เครื่องอืด เม็มเต็ม อย่าเพิ่งหงุดหงิด! แก้ปัญหาเบื้องต้นง่ายๆ ด้วยการเคลียร์ Cache ทำอย่างไรไปดูกัน
เมื่อเราใช้สมาร์ทโฟนไปนานๆ เรามักจะพบกับอาการเครื่องหน่วง โหลดช้า อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับคนที่มีความรู้ด้าน IT อยู่แล้ว คงหาวิธีจัดการได้ไม่ยาก แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วๆ ไปอาจจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องกันแน่และไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร ในวันนี้เราจึงมีเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ มาฝากชาว IT มือใหม่ เกี่ยวกับหนึ่งในตัวการที่ทำให้สมาร์ทโฟนของเราช้า และหน่วยความจำเต็ม นั่นก็คือไฟล์ cache ครับ
Cache คืออะไร?

Cache (อ่านว่า แคช) มักจะถูกเรียกว่า "ไฟล์ขยะ" แต่จริงๆ แล้วมันก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกัน โดยไฟล์ cache คือไฟล์ประเภทต่างๆ เช่นรูปภาพ สคริปต์ หรือไฟล์ media ที่แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์เก็บเอาไว้ในสมาร์ทโฟนของเรา เมื่อเราเรียกใช้แอปพลิเคชันนั้นๆ หรือเข้าสู่เว็บไซต์ ก็จะดึงเอาข้อมูล cache ขึ้นมาใช้โดยที่ไม่ต้องดาวน์โหลดข้อมูลทุกอย่างใหม่ตั้งแต่ต้นทุกครั้ง สรุปแล้วก็คือมันมีไว้เพื่อให้เราใช้งานแอปพลิเคชันหรือเข้าเว็บไซต์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง
ในเมื่อ cache ก็คือไฟล์ แน่นอนว่ามันก็ต้องใช้เนื้อที่ในการจัดเก็บเช่นกัน แอปพลิเคชันแต่ละตัวจึงมีการและสำรองเนื้อที่ส่วนหนึ่งในหน่วยความจำสมาร์ทโฟนเพื่อเอาไว้เก็บไฟล์เหล่านี้โดยเฉพาะ แม้ cache จะช่วยให้โหลดข้อมูลต่างๆ ไวขึ้นก็จริง แต่เมื่อเราใช้แอปพลิเคชันไปนานๆ ก็จะมีการดาวน์โหลดไฟล์ใหม่ๆ ลงใน cache อยู่เรื่อยๆ นานวันเข้าก็สะสมจนกลายเป็นภูเขา cache และกินพื้นที่มาก โดยทั่วไปแล้วจะไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่ในสมาร์ทโฟนสเปกสูงๆ แต่หากสมาร์ทโฟนของเราเป็นระดับเริ่มต้นที่มีหน่วยความจำภายในไม่เยอะ เช่น 16GB หรือน้อยกว่า อาจทำให้เกิดอาการเครื่องหน่วง โหลดช้า หรือหนักเข้าอาจจะค้างไปเลยก็มี
ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องลบไฟล์ cache ทิ้งบ้าง เพื่อให้สมาร์ทโฟนของเรามีพื้นที่ให้หายใจหายคอเหมือนเดิมครับ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนลบ cache

