หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 5/5/2563

มือถือ 5G คืออะไร? ดีกว่ามือถือ 4G อย่างไร และตอนนี้ควรซื้อหรือไม่ พร้อมสรุปรายชื่อมือถือ 5G ที่วางขายในไทยแล้ววันนี้

 

เรียกได้ว่าหลังจากเข้าสู่ศักราชใหม่ในปี 2020 นี้ เราก็ได้เห็นการเปิดตัวสมาร์ทเรือธงจากแบรนด์ใหญ่ๆ ที่รองรับคุณสมบัติใหม่อย่างการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G และในตอนนี้คุณสมบัติดังกล่าวได้กลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานใหม่ของสมาร์ทโฟนเรือธงยุคปัจจุบันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรองรับ 5G และการประมูลคลื่น 5G ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า 5G เป็นสิ่งใหม่ในปี 2020 นี้อย่างแท้จริง ทางผู้ใช้อย่างเราๆ ก็เริ่มให้ความสนใจกันมากขึ้น และเกิดคำถามตามมามากมาย ในวันนี้ทางทีมงาน Thaimobilecenter จะมาสรุปทุกประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ 5G ให้ผู้อ่านได้ทราบกัน เริ่มตั้งแต่ 5G คืออะไร, มือถือ 5G ดีกว่าเดิมขนาดไหน และตอนนี้ควรซื้อมือถือ 5G แล้วหรือยัง พร้อมสรุปรายชื่อมือถือ 5G ที่วางจำหน่ายในไทยแล้ววันนี้ หากพร้อมแล้ว ไปรับชมคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ

 

5G คืออะไร

เริ่มกันที่ความหมายของ G ที่แปลว่า Generation หรือยุคสมัย ฉะนั้น 5G ก็คือมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายในยุคที่ 5 ที่ต่อยอดมาจาก 4G ของปัจจุบัน ด้วยความเร็วในการรับส่งข้อมูลระดับกิกะบิตต่อวินาที (Gbps) เทียบเท่ากับการเชื่อมต่อแบบไฟเบอร์ ซึ่งเร็วกว่า 4G ประมาณ 20 เท่า โดยสูงสุดที่ 20 Gbps. (20GB ต่อวินาที) หากจะกล่าวให้เห็นภาพก็คือ เราสามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์คมชัดระดับ 4K หรือ 8K ได้ภายในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น 

ที่มา : UIH

 

รองรับการใช้งานที่มีการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ในพื้นที่เดียวกัน มากถึงระดับล้านอุปกรณ์ต่อตารางกิโลเมตร ซึ่งเหมาะสำหรับการทำงานของอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ที่เป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับอินเทอร์เน็ต และผู้ใช้สามารถสั่งการ ควบคุมการทำงานต่างๆ ได้ผ่านอินเทอร์เน็ตนั่นเอง

นอกจากนี้ 5G ยังมีค่าความหน่วงเวลาในการรับ-ส่งข้อมูล (Latency) น้อยกว่าระดับ 1-10 Millisecond ที่ลดลงถึง 10 เท่า จึงสามารถสั่งการอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ 5G ได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายด้าน เช่น การผ่าตัดทางไกล, รถยนต์ไร้คนขับ, การควบคุมเครื่องจักรในโรงงาน หรือในพื้นที่ก่อสร้างจากระยะไกล 

 

มือถือ 5G ดีกว่ามือถือ 4G อย่างไร

ที่มา : TOT

 

หนึ่งในคำถามที่ใครหลายคนต้องการทราบมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นที่ว่า แล้วมือถือ 5G ดีกว่ามือถือ 4G ในปัจจุบันอย่างไรบ้าง ซึ่งทางทีมงานจะขอสรุปเป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ

1.สามารถเล่นอินเทอร์เน็ตในระดับที่เร็วขึ้น ด้วยความเร็วระดับกิกะบิตต่อวินาที (Gbps) ที่เร็วกว่า 4G ถึง 20 เท่า สูงสุด 20 Gbps. ตั้งแต่การใช้งานทั่วๆ ไปอย่างการท่องเว็บไซต์,  ดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆ เช่น เพลง หรือภาพยนตร์ รวมถึงในด้านความบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง, ชมภาพยนตร์/ซีรีส์ และเล่นเกมออนไลน์ นอกจากนี้ในด้านเทคโนโลยี Virtual Reality และ Augmented Reality ก็จะมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

2.ตอบสนองต่อการใช้งานได้เร็วขึ้น ด้วยค่าความหน่วงเวลา (Latency) น้อยกว่า 1-10 Millisecond ที่ต่ำลงกว่าเดิมถึง 10 เท่า 

3.รองรับการรับ-ส่งข้อมูลในปริมาณมากขึ้น 7 เท่า ที่ 50 Exabytes ต่อเดือน จาก 7.2 Exabytes ต่อเดือน บนเครือข่าย 4G

