิปเซ็ตรุ่นท็อปของปีที่แล้ว ซึ่งมีประสิทธิภาพเป็นรองเพียงแค่รุ่นท็อปของปีนี้อย่าง Snapdragon 865 เท่านั้น แถมยังมี RAM มากถึง 12 GB และหน่วยความจำภายในแบบ UFS 3.0 ขนาด 256 GB ที่เสริมความเร็วในการอ่านข้อมูลด้วยเทคโนโลยี Hyper Boost และ Turbo Write ดังนั้นการใช้งานทั่วไป ไปจนถึงการเล่นเกมกราฟิกระดับสูง จึงลื่นไหลหายห่วง สามารถตั้งค่ากราฟิกระดับสูงสุด พร้อมกับอัตราเฟรมเรตสูงได้สบายๆ อีกทั้งจอ 120Hz ยังช่วยให้บางเกมที่รองรับเฟรมเรตมากกว่า 60fps อย่าง PUBG Mobile สมูทยิ่งขึ้นด้วย ส่วนด้านความร้อนก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่เล่นเกมได้ดีมากอีกรุ่นหนึ่ง

ด้านการถ่ายรูป realme X3 SuperZoom มีทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ที่ทรงพลัง โดยเป็นกล้องหลัง 4 ตัว AI Quad Camera ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยกล้อง Ultra Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, กล้อง Periscope ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่ซูมได้ไกลถึง 60 เท่า และกล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล จึงรองรับการถ่ายภาพได้ทุกระยะ อีกทั้งฟีเจอร์ AI สีสันสดใส ก็ช่วยให้ภาพถ่ายดูสดใสมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น โดยสีสันไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม อีกทั้งยังใช้งานง่าย และเห็นผลทันที ส่วนระบบ HDR ก็มีประสิทธิภาพ แม้จะถ่ายย้อนแสงตรงๆ ก็ยังเก็บรายละเอียดของภาพได้มาก อย่างไรก็ดี หากถ่ายรูปย้อนแสงพร้อมกับเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ระดับสูงๆ อาจทำให้ประสิทธิภาพของ HDR ลดลง หรืออาจไม่ทำงานเลย จึงควรระวังในจุดนี้

realme X3 SuperZoom เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ realme ที่มีกลไกเลนส์ซูมแบบ Periscope อยู่ภายใน ที่รองรับการซูมแบบ Optical ได้ 5 เท่า และซูมแบบ Digital ได้ไกลสูงสุดถึง 60 เท่า โดยมีระบบกันสั่นแบบ OIS ช่วยลดอาการสั่นไหวขณะซูม อย่างไรก็ดี ภาพที่ได้จากการถ่ายที่ระยะซูม 60 เท่ามีความคมชัดไม่มากเนื่องจากเป็นแบบ Digital และอาจไม่เหมาะจะนำไปใช้งานแบบจริงจัง หากต้องการถ่ายซูมจริงๆ แนะนำว่าควรมีขาตั้งช่วย เพราะยิ่งซูมไกลกล้องยิ่งไวต่อการสั่นมาก (ซึ่งเป็นธรรมชาติของกล้องถ่ายรูปอยู่แล้ว) แม้ตัวเครื่องจะมีระบบกันสั่น OIS ช่วยอยู่ก็ตาม ส่วนระยะซูมที่แนะนำคือ 5 เท่า ซึ่งเป็นระยะไกลสุดของการซูมแบบ Optical หรือ 10 เท่าซึ่งสุดระยะซูมแบบไม่สูญเสียรายละเอียด

