ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 05/06/2020
realme Watch & realme Buds Air Neo


 

รีวิว (Review) realme Watch และ Buds Air Neo

สองคู่หูนาฬิกาอัจฉริยะ กับหูฟังไร้สาย ที่ตอบโจทย์ได้ ในราคาเบาหวิว ด้วย Heart Rate Sensor วัดชีพจร 24 ชั่วโมง พร้อมวัดระดับออกซิเจนในเลือด บนตัวเรือนกันน้ำ IP68 ในราคาเพียง 2,499 บาท และหูฟัง True Wireless ที่เบายิ่งกว่ากระดาษ พร้อมไดรเวอร์ใหญ่ 13 มิลลิเมตร กับเทคโนโลยี Dynamic Bass Boost ในราคาเพียง 1,499 บาท
 

 

5 มิถุนายน 2020 - นอกจากการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง realme X3 SuperZoom แล้ว ทางแบรนด์ realme ยังได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมรุ่นใหม่ล่าสุดเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานในยุคใหม่ออกมาพร้อมกันถึง 2 ตัว นั่นก็คือ realme Watch นาฬิกาอัจฉริยะ และ realme Buds Air Neo หูฟังไร้สาย True Wireless รุ่นใหม่ล่าสุด

สำหรับ realme Watch เป็นนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่ทาง realme เพิ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรก โดยมาพร้อมกับคุณสมบัติที่ครบครันตอบโจทย์การใช้งานตามสโลแกน “อีกระดับของความสมาร์ท” ด้วยหน้าจอแสดงผลสีแบบทัชสกรีน สามารถแสดงการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ ได้ พร้อมบอดี้กันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP68 รวมถึงโหมดการออกกำลังกายมากกว่า 14 แบบ และ จุดเด่นอย่างการตรวจวัดค่าอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง และการตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) ซึ่งทาง realme เปิดราคาวางจำหน่ายเอาไว้เพียง 2,499 บาทเท่านั้น

 


ส่วน realme Buds Air Neo ก็เป็นหูฟังไร้สาย True Wireless รุ่นใหม่ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก realme Buds Air รุ่นที่แล้วที่เคยวางจำหน่ายในประเทศไทย โดยครั้งนี้มีการยกเครื่องใหม่ยกชุด เริ่มตั้งแต่ น้ำหนักของหูฟังที่เบาเพียง 4.1 กรัม ซึ่งเบายิ่งกว่ากระดาษ A4 หนึ่งแผ่น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสวมใส่ได้นานโดยไม่ล้าหู รวมถึงเทคโนโลยี Dynamic Bass Boost ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มมิติของเสียงเบสให้มีความหนักแน่น และยังมี Gaming Mode ที่ช่วยลดอาการหน่วงของเสียง ช่วยให้เสียงตรงกับภาพที่กำลังแสดงอยู่ ซึ่ง realme เปิดราคาวางจำหน่าย realme Buds Air Neo เอาไว้ที่ 1,499 บาทเท่านั้น

นอกจากนี้ realme Watch และ realme Buds Air Neo จะมีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง ไปติดตามรีวิวฉบับเต็มจากทีมงาน Thaimobilecenter กันเลยดีกว่าครับ

 


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

realme Watch และ realme Buds Air Neo มาพร้อมกับกล่องผลิตภัณฑ์สีเหลืองที่เป็นเอกลักษณ์ของแบนรด์ realme พร้อมพิมพ์ภาพ และชื่อของสินค้าเอาไว้ที่หน้ากล่องผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน




สำหรับอุปกรณ์ที่แถมมาให้ภายในกล่อง realme Watch ประกอบไปด้วย นาฬิกา, แท่นชาร์จแบตเตอรี่ และคู่มือการใช้งาน


ทางด้าน realme Buds Air Neo ของในกล่องจะมีมาให้ทั้งหมด 4 ชิ้น ได้แก่ เคสใส่หูฟัง, หูฟังสองข้าง, สายชาร์จแบตเตอรี่แบบ microUSB และคู่มือการใช้งาน


