ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 08/11/2018

รีวิว (Review) Samsung Galaxy Tab S4

ยอดแท็บเล็ตตัวท็อปเพื่อการทำงาน และความบันเทิงแบบเต็มพิกัด ดั่ง PC เคลื่อนที่! ด้วยปากกา S Pen ไซส์พอดีมือ, จอ Super AMOLED ความละเอียดสูง 10.5 นิ้ว, ลำโพง AKG รอบทิศทาง 4 ตัว, ชิปเซ็ต Snapdragon 835 ตัวแรง, กล้อง 13 ล้านพิกเซล, แบตเตอรี่ชาร์จเร็ว 7300 mAh และ Samsung DeX เวอร์ชันใหม่ บนบอดี้เรียบหรูบางเฉียบ!

 

21 กันยายน 2018 - สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับรีวิวสมาร์ทโฟน และแก็ดเจ็ตที่น่าสนใจโดยทีมงาน Thaimobilecenter ครับ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เราจะนำมารีวิวให้ชมกันในวันนี้ก็คือ Samsung Galaxy Tab S4 แท็บเล็ตไฮเอนด์พร้อมปากการุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั่นเอง

Samsung Galaxy Tab S4 เป็นแท็บเล็ตที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานและความบันเทิง โดยเฉพาะการจดบันทึก และการวาด โดยมีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 10.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ WQXGA (2560x1600 พิกเซล), ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo, ชิปเซ็ตระดับไฮเอนด์ Octa-Core Qualcomm Snapdragon 835 ความเร็ว 2.3GHz พร้อมด้วยหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 540, แบตเตอรี่ความจุ 7,300 mAh, กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 4K ที่ 30fps, ลำโพงเสียงภายนอก 4 ตัวซึ่งได้รับการปรับจูนโดย AKG เสริมด้วยระบบเสียง Dolby Atmos รอบทิศทาง นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งซิมการ์ดเพื่อการโทรศัพท์และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนเครือข่าย 4G LTE และที่ขาดไม่ได้ คือปากกา S Pen รุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาให้มีขนาด และน้ำหนักเหมาะมือเพื่อการทำงานร่วมกับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ

 

ความน่าสนใจของ Samsung Galaxy Tab S4 ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ แต่จะมีอะไรอีกบ้างนั้น เราไปชมพร้อมๆ กันใน รีวิว Samsung Galaxy Tab S4 โดยทีมงาน Thaimobilecenter กันเลยครับ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

ดีไซน์โดยรวมของ Samsung Galaxy Tab S4 จะคล้ายกับ Galaxy Tab S3 ซึ่งเป็นรุ่นก่อนหน้า แต่มีการปรับขอบจอให้บางลง และตัดแถบ Navagation Bar แบบ Hard Key ออกไป ในส่วนของหน้าจอแสดงผลมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนเล็กน้อยที่ 10.5 นิ้ว เป็นจอแบบ Super AMOLED ในอัตราส่วน 16:10 ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล (WQXGA) และมีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 249.3 x 164.3 x 7.1 มิลลิเมตร มีน้ำหนัก 483 กรัม

 

บริเวณขอบจอด้านบนเป็นที่อยู่ของกล้องดิจิทัลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และเซ็นเซอร์ต่างๆ เช่น Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจออัตโนมัติเมื่อยกแท็บเล็ตขึ้นแนบหูขณะโทร และ Ambient Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม

 

ขอบจอด้านล่างไม่มีปุ่มกดหรือโมดูลใดๆ เนื่องจากปุ่มโฮม, ปุ่มย้อนกลับ และปุ่ม Recent Apps ถูกเปลี่ยนเป็นแบบ On-Screen ทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าระบบสแกนลายนิ้วมือที่เคยฝังอยู่ใต้ปุ่มโฮมในรุ่นก่อนก็ไม่มีแล้วเช่นกัน แต่จะมีระบบสแกนม่านตา และ Intelegent Scan มาทดแทน ซึ่งจะกล่าวถึงในช่วงต่อไปครับ

 

