ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 15/07/2019
Samsung Galaxy Tab S5e


รีวิว (Review) Samsung Galaxy Tab S5e

ยอดแท็บเล็ตเพื่อความบันเทิงรุ่นใหม่ จอสวย ลำโพง 4 ตัว แบตใหญ่ บนบอดี้บางเฉียบได้ใจ ด้วยจอ Super AMOLED ใหญ่เต็มตา 10.5 นิ้ว, ลำโพง AKG Quad Speakers เสียงกระหึ่มรอบทิศ, แบตเตอรี่ Quick Charging สุดอึด 7040 mAh, ชิปเซ็ต Snapdragon 670, กล้อง 13 ล้านพิกเซล, ระบบสแกนนิ้ว+สแกนใบหน้า และ DeX Mode บนตัวเครื่องอะลูมิเนียมสวยพรีเมียมบางเฉียบเพียง 5.5 มิลลิเมตร!
 

15 กรกฎาคม 2019 - ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา Samsung ได้ทยอยเปิดตัวสมาร์ทโฟน A-Series โฉมใหม่ออกมาตีตลาดทุกช่วงราคา ซึ่งก็มีกระแสตอบรับที่ดีทีเดียว แต่หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าในช่วงเวลาเดียวกันนั้น Samsung ได้เปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ออกมาด้วย นั่นคือ Samsung Galaxy Tab A 10.1 (2019) และ Samsung Galaxy Tab S5e หลังจากปล่อยให้รอกันหลายเดือน ในที่สุด Samsung Galaxy Tab S5e ก็เข้ามาวางจำหน่ายในบ้านเราเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางทีมงาน Thaimobilecenter ก็ไม่พลาดที่จะนำมารีวิวให้ทุกท่านได้ชมกันครับ

Samsung Galaxy Tab S5e เป็นแท็บเล็ตขนาด 10.5 นิ้วรุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานด้านความบันเทิงโดยเฉพาะ โดยมีหน้าจอ Super AMOLED อัตราส่วน 16:10 ที่มีสีสันสดใส และคมชัดระดับ WQXGA (2560 x 1600 พิกเซล) พร้อมระบบเสียงรอบทิศทางจากลำโพง 4 ตัว ซึ่งได้รับการปรับจูนโดย AKG จึงมอบประสบการณ์ด้านความบันเทิงได้สมจริงยิ่งกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม หรือชมภาพยนตร์ สำหรับประสิทธิภาพของตัวเครื่องนั้น สามารถรองรับคอนเทนต์ความบันเทิงทุกประเภทได้เป็นอย่างดี ด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 670 แบบ 8 แกน (Octa-Core) ความเร็ว 2.0 GHz ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 615 และหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB ขณะเดียวกัน ตัวเครื่องยังมีหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64 GB และรองรับการเพิ่มหน่วยความจำเสริมด้วยการ์ดแบบ microSD card ได้อีกสูงสุด 512GB พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออย่างครบครันทั้ง 4G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ USB Type-C นอกจากนี้ยังใส่ซิมการ์ดเพื่อโทรศัพท์ และใช้งานเครือข่าย 4G LTE ได้อีกด้วย

จุดเด่นสำคัญอีกอย่างหนึ่งของ Samsung Galaxy Tab S5e คือ DeX Mode ซึ่งจะเปลี่ยนอินเทอร์เฟซให้เป็นการใช้งานแบบคอมพิวเตอร์ PC โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมอย่าง DeX Station หรือ DeX Pad ในโหมดนี้จะทำให้ผู้ใช้เปิดใช้งานหลายจอพร้อมกันได้ ช่วยให้การทำงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยสามารถทำงานพร้อมกับเปิดเกม หรือดู YouTube ไปด้วยได้โดยไม่ต้องสลับจอไปมา และยังเชื่อมต่อเมาส์ กับคีย์บอร์ดผ่าน Bluetooth เพื่อการใข้งานที่สะดวกขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีโหมดการใช้งานสำหรับเด็กที่ เรียกว่า Kids Home ซึ่งผู้ปกครองสามารถควบคุมระยะเวลาการใช้งาน, การเข้าถึงไฟล์, แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากคุณสมบัติด้านความบันเทิงแล้ว Samsung Galaxy Tab S5e ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่ช่วยเสริมคุณสมบัติของตัวเครื่องให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ความจุ 7,040 mAh ที่รองรับการเล่นวิดีโอได้ต่อเนื่องถึง 15 ชั่วโมง, ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ที่ถูกครอบทับด้วยอินเทอร์เฟซ One UI ใหม่ล่าสุด, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนปุ่ม Power, ระบบการปลดล็อกตัวเครื่องด้วยใบหน้า, กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลที่รองรับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K UHD, กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่มีโหมด Live Focus สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ เป็นต้น

มาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy Tab S5e มีคุณสมบัติหลายอย่างที่น่าสนใจทีเดียว โดยเฉพาะผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการบริโภคคอนเทนต์ด้านความบันเทิง เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปชมรีวิว Samsung Galaxy Tab S5e ฉบับเต็ม โดยทีมงาน Thaimobilecenter กันเลยดีกว่าครับ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Samsung Galaxy Tab S5e เป็นแท็บเล็ตขนาด 10.5 นิ้วที่มีจอแสดงผลแบบ Super AMOLED อัตราส่วน 16:10 ที่รองรับความละเอียดสูงสุด 2560x1600 พิกเซล (WQXGA) มีขอบจอที่บางลงกว่ารุ่นก่อนๆ และไม่มีปุ่มโฮมแบบ Hard Key ตัวเครื่องมีขนาด 245.0 x 160.0 x 5.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 400 กรัม


กล้องดิจิทัลด้านหน้าติดตั้งอยู่ที่ขอบจอ มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ไม่มีไฟแฟลช LED แต่จะใช้แสงสว่างจากหน้าจอเป็นแฟลชแทน นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์สำคัญต่างๆ ติดตั้งไว้ในบริเวณนี้ด้วย


ด้านหลังของตัวเครื่องเป็นโลหะขัดผิวด้าน ทำให้ไม่ทิ้งรอยนิ้วมือเมื่อสัมผัส และมีกล้องดิจิทัลติดตั้งอยู่ที่มุมซ้ายบน สำหรับเครื่องที่นำมารีวิวในครั้วนี้เป็น สี เงิน Silver ครับ


