ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 30/05/2020


รีวิว (Review) Vivo Y30

สมาร์ทโฟน 4 กล้อง AI พร้อมแบตอึด 5000 mAh และฟีเจอร์สดใหม่ ในราคาไม่ถึง 7 พันบาท ด้วยจอ Ultra O Screen ใหญ่ 6.47 นิ้ว, กล้อง Super Wide AI Quad Camera, ชิปเซ็ต Helio P35, ROM 128GB+RAM 4GB, แบตเตอรี่ใหญ่จุใจ 5000 mAh ที่รองรับ Reverse Charging และระบบสแกนนิ้ว+ใบหน้า บนบอดี้ Dazzling 3D สวยโค้งมนเงางาม ในราคาเพียง 6,999 บาท

30 พฤษภาคม 2020 - ดูเหมือนว่าในเดือนนี้แบรนด์สมาร์ทโฟนยอดนิยม อย่าง Vivo เริ่มจะรุกตลาดสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น-ระดับกลางหนักขึ้น ด้วยการปล่อยสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมาในเวลาไล่เลี่ยกันถึง 3 รุ่น นั่นคือ Vivo V19 ที่โดดเด่นเรื่องกล้อง และสองพี่น้อง Vivo Y50 กับ Vivo Y30 รุ่นที่เรานำมารีวิวให้ชมกันในวันนี้ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในราคาสบายกระเป๋า ซึ่งไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกเราทีมงาน Thaimobilecenter ก็ได้รีวิว Vivo Y50 ให้ชมกันไปเรียบร้อยแล้ว ในคราวนี้จึงเป็นคิวของรุ่นเล็กอย่าง Vivo Y30 กันบ้างครับ

Vivo Y30 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กของ Y Series ที่ถอดแบบมาจากรุ่นที่ใหญ่กว่าอย่าง Y50 มาทั้งดีไซน์ และจุดเด่นเฉพาะตัว เพียงแต่ลดสเปก และราคาลงมาเล็กน้อยให้จับต้องได้ง่ายขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้ โดยมากับตัวเครื่องโค้งมนจับถนัดมือ เคลือบผิวสะท้อนแสงแบบ Dazzling 3D Colors สวยงามโดดเด่น, หน้าจอแสดงผลแบบ Ultra O Screen ขนาด 6.47 นิ้ว ในอัตราส่วนจอภาพแบบ 19.5:9 ความคมชัดระดับ HD+ ที่ครอบคลุมพื้นที่ด้านหน้าถึง 90.77% พร้อมโหมดถนอมสายตา และแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh ซึ่งรองรับฟังก์ชัน Reverse Charging ที่ทาง Vivo การันตีว่า สามารถเล่นเกมได้ต่อเนื่องนานกว่า 10 ชั่วโมง และสแตนด์บายได้นานถึง 29 วันเลยทีเดียว

สำหรับคุณสมบัติภายในของ Vivo Y30 นั้นเลือกขับเคลื่อนการทำงานด้วยชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio P35 พร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128 GB รองรับการใช้งานทั่วๆ ไปในชีวิตประจำวันได้อย่างครบถ้วน โดยมีเทคโนโลยี Multi-Turbo 3.0 เสริมพลังการประมวลผลจากภายใน ช่วยเร่งความเร็วการเรียกใช้แอปพลิเคชัน พร้อมทั้งวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาของระบบที่เกิดจากแอปพลิเคชันได้ล่วงหน้า อีกทั้งยังมากับ Funtouch OS 10 เวอร์ชันล่าสุดที่มีการปรับปรุงดีไซน์ให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น ส่วนระบบความปลอดภัยก็มีมาให้ทั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง และระบบสแกนใบหน้า

ในส่วนของการถ่ายภาพ Vivo Y30 มากับชุดกล้องกล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ความละเอียด 13+8+2+2 ล้านพิกเซล ที่รองรับการถ่ายภาพในทุกระยะ ทั้ง Wide, Super Wide-Angle, Super Macro และ Bokeh ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยระบบ AI ที่ช่วยวิเคราะห์องค์ประกอบภาพ และเอฟเฟกต์ AI Beauty ที่ช่วยตกแต่งใบหน้าให้สวย-หล่อขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียงคุณสมบัติบางส่วนของ Vivo Y30 เท่านั้น ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร จะแตกต่างจากรุ่น Y50 แค่ไหน เราไปดูกันใน รีวิว Vivo Y30 โดยทีมงาน Thaimobilecenter ได้เลยครับ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Vivo Y30 มาในกล่องโทนสีขาวดีไซน์เรียบง่าย พร้อมระบุขนาดของหน่วยความจำไว้อย่างชัดเจนที่มุมบนขวา (RAM 4GB + ROM 128GB) ซึ่งพื้นผิวด้านหลังตัวเครื่องแบบ Dazzling 3D นี้ จะส่วนเด่นเป็นพิเศษเมื่อมีแสงมาตกกระทบ โดยเครื่องที่เราได้มารีวิวนั้นเป็นสีฟ้า (Dazzle Blue)

