ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 25/03/2022

 

รีวิว realme GT 2 Pro เรือธงรุ่นคุ้มใหม่ ใส่ชิปตัวท็อป พร้อมจอ 2K LTPO สวยลื่น กล้องโปรทุกระยะ พลังชาร์จ 65W บนดีไซน์กระดาษครั้งแรกของโลก

25 มีนาคม 2022 - เรียกว่ารุกตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียวสำหรับแบรนด์ realme เพราะหลังจากที่เพิ่งเปิดตัว realme 9 Pro Series ทายาทซีรีส์ยอดนิยมในระดับกลางไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ล่าสุดทาง realme ก็ได้ส่งเรือธงตัวท็อปสุดของค่ายออกมาตอกย้ำกระแสความแรงเพิ่มเติมแล้ว นั่นคือ realme GT 2 Pro ที่มาในสโลแกน “ยอดเยี่ยมกว่าที่ตาเห็น”

realme GT 2 Pro สมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่พรีเมียมที่สุดจาก ด้วยการเป็นสมาร์ทโฟนจอ 2K AMOLED แบบแบน (Flat) รุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมเทคโนโลยี LTPO 2.0 กับขนาดที่ใหญ่เต็มตาถึง 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K (WQHD+) รองรับค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz ผสานค่า Touch Sampling Rate ระดับสูงสุดถึง 1,000Hz บนการดีไซน์ฝาหลังพรีเมียมไม่เหมือนใครด้วย Texture คล้ายกระดาษ ด้วยวัสดุแบบ Bio-Base Polymer หรือโพลิเมอร์ชีวภาพที่ร่วมออกแบบกับ Naoto Fukasawa นักออกแบบชื่อดัง

realme GT 2 Pro ไฮเอนด์จัดเต็มด้วยชิปเซ็ตประมวลผลตัวท็อปใหม่ล่าสุดอย่าง Qualcomm Snapdragon 8 Gen1 พร้อมระบบระบายความร้อน Stainless Steel Vapor Cooling ขนาดใหญ่สุดในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน, รองรับการใช้งาน 5G จากการติดตั้งเสาสัญญาณ Ultra Wide Band HyperSmart Antenna Switching ครั้งแรกของโลก กับเสาอากาศ 12 ตัวรอบเครื่อง โดยจะเลือกเสาอากาศที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานแบบอัตโนมัติตามความแรงของสัญญาณ ซึ่งทำงานร่วมกับ RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 12GB + ROM แบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB และแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge บนระบบปฏิบัติการ Android 12 ที่ครอบทับด้วย realme UI 3.0

 

ด้านการถ่ายภาพก็จัดเต็มด้วยชุดกล้องหลังแบบ Dual 50MP Matrix OIS Camera ที่มีกล้องตัวหลักความละเอียด 50MP ซึ่งใช้เซนเซอร์เรือธงอย่าง Sony IMX766 พร้อมระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS+EIS และครั้งแรกของโลก กับกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 50MP ที่มีมุมกว้างสุด 150 องศา พร้อมถ่ายภาพแบบ Fish-Eye ได้เป็นรุ่นแรก ๆ ในวงการ รวมถึงกล้อง Ultra-Macro (Micro-Lens) ที่มีกำลังขยายมากถึง 40 เท่า (40x Magnification) 

จากข้อมูลในข้างต้นก็กล่าวได้ว่า realme GT 2 Pro มีจุดเด่นที่น่าสนใจในหลายด้าน กับราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 24,990 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติระดับนี้ ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชมการรีวิว realme GT 2 Pro ไปพร้อมกันได้เลยค่ะ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

realme GT 2 Pro มาในแพ็กเกจสีขาวสะอาดตา ภายใต้แนวคิด  Paper Tech Master Design ที่ช่วยลดการใช้พลาสติกให้น้อยลง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมริ้ว Texture คล้ายกระดาษแบบเดียวกับตัวเครื่อง พร้อมประทับลายเซ็นของ Naoto Fukasawa นักออกแบบชื่อดังไว้อย่างชัดเจน


ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น เคสซิลิโคน, อะแดปเตอร์ชาร์จเร็วแบบ 65W SuperDart Charge (10V/6.5A), สายเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, เข็มสำหรับถอดถาดซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน


ตัวอย่างการสวมใส่เคสสวย ๆ ที่แถมมาในแพ็กเกจ


realme GT 2 Pro มีหน้าจอแสดงผลแบบ 2K AMOLED LTPO 2.0 รุ่นแรกของวงการ ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ WQHD+ (3216x1440 พิกเซล : 525 PPI) พร้อมรองรับการแสดงผลสีแบบ 10-bit (1.07 พันล้านสี), รองรับขอบเขตกว้างแบบ DCI-P3 ได้ 100% โดยมีค่า Refresh Rate แบบ Adaptive Refresh Rate ที่ปรับอัตโนมัติตามคอนเทนต์ที่แสดงผลระหว่าง 1-120Hz ผสานค่า Touch Sampling Rate ระดับสูงสุด 1000Hz และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass Victus บนตัวเครื่องขนาด 163.2x74.7x8.18 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 189 กรัม


