ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 06/05/2022


 

รีวิว vivo T1 5G | T1x คู่หูซีรีส์ใหม่ใส่พลังเทอร์โบ ด้วยชิปใหม่ แบตใหญ่ชาร์จไว จอลื่นไหล กล้องชัดได้ใจ บนดีไซน์สวยบางเฉียบ ในราคาเริ่มเพียง 5,699 บาท
 

6 พฤษภาคม 2565 - เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา vivo ประเทศไทยได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ใหม่ป้ายแดงอย่าง vivo T1 Series โดยมาด้วยกัน 2 รุ่นย่อย คือ vivo T1 5G กับ vivo T1x นับเป็นการทำตลาดในประเทศไทยครั้งแรกสำหรับ T Series ด้วยความที่เป็นน้องใหม่ของวงการ ทำให้ได้รับความสนใจไม่น้อยทั้งจากกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟน vivo เอง และผู้ใช้ทั่วไปว่าจะมีความสามารถขนาดไหน หรือตอบโจทย์ผู้ใช้กลุ่มใด ซึ่งก็เป็นโอกาสอันดีที่เรามีทั้ง vivo T1 5G กับ vivo T1x อยู่ในมือแล้วเรียบร้อย และแน่นอนว่าวันนี้ก็จะนำมารีวิวให้ทุกท่านได้ชมกันก่อนเหมือนเช่นเคย

 

vivo T1 5G กับ vivo T1x เป็นคู่หูที่ต่างก็มากับดีไซน์ตัวเครื่องที่สวยบางเฉียบ กับพื้นผิวกึ่งมันกึ่งด้านที่ป้องกันรอยนิ้วมือได้ แต่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวภายในที่แตกต่างกัน สำหรับรุ่นพี่อย่าง vivo T1 5G นั้นจะโดดเด่นในเรื่องของความแรง โดยมากับชิปเซ็ต Snapdragon 778G 5G ที่ผลิตกระบวนการระดับ 6 นาโนเมตร และเป็นชิปรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นาน เรียกว่ามีพลังการประมวลผลสูงที่สุดในกลุ่มชิปเซ็ตระดับกลางในปัจจุบัน โดยทำงานผสานกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8 GB ขณะเดียวกันยังมากับหน้าจอแสดงผลที่คมชัดสวยงามไม่แพ้มือถือไฮเอนด์ โดยเป็นจอแบบ AMOLED Halo Fullview ขนาด 6.44 นิ้ว ที่อัตราการรีเฟรช 90Hz ที่รองรับคอนเทนต์แบบ HDR 10+ และมีความสว่างสูงสุดถึง 1300 nits นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ความจุ 4700 mAh ที่รองรับระบบชาร์จไวแบบ 66W FlashCharge และฟีเจอร์พิเศษอื่น ๆ อย่างระบบสั่น 4D Game Vibration ที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการเล่นเกม และลำโพงดังพิเศษ Super Loudspeaker ที่เร่งเสียงได้ดังสุดถึง 71 เดซิเบล เป็นต้น

 

สำหรับการถ่ายรูป และวิดีโอ vivo T1 5G มีชุดกล้องหลัง 3 ตัว โดยเป็นกล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 64MP, กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8MP และกล้อง Macro ความละเอียด 2MP อีกทั้งยังสามารถบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดถึงระดับ 4K และยังมีโหมด Dual View Video ที่สามารถเปิดใช้งานกล้องหน้ากับกล้องหลังพร้อมกันได้ด้วย

 

สำหรับ vivo T1x นั้น จะเป็นมือถือที่มีคุณสมบัติพื้นฐานครบครัน สามารถรองรับการใช้งานได้ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่ โดยเลือกใช้ชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 680 รุ่นใหม่ที่แรงขึ้น และประหยัดแบตเตอรี่กว่าเดิม พร้อมด้วยเทคโนโลยี Multi-Turbo 5.0 และระบบทำความเย็น 4 ด้าน ซึ่งช่วยรักษาสมรรถณะของตัวเครื่องให้คงที่ได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันยังมีหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ พร้อมอัตราการรีเฟรช 90Hz และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000 mAh พร้อมระบบชาร์จไวแบบ 18W โดยมีเทคโนโลยี vivo Energy Guardian (VEG) ที่ช่วยปกป้องแบตเตอรี่จากความร้อนขณะชาร์จ และช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น

ด้านการถ่ายรูป และวิดีโอ vivo T1x ก็มีคุณสมบัติที่พอตัว โดยมากับกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 50MP, กล้อง Depth ความละเอียด 2MP และกล้อง Macro ความละเอียด 2MP บวกกับกล้องหน้าความละเอียด 8MP ที่มีระบบ Super HDR ที่ช่วยในการถ่ายภาพย้อนแสง พร้อมกับปรับสมดุลสีสันของภาพอย่างแม่นยำ และเป็นธรรมชาติ