มาดูที่ตัวผลิตภัณฑ์กันสักเล็กน้อย สำหรับ realme Watch มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลสีแบบทัชสกรีนบนกรอบสี่เหลี่ยม ขนาด 1 นิ้ว ความละเอียด 320x320 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 323 PPI พร้อมความสว่างของหน้าจอสูงสุด 380nits โดยด้านนอกของหน้าจอครอบทับด้วยกระจก 2.5D Corning Gorilla Glass 5 เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน


สายนาฬิกาของ realme Watch เป็นสายซิลิโคนที่มีความนุ่ม สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ระคายเคืองต่อผิว โดยใช้ตัวล็อคแบบหัวเข็มขัด สามารถปรับขนาดสายให้พอดีข้อมือผู้ใช้งานได้ทั้งหมด 12 ระดับ


สายนาฬิกา realme Watch สามารถถอดเปลี่ยนได้เอง โดยมีสายนาฬิกาให้เลือกทั้งหมด 3 เฉดสี ได้แก่ สีแดง, สีน้ำเงิน และสีเขียว


ที่ด้านขวาของหน้าปัด มีปุ่มกดแบบ Physical มาให้เพียงปุ่มเดียว ซึ่งปุ่มนี้จะใช้สำหรับล็อกหน้าจอแสดงผล, เปิด-ปิด การทำงานของนาฬิกา และใช้เป็นปุ่มย้อนกลับภายในตัว


ที่ด้านหลังของหน้าปัด มาพร้อมกับเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยี PPG Optical ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์รุ่นใหม่จากแบรนด์ Goodix และยังสามารถวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) ได้อีกด้วย


และที่สำคัญ ยังรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 พร้อมงานออกแบบที่มีความแข็งแกร่งคงทนเป็นพิเศษเนื่องจาก realme ได้ทำการทดสอบอย่างหนักหน่วง ไม่ว่าจะเป็น การทดสอบปุ่มกดมากว่า 100,000 ครั้ง, ทดสอบความยืดหยุ่นมากกว่า 3,000 ครั้ง และทดสอบความแข็งแกร่งต่อแรงดึงได้มากกว่า 7 กิโลกรัม


ด้านการชาร์จแบตเตอรี่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากแท่นชาร์จ และด้านหลังตัวเครื่องต่างเป็นขั้วแม่เหล็กเหมือนกันทั้งคู่ ทำให้สามารถวางเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ได้โดยทันที


มาต่อที่ realme Buds Air Neo กันบ้าง โดยตัวหูฟังเป็นแบบ True Wireless หรือหูฟังไร้สายอย่างแท้จริง ถูกออกแบบมาให้เน้นใช้งานได้อย่างง่าย และสะดวก ด้วยสโลแกสน “เชื่อมไร้สายที่ใช่ในแบบคุณ” โดยทาง realme ได้ติดตั้งชิปเซ็ตประมวลผล R1 True Wireless Chip เพื่อช่วยให้การเชื่อมต่อหูฟังแต่ละข้าง รวมถึงการเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟน realme เป็นไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่เปิดเคสหูฟังเท่านั้น


ด้านนอกของตัวหูฟังรองรับเทคโนโลยี Touch Control หรือการแตะเพื่อสั่งการ โดยรองรับคำสั่งทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ แตะ 2 ครั้งเพื่อเล่นเพลง หรือหยุดเพลง, แตะ 3 ครั้ง เพื่อข้ามไปยังเพลงต่อไป, แตะค้างที่หูฟังข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อเรียกใช้งาน Google Assistant สำหรับสั่งการด้วยเสียง และแตะค้างที่หูฟังทั้งสองข้างพร้อมกัน เพื่อเปิดโหมดลดความหน่วงของเสียง หรือ Gaming Mode


ตัวหูฟัง realme Buds Air Neo มาพร้อมกับมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX4 ตอบโจทย์การนำไปใช้ฟังเพลงขณะออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี


