รวม 10 มือถือกล้องดีที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของ DxOMark อัปเดตล่าสุดมีนาคม 2018 รุ่นใดจะติดทำเนียบ Top 10 บ้างมาดูกัน!
เพิ่งจะเข้าสู่ปี 2018 มาได้ 3 เดือนเท่านั้นแต่ก็มีสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กรุ่นใหญ่เปิดตัวออกมาหลายรุ่น แต่ละรุ่นก็มีจุดขายแตกต่างกันไป แต่คุณสมบัติอย่างหนึ่งที่แต่ละแบรนด์พยายามแข่งขันกันมาตลอดก็คือความสามารถด้านการถ่ายภาพ โดยเฉพาะในหมู่สมาร์ทโฟนเรือธงซึ่งในปีนี้แต่ละแบรนด์ต่างก็งัดเอาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดมาใส่ไว้ในกล้องดิจิทัลบนสมาร์ทโฟนของตัวเองกันอย่างเต็มที่ และแน่นอนว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำเนียบมือถือกล้องเทพ Top 10 ของ DxOMark ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการทดสอบกล้องระดับโลกจะต้องมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแน่นอน ในวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter จึงขอพาทุกท่านไปอัปเดต 10 อันดับสมาร์ทโฟนที่ได้รับคะแนนการประเมินจาก DxOMark สูงที่สุดประจำเดือนมีนาคมนี้กันครับ
1. Samsung Galaxy S9+ [DxoMark 99 คะแนน]

สมาร์ทโฟนกล้องเทพอันดับหนึ่งตกเป็นของ Samsung Galaxy S9+ ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ แม้ว่ารูปร่างหน้าตาภายนอกจะไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมเท่าไรนัก แต่ฟังกันต่างๆ ได้รับการอัปเกรดขนานใหญ่ ตั้งแต่กล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 12+12 ล้านพิกเซลที่มาพร้อมระบบใหม่ Adaptive Aperture ที่สามารถสลับขนาดรูรับแสงได้ระหว่าง F/1.5 กับ F/2.4 ทำให้ควบคุมแสงของภาพได้ดีขึ้นทั้งในที่สว่างและในที่มืด นอกจากนี้ยังอัปเกรดระบบประมวลผลภาพ เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้าไป หนึ่งในนั้นคือการบันทึกวิดีโอ slow-motion ที่ 960 fps ซึ่งสูงที่สุดแล้วในวงการสมาร์ทโฟน ณ ปัจจุบัน (เทียบเท่า Xperia XZ2) ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้จึงทำให้ Samsung Galaxy S9+ คว้าที่หนึ่งไปครองในที่สุด
สเปกเบื้องต้นของ Samsung Galaxy S9+
- ตัวเครื่องมีขนาด 158.1x73.8x8.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 189 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 6.2 นิ้ว ไร้ขอบแบบ Infinity Display ความละเอียดระดับ WQHD+
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core 64-bit Exynos 9810
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB, 128GB และ 256GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 400GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง Super Speed Dual Pixel แบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (เลนส์ Wide+Telephoto) พร้อมไฟแฟลช LED, ฟีเจอร์ Live Photo, รองรับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Dual-OIS, เลือกค่ารูรับแสงของเลนส์ได้ 2 ระดับ F/1.5 และ F/2.4 รวมถึงฟังก์ชันบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง แต่ใช้พื้นที่น้อยลง (H.265) และ Super Slow Motion 960 fps พร้อม Auto Motion Detection
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.7
- แบตเตอรี่ความจุ 3500 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว และ Wireless Charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- เซ็นเซอร์สแกนม่านตา (Iris Scanner)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE (Gigabit LTE Cat.18 รองรับความเร็วเครือข่ายสูงสุด 1.2 Gbps)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- ลำโพง Stereo แบบคู่จาก AKG และระบบเสียง Dolby Atmos
- รองรับบริการ Samsung Pay
- คุณสมบัติการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
- Bixby Vision 2
- มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ (Midnight Black), สีม่วง (Lilac Purple) และสีฟ้า (Coral Blue)
พรีวิว Samsung Galaxy S9 และ S9+ สัมผัสแรกเรือธงรุ่นประเดิมปี 2018
สเปกโดยละเอียดของ Samsung Galaxy S9+
2. Google Pixel 2 [DxoMark 98 คะแนน]

