หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 6/11/2563

รวมมือถือหน้าจอ Refresh Rate 90Hz/120Hz ในราคาไม่ถึง 10,000 บาท พร้อมขายไทยแล้ววันนี้

 

หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ของสมาร์ทโฟนปี 2020 ที่ได้รับความสนใจก็คือ อัตรา Refresh Rate ของหน้าจอแสดงผล ที่ระดับ 90Hz หรือ 120Hz และหากเป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่งระดับท็อปในบางรุ่นก็มีสูงถึง 144Hz เลยทีเดียว ซึ่งค่า Refresh Rate นี้ยิ่งมีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้การเปลี่ยนภาพของหน้าจอมีความลื่นไหลมากยิ่งขึ้นนั่นเอง (ข้อมูลเพิ่มเติม : สมาร์ทโฟนจอ 120Hz คืออะไร?)

ในช่วงต้นปีฟีเจอร์ Refresh Rate ในระดับสูงนั้นมักจะมาในสมาร์ทโฟนระดับเรือธงเท่านั้น แต่ตอนนี้สมาร์ทโฟนระดับกลางจากหลายแบรนด์ก็เริ่มรองรับฟีเจอร์นี้กันมากขึ้น ในวันนี้ทางทีมงานจึงได้รวบรวมรายชื่อสมาร์ทโฟนที่มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz/120Hz ในช่วงราคาไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทย มาให้ได้ชมกัน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสำหรับท่านที่สนใจ ซึ่งจะมีสมาร์ทโฟนรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้างนั้น ไปชมกันเลยค่ะ

 

OPPO A53 : 5,499 บาท

หน้าจอ Refresh Rate 90Hz | 5000 mAh + 18W | Triple Camera

สเปก OPPO A53

สมาร์ทโฟนรุ่นน้องใหม่จากตระกูล A-Series ชูโรงที่หน้าจอ 90Hz Neo ขนาด 6.5 นิ้ว มีค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz ที่ช่วยให้การใช้งาน และการเล่นเกมลื่นไหลกว่าเดิม บนการดีไซน์ระดับพรีเมียมด้วยฝาหลังเงางามลงโค้งแบบ 3D ที่มีการติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging ซึ่งใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 460 รุ่นใหม่ จับคู่กับ RAM 4GB + ROM 64GB และมีลำโพง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียงแบบ Dirac 2.0 ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสความสมจริงของเสียงมากยิ่งขึ้น

 

realme Narzo 20 Pro : 8,499 บาท

หน้าจอ Refresh Rate 90Hz | 4500 mAh + 65W SuperDart | Quad Camera 48MP

สเปก realme Narzo 20 Pro

สมาร์ทโฟนรุ่นประเดิมซีรีส์ใหม่ของ realme ที่เข้ามาทำตลาดในไทย โดยมีจุดเด่นที่หน้าจอ 90Hz Ultra Smooth Display กับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 90Hz บนการดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้า อีกทั้งยังมีฝาหลังดีไซน์เงางาม สะท้อนเล่นกับแสง พร้อมลวดลายรูปตัว V ที่สื่อถึง Victory หรือชัยชนะนั่นเอง โดยรันด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G95 พร้อมระบบระบายความร้อน จับคู่กับ RAM 8GB มีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge เทียบเท่ารุ่นเรือธง รวมถึงมีกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป

 

realme 7i : 7,499 บาท

หน้าจอ Refresh Rate 90Hz | 5000 mAh + 18W | Quad Camera 64MP

สเปก realme 7i | รีวิว realme 7i

สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ป้ายแดงของทาง realme กับจุดเด่นอย่างหน้าจอ 90Hz Ultra Smooth Display ที่มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 90Hz พร้อมด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging รันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 662 จับคู่กับ RAM 8GB ที่รองรับการใช้งานแบบ Multi-Task และการเล่นเกมเน้นกราฟิกได้อย่างลื่นไหล รวมถึงมีกล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ผสานกล้องหน้าฝังบนจอคมชัด 16 ล้านพิกเซล

 

realme 6 : เริ่ม 6,999 บาท

หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 90Hz | Helio G90T | 4300 mAh + 30W VOOC 4.0