ส่วนเคสชาร์จแบตเตอรี่ถูกออกแบบมาอย่างเรียบ ง่าย โดยที่ด้านนอกจะมีไฟแสดงสถานะ และปุ่ม Multi-Function สำหรับรีเซ็ตการเชื่อมต่อ Bluetooth ระหว่างหูฟัง กับสมาร์ทโฟน ส่วนด้านในของเคสชาร์จแบตเตอรี่มีการแบ่งช่องว่างเพื่อช่วยให้วางหูฟัง realme Buds Air สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ได้อยา่งสะดวก โดยที่ด้านล่างจะเป็นแม่เหล็ก ทำให้เก็บหูฟังเอาไว้ในเคสชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างแน่นสนิท ไม่ต้องกลัวว่าหูฟังจะหลุดออกมาจากเคสชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างใด


ฝาปิดเคสชาร์จแบตเตอรี่ก็มีแม่เหล็กเช่นเดียว กัน เพียงแค่เลื่อนฝาปิดลงมาด้านล่างเบาๆ ก็จะปิดฝาเคสชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างแน่นสนิทโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องออกแรง


ด้านล่างของเคสมาพร้อมกับพอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้กับตัวเคส และหูฟัง realme Buds Air Neo


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมทดสอบฟังก์ชันต่างๆ ของ realme Watch

เมื่อเปิดใช้งานนาฬิกา realme Watch ครั้งแรก ระบบจะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทำการจับคู่นาฬิกากับสมาร์ทโฟนก่อน โดยสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน realme Link โดยให้ผู้ใช้เปิดแอปพลิเคชัน realme Link และเลือก Link a Device จากนั้นให้เลือก realme Watch


ระบบจะทำการสแกนหานาฬิกา realme Watch ที่อยู่รอบๆ ผ่านสัญญาณ Bluetooth ให้ผู้ใช้เลือกไอคอน realme Watch ที่ปรากฏขึ้นที่ระบบ


เมื่อจับคู่นาฬิกา realme Watch กับสมาร์ทโฟนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้กรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อความแม่นยำในการตรวจวัดข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสุขภาพ ได้แก่ เพศ, วันเกิด, ส่วนสูง, น้ำหนัก และจำนวนก้าวที่ต้องการเดินในแต่ละวัน


เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อย realme Watch ก็พร้อมใช้งานทันที โดยภายในหน้าแอปพลิเคชัน realme Link ผู้ใช้สามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการออกกำลังกาย และสุขภาพ เช่น จำนวนก้าวที่ผู้ใช้เดินในแต่ละวัน, ตรวจวัดประสิทธิภาพการนอน, ตรวจวัดอัตราการต้นของหัวใจ, ตรวจวัดปริมาณออกซิเจนในเลือด (SpO2) และการออกกำลังกาย


สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของหน้าปัดนาฬิกา (Watch Faces) ได้ทั้งหมด 12 แบบ


สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนแอปพลิเคชันจากนาฬิกา ได้ด้วยตนเอง โดยผู้ใช้สามารถเลือกแอปพลิเคชันที่ต้องการแจ้งเตือนได้ด้วยตนเอง เช่น Facebook, Line, Gmail หรือข้อความ SMS


สามารถตั้งนาฬิกาปลุกได้จากแอปพลิเคชัน และสามารถตั้งค่าให้เตือนการดื่มน้ำได้ด้วย


สามารถตั้งค่าเกี่ยวกับการวัดอัตราการเต้นของ หัวใจตลอด 24 ชั่วโมงได้ด้วยตนเอง โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะให้นาฬิกาตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจทุกๆ กี่นาที


รวมทั้งยังสามารถตั้งคา่การแจ้งเตือน หากนาฬิกาตรวจจับว่า มีอัตราการเต้นของหัวใจมากกว่า หรือน้อยกว่าที่ผู้ใช้กำหนดได้ด้วย


