ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม บทความโทรศัพท์มือถือน่าสนใจ >> รีวิวฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair และ TPU Smooth Touch สำหรับ Samsung Galaxy S7 edge ที่เต็มจอลงโค้ง, ลบรอยขีดข่วนได้เอง และสัมผัสลื่นไม่มีสะดุด!


รีวิวฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair และ TPU Smooth Touch สำหรับ Samsung Galaxy S7 edge ที่เต็มจอลงโค้ง, ลบรอยขีดข่วนได้เอง และสัมผัสลื่นไม่มีสะดุด!


สำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงที่ดีที่สุดของ ซัมซุง ณ ชั่วโมงนี้ ก็คงจะเป็นรุ่นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจาก Samsung Galaxy S7 edge ที่นอกจากจะมาพร้อมกับฟีเจอร์ไฮเอนด์จัดเต็มที่สุดแล้ว จุดขายสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งก็คือหน้าจอขอบโค้งสองด้านแบบ Dual Edge Super AMOLED ขนาดใหญ่เต็มตา 5.5 นิ้ว ที่มีความสวยงามโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันการหาฟิล์มกันรอยที่เข้ากันได้ดีกับจอโค้งคู่สุดล้ำของ Galaxy S7 edge นี้ก็อาจเป็นปัญหาสำหรับผู้ใช้งานบางคน เพราะฟิล์มกันรอยทั่วๆ ไปเป็นแบบไม่เต็มจอ และบางรุ่นถึงแม้จะเป็นฟิล์มกันรอยแบบเต็มจอ แต่ก็อาจติดได้ไม่สนิทจนขอบฟิล์มหลุดร่อนออกมา, วัสดุที่ใช้ผลิตฟิล์มไม่มีคุณภาพ, ไม่มีความทนทานมากพอ, คุณภาพของการแสดงผลลดลง หรือการสัมผัสที่ไม่ลื่นมือเหมือนเคย จนอาจต้องมีการเสียเงินเปลี่ยนอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งที่ด้านหลังตัวเครื่องของ Galaxy S7 edge ก็เป็นกระจกขอบโค้งสองด้านแบบ 3D Glass ด้วยเช่นกัน ดังนั้นการหาฟิล์มกันรอยดีๆ ไปติดตั้งใช้งานเลยในครั้งเดียว ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว

 

เกริ่นนำมากันเสียขนาดนี้ก็แน่นอนว่าวันนี้ทีมงานของเราก็มีฟิล์มกันรอยดีๆ สำหรับ Samsung Galaxy S7 edge มาแนะนำกัน โดยมีมาแนะนำพร้อมกันถึง 2 รุ่น 2 สไตล์ ได้แก่ HI-SHIELD TPU Auto Repair และ HI-SHIELD TPU Smooth Touch ซึ่งรุ่น TPU Auto Repair นั้นมีจุดเด่นที่การซ่อมแซมรอยขีดข่วนได้ด้วยตนเอง ส่วนรุ่น TPU Smooth Touch นั้นมีจุดเด่นที่ผิวสัมผัสอันเรียบลื่นกว่าฟิล์มกันรอยเนื้อ TPU ทั่วไป ส่วนสิ่งที่ทั้งสองรุ่นมีเหมือนๆ กันก็คือเป็นฟิล์มกันรอยแบบเต็มจอที่เข้าขอบโค้งได้พอดี, ขอบไม่เผยอ, ติดตั้งง่าย, รีดฟองอากาศได้ง่าย, ป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม และแสดงผลได้คมชัดสดใส ซึ่งรายละเอียดต่างๆ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ไปติตดามกันต่อได้เลยครับ

 

แกะกล่องฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair

จุดสังเกตง่ายๆ ของกล่องฟิล์มกันรอยรุ่นนี้ก็คือป้ายวงกลมขนาดใหญ่ที่มีคำว่า Auto Repair เขียนไว้อย่างเด่นชัด รวมถึงสติ๊กเกอร์บริเวณมุมขวาบนที่ระบุรุ่นของ Samsung Galaxy S7 edge เอาไว้ พร้อมกับพื้นหลังของกล่องที่ออกโทนสีฟ้า-ดำ ซึ่งดูสวยทันสมัยตามสไตล์ของกล่องฟิล์มกันรอยรุ่นใหม่ๆ จากแบรนด์ HI-SHIELD

 

