หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 12/03/2565

วิธีแก้ปัญหาโทรศัพท์มือถือร้อน ใช้ได้ทุกรุ่นทุกแบรนด์ไม่ต้องง้อช่าง ทำอย่างไรมาดู!

 

อาการโทรศัพท์มือถือร้อนเป็นปัญหาที่อยู่คู่กับวงการมือถือมาตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน แม้เทคโนโลยีการออกแบบสมัยใหม่จะทำให้ปัญหานี้ลดลงไปมาก แต่ก็ยังมีมากวนใจอยู่เนืองๆ ใครที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่ เรามาดูสาเหตุและวิธีแก้ไขกันครับ

 

ร้อนแค่ไหนถึงเป็นปัญหา?

ก่อนจะไปพูดกันในเรื่องนี้เราควรจะมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ความร้อนแบบไหนถึงจะเป็นปัญหา เพราะบางคนเชื่อว่าสมาร์ทโฟนควรจะเย็นตลอดเวลา แต่จริงๆ แล้วสมาร์ทโฟนจะร้อนขึ้นจนรู้สึกได้เมื่อใช้งานหนักๆ เป็นเรื่องปกติ เช่น เล่นเกม สตรีมมิ่งวิดีโอ หรือเปิดใช้งานกล้องเป็นเวลานานๆ ถ้าเครื่องร้อนนิดหน่อยก็ไม่จำเป็นต้องกังวล แต่ถ้าเครื่องร้อนจัดขึ้นมาเฉยๆ โดยที่เราไม่ได้ใช้งาน หรือร้อนและมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ค้าง แบตเตอรี่ลดฮวบ ทัชสกรีนเริ่มเพี้ยน เครื่องปิดตัว หรือรีสตาร์ทเอง ถือว่าเป็นปัญหาที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ครับ

 

ทำไมมือถือถึงร้อน?

ความร้อนในสมาร์ทโฟนเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่สาเหตุภายนอกอย่างการวางสมาร์ทโฟนตากแดดนานๆ, สวมเคสที่ไม่ระบายความร้อน, ใช้งานประมวลผลหนักขณะชาร์จแบตเตอรี่, ใช้สายชาร์จไม่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงสาเหตุภายใน เช่น บั๊กที่ทำให้แอปใช้ CPU ตลอดเวลา,  มีแอปทำงานเบื้องหลังมากเกินไป, บั๊กของตัวระบบ, แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ความร้อนมักจะมาจาก 3 จุดด้วยกัน นั่นคือ แบตเตอรี่, CPU และหน้าจอ

 

มือถือร้อน แก้ยังไง?

 

เมื่อโทรศัพท์มือถือของเราร้อนจัดจนผิดสังเกต สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ครับ

1. ถ้าชาร์จอยู่ ให้ถอดสายชาร์จออกเพื่อความปลอดภัย

2. ถอดเคสออก

3. รีบูทเครื่อง ถ้าเครื่องค้างกดอะไรไม่ได้ ให้ใช้วิธี Hard Reset ตามนี้

  • iPhone 8 หรือใหม่กว่า : กดปุ่มเพิ่มเสียง 1 ครั้ง ปล่อย > กดปุ่มลดเสียง 1 ครั้ง ปล่อย > กดปุ่มเปิดเครื่องค้างไว้จนกว่าจะขึ้นโลโก้ Apple
  • iPhone 7 / 7 Plus : กดปุ่มลดเสียง + ปุ่มปิดเครื่องค้างไว้ จนกว่าจะขึ้นโลโก้ Apple
  • iPhone 6s หรือเก่ากว่า : กดปุ่มโฮม + ปุ่มปิดเครื่องค้างไว้ จนกว่าจะขึ้นโลโก้ Apple
  • สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy : กดปุ่มลดเสียง + ปุ่มปิดเครื่องค้างไว้
  • สมาร์ทโฟน OPPO : กดปุ่มเพิ่มเสียง + ปุ่มปิดเครื่องค้างไว้
  • สมาร์ทโฟน Android ทั่วไป : กดปุ่มปิดเครื่องค้างไว้