สามารถควบคุมการเล่นเพลงได้จากนาฬิกา โดยจากที่ทีมงานทดสอบพบว่าในขณะนี้สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันสตรีมเพลงยอดนิยม อย่าง Spotify ได้แล้ว


มาดูที่ลูกเล่นการใช้งานของนาฬิกา realme Watch กันบ้าง โดยในหน้าโฮมสกรีนผู้ใช้สามารถตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ในเบื้องต้นได้อย่างง่ายดาย (ข้อมูลบนหน้าโฮมสกรีนอาจแตกต่างกันตามแต่ละ Watch Faces) ได้แก่ เวลาปัจจุบัน, วันที่, สภาพอากาศ, อัตราการเต้นของหัวใจ และจำนวนก้าว


เมื่อลากนิ้วจากด้านบนลงมายังด้านล่าง จะเป็นการเรียกดูการแจ้งเตือนทั้งหมด


เมื่อปัดไปทางซ้าย จะพบกับการหน้าแสดงข้อมูลจากแอปพลิเคชันต่างๆ เริ่มตั้งแต่ สภาพอากาศปัจจุบัน


ข้อมูลการนอนในแต่ละวัน


อัตราการเต้นของหัวใจ


ข้อมูลการออกกำลังกาย (จำนวนก้าว, แคลลอรี่ที่เผาผลาญ และเวลาการออกกำลังกาย)


หากปัดไปทางด้านขวาจากหน้าโฮมสกรีน จะเข้าสู่คีย์ลัดสำหรับตั้งค่าแบบเร่งด่วน ได้แก่ ตัดการเชื่อมต่อระหว่างนาฬิกา realme Watch และสมาร์ทโฟน (รูปดวงจันทร์), ปลุกหน้าจอแบบอัตโนมัติเมื่อยกแขนขึ้น, ปรับระดับความสว่างของหน้าจอ และเปิดใช้งานโหมดประหยัดพลังงานสูงสุด


เมื่อผู้ใช้งานเปิดใช้งานโหมดประหยัดพลังงานสูง สุด ระบบจะทำการปรับหน้าจอให้อยู่ในโทนสีดำ และแสดงผลแค่เวลา และวันที่เท่านั้น


เมื่อปัดนิ้วขึ้นจากด้านล่างขึ้นบนจากหน้าโฮ มสกรีน จะพบกับเมนูการใช้งานต่างๆ ไล่ตั้งแต่ Workout หรือโหมดการออกกำลังกาย ที่มีให้เลือกทั้งหมด 14 โหมด ไม่ว่าจะเป็น วิ่งนอกร่ม, เดิน, วิ่งในร่ม, ปั่นจักรยาน, ออกกำลังกายแบบแอโรบิค, ออกกำลังกายแบบเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ, ฟุตบอล, บาสเก็จบอล, ปิงปอง, แบดมินตัน, จักรยานในร่ม, ออกกำลังกายด้วยเครื่องเดินวงรี (Elliptical), โยคะ และ คริทเก็ต


SpO2 โหมดสำหรับใช้วัดปริมาณออกซิเจนในเลือด


Heart Rate โหมดสำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใน ณ ปัจจุบัน


Activity Record สำหรับเรียกดูประวัติการออกกำลังกายในแต่ละวัน หรือสัปดาห์


Sleep สำหรับตรวจจับประสิทธิภาพการนอนของผู้ใช้ในแต่ละวัน


Music สำหรับควบคุมการเล่นเพลงของสมาร์ทโฟน


Camera สำหรับใช้นาฬิกา realme Watch เป็นปุ่มลั่นชัตเตอร์เมื่อถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน


Find My Phone สำหรับค้นหาสมาร์ทโฟนได้โดยตรงจากนาฬิกา โดยระบบจะทำการเปิดเสียงเรียกเข้าของสมาร์ทโฟนเพื่อช่วยระบุตำแหน่ง