เมื่อเราได้ทราบถึงความโดดเด่นหลัก ๆ ของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้แล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปชมรีวิวเจาะรายละเอียดเพิ่มเติมของ vivo T1 5G และ vivo T1x กันต่อได้เลยครับ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

vivo T1 5G (เครื่องสีฟ้า) กับ vivo T1x (เครื่องสีดำ) มีดีไซน์ภายนอกที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของโมดูลกล้องด้านหลัง โดย vivo T1 5G ที่มีสเปกสูงกว่า จะมีโมดูลกล้องหลังขนาดใหญ่ และมีแฟลชอยู่ด้านข้าง ส่วน vivo T1x จะมีโมดูลกล้องขนาดเล็กกว่า และมีแฟลชอยู่ข้างใต้ ส่วนด้านหน้าจะเป็นหน้าจอรอยบากทรงหยดน้ำทั้งคู่ โดยมีขนาดที่ใกล้เคียงกัน



สำหรับ vivo T1 5G ซึ่งเป็นรุ่นไฮไลท์ในครั้งนี้ มาในฝาหลังเหลือบแสงผิวด้าน สะท้อนแสงสวยงามพร้อมทั้งป้องกันรอยนิ้วมือ และคราบสกปรกได้ดีในระดับหนึ่ง โดยมีกล้องหลัง 3 ตัวอยู่ที่ด้านหลัง ซึ่งประกอบไปด้วย :

- กล้อง Wide ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.79, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2 และมุมรับภาพ 117 องศา
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร


หน้าจอแสดงผลของ vivo T1 5G เป็นจอแบบ AMOLED Halo Fullview Display ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2404x1080 พิกเซล) พร้อมอัตราการรีเฟรชสูงสุด 90Hz, รองรับคอนเทนต์แบบ HDR10+ และรองรับขอบเขตสีแบบ DCI-P3 ได้ 100% โดยมีความสว่างสูงสุด 1300 nits ซึ่งนับว่าอยู่ในระดับที่ดีกว่าหน้าจอสมาร์ทโฟนระดับกลางทั่วไป


ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัดเสียง รบกวน และมีลำโพงสนทนาอยู่ที่ขอบจอ


ส่วนด้านล่างมีลำโพงเสียงตัวหลัก, ไมโครโฟนตัวหลัก, พอร์ต USB Type-C และช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Dual-Slot (Nano SIM)


สำหรับ ปุ่ม Power กับปุ่มปรับระดับเสียงจะอยู่รวมกันที่ด้านขวา ส่วนด้านซ้ายไม่มีปุ่มใด ๆ


สำหรับอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในกล่อง ได้แก่ สายชาร์จแบบ USB Type-C, อแดปเตอร์ชาร์จไว 66W และเข็มถอดถาดซิมการ์ด ส่วนเคส TPU และคู่มือการใช้งานจะถูกเก็บรวมกันไว้ในซอง


ในส่วนของรุ่นรองอย่าง vivo T1x นั้น จะมีหน้าจอแบบ IPS LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2408x1080 พิกเซล) พร้อมอัตราการรีเฟรชสูงสุด 90Hz โดยมีฝาหลังเป็นผิวด้าน และมีกล้อง 3 ตัวเช่นกัน แต่มีคุณสมบัติที่ต่างไป ประกอบด้วย :

- กล้อง Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8 และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร


อุปกรณ์ภายในกล่องมีมาให้ครบเหมือนรุ่นพี่ ไม่ว่าจะเป็นสายชาร์จแบบ USB Type-C, อแดปเตอร์ชาร์จไว 18W, เข็มถอดถาดซิมการ์ด, เคส TPU และคู่มือการใช้งาน


เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์

ทั้ง vivo T1 5G ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 12 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ครอบทับด้วย Funtouch OS 12 ซึ่งมีการปรับปรุงดีไซน์ของอินเทอร์เฟซให้ดูเรียบง่าย และเป็นระเบียบยิ่งขึ้นในสไตล์ Flat Art


ส่วน vivo T1x จะมากับระบบปฏิบัติการ Android 11 แต่เป็น Funtouch OS 12 เช่นกัน

สำหรับซอฟต์แวร์ภายในนั้น ทั้ง vivo T1 5G และ vivo T1x มีความคล้ายคลึงกันมาก ดังนั้นในรีวิวนี้เราจจะขอนำเสนอตัวอย่างจาก vivo T1 5G เป็นหลักครับ


vivo T1 5G ให้อิสระในการปรับแต่งคุณลักษณะของหน้าจอพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นวอลเปเปอร์, ไอคอน, ธีม ไปจนถึงการปรับขนาดของรูปแบบตัวอักษร และคู่สีของ UI