 

Vivo Y30 มีหน้าจอแสดงผลประเภทแบบ Ultra O Screen (IPS LCD) ในอัตราส่วนแบบ 19.5:9 ขนาด 6.47 นิ้ว มีความละเอียดสูงสุดระดับ HD+ (1560x720 พิกเซล) ครอบคลุมพื้นที่ 90.77% ของตัวเครื่องด้านหน้า และมีการเจาะรูฝังกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลที่มุมซ้ายบน กับขนาดรูรับแสง f/2.05 พร้อมทั้งมีการติดตั้งฟิล์มกันรอยหน้าจอมาให้เสร็จสรรพจากโรงงาน


ดีไซน์ภายนอกของ Vivo Y30 เหมือนกับ Vivo Y50 แทบทั้งหมด โดยเป็นตัวเครื่องขอบโค้งมนรอบด้านแบบ Dazzling 3D ฝาหลังซ่อนลายแพทเทิร์นที่จะแสดงออกมาตามมุมของแสงที่ตกกระทบ และเคลือบผิวเงาดูสวยงามมีมิติ สำหรับเครื่องที่เรานำมารีวิวในครัั้งนี้เป็น สีน้ำเงิน Dazzle Blue


กล้องหลังของ Vivo Y30 เป็นชุดกล้องแบบเดียวกับ Vivo Y50 โดยเป็นกล้อง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย :

- กล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.2
- กล้อง Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมมุมรับภาพ 120 องศา และรูรับแสงขนาด f/2.2
- กล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร และรูรับแสงขนาด f/2.4
- กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4


ปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง และปุ่มปรับระดับเสียงจะอยู่ที่ด้านขวาของตัวเครื่อง ส่วนด้านซ้ายมีเพียงช่องใส่ซิมการ์ด


Vivo Y30 ใช้พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ และโอนถ่ายข้อมูล โดยตัวเครื่องมีแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh และมีช่องลำโพง, ไมโครโฟน และช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ส่วนด้านบนไม่มีโมดูลใดๆ และไม่มีไมค์ตัดเสียงรบกวน


ถาดใส่ซิมของ Vivo Y30 เป็นแบบ Triple-Slot ที่สามารถใส่ซิมการ์ดแบบ nanoSIM ได้ 2 ซิม พร้อมกับการ์ด microSD เพื่อเพิ่มหน่วยความจำเสริมได้


สำหรับอุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่องได้แก่ เคสซิลิโคนใส, เข็มถอดถาดซิมการ์ด, อแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่, สาย USB-C, และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น ไม่มีหูฟังแถมมาให้


เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์

Vivo Y30 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10 เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งมีการปรับปรุงดีไซน์ของอินเทอร์เฟซให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามา เช่น เพิ่มแอนิเมชั่นการเคลื่อนไหวของไอคอนบนแถบสเตตัส และเอฟเฟกต์แสงไฟเมื่อเสียบสาย USB เป็นต้น


เมื่อปัดนิ้วจากด้านบนลงมาจะเป็นการเปิด แผงแจ้งเตือน โดยมีทางลัดสำหรับการตั้งค่าที่ใช้บ่อยๆ เช่น Wi-Fi, โหมดเงียบ, Bluetooth, หมุนจออัตโนมัติ, ปรับความสว่างหน้าจอ เป็นต้น และมีฟังก์ชั่นการบันทึกวิดีโอหน้าจอมาให้ด้วย ส่วนด้านล่างจะแสดงแถบแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันต่างๆ


หากปัดนิ้วลงมาอีกครั้งจะเป็นการขยายเมนูทางลัด เมื่อกดที่ไอคอนรูปปากกาและกระดาษด้านบน จะเข้าสู่เมนู ปรับแต่ง สวิตช์ โดย เราสามารถเลือกไอคอนการตั้งค่าที่เราต้องการเข้ามาไว้ในแผงการแจ้งเตือนได้ตามใจชอบ


Vivo Y30 มีแอปพลิเคชันจาก Google ติดตั้งมาให้แล้วจากโรงงาน พร้อมเครื่องมือจิปาถะต่างๆ เช่น เครื่องคิดเลข, เข็มทิศ และวิทยุ FM


