ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 28/01/2021


 

รีวิว (Review) Vivo Y31

สมาร์ทโฟนสาย Portrait แบตใหญ่ เมมเยอะ จอสวยคมชัด สเปกครบสดใหม่ ในราคาเบาๆ ด้วยกล้อง AI Triple Camera 48 ล้านพิกเซล ถ่ายบุคคลสวยสั่งได้ พร้อมจอ Halo FullView FHD+ ใหญ่ 6.58 นิ้ว, ชิปเซ็ต Snapdragon 662, RAM 8GB+ROM 128GB, แบตเตอรี่ชาร์จไว 18W จุใจ 5000 mAh และเซนเซอร์สแกนนิ้วด้านข้าง บนตัวเครื่อง 3D Dazzling Colors สวยเด่นเปล่งประกาย ในราคา 7,499 บาท

28 มกราคม 2021 - เพิ่มก้าวเข้าสู่ปี 2021 ไม่ทันไร ก็เริ่มมีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ เปิดตัวออกมากันแล้ว ซึ่งรุ่นล่าสุดที่เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อวันที่ xx มกราคมที่ผ่านมา ก็คือ Vivo Y31 ที่พร้อมสานต่อความสำเร็จในตลาดระดับกลางของมือถือตระกูล Y ในปีนี้ครับ

Vivo Y31 เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่เน้นคุณสมบัติด้านการถ่ายรูปแบบ Portrait บนคุณสมบัติที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ทุกรูปแบบ บนตัวเครื่องที่มีดีไซน์เพรียวบาง และมีน้ำหนักไม่มาก ฝาหลังของตัวเครื่องมีพื้นผิวแบบ Dazzling Color 3D ที่ดูเงางามมีมิติ และไล่เฉดสีจากเข้มไปอ่อน ให้ความรู้สึกพรีเมียมน่าใช้งาน หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ Halo FullView Display ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ สามารถถ่ายทอดคอนเทนต์ความบันเทิงได้อย่างเต็มอรรถรส

Vivo Y31 มีหัวใจการประมวลผลเป็นชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 662 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตระดับกลางที่เปิดตัวออกมาเมื่อต้นปี 2020 จึงถือว่ายังไม่เก่าจนเกินไป ตัวชิปมีประสิทธิภาพอยู่กึ่งกลางระหว่าง Snapdragon 660 และ Snapdragon 665 มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุด 2.0 GHz และมากับหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 610 แต่ที่พิเศษสำหรับสมาร์ทโฟน Vivo คือมีเทคโนโลยี Multi-Turbo 4.0 มาช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานให้ราบรื่นยิ่งขึ้น ช่วยรีดพลังของชิปเซ็ตออกมาได้มากกว่าเดิม เมื่อประสานการทำงานกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8 GB แล้ว จึงมีประสิทธิภาพสูงพอที่จะรับมือกับการใช้งานทั่วไปได้ทุกรูปแบบ และเล่นเกมส่วนใหญ่บน Play Store ได้

 

ไฮไลท์สำคัญของ Vivo Y31 คือคุณสมบัติการถ่ายรูปด้วยชุดกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ที่เอื้อต่อการถ่ายภาพแนว Portrait โดยมีกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ประกบด้วยกล้อง Macro สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้ และกล้อง Depth (Bokeh) สำหรับวัดระยะชัดลึก โดยมากับโหมดบิวตี้ที่ปรับแต่งได้อย่างละเอียด และลูกเล่นต่างๆ ที่ช่วยสร้าง Mood & Tone ให้กับภาพได้อย่างอิสระ อีกทั้งยังมี Super Night Mode สำหรับถ่ายภาพกลางคืน และระบบกันสั่น Ultra Stable Video ให้ใช้งาน ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ก็สามารถถ่ายทอดความสวยของใบหน้าออกมาได้อย่างโดดเด่นเช่นกัน

 

