รวมสมาร์ทโฟน Huawei ที่เปิดตัว และวางขายในไทยช่วงครึ่งแรกของปี 2018 รุ่นไหนมีจุดเด่นอย่างไร มาดูกัน!
Huawei เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีการรุกตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นได้จากช่วงครึ่งแรกของปี 2018 ที่มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนหลายรุ่นหลายซีรีส์ให้เห็นกันแบบไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็น Huawei P Series, Y Series รวมไปถึง nova Series ซึ่งสมาร์ทโฟนแต่ละซีรีส์ก็มีจุดเด่น และเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป ในวันนี้ทางทีมงานจึงได้รวบรวมสมาร์ทโฟน Huawei ทั้งหมดที่เปิดตัว และวางขายในบ้านเราช่วงครึ่งแรกของปี 2018 มาให้ทุกคนได้รับชมกัน โดยจะมีรุ่นใดบ้างนั้น เราไปติดตามกันเลยครับ
Huawei P20

เริ่มต้นด้วยสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นแรกของปีนี้อย่าง Huawei P20 ที่ทาง Huawei ได้เปิดตัวผ่านงานอีเวนท์ครั้งใหญ่ ณ มหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา โดย Huawei P20 มาพร้อมกับการยกเครื่องดีไซน์ใหม่จากรุ่น P10 ด้วยหน้าจอแสดงผลชิดขอบแบบ FullView Display บนบอดี้โลหะผสานกระจกแบบ Metal-Glass ที่เสริมให้ดูมีความสวยงามพรีเมียมมากขึ้น ส่วนภายในมาพร้อมกับประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วแรงยิ่งขึ้นด้วยชิปเซ็ตตัวท็อป Kirin 970 ที่มีหน่วยประมวลผลแยกสำหรับงานปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะแบบ NPU (Neural Processing Unit)

ด้านการถ่ายภาพที่เป็นจุดเด่นของ Huawei P-Series ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่แบบยกชุด โดยมาพร้อมกับระบบกล้องคู่ที่ได้ร่วมพัฒนากับแบรนด์กล้องชั้นนำอย่าง Leica ความละเอียด 20 + 12 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงกว้างถึง f/1.6 ทำให้ช่วยในการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยได้ดีขึ้น นอกจากนี้ กล้องคู่ของ Huawei P20 ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Master AI ที่เป็นการนำเอาปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยวิคราะห์ และจำแนกซีนต่างๆ ที่อยู่ภายในเฟรมได้กว่า 19 ซีน เพื่อนำไปปรับแต่งการตั้งค่ากล้อง และดึงสีสันให้เหมาะสมแบบอัตโนมัติ ทำให้ภาพที่ออกมามีความสวยงามโดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องนำไปปรับแต่งเพิ่มเติมนั่นเอง

Huawei P20 ยังมาพร้อมกับระบบ AI Image Stabilization ซึ่งเป็นการนำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยป้องกันภาพสั่นไหว รวมทั้งฟังก์ชัน Night Mode สำหรับถ่ายภาพกลางคืนแบบ Long Exposure โดยไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องให้ยุ่งยากแต่อย่างใด นอกจากนี้ Huawei P20 ยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจอย่างการถ่ายวิดีโอแบบ Super Slow Motion ที่ช่วยบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละเสี้ยววินาทีได้ที่ระดับ 960fps และด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี่เองทำให้ Huawei P20 ครองตำแหน่งสมาร์ทโฟนที่มีกล้องดีอันดับสามของโลก จากการทดสอบโดย DxOMark ผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบกล้องถ่ายภาพที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ด้วยผลคะแนนสูงถึง 102 คะแนน และเปิดราคาวางจำหน่ายในบ้านเราที่ 19,990 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม
- เจาะ 5 ฟีเจอร์เด่น Huawei P20
- เจาะจุดเด่นกล้อง Huawei P20
- สรุปสเปก และคุณสมบัติโดยละเอียดของ Huawei P20
Huawei P20 Pro