สำหรับฟังก์ชันสำคัญอย่างการโทร ยังคงมีหน้าอินเตอร์เฟซที่สะอาดเรียบง่าย ตัวเลขค่อนข้างใหญ่ ใช้งานได้สะดวก


หากกดค้างลงบนพื้นที่ว่างบนหน้าจอหลัก จะเข้าสู่การปรับแต่งหน้าจอ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนภาพพื้นหลัง, วิดเจ็ต, แอนิเมชันการเปลี่ยนหน้า และจัดการไอคอนของแอปพลิเคชันต่างๆ ได้


เมื่อกดที่การตั้งค่า จะเข้าสู่การตั้งค่าเพิ่มเติมที่ช่วยให้เราปรับรูปแบบการจัดเรียงไอคอนบนหน้าจอ, เปิด/ปิดโหมดลิ้นชัก และอื่นๆ


ปรับรูปทรงของไอคอนได้ 4 ระดับ ตั้งแต่ทรงสี่เหลี่ยมไปจนถึงทรงกลม และสามารถปรับขนาดได้ด้วย


หากรู้สึกเบื่อกับหน้าจอเดิมๆ เราสามารถเข้าไปยัง ธีม เพื่อดาวน์โหลดภาพพื้นหลัง, ธีม และรูปแบบอักษรใหม่ๆ ได้ มีทั้งที่ดาวน์โหลดฟรี และแบบเสียเงิน โดยจะมีราคาแจ้งไว้ชัดเจนทุกรายการ


ในส่วนการตั้งค่าหน้าจอ ยังมี โหมดมืด ที่จะเปลี่ยนโทนสีของหน้าจอให้มืดลง ช่วยถนอมสายตาเมื่อใช้งานในเวลากลางคืน


ในด้านความปลอดภัย Vivo Y30 รองรับทั้งการสแกนใบหน้าและลายนิ้วมือ โดยตำแหน่งของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่อง


Vivo Y30 มีแอปพลิเคชัน i Manager สำหรับปรับปรุงสมรรถนะของตัวเครื่องให้รวดเร็วอยู่เสมอ โดยสามารถล้างข้อมูลที่ไม่จำเป็น, สแกนไวรัส, ตรวจสอบการใช้ข้อมูลเน็ต, จัดการแอปพลิเคชัน และอื่นๆ  เมื่อเปิดแอปขึ้นมา ตัวแอปจะตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบทันที หากผลการประเมินต่ำกว่า 100 เราสามารถสั่งให้ระบบจัดการโดยอัตโนมัติได้ในปุ่มเดียว ซึ่งใช้เวลาจัดการไม่นาน


ในเมนู ล้างพื้นที่ จะแสดงการใช้งานหน่วยความจำภายใน และตัวเลือกในการล้างข้อมูลที่ไม่จำเป็น เมื่อกดปุ่ม ล้างข้อมูล ทั้งหมด ระบบจะลบไฟล์ขยะทั้งหมดทันที การลบไฟล์เหล่านี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของตัวเครื่องแต่อย่างใด


ในเมนู การตรวจสอบความปลอดภัย จะเป็นการสแกนหาช่องโหว่ในระบบและมัลแวร์ต่างๆ สามารถตั้งค่าให้ตรวจสอบอัตโนมัติได้ทุกๆ 7, 15 และ 30 วัน โดยจะตรวจสอบในเวลากลางคืนเพื่อไม่ให้รบกวนการใช้งานระหว่างวัน


เมนู ตัวจัดการแอป เป็นเมนูที่จะช่วยให้เราอัปเดต, ถอนการติดตั้ง และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงของแอปพลิเคชันในเครื่องได้ โดยรวมทุกอย่างเอาไว้ในที่เดียว เพื่อให้จัดการได้ง่าย


นอกจากนี้ หากเลื่อนลงมาด้านล่างจะพบเมนูอื่นๆ อีก ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย


เมนู ป้องกันการรบกวน เป็นฟังก์ชั่นสำหรับการบล็อก เบอร์แปลก แและข้อความ SMS จากหมายเลขที่ไม่รู้จักโดยอัตโนมัติ หรือเลือกบล็อกเฉพาะบางหมายเลขได้ด้วยการใส่ไว้ในบัญชีดำ