ในส่วนของวอลเปเปอร์ และธีมจะมีร้านค้าของทาง vivo โดยเฉพาะให้เลือกซื้อมาใช้มากมายหลายแบบ โดยมีทั้งแบบฟรี และไม่ฟรี  สามารถทดลองใช้ฟรีเพื่อดูตัวอย่างก่อนซื้อได้


สำหรับฟอนต์ตัวอักษรก็เปลี่ยนได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นขนาด หรือรูปแบบ โดยสามารถดาวน์โหลดฟอนต์สวย ๆ ได้บนร้านค้าของ vivo เช่นเดียวกับธีมและวอลเปเปอร์


สำหรับ ธีมมืด ถือเป็นฟีเจอร์มาตรฐานที่สมาร์ทโฟนยุคใหม่ต้องมี แน่นอนว่า vivo T1 5G ก็มีเช่นกัน และยังสามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดการใช้งานอัตโนมัติได้อีก

 

หาก รู้สึกไม่ถูกใจสีสันของหน้าจอ สามารถเข้าไปปรับได้ที่การตั้งค่า สี หน้าจอ และปรับอุณหภูมิสีได้ตามต้องการ


vivo T1 5G รวมถึง vivo T1x สามารถปรับอัตรารีเฟรชของหน้าจอได้ 2 ระดับ คือ 60Hz กับ 90Hz ส่วนตัวเลือก การสลับอัจฉริยะ จะเป็นการอนุญาตให้ระบบเลือกอัตราเฟรมเรตเองตามคอนเทนต์ที่กำลังแสดงอยู่ และปริมาณแบตเตอรี่


นอก จากนี้ ยังมีฟีเจอร์ปรับปรุงภาพ ที่ช่วยปรับสีและเพิ่มความคมชัดให้กับรูปภาพบางรายการโดยอัตโนมัติ แต่ก็จะใช้แบตเตอรี่มากขึ้นด้วยเช่นกัน



ด้าน ความปลอดภัย vivo T1 5G และ vivo T1x รองรับทั้งการสแกนลายนิ้วมือและการสแกนใบหน้า โดย vivo T1 5G จะสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ ส่วน vivo T1x จะสแกนจากด้านข้าง


สำหรับ iManager เป็นเครื่องมือบำรุงรักษาระบบ สามารถล้างไฟล์ขยะ และสแกนหาไวรัสได้ และยังมีเครื่องมืออื่น ๆ ให้เลือกใช้อีกหลายอย่างด้วย โดย มีเครื่องมือที่น่าสนใจได้แก่ การเข้ารหัสแอป, ซ่อนแอป, การโคลนแอป และการตรวจสอบความเร็วของเครือข่าย เป็นต้น

 

การ ล็อคแอป จะเป็นการใส่รหัสผ่านให้แก่แอปพลิเคชัน เพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกเปิดใช้งานแอปได้ ส่วนการซ่อนแอป แอปนั้นจะหายไปจากหน้าจอเริ่มต้น และไม่แสดงแจ้งเตือนใด ๆ หากต้องการเรียกดูแอป จะต้องกดรหัสที่เราได้ตั้งไว้จากแป้นตัวเลขให้ถูกต้องเสียก่อน



การทดสอบความเร็วเครือข่าย จะตรวจสอบความเร็วและความเสถียรของเครือข่ายที่เราเชื่อมต่ออยู่ในขณะนั้น พร้อมสรุปข้อมูลให้เราเสร็จสรรพ ไม่ต้องทำผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันภายนอก


การ โคลนแอป คือฟีเจอร์ที่ช่วยให้เราใช้โซเชียลแยกกันได้ 2 บัญชีพร้อมกันในเครื่องเดียว โดยโคลนแอปพลิเคชันออกมาเป็น 2 ตัว ซึ่งทำงานแยกกันต่างหาก เหมาะกับผู้ที่ต้องการแยกบัญชีโซเชียลเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัว


ด้านความบันเทิง vivo T1 มีแอปพลิเคชันสำหรับฟังเพลงติดตั้งมาให้แล้ว ซึ่งก็มีอินเทอร์เฟซการใช้งานที่เข้าใจได้ไม่ยาก และมีฟังก์ชันการใช้งานครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นตั้งค่าการสับเปลี่ยนเพลง, วนซ้ำ, ดูเพลย์ลิสต์, ตั้งเป็นเสียงเรียกเข้า เป็นต้น ขณะเดียวกัน ยังมีเอฟเฟกต์เสียง DeepField ที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับเสียงเพลง, เพิ่มเบส และปรับ Equalizer ได้