ที่ด้านบนหน้าจอมีลำโพงสำหรับสนทนา และเซนเซอร์ต่าง ๆ สำหรับกล้องหน้าฝังบนจอแบบ In-Display Selfie มีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX615


ด้านหน้าส่วนล่างใช้ปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่ม Recent Apps, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ (ค่าเริ่มต้น)


หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ด้วย


ใช้งานเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)


ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่สอง พร้อมเส้นเสาสัญญาณ 2 เส้น


ที่ด้านล่างตัวเครื่องประกอบไปด้วยลำโพงเสียงตัวหลัก, เส้นเสาสัญญาณ, พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Dual-Slot ที่รองรับการใช้งาน Nano SIM พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด แต่ไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD หรือแบบอื่น ๆ


ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีปุ่มปรับระดับเสียง พร้อมเส้นเสาสัญญาณ 2 เส้น


ที่ด้านขวาตัวเครื่องปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอ พร้อมเส้นเสาสัญญาณ 2 เส้น


ฝาหลังของ realme GT 2 Pro ได้รับการออกแบบจาก Naoto Fukasawa นักออกแบบชื่อดัง มีความโดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยการใช้วัสดุแบบ Bio-Based Polymer หรือโพลีเมอร์ชีวภาพเป็นครั้งแรกของโลก ที่ผ่านการรับรองจาก ISCC และจะปล่อยคาร์บอนน้อยลงถึง 35.5% พร้อมกระบวนการแกะสลักด้วยเลเซอร์ ทำให้ Texture ฝาหลังมีความคล้ายคลึงกับกระดาษ สำหรับตัวเลือกสีขาว (Paper White)


realme GT 2 Pro มีกล้องหลัง 3 ตัว แบบ Dual 50MP Matrix OIS Camera ประกอบด้วย

- กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX766 ขนาด 1/1.56 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.8, มุมรับภาพ 84.4 องศา (ทางยาวโฟกัส 23.6 มิลลิเมตร), ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Omni-Directional PDAF และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL JN1, รูรับแสงขนาด f2.2, มุมรับภาพ 150 องศา (ทางยาวโฟกัส 15 มิลลิเมตร) และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Micro-Lens ความละเอียด 3 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f3.3, กำลังขยาย 40 เท่า (40x Magnification) ในระยะ 4.7 เซนติเมตร, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ และรองรับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 720P HD 

พร้อมเทคโนโลยี ProLight Imaging, เทคโนโลยี AI Noise Reduction Engine 3.0, รองรับโหมด Fish-Eye บนมือถือเป็นรุ่นแรกของโลก, โหมดเก็บภาพมุมกว้างสุด 150° เป็นรุ่นแรกของโลก, โหมด Microscope กำลังขยายสูงสุดที่ 40 เท่า, โหมด Street ที่มาพร้อมฟังก์ชันต่าง ๆ ครบครัน, โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน / ที่แสงน้อย พร้อมเพิ่ม Night Filter เพื่อเปลี่ยนอารมณ์ของภาพ, โหมดการถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ พร้อมรูปแบบ Bokeh ให้เลือกใช้หลากหลาย และการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดระดับ 8K (24 fps) พร้อมฟีเจอร์ AI Highlight Video, โหมด Movie, Dual-View Video, Portrait Video และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS+EIS


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ

realme GT 2 Pro มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ realme UI 3.0 เวอร์ชันใหม่ บนพื้นฐานของ Android 12 เวอร์ชันล่าสุด กับดีไซน์หน้า User Interface ที่เรียบหรู และดูสบายตามากขึ้น พร้อมรองรับเทคโนโลยี Dynamic RAM Expansion ที่สามารถเพิ่ม RAM เสมือนจาก ROM ได้สูงสุด 7GB


โดยรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ได้ทั้งสองซิมการ์ดแบบ Dual 5G SIM ซึ่งสามารถใช้งานได้ทันทีหลังแกะกล่อง จากการติดตั้งเสาสัญญาณ Ultra Wide Band HyperSmart Antenna Switching ครั้งแรกของโลก กับเสาอากาศ 12 ตัวรอบเครื่อง โดยจะเลือกเสาอากาศที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานแบบอัตโนมัติตามความแรงของสัญญาณ รวมถึงเทคโนโลยี Omni-Directional Wi-Fi และ 360° NFC ที่ช่วยเพิ่มความสเถียรในการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ NFC ได้ดียิ่งขึ้น


เมื่อลากจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมาจะพบกับ Toggle Switch ปุ่มลัดสำหรับการเปิด-ปิดฟังก์ชันต่างๆ มากมาย เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ต, Bluetooth หรือการหมุนหน้าจออัตโนมัติ รวมถึง Notification Center แถบการแจ้งเตือนต่างๆ