เมนู สุขภาวะดิจิทัล จะบันทึกระยะเวลาการใช้งานโทรศัพท์ในแต่ละวัน พร้อมทั้งแยกเป็นหมวดหมู่ตามลักษณะการใช้งาน ทำให้เรามองเห็นภาพรวมการใช้งานของเราได้อย่างชัดเจน ช่วยให้เราควบคุมระยะการใช้โทรศัพท์ได้ง่ายขึ้น


เมนู แบตเตอรี่ จะบอกสถานะปัจจุบันของแบตเตอรี่ และมีตัวเลือกให้เปิดใช้โหมดประหยัดพลังงาน


เมนู การระบายความร้อนโทรศัพท์ จะช่วยแก้ปัญหาความร้อนของตัวเครื่องเบื้องต้น ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิของ CPU และวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้เครื่องร้อน พร้อมทั้งแนะนำการตั้้งค่าเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวให้เราอย่างเสร็จสรรพ


เมนู โคลนแอป สามารถแยกแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ค เช่น Facebook หรือ LINE ให้มี 2 ตัวได้ ทำให้เราล็อกอินได้ 2 บัญชีในเครื่องเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแยกบัญชีโซเชียลส่วนตัว และบัญชีที่ใช้ทำงานออกจากกัน แต่ไม่ต้องการพกโทรศัพท์ 2 เครื่อง


เมนู การเข้ารหัสแอป จะทำให้เราล็อคแอปพลิเคชันได้ ซึ่งจะต้องยืนยันตัวตนด้วยรหัสผ่าน, รอยนิ้วมือ หรือใบหน้าทุกครั้งจึงจะเปิดใช้งานได้ ส่วนเมนู ซ่อนแอป จะทำให้เราเลือกซ่อนแอปพลิเคชันจากหน้าจอหลักได้ แอปที่ถูกซ่อนจะไม่ทำงานเบื้องหลัง และไม่แจ้งเตือนใดๆ เราสามารถเรียกแอปที่ถูกซ่อนขึ้นมาได้ด้วยการใช้ 2 นิ้วปัดขึ้นบนหน้าจอหลัก แต่ทั้งนี้แอปที่ถูกซ่อนจะไม่ได้ถูกล็อค สามารถเปิดใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องยืนยันตัวตนใดๆ


เมนู ตู้เซฟไฟล์ เป็นพื้นที่นิรภัยสำหรับเก็บไฟล์ในเครื่อง ไฟล์ที่ถูกเก็บไว้ในเซฟจะไม่สามารถมองเห็น และเข้าถึงได้ด้วยวิธีปกติ เสมือนว่าไฟล์นั้นไม่มีอยู่ โดยจะเข้าถึงไฟล์ได้ผ่านเมนูตู้เซฟเท่านั้น ซึ่งจะต้องยืนยันตัวตนก่อนเสมอ


นอกจากนี้ Vivo Y30 ยังมี โหมดมอเตอร์ไซค์ ที่จะปฏิเสธสายโทรเข้าและปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดเพื่อให้เรามีสมาธิในการขับขี่ โดยสามารถแสดงการนำทางของ Google Maps บนหน้าจอในโหมดนี้ได้


สำหรับใครที่มีเด็กๆ ในครอบครัว และต้องแบ่งโทรศัพท์ให้เล่น โหมด สำหรับเด็ก เป็นโหมดที่ช่วยให้เรากำหนดการใช้งาน และการเข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ ในเครื่องได้ ซึ่งกำหนดได้ทั้งระยะเวลาในการใช้งาน, ปริมาณเน็ตที่ใช้ และเลือกแอป หรือไฟล์ที่อนุญาตให้เด็กเข้าถึง การแก้ไขการตั้งค่าใดๆ จะต้องยืนยันตัวตนทุกครั้ง จึงไม่ต้องกังวลว่าเด็กจะแก้ไขการตั้งค่าหรือออกจากโหมดนี้ได้เอง ป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นเมื่อเด็กใช้โทรศัพท์ได้อย่างครบวงจร


Vivo Y30 มีตัวเลือกในการแต่งภาพหลากหลาย และแต่งได้ละเอียดไม่ว่าจะเป็นการปรับสัดส่วนรูปร่าง, ใบหน้า, ความขาวเนียน, เติมลิปสติก, เติมคิ้ว เรียกได้ว่าถ่ายรูป และแต่งรูปจนจบได้ในเครื่องเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้แอปพลิเคชันแยก หรือแต่งในคอมพิวเตอร์ให้ยุ่งยากแต่อย่างใด