ทางด้าน Huawei P20 Pro ที่เปิดตัวควบคู่กันมาด้วยนั้น ยังคงจัดเต็มด้านลูกเล่นการถ่ายภาพเหมือนกับรุ่น P20 แต่อัปเกรดไปอีกขั้นด้วยระบบกล้องหลัง 3 ตัวที่พัฒนาร่วมกับ Leica เป็นครั้งแรกของโลก และยังมีความละเอียดสูงสุดถึง 40 ล้านพิกเซล ทำให้เก็บภาพได้คมชัดทุกรายละเอียด นอกจากนี้ กล้องหลัง 3 ตัวของ Huawei P20 Pro ยังรองรับการซูมภาพได้ไกลถึง 5 เท่า (5x Hybrid Zoom) ทำให้การบันทึกภาพในระยะไกลๆ เช่น การถ่ายภาพในสวนสัตว์ สะดวกมากยิ่งขึ้นด้วยประสิทธิภาพของกล้อง รวมถึงลูกเล่นจัดเต็มด้านต่างๆ นี่เอง ทำให้ Huawei P20 Pro ได้รับการันตีจากผู้เชี่ยวชาญ DxOMark ให้เป็นมือถือที่มีกล้องถ่ายภาพที่ดีสุด ณ ชั่วโมงนี้ ด้วยผลคะแนนทดสอบสูงถึง 109 คะแนน

Huawei P20 Pro สี Twilight
ด้านคุณสมบัติภายในก็ได้รับการอัปเกรดขึ้นเช่นเดียวกัน โดยมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ OLED ขนาดใหญ่เต็มตาที่ 6.1 นิ้ว พร้อมหน่วยความจำ RAM มากขึ้นที่ 6GB และแบตเตอรี่ขนาดจุใจถึง 4000mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ SuperCharge และที่สำคัญ Huawei P20 Pro ที่นำเข้ามาวางขายในไทย มาพร้อมกับตัวเลือกในสี Twilight ที่มีบอดี้แบบไล่เฉดเล่นกับแสง และยังหนึ่งในเฉดสีที่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานไม่ใช่น้อย จนทำให้สินค้าขาดตลาดไปช่วงหนึ่งเลยทีเดียว โดย Huawei P20 Pro เปิดราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยเอาไว้ที่ 27,990 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม
- ทดสอบระบบซูม 5 เท่า (5x Hybrid Zoom) ของ Huawei P20 Pro
- ไขข้อสงสัยกล้อง 3 ตัวของ Huawei P20 Pro ดีกว่ากล้องคู่อย่างไร?
- รีวิว (Review) Huawei P20 Pro
- สรุปสเปก และคุณสมบัติโดยละเอียดของ Huawei P20 Pro
Porsche Design Huawei Mate RS

ภายในงานเปิดตัว Huawei P20 Series ที่มหานครปารีส ทาง Huawei แอบมีเซอร์ไพร์สด้วยการเปิดตัว Mate Series เวอร์ชันพิเศษกับรุ่น Porsche Design Huawei Mate RS ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่าง Huawei และ Porsche Design ในการออกแบบ Mate รุ่นพิเศษขึ้นมา โดย Porsche Huawei Mate RS มาพร้อมกับจุดเด่นด้านกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ที่พัฒนาร่วมกับ Leica เหมือนกับรุ่น Huawei P20 Pro พร้อมเสริมนวัตกรรมที่ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือที่ฝังอยู่ภายใต้หน้าจอ ทำให้สามารถวางนิ้วเพื่อปลดล็อกจากหน้าจอได้ทันที และยังมาพร้อมกับระบบลำโพงคู่แบบ Dual SLS (Dual Super Linear System) ผสานเทคโนโลยี Dolby Atmos ทำให้ขับเสียงได้สุดกระหึ่มแบบรอบทิศทาง