กล้องดิจิทัลด้านหลังนูนขึ้นมาจากตัวเครื่อง เล็กน้อย มีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รองรับระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ (Auto Focus) และสามารถบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุด UHD 4K (3840 x 2160 พิกเซล) ที่ 30 เฟรมต่อวินาที


ขอบเครื่องด้านซ้ายมีพอร์ตเชือมต่อแบบ 4-Pin สำหรับ Keyboard Cover (จำหน่ายแยกต่างหาก) ส่วนขอบเครื่องด้านซ้ายมีปุ่ม Power ที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังอยู่ภายใน, ปุ่มปรับระดับเสียง, ไมโครโฟนหลัก และช่องใส่ซิมการ์ด กับการ์ด microSD


ขอบด้านบนมีช่องลำโพงซ้าย-ขวา 2 ช่อง และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ส่วนด้านล่างมีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และช่องลำโพงซ้าย-ขวาอีก 2 ช่อง ทำให้ Samsung Galaxy Tab S5e มีลำโพงเสียงภายนอกถึง 4 ตัว นอกจากนี้ตัวลำโพงยังได้รับการปรับจูนโดยแบรนด์เครื่องเสียงชื่อดัง AKG และรองรับระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos อีกด้วย


ถาดใส่ซิมของ Samsung Galaxy Tab S5e มีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ nanoSIM 1 ช่อง และช่องสำหรับใส่การ์ด microSD อีก 1 ช่อง โดยรองรับได้สูงสุด 512GB


สำหรับอุปกรณ์เสริมภายในกล่อง จะมีอแดปเตอร์สำหรับชาร์จแบตเตอรี่, สาย USB-Type-C และสายแปลง USB-Type-C เป็นช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ไม่มีหูฟัง และปากกามาให้


เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์

Samsung Galaxy Tab S5e มากับระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย One UI ตามสไตล์ของ Samsung และมีแอปพลิเคชันพื้นฐานติดตั้งมาให้ด้วยจำนวนหนึ่ง


เมื่อปัดหน้าจอเริ่มต้นขึ้นไปด้านบน จะเป็นการเปิดลิ้นชัก (App Drawer) ซึ่งจะแสดงแอปพลิเคชันทั้งหมดที่เราติดตั้งเอาไว้ในเครื่อง


แอปพลิเคชันพื้นฐานที่ติดตั้งมาให้จากโรงงาน จะเป็นแอปของ Google ครบชุด และแอปพื้นฐานของ Samsung ส่วนแอปของ Microsoft นั้น แอปพลิเคชันสำหรับงานเอกสารทั้ง Word, Excel และ PowerPoint จะรวมอยู่ใน Office Mobile ส่วน OneDrive เป็นบริการฝากไฟล์แบบ Cloud Storage ซึ่งใช้ได้ฟรี 100 GB


หากลากนิ้วจากด้านบนหน้าจอลงมา จะเป็นการเปิดดูแถบแจ้งเตือน และแผงเมนูลัดแบบย่อ ซึ่งเราสามารถกดที่แถบแจ้งเตือน เพื่อเปิดดูแอปพิลเคชันนั้นๆ ได้ทันที


หากปัดนิ้วลงมาอีกครั้ง จะเป็นการขยายแถบเมนูทางลัด ซึ่งรวมการตั้งค่าที่ใช้บ่อยๆ เอาไว้ เช่น เปิด-ปิด WiFi, เปิด-ปิดเสียง, เปิด-ปิด Bluetooth, การหมุนหน้าจออัตโนมัติ เป็นต้น ซึ่งเราสามารถปรับแต่งเมนูนี้ได้ ด้วยการกดที่ไอคอน 3 จุดด้านบน จากนั้นเลือก ลำดับปุ่ม และลากไอคอนการตั้งค่าที่ต้องการเพิ่มเข้าไปในแถบเมนูตามต้องการ


หากกดปุ่ม แอปล่าสุด (Recent Apps) ซึ่งอยู่ด้านซ้ายของแถบนำทางด้านล่าง จะแสดงแอปพลิเคชันทั้งหมดที่เราเปิดทิ้งไว้ สามารถกดบนแอปที่ต้องการเพื่อเรียกแอปนั้นกลับมาใช้งานได้ นอกจากนี้ หากกดที่ไอคอนแอป จะมีเมนูให้เลือกเปิดการใช้งาน 2 แอปพลิเคชันพร้อมกันได้ด้วย



โหมดการใช้งานแบบ 2 แอปพลิเคชัน สามารถใช้ได้ทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน โดยเราสามารถลากเส้นสีฟ้าตรงกลางเพื่อปรับขนาดของหน้าจอแต่ละฝั่งได้ แต่ทั้งนี้ บางแอปพลิเคชันอาจจะไม่รองรับการทำงานในโหมดนี้ครับ


เมื่อปัดหน้าจอเริ่มต้นไปทางขวา จะเข้าสู่ Bixby Home ซึ่งแสดงข้อมูลข่าวสารที่เราสนใจ และข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย หรือแอปพลิเคชันต่างๆ โดยจะเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้ เช่น คีย์เวิร์ดที่เราใช้ค้นหาในเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันที่เราเปิดใช้บ่อยๆ เป็นต้น ทำให้เราสามารถดูข้อมูลทุกอย่างที่สนใจได้ในที่เดียว


Samsung Galaxy Tab S5e สามารถใส่ซิมการ์ด และใช้โทรศัพท์ได้ โดยแอปพลิเคชันโทรศัพท์มีหน้าตาเรียบง่าย และปุ่มกดที่ค่อนข้างใหญ่ กดได้สะดวก นอกจากนี้ในหน้า รายชื่อ ยังแบ่งการแสดงผลเป็น 2 ฝั่ง ช่วยให้จัดการข้อมูลของรายชื่อได้ง่าย