ด้านความบันเทิง Vivo Y30 มีแอปพลิเคชันสำหรับฟังเพลงติดตั้งมาให้แล้ว ซึ่งก็มีอินเทอร์เฟซการใช้งานที่เข้าใจได้ไม่ยาก และมีฟังก์ชันการใช้งานครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นตั้งค่าการสับเปลี่ยนเพลง, วนซ้ำ, ดูเพลย์ลิสต์, ตั้งเป็นเสียงเรียกเข้า เป็นต้น


ขณะเดียวกัน ยังมีเอฟเฟกต์เสียง DeepField ที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับเสียงเพลง, เพิ่มเบส และปรับ Equalizer ได้


สำหรับการเล่นไฟล์วิดีโอก็มีเครื่องเล่นของตัวเองติดตั้งมาให้แล้วเช่นกัน โดยมีปุ่มลัดในการล็อกการสัมผัสหน้าจอ (รูปแม่กุญแจทางซ้าย), ภ่ายสกรีนช็อต (ปุ่มสี่เหลี่ยมทางขวา), เปิดหน้าตางลอย (ไอคอนสี่เหลี่ยมมุมซ้ายล่าง) และ แผงควบคุมทั่วไป ส่วนการตั้งค่าอื่นๆ จะอยู่ที่ไอคอนไข่ปลา 3 จุดมุมขวาบน


ในเมนูการตั้งค่าเพิ่มเติม จะมีให้ปรับความสว่างของจอ, ปรับสัดส่วนภาพ, ปรับความเร็วในการเล่น และเปิด/ปิดซับไตเติ้ล (เฉพาะวิดีโอที่มีซับไตเติ้ลติดมา)


การแสดงภาพวิดีโอทั่วไปที่มีอัตราส่วน 16:9 จะเหลือขอบดำด้านซ้ายและขวาเอาไว้


ถ้าเลือก ตัด ภาพจะขยายถมพื้นที่สีดำจนหมด โดยยังคงสัดส่วนเดิมไว้และมีบางส่วนล้นออกไปจากจอ


ถ้าเลือก ยืด ภาพจะยืดออกจนเต็มจอ ไม่มีส่วนที่ล้นจอ แต่สัดส่วนของภาพจะเพี้ยนไปจากเดิม


ในการเล่นวิดีโอแบบหน้าต่างลอย จะแสดงเป็นหน้าต่าง Pop-Up เหนือแอปพลิเคชันอื่นบนหน้าจอ สามารถเลื่อนไปมาได้อย่างอิสระ


สำหรับการเล่นเกม Vivo Y30 มี Ultra Game Mode ช่วยเร่งประสิทธิภาพของตัวเครื่องขณะเล่นเกม และปิดกัเนการแจ้งเตือนต่างๆ สามารถตั้งค่าแยกแต่ละเกมได้อย่างละเอียด และเพิ่มแอปพลิเคชันที่ไม่ใช่เกมเข้ามาใน Ultra Game Mode เพื่อใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ได้ด้วย


ขณะเล่นเกม เราสามารถเรียกเมนูลัดออกมาได้ด้วยการลากนิ้วจากขอบจอด้านซ้ายไปทางขวา เพื่อตั้งค่าการปิดกั้นระหว่างเล่นเกมได้อย่างรวดเร็ว


ในการทดสอบประสิทธิภาพการเล่นเกมของ Vivo Y30 ทางทีมงานได้เลือกทดสอบด้วยเกม 3 เกม ได้แก่ RoV และ PUBG Mobile และ Hitman Sniper โดยตั้งค่ากราฟิกของตัวเกมไว้ดังนี้ :


การตั้งค่าของเกม RoV


การตั้งค่าของเกม PUBG Mobile


การตั้งค่าของเกม Hitman Sniper


หลังจากที่เล่นเกมทั้ง 3 เกมอย่างต่อเนื่องประมาณ 2 ชั่วโมง พบว่า Vivo Y30 สามารถเล่นได้ทุกเกม แต่มีประสิทธิภาพไม่มากนัก เนื่องจากชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio P35 เป็นชิปเซ็ตระดับกลางล่าง ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความบันเทิงทั่วไปเป็นหลัก ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยตรง โดยเกมที่ต้องการสเปกไม่สูงมากอย่าง RoV นั้น ถึงแม้จะเปิดภาพ HD และเปิดเฟรมเรทสูงได้ แต่กราฟิกที่ออกมายังไม่คม และมีเฟรมเรทเฉลี่ยไม่ถึง 60Hz แต่ยังอยู่ในระดับที่เล่นได้ ส่วนเกม PUBG Mobile ทำเฟรมเรทได้ไม่สูงนัก แม้จะปรับกราฟิกไว้ต่ำสุดแล้วก็ตาม แต่ยังอยู่ในระดับที่พอเล่นได้ ส่วนเกม Hitman Sniper ที่ปรับการตั้งค่ากราฟิกได้ไม่มาก ก็มีจังหวะกระตุกเล็กน้อย แต่ในระหว่างเล่นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนเล็กน้อย โดยรวมถือว่า Vivo Y30 เป็นสมาร์ทโฟนที่เหมาะกับการเล่นเกมคลายเครียดเล็กๆ น้อยๆ มากกว่า ไม่เหมาะที่จะนำมาเล่นจริงจังเท่าไหร่ครับ


