[Tips & Tricks] เทคนิคถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟนสำหรับมือใหม่ ให้รูปออกมาสวยดั่งใจ ใครๆ ก็ทำได้
สมาร์ทโฟนในปัจจุบันมาพร้อมกับฟีเจอร์สนับสนุนนการถ่ายรูปมากมายไม่ว่าจะเป็นระบบวิเคราะห์ฉากด้วย AI, ฟิลเตอร์, โหมดบิวตี้, โบเก้ และเอ็ฟเฟ็กต์ต่างๆ แต่สำหรับมือใหม่ที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อน การจะถ่ายรูปให้ออกมาสวยงามดั่งใจก็ยังยากอยู่ดี ในวันนี้เราจึงมีเทคนิคง่ายๆ สำหรับการถ่ายภาพด้วยมือถือให้ตากล้องมือใหม่ทุกท่านได้นำไปลองใช้กันดูครับ
1. เริ่มต้นด้วยเลนส์ที่สะอาด

ก่อนจะเล็งกล้องไปยังอะไรก็ตาม สิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจสอบให้แน่ใจว่าเลนส์กล้องสะอาด ไม่มีคราบนิ้วมือ หรือเศษฝุ่นใดๆ เกาะอยู่ เพราะรูปถ่ายของเราจะออกมาดีไม่ได้เลยหากเลนส์ของเราไม่สะอาด หากพบสิ่งสิ่งสกปรก ให้ใช้ผ้านุ่มๆ เช่นผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดเบาๆ หลีกเลี่ยงการเช็ดด้วยชายเสื้อ หรือชายกางเกง เนื่องจากอาจจะมีเศษฝุ่นที่เรามองไม่เห็น หรืออาจเป็นกระดุม ซิป ที่จะทำให้เลนส์เป็นรอยได้
2. ใช้กฎ 3 ส่วน และจุดตัด 9 ช่อง

ในการถ่ายภาพแต่ละครั้ง คนส่วนใหญ่ที่ไม่เคยศึกษาด้านการถ่ายภาพมาก่อนมักจะจัดตำแหน่งจุดสนใจให้อยู่ตรงกลางเสมอ แต่จริงแล้วยังมีวิธีการจัดองค์ประกอบภาพที่ดีกว่า นั่นคือการจัดองค์ประกอบภาพโดยอิง “กฎสามส่วน” และ “จุดตัดเก้าช่อง”

กฎสามส่วน คือ หลักการจัดองค์ประกอบภาพขั้นพื้นฐานโดยแบ่งภาพออกเป็น 3 ส่วนทั้งในแนวตั้งและแนวนอน เส้นแบ่งจะแบ่งภาพออกเป็น 9 ส่วนเท่าๆ กัน และจะตัดกัน 4 จุด ดังภาพ เราเรียกจุดตัดเหล่านี้ว่า “จุดตัดเก้าช่อง” ซึ่งทั้ง 4 จุดนี้เองที่เป็นจุดสนใจหลักของภาพ และเหมาะสมที่สุดในการจัดวางวัตถุเพื่อขับเน้นความโดดเด่นออกมา
ตัวอย่างรูปถ่ายที่จัดองค์ประกอบภาพตามกฎสามส่วน



สมาร์ทโฟนเกือบทุกรุ่นสามารถเปิดจุดตัดเก้าช่องบน viewfinder ได้ในหน้าการตั้งค่า และสมาร์ทโฟนบางรุ่นยังมีเส้นช่วยจัดองค์ประกอบแบบอื่นอีก เช่น Huawei P30 Series ที่มีเส้นสัดส่วนทองให้เลือกใช้ด้วย แต่อาจจะใช้ยากไปหน่อยสำหรับมือใหม่หัดถ่าย
3. หลีกเลี่ยงการซูมแบบดิจิทัล

การซูมเป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่พบได้ในกล้องสมาร์ทโฟนทุกรุ่น อาจจะดูสำคัญ แต่จริงๆ แล้วมันไม่จำเป็นต่อการถ่ายรูปสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะการซูมแบบดิจิทัล เพราะการซูมแบบดิจิทัลจะทำให้ภาพแตก และยังทำให้ภาพไวต่อการสั่นของมือมากขึ้น อย่างไรก็ดี สมาร์ทโฟนบางรุ่นรองรับการซูมแบบออพทิคัลซึ่งเป็นการซูมด้วยเลนส์ วิธีนี้จะทำให้ภาพคมชัดไม่แตกพร่า โดยส่วนใหญ่จะมีกำลังขยาย 2 เท่า หรือในบางรุ่นอาจถึง 10 เท่า เช่น OPPO Reno 10x Zoom แต่ถึงแม้ภาพจะไม่แตก ยิ่งเราซูมมากเท่าไหร่ ภาพก็จะยิ่งไวต่อการสั่นมากเท่านั้น และทำให้ภาพเราเบลอ (ถ้าไม่ใช้ขาตั้งกล้อง) ดังนั้นหากทำได้ แนะนำให้เดินเข้าไปหาสิ่งที่เราอยากจะถ่ายใกล้ๆ เลยดีกว่า
4. อย่าหวังพึ่งไฟแฟลช