สเปก realme 6 | รีวิว realme 6 

realme 6 มากับหน้าจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้า 1 ตัวแบบ In-Display Selfie พร้อมฝาหลังดีไซน์ใหม่ในชื่อ Comet Design ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดาวหางยามค่ำคืน รองรับเทคโนโลยีป้องกันละอองน้ำ และขับเคลื่อนการทำงานด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง MediaTek Helio G90T ผสานเทคโนโลยี Hyper Boost โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 4300 mAh รวมถึงรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 30W VOOC Flash Charge 4.0 บนระบบปฏิบัติการ realme UI โดยวางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่

- รุ่น 4GB+128GB ราคา 6,999 บาท
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 8,999 บาท

 

realme C17 : 4,999 บาท

หน้าจอ Refresh Rate 90Hz | 5000 mAh + 18W | Quad Camera

รีวิว realme C17

สมาร์ทโฟนน้องใหม่จากตระกูล C-Series ที่มีจุดเด่นเป็นหน้าจอ 90Hz Ultra Smooth Display ขนาด 6.5 นิ้ว ที่มีค่า Refresh Rate สูงสุดที่ 90Hz พร้อมกับฝังกล้องหน้าบนหน้าจอแบบ In-Display Selfie ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล บนการดีไซน์เงางามแบบ Cat's Eye และติดตั้งกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว (AI Quad Camera) ที่มากับฟีเจอร์ Super Nightscape สำหรับการถ่ายภาพเวลากลางคืนโดยเฉพาะ รวมถึงมีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging และรันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 460 รุ่นใหม่

 

POCO X3 NFC : เริ่ม 6,999 บาท

หน้าจอ Refresh Rate 120Hz | Qualcomm Snapdragon 732G | 5160 mAh + 33W

สเปก POCO X3 NFC

สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของวงการที่มาพร้อมชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 732G รุ่นล่าสุด โดยมีหน้าจอสุดลื่นด้วยค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ที่ระดับ 240Hz จับคู่กับ RAM ขนาด 6GB พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5160 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Fast Charging ผ่านพอร์ต USB Type-C และรองรับลำโพงเสียงแบบคู่ พร้อมระบบเสียง Hi-Res Audio นอกจากนี้ยังมีกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Ultra-Wide, เลนส์ Macro และเลนส์ Depth ที่รองรับการถ่ายภาพในทุกระยะ ซึ่งเปิดตัวมาทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ 

- รุ่น 6GB+64GB ราคา 6,999 บาท 
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 7,999 บาท 

 

Moto G 5G Plus : 9,990 บาท

หน้าจอ Refresh Rate 90Hz |Snapdragon 765 | 5000 mAh + 20W

สเปก Moto G 5G Plus

สมาร์ทโฟน 5G ระดับกลางรุ่นแรกของทาง Motorola ที่มีจุดเด่นหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz บนการดีไซน์แบบไร้ขอบ ไร้รอยบากขนาดใหญ่เต็มตา 6.7 นิ้วแบบ CinemaVision Display ในอัตราส่วน 21:9 พร้อมกล้องหน้าคู่ฝังบนจอที่คล้ายกับดวงตา รองรับการถ่ายเซลฟี่มุมกว้างแบบ Ultra-Wide และมีกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) โดยกล้องตัวหลักคมชัด 48 ล้านพิกเซล ที่สำคัญรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765 จับคู่กับ RAM ขนาด 8GB + ROM ขนาด 128GB โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่ทาง Motorola ระบุว่าสามารถใช้งานได้ยาวนนาถึง 2 วัน และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 20W TurboPower ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสมาร์ทโฟนหน้าจอ Refresh Rate ระดับ 90Hz/120Hz จากแบรนด์ชั้นนำ ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่ทางทีมงานได้รวบรวมมาให้ได้ชมกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นล้วนแต่เป็นรุ่นที่ใหม่ของแต่ละแบรนด์ ที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป และมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกด้าน

แต่อย่างไรก็ดี การเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่องหนึ่งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น การดีไซน์ตัวเครื่อง, ขนาดของหน้าจอแสดงผล, ชิปเซ็ตประมวลผล, หน่วยความจำแรม (RAM), หน่วยความจำภายใน, กล้องถ่ายภาพ และเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ รวมถึงฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ อีกมากมาย

ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนรุ่นใดมากที่สุด ทั้งในด้านการดีไซน์ว่าสวยถูกใจขนาดไหน และฟีเจอร์ด้านในสามารถพร้อมตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้ครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งหากว่าได้ทดลองใช้งานในเบื้องต้น แล้วเกิดความพึงพอใจ ก็ถือได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นคุ้มค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 6/11/2563

ข่าวมือถือ บทความมือถือ ที่เกี่ยวข้อง