Vivo Y30 ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio P35 (MT6765V/CB) แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.3 GHz มีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) IMG PowerVR GE8320, หน่วยความจำแรม RAM ขนาด 4 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128 GB


สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง Vivo Y30 นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor ส่วนหน้าจอแสดงผลรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


Vivo Y30 วัดค่า benchmark จากแอปพลิเคชัน PCMark (Work 2.0) ได้ 5270 คะแนน และจากแอปพลิเคชัน 3DMark แบบ Open GL ES 3.1 ได้ 455 คะแนน และ Vulkan 618 คะแนน


ระบบ GPS สามารถจับสัญญาณดาวเทียมในที่กลางแจ้งได้ดี โดยจากภาพตัวอย่างจะเห็นว่าจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 48 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 1 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพอากาศด้วย ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่และช่วงเวลา


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

การถ่ายรูปเป็นจุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของ Vivo Y30 โดยมีระบบ AI ระบุฉากที่จะวิเคราะห์ และแต่งรูปให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ พร้อมรองรับการถ่ายรูปครบทั้งมุมกว้าง, มาโคร และโบเก้ โดยมีเอฟเฟกต์ AI Beauty ช่วยปรับแต่งใบหน้าอย่างละเอียด และเป็นธรรมชาติ กล้องหลังของ Vivo Y30 เป็นชุดกล้อง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย :

- กล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.2
- กล้อง Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมมุมรับภาพ 120 องศา และรูรับแสงขนาด f/2.2
- กล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร และรูรับแสงขนาด f/2.4
- กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4



ในโหมด ถ่ายภาพ (โหมดอัตโนมัติ) จะมีเมนูให้เปิดใช้มุมมองกว้างพิเศษ (Super Wide Angel), โบเก้ และ Super Macro ได้ ซึ่งโหมดโบเก้จะทำให้เราถ่ายรูปแบบหน้าชัดหลังเบลอได้กับตัวแบบทุกประเภท ไม่จำเป็นต้องเป็นคน และเรายังปรับระดับความเบลอของฉากหลังได้ด้วย แต่ทั้ง นี้ ในการถ่ายแบบมุมกว้างพิเศษ จะจับภาพกว้าง 108 องศา เพื่อหลีกเลี่ยงภาพเบี้ยวบริเวณขอบ

 

โหมด ภาพคน สำหรับถ่ายรูป Portrait แบบหน้าชัดหลังเบลอ ปรับบิวตี้ได้ 100 ระดับ ซึ่งปรับได้อย่างละเอียดตั้งแต่สีผิวไปจนถึงขนาดรูปทรงของอวัยวะบนใบหน้า มีไกด์แนะนำการโพสท่า และถ่ายในมุมมองกว้างพิเศษได้


กล้องหน้าของ Vivo Y30 มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง f/2.0 มีฟีเจอร์บิวตี้ให้ปรับเหมือนกับกล้องหลัง, เปิดใช้เอฟเฟกต์ละลายหลังแบบโบเก้ได้ แต่ปรับระดับความเบลอไม่ได้ครับ


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ความละเอียด 13+8+2+2 ล้านพิกเซล

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ (โบเก้)


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ มุมมองกว้างพิเศษ (Super Wide Angle)


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ แบบมาโคร (Super Macro)


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ แบบมาโคร (Super Macro)


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ มุมมองกว้างพิเศษ (Super Wide Angle)


ถ่ายด้วยโหมด Portrait ไม่เปิดเอฟเฟกต์บิวตี้


ถ่ายด้วยโหมด Portrait เปิดบิวตี้ระดับ 50 (กลาง)


ถ่ายด้วยโหมด Portrait เปิดบิวตี้ระดับ 100 (สูงสุด)


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ มุมมองกว้างพิเศษ (Super Wide Angle)