แม้ว่าสมาร์ทโฟนของเราจะมีไฟแฟลชติดมาด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องใช้มันทุกครั้งที่มืด เพราะแสงจากไฟแฟลชมีจุดกำเนิดมาจากจุดเดียว ทำให้ภาพดูแข็งกระด้าง และทำให้สีผิดเพี้ยนไป หากต้องการใช้แสงช่วยจริงๆ ควรใช้แสงที่มาจากหลายๆ มุม จะช่วยให้ภาพดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น แต่ถ้าเป็นไปได้ให้พยายามใช้แสงจากสภาพแวดล้อม เช่นแสงแดด แสงไฟในบ้าน แสงเทียน เป็นต้น จะทำให้ภาพดูเป็นธรรมชาติที่สุด
อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการถ่ายภาพในที่มืด คือโหมด Night Sight หรือ Nigh Mode (หรือชื่ออื่นๆ ตามแต่ละแบรนด์จะเรียก) ซึ่งเป็นโหมดสำหรับถ่ายภาพกลางคืนโดยเฉพาะ โดยใช้เทคนิคการถ่ายภาพที่ความสว่างในระดับต่างๆ กัน แล้วนำมาประมวลผลรวมกัน ทำให้ส่วนที่มืดสว่างขึ้น และส่วนที่สว่างมืดลง จนสามารถมองเห็นรายละเอียดทั้งภาพได้ ปัจจุบันโหมดนี้มีอยู่ในสมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่น เช่น Motorola One Vision, Honor 20 Lite, Samsung Galaxy A50 เป็นต้น
5. ขาตั้งกล้อง ตัวช่วยที่ไม่ควรมองข้าม

ขาตั้งเป็นอุปกรณ์ง่ายๆ ที่ช่วยให้รูปถ่ายของเราดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะมันสามารถแก้ปัญหามือไม่นิ่งได้อย่างชะงัด อีกทั้งยังจำเป็นสำหรับการถ่ายภาพดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนแบบ long exposure หรือเล่นกับแสงและการเคลื่อนไหวด้วยแบบ time-lapse และยังประยุกต์ใช้ได้ในหลายๆ โอกาส สำหรับตากล้องมือใหม่ แนะนำว่าควรหามาติดตัวไว้สักอัน ซึ่งก็หาซื้อได้ไม่ยาก และมีราคาไม่แพง แถมยังใช้ได้กับสมาร์ทโฟนเกือบทุกรุ่นในตลาดอีกด้วย
6. รีโมตชัตเตอร์ อีกหนึ่งตัวช่วยที่ควรมีไว้

ในบางสถานการณ์ เช่นการถ่ายรูปรวม หรือการถ่ายรูปตัวเองในมุมที่ไม่ใช่เซลฟี่ เราอาจจำเป็นต้องไหว้วานคนอื่นให้มาเป็นตากล้องให้เราชั่วคราว ถึงแม้จะตั้งเวลาจับภาพได้ แต่การพยายามนำตัวเองเข้าไปอยู่ในเฟรมเป๊ะๆ ก่อนเวลาจะหมดก็เป็นเรื่องยากเอาการ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าเรามีตัวช่วยสำหรับสถานการณ์แบบนี้อยู่นั่นคือ รีโมตชัตเตอร์ ที่ช่วยให้เราสั่งจับภาพจากระยะไกลได้ผ่าน Bluetooth อีกทั้งยังมีราคาแค่หลักสิบ ถึงหลักร้อยนิดๆ เท่านั้น จึงควรมีติดตัวกันไว้สักอันหนึ่ง หรือถ้าใครใช้ Samsung Galaxy Note10 อยู่ ก็ใช้ปากกา S Pen สั่งจับภาพแทนรีโมตรชัตเตอร์ได้เลยครับ
7. สั่งถ่ายภาพด้วยเสียง บางทีก็ง่ายกว่า

นอกจากรีโมตชัตเตอร์แล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราสั่งถ่ายภาพได้โดยไม่ต้องกดเองนั่นคือการสั่งถ่ายภาพด้วยเสียง หรือสีหน้าท่าทาง ซึ่งเราสามารถเข้าไปเปิดใช้งานได้ในหน้าการตั้งค่า อาจจะสั่งการได้ไม่ไกลเท่ารีโมตชัตเตอร์ แต่ก็มีประโยชน์ในหลายๆ สถานการณ์ครับ
และทั้งหมดนี้ก็คือเทคนิคง่ายๆ สำหรับผู้เริ่มฝึกถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน ที่จะช่วยให้รูปถ่ายออกมาสวยงามยิ่งขึ้น และเป็นพื้นฐานสำหรับเทคนิคการถ่ายรูปขั้นต่อๆ ไป ซึ่งก็หวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อตากล้องมือใหม่ทุกคนครับ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 8/9/2562