โดยคุณสมบัติเด่นของฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair ที่ระบุเอาไว้ที่ด้านหน้ากล่อง และด้านหลังกล่อง นั้นประกอบไปด้วย

- รอยขีดข่วนจางหายได้เอง (Auto Repair)
- เป็นฟิล์มแบบ TPU ที่โค้งเต็มจอ และไม่เผยอ (Full Coverage)
- เทคโนโลยีการเคลือบผิวที่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้ (Scratch Resistant Coating)
- ป้องกันหน้าจอจากแรงกระแทก (Anti-Shock)
- มีความใสของฟิล์มในระดับสูง ซึ่งช่วยให้มีการแสดงผลที่คมชัด, มีความสว่าง และมีสีสันที่สดใส (Super Clear & High Definition)
- รีดฟองอากาศได้ง่าย (Easy to Remove Bubble)
- ติดตั้งได้ง่าย และเนื้อฟิล์มไม่ย้วยเมื่อต้องมีการลอกมาแก้ไขใหม่ (Easy Installation)

ส่วนราคาปัจจุบันของฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair นั้นจะอยู่ที่ 890 บาท

 

อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่องนั้นถือว่ามีความครบถ้วน ผู้ซื้อสามารถนำไปติดตั้งเองได้ทันทีโดยไม่ต้องหาอุปกรณ์เพิ่มเติมแต่อย่างใด โดยประกอบไปด้วย

 

ฟิล์มกันรอยแบบ Auto Repair สำหรับติดตั้งกับหน้าจอ ซึ่งเป็นฟิล์มที่โค้งเต็มจอ

 

ฟิล์มกันรอยสำหรับติดตั้งที่ด้านหลังของตัวเครื่อง แต่เป็นฟิล์มที่ไม่เต็มพื้นที่ด้านหลัง

 

แผ่นสติ๊กเกอร์ซับฝุ่น และแผ่นสติ๊กเกอร์ช่วยติดฟิล์ม

 

ผ้าชุบแอลกอฮอล์สำหรับเช็ดทำความสะอาดหน้าจอ

 

ผ้าไมโครไฟเบอร์คุณภาพสูง

 

และแผ่นแข็งสำหรับรูดฟิล์ม

 

ติดตั้งฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair

เชื่อว่าผู้ใช้งานหลายคนอาจยังไม่กล้าที่จะลงมือติดฟิล์มกันรอยด้วยตนเอง เนื่องจากกลัวว่าติดเองแล้วจะไม่สมบูรณ์สวยงามเหมือนกับการติดที่ร้าน แต่สำหรับฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair นี้สามารถติดตั้งได้ง่าย และหากต้องมีการลอกออกมาแก้ไขใหม่ เนื้อฟิล์มก็จะไม่มีการย้วยจนเสียรูปเหมือนฟิล์มกันรอยทั่วไป ดังนั้นเรามาดูกันว่าการติดตั้งฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair นี้ มีขั้นตอนอย่างไร และง่ายดายขนาดไหน

 

ก่อนอื่นให้พยายามหาสถานที่ ที่มีความสว่างเพียงพอ เพื่อให้เราสามารถมองเห็นสิ่งสกปรก, ฝุ่น หรือตำแหน่งของการติดตั้งฟิล์มกันรอยได้อย่างชัดเจน โดยขั้นแรกหากมีฟิล์มกันรอยแผ่นเก่ายังติดอยู่บนหน้าจอของ Samsung Galaxy S7 edge ก็ให้ทำการดึงออกมาก่อน

 

เมื่อลอกฟิล์มกันรอยแผ่นเก่าออกมาแล้ว ให้นำผ้าชุบแอลกอฮอล์ที่แถมมาให้ในกล่องเช็ดคราบมัน และสิ่งสกปรกต่างๆ บนหน้าจอเดิมออกให้หมดเสียก่อน

 

จากให้นำผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดทำความสะอาดหน้าจออีกครั้ง

 

ปกติหลังจากที่ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดจนเราคิดว่าสะอาดดีแล้ว แต่หากสังเกตดีๆ ก็จะพบว่ายังมีเศษฝุ่นเล็กๆ หลงเหลืออยู่บ้าง ซึ่งเศษฝุ่นเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การติดตั้งฟิล์มกันรอยไม่สมบูรณ์ และไม่สวยงาม ดังนั้นเราจึงต้องนำเอาแผ่นสติ๊กเกอร์ซับฝุ่น มาเก็บฝุ่นตามจุดต่างๆ บนพื้นผิวให้เรียบร้อย ไม่ให้หลงเหลือแม้แต่น้อย