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Vivo Y31 คือแบตเตอรี่ที่มีความจุ 5,000 mAh พร้อมรองรับระบบชาร์จความเร็วสูง 18W ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C จึงใช้งานได้อย่างต่อเนื่องยาวนานโดยไม่ต้องชาร์จบ่อย หรือถ้าจำเป็นต้องชาร์จ ก็ใช้เวลาไม่นาน นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีหน่วยความจำ ายใน (ROM) ขนาดใหญ่กำลังดีที่ 128 GB ที่สามารถเพิ่มหน่วยความจำด้วย microSD Card ได้สูงสุดถึง 1TB จึงเก็บรูปถ่าย และไฟล์ได้อย่างจุใจ ไม่ต้องกลัวเนื้อที่ไม่พอ

 

จากคุณสมบัติที่กล่าวมา นับว่า Vivo Y31 เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนระดับกลางที่น่าสนใจในช่วงนี้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ชอบถ่ายรูปแนว Portrait สำหรับรายละเอียดการใช้งานด้านอื่นๆ เราไปดูกันต่อใน รีวิว Vivo Y31 โดยทีมงาน Thaimobilecenter กันได้เลยครับ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Vivo Y31 มาในดีไซน์หน้าจอรอยบากทรงหยดน้ำแบบ Halo FullView Display โดยเป็นหน้าจอแสดงผลประเภท IPS LCD อัตราส่วน 20:9 กว้าง 6.58 นิ้ว มีความละเอียดสูงสุดระดับ FHD+ (2408x1080 พิกเซล)  ส่วนที่ขอบด้านบนของหน้าจอเป็นกล้องดิจิทัลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.8 โดยหน้าจอมีการติดฟิล์มกันรอยมาให้จากโรงงาน


ฝาหลังของ Vivo Y31 เป็นโพลีคาร์บอเนตขัดเงาแบบ Dazzling Color 3D ที่ดูเงาวาว และไล่เฉดสีจากเข้มไปอ่อน ซึ่งจะแสดงให้เห็นตามมุมตกกระทบของแสง สำหรับเครื่องที่เรานำมารีวิวในครั้งนี้เป็นสี Racing Black

สำหรับกล้องหลังของ Vivo Y31 เป็นชุดกล้อง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย :

- กล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.79
- กล้อง Bokeh (Depth) ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร


ปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียงจะอยู่ที่ด้านขวาของตัวเครื่อง โดยปุ่ม Power จะทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย


ใต้ตัวเครื่องมีช่องลำโพง, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟน และช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร


ส่วนด้านบนมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และช่องใส่ซิมการ์ด


ถาดใส่ซิมของ Vivo Y31 เป็นแบบ Triple-Slot ที่สามารถใส่ซิมการ์ดได้ 2 ซิม พร้อมกับการ์ดหน่วยความจำ microSD ได้พร้อมๆ กัน โดยไม่ต้องเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง


สำหรับอุปกรณ์ในกล่อง ประกอบด้วยคู่มือการใช้งาน, เคสใส, อแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่, สาย USB Type-C, หูฟัง และเข็มจิ้มซิม


เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์

Vivo Y31 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 11 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ครอบทับด้วย Funtouch OS 11 ซึ่งมีการปรับปรุงดีไซน์ของอินเทอร์เฟซให้ดูเรียบง่าย และเป็นระเบียบยิ่งขึ้นในสไตล์ Flat Art


เมื่อปัดนิ้วจากด้านบนลงมาจะเป็นการเปิด แผงแจ้งเตือน โดยมีทางลัดสำหรับการตั้งค่าที่ใช้บ่อยๆ เช่น Wi-Fi, โหมดเงียบ, Bluetooth, หมุนจออัตโนมัติ, ปรับความสว่างหน้าจอ เป็นต้น และมีฟังก์ชั่นการบันทึกวิดีโอหน้าจอมาให้ด้วย ส่วนด้านล่างจะแสดงแถบแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันต่างๆ


หากปัดนิ้วลงมาอีกครั้งจะเป็นการขยายเมนูทางลัด เมื่อกดที่ไอคอนรูปปากกาและกระดาษที่มุมซ้ายล่าง จะเข้าสู่เมนู แก้ไข โดย เราสามารถเลือกไอคอนการตั้งค่าที่เราต้องการเข้ามาไว้ในแผงการแจ้งเตือนได้ตามใจชอบ