อันดับ 2 ที่ตามมาติดๆ ได้แก่ Google Pixel 2 ที่เคยสร้างความฮือฮามาแล้วกับโหมด Portrait ที่เบลอหลังได้อย่างชาญฉลาดแม้จะมีกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเพียงแค่ตัวเดียวก็ตาม นอกจากนี้โหมด Auto ยังโดดเด่นเรื่องการวัดแสงที่แม่นยำและการถ่ายภาพในที่มืดที่ทำได้อย่างน่าประทับใจ พร้อมกันนี้ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว Optical + Electronic Image Stabilization และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K Ultra HD (2160x3840 พิกเซล) อีกด้วย
สเปกเบื้องต้นของ Google Pixel 2
- หน้าจอแสดงผลแบบ OLED ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080x1920 พิกเซล) พร้อมฟีเจอร์ Always-On Display
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 835
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช Dual-LED, พิกเซลขนาด 1.4 ไมครอน, มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8, ระบบการโฟกัสภาพแบบ Laser Autofocus และ Dual Pixel Phase Detection, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว Optical + Electronic Image Stabilization และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K Ultra HD (2160x3840 พิกเซล)
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 2700 mAh
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 และ NFC
- ฟีเจอร์ Active Edge
สเปกโดยละเอียดของ Google Pixel 2
3. iPhone X [DxOMark 97 คะแนน]

สำหรับอันดับที่ 3 ได้แก่ iPhone X สมาร์ทโฟนรุ่นฉลองครบรอบ 10 ปี iPhone ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์จอไร้ขอบ (edge-to-edge) 5.8 นิ้ว แถมยังใช้จอ OLED เป็นรุ่นแรกของค่าย และนำระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) เข้ามาใช้งานแทนระบบสแกนนิ้ว Touch ID นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่มีระบบป้องกันภาพสั่น (OIS) ทั้ง 2 ตัว และยังแฝงพลังของ ARKit เอาไว้ทำให้แสดงผล Augmented Reality ได้อย่างสมจริงอีกด้วย
สเปกเบื้องต้นของ iPhone X
- ตัวเครื่องมีขนาด 143.6x70.9x7.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 174 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ OLED Super Retina HD แบบไร้ขอบ ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436x1125 พิกเซล ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 458 ppi
- ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa-Core Apple A11 Bionic
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB
- กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ใช้งานเลนส์ Wide และ Telephoto, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 และ F/2.4, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบคู่ (Dual-OIS), ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD
- ฟีเจอร์กันน้ำ IP67
- ฟีเจอร์จดจำใบหน้า (Facial Recognition)
- รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
4. Huawei Mate 10 Pro [DxOMark 97 คะแนน]

Huawei Mate 10 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงจากตระกูล Mate Series รุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย Huawei ที่พร้อมกับดีไซน์จอไร้ขอบแบบ FullView Display 6 นิ้ว ในอัตราส่วน 18 : 9 และที่ขาดไม่ได้คือกล้องคู่จาก Leica ที่คราวนี้อัปเกรดความละเอียดขึ้นเป็น 12+20 ล้านพิกเซล (RGB+Monochrome) พร้อมระบบการโฟกัสภาพแบบ 4 in 1 Hybrid Focus, ระบบ Huawei Hybrid Zoom และระบบการโฟกัสภาพแบบ OIS นับเป็นสมาร์ทโฟนกล้องเทพอีกรุ่นหนึ่งที่โดดเด่นหาตัวจับยากในเวลานี้
สเปกเบื้องต้นของ Huawei Mate 10 Pro
- ตัวเครื่องมีขนาด 154.2x74.5x7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 178 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ FullView Display ขนาด 6 นิ้ว อัตราส่วน 18 : 9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2160 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Kirin 970 + Mobile AI
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 (12-Core)
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) จาก Leica ความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล (RGB+Monochrome) พร้อมระบบการโฟกัสภาพแบบ 4 in 1 Hybrid Focus, ระบบ Huawei Hybrid Zoom และระบบการโฟกัสภาพแบบ OIS โดยที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.6 ทั้งสองเลนส์
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม AI Selfie และมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Huawei Super Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 8.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และ Bluetooth 4.2
- คุณสมบัติการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM) แบบ Dual 4G Dual VoLTE เป็นรุ่นแรกของโลก
สเปกโดยละเอียดของ Huawei Mate 10 Pro
5. iPhone 8 Plus [DxOMark 94 คะแนน]