 


สำหรับการเล่นไฟล์วิดีโอก็มีเครื่องเล่นของ ตัวเองติดตั้งมาให้แล้วเช่นกัน โดยมีปุ่มลัดในการล็อกการสัมผัสหน้าจอ (รูปแม่กุญแจทางซ้าย), ภ่ายสกรีนช็อต (ปุ่มสี่เหลี่ยมทางขวา), เปิดหน้าตางลอย (ไอคอนสี่เหลี่ยมมุมซ้ายล่าง) และ แผงควบคุมทั่วไป ส่วนการตั้งค่าอื่น ๆ จะอยู่ที่ไอคอนไข่ปลา 3 จุดมุมขวาบน



ในเมนูการตั้งค่าเพิ่มเติม จะมีให้ปรับความสว่างของจอ, ปรับสัดส่วนภาพ, ปรับความเร็วในการเล่น และเปิด/ปิดซับไตเติ้ล (เฉพาะวิดีโอที่มีซับไตเติ้ลมาให้)


เครื่องมืออีกอย่างหนึ่งที่อยู่คู่กับสมาร์ท โฟน vivo มานานคือ Ultra Game Mode ซึ่งเป็นตัวช่วยในการเล่นเกมที่มีหน้าที่ปิดกั้นการโทร และแจ้งเตือน พร้อมเพิ่มพลังการประมวลผลให้เล่นได้อย่างราบรื่น เกมที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน Ultra Game Mode จะสามารถใช้เมนูลัดเพื่อตั้งค่าต่าง ๆ ขณะเล่นเกมได้ และเรายังสามารถเพิ่มแอปพลิเคชันอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เกมเข้าไปได้ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้รับคุณสมบัติดังกล่าว



ขณะเล่นเกม เราสามารถเรียกเมนูลัดออกมาได้ด้วยการลากนิ้วจากขอบจอด้านซ้ายไปทางขวา เพื่อตั้งค่าการปิดกั้นระหว่างเล่นเกม รวมถึงฟังก์ชันอื่น ๆ อย่างระบบสั่น 4 มิติ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรุ่นนี้ได้อย่างรวดเร็ว



ในการทดสอบประสิทธิภาพการเล่นเกมของ vivo T1 5G และ vivo T1x ทางทีมงานได้เลือกทดสอบด้วยเกม 3 เกม ได้แก่ Genshin Impact, PUBG Mobile และ RoX โดยตั้งค่ากราฟิกเป็นแบบเริ่มต้นทั้ง 2 รุ่น จากการทดสอบ พบว่า vivo T1 5G นั้นสามารถเล่นเกมได้ดีทีเดียว ซึ่งก็เป็นไปตามคาดเพราะชิปเซ็ต Snapdragon 778G 5G นั้นเป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้เพียงไม่กี่เดือน และเป็นรุ่นท็อปของกลุ่ม mid-range ในขณะนี้ สำหรับเกมทั่วไปอย่าง PUBG Mobile สามารถเล่นได้อย่างราบรื่น และรักษาเฟรมเรตได้ค่อนข้างนิ่งตลอดเกม มีการตอบสนองฉับไว ไม่หงุดหงิด และยังสามารถเล่นเกมที่ต้องการกราฟิกระดับสูงอย่าง Genshin Impact บนการตั้งค่ากราฟิกระดับกลาง ๆ ได้ด้วย ถือว่าคุ้มทีเดียวเมื่อเทียบกับราคา

สำหรับ vivo T1x นั้น จะเหมาะกับการเล่นเกมระดับกลาง ๆ อย่าง PUBG Mobile หรือปล่อยบอทมากกว่า เพราะแม้ว่าชิปเซ็ต Snapdragon 680 จะเป็นชิปเซ็ตรุ่นใหม่ แต่ก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเล่นเกมโดยตรง อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับราคา และสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ ที่มีราคาใกล้เคียงกันแล้ว vivo T1x ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่เล่นเกมได้ดีอีกรุ่นหนึ่งครับ

 


vivo T1 5G ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 778G 5G แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.4 GHz มีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 642L, หน่วยความจำแรม RAM ขนาด 8 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128 GB

 


vivo T1x ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 680 แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.4 GHz มีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610, หน่วยความจำแรม RAM ขนาด 4 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64 GB



vivo T1 5G วัดค่า Benchmark จากแอปพลิเคชัน GeekBench 5 ในส่วน Single-Core ได้ 791 คะแนน และ Multi-Core 2886 คะแนน และจากแอปพลิเคชัน AnTuTu ได้ 545132 คะแนน