เมื่อกดบนพื้นที่ว่างบนหน้าจอเริ่มต้นค้างไว้ครู่หนึ่ง จะเข้าสู่โหมด การปรับแต่งหน้าจอ ซึ่งเราสามารถเลือกเปลี่ยนภาพพื้นหลัง, เพิ่มวิดเจ็ต และเปลี่ยนรูปแบบหน้าจอ โดยเลือกได้ 2 แบบ คือหน้าจอหลักและหน้าจอแอป (ปัดนิ้วขึ้นเพื่อเรียกดูแอปทั้งหมด) และหน้าจอหลักเท่านั้น (แอปพลิเคชันทั้งหมดจะอยู่บนหน้าจอหลัก ไม่ต้องปัดนิ้วขึ้นเพื่อเรียกดูแอป)


ที่น่าสนใจคือ ในเมนูการตั้งค่าจอจะมีฟังก์ชัน ซ่อนแอป ที่ช่วยให้เราซ่อนแอปพลิเคชันบนหน้าจอหลัก และในหน้าลิ้นชักได้ แอปพลิเคชันที่ถูกซ่อนจะไม่ปรากฏให้เห็น และไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยวิธีปกติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเก็บแอปพลิเคชันบางอย่างให้พ้นจากมือบุตรหลาน หากต้องการนำแอปพลิเคชันกลับคืนมา ก็เข้ามายกเลิกการซ่อนได้ในเมนูเดียวกัน แต่ทั้งนี้ แอปพลิเคชันที่ถูกซ่อนจะยังคงทำงานอยู่ในเบื้องหลัง และกินพื้นที่หน่วยความจำภายในเครื่องตามปกติ ไม่ได้ถูกลบออกแต่อย่างใด


หน้าแสดงแอปพลิเคชันก่อนซ่อนแอป (ซ้าย) และหลังซ่อนแอป (ขวา) สังเกตว่าแอปพลิเคชันที่ถูกซ่อนไม่ปรากฏบนหน้าลิ้นชักแล้ว


นอกจากฟิลเตอร์แสงสีฟ้าแล้ว ยังมีโหมดกลางคืนที่จะ เปลี่ยนอินเตอร์เฟซให้เป็นสีดำและสีเทา เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในเวลากลางคืน สามารถเลือกเปิดฟังก์ชันนี้ได้ตามต้องการ หรือกำหนดเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติก็ได้


ตัวอย่างหน้าอินเทอร์เฟซของระบบในโหมดกลางคืน


ในการตั้งค่าหน้าจอ เรายังสามารถสลับตำแหน่งของปุ่มนำทางให้เหมาะกับสไตล์การใช้งานได้ หรือจะเปลี่ยนเป็นแถบ "ท่าทางเต็มหน้าจอ" ที่ควบคุมด้วยการปัดนิ้วขึ้นแทนการกดก็ได้


หากรู้สึกว่าตัวอักษร และไอคอนต่างๆ มีขนาดเล็กเกินไป ก็สามารถปรับให้ใหญ่ขึ้นได้ในเมนู การซูมหน้าจอ


เราสามารถเรียกดู และจัดการกับไฟล์ต่างๆ ในเครื่องได้ผ่านแอปพลิเคชัน ไฟล์ส่วนตัว ซึ่งจะแสดงไฟล์ทั้งหมดที่อยู่ในเครื่องโดยแบ่งตามประเภทของไฟล์ และเมื่อกดที่ การวิเคราะห์ที่จัดเก็บ จะแสดงการใช้พื้นที่หน่วยความจำภายใน และพื้นที่ที่เหลืออยู่


อีกฟังก์ชันหนึ่งที่น่าสนใจ คือ Digital Wellbeing ซึ่งจะเก็บบันทึกสถิติการใช้งานแท็บเล็ตของเราในแต่ละวัน ช่วยให้เราตรวจสอบได้ว่า เราใช้เวลาในแต่ละวันไปกับแท็บเล็ตมากเกินไปหรือไม่ หรือใช้งานแอปพลิเคชันบางอย่างนานเกินไปหรือไม่


Samsung Galaxy Tab S5e และอุปกรณ์ตระกูล Galaxy รุ่นใหม่ๆ จะมีฟังก์ชัน การดูแลอุปกรณ์ ซึ่งจะปรับแต่งการทำงาน, ล้างไฟล์ขยะ, สแกนไวรัส และจัดสรรการใช้แบตเตอรี่ ให้ระบบทำงานรวดเร็วอยู่เสมอ เมื่อเข้ามาในฟังก์ชันนี้ จะมีการสแกนระบบและวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ สามารถกดปุ่ม "ปรับตอนนี้" เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้เป็น 100% ได้ในคลิกเดียว


ในส่วนของที่เก็บ จะแสดงการใช้งานหน่วยความจำ RAM และ ROM โดยมีการแบ่งหมวดหมู่ตามประเภทของไฟล์ และขนาดบนหน่วยความจำ สามารถกดปุ่ม "ล้างตอนนี้" เพื่อลบไฟล์ขยะ หรือเคลียร์ RAM ได้


ในเมนูความปลอดภัยจะเป็นเครื่องมือ สแกนไวรัสและมัลแวร์ ซึ่งใช้เวลาสแกนไม่เกิน 5 นาที


หากต้องการใช้ฟังก์ชันสแกนลายนิ้วมือ จะต้องลงทะเบียนลายนิ้วมือเสียก่อน โดยระบบจะบังคับให้เราตั้ง PIN ก่อนจึงจะลงทะเบียนลายนิ้วมือได้ ซึ่งใช้เวลาลงทะเบียนไม่นาน และลงทะเบียนได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ


สำหรับการสแกนใบหน้าก็ต้องลงทะเบียนใบหน้าก่อนเช่นกัน โดยทำตามคำแนะนำที่ปรากฏบนจอ ใช้เวลาไม่เกิน 30 วินาที และลงทะเบียนได้มากกว่า 1 ใบหน้า การสแกนใบหน้าเป็นวิธีการปลดล็อกตัวเครื่องที่เร็วที่สุด แต่อาจจะไม่รัดกุมเท่าการสแกนลายนิ้วมือ เป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว


 สำหรับแอปพลิเคชัน SmartThings เป็นแอปพลิเคชันสำหรับจัดการอุปกรณ์จำพวก Smart Home ต่างๆ ให้ควบคุมการทำงานได้อย่างสะดวกจากสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็น Smart TV, หุ่นยนต์ทำความสะอาด, ลำโพง, โคมไฟ หรือแก็ดเจ็ตต่างๆ