โดยสามารถปรับตำแหน่งของคีย์ลัดต่างๆ ได้ตามที่ต้องการ


เมื่อกดค้างที่หน้าจอจะเป็นการเข้าสู่เมนูการ ปรับแต่งหน้าจอ โดยผู้ใช้สามารถปรับตำแหน่งของไอคอน พร้อมตั้งค่า Home ต่างๆ ได้แก่ เปลี่ยนภาพพื้นหลัง, จัดการไอคอน, ปรับรูปแบบ Layout และเลือกรูปแบบ Animation ขณะเปลี่ยนหน้าจอ


เมื่อปัดไปทางด้านขวาจากหน้าโฮมสกรีน จะพบกับ Google Discover หน้าที่รวบรวมข่าวสารที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ โดยอ้างอิงจากการค้นหาของผู้ใช้


สามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลของหน้าจอได้อย่าง หลากหลาย ได้แก่ การปรับความสว่างแบบอัตโนมัติ พร้อมโหมด Eye Comfort พร้อม Dark Mode ในการเปลี่ยนพื้นหลังให้กลายเป็นสีดำ


สามารถเลือกใช้งานค่า Refresh Rate สูงสุดที่ระดับ 120Hz (ค่าเริ่มต้นจะอยู่ที่ 60Hz) และเลือกปรับโทนสีของหน้าจอได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Natural, Vivid (ค่าเริ่มต้น) และ Pro Mode รวมถึงการปรับอุณหภูมิของสี


รองรับโหมดการแสดงผลแบบ Color vision enhancement สำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น


พร้อมรองรับเทคโนโลยี 01 Ultra Vision Engine ที่ช่วยปรับแต่งคอนเทนต์ประเภทวิดีโอลงลึกในระดับฮาร์ดแวร์ ทำให้วิดีโอมี Dynamic Range ที่กว้างขึ้น สามารถมองเห็นรายละเอียดในที่มืด และสว่างได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้การแสดงผลมีความชัดเจน พร้อมสีสันที่คมชัดสดใส


สามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลต่าง ๆ ได้ ที่เมนู Personalizations


ทั้งภาพพื้นหลัง, Always-On Display, Icon, ธีมสีแถบสี, ฟอนต์ ขนาดตัวอักษร, Animation เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และ Edge Lighting แสงข้างหน้าจอเมื่อมีการแจ้งเตือน


สามารถเลือกใช้งานปุ่ม Navigation Buttons ที่สามารถปรับตามความถนัดของผู้ใช้ หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Navigation Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ ให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนได้


บันทึกหน้าจอได้ง่ายๆ เพียงใช้ 3 นิ้วลากจากด้านบนลงมา


โดยที่สามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตแบบยาวได้ด้วย


realme GT 2 Pro มาพร้อมกับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่อยู่ใต้หน้าจอ (In-Display fingerprint) โดยสามารถตั้งค่าการใช้งานสำหรับปลุกการทำงานของเครื่อง หรือปลดล็อกหน้าจอได้ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ ซึ่งจากการทดสอบตัวเซ็นเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็วทันใจ


และมีระบบการปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock) ที่สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถลงทะเบียนได้เพียง 1 ใบหน้าเท่านั้น


มีฟังก์ชัน Split Screen ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานสองแอปพลิเคชันได้พร้อม ๆ กัน โดยรองรับทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน


realme GT 2 Pro มีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge ที่สามารถชาร์จจากระดับ 1-100% ได้ในเวลา 33 นาที ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จได้เป็นอย่างดี


โดยสามารถเปิดใช้งานในโหมด GT Mode 3.0 สำหรับเร่งประสิทธิภาพตัวเครื่องในด้านต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับสูงสุด แต่ก็แลกมาด้วยการใช้ทรัพยากรที่มากขึ้น จึงอาจทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าเดิม


พร้อมโหมดประหยัดพลังงานอย่าง Power saving mode ที่ช่วยจัดการพลังงานให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น โดยเมื่อกดใช้งานแถบแบตเตอรี่บนหน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และประหยัดพลังงานขั้นสุดด้วย Super power saving mode เพื่อยืดระยะเวลาในการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น แต่แลกมากับฟังก์ชันการใช้งานระดับพื้นฐานเท่านั้น


รองรับฟีเจอร์ App Cloner สำหรับโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน ซึ่งในเบื้องต้นนั้นสามารถโคลนนิ่งได้เฉพาะแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook และ Line จึงทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์


ท่านที่ใช้งาน realme GT 2 Pro เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่แล้วอยากย้ายข้อมูลจากสมาร์ทโฟนเครื่องเดิม ก็สามารถโอนย้ายข้อมูลด้วยแอปพลิเคชัน Clone Phone ได้ทันที