 

นำแผ่นสติ๊กเกอร์ช่วยติดฟิล์มมาติดเอาไว้ที่ด้านหัว และด้านท้ายของฟิล์ม ในฝั่งที่ระบุหมายเลข 2 เอาไว้ด้านละแผ่น (หรืออาจติดด้านละ 2 แผ่นตามความถนัด) เพื่อให้เราสามารถจับถือตัวฟิล์มเพื่อเล็งหาตำแหน่งติดตั้งได้ง่าย และแม่นยำมากขึ้น

 

คว่ำฟิล์มด้านหมายเลข 1 ลง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ฝุ่นตกลงไปบนพื้นผิวของตัวฟิล์ม แล้วทำการลอกชั้นฟิล์มหมายเลข 1 ออกไป

 

ใช้มือจับที่ปลายสติ๊กเกอร์ช่วยติดฟิล์มทั้งสองด้าน เพื่อให้สามารถจับถือได้ถนัด, ให้ฟิล์มมีความตึงพอประมาณ และสามารถเล็งตำแหน่งที่จะติดตั้งได้ง่าย และแม่นยำ โดยจุดสำหรับการช่วยเล็งที่สังเกตได้ง่ายก็คือส่วนของเซ็นเซอร์, ลำโพงเสียง, กล้องด้านหน้า และปุ่มโฮม ซึ่งถ้าเล็งให้ตรงได้ทั้งหมดแล้ว ก็มั่นใจได้ว่าตำแหน่งสำหรับการติดตั้งนั้นจะมีความถูกต้องแม่นยำ ไม่มีการบิดเบี้ยวอย่างแน่นอน

 

เมื่อมั่นใจว่าตำแหน่งต่างๆ ถูกต้องดีแล้ว ก็ให้เริ่มติดฟิล์มกันรอยจากส่วนด้านบนของตัวเครื่องก่อน โดยค่อยๆ วางลงไปอย่างช้าๆ

 

แล้วค่อยๆ ใช้แผ่นแข็งสำหรับรูดฟิล์ม ค่อยๆ ช่วยรูดไล่ไปจนถึงด้านท้ายสุดในฝั่งที่มีปุ่มโฮม แต่ยังไม่ต้องรูดในส่วนที่เป็นขอบโค้งทั้งสองด้าน อย่างไรก็ดี แม้เราจะพยายามรูดแผ่นฟิล์มให้เรียบเนียนเพียงใด ก็อาจยังมีฟองอากาศหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา โดยในเบื้องต้นให้ใช้นิ้วมือ หรือผ้าไมโครไฟเบอร์ช่วยไล่ฟองอากาศที่หลงเหลือเหล่านั้นออกไปก่อน แต่หากส่วนไหนที่ไม่สามารถไล่ฟองอากาศออกไปได้จริงๆ เราก็สามารถยกตัวฟิล์มขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อช่วยให้สามารถไล่ฟองอากาศได้ง่ายขึ้น

 

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีฟองอากาศหลงเหลืออยู่แล้ว ก็ให้ดึงเอาชั้นฟิล์มหมายเลข 2 ออกไปอย่างช้าๆ และระมัดระวัง เพื่อให้ชั้นฟิล์มสุดท้ายสามารถยึดติดเข้ากับพื้นผิวของหน้าจอได้อย่างสมบูรณ์

 

เมื่อดึงเอาชั้นฟิล์มหมายเลข 2 ออกไปเรียบร้อยแล้ว จะเห็นว่าส่วนของจอขอบโค้งทั้งสองด้านยังไม่ได้แนบติดกับตัวฟิล์ม ดังนั้นก็ให้เราใช้นิ้วมือค่อยๆ รูดไปตามแนวขอบโค้ง โดยต้องระวังไม่ให้นิ้วล้ำเข้าไปสัมผัสกับชั้นฟิล์มด้านในจนเกิดเป็นรอยนิ้วมือ หรือคราบฝุ่นที่ไม่สวยงาม

 