4.5G มีความถี่สำหรับใช้งานมากกว่า จึงสามารถใช้งานคลื่นความถี่ได้ถึง 30GHz

5.รองรับการใช้งานในแต่ละพื้นที่มากกว่า 10 เท่า โดยเครือข่าย 5G รองรับผู้ใช้งานมากถึงระดับล้านอุปกรณ์ต่อตารางกิโลเมตร จากที่รองรับผู้ใช้ได้ราว 1 แสนคนต่อตารางกิโลเมตร

 

สรุปรายชื่อมือถือ 5G ที่วางจำหน่ายในไทย

 

Samsung Galaxy S20 Ultra 5G ราคา 39,900 บาท
สเปก | รีวิว

เรือธงรุ่นท็อปที่สุดจากทาง Samsung ที่นอกจากจะรองรับการใช้งาน 5G แล้วยังมีฟีเจอร์เด่นแบบรอบด้าน โดยเฉพาะการถ่ายรูปด้วยฟังก์ชันการถ่ายภาพความละเอียดสูงด้วยกล้องคมชัด 108 ล้านพิกเซล พร้อมซูมไกลสุด 100 เท่าด้วยฟีเจอร์ Space Zoom และบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 8K (7680x4320 พิกเซล) รวมถึงฟังก์ชัน Super ISO ที่ช่วยตอบโจทย์การถ่ายภาพในเวลากลางคืน หรือสภาวะที่มีแสงน้อย

นอกจากนี้ยังยกเครื่องดีไซน์ใหม่หมด พร้อมหน้าจอที่มี Refresh Rate ระดับ 120Hz ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง Exynos 990 ประกบคู่ RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 12GB มีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 45W Super Fast Charging

 

OPPO Find X2 Series 5G ราคาเริ่ม 33,990 บาท
รีวิว

เปิดตัวมาพร้อมกับถึง 2 รุ่น กับ OPPO Find X2 Series 5G ที่รรองรับเครือข่าย 5G ทั้งคู่ และปรับดีไซน์ครั้งใหญ่ด้วยหน้าจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้า คมชัดระดับ 3K QHD+ พร้อม Refresh Rate ระดับ 120Hz รองรับเทคโนโลยีการแสดงผลสีแบบ True Billion Colour Display (10-bit) ซึ่งสามารถแสดงผลสีได้มากถึง 1 พันล้านสี และรองรับเทคโนโลยี 01 Ultra Vision Engine เป็นรุ่นแรกในวงการ

ด้านสเปกภายในจัดเต็มด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865 จับคู่กับ RAM ขนาด 12GB และ ROM ขนาดสูงสุด 512GB บนระบบปฏิบัติการ ColorOS 7.1 เวอร์ชันใหม่ รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC 2.0 Flash Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ความจุ 0-100% ได้ภายในเวลาเพียง 38 นาที และมีกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) พร้อมเลนส์ซูมแบบ Periscope ในรุ่น Pro โดยรุ่นมาตรฐานมีราคา 33,990 บาท ส่วนในรุ่น Pro มีราคา 40,990 บาท

 

HUAWEI Mate30 Pro 5G ราคา 31,990 บาท

เรือธงรุ่นอัปเกรดใหม่ที่เพิ่มความสามารถในการรองรับ 5G ด้วยชิปเซ็ต Kirin 990 5G พร้อมโมเด็ม Balong 5000 และหน่วยประมวลผลด้าน AI (AI NPU) เวอร์ชันใหม่ จับคู่กับ RAM ขนาด 8GB โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh ที่มากับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 40W HUAWEI SuperCharge พร้อมชาร์จไร้สาย 27W HUAWEI SuperCharge โดยมีกล้องถ่ายภาพที่พัฒนาร่วมกับทาง Leica ทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) ในดีไซน์ใหม่ภายใต้ชื่อ Halo Ring Design ที่ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในวงการที่มาพร้อมกล้อง Cine Camera คมชัด 40 ล้านพิกเซล สำหรับบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD ที่ระดับ 60fps บนดีไซน์จอไร้ขอบโค้งทำมุม 88 องศาแบบ Flex OLED HUAWEI Horizon Display 

HUAWEI Mate30 Pro 5G มาพร้อมตัวเลือกสีส้ม (Vegan Leather Orange) แบบ Limited Edition ในราคา 31,990 บาท และรองรับการใช้งานเครือข่าย 5G แบบเต็มรูปแบบแล้ววันนี้

 

HUAWEI P40 Series 5G ราคาเริ่มต้น 22,990 บาท

HUAWEI P40 5G และ P40 Pro 5G สองเรือธงรุ่นใหม่จากทาง HUAWEI ที่มากับการปรับโฉมการดีไซน์ใหม่หมดจดด้วยหน้าจอแบบ Quad-Curved Overflow Display โค้ง 4 ด้านเป็นรุ่นแรกในวงการ พร้อมเจาะรูกล้องหน้าคู่แบบ Dual In-Display Camera พร้อมคุณสมบัติป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น ผสานกล้องหลังที่พัฒนาร่วมกับ Leica ทั้งหมด 3 ตัว และ 4 ตัว ตามลำดับ กับความสามารถเทียบชั้นกล้องโปร โดยในรุ่น P40 Pro อยู่อันดับที่ 1 สมาร์ทโฟนกล้องดีที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของ DxOMark ซึ่งสามารถทำคะแนนสูงทั้งในด้านการถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ ไปจนถึงการถ่ายภาพ และวิดีโอเซลฟี่ด้วยกล้องหน้า อีกทั้งยังโดดเด่นด้านการเก็บภาพระยะไกล ด้วยฟีเจอร์การซูมที่ยังคงรายละเอียดต่างๆ ในภาพได้อย่างครบถ้วน และมีระบบโฟกัสแม่นยำ