เมื่ออยู่ที่หน้าจอเริ่มต้น หากปัดนิ้วจากขอบจอด้านล่างขึ้นมาจะเป็นการเปิดหน้า ลิ้นชัก ซึ่งจะแสดงรายการแอปพลิเคชันทั้งหมดที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง


สำหรับแอปพลิเคชันของ Google ที่ติดตั้งมาในเครื่องก็เป็นเวอร์ชั่นใหม่เช่นกัน และมีแอปพลิเคชันใหม่อย่าง YT Music และ Google One ด้วย


สำหรับฟังก์ชันสำคัญอย่างการโทร ยังคงมีหน้าอินเตอร์เฟซที่สะอาดเรียบง่าย และไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเวอร์ชันก่อนมากนัก


เมื่อกดค้างลงบนพื้นที่ว่างบนหน้าจอหลัก จะมีเมนูสำหรับการปรับแต่งหน้าจอปรากฏขึ้น ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าเกี่ยวกับหน้าจอเริ่มต้น, เปลี่ยนภาพพื้นหลัง และวิดเจ็ตได้


หากรู้สึกเบื่อกับหน้าจอเดิมๆ เราสามารถเข้าไปยัง ธีม เพื่อดาวน์โหลดภาพพื้นหลัง, ธีม และรูปแบบอักษรใหม่ๆ ได้ มีทั้งที่ดาวน์โหลดฟรี และแบบเสียเงิน โดยจะมีราคาแจ้งไว้ชัดเจนทุกรายการ


ในส่วนการตั้งค่าหน้าจอ ยังมี ธีมมืด ที่จะเปลี่ยนโทนสีของหน้าจอให้มืดลง ช่วยถนอมสายตาเมื่อใช้งานในเวลากลางคืน


หากรู้สึกว่าสีสันบนหน้าจอไม่ตรง หรือไม่ถูกใจ สามารถเข้ามาปรับแต่งได้เองในหน้าการตั้งค่า


หรือถ้ารู้สึกว่าตัวอักษรเล็กเกินไป มองไม่ค่อยเห็น ก็สามารถเข้ามาปรับขนาดได้เช่นกัน


และยังเลือกซื้อฟอนต์ใหม่ๆ ในร้านค้าธีมมาใช้งานได้ด้วย โดยจะมีราคาอยู่ที่ 15-55 บาท


นอกจากการตั้งค่าหน้าจอทั่วไปแล้ว Vivo Y31 ยังมีฟีเจอร์การรักษาหน้าจอ หรือ Screen Saver คล้ายกับฟังก์ชัน Always On Display ของสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ โดยเลือกได้ว่าจะให้แสดงเป็นนาฬิกา หรือภาพสไลด์จาก Google Photos ครับ


ในด้านความปลอดภัย Vivo Y31 รองรับทั้งการสแกนใบหน้าและลายนิ้วมือ โดยตำแหน่งของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่ปุ่ม Power ทางขวาของตัวเครื่อง เหมาะกับการสแกนด้วยนิ้วโป้งครับ



Vivo Y31 มีแอปพลิเคชัน iManager สำหรับปรับปรุงสมรรถนะของตัวเครื่องให้รวดเร็วอยู่เสมอ โดยสามารถล้างข้อมูลที่ไม่จำเป็น, สแกนไวรัส, ตรวจสอบการใช้ข้อมูลเน็ต, จัดการแอปพลิเคชัน และอื่นๆ  เมื่อเปิดแอปขึ้นมา ตัวแอปจะตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบทันที หากผลการประเมินต่ำกว่า 100 เราสามารถสั่งให้ระบบจัดการโดยอัตโนมัติได้ในปุ่มเดียว ซึ่งใช้เวลาจัดการเพียงครู่เดียวเท่านั้น

 

ในเมนู ล้างพื้นที่ จะแสดงการใช้งานหน่วยความจำภายใน และตัวเลือกในการล้างข้อมูลที่ไม่จำเป็น เมื่อกดปุ่ม ล้างข้อมูล ทั้งหมด ระบบจะลบไฟล์ขยะทั้งหมดทันที การลบไฟล์เหล่านี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของตัวเครื่องแต่อย่างใด