เมื่อติดตั้งฟิล์มกันรอยทั้งในส่วนของจอแบน และจอโค้งเรียบร้อยดีแล้ว ก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ ซึ่งจะเห็นว่าขั้นตอนต่างๆ นั้นไม่ยากแต่อย่างใด แค่ต้องอาศัยความระมัดระวังเล็กน้อยเท่านั้น และแผ่นฟิล์มกันรอยนี้มีความสวยงามโค้งรับกับหน้าจอของ Samsung Galaxy S7 edge ได้อย่างพอดิบพอดี ดูเผินๆ แล้วเหมือนไม่ได้ติดฟิล์มเลยทีเดียว

 

ทดสอบฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair

หลังจากที่ได้ติดตั้งฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair เข้ากับหน้าจอของ Samsung Galaxy S7 edge เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องนำมาทดสอบใช้งานจริงกันบ้าง โดยขอเริ่มทดสอบที่คุณสมบัติของการลบเลือนรอยขีดข่วนให้จางหายได้เอง (Auto Repair) กันก่อนเป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นจุดขายไฮไลท์ของฟิล์มกันรอยรุ่นนี้ และการทดสอบก็คงต้องหาอุปกรณ์อะไรบางอย่างที่สามารถสร้างรอยขีดข่วนได้ดี ซึ่งอย่างแรกก็คงต้องนึกถึงแปรงขัดรูปแบบต่างๆ ที่ทุกคนคงไม่อยากให้อยู่ใกล้กับหน้าจอของสมาร์ทโฟนเครื่องสุดรักสุดหวงเป็นแน่แท้

 

แปรงขัดชนิดแรกที่จะนำมาทดสอบคือแปรงไนลอน ซึ่งมีขนแปรงที่แข็งกระด้างพอสมควร

 

แปรงขัดชนิดที่สองคือแปรงลวดทองเหลือง ซึ่งมีทั้งความแหลมคม และความแข็งกระด้าง

 

แปรงขัดชนิดที่สามคือแปรงลวดสแตนเลสซึ่งมีความแข็งกระด้างมากที่สุดในกลุ่ม และมีความแหลมคมที่สุดด้วยอีกต่างหาก เราจึงมักจะเห็นใครต่อใครนำไปในงานขัดหนักหลายๆ ประเภท

 

เมื่อทดสอบในระดับแรกด้วยการขัดถูหน้าจอด้วยแปรงไนลอน ก็พบว่าหน้าจอไม่เกิดริ้วรอยใดๆ ให้เห็นแม้แต่น้อย เรียกว่าวัสดุที่แข็งประมาณแปรงไนลอนนี้ไม่สามารถทำอะไรฟิล์มกันรอยนี้ได้

 

ยกระดับความโหดขึ้นมาอีกนิด กับการทดสอบด้วยแปรงลวดทองเหลือง ซึ่งเมื่อลองขัดวนลงไปบนหน้าจอแล้วก็พบว่าสามารถทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้ แต่ด้วยคุณสมบัติของการซ่อมแซมรอยขีดข่วนได้เอง (Auto Repair) จึงช่วยให้พื้นผิวของหน้าจอที่มีรอยขีดข่วน กลับมาสวยใสดังเดิมได้ภายในไม่กี่วินาที เรียกว่าเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์พอสมควร

 

สอบผ่านกับด่านของแปรงลวดทองเหลือกันไปแล้ว สุดท้ายก็ขอทดสอบกับตัวโหดสุดอย่างแปรงลวดสแตนเลสดูบ้างว่าจะได้ผลเป็นอย่างไร ซึ่งหลังจากทดสอบด้วยการขัดถูวนไปบนหน้าจอ ก็พบว่าเกิดรอยขีดข่วนขึ้นชัดเจนกว่าแปรงลวดทองเหลือง และแม้ว่าด้วยคุณสมบัติของการซ่อมแซมรอยขีดข่วนด้วยตนเอง (Auto Repair) ของฟิล์มกันรอยรุ่นนี้จะสามารถช่วยลดเลือนรอยขีดข่วนที่เกิดจากแปรงลวดสแตนเลสนี้ได้บ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมด ยังคงเหลือรอยขีดข่วนให้เห็นบางส่วน อย่างไรก็ดีแปรงลวดสแตนเลสนี้ก็นับว่าเป็นแปรงที่มีความแข็งกระด้าง และแหลมคมมากเป็นพิเศษ เรียกว่าใช้สำหรับงานขัดหนักได้แบบสบายๆ ซึ่งโดยปกติแล้วการใช้งานของเราๆ ท่านๆ ก็คงไม่มีโอกาสได้เจอกับอะไรที่โหดขนาดนี้