Samsung Galaxy Tab S5e มี Samsung Internet เป็นเบราว์เซอร์มาตรฐานสำหรับเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งมีความเร็วและความเสถียรไม่แพ้เบราว์เซอร์ตัวอื่นๆ แสดงผลหน้าเว็บได้ครบถ้วน และมีตัวเลือกฟังก์ชันต่างๆ ครบครัน


ในเมนูการตั้งค่าของ Samsung Internet จะมีตัวเลือกให้ติดตั้งส่วนเสริมสำหรับปิดกั้นโฆษณาต่างๆซึ่งมีให้เลือกหลายตัวด้วย กัน แต่เลือกติดตั้งแค่ตัวเดียวก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องติดตั้งทั้งหมดครับ


สำหรับท่านใดที่รู้สึกว่าตัวอักษรบนหน้าเว็บอ่านยากเพราะมีขนาดเล็กเกินไป Samsung Internet ก็มีฟังก์ชันปรับขนาดตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้น สูงสุด 200% ทำให้เราไม่ต้องคอยกางนิ้วซูมตลอดเวลาครับ


ตัวอย่างการแสดงผลด้วยตัวอักษรขนาดปกติ (ซ้าย) และขนาด 200% (ขวา)


ตัวอย่างการแสดงผลในโหมดความเข้มสูง


ในการเรียกดูภาพถ่ายและวิดีโอในเครื่อง สามารถดูได้ในแกลเลอรี่ โดยจะแสดงได้ 3 แบบ คือ แสดงแบบแยกอัลบั้ม, แบบรวมภาพถ่ายทั้งหมด และแบบเรื่องราว ซึ่งเป็นการนำภาพถ่ายทั้งหมดที่ถ่ายไว้ในวันหนึ่งๆ เข้าไว้ด้วยกัน


สำหรับการเล่นเพลง จะใช้ Google Music เป็นเครื่องเล่นหลัก ซึ่งมีหน้าตาการใช้งานเรียบง่าย และมีฟังก์ชันไม่ซับซ้อน


ในส่วนของการเล่นวิดีโอ Samsung Galaxy Tab S5e จะมีแอปพลิเคชันพื้นฐานในการเล่นอยู่แล้ว ซึ่งมีตัวเลือกหลายอย่างทั้งการจับภาพสกรีนช็อต, บันทึกเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบ GIF, แสดงวิดีโอแบบหน้าต่าง pop-up, ล็อกหน้าจอ และขยายเต็มจอ เป็นต้น


การแสดงผลวิดีโอปกติ อาจเหลือขอบสีดำบน-ล่าง หรือซ้าย-ขวาเอาไว้ ตามอัตราส่วนการแสดงผลของวิดีโอ ซึ่งเราสามารถขยายภาพให้เต็มจอเพื่อกำจัดขอบดำออกไปได้ โดยเลือกปรับได้ 2 แบบ คือยืดภาพให้เต็มพื้นที่ หรือขยายภาพโดยคง อัตราส่วนเดิม


ตัวอย่างการยืดภาพให้เต็มพื้นที่ สังเกตว่าภาพจะโดนยืดออกในแนวตั้ง จนสัดส่วนเพี้ยนไปเล็กน้อย


ส่วนการขยายภาพให้เต็มโดยคงอัตราส่วนเดิม สัดส่วนจะไม่เพี้ยนไป แต่บริเวณขอบภาพจะล้นออกไปจากจอ


พื้นที่สีน้ำเงินคือส่วนที่จะล้นออกไปเมื่อขยายแบบเต็มจอโดยคงอัตราส่วน เดิมไว้


สำหรับการแสดงผลแบบ pop-up จะเป็นหน้าต่างลอยดังภาพ ซึ่งจะแสดงอยู่เหนือแอปพลิเคชันทุกตัว และเคลื่อนย้ายไปบนจอได้


ในการบันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบ GIF จะบันทึกได้ยาวสุด 6 วินาที โดยปรับความเร็วในการเคลื่อนไหวได้ที่ 0.5x, 1.0x (ความเร็วปกติ) และ 2.0x และเลือกให้เล่นย้อนกลับ หรือกลับไปกลับมาก็ได้


ตัวอย่างภาพ GIF ที่ตัดออกมาจากคลิปวิดีโอ


Samsung Galaxy Tab S5e มีฟีเจอร์รองรับการเล่นเกมที่น่าสนใจนั่นคือ Game Launcher ซึ่งจะรวมเกมในเครื่องมาไว้ในที่เดียวกัน พร้อมทั้งช่วยเร่งประสิทธิภาพการประมวลผล และบล็อคการแจ้งเตือนขณะเล่น


ในหน้าการตั้งค่าของ Game Launcher จะมีตัวเลือกให้ซ่อนไอคอนเกมบนหน้าจอหลัก โดยจะให้แสดงอยู่ใน Game Launcher เท่านั้น และเลือกรับ หรือไม่รับการแจ้งเตือนจากเกมได้


นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน ปรับค่าประสิทธิภาพ ให้เราเลือกได้ว่าจะให้ระบบรันเกมโดยลดประสิทธิภาพลงเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ หรือรันโดยเน้นประสิทธิภาพการเล่นเกมขั้นสูงสุดโดยไม่ต้องสนใจแบตเตอรี่ และสามารถตั้งค่าแยกเฉพาะแต่ละเกมได้ด้วย ฟังก์ชันนี้จะช่วยให้เราปรับประสิทธิภาพการเล่นเกมให้เหมาะกับสถานการณ์มากขึ้น เช่นการเปิดบอททิ้งไว้ ซึ่งเราไม่ได้ต้องการกราฟิกสวยๆ หรือความลื่นไหล แต่ต้องการเปิดทิ้งไว้ให้นานที่สุด ในทางกลับกัน เมื่อเราเล่นเกมด้วยตัวเอง เราก็ต้องการให้ตัวเกมลื่นไหลที่สุด และมีกราฟิกสวยงาม เป็นต้น


เมื่อเล่นเกมในโหมด Game Launcher จะมีเมนูลัดเพิ่มเข้ามาในแถบนำทาง ซึ่งสามารถเลือกตั้งค่าการบล็อกการแจ้งเตือนต่างๆ และการโทรได้