 


vivo T1x วัดค่า Benchmark จากแอปพลิเคชัน GeekBench 5 ในส่วน Single-Core ได้ 389 คะแนน และ Multi-Core 1712 คะแนน และจากแอปพลิเคชัน AnTuTu ได้ 259475 คะแนน



สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง vivo T1 5G กับ vivo T1x นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor ส่วนหน้าจอแสดงผลรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด



การระบุตำแหน่ง และระบบนำทางสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี ด้วยการรองรับระบบดาวเทียมชั้นนำของโลกครบครัน ทั้ง GPS+A-GPS, BeiDou, Glonass, Galileo และ QZSS


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

ในด้านการถ่ายภาพ ทั้ง vivo T1 5G และ vivo T1x มีฟีเจอร์ และ UI ที่คล้ายกัน ความแตกต่างหลัก ๆ คือกล้องของ vivo T1x จะไม่มีโหมดถ่ายภาพมุมมกว้างให้ใช้งานเนื่องจากไม่มีกล้อง Ultra Wide โดยมี AI ช่วยในการประมวลผลภาพ และมีเมนูต่าง ๆ อยู่ที่แถบด้านบน ซึ่งโหมดซูเปอร์มาโครก็สามารถเปิดได้จากเมนูนี้เช่นกัน

 

แม้จะอยู่ในโหมดถ่ายภาพปกติ แต่ก็มีตัวเลือกอย่างฟิลเตอร์ และเอฟเฟกต์แสงให้ใช้งานด้วย


ใน โหมดภาพคน หรือโหมด Portrait สามารถเลือกปรับความเข้มของการเบลอฉากหลังได้อย่างอิสระ พร้อมด้วยลูกเล่นต่าง ๆ เช่นฟิลเตอร์, สไตล์, เอฟเฟกต์แสง และเอฟเฟกต์บิวตี้ที่สามารถปรับแต่งได้อย่างละเอียด ตั้งแต่โทนสีผิว ไปจนถึงเค้าโครงใบหน้า โดยสามารถปรับได้ถึง 100 ระดับ


โหมดกลางคืน ที่ช่วยให้ภาพถ่ายแสงสียามค่ำคืนดูสดใสมีชีวิตชีวา สำหรับ vivo T1 5G จะสามารถถ่ายได้ทั้งในมุมมองปกติ, มุมมองกว้าง และแบบซูม 2 เท่า และมีฟิลเตอร์พิเศษให้เลือกใช้ด้วย


ใน โหมดวิดีโอ สามารถเปิดใช้เอฟเฟกต์บิวตี้ และฟิลเตอร์ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีระบบกันสั่นมาให้ด้วย


ในส่วนของกล้องหน้าของ vivo T1 5G กับ vivo T1x สามารถถ่ายเซลฟี่ด้วยเอฟเฟกต์โบเก้ได้อย่างสวยงาม พร้อมด้วยลูกเล่นต่าง ๆ และเอฟเฟกต์บิวตี้ที่ปรับได้เหมือนกล้องหลัง


นอกจากนี้ ยังมีโหมดการถ่ายรูปอื่น ๆ อีกหลายโหมด อาทิเช่น โหมดความละเอียดสูง 64MP/50MP, โหมดโปร, โหมดพาโนรามา และโหมดมุมมองคู่ เป็นต้น


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัวของ vivo T1 5G

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Ultra Wide



ตัวอย่างภาพถ่ายแบบซูเปอร์มาโคร


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดภาพบุคคล (Portrait)



ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดกลางคืน


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ vivo T1 5G



ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัวของ vivo T1x


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ vivo T1x


สรุปผลการทดสอบของ vivo T1 5G และ vivo T1x

โดยสรุปแล้ว vivo T1 5G กับ vivo T1x แม้จะเป็นพี่น้องที่เปิดตัวออกมาพร้อมกันเพื่อเจาะกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์หลัก ๆ ครบครัน มีประสิทธิภาพที่ดี และมีกล้องถ่ายภาพที่มีคุณภาพ ในงบประมาณที่ไม่สูงมากนัก แต่ก็มีความแตกต่างกันในหลายด้าน ตั้งแต่ดีไซน์ ไปจนถึงสเปกภายใน รวมทั้งราคาค่าตัว ทำให้ทั้ง 2 รุ่นนี้มีจุดเด่นเฉพาะตัวที่ต่างกัน และเจาะกลุ่มผู้ใช้ที่ต่างกันไปด้วย

 