สำหรับเซนเซอร์ในเครื่องนั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor


การจับสัญญาณดาวเทียม และระบบนำทางสามารถใช้งานได้ดี มีความรวดเร็วแม่นยำ ด้วยการรองรับระบบดาวเทียมแบบ Dual Frequency GPS (L1+L5), GPS+A-GPS, Glonass, QZSS, IRNSS, Galileo และ BeiDou


realme GT 2 Pro มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8 Gen1 ที่ใช้กระบวนการผลิตระดับ 4 nm แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 3.0 GHz โดยมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 730, หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR5 ขนาด 12GB พร้อมเทคโนโลยี Dynamic RAM Expansion ในการเพิ่ม RAM เสมือนได้สูงสุด 7GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB โดยไม่รองรับการเพิ่มการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD หรือแบบอื่น ๆ และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 ซึ่งถูกครอบทับด้วย User Interface แบบ realme UI 3.0


realme GT 2 Pro มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 966,327 คะแนน และผลทดสอบจาก Geekbench 5 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 1,239 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 3,495 คะแนน


realme GT 2 Pro เมื่อทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน 3D Mark แบบ Wild Life Extreme จะได้คะแนนรวมอยู่ที่ 2,582 คะแนน


realme GT 2 Pro รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


realme GT 2 Pro ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ตัวจริงอย่าง Game Assistant ที่ช่วยในเรื่องของภาพให้ออกมาสมจริง พร้อมเพิ่มอรรถรสเวลาเล่นเกม และ Game Space ที่ผู้ใช้สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop-Up ต่างๆ ขณะเล่นเกม รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอได้

ใน Game Space นั้นก็มี Graphics Acceleration สำหรับรีดประสิทธิภาพการประมวลผลของ GPU เพื่อให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลที่สุด รวมไปถึง Network Protection สำหรับจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อช่วยลดอาการแลคขณะเล่นเกมออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลา


จากการทดสอบด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสามมิติอย่าง Marvel Future Fight, Seven Knight 2 และ Jade Dynasty : New Fantasy พร้อมเปิดการแสดงผลระดับสูงสุด ก็พบว่าสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างไหลลื่น และไม่พลาดช่วงเหตุการณ์สำคัญ ด้วยหน้าจอที่มีค่า Refresh Rate ระดับสูง โดยไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุก พร้อมรองรับค่า Touch Sampling Rate สูงสุดถึง 1,000Hz ที่ช่วยให้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ทันใจ ไม่มีดีเลย์

และด้วย realme GT 2 Pro มีระบบระบายความร้อนแบบ Stainless Steel Vapor Cooling ขนาดใหญ่สุดในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน มีทั้งหมด 9 ชั้น พร้อม Diamond Thermal Gel ที่สามารถลดอุณหภูมิแกนได้สูงสุด 19 องศาเซลเซียส ซึ่งช่วยให้ตัวเครื่องไม่ร้อนจนเกินไป แม้ใช้งาน หรือเล่นเกมติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยจะให้ความรู้สึกอุ่นมือเท่านั้น


สำหรับ realme GT 2 Pro สามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ 2K QHD ได้อย่างคมชัดเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ ด้วยหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ที่มีความละเอียดระดับ WQHD+ (3216x1080 พิกเซล : 525 PPI) พร้อมเทคโนโลยี 01 Ultra Vision Engine ที่ช่วยปรับแต่งคอนเทนต์ประเภทวิดีโอลงลึกในระดับฮาร์ดแวร์ ทำให้วิดีโอมี Dynamic Range ที่กว้างขึ้น สามารถมองเห็นรายละเอียดในที่มืด และสว่างได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้การแสดงผลมีความชัดเจน พร้อมสีสันที่คมชัดสดใส

นอกจากนี้ realme GT 2 Pro ยังมาพร้อมลำโพง Stereo แบบคู่ พร้อมรองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูง (Hi-Res Audio) รวมถึงระบบเสียงแบบ Dolby Atmos เมื่อเชื่อมต่อหูฟัง ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกม หรือดูซีรีส์เรื่องโปรดได้เป็นอย่างดี


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

realme GT 2 Pro มาพร้อมกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

- กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX766 ขนาด 1/1.56 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.8, มุมรับภาพ 84.4 องศา (ทางยาวโฟกัส 23.6 มิลลิเมตร), ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Omni-Directional PDAF และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL JN1, รูรับแสงขนาด f2.2, มุมรับภาพ 150 องศา (ทางยาวโฟกัส 15 มิลลิเมตร) และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Micro-Lens ความละเอียด 3 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f3.3, กำลังขยาย 40 เท่า (40x Magnification) ในระยะ 4.7 เซนติเมตร, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ และรองรับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 720P HD  


โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์เรียบหรู สบายตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน โดยสามารถเลือกถ่ายภาพในมุมปกติ (1x) พร้อมมุมกว้างแบบ Ultra-Wide (0.6x) โดยสามารถซูมสูงสุดที่ 20 เท่า (20x Digital Zoom) พร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิด ไฟแฟลช, โหมด HDR, ฟังก์ชัน AI Scene enhancement, สัดส่วนภาพถ่าย และการตั้งค่าอื่น ๆ เพิ่มเติม


รองรับการถ่ายภาพมุมกว้างสุด 150 องศา พร้อมโหมด Fish-eye เป็นครั้งแรกบนมือถือ


โหมด Microscope สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้ กับกำลังขยายวัตถุได้สูงสุด 40 เท่า (40x Magnification) ในระยะ 4.7 เซนติเมตร