เมื่อเล่นเกมในโหมด Game Launcher จะมีเมนูลัดเพิ่มเข้ามาในแถบนำทาง ซึ่งสามารถเลือกตั้งค่าการบล็อกการแจ้งเตือนต่างๆ และการโทรได้


และยังมีตัวเลือกการแสดงแผงป็อปอัพ ขณะเล่น และการล็อกหน้าจออัตโนมัติเมื่อเปิดเกมทิ้งไว้ระยะเวลาหนึ่ง


ในโหมดล็อกหน้าจอ ระบบจะลดความสว่างของหน้าจอ, ล็อกการสัมผัส และลดเฟรมเรตของตัวเกมลง แต่เกมจะยังคงรันต่อไปเรื่อยๆ เหมาะสำหรับการเปิดบอททิ้งไว้ เพราะประหยัดพลังงานกว่าการเปิดเกมไว้ตลอด และช่วยป้องกันการสัมผัสปุ่มต่างๆ โดยไม่ตั้งใจได้


สำหรับการเล่นเกมบน Samsung Galaxy Tab S5e ทางทีมงานเลือกเกมมาทดสอบหลายเกมด้วยกัน โดยเลือกเกมที่มีกราฟิกระดับปานกลางอย่าง PUBG Mobile กับ Asphalt 9 และเกมที่มีกราฟิกค่อนข้างสูงอย่าง Shadowgun Legends, AxE และ Super Mecha Champions โดยเล่นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง พบว่า Samsung Galaxy Tab S5e สามารถเล่นทุกเกมข้างต้นได้อย่างราบรื่น แต่เกม AxE กับ Super Mecha Champions จะมีอาการเฟรมเรตตกเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่ถึงกับรบกวนการเล่นแต่อย่างใด หลังจากเล่นไประยะหนึ่งตัวเครื่องจะเริ่มอุ่นๆ แต่ไม่ร้อนมาก โดยรวมถือว่า Samsung Galaxy Tab S5e เหมาะกับการเล่นเกมพอสมควร อย่างไรก็ดี ด้วยขนาดของแท็บเล็ตที่ค่อนข้างใหญ่ อาจจะทำให้เล่นเกมแนว FPS ลำบากอยู่บ้างครับ


Samsung Galaxy Tab S5e วัดค่า benchmark จากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ได้ 152070 คะแนน และจากแอปพลิเคชัน Geekbench 4 ได้ 1605 คะแนนสำหรับการประมวลผลแกนเดี่ยว (Single-Core) และ 5661 คะแนนสำหรับการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core)


สำหรับการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน 3D Mark แบบ OpenGL ES 3.1 ได้คะแนนการทดสอบที่ 1571 คะแนน ส่วนการทดสอบแบบ Vulkan ได้คะแนนการทดสอบที่ 1526 คะแนน


Samsung Galaxy Tab S5e ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 670 แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.0 GHz มีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 615, หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 4 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64 GB


สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง Samsung Galaxy Tab S5e นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor ส่วนหน้าจอแสดงผลรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


ระบบ GPS สามารถจับสัญญาณดาวเทียมในที่กลางแจ้งได้ดี โดยจากภาพตัวอย่างจะเห็นว่าจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 42 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 10 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพอากาศด้วย ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่และช่วงเวลา


การใช้งาน DeX Mode

Samsung Galaxy Tab S5e มาพร้อมกับโหมดการใช้งานพิเศษที่เรียกว่า DeX Mode ซึ่งเปิดใช้งานได้โดยไปที่ แถบเมนูทางลัด > Samsung DeX ในโหมดนี้หน้าจออินเทอร์เฟซจะเปลี่ยนไปคล้ายกับหน้าเดสก์ท็อปของคอมพิวเตอร์ PC โดยที่เราไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ และสามารถเปิดแอปพลิเคชันหลายๆ หน้าต่างพร้อมกันได้ อีกทั้งยังต่อเมาส์ และคีย์บอร์ดผ่านสัญญาณ Bluetooth เพื่อใช้งานในโหมดนี้ได้ด้วย ช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้นมาก แทบไม่ต่างจากการทำงานบนคอมพิวเตอร์ PC เลยครับ


ใน DeX Mode เมนูทุกอย่างจะมารวมกันอยู่ที่แถบด้านล่าง ซึ่งเมนูแต่ละส่วนมีลักษณะการทำงานดังนี้

  1. เมนูควบคุมหลัก ใช้ออกจาก DeX Mode, เปิดดูแอปล่าสุด, แสดงรายการแอป, โขว์หน้าเริ่มต้น และย้อนกลับ
  2. แสดงแอปพลิเคชันที่เปิดค้างไว้
  3. แถบแจ้งเตือน สามารถกดที่ไอคอนเพื่อดูรายละเอียดได้
  4. แถบสถานะ WiFi, Bluetooth, แบตเตอรี่ และอื่นๆ
  5. แถบเมนูจิปาถะ ซึ่งมีไอคอนเรียกใช้คีย์บอร์ด, ตั้งค่าเสียง, จับภาพหน้าจอ, ค้นหา และวันที่

 


ทดลองเปิดเว็บเบราว์เซอร์ และแอปพลิเคชันอื่นๆ พร้อมกับเล่นเกมไปด้วย ตัวเครื่องยังคงทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาใดๆ แม้ว่าเกมที่เปิดจะเป็นเกมที่กินทรัพยากรค่อนข้างมากอย่าง AxE ก็ตาม จึงสามารถทำงานไปด้วย เล่นเกมไปด้วยได้สบายๆ ครับ


ในโหมดนี้เรายังคงเรียกดูแจ้งเตือนจากแอปต่างๆ ได้ตามปกติ ด้วยการกดที่ไอ คอน [...] บนแถบเมนูแจ้งเตือน


หากหาแอปพลิเคชันบนจอไม่เจอก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเราสามารถเข้าถึงและเรียกใช้แอปพลิเคชันทุกตัวได้ในโหมดนี้ โดยกดที่ไอ คอนรูปตารางบนเมนูควบคุมหลักริมซ้ายล่างของหน้าจอ


หากกดที่ไอคอนสามขีด จะเป็นการเรียกดูแอปพลิเคชันทั้งหมดที่เปิดค้างเอาไว้ เหมือนกับหน้า Recent Apps ในโหมดการใช้งานปกติ