ด้านบนของตัวเครื่องมีลำโพงเสียงภายนอก 2 ตัว, เส้นเสาอากาศ, และไมโครโฟน

 

ด้านล่างของตัวเครื่องมีลำโพงเสียงภายนอกอีก 2 ตัว รวมทั้งหมดเป็น 4 ตัว ซึ่งได้รับการปรับจูนโดย AKG นอกจากนี้ยังมีเส้นเสาอากาศ, ช่องหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร และพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C  สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ และโอนถ่ายข้อมูล

 

ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่ม Power, ปุ่มปรับระดับเสียง, ไมโครโฟน และถาดสำหรับใส่ซิมการ์ด กับช่องใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD

 

ถาดใส่ซิมของ Samsung Galaxy Tab S4 ถูกออกแบบมาให้รองรับการ์ด microSD และซิมการ์ดแบบ nano-SIM ได้พร้อมกัน โดยด้านหนึ่งจะรองรับเฉพาะซิมการ์ด ส่วนอีกด้านหนึ่งจะรองรับเฉพาะการ์ด microSD ไม่สามารถใส่ 2 ซิมการ์ดได้

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมี Pin สำหรับเชื่อมต่อกับ Docking Keyboard (จำหน่ายแยก)

 

ด้านหลังของตัวเครื่องมีดีไซน์ที่เรียบง่าย ไม่มีลวดลายใดๆ มีเพียงโลโก้ Samsung สีเงินโดดเด่นอยู่ตรงกลาง และกล้องดิจิทัลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กับไฟแฟลช LED

 

สำหรับปากกา S Pen ที่มาพร้อมกับตัวเครื่องนั้น ในรุ่นนี้มีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ภายนอกเป็นสีดำเงา และตัดคลิปหนีบออกไป มีความยาวตลอดทั้งด้าม 138 มิลลิเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 9.2 มิลลิเมตร น้ำหนัก 9.1 กรัม หัวปากกาเป็นวัสดุยาง ขนาด 0.7 มิลลิเมตร และรับแรงกดได้ 4,096 ระดับ

 

เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์

Samsung Galaxy Tab S4 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 8.1.0 Oreo ครอบทับด้วยอินเทอร์เฟซ Samsung Experience 9.0 รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE และ 3G ได้ รวมถึงรองรับการสนทนาผ่านระบบ VoLTE

 

Samsung Galaxy Tab S4 ขับเคลื่อนการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 835 ความเร็ว 2.4 GHz พร้อมด้วยหน่วยความจำ RAM 4GB สำหรับตัวเครื่องที่ทีมงานนำมารีวิวในครั้งนี้ เป็นรุ่นความจุ 64GB

 

เมื่อปัดนิ้วจากขอบจอด้านบนลงมา 1 ครั้ง จะเป็นการเปิด Notification Center ที่รวมการแจ้งเตือนต่างๆ เอาไว้ หากลากนิ้วลงมาอีกครั้งจะเป็นการเปิดแผงทางลัดการตั้งค่า ซึ่งรวบรวมฟังกันที่ใช้บ่อยเอาไว้ เช่นการเปิด-ปิด WiFi, ปรับระดับเสียง, ปรับความสว่างหน้าจอ และอื่นๆ ซึ่งเราสามารถเพิ่มหรือลบทางลัดออกได้ตามต้องการ

 

เมื่อกดปุ่ม Recent Apps จะเป็นการแสดงแอปพลิเคชันที่เราเปิดค้างเอาไว้ทั้งหมด สามารถเลือกสลับแอปพลิเคชันที่ต้องการขึ้นมาใช้งาน เลือกปิดแอปพลิเคชันที่ไม่ต้องการ หรือปิดทั้งหมดในคราวเดียวก็ได้เช่นกัน

 

เมื่อปัดนิ้วขึ้นในหน้า Home จะเป็นการเปิด App Drawer ซึ่งจะแสดงแอปพลิเคชันทุกตัวที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันพื้นฐานของ Samsung ติดตั้งมาให้ด้วย

 