รองรับโหมดถ่ายบุคคล (Portrait) ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ที่ f0.95 - f16 (ค่าเริ่มต้นอยู่ที่ f2.8)


มีโหมด Retouch ในการปรับผิวเนียน โดยสามารถเลือกระดับความเนียนได้ตั้งแต่ 0 - 100%


พร้อมเอฟเฟ็กต์ Bokeh แบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Dynamic Bokeh, AI Color Portrait และ Bokeh Flare Portrait


โหมดถ่ายภาพกลางคืนแบบ Night พร้อมเทคโนโลยี ProLight Imaging ที่เก็บแสงได้ดีขึ้น ผสานเทคโนโลยี AI Noise Reduction Engine 3.0 ลดการเกิด noise ในภาพ และรองรับระบบกันสั่นแบบ OIS จึงช่วยให้ภาพที่ได้มีความคมชัดกว่าที่เคย โดยรองรับการถ่ายภาพมุมกว้างแบบ Ultra-Wide รวมถึงฟังก์ชัน Pro สำหรับการตั้งค่าแบบละเอียดมากขึ้น


พร้อม Night Filter ฟิลเตอร์สำหรับปรับโทนสีของภาพให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ทั้งหมด 5 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่

- Modern Gold - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีทอง และสีดำ
- Cyberpunk - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีม่วง และน้ำเงิน คล้ายกับโลกอนาคต
- Flamingo - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีส้ม และสีแดง
- Astral - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีเขียว และสีส้ม
- Dazzle - ถ่ายภาพโดยเน้นให้สีสันมีความสดใสมากขึ้น


โหมด Street สำหรับการถ่ายภาพแนวสตรีท 


การถ่ายวิดีโอบน realme GT 2 Pro รองรับความละเอียดสูงสุดในโหมดปกติที่ระดับ 8K (24 fps) ที่สามารถบันทึกในมุมกว้างแบบ Ultra-Wide ได้ พร้อมฟังก์ชัน AI Highlight และรองรับการโหมดป้องกันการสั่นไหวแบบ EIS


พร้อมโหมดถ่ายวิดีโอแบบ Portrait ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ระหว่าง f0.95 - f16 และโหมด Retouch ในการปรับผิวเนียน โดยสามารถเลือกระดับความเนียนได้ตั้งแต่ 0 - 100%


รวมถึงสามารถเลือกรูปแบบ Bokeh ได้


กล้องหน้าของ realme GT 2 Pro ฝังบนหน้าจอ (In-Display Selfie) ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ Sony IMX615 ที่มีรูรับแสง f2.4


โดยมีหน้าตา Interface ที่สามารถใช้งานได้ง่ายเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งแสดงไอคอนเอาไว้ให้ใช้งานได้ทันที ได้แก่ เปิดปิดไฟแฟลช, ฟังก์ชัน HDR, การตั้งเวลาถ่ายภาพ, สัดส่วนภาพถ่าย และการตั้งค่าอื่น ๆ เพิ่มเติม


รองรับเทคโนโลยี AI Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ โดยผู้ใช้สามารถปรับแต่งแต่ละส่วนบนใบหน้าได้อย่างอิสระ ซึ่งสามารถเลือกระดับได้ตั้งแต่ 0-100% (ค่าเริ่มต้นจะอยู่ที่ 30%)


สำหรับโหมดหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) พร้อมรองรับเทคโนโลยี AI Beauty ที่สามารถปรับแต่งโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระ


รวมถึงโหมดการถ่ายเซลฟี่ในเวลากลางคืนอย่าง Night ที่เปิดใช้งาน AI Beauty ร่วมได้ด้วย


สำหรับการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าของ realme GT 2 Pro รองรับความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p (30 fps) พร้อมฟังก์ชันกันสั่น


และโหมด AI Beauty ในการปรับค่าผิวให้ดูเนียนสวยขึ้น ตั้งแต่ระดับ 0 - 100%


พร้อมโหมดถ่ายวิดีโอแบบ Portrait ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ระหว่าง f0.95 - f16 และสามารถเลือกรูปแบบ Bokeh ได้


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว แบบ Dual 50MP Matrix OIS Camera ของ realme GT 2 Pro

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายมุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ตัวอย่างภาพถ่ายมุมกว้างสูงสุด 150 องศา


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายมุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ตัวอย่างภาพถ่ายมุมกว้างสูงสุด 150 องศา


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Fish-Eye


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Microscope


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night มุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night มุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night มุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night มุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night มุมกว้างสูงสุด 150 องศา


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night มุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night มุมกว้างสูงสุด 150 องศา


