รวมเทคนิคเสิร์ช Google ขั้นสูง หาปุ๊บเจอปั๊บ ได้ผลลัพธ์ตรงใจ
เวลาเราสงสัยอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะเริ่มจากการเสิร์ชใน Google หรือแม้กระทั่งเรื่องที่จริงจังขึ้นมาหน่อยอย่างการหาข้อมูลทำรายงาน หรือค้นคว้าวิจัย ก็ไม่พ้น Google แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเราสามารถดึงพลังการค้นหาของ Google ออกมาได้อีก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น แม่นยำขึ้น ทำอย่างไรไปดูกันครับ
1. ใช้เครื่องหมายคำพูด (") เพื่อค้นหาแบบเป๊ะๆ
เวลาที่เราพิมพ์อะไรลงไป Google จะพยายามตีความและแสดงผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เราค้นหา บางครั้งก็เปลี่ยนลำดับคำ หรือจับคำที่ใกล้เคียงกันมาแสดงให้ แต่ถ้าเราอยากได้คำนั้นหรือวลีนั้นแบบเป๊ะๆ เลย ให้ใช้เครื่องหมายคำพูด (“) ครอบข้อความนั้นไว้
ตัวอย่าง
- "มือถือเล่นเกมราคาไม่เกิน 7000 บาท"
Google จะค้นหาผลลัพธ์คำที่พิมพ์ไปแบบเป๊ะทุกตัวอักษรโดยไม่มีการตัดแบ่ง หรือสลับคำใด ๆ ครับ
2. ใช้ OR เพื่อค้นหาหลายคีย์เวิร์ด
ถ้าต้องการค้นหาอะไรบางอย่างที่มีชื่อคล้าย ๆ กัน ให้ใส่ OR (ตัวพิมพ์ใหญ่) คั่นคำ เพื่อให้ Google ค้นหาคีย์เวิร์ดหลาย ๆ คำพร้อมกันได้
ตัวอย่าง
- iPhone OR ไอโฟน
Google จะหาผลลัพธ์ที่มีคำว่า iPhone หรือ ไอโฟน อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองคำพร้อมกัน ทำให้เราไม่ต้องค้นหาแยกกันหลายครั้งครับ
3. ใช้เครื่องหมายลบ (-) เพื่อตัดคำที่ไม่เกี่ยวข้อง
บางทีคำที่เราค้นหากลับได้ผลลัพธ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราต้องการเลย เพราะคำนั้นมีหลายความหมาย ให้ใช้เครื่องหมาย ลบ (-) เพื่อตัดตัวเลือกอื่น ๆ ออก
ตัวอย่าง
- ญี่ปุ่น -โตเกียว -เที่ยว
จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่ไม่มีกรุงโตเกียวและการท่องเที่ยวเข้ามาครับ
4. ใช้ site: เพื่อค้นหาเฉพาะในเว็บไซต์
หากต้องการค้นหาอะไรบางอย่างในเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งเท่านั้น ให้ใช้ site: เพื่อจำกัดขอบเขตการค้นหา
ตัวอย่าง
- site:thaimobilecenter.com ซัมซุง
Google จะดึงเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวกับซัมซุงที่มีอยู่ในเว็บไซต์ thaimobilecenter.com มาให้
หรือจะค้นหาเฉพาะโดเมน เช่น .edu .go.th หรืออื่น ๆ ก็ได้ เช่น:
- site:ac.th โครงการแลกเปลี่ยน
Google จะดึงเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวกับโครงการแลกเปลี่ยนของเว็บไซต์สถาบันศึกษาต่าง ๆ ที่ลงท้ายด้วย .ac.th เท่านั้น
อีกกรณีหนึ่งคือการใช้ site: ตามด้วยรหัสประเทศ (เช่น .cn .us .jp .th) เพื่อดูผลลัพธ์จากมุมมองของประเทศอื่น ๆ ได้ เหมาะกับการเปรียบเทียบแนวโน้มข่าว หรือมุมมองของเรื่องใดเรื่องหนึ่งในต่างประเทศ เช่น:
- Thailand site:.cn
Google จะแสดงผลลัพธ์จากเว็บไซต์ .cn ซึ่งเป็นของประเทศจีนเท่านั้นครับ
5. ใช้เป็นเครื่องคิดเลข
หากเราไม่มีเครื่องคิดเลขอยู่ใกล้ตัว Google ช่วยได้ เพียงแค่พิมพ์โจทย์ลงไปตรง ๆ ในช่องค้นหา โดย:
- ใช้ + สำหรับการบวก
- ใช้ - สำหรับการลบ
- ใช้ * สำหรับการคูณ
- ใช้ / สำหรับการหาร
- ใช้ ^ สำหรับเลขยกกำลัง
ตัวอย่าง
- 4^8 + 75*4 - 423/5
จะได้ผลลัพธ์ 65751.4 ง่าย ๆ แบบไม่ต้องพึ่งเครื่องคิดเลขเลย
6. แปลงหน่วยวัด, ค่าเงิน และอื่น ๆ
ถ้าเราต้องการแปลงหน่วยวัดหรือค่าเงินแบบว่องไว ให้พิมพ์คีย์เวิร์ดเป็นภาษาอังกฤษ เช่น:
- 3000 mph to kmh
จะได้ผลลัพธ์ที่แปลงจากไมล์ต่อชั่วโมงเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมงทันที
- 4670 usd to jyp
จะได้ผลลัพธ์ที่แปลงจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเงินเยนทันที ไม่ต้องนั่งคำนวณเองให้ปวดหัว
7. ใช้ filetype: เพื่อค้นหาไฟล์แบบเจาะจงประเภท
หากต้องการค้นหาไฟล์แบบเจาะจงประเภท เช่น ไฟล์เอกสาร .pdf หรือ .doc ให้ใส่ filetype: ต่อด้วยสกุลไฟล์ต่อท้าย เช่น
ตัวอย่าง
- คําศัพท์เกาหลี filetype:pdf
Google ก็จะแสดงผลการค้นหาที่เป็นเฉพาะไฟล์ .pdf มาให้เราทันทีครับ
8. ใช้ after: หรือ before: เพื่อกำหนดช่วงเวลาของข้อมูล
หากต้องการค้นหาบางอย่างในขอบเขตเวลาที่กำหนด เช่น โทรศัพท์มือถือก่อนปี 2555 ให้ใช้ before: ตามด้วยปี ค.ศ.
ตัวอย่าง
- โทรศัพท์มือถือ before:2015
ในทางกลับกัน หากต้องการผลการค้นหาหลังปี 2555 เป็นต้นไป ให้ใช้ after: เช่น
- โทรศัพท์มือถือ after:2015
เท่านี้เราก็สามารถจำกัดวงการค้นหาให้แคบลงได้แล้วครับ
และทั้งหมดนี้คือเทคนิคบางส่วนในการใช้ Google อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ Google จะออกแบบมาให้ใช้ง่ายอยู่แล้ว แต่ถ้าเราใช้ลูกเล่นเหล่านี้ให้เป็น ก็จะได้ผลการค้นหาที่ตรงใจมากขึ้น ประหยัดเวลามากขึ้น และยังช่วยกรองข้อมูลให้น่าเชื่อถือมากขึ้นด้วยครับ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 20/5/2568