แอปพลิเคชันของ Google และ Microsoft ก็มีติดตั้งมาให้อย่างครบครัน สามารถใช้งานแผนที่, ดู YouTube และทำงานเอกสารต่างๆ ได้ทันที ไม่ต้องไปดาวน์โหลดจาก Play Store ให้เสียเวลา

 

Samsung Galaxy Tab S4 เป็นแท็บเล็ตที่สามารถใส่ซิมและใช้โทรศัพท์ได้ ซึ่งอินเทอร์เฟซในการโทรนั้นก็ดูสะอาดเรียบง่าย และปุ่มใหญ่กดสะดวก อย่างไรก็ดีด้วยขนาดของตัวแท็บเล็ต อาจไม่เหมาะกับการคุยโทรศัพท์เท่าไหร่

 

เมื่อกดค้างบนพื้นที่ว่างของหน้าจอเริ่มต้น จะเข้าสู่โหมดปรับแต่ง สามารถเพิ่ม, ลบ หรือย้ายไอคอนแอป และวิดเจ็ตต่างๆ ได้

 

เราสามารถเลือกเปลี่ยนวอลเปเปอร์เป็นภาพจากในแกลเลอรี่ หรือเลือกจากวอลเปเปอร์พื้นฐานที่มีมาให้แล้วก็ได้ ส่วนวิตเจ็ตก็มีให้เลือกหลายแบบเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการนำฟังก์ชันบางอย่างของแอปพลิเคชันมาแสดง เช่นปฎิทิน, แถบค้นหาของ Google, รายงานสภาพอากาศ และทางลัดของ Google Drive เป็นต้น ทำให้เราเข้าถึงฟังก์ชันสำคัญๆ ได้โดยไม่ต้องเปิดเข้าไปดูในแอปพลิเคชันโดยตรง

 

ความพิเศษของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Samsung ทุกรุ่น รวมไปถึง Galaxy Tab S4 เครื่องนี้ คือการมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์มากมายจาก Galaxy Gift  ไม่ว่าจะเป็นดีลส่วนลดของร้านอาหารต่างๆ, สิทธิซื้อสินค้าในราคาพิเศษ ไปจนถึงการขอรับบริการแบบพรีเมียมจาก Samsung โดยสิทธิพิเศษเหล่านี้มีให้เฉพาะลูกค้า Samsung เท่านั้น 

สำหรับการดูแลประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องนั้น Samsung Galaxy Tab S4 มากับฟีเจอร์การบำรุงรักษาอุปกรณ์ หรือ Smart Manager ที่ช่วยให้เราเคลียร์หน่วยความจำ RAM, cache และกำจัดไฟล์ขยะได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมไปถึงการปรับแต่งการใช้งานแบตเตอรี่ได้

 

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการสแกนไวรัสซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย McAfee องค์กรที่มีชื่อเสียงด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลกอีกด้วย

 

ในส่วนของการท่องอินเทอร์เน็ต Samsung Galaxy Tab S4 จะมีเบราว์เซอร์ติดตั้งมาให้ 2 ตัว ได้แก่ Samsung Internet กับ Google Chrome ให้เลือกใช้กันตามถนัด เบราว์เซอร์ทั้ง 2 ตัวสามารถแสดงผลหน้าเว็บไซต์ได้อย่างถูกต้อง ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

 

สำหรับการเล่นไฟล์เพลง จะใช้ Google Music เป็นแอปพลิเคชันพื้นฐาน ซึ่งมีฟังก์ชันการใช้งานขั้นพื้นฐานค่อนข้างครบถ้วนอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการแอปพลิเคชันที่ดีกว่านี้ ก็สามารถเลือกดาวน์โหลดจาก Play Store ได้

 

และสำหรับไฟล์วิดีโอ Samsung Galaxy Tab S4 มีแอปพลิเคชันพื้นฐานมาให้อยู่แล้ว ซึ่งก็มีหน้าตาที่ไม่ซับซ้อนอะไร โดย มีทางลัดสำหรับฟังก์ชันที่ใช้บ่อยๆ เช่น บันทึกภาพหน้าจอ  และปรับอัตราส่วนการแสดงผลในโหมด Full Screen เป็นต้น