ในเมนู การตรวจสอบความปลอดภัย จะเป็นการสแกนหาช่องโหว่ในระบบ และมัลแวร์ต่างๆ


ในเมนู ปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ต จะแสดงปริมาณดาต้าอินเทอร์เน็ตที่เราใช้ไปทั้งหมด ทั้งแบบ LTE และ Wi-Fi พร้อมทั้งแสดงสถิติการใช้ปริมาณดาต้าของแต่ละแอปพลิเคชันด้วย


เมนู แอปและการแจ้งเตือน เป็นเมนูการจัดการเกี่ยวกับแอปพลิเคชันต่างๆ รวมถึงแสดงสถิติการใช้งาน และระยะเวลาที่ใช้ไปในแต่ละวัน


นอกจากเมนูหลักข้างต้นแล้ว ยังมีเมนูอื่นๆ ใน เครื่องมือยูทิลิ ตี้ ให้ใช้งานด้วย ซึ่งเมนูการตั้งค่าของ Ultra Game Mode จะอยู่ในนี้


Ultra Game Mode คือฟีเจอร์สนับสนุนการเล่นเกมของ Vivo ที่นอกจากจะปิดกั้นการแจ้งเตือน และการโทรระหว่างเล่นได้แล้ว ยังตั้งค่าการสั่น และคุณภาพเสียงเอฟเฟกต์ในเกมได้ด้วย


โหมด E-Sport จะเป็นโหมดที่ Vivo ใช้ในการแข่งขัน E-Sport เกม RoV โดยจะปิดกั้นการแจ้งเตือน, ปิดเกสเจอร์ท่าทาง และล็อคความสว่างหน้าจอ เพื่อให้การเล่นเกมถูกรบกวนน้อยที่สุด


แอปพลิเคชันแกลเลอรีของ Vivo Y31 นอกจากจะใช้ดูรูปภาพแล้ว ยังมีลูกเล่นแต่งภาพให้ใช้งานเยอะมาก  โดยทำได้แทบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นคร็อปตัด, หมุน, ใส่ฟิลเตอร์, ปรับความเบลอ, ใส่เอฟเฟกต์ต่างๆ เป็นต้น


ฟังก์ชั่นหนึ่งที่น่าสนใจคือ ยางลบวัตถุ ที่ช่วยให้เราลบวัตถุออกจากภาพได้อย่างง่ายดาย


เท่าที่ได้ทดลองใช้ ฟังก์ชั่นนี้ยังลบวัตถุไม่แนบเนียนเท่าไหร่ แนะนำว่าควรใช้ลบวัตถุในฉากที่มีรายละเอียดไม่ซับซ้อนเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นครับ


ด้านความบันเทิง Vivo Y31 มีแอปพลิเคชันสำหรับฟังเพลงติดตั้งมาให้แล้ว ซึ่งก็มีอินเทอร์เฟซการใช้งานที่เข้าใจได้ไม่ยาก และมีฟังก์ชันการใช้งานครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นตั้งค่าการสับเปลี่ยนเพลง, วนซ้ำ, ดูเพลย์ลิสต์, ตั้งเป็นเสียงเรียกเข้า เป็นต้น


ขณะเดียวกัน ยังมีเอฟเฟกต์เสียง DeepField ที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับเสียงเพลง, เพิ่มเบส และปรับ Equalizer ได้


สำหรับการเล่นไฟล์วิดีโอก็มีเครื่องเล่นของตัวเองติดตั้งมาให้แล้วเช่นกัน โดยมีปุ่มลัดในการล็อกการสัมผัสหน้าจอ (รูปแม่กุญแจทางซ้าย), ภ่ายสกรีนช็อต (ปุ่มสี่เหลี่ยมทางขวา), เปิดหน้าตางลอย (ไอคอนสี่เหลี่ยมมุมซ้ายล่าง) และ แผงควบคุมทั่วไป ส่วนการตั้งค่าอื่นๆ จะอยู่ที่ไอคอนไข่ปลา 3 จุดมุมขวาบน