สำหรับแถบเมนูทางลัด สามารถเรียกดูได้ด้วยการกดปุ่มไอคอนสาม เหลี่ยม บนแถบเมนูสถานะทั่วไป


ส่วนการเรียกใช้คีย์บอร์ดแบบ On-Screen, การตั้งค่าเสียง และอื่นๆ สามารถทำได้ที่แถบเมนูจิปาถะ บริเวณมุมขวาล่างของหน้าจอ


เมื่อต้องการออกจาก DeX Mode ให้กดปุ่ม DeX ที่มุมซ้ายล่างของหน้าจอ แล้วเลือก ออกจาก DeX เพียง เท่านี้ก็กลับมาใช้งานในโหมดปกติได้แล้ว


การใช้งาน Kids Home

ผู้ใช้สามารถเปิดโหมดการใช้งาน Kids Home ได้โดยไปที่ แถบทางลัดการตั้งค่า > Kids Home ในโหมดนี้จะมีการปรับหน้าตาอินเทอร์เฟซเป็นตัวการ์ตูนที่เด็กๆ ชอบ และมีแอปพลิเคชันให้ใช้งานอย่างจำกัด โดยผู้ใช้ในฐานะผู้ปกครองสามารถ ตั้งโปรไฟล์ของเด็ก และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ในเครื่อง และเว็บไซต์ พร้อมจำกัดระยะเวลาการเล่นในแต่ละวันได้ด้วย โดยการ ตั้งค่าทุกอย่าง รวมถึงการออกจาก Kids Home จะมีการถามรหัสผ่านทุกครั้ง (เป็นรหัสผ่านชุดเดียวกับที่ใช้ปลดล็อกตัวเครื่อง) เพื่อ ป้องกันไม่ให้เด็กๆ แอบเข้ามาแก้ไขการตั้งค่าเองครับ


ผู้ใช้ในฐานะผู้ปกครอง สามารถตั้งค่าการใช้งานแท็บเล็ตของเด็กๆ ได้ ว่าในแต่ละวันสามารถเล่นได้กี่ชั่วโมง และตั้งค่าแยกกันได้สำหรับวันทำงาน (จันทร์-ศุกร์) และวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์)


หากตรงกับวันเกิดที่ตั้งไว้ในโปรไฟล์ของเด็ก Kids Home ก็จะมีเซอร์ไพรส์น่ารักๆ ให้ด้วย

   

หมู่บ้านเพื่อนของคร็อคโคร เป็นเกมเสริมทักษะที่เด็กๆ สามารถสร้างบ้านของคร็อคโครและผองเพื่อนได้ โดยเลือกได้ว่าจะให้แต่ละชั้นเป็นร้านอะไรบ้าง เช่น ร้านอาหาร หรือร้านขายเสื้อผ้า เป็นต้น


ผ้าใบของ Bobby เป็นแอปพลิเคชันวาดรูประบายสี ซึ่งมีให้เลือกวาดได้ 4 แบบ


แบบแรกเป็นกระดานวาดรูปทั่วไป เด็กๆ สามารถเลือกประเภทของลายเส้น และสีสันได้อิสระ อีกทั้งยังมีภาพการ์ตูนตัดปะให้เลือกเล่นด้วย


แบบที่ 2 เป็นแบบฝึกหัดระบายสี โดยจะมีตัวการ์ตูนมาให้ เด็กๆ สามารถระบายสีได้ตามใจชอบ


แบบที่ 3 เป็นกระดานวาดรูปที่มีเอฟเฟกต์หลากสีสัน พร้อมตราประทับรูปตัวการ์ตูนหลากหลายแบบ


และแบบที่ 4 เป็นการจำลองการวาดรูปบนผืนทราย พร้อมตราประทับรูปสัตว์ทะเลน่ารักๆ หลายแบบให้เลือกใช้


วงดนตรีของ Lisa เป็นแอปพลิเคชันเล่นเพลงที่เด็กๆ สามารถเล่นดนตรีประกอบจังหวะไปพร้อมกับเพลงได้ด้วยการกดที่ตัวการ์ตูนรูปเครื่อง ดนตรี


วิดีโอของคุกกี้ เป็นแอปพลิเคชันสำหรับดูคลิปวิดีโอ ซึ่งเราเลือกได้ว่าจะให้เด็กๆ เข้าถึงวิดีโอใดบ้างในโหมดนี้


อินเทอร์เฟซของตัวเล่นวิดีโอในโหมดนี้มีเพียงคำสั่งควบคุมพื้นฐานเท่านั้น ไม่มีฟังก์ชันอะไรที่ซับซ้อน ซึ่งเด็กๆ สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย


เสียงมหัศจรรย์ของฉัน เป็นแอปพลิเคชันที่จะบันทึกเสียง และเล่นเสียงที่บันทึกออกมาเป็นเอฟเฟกต์ของตัวการ์ตูนต่างๆ ซึ่งเด็กๆ สามารถเลือกได้ตามใจชอบ


การผจญภัยของคร็อกโคร เป็นเกมฝึกทักษะที่เด็กๆ จะต้องช่วยคร็อกโครเดินทางผ่านอุปสรรคต่างๆ ด้วยการเรียงลำดับจิ๊กซอว์ให้ถูกต้อง


แกลเลอรี่ส่วนตัว เป็นแกลเลอรี่สำหรับดูรูปภาพ และวิดีโอในเครื่อง ซึ่งเราเลือกได้ว่าจะอนุญาตให้เข้าถึงไฟล์ไหนในเครื่องบ้าง


กล้องถ่ายรูปของฉัน เป็นแอปพลิเคชันถ่ายรูปสำหรับเด็ก ซึ่งมีฟิลเตอร์ และเอฟเฟกต์น่ารักๆ ให้เลือกใช้ ไม่มีฟีเจอร์อะไรที่ซับซ้อน แต่จะเน้นความสนุกเพลิดเพลินของเด็กๆ มากกว่าครับ


เด็กๆ สามารถท่องเว็บไซต์ได้ใน เบราว์เซอร์ของฉัน ซึ่งจะเข้าได้เฉพาะเว็บไซต์ที่เราอนุญาตเท่านั้น


