รวมมือถือเรือธง 4G น่าสนใจ สเปกไฮเอนด์ครบเครื่อง ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิม
ปัจจุบันนี้สมาร์ทโฟน 5G ในประเทศไทยได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ต่างก็รองรับ 5G กันหมด แม้แต่สมาร์ทโฟนรุ่นกลางราคาหมื่นต้น ก็ยังมีรุ่นที่รองรับ 5G ออกมาเช่นกัน แต่หากท่านใดที่ไม่ได้ต้องการคุณสมบัติ 5G มากนัก สมาร์ทโฟน 4G ระดับไฮเอนด์ก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากจะได้สเปกที่แรงใกล้เคียงกันแล้ว หลายรุ่นยังมีราคาถูกกว่าเดิมมากอีกด้วย และในวันนี้เราก็ได้รวบรวมสมาร์ทโฟนเรือธง 4G ที่น่าสนใจมาให้ทุกท่านได้ลองเลือกกันครับ
หมายเหตุ : ราคาของสมาร์ทโฟนในบทความนี้เป็นราคาต่ำสุดที่ทีมงานพบจากการสำรวจตลาดออนไลน์ ราคาขายจริงอาจแตกต่างกันไปตามร้านที่จำหน่าย
Samsung Galaxy S20+
ราคาเริ่มต้นราว 20,250 บาท

Samsung Galaxy S20+ เป็นหนึ่งในซีรีส์เรือธงรุ่นล่าสุดของ Samsung ซึ่งมีคุณสมบัติอยู่ตรงกลางระหว่าง Galaxy S20 และ Galaxy S20 Ultra 5G จึงมอบประสบการณ์ในการใช้งานที่ไม่ต่างกันเท่าไรนัก จุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อยู่ที่หน้าจอแบบ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7 นิ้ว อัตรารีเฟรชสูงสุด 120 Hz, ชิปเซ็ต Exynos 990, ชุดกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ที่รองรับการถ่ายภาพได้ทุกสไตล์ไม่ว่าจะเป็น Ultra-Wide, Portrait, Bokeh หรือโหมดกลางคืน พร้อมฟีเจอร์สนับสนุนครบครันไม่ว่าจะเป็นระบบกันสั่น Super Steady, ระบบวิเคราะห์ภาพถ่ายด้วย AI, ลูกเล่น AR และที่สำคัญ คือพลังการซูมแบบไม่เสียรายละเอียดที่ระยะ 3x (3x Hybrid Optical Zoom) และซูมแบบ Digital ได้ไกลสุดถึง 30x
Samsung Galaxy S20 FE 4G
ราคาเริ่มต้นราว 18,800 บาท

Samsung Galaxy S20 FE LTE เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์ระดับเรือธงในราคาที่ประหยัดกว่า โดยรุ่นนี้ได้ถอดคุณสมบัติเด่นๆ มาจาก Galaxy S20 เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต Exynos 990 (สำหรับรุ่น 4G LTE), ชุดกล้องหลัง 3 ตัว, หน้าจอ 120Hz, นอกจากนี้ Galaxy S20 FE ยังเลือกใช้หน่วยความจำแบบ UFS 3.1 ที่จะช่วยให้การอ่านเขียนข้อมูลภายในตัวเครื่องรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าทั้งแรงแทบไม่ต่างจากรุ่นต้นแบบเลยครับ
Samsung Galaxy Note20 4G / Ultra 4G
ราคาเริ่มต้นราว 20,790 / 27,650 บาท

สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของ Samsung ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน และเป็นเพียงไม่กี่รุ่นที่มาพร้อมกับปากกา โดยมีให้เลือกทั้งรุ่น 4G และ 5G ซึ่งรุ่น 4G ก็จะมีราคาที่ประหยัดลงมาหน่อย แต่ก็จัดสเปกมาให้แรงเต็มขั้นไม่แพ้รุ่น 5G ต่างกันเพียงการรองรับเครือข่าย 5G เท่านั้น โดยมากับชิปเซ็ตเรือธฃ Exynos 990, หน้าจอ 120Hz เทคโนโลยี Edge Dynamic 2X, ชุดกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ซูมไกลสุด 50 เท่า แถมยังมีปากกา S Pen อีกด้วย
HUAWEI P30 Pro
ราคาเริ่มต้นราว 14,200 บาท