ในเมนูการตั้งค่าเพิ่มเติม จะมีให้ปรับความสว่างของจอ, ปรับสัดส่วนภาพ, ปรับความเร็วในการเล่น และเปิด/ปิดซับไตเติ้ล (เฉพาะวิดีโอที่มีซับไตเติ้ลติดมา)


สำหรับการเล่นเกม Vivo Y31 มี Ultra Game Mode ช่วยเร่งประสิทธิภาพของตัวเครื่องขณะเล่นเกม และปิดกัเนการแจ้งเตือนต่างๆ สามารถตั้งค่าแยกแต่ละเกมได้อย่างละเอียด และเพิ่มแอปพลิเคชันที่ไม่ใช่เกมเข้ามาใน Ultra Game Mode เพื่อใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ได้ด้วย


ขณะเล่นเกม เราสามารถเรียกเมนูลัดออกมาได้ด้วยการลากนิ้วจากขอบจอด้านซ้ายไปทางขวา เพื่อตั้งค่าการปิดกั้นระหว่างเล่นเกมได้อย่างรวดเร็ว


ในการทดสอบประสิทธิภาพการเล่นเกมของ Vivo Y31 ทางทีมงานได้เลือกทดสอบด้วยเกม 3 เกม ได้แก่ LoL : Wild Rift, PUBG Mobile และ Sky โดยตั้งค่ากราฟิกของตัวเกมไว้ดังนี้ :


การตั้งค่าเกม LoL : Wild Rift


การตั้งค่าเกม PUBG Mobile


การตั้งค่าเกม Sky


หลังจากที่ทางทีมงานได้ลองเล่นทั้ง 3 เกมอย่างต่อเนื่องราว 2 ชั่วโมงบน Vivo Y31 สามารถบอกได้ว่าสมรรถนะของ Vivo Y31 นั้นเป็นไปตามความคาดหมายของทีมงาน สามารถรันเกมทั่วไปที่มีกราฟิกระดับกลางๆ ได้อย่างน่าพอใจ โดยเล่น LoL : Wild Rift แบบเฟรมเรตสูงได้อย่างราบรื่น สนุกกับตัวเกมได้เต็มที่โดยไม่มีอาการเฟรมเรตตกให้รำคาญ ส่วนเกมที่มีกราฟิกสูงขึ้นมาหน่อยอย่าง PUBG Mobile สามารถเล่นเกมที่ระดับกราฟิกสมดุลได้โดยมีเฟรมเรตอยู่ที่ประมาณ 30 และตอบสนองต่อการควบคุมได้ทันใจ หันซ้าย-หันขวาอย่างรวดเร็วได้โดยไม่กระตุก แต่สำหรับเกมที่มีกราฟิกค่อนข้างสูงอย่าง Sky ยังแสดงผลโมเดลความละเอียดสูงไม่ได้ และมีเฟรมเรตต่ำ ถึงแม้จะพอเล่นได้แต่ก็ไม่สนุกเท่าที่ควร ส่วนเรื่องความร้อนขณะเล่นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด โดยรวมแล้ว Vivo Y31 จึงเหมาะกับการเล่นเกมที่มีกราฟิกระดับกลางๆ มากกว่าครับ


Vivo Y31 ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 662 แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.0 GHz มีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610, หน่วยความจำแรม RAM ขนาด 8 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128 GB


Vivo Y31 วัดค่า benchmark จากแอปพลิเคชัน GeekBench 5 ในส่วน Single-Core ได้ 315 คะแนน และ Multi-Core 1412 คะแนน และจากแอปพลิเคชัน 3DMark ในชุดทดสอบ Sling Shot ได้ 1855 คะแนน


สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง Vivo Y31 นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor ส่วนหน้าจอแสดงผลรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


ระบบ GPS สามารถจับสัญญาณดาวเทียมในที่กลางแจ้งได้ดี โดยจากภาพตัวอย่างจะเห็นว่าจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 56 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 3 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพอากาศด้วย ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่และช่วงเวลา


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

การถ่ายรูปเป็นจุดเด่นสำคัญของ Vivo Y31 โดยมีระบบ AI ระบุฉากที่จะวิเคราะห์ และปรับแต่งรูปให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ รองรับการถ่ายรูปแบบโบเก้ (ละลายหลัง) และแบบมาโคร แต่ไม่มีกล้อง Ultra Wide พร้อมด้วยเอฟเฟกต์บิวตี้ที่ปรับแต่งได้อย่างละเอียด และโหมดกลางคืน Super Night Mode เป็นต้น