Meditation สำหรับทำสมาธิตามระยะเวลาที่ผู้ใช้กำหนด


Alarm สำหรับตั้งนาฬิกาปลุกตามเวลาที่ผู้ใช้กำหนด


Stopwatch สำหรับจับเวลา


Weather สำหรับตรวจสอบสภาพอากาศปัจจุบัน


สามารถตั้งค่าต่างๆ เกี่ยวกับนาฬิกา realme Watch ได้ด้วยตนเอง เริ่มตั้งแต่ Wake Screen สำหรับเปิด-ปิด ฟีเจอร์ปลุกหน้าจอแสดงผลแบบอัตโนมัติเมื่อยกข้อมือขึ้น


Continuous Heart Rate สำหรับเปิด-ปิด ฟีเจอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง


Do Not Disturb สำหรับเปิด-ปิด โหมดห้ามรบกวน ซึ่งนาฬิกาจะไม่แจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันต่างๆ


สามารถปรับระดับความสว่างของหน้าจอแสดงผลได้ ด้วยตนเอง


สามารถปรับระดับการสั่นของนาฬิกาได้ทั้งหมด 3 ระดับ


สามารถรีสตาร์ทนาฬิกา, ปิดการทำงานของนาฬิกา และรีเซ็ตการตั้งค่า เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ได้ที่เมนู System


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมทดสอบฟังก์ชันต่างๆ ของ realme Buds Air Neo

สำหรับการใช้งาน realme Buds Air Neo ในครั้งแรก ผู้ใช้จะต้องทำการเชื่อมต่อบลูทูธเข้ากับสมาร์ทโฟนกันก่อน โดยวิธีการเชื่อมต่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน realme Link จากนั้นแตะเครื่องหมาย + และเลือก realme Buds Air Neo


จากนั้นให้ผู้ใช้เปิดฝาเคสหูฟังขึ้น และกดปุ่ม Multi-Function ที่ด้านหน้าค้างไว้เป็นเวลาประมาณ 3 วินาทีจนไฟแสดงสถานะกระพริบ จากนั้นให้เลือก realme Buds Air Neo บนหน้าจอแอปพลิเค realme Link


เมื่อจับคู่กันเรียบร้อยแล้ว การเชื่อมต่อในครั้งต่อไปไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน realme Link เนื่องจากหูฟัง realme Buds Air Neo รองรับฟีเจอร์ Google Fast Pair ซึ่งจะทำการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่เคยจับคู่ไว้แบบอัตโนมัติเพียงแค่เปิดฝาเคส


ในหน้าแอปพลิเคชัน realme Link ผู้ใช้สามารถตรวจสอบปริมาณแบตเตอรี่ของหูฟังทั้งด้านซ้าย และด้านขวา


รวมทั้งยังสามารถตั้งค่าการสัมผัสของตัวหูฟัง ทั้งสองข้างได้ด้วยตนเอง


ด้านการใช้งานจริง realme Buds Air Neo ถือว่าทำได้อย่างน่าประทับใจ ถ่ายถอดเสียงได้ค่อนข้างกระหึ่ม และมีมิติ เนื่องจาก realme Buds Air Neo ใช้ไดรเวอร์ขนาดใหญ่ 13 มม. พร้อมเทคโนโลยี Dynamic Bass Boost (DBB) ที่จะเข้ามาช่วยทำให้เสียงเบสมีความหนักแน่น และมีไดนามิคของเสียงที่กว้างมากยิ่งขึ้น ในส่วนของฟีเจอร์ Super Low Latency หรือ Gaming Mode ที่ช่วยลดอาการดีเลย์ของเสียงนั้น ก็ถือว่าทำงานได้ดีเช่นเดียวกัน โดยจากที่ทีมงานทดสอบทั้งรับชม YouTube รวมถึงเล่นเกม ก็พบว่า ไม่มีอาการดีเลย์ให้พบเจอ เสียงเล่นตรงกับภาพที่กำลังแสดง


realme Buds Air Neo ยังมีเซ็นเซอร์ที่ด้านในของตัวหูฟัง ซึ่งจะคอยตรวจจับว่าผู้ใช้สวมใส่หูฟังอยู่หรือไม่ ซึ่งหากผู้ใช้ถอดหูฟังออกขณะเล่นเพลง ก็จะทำการหยุดเพลงให้แบบอัตโนมัติ และจะเริ่มเล่นเพลงแบบอัตโนมัติเมื่อสวมใส่หูฟังอีกครั้ง นอกจากนี้ realme Buds Air Neo ยังสามารถใส่ได้นานโดยที่ไม่ปวดหู เพราะมีน้ำหนักเบาเพียง 4.1 กรัมเท่านั้น