เมื่อ cache ของแอปพลิเคชันถูกลบจนหมด ข้อมูลทุกอย่างที่แอปพลิเคชันบันทึกไว้ เช่น username, password, รูปแบบการตั้งค่า, ประวัติการแชต และอื่นๆ ส่งผลให้แอปพลิเคชันนั้นๆ กลับไปอยู่ในสถานะที่เหมือนเพิ่งติดตั้งมาใหม่ๆ เช่น ถ้าเราลบ cache ของแอปพลิเคชัน Facebook เราจะต้องล็อกอินเข้าใช้งานอีกครั้ง และจะใช้เวลาโหลดหน้า Timeline นานกว่าปกติ เพราะตัวแอปต้องดาวน์โหลดไฟล์และรูปภาพใหม่ตั้งแต่ต้น และเก็บข้อมูลส่วนหนึ่งไว้ในหน่วยความจำ cache อีกครั้งนั่นเอง
วิธีลบไฟล์ cache บนสมาร์ทโฟน
สำหรับผู้ที่ใช้ iPhone จะไม่สามารถเข้าไปลบไฟล์ cache โดยตรงได้ แต่ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปลบไฟล์ cache เองได้เลย โดยมีขั้นตอนดังนี้
- ไปที่หน้าการตั้งค่า แล้วเข้าไปที่การจัดการแอปพลิเคชัน (เมนูการเข้าถึงอาจแตกต่างกันไปตามสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่น แต่จะเป็นไปในทำนองนี้)
- เลือกแอปพลิเคชันที่กินเนื้อที่มากผิดปกติ เช่น LINE, Facebook จะพบกับปุ่ม 2 ปุ่มคือ
- ลบข้อมูล (Clear Data) : หากกดปุ่มนี้ ข้อมูลทุกอย่างที่แอปพลิเคชันเก็บไว้จะถูกลบ แอปพลิเคชันจะกลับไปอยู่ในสภาพเหมือนเพิ่งติดตั้งใหม่ๆ ข้อควรระวังคือ หากแอปพลิเคชันนั้นเป็นเกม เซฟของเราอาจจะถูกลบไปด้วยและเราต้องมาเล่นใหม่ตั้งแต่ต้นครับ
- ลบแคช (Clear Cache) : ปุ่มนี้จะเป็นการลบไฟล์ชั่วคราวซึ่งแอปพลิเคชันดาวน์โหลดมาเก็บไว้ เช่นรูปภาพ วิดีโอ หรือไฟล์สื่อต่างๆ ที่เราเคยดูผ่านแอปนั้นๆ ลบทิ้งแล้วไม่ส่งผลต่อการทำงานของแอปแต่อย่างใด
นอกเหนือจากการลบไฟล์ cache บน Line และ Facebook แล้ว อีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่กินพื้นที่หน่วยความจำภายในตัวเครื่องไม่แพ้กันก็คือ Google Chrome และ Safari เพราะทั้งสองแอปพลิเคชันนี้จะมีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้โหลดเข้าเว็บที่ดูประจำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น แต่หากใครต้องการพื้นที่หน่วยความจำภายในตัวเครื่องแบบชั่วคราว ก็สามารถเลือกลบ cache หน้าเว็บไซต์ได้ โดยวิธีการเคลียร์ cache ของทั้งสองแอปพลิเคชัน มีดังนี้
วิธีการเคลียร์ cache หน้าเว็บไซต์บนแอปพลิเคชัน Chrome

- เข้าแอปพลิเคชัน Chrome แตะที่ไอคอน 3 ปุ่มบริเวณมุมขวาบน
- กดตั้งค่า
- เลือก การตั้งค่าเว็บไซต์
- เลือก พื้นที่เก็บข้อมูล
- กดล้างที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์
วิธีการเคลียร์ cache หน้าเว็บไซต์บนแอปพลิเคชัน Safari

- เข้าแอปพลิเคชัน การตั้งค่า
- เลื่อนลงมาด้านล่าง เลือกแอปพลิเคชัน Safari
- เลือกปิด บันทึกออฟไลน์โดยอัตโนมัติ
- เลือก ล้างประวัติ และข้อมูลเว็บไซต์

ตัวอย่างการลบไฟล์ cache และไฟล์ชั่วคราวต่างๆ ผ่านเครื่องมือบนสมาร์ทโฟน Samsung
นอกจากวิธีข้างต้นแล้ว สมาร์ทโฟน Android รุ่นใหม่ๆ มักจะมาพร้อมกับฟังก์ชันทำเคลียร์ RAM เคลียร์ cache ในตัวอยู่แล้ว ซึ่งก็จะทำให้การคืนพื้นที่ให้กับสมาร์ทโฟนสะดวกยิ่งขึ้นไปอีก อย่างเช่นใน สมาร์ทโฟน Samsung จะมีฟังก์ชันที่ชื่อว่า Device Care ที่ช่วยให้ผู้ใช้จัดการหน่วยความจำภายใน รวมถึงเคลียร์ Cache ภายในตัว ส่วนในสมาร์ทดฟน realme | OPPO จะมีแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Phone Manager ขณะที่สมาร์ทโฟน Vivo จะมีแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า iManager ด้าน Xiaomi จะมีแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Security เป็นต้น
หรือจะดาวน์โหลดจาก Play Store ก็ได้เช่นกัน แต่ควรเลือกแอปพลิเคชันที่มีความน่าเชื่อถือหน่อยเพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมัลแวร์ที่แอบแฝงมากับแอปพลิเคชันครับ
สุดท้ายนี้ก็หวังว่าเกร็ดความรู้เกี่ยวกับไฟล์ cache ในบทความนี้จะช่วยคืนพื้นที่หน่วยความจำให้แก่สมาร์ทโฟนและลดความหน่วงในการทำงานได้ไม่มากก็น้อยครับ
ที่มา : MobiPicker
วันที่ : 28/09/2560