ส่วนงานออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถยนต์ Porsche ด้วยตัวเครื่องกระจกโค้งมนแบบสมมาตรคล้ายกับการนำกระจกสองแผ่นมาประกบรวมกัน ส่วนบอดี้ด้านหลังเคลือบผิวสัมผัสด้วยสีดำเมทัลลิคสุดคลลาสสิกเสริมความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น โดย Porsche Design Huawei Mate RS มีการนำเข้ามาวางขายในประเทศไทยด้วยผ่านร้าน Porsche Design Flagship Store ในราคา 54,990 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม
Huawei Y3 2018

ข้ามมาที่ Huawei Y Series สมาร์ทโฟนกลุ่มสเปกคุ้มราคาประหยัดกันบ้าง โดยเริ่มต้นที่น้องเล็กของซีรีส์นี้อย่าง Huawei Y3 (2018) ที่เปิดราคาวางจำหน่ายในบ้านเราเอาไว้ที่ 3,290 บาท ซึ่งแม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็ก แต่สเปกถือว่าตอบโจทย์การใช้งานพื้นฐานได้อย่างครอบคลุม ด้วยการมาพร้อมกับจุดเด่นอย่างหน้าจอกว้างแบบ 5 นิ้ว กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซลที่มีไฟแฟลช LED สำหรับช่วยถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย และรองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE นอกจากนี้ Huawei Y3 2018 ยังขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android Go (Oreo Edition) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ทาง Google ได้พัฒนาออกมาเพื่อให้ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กๆ ได้อย่างลื่นไหล ในขณะที่ยังมีฟีเจอร์พื้นฐานให้ใช้งานแบบครบครันไม่ต่างจาก Android OS เวอร์ชันปกติ (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Android Go ได้ที่นี่)
ข้อมูลเพิ่มเติม
Huawei Y5 Prime 2018

มาต่อที่รุ่นพี่ในชื่อ Huawei Y5 Prime 2018 ที่เปิดราคาเอาไว้ที่ 3,990 บาทกันบ้าง โดย Huawei Y5 Prime 2018 เน้นตอบโจทย์ด้านความบันเทิงด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ FullView Display ขนาด 5.45 นิ้ว พร้อมสัดส่วนในการแสดงผลแบบ 18:9 ทำให้รับชมคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างเต็มอารมณ์ พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 3020mAh ที่มีเทคโนโลยีประหยัดพลังงานในตัว ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock) รวมถึงถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple Slot ทำให้สามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ดไปพร้อมๆ กับเพิ่มหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card ได้โดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ข้อมูลเพิ่มเติม
Huawei Y6 Prime 2018

ทางด้านรุ่น Huawei Y6 Prime 2018 มาพร้อมกับการดีไซน์แบบ FullView Display เช่นเดียวกัน แต่มีหน้าหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตาที่ 5.7 นิ้ว พร้อมคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ด้านความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น ลำโพงที่สามารถขับเสียงได้ดังถึง 88 เดซิเบล, เทคโนโลยี Huawei Histen สำหรับช่วยถ่ายทอดเสียงที่คมชัดผ่านหูฟัง และฟังก์ชัน Group Music ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนของผู้ใช้เข้ากับสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นๆ เพื่อเล่นเพลงพร้อมกันได้ ด้านคุณสมบัติอื่นๆ ก็ตอบโจทย์การใช้งานรอบด้าน เช่น กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ที่มีไฟแฟลชแบบ Selfie Toning Flash สำหรับช่วยถ่ายภาพเซลฟี่ในสภาวะแสงน้อย หรือตอนกลางคืน, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า โดย Huawei Y6 Prime 2018 เปิดราคาวางจำหน่ายในบ้านเราเอาไว้ที่ 4,690 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม
Huawei Y7 Pro 2018