ด้านการใช้สำหรับรับสาย-โทรออก ก็ถือว่าทำได้ดีเช่นเดียวกัน สามารถได้ยินเสียงจากปลายสายได้อย่างชัดเจน ไม่มีอาการดีเลย์ ส่วนไมโครโฟนของ realme Buds Air Neo ก็สามารถจับเสียงพูดของผู้ใช้ได้อย่างยอดเยี่ยม


ในส่วนของแบตเตอรี่นั้น realme ระบุว่า สามารถใช้งานได้ประมาณ 3 ชั่วโมงต่อ 1 รอบการชาร์จ ซึ่งจากที่ทดสอบก็พบว่าสามารถใช้งานได้จริงอยู่ที่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระดับเสียง) ส่วนเคสชาร์จแบตเตอรี่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวหูฟัง realme Buds Air Neo ได้ประมาณ 17 ชั่วโมงครับ


สรุปผลการทดสอบของ realme Watch และ realme Buds Air Neo

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับสำหรับ realme Watch และ realme Buds Air Neo สองอุปกรณ์เสริมราคาย่อมเยาที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟนในยุคปัจจุบัน โดยในด้านของ realme Watch ก็มาพร้อมกับจุดเด่นด้านหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดกำลังพอดีที่ 1.4 นิ้ว ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของนาฬิกาได้มากถึง 12 รูปแบบ พร้อมเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง และยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2), ตัวเครื่องที่มีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP68 รวมถึงโหมดการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ มากถึง 14 แบบ ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการนาฬิกาสักเรือน เพื่อเป็นผู้ช่วยในการดูสุขภาพร่างกาย และใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟนเพื่อรับการแจ้งเตือนต่างๆ จากแอปพลิเคชัน เพื่อไม่พลาดทุกข้อความสำคัญ


ด้านหูฟัง realme Buds Air Neo ก็ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบาหวิวเพียง 4.1 กรัม สามารถสวมใส่ได้นานโดยไม่ล้าหู รวมทั้งยังมาพร้อมกับชิปเซ็ต R1 True Wireless Chip ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างหูฟัง และมือถือมีเสถียรภาพ อีกทั้งยังมาพร้อมกับ Gaming Mode ที่ช่วยลดอาการดีเลย์ของเสียงได้อีกหนึ่งระดับ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาของหูฟัง True Wireless ทั่วๆ ไปที่มักจะเกิดปัญหาเสียงไม่ตรงกันกับภาพที่เห็น

ด้านการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ทั้งสองอย่างถือว่าทำได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชัน realme Link โดยผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะการทำงานของอุปกรณ์ได้จากหน้าแอปพลิเคชันดังกล่าว รวมทั้งยังสามารถตั้งค่าเบื้องต้นได้จากในหน้าแอปพลิเคชัน ซึ่งถือเป็นการอำนวยความสะดวกต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี


สำหรับ realme Watch เปิดราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยที่เพียง 2,499 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป สามารถเป็นเจ้าของได้ผ่านช่องทางออนไลน์ realme Online Official Store ทางทั้งบน Shopee และ Lazada รวมถึงร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ


ส่วน realme Buds Air Neo เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคาเพียง 1,499 บาท โดยสามารถเป็นเจ้าของ ได้ที่ realme Online Official Store ทั้งบน Shopee และ Lazada รวมถึงร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่าง Banana, TG Fone, IT City และ CSC