iPhone 8 Plus ก็เป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นหนึ่งที่โดดเด่นด้านการถ่ายภาพโดยมากับกล้องคู่อัปเกรดใหม่ที่มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล จับคู่เลนส์ Wide และ Telephoto โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 และ F/2.8 มีระบบป้องกันภาพสั่น OIS, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom และรองรับการถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps
สเปกเบื้องต้นของ iPhone 8 Plus
- ตัวเครื่องมีขนาด 158.4x78.1x7.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 202 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080x1920 พิกเซล) ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 401 ppi
- ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa-Core Apple A11
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB
- กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ใช้งานเลนส์ Wide และ Telephoto, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 และ F/2.8, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD
- ฟีเจอร์กันน้ำ IP67
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเทคโนโลยี Touch ID
- รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
- มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Gold, Space Gray และ Silver
สเปกโดยละเอียดของ iPhone 8 Plus
6. Samsung Galaxy Note 8 [DxOMark 94 คะแนน]

Samsung Galaxy Note 8 เป็นสมาร์ทโฟนกล้องคู่ตัวแรกของ Samsung ซึ่งถึงแม้จะเป็นครั้งแรกแต่ก็ทำการบ้านมาดีทีเดียว โดยเป็นกล้องคู่ที่ใช้เทคโนโลยีการโฟกัสภาพแบบ Dual-Pixel พร้อมด้วยระบบกันสั่น Dual OIS และโหมด Dual Capture ที่สามารถ่ายภาพมุมกว้างและมุมปกติได้พร้อมกัน และยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ให้ลองใช้งานกันอีกเพียบ
สเปกเบื้องต้นของ Samsung Galaxy Note 8
- ตัวเครื่องมีขนาด 162.5x74.8x8.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 195 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ 2K WQHD+ Super AMOLED ไร้ขอบ Inifinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2960x1440 พิกเซล, ฟีเจอร์ Always-On Display, พื้นที่ใช้งานมากถึง 83.3% และกระจกป้องกันหน้าจอ Corning Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Samsung Exynos 8895
- ชิปเซ็ตประมวลผลภาพกราฟิก (GPU) Mali-G71
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB รองรับหน่วยความเสริมแบบ microSD สูงสุด 256GB
- กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12+12 ล้านพิกเซล, ระบบโฟกัสภาพแบบ Dual-Pixel, ใช้เลนส์รับภาพ 2 แบบ คือ Telephoto ขนาดรูรับแสง F/2.4 และ Wide ขนาดรูรับแสง F/1.7, ระบบซูมภาพแบบ Optical Zoom 2x, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว (OIS) ทั้งสองเลนส์, ฟีเจอร์ Live Focus สำหรับการถ่ายหน้าชัด-หลังเบลอ และฟังก์ชัน Dual Capture ถ่ายภาพครั้งเดียวได้สองมุม คือ ภาพมุมกว้าง และภาพ Portrait
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.7 และระบบโฟกัสภาพแบบ Autofocus
- ปากกา S Pen ที่รองรับแรงกดได้มากถึง 4,096 ระดับ และป้องกันน้ำในระดับ IP68 ด้วย
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- เซ็นเซอร์สแกนม่านตา (Iris Scanner)
- ฟีเจอร์ป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
- ใช้งานโมเด็ม LTE Cat.16 และเทคโนโลยี 4CA (Carrier Aggregation)
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการใช้งาน Samsung Pay
- รองรับการใช้งาน Secure Folder สามารถใช้งาน LINE ได้ 2 แอคเคานท์
- รองรับการใช้งานร่วมกับ Samsung DeX
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI) Bixby
- รองรับการเชื่อมต่อ USB Type-C และ Bluetooth 5.0
- แบตเตอรี่ความจุ 3300 mAh พร้อมรองรับฟีเจอร์ Wireless Charge
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat
สเปกโดยละเอียดของ Samsung Galaxy Note 8
7. iPhone 8 [DxOMark 92 คะแนน]