 

นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นในการเลือกตัดบางส่วนของคลิปวิดีโอมาทำเป็นภาพเคลื่อนไหวตระกูล GIF ได้

 

ตัวอย่างภาพ GIF ที่สร้างจากแอปพลิเคชันเล่นวิดีโอของ Samsung

 

ที่น่าสนใจคือ เราสามารถเลือกให้แสดงวิดีโอเป็นหน้าต่าง Pop-Up บนหน้าจอได้ด้วย

 

ทั้งนี้ Samsung Galaxy Tab S4 มีอัตราส่วนหน้าจอ 16:10 การแสดงผลวิดีโอแบบ 16:9 จึงเหลือขอบดำด้านบนและล่างเอาไว้เล็กน้อย (ต่างจากสมาร์ทโฟนที่มีอัตราส่วนหน้าจอ 18:9 ซึ่งจะเหลือขอบดำด้านซ้ายและขวาเอาไว้)

 

ซึ่งเราสามารถขยายภาพให้เต็มพื้นที่ได้ แต่ภาพจะถูกยืดออกทำให้สัดส่วนเพี้ยนไปเล็กน้อย ตามที่เห็นในภาพด้านบน

 

สำหรับการดูวิดีโอบน YouTube แบบเต็มจอ ก็จะเหลือขอบดำด้านบนและด้านล่างเอาไว้เช่นกัน ตามตัวอย่างที่เห็นใน 2 ภาพด้านบน

 

อย่างที่กล่าวไปในช่วงแรกว่า Samsung Galaxy Tab S4 นั้นไม่มีปุ่มโฮมและไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเหมือนรุ่นก่อน แต่มีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการสแกนม่านตา, สแกนใบหน้า และระบบ Inteligent Scan ที่จะสแกนทั้งใบหน้าและม่านตาในคราวเดียวกัน เราสามารถเปิดใช้ทั้งสองระบบข้างต้นได้ โดยไปที่การตั้งค่า > ชีวมาตรและความปลอดภัย จากนั้นลงทะเบียนม่านตาและใบหน้าของเราตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำ ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีครับ

 

การลงทะเบียนม่านตา ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น

 

ระบบ Intelegent Scan เป็นระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ล่าสุด นำมาใช้ครั้งแรกในสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S9 และ S9+ โดยระบบนี้จะจดจำทั้งม่านตาและใบหน้าพร้อมกัน จึงมีความรัดกุมมากกว่าการสแกนใบหน้า หรือม่านตาเพียงอย่างเดียว

 

การเปิดใช้งาน Inteligent Scan จะเป็นการลงทะเบียนใบหน้า และม่านตาในคราวเดียวกัน ซึ่งใช้เวลารวมเพียงไม่กี่วินาทีครับ

 

จุดเด่นสำคัญของ Samsung Galaxy Tab S4 คือการเข้าสู่โหมดการใช้งาน Samsung DeX หรือ PC Mode ได้ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับ Dock ใดๆ และไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ดก่อน (แต่จะสะดวกขึ้นหากใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ด) ซึ่งในโหมดนี้ หน้าอินเทอร์เฟซการใช้งานจะถูกเปลี่ยนให้ดูคล้ายกับคอมพิวเตอร์ PC และสามารถเปิดแอปพลิเคชันได้หลายหน้าต่างพร้อมกัน ช่วยให้เราทำงานได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา เราสามารถเปิดโหมด DeX ได้ โดยเข้าไปที่ ตั้งค่า > คุณสมบัติขั้นสูง > Samsung DeX

 

 

แม้ว่าหน้าจออินเทอร์เฟซจะเปลี่ยนไป แต่เรายังสามารถเปิดดูแถบแจ้งเตือน และเปิดแถบทางลัดการตั้งค่าได้เหมือนเดิม โดยเมนูหลักๆ จะรวมกันอยู่ที่แถบขวาล่างของหน้าจอ