สำหรับรุ่นใหญ่อย่าง vivo T1 5G นั้น เรื่องประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมไม่เป็นที่กังขา ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแอปพลิเคชันพื้นฐาน, ความบันเทิง หรือการเล่นเกม ก็ทำได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด เพราะชิปเซ็ต Snapdragon 778G 5G นั้น ถือว่าเป็นรุ่นที่ทรงพลังที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับกลางแล้ว อีกทั้งยังมีหน่วยความจำ RAM ขนาดใหญ่ 8 GB ที่สามารถยืมพื้นที่จาก ROM เพิ่มได้อีก 4 GB จากระบบ Extended RAM 2.0 ทำให้มีให้ใช้อย่างเหลือเฟือ ไม่มีกระตุกอย่างแน่นอน นอกจากนี้ตัวชิปเซ็ตยังไม่ค่อยร้อนอีกด้วย

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ vivo T1 5G คือพลังชาร์จไวระดับ 66W ซึ่งนับว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในระดับราคาเดียวกัน และช่วยประหยัดเวลาในการชาร์จได้ไม่น้อยเลย

อย่างไรก็ดี ยังมีคุณสมบัติบางอย่างที่ vivo T1 5G สามารถทำให้ดีกว่านี้ได้ เช่น ระบบสั่น 4D Game Vibration ที่อาจยังไม่ค่อยหนักแน่นเท่าที่ควร และยังรองรับแค่เกม PUBG Mobile เท่านั้น ส่วนลำโพง Super Loudspeaker นั้น แม้จะให้เสียงที่ดัง และไม่แตกพร่า แต่ในการใช้งานจริงเราอาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากคุณสมบัตินี้บ่อยนัก อีกทั้งลำโพงของ vivo T1 5G ยังเป็นแบบ Mono ซึ่งมีเสียงออกแค่ช่องเดียว ทำให้คุณสมบัติ Super Loudspeaker แสดงออกมาได้ไม่เต็มที่

 

ด้านการถ่ายภาพ สำหรับรุ่น vivo T1 5G เลือกใช้ชุดกล้อง 3 ตัว โดยเป็นกล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เสริมด้วยกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ทำให้มีโหมดการถ่ายภาพหลากหลาย และถ่ายได้ทั้งมุมมองกว้างพิเศษ และในระยะประชิด

คุณภาพของรูปถ่ายโดยรวมถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว โดยมีความคมชัด สีสันเที่ยงตรง และมีการชดเชยแสงในจุดที่มืดแบบพอดี ๆ ส่วนในโหมดมุมมองกว้างพิเศษ และโหมดซูเปอร์มาโครนั้น คุณภาพของรูปถ่ายจะลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงให้ผลลัพธ์ที่ดีในภาพรวม โดยมีความคมชัด และควบคุม Noise ได้ดี

ในโหมดภาพถ่ายบุคคล กล้องหน้าของ vivo T1 5G ทำได้อย่างน่าประทับใจ มีการนำเอฟเฟกต์บิวตี้มาใช้อย่างพอดี ไม่เข้มเกินไปแต่ก็ไม่อ่อนเกินไป ทำให้ใบหน้าดูโดดเด่นแบบพอดี ๆ ไม่หลอกตา อีกทั้งยังมีการปรับลักษณะของดวงตา และโครงของใบหน้าให้ด้วยเล็กน้อย อย่างไรก็สำหรับเครื่อง Demo ที่ได้มาทดสอบนี้ โหมดภาพถ่ายบุคคลของกล้องหลังอาจยังทำได้ไม่เนียนตามากนักเมื่อเทียบกับมาตรฐานที่ผ่านมาของ vivo โดยแทบจะไม่ได้ลดริ้วรอย หรือปรับแสงให้ใบหน้านวลขึ้น อีกทั้งยังมี Noise ในบางสถานการณ์ แต่ก็คาดว่าอาจเป็นเพราะตัวซอฟต์แวร์ของเครื่อง Demo ที่นำมารีวิวนั้นยังไม่ใช่ซอฟต์แวร์เวอร์ชันสมบูรณ์ และน่าจะได้รับการแก้ไขแล้วในรุ่นที่วางจำหน่ายจริง

สำหรับโหมดกลางคืน vivo T1 5G จะเกลี่ยแสงเฉพาะบางจุดเท่านั้น ทำให้ภาพยังมีคอนทราสต์ที่ดี ไม่สว่างหมดทั้งภาพเหมือนรุ่นอื่น ๆ ซึ่งทางทีมงานมองว่าสไตล์นี้สามารถถ่ายทอดบรรยากาศกลางคืนได้ดีกว่า และยังมีฟิลเตอร์พิเศษให้เลือกใช้หลายแบบ ทำให้ถ่ายภาพกลางคืนสนุกกว่า