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

ถ่ายด้วยโหมด Portrait ไม่เปิดบิวตี้ เปิดใช้เอฟเฟกต์โบเก้


ถ่ายด้วยโหมด Portrait เปิดบิวตี้ระดับ 50 (กลาง) และ เปิดใช้เอฟเฟกต์โบเก้


ถ่ายด้วยโหมด Portrait เปิดบิวตี้ระดับ 100 (สูงสุด) และ เปิดใช้เอฟเฟกต์โบเก้


สรุปผลการทดสอบของ Vivo Y30

ในภาพรวม Vivo Y30 นั้นคือสมาร์ทโฟนที่ถอดแบบมาจาก Vivo Y50 ทั้งดีไซน์ และจุดเด่นเฉพาะตัว โดยเป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นความอึดทนของแบตเตอรี่ และชุดกล้องหลัง AI 4 ตัว ที่ถ่ายภาพได้ทุกระยะ แต่มีการปรับคุณสมบัติบางส่วนลงมาหนึ่งขั้นเพื่อวางจำหน่ายในราคาที่ประหยัดกว่า

Vivo Y30 มีบอดี้ตัวเครื่องที่ใช้เทคนิคการเคลือบผิวแบบ Dazzling 3D เช่นเดียวกับรุ่น Y50 ดังนั้นความสวยงาม และความพรีเมียมจึงไม่เป็นรองกัน ต่างกันแค่ตรงสีสัน ซึ่ง Vivo Y30 มีสีน้ำเงิน Dazzle Blue และสีขาว Moonstone White ในขณะที่ Vivo Y50 มีสีน้ำเงินอมม่วง Iris Blue และสีดำ Starry Black จึงให้อารมณ์ที่ต่างกันด้วย

ในส่วนของคุณสมบัตินั้น Vivo Y30 มีหน้าจอแสดงผลแบบ Ultra O Screen (IPS LCD) ขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ ที่สามารถแสดงสีสันได้ตามมาตรฐานของสมาร์ทโฟนทั่วไป และมีขนาดกำลังดี เหมาะแก่การดูหนัง และเล่นเกม โดยมีแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh ที่ให้พลังงานเหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน จึงสามารถใช้งานได้ยาวๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จ พร้อมทั้งฟังก์ชัน Reverse Charging 5V/1A สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นผ่านสาย OTG (สาย OTG ต้องซื้อแยก) ด้านหัวใจของการประมวลผลภายในนั้นเลือกใช้ชิปเซ็ต MediaTek Helio P35 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตระดับกลาง ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และความบันเทิงทั่วๆ ไป ประกบกับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB ดังนั้นจึงอาจไม่ค่อยเหมาะกับการเล่นเกมหนักๆ เท่าใดนัก แต่ก็ยังเล่นเกมยอดนิยมอย่าง RoV หรือ PUBG Mobile ได้โดยไม่ทำให้หงุดหงิด กระนั้นก็ตาม Vivo Y30 มีฟีเจอร์ Ultra Game Mode 8.0 มาให้ใช้งานด้วย ซึ่งช่วยเร่งประสิทธิภาพการประมวลผล พร้อมทั้งปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ไม่ให้ขึ้นมาขัดจังหวะขณะเล่น จึงช่วยเสริมประสบการณ์การเล่นเกมให้ดีขึ้นด้วยอีกทางหนึ่ง โดยรวมแล้วจึงเหมาะกับผู้ที่เน้นการเล่นเกมคลายเครียดเล็กๆ น้อยๆ มากกว่าผู้ที่เล่นเกมแบบจริงจัง

 

ด้านการถ่ายรูป ชุดกล้องหลังของ Vivo Y30 มีฮาร์ดแวร์ที่เหมือนกับกล้องหลังของรุ่น Y50 โดยเป็นกล้อง 4 ตัว (AI Quad Camera) ซึ่งประกอบด้วยกล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, กล้อง Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Super Macro กับกล้อง Bokeh ความละเอียดตัวละ 2 ล้านพิกเซล และผลลัพธ์ที่ได้ก็มีคุณภาพใกล้เคียงกัน และอยู่ในระดับที่โดดเด่นสำหรับสมาร์ทโฟนช่วงราคาไม่เกิน 7,000 บาท จุดที่ทีมงานประทับใจเป็นพิเศษคือเอฟเฟกต์ AI Beauty ที่ถึงแม้จะปรับไว้ระดับสูงสุด ก็ยังดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตาแต่อย่างใด และใช้กับใบหน้าผู้ชายได้ดีด้วย ส่วนกล้องหน้านั้นถึงจะมีความละเอียดเพียง 8 ล้านพิกเซล แต่กลับให้รูปถ่ายที่มีคุณภาพไม่แพ้กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลของรุ่น Y50 เลย อย่างไรก็ตาม Vivo Y30 นั้นไม่มีโหมดถ่ายภาพกลางคืน (Super Night Mode) และโหมดโปรให้ใช้งานครับ