ตัวอย่างภาพถ่ายเวลากลางคืนจากโหมด Night พร้อม Night Filter แบบต่าง ๆ


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซลของ realme GT 2 Pro

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Face Beauty


ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Portrait


สรุปผลการทดสอบของ realme GT 2 Pro

จากที่มีโอกาสได้ใช้งาน realme GT 2 Pro มาระยะหนึ่งก็สามารถกล่าวได้ว่าเป็นเรือธงรุ่นพรีเมียมที่สุดของทาง realme อย่างแท้จริง ด้วยการยกเครื่องการดีไซน์ใหม่หมดทั้งคอนเซ็ปต์รักษ์โลก และความพรีเมียมไม่เหมือนใคร ภายใต้แนวคิด Paper Tech Master Design ตั้งแต่กล่อง มาจนถึงตัวเครื่องที่ฝาหลังผลิตจากวัสดุแบบ Bio-Based Polymer หรือโพลีเมอร์ชีวภาพเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งร่วมออกแบบโดย Naoto Fukasawa นักออกแบบชื่อดัง ที่ผ่านการรับรองจาก ISCC และจะปล่อยคาร์บอนน้อยลงถึง 35.5% พร้อมกระบวนการแกะสลักด้วยเลเซอร์ ทำให้ Texture ฝาหลังมีความคล้ายคลึงกับกระดาษ ให้สัมผัสที่แปลกใหม่ พร้อมกับความพรีเมียมในมือ อีกทั้งยังแก้ปัญหาการเกิดรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยตัวเครื่องที่เป็นสีขาว และมีผิวสัมผัสที่ไม่เรียบ จึงอาจเป็นคราบเปื้อนต่าง ๆ ได้ค่อนข้างง่าย จึงแนะนำให้สวมเคสไว้ตลอดเวลา

อีกหนึ่งจุดเด่นของ realme GT 2 Pro ได้แก่กล้องตัวหลักที่ด้านหลังทั้ง 3 ตัวแบบ Dual 50MP Matrix OIS Camera ประกอบด้วย กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล ที่ใช้เซนเซอร์เรือธง Sony IMX766 พร้อมรองรับระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS+EIS และครั้งแรกของโลกกับกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล มุมกว้างสุด 150 องศา พร้อมถ่าย Fish-Eye ได้ครั้งแรกบนมือถือ รวมถึงกล้อง Ultra-Macro ที่มีกำลังขยายสูงถึง 40 เท่า ซึ่งช่วยเปิดประสบการณ์การถ่ายภาพรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจมากขึ้น

realme GT 2 Pro ยังคงจัดเต็มทุกด้านการใช้งานด้วยคุณสมบัติระดับไฮเอนด์ครบครัน เริ่มที่หน้าจอ AMOLED แบบเรียบ พร้อมเทคโนโลยี LTPO 2.0 ครั้งแรกของโลก ขนาดใหญ่เต็มตา 6.7 นิ้ว ซึ่งคมชัดระดับ 2K WQHD+ ที่สามารถเล่นไฟล์ความละเอียดสูงได้แบบสบาย ๆ และใช้งานได้อย่างลื่นไหลด้วยค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz (ปรับอัตโนมัติระหว่าง 1-120Hz) ผสานค่า Touch Sampling Rate ระดับสูงสุด 1000Hz ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการตอบสนองได้เป็นอย่างดี จึงไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญขณะเล่นเกม รวมถึงรองรับเทคโนโลยี 01 Ultra Vision Engine ที่ช่วยปรับแต่งคอนเทนต์ประเภทวิดีโอลงลึกในระดับฮาร์ดแวร์ ทำให้วิดีโอมี Dynamic Range ที่กว้างขึ้น สามารถมองเห็นรายละเอียดในที่มืด และสว่างได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้การแสดงผลมีความชัดเจน พร้อมสีสันที่คมชัดสดใส และด้วยลำโพงเสียงแบบคู่ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งทำให้ realme GT 2 Pro ยืนหนึ่งทั้งการเล่นเกม หรือชมซีรีส์เรื่องโปรด

 

ด้านการใช้งานหนัก ๆ หรือเล่นเกมเน้นกราฟิกติดต่อกัน realme GT 2 Pro ก็ทำได้เป็นอย่างดี ด้วยชิปเซ็ตรุ่นท็อปอย่าง Snapdragon 8 Gen1 ระดับ 4nm ที่มาพร้อมระบบระบายความร้อน Stainless Steel Vapor Cooling ขนาดใหญ่สุดในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน ซึ่งมีทั้งหมด 9 ชั้น พร้อม Diamond Thermal Gel ที่สามารถลดอุณหภูมิแกนได้สูงสุด 19 องศาเซลเซียส จึงสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน รวมถึงการใช้งานไปชาร์จไปโดยมีความร้อนเพียงอุ่นมือเท่านั้น โดยรองรับการใช้งาน 5G จากการติดตั้งเสาสัญญาณ Ultra Wide Band HyperSmart Antenna Switching ครั้งแรกของโลก กับเสาอากาศ 12 ตัวรอบเครื่อง โดยจะเลือกเสาอากาศที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานแบบอัตโนมัติตามความแรงของสัญญาณ ซึ่งทำงานร่วมกับ RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 12GB + เทคโนโลยี Dynamic RAM Expansion ที่สามารถเพิ่ม RAM เสมือนจาก ROM ได้สูงสุดอีก 7GB รวมเป็น 19GB และมี ROM แบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB ที่แม้จะไม่รองรับการเพิ่มการ์ด microSD หรือการ์ดแบบอื่น ๆ แต่ก็สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้เพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบัน และด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh จึงสามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จแบบรวดเร็วทันใจ รวมถึงโหมด GT Mode 3.0 สำหรับเร่งประสิทธิภาพตัวเครื่องในด้านต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับสูงสุด แต่ก็แลกมาด้วยการใช้ทรัพยากรที่มากขึ้น จึงอาจทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าเดิมนั่นเอง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 พร้อมครอบทับด้วย realme UI 3.0 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด


สำหรับ realme GT 2 Pro เปิดราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้วที่ 24,990 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ไม่สูงจนเกินเอื้อม สำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนระดับเรือธง ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติระดับท็อป โดยเปิดให้สั่งจองล่วงหน้า (Pre-Order) ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน 2565 ผ่านทาง Shopee และเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 4 เมษายน 2565 เป็นต้นไป พร้อมโปรโมชั่น Early Bird ราคาพิเศษเพียง 22,999 บาท และรับฟรีหูฟัง realme Buds Air 2 Neo มูลค่า 1,299 บาท




สำหรับ realme GT 2 Pro ราคาพิเศษ 22,999 บาท จะวางจำหน่ายผ่านทาง realme Official Global Store ด้วยเช่นกัน ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป และจะเริ่มวางจำหน่ายผ่านร้าน realme Brand Shop และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2565 เป็นต้นไป


สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง realme ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง realme GT 2 Pro มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน และขอขอบคุณสถานที่สวย ๆ ของร้านลาภปาก (Laappaak Dining room) สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ


จุดเด่นของ realme GT 2 Pro

- ตัวกล่องลดการใช้พลาสติกภายใต้แนวคิด Paper Tech Master Design
- ตัวเครื่องออกแบบร่วมกับ Naoto Fukasawa นักออกแบบชื่อดัง กับการใช้วัสดุแบบ Bio-Based Polymer (ISCC-Certified Biopolymer) หรือโพลีเมอร์ชีวภาพเป็นครั้งแรกของโลก ที่ผ่านการรับรองจาก ISCC และจะปล่อยคาร์บอนน้อยลงถึง 35.5% พร้อมกระบวนการแกะสลักด้วยเลเซอร์ ทำให้ Texture ฝาหลังมีความคล้ายคลึงกับกระดาษ ป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี
- เป็นดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระดาษ และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกล่องบรรจุภัณฑ์ที่พิมพ์ด้วยหมึก Soy Oil Ink
- เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน TCO 9.0 (มาตรฐานด้านความยั่งยืน)
- ระบบระบายความร้อนแบบ Stainless Steel Vapor Cooling System Max ขนาดใหญ่สุดในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน มีทั้งหมด 9 ชั้น พร้อม Diamond Thermal Gel ที่สามารถลดอุณหภูมิแกนได้สูงสุด 19 องศาเซลเซียส

-----------------------------

- จอแสดงผลแบบ 2K AMOLED Super Reality Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ WQHD+ (3216x1440 พิกเซล : 525 PPI)
- เทคโนโลยี LTPO 2.0 พร้อมอัตราการรีเฟรชแบบ Adaptive Refresh Rate ที่ระดับ 1Hz-120Hz ซึ่งช่วยให้ประหยัดพลังงานได้สูงสุด 50%
- เป็นสมาร์ทโฟนจอ 2K AMOLED แบบแบน (Flat) รุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมเทคโนโลยี LTPO
- อัตราการตอบสนองของระบบสัมผัสสูงสุดที่ 1000Hz (Turbocharged Touch Sampling)
- ความสว่างสูงสุด 1400 nits พร้อมระบบปรับความสว่างอัตโนมัติ 10240 ระดับ
- ค่า Contrast Ratio 5,000,000:1
- แสดงผลสีได้ 1.07 พันล้านสี (10-bit) พร้อมค่าความเที่ยงตรงของสี (JNCD) ประมาณ 0.5
- รองรับช่วงสีกว้างแบบ DCI-P3 ได้ 100%
- รองรับการแสดงผลคอนเทนต์แบบ HDR10+
- ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass Victus
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Sensor) ซึ่งรองรับการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Test) ในตัว พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)

-----------------------------

- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8 Gen1 พร้อม 7th Generation Qualcomm AI Engine, Advanced AI Processing และ Advanced ML (Machine Learning) Processing
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 730
- หน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 12GB พร้อมรองรับเทคโนโลยี Dynamic RAM Expansion ที่สามารถเพิ่ม RAM เสมือนจาก ROM ได้สูงสุด 7GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 พร้อมครอบทับด้วย realme UI 3.0

-----------------------------

- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh
- ระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 65W SuperDart Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 100% ภายในเวลา 33 นาที