 

สำหรับรุ่นรองอย่าง vivo T1x นั้น โดยรวมถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการทำงานที่แรงไม่แพ้คู่แข่งรุ่นอื่นจากพลังของชิปเซ็ต Snapdragon 680 และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ 5000 mAh ที่อึดไม่แพ้ใคร แต่สิ่งหนึ่งที่ยังรู้สึกว่าให้มาไม่สุดคือระบบชาร์จไวที่มีกำลังไฟเพียง 18W

ด้านการถ่ายภาพ ถึงแม้ว่า vivo T1x จะไม่ได้มากับโหมด หรือฟีเจอร์แปลกใหม่ แต่ก็มีชุดกล้องที่รองรับทุกความต้องการพื้นฐานในการถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอ, เอฟเฟกต์บิวตี้, โหมดกลางคืน และโหมดโปร และยังทำออกมาได้ดีทีเดียวเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน โดยเฉพาะการถ่ายภาพบุคคลที่มีเอฟเฟกต์บิวตี้ กับเอฟเฟกต์โบเก้ช่วยให้ภาพสว่าง และทำให้ตัวแบบโดดเด่นขึ้นทันที อีกทั้งยังเลือกปรับรูปร่างของดวงไฟโบเก้ได้หลายแบบ เรียกได้ว่าใครที่ชอบถ่ายภาพแนว Portrait จะต้องชอบอย่างแน่นอน


สำหรับท่านใดที่สนใจจับจองเป็นเจ้าของ vivo T1 5G (RAM 8GB + ROM 128GB) ก็มีวางจำหน่ายแล้วในราคา 10,999 บาท โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ Turbo Black และ สีฟ้า Turbo Cyan

ส่วน vivo T1x (RAM 4GB + ROM 64GB) ก็วางจำหน่ายแล้วเช่นกัน ในราคา 5,699 บาท โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ Gravity Black และ Space Blue ซึ่งทั้ง 2 รุ่นวางจำหน่ายแบบ Exclusive ทาง Shopee (vivo T1 5G) และ Lazada (vivo T1x) รวมทั้งที่ vivo Brand Shop ทุกสาขาทั่วประเทศ

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ vivo ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง vivo T1 5G และ vivo T1x มาให้ทางทีมงานได้รีวิวให้แฟน ๆ Thaimobilecenter ทุกท่านได้ชมกัน สำหรับวันนี้ก็คงต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในรีวิวรุ่นต่อไป สวัสดีครับ


จุดเด่นของ vivo T1 5G

- ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Turbo Engine พร้อมความโค้งมนแบบ 3 มิติ (3D)
- พื้นผิวแบบ Glitter AG Texture ที่ไม่ลื่นมือ พร้อมเทคโนโลยีการเคลือบผิวแบบ 400nm Super-Strong Nano-Coating
- ฝาหลังของตัวเครื่องเป็นวัสดุพื้นผิวกึ่งด้าน มีทั้งความสวยงามจากการสะท้อนแสง และป้องกันรอยนิ้วมือได้
- ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Turbo Black และ Turbo Cyan
- ระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber Cooling System พร้อมเทคโนโลยี 8-Dimensional Heat Dissipation
- หน้าจอแสดงผล AMOLED Halo Fullview Display ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2404x1080 พิกเซล) พร้อมอัตราการรีเฟรชสูงสุด 90Hz, ความสว่างสูงสุด 1300 nits, ค่า Contrast Ratio 6,000,000:1, รองรับช่วงสีกว้างแบบ DCI-P3 ได้ 100% และรองรับคอนเทนต์แบบ HDR10+
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Sensor) พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Wake)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 778G 5G (SM7325) ความเร็ว 2.4 GHz ซึ่งเป็นชิปเซ็ตตัวท็อปในระดับ Mid-Range
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 642L
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8 GB พร้อมฟีเจอร์ Extended RAM 2.0 สำหรับช่วยเพิ่มขนาดหน่วยความจำ RAM เสมือนจาก ROM (Virtual RAM) ได้สูงสุด 4 GB
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูล (ROM) ขนาด 128 GB
- แบตเตอรี่ความจุ 4700 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 66W FlashCharge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 50% ภายในเวลา 18 นาที
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 พร้อมครอบทับด้วย Funtouch OS 12

------------------------------------------------

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

- กล้อง Wide ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.79, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2 และมุมรับภาพ 117 องศา
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร

รวมทั้งมีเลนส์กล้องแบบ Aspherical, ไฟแฟลชในตัว (Dual LED Flash : Dual Tone), Super Night Mode, AI Beauty, Stylish Night Filters, รองรับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (30/60 fps) และโหมด Dual-View Video

กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

พร้อมรูรับแสงขนาด f2.0, ฟีเจอร์ AI Super Night Portrait และรองรับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 1080P FHD (30 fps)

------------------------------------------------

- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi (2.4/5 GHz), 5G SA/NSA, 4G LTE, 3G WCDMA และ 2G EDGE/GPRS
- รองรับการใช้งานระบบซิมคู่ (Dual SIM : Nano SIM + Nano SIM)
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.2
- ระบุตำแหน่ง และนำทางด้วยระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, BeiDou, Glonass, Galileo และ QZSS
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C พร้อมรองรับการใช้งาน USB OTG (USB On-The-Go)
- ลำโพงเสียง Super Loudspeaker ที่สามารถเพิ่มระดับความดังได้สูงสุด 71 เดซิเบล
- มอเตอร์ระบบสั่นแบบ Linear Motor พร้อมระบบสั่นแบบ 4D Game Vibration
- ฟีเจอร์ Ultra Game Mode สำหรับบล็อกการแจ้งเตือน Pop-Up ต่าง ๆ พร้อมกับเร่งประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องขณะเล่นเกม

 

จุดเด่นของ vivo T1x

- ตัวเครื่องสี Gravity Black ใช้เทคโนโลยีการเคลือบผิวแบบ Frosted Curtain Coating พร้อมคุณสมบัติของการป้องกันรอยนิ้วมือ
- ตัวเครื่องสี Space Blue ใช้เทคโนโลยีการเคลือบผิวแบบ Nano-Grade Color Coating
- ระบบระบายความร้อนแบบ Cooling Turbo
- จอแสดงผลแบบ IPS LCD Display ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2408x1080 พิกเซล) พร้อมอัตราการรีเฟรชสูงสุดที่ 90Hz, พื้นที่แสดงผล 90.6% และรองรับช่วงสีแบบ NTSC ได้ 96%
- ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 680 (SM6225)
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB พร้อมฟีเจอร์ Extended RAM 2.0 สำหรับช่วยเพิ่มขนาดหน่วยความจำ RAM เสมือนจาก ROM (Virtual RAM) ได้สูงสุด 1 GB
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูล (ROM) ขนาด 64 GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 18W Fast Charge
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 พร้อมครอบทับด้วย Funtouch OS 12

------------------------------------------------

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

- กล้อง Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8 และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร

รวมทั้งมีเลนส์กล้องแบบ Aspherical, ไฟแฟลชในตัว (LED Flash) และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 1080P FHD (30 fps)

กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8, ฟีเจอร์ Super HDR สำหรับถ่ายเซลฟี่แบบย้อนแสง และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 1080P FHD (30 fps)

- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Mounted Fingerprint Sensor) พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Wake)
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi (2.4/5 GHz), 4G LTE, 3G WCDMA และ 2G EDGE/GPRS
- รองรับการใช้งานระบบซิมคู่ (Dual SIM : Nano SIM + Nano SIM) บนถาดแบบ Triple Slot
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.0
- ระบุตำแหน่ง และนำทางด้วยระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, BeiDou, Glonass, Galileo และ QZSS
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C พร้อมรองรับการใช้งาน USB OTG (USB On-The-Go)
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ฟีเจอร์ Ultra Game Mode สำหรับบล็อกการแจ้งเตือน Pop-Up ต่าง ๆ พร้อมกับเร่งประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องขณะเล่นเกม
- ฟีเจอร์ Multi-Turbo 5.0


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ vivo T1 5G

- ระบบสั่น Linear Motor + 4D Game Vibration ยังรองรับเพียงแค่บางเกม
-
ซอฟต์แวร์ของตัวกล้องยังไม่นิ่งมากนัก แต่คาดว่าจะมีการอัปเดตแก้ไขในภายหลัง
- ไม่รองรับการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD หรือแบบอื่น ๆ
- ไม่มีพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ลำโพงเสียงเป็นแบบเดี่ยว

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ vivo T1x

- รองรับระบบชาร์จไวเพียง 18W
- ไม่มีกล้องมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide)
- มีหน่วยความจำ ROM กับ RAM ไม่มากนักที่ 64 GB และ 4 GB ตามลำดับ
- ลำโพงเสียงเป็นแบบเดี่ยว

 

สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ vivo T1 5G และ vivo T1x ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ vivo T1 5G
สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ vivo T1x

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่งเพื่อความมั่นใจ *

 

วันที่ : 06/05/2022