HUAWEI P40 Series 5G ชูโรงที่การรองรับเครือข่าย 5G ได้ทุกคลื่นความถี่ที่มีการประมูลในประเทศไทย และสามารถใช้งานได้ทันทีหลังแกะกล่อง โดยไม่ต้องรอการอัปเดตซอฟต์แวร์ในภายหลัง อีกทั้งยังรองรับการใช้งาน 5G ผ่าน eSIM ด้วยเช่นกัน ด้วยชิปเซ็ต Kirin 990 รองรับโมเด็ม 5G ในตัว ซึ่งช่วยให้ประมวลผลรวดเร็วมากยิ่งขึ้น พร้อมลดการใช้พลังงาน 

สำหรับ HUAWEI P40 5G (8GB+128GB) เปิดราคาในไทยที่ 22,990 บาท ส่วน HUAWEI P40 Pro 5G (8GB+256GB) ราคา 31,990 บาท ซึ่งทั้งสองรุ่นมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Silver Frost, Blush Gold และ Deep Sea Blue 

 

Xiaomi Mi 10 ราคา 27,999 บาท

เรือธงรุ่นใหม่ที่รองรับเครือข่าย 5G ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865 จับคู่ RAM ขนาด 8GB  + ROM ขนาดจุใจ 256GB บนการดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้า มีค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz ผสานตัวเครื่องกระจกกับตัวเลือกไล่เฉดสีใหม่ ที่มีการติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ที่รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ 8K นอกจากนี้ยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W Fast Charging และชาร์จไร้สาย 30W Fast Wireless Charging โดยมีราคาเปิดตัวในประเทศไทยที่ 27,999 บาท วซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป

 

ตอนนี้ควรซื้อมือถือ 5G หรือไม่

แน่นอนว่ามือถือที่รองรับ 5G มีความสามารถที่ดีขึ้นกว่ามือถือ 4G ในหลายด้าน และสามารถตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบันที่เน้นความเร็วแบบทันใจ ทั้งการเปิดเว็บไซต์, แอปพลิเคชันต่างๆ หรือการเล่นเกม และชมภาพยนตร์แบบสตรีมมิ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับท่านที่ต้องการประสบการณ์การใช้งานที่เร็ว แรงไปอีกขั้น แต่เนื่องจากมือถือ 5G ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยยังมีเพียงรุ่นเรือธงที่มีราคาค่อนข้างสูง รวมถึงการใช้งานจริงยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ดังนั้นทางทีมงานจึงแนะนำให้ทุกท่านลองพิจารณาถึงความต้องการใช้งาน และงบประมาณ รวมถึงติดต่อศูนย์บริการผู้ให้บริการเครือข่ายที่ท่านใช้งานอยู่ ก่อนตัดสินใจในการเลือกซื้อค่ะ 

หรืออีกทางเลือกคือรอการพัฒนาเครือข่าย 5G ในอีกระยะเพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานได้หลายพื้นที่มากขึ้น และรอการเปิดตัวของสมาร์ทโฟนระดับกลางที่รองรับเครือข่าย 5G ในราคาเอื้อมถึงได้ ซึ่งคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลัง 2020 นี้จะเริ่มมีการเปิดตัวในประเทศไทยมากขึ้น

 

ขณะนี้ในประเทศไทยเริ่มเปิดให้บริการเครือข่าย 5G อย่างเป็นทางการแล้วในหลายพื้นที่ พร้อมติดต่อทดลองใช้งานในเบื้องต้นได้จากผู้ให้บริการเครือข่าย และสามารถตรวจสอบว่าซิมการ์ดของคุณรองรับเครือข่าย 5G หรือไม่ ได้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ดังนี้

AIS : กด *987# โทรออก
TrueMove H : กด *555*1# โทรออก 

สำหรับ dtac ถือครอง 5G คลื่นความถี่ 26GHz โดยมือถือที่รองรับคลื่นความถี่สูงแบบ mmWave ตั้งแต่ 24GHz ขึ้นไปจะสามารถใช้งานได้ แต่สมาร์ทโฟนรุ่นที่วางจำหน่าย ณ ตอนนี้ ยังไม่มีรุ่นใดรองรับช่วงคลื่นความถี่ดังกล่าว ซึ่งก็ต้องคอยติดตามกันต่อไปว่าจะมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับคลื่นนี้มาเมื่อใด 

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 5/5/2563