HUAWEI P30 Pro คือเรือธงที่มีความพรีเมียมทั้งสเปกและดีไซน์ โดยมีคุณสมบัติไฮเอนด์ทั้งเครื่อง ตั้งแต่หน้าจอขอบโค้ง OLED 6.47 นิ้ว, สแกนนิ้วใต้จอ, ชิปเซ็ต Kirin 980 และระบบชาร์จไวแบบ 40W SuperCharge เป็นต้น แต่จุดเด่นจริงๆ ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากกล้อง Leica อันลือชื่อ ซึ่งเป็นกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ AI วิเคราะห์ภาพที่ช่วยยกระดับรูปถ่ายให้สวยงามไม่แพ้กล้องโปร
ถึงแม้ตอนนี้ HUAWEI P30 Pro จะไม่สามารถใช้ Google Services ได้ แต่มันก็ทำให้ราคาถูกลงอย่างมากด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ก็ยังมีบริการ HMS มาให้ใช้แทน หากใครไม่ได้พึ่งพาบริการของ Google บ่อยๆ HUAWEI P30 Pro เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ
HUAWEI Mate30 Pro
ราคาเริ่มต้นราว 14,200 บาท

HUAWEI Mate30 Pro คือสมาร์ทโฟนเรือธงปลายปีของ HUAWEI ที่มีการอัปเกรดจาก P40 Pro ขึ้นมาอีกขั้น ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและสเปกภายใน โดยมากับจอ OLED ขอบโค้งลงสุด, ชิปเซ็ต Kirin 990, แบตเตอรี่ชาร์จไว 40W SuperCharge และกล้องหลัง 4 ตัว Leica SuperSensing Cine 40 ล้านพิกเซล บนดีไซน์วงแหวน Halo Ring ที่เพิ่มความสามารถด้านการถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอเข้ามา เรียกได้ว่าเป็นทั้งกล้องและสตูดิโอตัดต่อได้ในตัว
OnePlus 7 Pro
ราคาเริ่มต้นราว 15,700 บาท

OnePlus 7 Pro เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2019 แต่สเปกและคุณสมบัติต่างๆ ยังไม่ล้าสมัย โดยมากับชิปเซ็ต Snapdragon 855 ที่สามารถเล่นเกมใหม่ๆ บน Play Store ได้สบาย พร้อมด้วยหน้าจอแบบ Fluid AMOLED 6.67 นิ้ว อัตรารีเฟรช 90Hz, ระบบสแกนนิ้วใต้จอ, กล้องหลัง 3 ตัวความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่นแบบ Dual-OIS และซูมแบบ Optical ได้ไกลถึง 3 เท่า ที่สำคัญคือตอนนี้ราคาเครื่องมือ 1 ถูกลงมาก เหลือเพียงประมาณ 15,000 - 16,000 บาทเท่านั้นครับ
realme X3 SuperZoom
ราคาเริ่มต้นราว 12,990 บาท

ถึงแม้จะไม่ใช้สมาร์ทโฟนเรือธงกระแสหลัก แต่ realme X3 SuperZoom ก็มีสเปกโดยรวมที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจออัตรารีเฟรช 120Hz, ชิปเซ็ต Snapdragon 855+, RAM สูงสุด 12GB ไปจนถึงชุดกล้องหลัง 4 ตัว 64 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าคู่ 32 ล้านพิกเซล เรียกได้ว่าครบเครื่องไม่ว่าจะเล่นเกม หรือถ่ายรูปครับ
Nubia Z20
ราคาเริ่มต้นราว 14,500 บาท

ปิดท้ายกันด้วย Nubia Z20 สมาร์ทโฟนเรือธงที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครตรงที่มีหน้าจอแสดงผล 2 จอ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยที่จอด้านหน้าเป็นจอ AMOLED ขอบโค้งขนาด 6.42 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ ส่วนจอด้านหลังเป็นจอ AMOLED ขนาด 5.1 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ จอทั้ง 2 ด้านสามารถสั่งการแยกกันได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากหน้าจอคู่ Nubia Z20 ยังมีสเปกที่โดดเด่นไม่แพ้เรือธงรุ่นอื่น ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต Snapdragon 855+, ROM แบบ UFS 3.0, แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว 27W นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ 2 ตัว ติดตั้งอยู่ที่ตัวเครื่องด้านซ้ายและขวา เพื่อให้สแกนได้สะดวกไม่ว่าจะใช้งานจากจอหลัง หรือจอหน้า ส่วนด้านการถ่ายรูปก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเป็นกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ที่มีระบบกันสั่น OIS รองรับการซูมแบบ Optical 3 เท่า และด้วยความที่ตัวเครื่องมีจอด้านหลัง ทำให้ผู้ใช้สามารถเซลฟี่ด้วยกล้องหลัง 3 ตัวได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีกล้องหน้า อีกทั้งยังบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงถึง 8K ได้ด้วย
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 30/11/2563