สำหรับกล้องด้านหลังของ Vivo Y31 เป็นชุดกล้อง 3 ตัว (AI Triple Camera) ซึ่งประกอบไปด้วย :

- กล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.79
- กล้อง Bokeh (Depth) ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร


ในโหมด ถ่ายภาพ (โหมดอัตโนมัติ) จะมีเมนูให้เปิดใช้มุมมอง ซูเปอร์มาโคร เพื่อถ่ายภาพระยะประชิด และเปิดเอฟเฟกต์ โบเก้ เพื่อถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งโหมดโบเก้จะทำให้เราถ่ายรูปแบบหน้าชัดหลังเบลอได้กับตัวแบบทุกประเภท ไม่จำเป็นต้องเป็นคน และเรายังปรับระดับความเบลอของฉากหลังได้ด้วย


โหมด กลางคืน หรือ Super Night Mode ช่วยให้เราถ่ายรูปในที่แสงน้อยได้สว่างชัดเจนขึ้นโดยไม่ต้องใช้แฟลชหรือขา ตั้งกล้อง โดยจะใช้เวลาประมวลผลภาพนานขึ้นเล็กน้อย (ประมาณ 2 วินาที) ซึ่งระหว่างนี้เราจะต้องถือสมาร์ทโฟนเอาไว้นิ่งๆ เพื่อไม่ให้ภาพเบลอ และที่น่าสนใจคือมีลูกเล่น สไตล์ ที่เป็นฟิลเตอร์สำหรับภาพถ่ายกลางคืนให้ใช้ 4 แบบ ช่วยเปลี่ยนภาพถ่ายให้มีอารมณ์ และเรื่องราวที่น่าสนใจยิ่งขึ้น


โหมด ภาพคน สำหรับถ่ายรูป Portrait แบบหน้าชัดหลังเบลอ สามารถปรับบิวตี้ได้ 100 ระดับ ซึ่งปรับได้อย่างละเอียดตั้งแต่สีผิวไปจนถึงรูปทรงของจุดต่างๆ บนใบหน้า และยังเลือกให้ AI ปรับความงามของตัวแบบตามเพศได้ด้วย


ในโหมด โปร เราสามารถตั้งค่ากล้องได้ด้วยตนเอง ได้แก่ค่า ISO (สูงสุด 3200), Shutter Speed (1/12000-32s), ชดเชยแสงได้สูงสุด ±3 และ White Balance เหมาะสำหรับผู้ที่มีทักษะการถ่ายรูปอยู่แล้ว


ในโหมด AI 48 MP เป็นโหมดที่ทำให้ถ่ายรูปเต็มความละเอียด 48 ล้านพิกเซลได้ แต่จะไม่สามารถเปิดออปชันเสริมใดๆ ได้


กล้องหน้าของ Vivo Y31 มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง f/1.8 สามารถใช้โหมดภาพถ่าย (อัตโนมัติ) และภาพคน (โบเก้) ได้ แต่ใช้โหมด Super Night ไม่ได้ ฟีเจอร์ที่น่าสนใจสำหรับการเซลฟี่คือ ท่าทาง ที่จะช่วยแนะนำการโพสท่าให้เราได้หลากหลายรูปแบบ


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ความละเอียด 48+2+2 ล้านพิกเซล

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดบุคคล (Portrait)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Super Macro


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Super Night

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด AI 48MP


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล


สรุปผลการทดสอบของ Vivo Y31

หลังจากที่เราได้ลองใช้งาน Vivo Y31 มาพอสมควร ก็สามารถบอกได้ว่า Vivo Y31 มีประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับที่น่าพอใจ สามารถใช้งานได้แบบไม่ติดขัด ไม่ว่าจะเป็นการโทร วิดีโอคอล เล่นเน็ต หรือเล่นโซเชียล ก็สามารถทำได้อย่างราบรื่น แม้จะไม่ได้โดดเด่นมากนักเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในระดับราคาเดียวกัน แต่ก็เพียงพอที่จะตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์