 

เมื่อทดสอบกับแปรงไนลอน, แปรงลวดทองเหลือง และแปรงลวดสแตนเลสกันไปแล้ว คราวนี้ก็มาลองกับเหรียญดูบ้าง เพราะบางครั้งเวลาเรานำตัวเครื่องไปใส่ไว้ในกระเป๋า ก็อาจมีโอกาสที่หน้าจอจะไปสัมผัสกับเหรียญที่อยู่ในกระเป๋า ซึ่งก็พบว่าเมื่อหน้าจอโดนเหรียญขูด ก็จะเกิดเป็นรอยขีดข่วนบางๆ ได้บ้างเล็กน้อย แต่รอยขีดข่วนดังกล่าวก็สามารถหายไปได้เองเช่นเดียวกัน

 

อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องโดนกันอยู่เป็นประจำก็คงหนีไม่พ้นพวงกุญแจบ้าน หรือกุญแจรถยนต์ ซึ่งเมื่อลองนำเอาพวงกุญแจมาถูผ่านหน้าจอ ก็อาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนบางๆ ได้บ้าง แต่เพียงครู่เดียวรอยขีดข่วนที่เห็นเหล่านั้นก็หายไป พื้นผิวกลับมาเรียบเนียนสวยใสเหมือนปกติ

 

สำหรับท่านใดที่กังวลว่าหากติดฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair ซึ่งเป็นแบบเต็มจอลงโค้งเช่นนี้แล้ว จะมีผลกับการใส่เคสหรือไม่ คำตอบก็คือไม่มีผลใดๆ เพราะยังสามารถใส่เคสทั่วๆ ไปสำหรับ Samsung Galaxy S7 edge ได้ตามปกติ โดยไม่มีการล้ำ หรือทับกันแต่อย่างใด

 

ส่วนการคุณภาพของการแสดงผล ก็ยังคงมีสีสันที่สดใส, มีความละเอียดคมชัด และมีความสว่างอยู่เช่นเดิม เรียกว่าแทบไม่ต่างไปจากหน้าจอเดิมๆ ก่อนติดตั้งฟิล์มกันรอย

 

แกะกล่องฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Smooth Touch

หลังจากได้แนะนำ และทดสอบฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair กันไปแล้ว ก็ถึงเวลามาแนะนำฟิล์มกันรอยที่น่าสนใจอีกรุ่นอย่าง HI-SHIELD TPU Smooth Touch กันบ้าง โดยจุดสังเกตง่ายๆ ของกล่องฟิล์มกันรอยรุ่นนี้ก็คือป้ายวงกลมขนาดใหญ่ที่มีคำว่า Smooth Touch เขียนไว้อย่างเด่นชัด รวมถึงสติ๊กเกอร์สีขาวบริเวณมุมขวาบนที่ระบุรุ่นของ Samsung Galaxy S7 edge เอาไว้ พร้อมกับพื้นหลังของกล่องที่ออกโทนสีฟ้า-ดำ เรียกว่ามาพิมพ์เดียวกันกับกล่องของฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair ดังนั้นหากต้องการเลือกรุ่นไหน ก็ต้องสังเกตป้ายระบุรุ่นให้ดีเสียก่อน

 

โดยคุณสมบัติเด่นของฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Smooth Touch ที่ระบุเอาไว้ที่ด้านหน้ากล่อง และด้านหลังกล่อง นั้นประกอบไปด้วย

- ผิวสัมผัสที่ลื่น (Smooth Touch)
- เป็นฟิล์มแบบ TPU ที่โค้งเต็มจอ และไม่เผยอ (Full Coverage)
- เทคโนโลยีการเคลือบผิวที่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้ (Scratch Resistant Coating)
- ป้องกันหน้าจอจากแรงกระแทก (Anti-Shock)
- มีความใสของฟิล์มในระดับสูง ซึ่งช่วยให้มีการแสดงผลที่คมชัด, มีความสว่าง และมีสีสันที่สดใส (Super Clear & High Definition)
- รีดฟองอากาศได้ง่าย (Easy to Remove Bubble)
- ติดตั้งได้ง่าย และเนื้อฟิล์มไม่ย้วยเมื่อต้องมีการลอกมาแก้ไขใหม่ (Easy Installation)

ส่วนราคาปัจจุบันของฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Smooth Touch นั้นจะอยู่ที่ 890 บาท เช่นเดียวกับรุ่น TPU Auto Repair

 

อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่องของฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Smooth Touch นั้นมีความครบถ้วนเช่นเดียวกับในกล่องของฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair ผู้ซื้อจึงสามารถนำไปติดตั้งเองได้ทันทีโดยไม่ต้องหาอุปกรณ์เพิ่มเติมแต่อย่างใด โดยประกอบไปด้วย

 

ฟิล์มกันรอยแบบ Smooth Touch สำหรับติดตั้งกับหน้าจอ ซึ่งเป็นฟิล์มที่โค้งเต็มจอ

 

ฟิล์มกันรอยสำหรับติดตั้งที่ด้านหลังของตัวเครื่อง แต่เป็นฟิล์มที่ไม่เต็มพื้นที่ด้านหลัง

 

แผ่นสติ๊กเกอร์ซับฝุ่น และแผ่นสติ๊กเกอร์ช่วยติดฟิล์ม

 

ผ้าชุบแอลกอฮอล์สำหรับเช็ดทำความสะอาดหน้าจอ

 

ผ้าไมโครไฟเบอร์คุณภาพสูง

 

และแผ่นแข็งสำหรับรูดฟิล์ม

 

ติดตั้งฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Smooth Touch

สำหรับวิธีการติดตั้งฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Smooth Touch นั้นมีขั้นตอนที่ง่ายๆ เหมือนกับการติดตั้งฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair ทุกประการ ทุกท่านสามารถเลื่อนย้อนขึ้นไปดูรายละเอียดที่ด้านบนได้ โดยเมื่อติดตั้งฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Smooth Touch เข้ากับหน้าจอของ Samsung Galaxy S7 edge เรียบร้อยแล้ว ก็จะมีหน้าตาสวยๆ งามๆ ดูดีมีความพรีเมียมไม่แพ้กัน

 

ตัวของแผ่นฟิล์มมีรูปทรงที่เข้ากันได้พอดีกับจอขอบโค้งของ Samsung Galaxy S7 อีกทั้งมีความบางเฉียบเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งช่วยให้ดูมีความกลมกลืนสวยงามลงตัวราวกับเป็นชิ้นส่วนเดียวกัน และไม่มีอาการเผยอให้เห็น

 

แน่นอนว่าฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Smooth Touch รุ่นนี้นั้นมีผิวสัมผัสที่เรียบลื่นมากเป็นพิเศษ เรียกว่าแค่สัมผัสก็รู้สึกลื่นแตกต่างจากฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair อย่างเห็นได้ชัด เพราะผิวสัมผัสของรุ่น Auto Repair นั้นจะมีความหนืดอยู่บ้าง

 

คุณภาพของการแสดงผลหลังจากติดตั้งฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Smooth Touch ก็เรียกได้ว่ายังคงมีความคมชัด, มีความสว่าง และมีสีสันที่สดใส ไม่แพ้หน้าจอเดิมๆ ก่อนติดตั้งฟิล์ม

 

สรุปการใช้งานฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair และ TPU Smooth Touch สำหรับ Samsung Galaxy S7 edge

กับราคาค่าตัวเท่ากันที่ 890 บาท ของฟิล์มกันรอยทั้งสองรุ่นนี้ ผู้ใช้งาน Samsung Galaxy S7 edge หลายท่านก็อาจจะเกิดคำถามว่าควรเลือกซื้อรุ่นไหนดี ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงต้องขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน หรือความชอบของแต่ละท่านเป็นสำคัญ เพราะฟิล์มกันรอยทั้งสองรุ่นนี้มีจุดขายที่ต่างกันค่อนข้างชัดเจน โดยฟิล์มกันรอย HI-SHIELD รุ่น TPU Auto Repair นั้นเหมาะกับผู้ใช้งานที่มักจะต้องใช้งานสมาร์ทโฟนแบบลุยๆ หรือแบบสมบุกสมบันอยู่เป็นประจำ รวมถึงอาจเป็นคนที่ใช้งานสมาร์ทโฟนไม่ค่อยระวัง เพราะผู้ใช้งานประเภทนี้มีโอกาสที่จะมีสิ่งของมาขูดขีด หรือกระทบกระทั่งกับหน้าจอได้บ่อยครั้งกว่าผู้ใช้งานทั่วๆ ไป ดังนั้นการเลือกใช้ฟิล์มกันรอยรุ่น TPU Auto Repair นั้นนับว่าถูกต้อง เพราะแม้จะโดนอะไรมาขีดข่วน หากไม่หนักหนาสาหัสจริงๆ ก็ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องรอยขนแมวบนหน้าจออีกต่อไป