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง realme ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่ง realme Watch และ realme Buds Air Neo มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ

 


จุดเด่นของ realme Watch

- หน้าจอแสดงผลสีระบบสัมผัสขนาด 1.4 นิ้ว ความละเอียด 320x320 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 323 PPI
- กระจกกันรอยหน้าจอแบบ 2.5D Corning Gorilla Glass
- ความสว่างหน้าจอสูงสุด 380nits
- สามารถเปลี่ยนรูปแบบของหน้าปัด (Watch Faces) ได้ทั้งหมด 12 แบบ
- โหมดออกกำลังกาย (Sport Mode) รองรับการออกกำลังกายทั้งหมด 14 แบบ
- เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยี PPG Optical
- คุณสมบัติกันน้ำ และฝุ่นระดับ IP68
- ฟีเจอร์วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2)
- สามารถควบคุมแอปพลิเคชันเพลงได้จากนาฬิกา
- สามารถรับสายเรียกเข้าได้จากนาฬิกา
- สายซิลิโคน พร้อมหัวล็อกแบบเข็มขัด สามารถปรับระดับความแน่นให้เข้ากับข้อมือผู้ใช้งานได้ทั้งหมด 12 ระดับ
- แบตเตอรี่ขนาด 160mAh สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 9 วัน (เมื่อปิดใช้งานฟีเจอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ) หรือสูงสุด 20 วัน เพื่อเปิดใช้งานโหมดประหยัดพลังงาน
- แท่นชาร์จแบตเตอรี่ที่มีขั้วแม่เหล็ก ช่วยให้ชาร์จแบตเตอรี่ของ realme Watch ได้อย่างง่ายดาย
- ราคาวางจำหน่าย 2,499 บาท


จุดเด่นของ realme Buds Air Neo

- น้ำหนักเบาเพียง 4.1 กรัม สามารถใช้งานเป็นระยะเวลานานได้โดยไม่เกิดอาการล้าหู
- ไดรเวอร์เสียงขนาดใหญ่ 13 มม. พร้อมเทคโนโลยี Dynamic Bass Boost ช่วยขับพลังเสียงเบสให้หนักแน่น และมีมิติมากยิ่งขึ้น
- ชิป R1 True Wireless Chip สำหรับเชื่อมต่อหูฟังแต่ละข้าง ไปยังสมาร์ทโฟนได้อย่างมีเสถียรภาพ ทำให้เกิดความหน่วงของเสียงต่ำเพียง 119.2 มิลลิวินาที
- ฟีเจอร์ Gaming Mode สำหรับลดอาการหน่วงของเสียง เพื่อการเล่นเกมอย่างเต็มอรรถรส
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนอัตโนมัติเพียงแค่เปิดฝาเคส
- ฟีเจอร์ Touch Control สำหรับแตะที่ด้านข้างหูฟังเพื่อสั่งการ
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 3 ชั่วโมงต่อหนึ่งรอบการชาร์จ และสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 17 ชั่วโมง เมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จแบตเตอรี่
- คุณสมบัติกันน้ำระดับ IPX4
- ราคาวางจำหน่ายเพียง 1,499 บาท


 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ realme Watch

- อาจไม่สะดวกต่อการใช้งานกลางแจ้ง เนื่องจากความสว่างของหน้าจอแสดงผลยังสู้แสงได้ไม่ดีเท่าที่ควร
- UI ของระบบปฏิบัติการมีความหน่วงเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าจะมีการอัปเดตซอฟท์แวร์เพิ่มเติมในอนาคต
- ยังไม่รองรับเมนูภาษาไทย
- ไม่มี GPS ในตัว

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ realme Buds Air Neo

- พอร์ตชาร์จของเคสชาร์จแบตเตอรี่เป็นแบบ microUSB ซึ่งเป็นมาตรฐานเก่า จึงทำให้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับสายชาร์จของสมาร์ทโฟน realme รุ่นใหม่ได้


 

วันที่ : 05/06/2020