มาที่รุ่นรองท็อปของซีรีส์ในชื่อ Huawei Y7 Pro 2018 กันบ้าง โดยจุดเด่นของรุ่นนี้นอกเหนือจากการมาพร้อมกับหน้าจอ FullView Display แล้ว ยังมาพร้อมกับระบบกล้องหลังคู่ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล ที่สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ พร้อมทำเอฟเฟ็กต์โบเก้ (Bokeh) คล้ายกับกล้องโปรได้อย่างง่ายๆ นอกจากนี้ กล้องหน้าของ Huawei Y7 Pro 2018 ยังมาพร้อมกับลูกเล่นในชื่อ AR Lens ซึ่งเป็นการตกแต่งภาพเซลฟี่ด้วยสติกเกอร์ ภาพกราฟิก และภาพพื้นหลังในรูปแบบต่างๆ ทำให้ภาพถ่ายดูมีชีวิตชีวามากขึ้นนั่นเอง โดย Huawei Y7 Pro เปิดราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยเอาไว้ที่ 4,990 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม
Huawei Y9 2018

ปิดท้ายด้วยรุ่นท็อปในตระกูลนี้อย่าง Huawei Y9 2018 ที่มาพร้อมกับความโดดเด่นด้วยกล้องถ่ายภาพ 4 ตัวในเครื่องเดียว (Quad Camera) ทำให้สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้จากทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง ส่วนคุณสมบัติด้านอื่นๆ ก็จัดเต็มด้วยหน้าจอไร้ขอบ FullView Display ขนาด 5.93 นิ้ว พร้อมขุมพลังระดับกลางอย่าง Kirin 659 ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานทั่วไป และการเล่นเกม และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4000mAh รวมทั้งยังมาพร้อมกับระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง โดยทาง Huawei เปิดราคาวางจำหน่าย Y9 2018 เอาไว้ที่ 6,990 บาท ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนในช่วงราคาไม่ถึงหมื่นที่มีความน่าสนใจรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว
ข้อมูลเพิ่มเติม
Huawei nova 3e

นอกจากการเปิดตัวสมาร์ทโฟนตระกูล P Series และ Y Series แล้ว เมื่อช่วงครึ่งแรกของปี 2018 ที่ผ่านมา ทาง Huawei ยังได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนน้องใหม่จากตระกูล nova Series ในชื่อ Huawei nova 3e ด้วย โดยมาพร้อมกับความโดดเด่นด้านงานออกแบบด้วยดีไซน์ FullView Display 2.0 ซึ่งเป็นการขยายหน้าจอให้ชิดกับขอบบน และขอบล่าง เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการแสดงผลให้มากขึ้น ส่วนด้านกล้องถ่ายภาพ Huawei nova 3e มาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียดสูง 24 ล้านพิกเซล ที่มีเทคโนโลยีสำหรับตอบโจทย์การถ่ายภาพเซลฟี่โดยเฉพาะ ซึ่ง Huawei nova 3e เปิดราคาวางจำหน่ายในบ้านเราเอาไว้ที่ 10,990 บาท

และล่าสุดทาง Huawei เตรียมวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากตระกูล nova Series ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในชื่อ Huawei nova 3 และ nova 3i ซึ่งมาพร้อมกับจุดเด่นด้านกล้องถ่ายภาพที่มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถึง 4 ตัวในเครื่องเดียว พร้อมคุณสมบัติระดับท็อปที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน และยังมาพร้อมกับความโดดเด่นด้านงานออกแบบด้วยบอดี้กระจกเงางามสะท้อนแสง โดยราคาวางจำหน่ายของ Huawei nova 3 อยู่ที่ 16,990 บาท ส่วน Huawei nova 3i เปิดราคาวางจำหน่ายที่ 9,990 บาท
จะเห็นได้ว่าตลอดครึ่งแรกของปี 2018 ที่ผ่านมา Huawei ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟนหลายรุ่นหลายซีรีส์ ซึ่งก็ถือเป็นข้อดีสำหรับผู้ใช้อย่างเราๆ ที่มีตัวเลือกหลากหลาย และสามารถเลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์การใช้งานในไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันได้ ซึ่งก็น่าจับตามองในช่วงครึ่งหลังของปี 2018 กันต่อไปว่า Huawei จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ที่น่าสนใจบ้าง
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 2/08/2561