4. เมื่อเครื่องบูทกลับขึ้นมา ให้ปิดเครื่องตามปกติ แล้วรอให้เครื่องเย็นลง

ข้อควรระวัง : ห้ามนำสมาร์ทโฟนแช่ในตู้เย็น ตู้แช่แข็ง หรือนำไปล้างน้ำ แช่น้ำ เพราะอาจทำให้เกิดความชื้นในตัวเครื่อง และอาจทำให้หน้าจอร้าวได้

 

เมื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องจัดการกับปัญหาความร้อนในระยะยาว ซึ่งมีวิธีการดังนี้

1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายชาร์จและอแดปเตอร์เป็นของแท้ และอยู่ในสภาพดี สามารถใช้อุปกรณ์ชาร์จยี่ห้ออื่นได้ แต่ควรเลือกยี่ห้อที่มีความน่าเชื่อถือ และผ่านมาตรฐานการรองรับต่าง ๆ เช่น Anker, Belkin, Logitech, Baseus เป็นต้น

2. ลบแอปพลิเคชันที่ไม่ได้ใช้งานออก เพราะแอปพลิเคชันเหล่านี้อาจมีการทำงานเบื้องหลังแม้เราจะไม่ได้เปิดมันขึ้นมาก็ตาม หากมีแอปทำงานเบื้องหลังจำนวนมากก็จะทำให้ CPU ทำงานหนักและร้อนได้

3. ลบวิดเจ็ตบนจอ เหลือไว้เฉพาะที่ต้องการใช้จริงๆ เท่านั้น เพราะเป็นภาระการประมวลผลของ CPU และ GPU โดยไม่จำเป็น

4. ตรวจสอบว่ามีแอปตัวไหนใช้แบตเตอรี่มากกว่าปกติหรือไม่ เพราะแอปบางตัวอาจมีบั๊กหรือมีไวรัสแฝงอยู่ และทำให้ CPU ประมวลผลอย่างหนักต่อเนื่อง

5. ลองสแกนหาไวรัส / มัลแวร์โดยใช้แอปพลิเคชันที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น Avast เพราะในบางครั้งมัลแวร์ หรือไวรัสอาจเป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลให้ตัวเครื่องมีการประมวลผลบางอย่างอยู่ตลอดเวลา ทำให้ตัวเครื่องเกิดอาการร้อนได้เช่นกัน

6. ตรวจสอบว่าแบตเตอรี่เสื่อมหรือไม่ หากระยะหลังนี้แบตสมาร์ทโฟนหมดเร็ว ร้อนบ่อย หรือมีอาการแบตลดฮวบ อาจเป็นเพราะแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ให้ปิดเครื่องแล้วนำไปเข้าศูนย์เปลี่ยนแบตใหม่ให้เร็วที่สุด เพราะหากปล่อยไว้แบตเตอรี่อาจบวมจนระเบิด และเป็นอันตรายได้ครับ

7. หากต้องการเล่นเกม หรือการใช้งานที่จำเป็นต้องประมวลผลหนัก ๆ แนะนำให้เล่นในห้องแอร์ หรือห้องที่มีอากาศถ่ายเท ถ้าเป็นไปได้ควรนำพัดลมมาจ่อที่มือถือ หรือติดอุปกรณ์เสริมอย่างพัดลมระบายความร้อนที่ด้านหลังของมือถือ

8. หากทำตามวิธีด้านต้นแล้วไม่ได้ผล แนะนำให้ส่งเครื่องให้ช่างตรวจสอบ เพราะในบางครั้งอาจเกิดมาจากการที่ IC บางตัวในบอร์ดมีอาการกินไฟผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ส่งผลให้มือถือเกิดอาการร้อนจนเราไม่สามารถตรวจสอบผ่านภายนอกได้

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

 


วันที่ : 12/03/2565