ในด้านความบันเทิง Vivo Y31 สามารถเล่นเกมส่วนใหญ่บน Google Play Store ที่มีกราฟิกระดับกลางๆ ได้ เกมยอดนิยมบางเกมสามารถรันกราฟิกในระดับสูงได้เช่น LoL : Wild Rift ที่เปิดเฟรมเรตสูง (60fps) ได้ จึงสนุกกับเกมได้เต็มที่ไม่มีสะดุด ส่วนเกมที่มีกราฟิกสูงขึ้นมาอีกอย่าง PUBG Mobile ก็ยังเล่นได้ที่ระดับกราฟิกสมดุล โดยมีเฟรมเรตที่น่าพอใจ แต่เกมที่ต้องการพลังการประมวลผลกราฟิกสูงๆ อย่าง Sky ที่มีฉากกว้างมาก และมีเอฟเฟกต์แสงตลอดการเล่น จะมีเฟรมเรตค่อนข้างต่ำ และมีความละเอียดของโมเดลต่ำอย่างเห็นได้ชัด โดยรวมแล้วถือว่ายังพอเล่นได้แต่อาจจะไม่สนุกเท่าที่ควร แม้จะมีระบบ Multi-Turbo 4.0 มาช่วยแล้วก็ตาม ดังนั้น Vivo Y31 จึงเหมาะกับการเล่นเกมฆ่าเวลา หรือเกมที่นิยมเล่นกันทั่วๆ ไปมากกว่า ไม่เหมาะกับการเล่นแบบจริงจังเท่าใดนัก

สำหรับคุณสมบัติด้านการถ่ายรูปของ Vivo Y31 นั้นไม่ทำให้เราผิดหวัง กล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ของ Vivo Y31 สามารถถ่ายรูปแนว Portrait ได้สวยงามน่าประทับใจ โดยเบลอฉากหลังได้อย่างแนบเนียน และมีระบบ AI Beauty ที่เสริมแต่งใบหน้าของตัวแบบได้อย่างสวยงามเป็นธรรมชาติ แม้จะถ่ายภายใต้แสงไฟสลัว ก็ยังสว่างชัดเจน โดยรวมแล้วนับว่าทำได้ดีมากสำหรับสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 8,000 บาท และน่าจะถูกใจผู้ที่ชอบถ่ายรูปแนว Portrait อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพด้วยโหมดภาพถ่ายบุคคล (Portrait) อย่างต่อเนื่อง ซอฟต์แวร์จะมีอาการหน่วงจนจับภาพลำบาก อาจเป็นเพราะชิปเซ็ต Snapdragon 662 ยังมีพลังไม่มากพอสำหรับการประมวลผลภาพถ่ายละลายหลังอย่างต่อเนื่อง จึงควรเว้นระยะการกดชัตเตอร์อย่างน้อย 2-3 วินาที

อีกโหมดหนึ่งที่น่าสนใจในการถ่ายภาพคือโหมดกลางคืน หรือ Super Night Mode ซึ่งมีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ มีการเฉลี่ยแสง-เงาในภาพได้ค่อนข้างดี แต่บางครั้งก็ยังดึงรายละเอียดในจุดที่สว่างออกมาได้ไม่เต็มที่ อย่างไรก็ดี ในโหมดนี้มีลูกเล่นการใส่ฟิลเตอร์พิเศษที่ช่วยให้รูปถ่ายกลางคืนดูน่าสนใจยิ่งขึ้น และยังใช้ง่ายมากอีกด้วย

ถึงแม้ Vivo Y31 จะมีคุณสมบัติการถ่ายภาพโดยรวมที่โดดเด่น แต่กลับไม่มีกล้อง Ultra Wide ติดตั้งมาในชุดกล้องหลัง จึงไม่เหมาะกับการถ่ายรูปแนวทิวทัศน์ (Landscape) ที่ต้องใช้มุมมองกว้างๆ ใครที่ไม่ได้ถ่ายรูปแนวนี้อยู่แล้วก็อาจจะมองข้ามจุดนี้ไปได้ แต่ถ้าชอบถ่ายแนวทิวทัศน์ด้วย หรือต้องการกล้องที่ถ่ายได้ครบทุกมุมมอง Vivo Y31 อาจยังไม่ตอบโจทย์เท่าใดนัก