สำหรับการถ่ายรูปในที่มืด realme X3 SuperZoom ก็ทำได้ดีเช่นกัน โดยมีโหมด Super Nightscape 4.0 ที่ช่วยทำให้ภาพสว่างขึ้น ซึ่งให้ภาพถ่ายแสงไฟยามค่ำคืนที่คมชัด และมีจุดรบกวน (Noise) น้อยมาก นอกจากนี้ ยังมีโหมดย่อยอย่าง Tripod Mode และ Starry Mode เพิ่มเข้ามา โดย Tripod Mode เป็นโหมดที่ทำให้แสงเป็นเส้นด้วยการเปิดชัตเตอร์ค้างไว้ 20 วินาที ส่วน Starry Mode เป็นโหมดสำหรับถ่ายดวงดาวด้วยการเปิดชัตเตอร์ค้างไว้ 5 นาที ทำให้มีลูกเล่นมากขึ้น และผลลัพธ์ที่ได้ก็อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ทั้งนี้ Tripod Mode และ Starry Mode ควรใช้ร่วมกับขาตั้งกล้องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

กล้องหน้าเป็นกล้องคู่แบบฝังใต้หน้าจอ (Dual In-Display Selfie Camera) ความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล และมีกล้อง Ultra Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายภาพเซลฟีมุมกว้างได้ และที่น่าสนใจคือมีโหมดเซลฟี่กลางคืน หรือ Nightscape Selfie ซึ่งทำงานได้ดีในจุดที่มีแสงสว่างเล็กน้อย แต่ไม่เหมาะกับการถ่ายรูปในสภาพแวดล้อมที่มืดมาก และเบลอฉากหลังไม่ได้

ทั้งนี้ ถึงแม้คุณสมบัติโดยรวมจะอยู่ในระดับสูงสมกับเป็นรุ่นเรือธง แต่ด้วยการที่เป็นเรือธงราคาจับต้องได้ง่ายไม่ถึง 2 หมื่นบาท คุณสมบัติบางอย่างอาจยังไม่สุดเสียทีเดียว เช่นชิปเซ็ต Snapdragon 855+ ที่เป็นรองตัวล่าสุดของปีนี้อย่าง Snapdragon 865 อยู่เล็กน้อย, ระบบชาร์จเร็วที่เป็นแบบ 30W Dart Charge ไม่ใช่ 60W SuperDart Charge และหน้าจอแสดงผลก็ยังคงเป็นแบบ IPS LCD ไม่ใช่ AMOLED

จากคุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมานี้ กล่าวได้ว่า realme X3 SuperZoom เป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ในระดับกลาง ไปจนถึงระดับสูง ทั้งการใช้งานทั่วไป, การถ่ายรูป และการเล่นเกม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนแรงๆ ระดับเรือธง จอลื่น กล้องถ่ายสวยซูมไกล แบตชาร์จไว ไว้ใช้งานสักเครื่องในราคาที่เอื้อมถึงได้ไม่ยากครับ

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ realme ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง realme X3 SuperZoom มาให้ทางทีมงานได้รีวิวกันในโอกาสนี้ครับ


จุดเด่นของ realme X3 SuperZoom

- ดีไซน์ตัวเครื่องกระจกโค้ง 4 ด้านแบบ 3D Quad-Curved Glass พร้อมเทคโนโลยีป้องกันรอยนิ้วมือ (Anti-Glare Fingerprint-Proof Glass Technology)
- ตัวเครื่องมีระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบ Liquid Cooling System พร้อมคุณสมบัติของการป้องกันละอองน้ำ
- ตัวเครื่องขนาด 163.8×75.8×8.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 202 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Ultra Smooth Display (IPS LCD) ขนาด 6.6 นิ้ว พร้อมอัตรา Refresh Rate ที่ 120Hz, ความละเอียดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล), สัดส่วนพื้นที่แสดงผลต่อตัวเครื่อง 90.5% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855+ แบบ 8-แกน (Octa-Core) ความเร็ว 2.96 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 640
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 12 GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 3.0 ขนาด 256 GB
-
เทคโนโลยี Hyper Boost และ Turbo Write เร่งความเร็วหน่วยความจำ ROM ให้มีอัตราการอ่านข้อมูลสูงสุด 1,500 MB ต่อวินาที
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 พร้อมครอบทับด้วย realme UI 1.0

- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย

> กล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung GW1 ขนาด 1/1.72 นิ้ว และรูรับแสงขนาด f/1.8
> กล้อง Ultra Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมมุมรับภาพ 119 องศา และรูรับแสงขนาด f/2.3
> กล้อง Periscope ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/3.4 ซูมแบบ Optical ไกลสูงสุด 5 เท่า, ซูมแบบ Digital ไกลสูงสุด 60 เท่า และมีระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
> กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุด 4 เซนติเมตร

พร้อมโหมดถ่ายภาพแบบ Starry Mode, Super Nightscape 4.0, Pro Nightscape Mode, Pro Mode, Tripod Mode กับระบบป้องกันการสั่นสำหรับการถ่ายวิดีโอแบบ UIS&UIS Max, ระบบ Real-time Bokeh Effect, รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD ที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที, และรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Slow Motion ได้ที่ความเร็วสูงสุด 960 เฟรมต่อวินาที (32X)

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าฝังใต้หน้าจอแบบคู่ (Dual In-Display Selfie Camera) ประกอบด้วย

> กล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX616, มุมรับภาพ 80.4 องศา และรูรับแสงขนาด f/2.5
> กล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมมุมรับภาพ 105 องศา และรูรับแสงขนาด f/2.2

พร้อมเอฟเฟกต์บิวตี้ปรับแต่งใบหน้าให้สวยงามได้อย่างละเอียด และมีโหมด Selfie Nightscape สำหรับถ่ายเซลฟี่กลางคืน รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด Full HD 1080p

มีระบบวิเคราะห์ภาพถ่ายด้วย AI, รองรับมุมมองกว้างพิเศษ (Ultra Wide Angle), เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง, โหมด Macro สำหรับถ่ายภาพระยะประชิด, โหมด Super Nightscape 4.0 สำหรับถ่ายภาพกลางคืน, โหมดพาโนราม่า และโหมดโปร รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K 30fps

- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Capacitive ที่ด้านข้างตัวเครื่อง (ปุ่ม Power)
- ฟีเจอร์ปลดล็อกด้วยใบหน้า
- แบตเตอรี่ความจุ 4,200 mAh พร้อมรองรับระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 30W Dart Charge
-
ระบบความปลอดภัยขณะชาร์จ ป้องกันการลัดวงจร
- ฟีเจอร์ Game Space บล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่างๆ พร้อมกับเร่งประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องขณะเล่นเกม
- ระบบ Tactile Engine
- รองรับระบบ Dual-Frequency GPS พร้อมรองรับการใช้งานร่วมกับระบบดาวเทียมของ BeiDou, GLONASS และ QZSS
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi 2.4GHz/5GHz (2x2 MIMO Wi-Fi Antenna), 4G/4G+, 3G, EDGE และ GPRS
- รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.0
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- ลำโพงเสียงภายนอกแบบ Super Linear Speaker พร้อมรองรับระบบเสียงความละเอียดสูง (Hi-Res Audio) และระบบเสียง Dolby Atmos
- ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว Arctic White และ สีน้ำเงิน Glacier Blue
- ราคา 19,990 บาท ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ realme X3 SuperZoom

- เทคโนโลยีการแสดงผลของหน้าจอยังคงเป็นแบบ IPS LCD
- แบตเตอรี่หมดค่อนข้างเร็วเมื่อเปิดใช้อัตรา Refresh Rate ของหน้าจอที่ 120Hz
- ไม่มีพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ไม่มีหูฟังแถมมาให้ในกล่อง
- ไม่รองรับการ์ด microSD
- ไม่รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด
- ไม่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วแบบฝังใต้หน้าจอ (ใช้การสแกนนิ้วบนปุ่ม Power ด้านข้างตัวเครื่องแทน)

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเครื่องทดสอบจากผู้ผลิต คุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองเพื่อความมั่นใจครับ *


 

วันที่ : 28/05/2020