-----------------------------

กล้องตัวหลักที่ด้านหลัง 3 ตัวแบบ Dual 50MP Matrix OIS Camera ประกอบด้วย

- กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX766 ขนาด 1/1.56 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.8, มุมรับภาพ 84.4 องศา (ทางยาวโฟกัส 23.6 มิลลิเมตร), ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Omni-Directional PDAF และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL JN1, รูรับแสงขนาด f2.2, มุมรับภาพ 150 องศา (ทางยาวโฟกัส 15 มิลลิเมตร) และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Micro-Lens ความละเอียด 3 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f3.3, กำลังขยาย 40 เท่า (40x Magnification) ในระยะ 4.7 เซนติเมตร, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ และรองรับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 720P HD 

พร้อมเทคโนโลยี ProLight Imaging, เทคโนโลยี AI Noise Reduction Engine 3.0, รองรับโหมด Fish-Eye บนมือถือเป็นรุ่นแรกของโลก, โหมดเก็บภาพมุมกว้างสุด 150° เป็นรุ่นแรกของโลก, โหมด Microscope กำลังขยายสูงสุดที่ 40 เท่า, โหมด Street ที่มาพร้อมฟังก์ชันต่าง ๆ ครบครัน, โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน / ที่แสงน้อย พร้อมเพิ่ม Night Filter เพื่อเปลี่ยนอารมณ์ของภาพ, โหมดการถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ พร้อมรูปแบบ Bokeh ให้เลือกใช้หลากหลาย และการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดระดับ 8K (24 fps) พร้อมฟีเจอร์ AI Highlight Video, โหมด Movie, Dual-View Video, Portrait Video และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS+EIS

กล้องด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX615 ขนาด 1/2.74 นิ้ว พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, มุมรับภาพ 80.6 องศา (ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร), รองรับโหมด Face Beauty, โหมดถ่ายบุคคล (Portrait), โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่เวลากลางคืน และการบันทึกวิดีโอแบบหน้าชัดหลังเบลอที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ รวมถึงเปลี่ยนรูปแบบของ Bokeh

-----------------------------

- ลำโพงเสียงแบบคู่ (Super Linear Dual Speakers) พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos
- ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน 2 ตัว (Dual-Mic Noise Cancellation)
- มอเตอร์ระบบสั่นแบบ X-Axis Linear Motor
- ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ Wi-Fi 6, 5G SA/NSA, 4G LTE, 3G WCDMA และ 2G EDGE/GPRS
- เทคโนโลยี Omni-Directional Wi-Fi
- ระบบเสารับสัญญาณแบบ Antenna Array Matrix System พร้อม Ultra Wide Band HyperSmart Antenna Switching
- รองรับการใช้งานระบบซิมคู่ บนถาดแบบ Dual Slot (Dual Nano SIM)
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.2 และ NFC (360° NFC)
- ระบุตำแหน่ง และนำทางผ่านระบบ GPS+A-GPS, BeiDou, Glonass, Galileo และ QZSS 
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- ฟังก์ชัน App Lock และ Private Safe เพื่อความเป็นส่วนตัว รวมถึง Kid Space การจัดการแอปพลิเคชันสำหรับเด็ก
- ฟังก์ชัน Full Screen Multitasking สำหรับเปิดแอปพลิเคชันอื่นๆ ขณะใช้งานในโหมดการแสดงผลเต็มหน้าจอ เช่น การเล่นเกม หรือการชมวิดีโอต่างๆ
- การใช้งาน Dark Mode ในการเปลี่ยนพื้นหลังแอปพลิเคชันต่าง ๆ ให้เป็นสีดำ
- โหมด Focus สำหรับช่วยตัดผู้ใช้ออกจากโลกภายนอก
- ฟังก์ชัน Game Assistant ช่วยในเรื่องของภาพให้ออกมาสมจริง พร้อมเพิ่มอรรถรสเวลาเล่นเกม
- ฟังก์ชัน Game Space ที่สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่างๆ  รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอขณะเล่นเกมได้
- ฟังก์ชัน App Cloner สำหรับใช้งานแอปพลิเคชัน Facebook ได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์
- ฟังก์ชัน Split Screen สำหรับใช้งานพร้อมกัน 2 หน้าจอ
- ฟีเจอร์ Multi-Screen Interaction สำหรับแชร์หน้าจอจากสมาร์ทโฟนไปแสดงผลที่หน้าจอทีวี หรือจอมอนิเตอร์อื่นๆ โดยไม่ต้องใช้สาย
- ราคาถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ realme GT 2 Pro

- ไม่มีพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร 
- ไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำเสริม
- ตัวเครื่องไม่มีคุณสมบัติของการทนน้ำ-ทนฝุ่น
- ฝาหลังเกิดคราบต่าง ๆ ได้ค่อนข้างง่ายหากไม่สวมใส่เคส
- มีให้เลือกเพียงแค่สีเดียวคือสีขาว (Paper White)


สรุปคุณสมบัติของ realme GT 2 Pro

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ realme GT 2 Pro ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ realme GT 2 Pro


โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *


วันที่ : 25/03/2022