 

ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น Vivo Y31 เป็นสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 8,000 บาทที่ถ่ายรูปแนว Portrait ออกมาได้สวยเกินราคา โดยมีเอฟเฟกต์เบลอฉากหลังที่แนบเนียน และมีเอฟเฟกต์บิวตี้ที่น่าประทับใจ ส่วนการใช้งานทั่วไปก็ทำได้เป็นอย่างดี แต่อาจจะไม่เหมาะกับการเล่นเกมที่มีกราฟิกสูงๆ หากกำลังมองหาสมาร์ทโฟนราคาไม่แพง และถ่ายรูปแนว Portrait สวยๆ Vivo Y31 ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณร้าน Hario Cafe Bangkok ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ในการถ่ายภาพ และขอขอบคุณ Vivo ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Vivo Y31 มาให้ทางทีมงานได้รีวิวกันในโอกาสนี้ครับ


จุดเด่นของ Vivo Y31

- ดีไซน์ตัวเครื่องไล่เฉดสีเคลือบผิวมันวาวแบบ Dazzling 3D Colors สวยงามทันสมัยน่าใช้งาน
- ตัวเครื่องขนาด 163.86x75.32x8.38 มิลลิเมตร น้ำหนัก 188 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Halo FullView Display (IPS LCD) ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2408 x 1080 พิกเซล) ในอัตราส่วนในการแสดงผลแบบ 20:9 พร้อมรองรับช่วงสี P3 Color Gamut
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 662 ความเร็ว 2.0 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8 GB แบบ LPDDR4X
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 128 GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD สูงสุด 1TB
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 11 (พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Android 11)
- ฟังก์ชัน Multi-Turbo 4.0 และ Ultra Game Mode

- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

> กล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.79
> กล้อง Bokeh (Depth) ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4
> กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร

มีระบบวิเคราะห์ภาพถ่ายด้วย AI, เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง, โหมด Super Macro สำหรับถ่ายภาพระยะประชิด, โหมดพาโนราม่า, โหมดไลฟ์โฟโต้ และโหมดโปร รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 1080p@30fps

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f/1.8) รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K ที่ความเร็ว 30fps

- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนปุ่ม Power ที่ด้านข้างของตัวเครื่อง (Side Fingerprint Sensor) สามารถปลดล็อกได้ภายในเวลา 0.3 วินาที
- รองรับการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า
- แบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 70% ภายในเวลา 64 นาที และรองรับฟังก์ชัน Reverse Charging (ผ่านสาย OTG ที่ต้องซื้อแยกต่างหาก)
- ฟีเจอร์ Ultra Game Mode บล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่างๆ พร้อมกับเร่งประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องขณะเล่นเกม
- พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
- รองรับระบบระบุตำแหน่งด้วยดาวเทียม GPS, BeiDou, GLONASS และ Galileo
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi 2.4/5 GHz, 4G/4G+, 3G, EDGE และ GPRS
- รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.0
- ฟังก์ชัน Audio Booster
- แอปพลิเคชัน iManager
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Dual SIM : Dual Standby) ด้วยถาดซิมแบบ Triple Slot
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Racing Black และ Ocean Blue
- ราคา 7,499 บาท ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Vivo Y31

- กล้องถ่ายภาพไม่รองรับการถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide)
- ชิปเซ็ตมีพลังการประมวลผลไม่สูงมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่มีราคาใกล้เคียงกัน
- ฝาหลังเป็นรอยนิ้วมือง่าย ต้องทำความสะอาดบ่อยครั้งหากไม่ใส่เคส
- ฟีเจอร์ Ultra Game Mode ยังไม่สามารถแสดงค่าเฟรมเรต (fps) ในเกมได้
- ภาพถ่ายใน Super Night Mode เมื่อใส่ฟิลเตอร์สไตล์แล้ว ไม่สามารถแก้ไขในภายหลังได้

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต ดังนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ *


 

วันที่ : 28/01/2021