แม้ว่า iPhone 8 จะเป็นสมาร์ทโฟนกล้องเดี่ยวแต่ความสามารถในการถ่ายภาพนั้นนับว่าน่าทึ่งทีเดียว โดยมาพร้อมกับกล้อง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 พร้อมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom และรองรับการถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps
สเปกเบื้องต้นของ iPhone 8
- ตัวเครื่องมีขนาด 138.4x67.3x7.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 148 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 750x1334 พิกเซล ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 326 ppi
- ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa-Core Apple A11
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB
- กล้องด้านหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD
- ฟีเจอร์กันน้ำ IP67
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเทคโนโลยี Touch ID
- รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
- มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Gold, Space Gray และ Silver
8. Google Pixel [DxOMark 90 คะแนน]

แม้จะเป็นรุ่นเก่าแต่ติด Top 10 ของ DxOMark ได้ถือว่าไม่ธรรมดา ซึ่งกล้องของ Google Pixel ก็เคยสร้างความฮือฮาให้กับวงการสมาร์ทโฟนมาแล้วตั้งแต่เปิดตัวโดยได้รับการการันตีว่าเป็นกล้องที่ดีที่สุดในโลกในช่วงปลายปี 2016 ซึ่งทำงานได้ดีในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การวัดแสง, ความคมชัด, รายละเอียดของภาพ, สีสันของภาพ และที่สำคัญที่สุดก็คือการถ่ายภาพในที่แสงน้อยที่ทำได้ดีกว่ารุ่นอื่นๆ ในขณะนั้่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรือธงรุ่นใหม่ๆ ก็ขึ้นมาแทนที่ด้วยเทคโนโลยีที่ดีกว่า แต่ Google Pixel ก็ยังไม่หลุดโผจาก 10 อันดับแรก
สเปกเบื้องต้นของ Google Pixel
- ตัวเครื่องใช้วัสดุ และดีไซน์แบบ Aluminum Unibody และ Polished Glass ที่บริเวณด้านหลัง
- หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED Full HD 1080p ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 1080x1920 พิกเซล
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 821
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4 ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายในขนาด 32GB และ 128GB
- กล้องด้านหลังความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0, ขนาดเม็ดพิกเซล 1.55 ไมครอนพิกเซล และระบบป้องกันภาพสั่นไหว (OIS)
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการใช้งาน USB Type-C
- ใช้งาน Bluetooth 4.2
- แบตเตอรี่ความจุ 2770 mAh รองรับระบบ Quick Charge สามารถใช้งานได้นานถึง 7 ชั่วโมง หลังชาร์จเพียง 5 นาที
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1 Nougat
- มีให้เลือก 3 สี คือ สีดำ, สีเงิน และสีฟ้า (เฉพาะบางประเทศ)
9. HTC U11 [DxOMark 90 คะแนน]