อินเทอร์เฟซของเว็บเบราว์เซอร์ที่มีเฉพาะเมนูสำคัญๆ เท่านั้น และมีขนาดใหญ่เพื่อให้เด็กๆ ใช้งานง่ายขึ้น การแสดงผลหน้าเว็บมีความครบถ้วนสมบูรณ์เหมือนเปิดด้วยเบราว์เซอร์มาตรฐานทุกประการ


ในหน้าการตั้งค่า เราสามารถเพิ่ม URL เว็บไซต์ที่อนุญาตให้เด็กเข้าชมได้


นอกจากนี้ยังเช็คประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ได้อีกด้วย


และสุดท้าย โทรศัพท์ของฉัน เป็นแอปพลิเคชันสำหรับ โทรศัพท์ ซึ่งเด็กๆ จะโทรได้เฉพาะหมายเลขในสมุดรายชื่อที่เราอนุญาตเท่านั้น ไม่สามารถกดเลขหมายเองได้ จึงไม่ต้องกังวลว่าเด็กๆ จะแอบโทรไปหาใครมั่วๆ และไม่ต้องกลัวจะเปลืองเงินค่าโทรศัพท์ด้วยครับ


การใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

Samsung Galaxy Tab S5e มีกล้องดิจิทัลด้านหลังตัวเดียว ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.0 รองรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอผ่าน โหมด ไลฟ์โฟกัส ซึ่งปรับระดับความเบลอได้ 7 ระดับ แต่จะถ่ายได้เฉพาะภาพบุคคลเท่านั้น เนื่องจากในโหมดนี้ระบบจะตรวจหาใบหน้าของตัวแบบก่อน หากไม่มีใบ หน้าอยู่ในภาพ เอฟเฟกต์เบลอฉากหลังจะไม่ทำงาน นอกจากนี้ยังมี โหมด โปร ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ปรับค่าความไวแสง (ISO), สมดุลแสงขาว (White Balance) และระดับชดเชยแสง (EV) ได้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีความรู้ด้านการถ่ายภาพอยู่แล้ว


สำหรับการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหลัง สามารถเลือกอัตราส่วนภาพได้ 3 แบบ คือ 16:9, 1:1 และ 16:10 (Full)โดยรองรับความละเอียดสูงสุด UHD 4K (3840 x 2160 พิกเซล) โดยการถ่ายที่ความละเอียด 4K จะถ่ายได้เฉพาะในอัตราส่วน 16:9 เท่านั้น


สำหรับกล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง F/2.0 รองรับการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอด้วยโหมดไลฟ์โฟกัสเหมือนกับกล้องหลัง นอกจากนี้ยังมีเอฟเฟกต์บิวตี้ให้ปรับได้ 8 ระดับ แต่ไม่สามารถ เปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ในโหมดไลฟ์โฟกัสได้


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด Auto HDR



ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด Auto HDR



ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด Auto HDR


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด Auto HDR


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด Auto HDR


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด Auto HDR


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด Auto HDR


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด Auto HDR


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด Auto HDR


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด Auto HDR


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด Auto HDR


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ


ถ่ายด้วยโหมดไลฟ์โฟกัส ความเบลอระดับ 1 (ต่ำสุด)



ถ่ายด้วยโหมดไลฟ์โฟกัส ความเบลอระดับ 3 (ปานกลาง)



ถ่ายด้วยโหมดไลฟ์โฟกัส ความเบลอระดับ 7 (สูงสุด)


สรุปผลการทดสอบของ Samsung Galaxy Tab S5e

จากการที่ได้ใช้งาน Samsung Galaxy Tab S5e มาระยะหนึ่ง ก็พอจะสรุปได้ว่า Galaxy Tab S5e นั้นเป็นแท็บเล็ตที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกประเภทโดยเฉพาะด้านความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง, ฟังเพลง หรือเล่นเกม คุณสมบัติเด่นที่ช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับคอนเทนต์ความบันเทิงคือลำโพง 4 ตัว (Quad Speaker) ที่ถูกปรับแต่งเสียงโดยแบรนด์ชั้นนำอย่าง AKG พร้อมดังกระหึ่มรอบทิศทางด้วยเอฟเฟกต์เสียง Dolby Atmos ขณะเดียวกัน หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 10.5 นิ้ว ก็ช่วยถ่ายทอดภาพที่มีสีสันสดใส และคมชัดระดับ WQXGA (2560x1600 พิกเซล) ซึ่งสามารถชมภาพยนตร์ความละเอียดสูงได้อย่างเต็มอรรถรส นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังมีความจุสูงถึง 7040 mAh พร้อมรองรับระบบชาร์จเร็ว (Quick Charging) และเล่นวิดีโอได้ต่อเนื่องถึง 15 ชั่วโมง จึงเพลิดเพลินกับความบันเทิงได้ไม่ขาดตอนตลอดทั้งวัน

สำหรับการใช้งานทั่วไป Samsung Galaxy Tab S5e ตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างลื่นไหล โดยมีชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 670 แบบ 8 แกน ความเร็ว 2.0 GHz ซึ่ง มีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 615 แม้ว่าหน่วยความจำ RAM 4 GB อาจจะดูไม่มาก แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และยังรองรับเกมส่วนใหญ่บน Play Store ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หลายๆ เกมในปัจจุบันอาจรองรับการเล่นบนแท็บเล็ตได้ไม่เต็มที่ ทำให้ภาพกราฟิกในเกมไม่ละเอียดเท่าที่ควร และควบคุมยาก แต่โดยรวมแล้วถือว่าอยู่ในระดับน่าพอใจ

จุดเด่นสำคัญของ Samsung Galaxy Tab S5e คือ DeX Mode ที่จะเปลี่ยนลักษณะการทำงานของแท็บเล็ตให้คล้ายกับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป โดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอย่าง DeX Station หรือ DeX Pad ช่วยให้เราเปิดใช้งานแอปพลิเคชันหลายๆ ตัวพร้อมกันได้ และทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยสามารถเชื่อมต่อเมาส์ และคีย์บอร์ดผ่าน Bluetooth ได้ (หรือจะใช้แป้นพิมพ์ของ Keyboard Cover ก็ได้) ทำให้ใช้งานได้คล้ายกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่เราคุ้นเคย แต่ทั้งนี้ หากต้องการต่อภาพออกจอมอนิเตอร์ หรือ Smart TV ด้วย จำเป็นต้องเชื่อมต่อด้วย HDMI ผ่านอแดปเตอร์แปลงพอร์ต USB Type-C ไม่สามารถใช้ Smart View เพื่อส่งภาพขึ้นจอได้ใน DeX Mode ซึ่งเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่ง