คุณสมบัติอื่นๆ ก็เรียกว่าตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันได้ดี ทั้งหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB ที่ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน และยังเสริมด้วยการ์ด microSD ได้, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ กับระบบสแกนใบหน้า และเทคโนโลยี Multi-Turbo 3.0 ที่ช่วยให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดอย่าง Funtouch OS 10 (Android 10)

ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมา สามารถกล่าวได้ว่า Vivo Y30 คือสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นที่ถ่ายรูปสวย และแบตเตอรี่อึดทน โดยมีคุณสมบัติโดยรวมที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ครบถ้วน เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่เน้นการถ่ายรูป และใช้งานได้นานๆ ตลอดวัน ในงบสบายกระเป๋าไม่เกิน 7,000 บาท (6,999 บาท) ครับ

 

สำหรับท่านใดที่สนใจจับจองเป็นเจ้าของ Vivo Y30 และ Y50 ก็สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ Vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ในราคา 6,999 บาท และ 7,999 บาท ตามลำดับ

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ vivo ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Vivo Y30 มาให้ทางทีมงานได้รีวิวกันไว้ในโอกาสนี้ครับ


จุดเด่นของ Vivo Y30

- ดีไซน์ตัวเครื่องไล่เฉดสีต่างกันตามมุมที่แสงตกกระทบ พร้อมลวดลายสะท้อนแสงแบบ Dazzling 3D ทำให้ตัวเครื่องมีความหรูหรา และน่าใช้งานยิ่งขึ้น
- ตัวเครื่องขนาด 162.04×76.46×9.11 มิลลิเมตร น้ำหนัก 197 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Ultra O Screen (IPS LCD) ขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (1560x720 พิกเซล) พร้อมพื้นที่แสดงผล 90.77%, อัตราส่วนในการแสดงผลแบบ 19.5:9, ฟังก์ชัน Dynamic Effects และ ฟังก์ชัน Screen Time
- ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio P35 (MTK6765) แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็ว 2.3 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) IMG PowerVR GE8320
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128 GB
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 พร้อมครอบทับด้วย Funtouch OS 10
- ฟังก์ชัน Multi-Turbo 3.0 (Center Turbo กับ AI Turbo)
- ฟังก์ชัน Ultra Game Mode 8.0 ช่วยบล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่างๆ พร้อมกับเร่งประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องขณะเล่นเกม

- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย

- กล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.2
- กล้อง Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมมุมรับภาพ 120 องศา และรูรับแสงขนาด f/2.2
- กล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร และรูรับแสงขนาด f/2.4
- กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4

มีระบบวิเคราะห์ภาพถ่ายด้วย AI, รองรับมุมมองกว้างพิเศษ (Super Wide Angle), เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง, โหมด Super Macro สำหรับถ่ายภาพระยะประชิด, และโหมดพาโนราม่า รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด Full HD 1080p

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f/2.05) มีเอฟเฟกต์บิวตี้ปรับแต่งใบหน้าให้สวยงามได้อย่างละเอียด และมีไกด์แนะนำท่าโพส

- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า
- แบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh พร้อมฟังก์ชัน Reverse Charging 5V/1A ผ่านสาย OTG (ต้องซื้อแยก)
- พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
- รองรับการใช้งานร่วมกับระบบดาวเทียมนำร่อง GPS, BeiDou, GLONASS และ Galileo
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi 2.4GHz/5GHz, 4G/4G+, 3G, EDGE และ GPRS
- รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายผ่าน Bluetooth 5.0
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Dual SIM : Dual Standby)
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Dazzle Blue และสีขาว Moonstone White
- มีเคส และฟิล์มกันรอยมาพร้อมชุดจำหน่ายมาตรฐาน
- ราคา 6,999 บาท ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Vivo Y30

- หน้าจอแสดงผลมีความละเอียดเพียง HD+
- ชิปเซ็ตที่ให้มายังเป็นรุ่นเก่าเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในราคาใกล้เคียงกัน
- ไม่มีหูฟังแถมมาให้
- ไม่มีโหมดถ่ายรูปกลางคืน และโหมดโปร
- ไม่มีระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง
- การใช้งานฟีเจอร์ Reverse Charging ต้องซื้อสาย OTG แยกเองต่างหาก

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเครื่องทดสอบจากผู้ผลิต คุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองเพื่อความมั่นใจครับ *


 

วันที่ : 30/05/2020