HTC U11 มีผลคะแนนสูงถึง 90 คะแนนเทียบเท่ากับ Google Pixel ซึ่งกล้องของ HTC U11 นั้นนับว่าทำได้ดีใกล้เคียงกับ Pixel ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ Dynamic Range, การวัดแสง, รายละเอียด, การถ่ายภาพในที่แสงน้อย, การลด Noise และค่า White Balance ที่ปรับได้ค่อนข้างแม่นยำ แต่น่าเสียดายที่กระแสความนิยมไม่ดีเท่าที่ควรทำให้ไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก
สเปกเบื้องต้นของ HTC U11
- ตัวเครื่องมีขนาด 153.9x75.9x7.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 169 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super LCD 2K Quad HD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1440x2560 พิกเซล พร้อมกระจกป้องกันหน้าจอ Corning Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snadpragon 835
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB (บางประเทศอาจมีรุ่น RAM 6GB)
- หน่วยความจำภายในขนาด 64GB (บางประเทศอาจมีรุ่น ROM 128GB)
- กล้องด้านหลัง UltraPixel ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ขนาดเม็กพิกเซล 1.4 ไมครอน, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.7, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว (OIS), ไฟแฟลชแบบ Dual-LED, บันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดในระดับ 4K Ultra HD และบันทึกวิดีโอแบบ Slow Motion ที่ความละเอียด Full HD 1080p 120fps
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล, บันทึกวิดีโอในระดับความละเอียดสูงสุดที่ Full HD 1080p พร้อมโหมดถ่ายภาพ Selfie Panorama
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ฟีเจอร์ป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นระดับ IP67
- ฟีเจอร์ Edge Sense ที่รองรับการบีบด้านข้างตัวเครื่องเพื่อใช้งานเป็น Shortcut เข้าสู่แอปพลิเคชัน หรือการเปิด-ปิดฟังก์ชันต่างๆ
- ฟีเจอร์ 3D Audio Recording พร้อมไมโครโฟนถึง 4 ตัว
- ระบบเสียง HTC BoomSound Hi-Fi Edition พร้อมหูฟังระบบตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling)
- รองรับการใช้งานแบบซิมการ์ดเดี่ยว หรือ 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM) (ขึ้นอยู่กับประเทศที่วางจำหน่าย) โดยรุ่นซิมเดี่ยวสามารถรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่าย 4G LTE ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 1Gbps ขณะที่รุ่น 2 ซิมการ์ดจะมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 800Mbps
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11ac, USB Type-C, NFC และ Bluetooth 4.2
- แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh พร้อมระบบ Qualcomm Quick Charge 3.0
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat ซึ่งถูกครอบทับด้วย HTC Sense
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ HTC U11
10. Vivo X20 Plus [DxOMark 90 คะแนน]

ปิดท้ายทำเนียบ Top 10 ของ DxOMark ประจำเดือนมีนาคม 2018 ด้วย Vivo X20 Plus น้องใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปไม่นาน ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ต่างๆ ครบเครื่องในตัวรวมไปถึงระบบปลดล็อคด้วยใบหน้าที่ใช้เวลาประมวลผลเพียง 0.1 วินาทีเท่านั้น และยังมีรุ่น UD ที่สามารถสแกนนิ้วใต้หน้าจอได้ซึ่างถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการ นอกจากนี้ใน Vivo X20 ยังได้ใช้ระบบประมวลผลภาพที่พัฒนาขึ้นเองในชื่อ Vivo Cube อีกด้วย
สเปกเบื้องต้นของ Vivo X20 Plus
- ตัวเครื่องมีขนาด 155.32x80.09x7.45 มิลลิเมตร
- หน้าจอแสดงผลแขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2160 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 660 ที่มีความเร็ว 2.2 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 512
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 3905 mAh
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat ซึ่งถูกครอบทับด้วย Funtouch OS 3.2
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือภายใต้หน้าจอ (Under Display Fingerprint Scanner)
- ฟังก์ชันการจดจำใบหน้า (Facial Recognition)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับระบบเสียงระดับ Hi-Fi และชิปประมวลผลเสียง ES9318 DAC
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ microUSB 2.0
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ Vivo X20 Plus
จากสมาร์ทโฟน 10 อันดับข้างต้นน่าจะทำให้เราได้เห็นทิศทางของเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนในปี 2018 กันบ้างไม่มากก็น้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางทีมงานก็ต้องขอย้ำสักเล็กน้อยว่า คะแนนการทดสอบเป็นเพียงตัวเลขส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดการใช้งานจริงว่าสมาร์ทโฟนรุ่นจะดีกว่ากัน เพราะการใช้งานสมาร์ทโฟนสักหนึ่งเครื่องนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้ใช้เองเป็นสำคัญ ถ้าหากผู้ใช้คิดว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ก็สามารถถ่ายภาพได้ตรงใจ และเป็นภาพที่เราต้องการได้แล้ว ก็ถือว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นเหมาะสมต่อการใช้งานแล้วครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก : DxOMark
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 26/03/2561