ข้อดีของ DeX Mode อีกประการก็คือ ช่วยให้เราเปิดเกมได้หลายเกมพร้อมกัน แต่ทั้งนี้ แท็บเล็ตถูกออกแบบมาจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างจากคอมพิวเตอร์ การเปิดเกม หรือแอปพลิเคชันพร้อมกันหลายๆ หน้าต่างอาจทำให้เครื่องกระตุก ค้าง และร้อนได้ จึงไม่แนะนำให้เปิดเกมทิ้งไว้หลายหน้าต่างใน DeX Mode ครับ

อีกฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจ คือ Kids Corner ซึ่งเป็นโหมดการใช้งานสำหรับเด็ก เหมาะกับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องแบ่งแท็บเล็ตให้ลูกเล่นด้วย ในโหมดนี้ผู้ปกครองสามารถจัดระเบียบการเข้าถึงไฟล์ และแอปพลิเคชันในเครื่อง รวมไปถึงระยะเวลาการเล่นได้อย่างละเอียด และมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องกังวลว่าเด็กๆ จะเข้าไปยุ่งกับไฟล์สำคัญ หรือใช้เวลาอยู่กับแท็บเล็ตนานเกินไป นอกจากจะช่วยป้องกันไม่ให้เด็กติดแท็บเล็ตแล้ว ยังช่วยฝึกระเบียบวินัยได้ด้วย

สำหรับกล้องถ่ายภาพของ Samsung Galaxy Tab S5e ด้วยการที่เป็นแท็บเล็ต ก็อาจจะไม่ได้มีคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพที่โดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ที่น่าสนใจก็มีอยู่บ้าง โดยเฉพาะการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K ซึ่งมีแท็บเล็ตเพียงไม่กี่รุ่นที่ทำได้ อย่างไรก็ดีตัวกล้องนั้นไม่มีระบบกันสั่น หากต้องการบันทึกวิดีโอ แนะนำว่าควรใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริม เช่นขาตั้งกล้อง

จากคุณสมบัติที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ สามารถสรุปได้ว่า Samsung Galaxy Tab S5e เป็นแท็บเล็ตเพื่อความบันเทิงที่โดดเด่นทั้งระบบภาพ และเสียง อีกทั้งมีความยืดหยุ่นในการใช้งานที่มากกว่าแท็บเล็ตทั่วไปด้วย DeX Mode และ Kids Corner ใครที่กำลังมองหาแท็บเล็ตที่ตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน ในราคาไม่เกิน 20,000 บาท Samsung Galaxy Tab S5e เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ

Samsung Galaxy Tab S5e วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ในราคา 18,900 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีทอง Gold, สี เงิน Silver และ สีดำ Black แต่ในขณะนี้บนหน้าเว็บสโตร์ของ Samsung ประเทศไทย จะมีให้เลือกเพียงสีเดียวคือ สีดำ Black ท่านใดที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้จากเว็บสโตร์ของ Samsung โดยตรง รวมถึงหน้าร้าน Samsung Experience Store และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศครับ

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง Samsung ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Samsung Galaxy Tab S5e มาให้ทางทีมงานได้รีวิวกันในโอกาสนี้ด้วยครับ


จุดเด่นของ Samsung Galaxy Tab S5e

- เทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องแบบ Metal-Unibody ด้วยโลหะอะลูมิเนียม พร้อมดีไซน์ที่โค้งมน ดูสวยงามพรีเมียม
- ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 5.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเบาที่ 400 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 10.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ WQXGA (2560x1600 พิกเซล) ในอัตราส่วนในการแสดงผลแบบ 16:10
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 670 ความเร็ว 2.0 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 615
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 4 GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 64 GB รองรับหน่วยความจำภายนอกสูงสุด 512 GB ด้วยการ์ด microSD
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ f/2.0 มีระบบ Auto Focus และรองรับการบันทึดวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุด 4K UHD (3840 x 2160 พิกเซล) ที่ความเร็ว 30fps
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 รองรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ โดยปรับความเบลอได้ 7 ระดับ
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้ปุ่ม Power
- ฟีเจอร์ปลดล็อกตัวเครื่องด้วยใบหน้า
- ฟังก์ชัน DeX Mode สำหรับใช้งานแท็บเล็ตแบบคอมพิวเตอร์ PC โดยไม่ต้องเชื่อมต่อหน้าจอภายนอก สามารถเปิดแอปพลิเคชันพร้อมกันได้หลายหน้าต่าง พร้อมรองรับการเชื่อมต่อเมาส์ และคีย์บอร์ดผ่าน Bluetooth ได้
- ลำโพงเสียงภายนอก 4 ตัว (Quad Speakers) จาก AKG และระบบเสียงรอบทิศทางแบบสามมิติของ Dolby Atmos
- แบตเตอรี่ความจุ 7,040 mAh รองรับการใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 14.5 ชั่วโมง พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง (Quick Charging)
- ฟีเจอร์ Game Space ที่สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่างๆ รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอขณะเล่นเกมได้
- ระบบติดตามและระบุตำแหน่ง GPS, Glonass, Beidou, Galileo ในตัว
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 4G/4G+, 3G และ 2G
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, Bluetooth 5.0
- ราคาจำหน่าย 18,900 บาท ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับความสามารถโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Samsung Galaxy Tab S5e

- หน่วยความจำภายใน (ROM) มีขนาดเพียง 64GB
- กล้องด้านหลังไม่สามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอพร้อมกับเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ได้
- ใช้ฟีเจอร์ Smart View เพื่อต่อภาพออกจอใหญ่ใน DeX Mode ไม่ได้
- ไม่มีช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

 

โปรดทราบ

* แท็บเล็ตที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเครื่องทดสอบจากศูนย์บริการ คุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อแท็บเล็ตรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองเพื่อความมั่นใจครับ *


 

วันที่ : 15/07/2019