ส่วนฟิล์มกันรอย HI-SHIELD รุ่น TPU Smooth Touch แม้ว่าจะซ่อมแซมรอยขีดข่วนด้วยตัวเองไม่ได้เหมือนกับรุ่น TPU Auto Repair แต่ก็มีจุดขายที่หาไม่ได้ในรุ่น TPU Auto Repair ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือผิวสัมผัสอันเรียบลื่นเป็นพิเศษ เพราะหากได้ลองสัมผัสพื้นผิวของฟิล์มกันรอยทั้งสองรุ่นนี้เปรียบเทียบกันดูแล้ว รุ่น TPU Smooth Touch นั้นลื่นมือ และสไลด์นิ้วได้คล่องแคล่วมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะพื้นผิวของรุ่น TPU Auto Repair นั้นออกจะหนืดๆ มืออยู่สักหน่อย สรุปง่ายๆ ก็คือ หากใครอยากได้พื้นผิวที่เนียนใสไร้รอยขีดข่วน และใช้งานได้แบบไม่ต้องระวังมาก ก็ให้เลือกรุ่น TPU Auto Repair ส่วนใครอยากได้พื้นผิวที่เรียบลื่น และสไลด์นิ้วได้คล่องๆ ก็ให้เลือกรุ่น TPU Smooth Touch นั่นเอง

แต่ที่แน่ๆ คือฟิล์มกันรอยทั้งสองรุ่นนี้นั้นมีคุณสมบัติเด่นอะไรหลายๆ อย่างที่ถอดแบบกันมา ราวกับเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน ตั้งแต่ดีไซน์กล่องที่สวยทันสมัยเหมือนกัน, เป็นฟิล์มที่ติดแล้วเต็มจอลงโค้งดูสวยงาม, เทคโนโลยีการเคลือบผิวที่ป้องกันรอยขีดข่วนได้ (รุ่น TPU Auto Repair ป้องกันได้มากกว่า), การแสดงผลที่คมชัดสีสันสดใส, ป้องกันหน้าจอจากแรงกระแทกได้ในระดับหนึ่ง, ติดตั้งเองได้ง่าย, รีดฟองอากาศได้ง่าย และเนื้อฟิล์มไม่ย้วย สุดท้ายนี้หากท่านใดสนใจจับจองเป็นเจ้าของฟิล์มกันรอย HI-SHIELD TPU Auto Repair และ TPU Smooth Touch ก็สามารถแวะไปสอบถามที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านท่านได้นะครับ สำหรับวันนี้ทีมงานคงต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสต่อไป สวัสดีครับ

 

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

- รีวิว HI-SHIELD 3D Strong Max for iPhone 7 กระจกนิรภัยกันรอยเต็มจอลงโค้งสุดแกร่งรุ่นพรีเมียมสำหรับ iPhone 7
- รีวิว Samsung Galaxy S7 edge
- รีวิว Samsung Galaxy S7
- พรีวิว Samsung Galaxy S7 edge และ Galaxy S7

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

 



วันที่ : 1/12/59


  แสดงความคิดเห็นที่นี่
ชื่อผู้โพสต์  (สมาชิกlogin ที่นี่) / สมัครสมาชิก
*
รายละเอียด
*

 
           Tags | More Smiles
ใส่ปี พ.ศ. ปัจจุบัน   ใส่เฉพาะปี พ.ศ. 4 ตัวเท่านั้น  
 


พรชัย  (Guest)
 
 ความคิดเห็นที่ 1 Quote
ห่วยมาก บอกตรงๆเลย

โทรไปแจ้ง เซลที่ดูแลเขตสาทร
ให้มารับของเคลมแม่งบอกไปเป็นปีแล หายเงียบเลย
ติดต่อกลับมาได้เลยรอส่งเคลมอยู่ 0643239369

อย่าพูดดีแต่ตอนขายเพราะได้เงินไปแล้ว


 โพสต์เมื่อ 01/12/2016  เวลา 14:26      โหวตให้ (1)  โหวตลบ  











    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com