 

ในการเรียกใช้แอปพลิเคชันต่างๆ ให้เรากดที่ไอคอนรูปตารางบริเวณมุมซ้ายล่างของหน้าจอ เพื่อเปิดหน้า App Drawer ขึ้นมา

 

แอปพลิเคชันที่เปิดขึ้นมาในโหมดนี้จะแสดงเป็นหน้าต่างที่ย่อและขยายขนาดได้ อีกทั้งยังเปิดได้หลายหน้าต่างพร้อมกันเหมือนกับคอมพิวเตอร์ ทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่เคยชินกับการใช้งานโปรแกรมต่างๆ บนคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว สามารถใช้งานโหมด DeX ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้มากครับ

 

เมื่อกดปุ่ม Recent Apps ที่อยู่ถัดจากปุ่ม App Drawer บริเวณมุมซ้ายล่างของหน้าจอ จะแสดงแอปพลิเคชันที่เปิดอยู่ทั้งหมดเป็นแท็บเรียงกัน ไม่ได้เป็นแท็บซ้อนกันเหมือนในโหมดแท็บเล็ต ทำให้ผู้ใช้เลือกสลับ หรือเลือกปิดแอปพลิเคชันได้สะดวกขึ้น

 

เมื่อต้องการออกจากโหมด DeX ให้เราไปที่การตั้งค่า > Samsung DeX และเลือก ปิด เพียงเท่านี้ก็จะกลับสู่การใช้งานแบบแท็บเล็ตตามปกติ

 

มาถึงฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ของปากกา S Pen นั่นก็คือ Air Command ครับ ซึ่งในเวอร์ชันของ Samsung Galaxy Tab S4 จะยังคงมีฟังก์ชันที่คล้ายกับรุ่นก่อน ประกอบไปด้วย สร้างบันทึก และดูบันทึกทั้งหมด (ผ่านแอปพลิเคชัน Samsung Notes), การเลือกอัจฉริยะ (เลือก Crop บางส่วนของหน้าจอมาเป็นภาพเคลื่อนไหว), เขียนบนหน้าจอ, ไลฟ์อิมเมจ และแปลภาษา นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่เราใช้บ่อยเข้าไปใน Air Command ได้ด้วย

 

ฟีเจอร์ไลฟ์อิมเมจ จะเป็นการสร้างภาพเคลื่อนไหวตระกูล GIF เป็นข้อความหรือรูปที่เขียนด้วย S Pen โดยเราสามารถเลือกสีสัน และเอฟเฟ็กต์ของลายเส้นได้ ส่วนฟีเจอร์การเขียนบนหน้าจอ จะทำให้เราใช้ S Pen เขียนลงไปบนหน้าจอได้ทันที และสามารถบันทึกภาพ หรือส่งต่อได้ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับผู้ใช้บางท่านที่ต้องตรวจแก้งาน โดยสามารถแก้ไข, ชี้จุดที่ผิด, เขียนคำอธิบาย แล้วส่งให้เพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องดูได้ ซึ่งอีกฝ่ายจะเข้าใจได้ง่ายกว่าการอธิบายด้วยปากเปล่าครับ

 

ตัวอย่างภาพเคลื่อนไหวที่สร้างจากฟีเจอร์ ไลฟ์อิมเมจ

 

ฟีเจอร์สร้างบันทึก จะเป็นการเรียกแอปพลิเคชัน Samsung Notes ขึ้นมา ซึ่งเราสามารถพิมพ์, เขียน หรือวาดรูปด้วยปากกา S Pen ลงไปได้ เหมาะสำหรับการจดบันทึกย่อ, จดบันทึกการประชุม และการจดเลคเชอร์ในห้องเรียน

 

Samsung Notes มีเครื่องมือพื้นฐานสำหรับการวาดรูปมาให้ในตัว แม้จะมีเครื่องมือให้ใช้ไม่มาก แต่ปากกา S Pen ให้สัมผัสที่คล้ายกับปากกาจริงๆ มากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการลากเส้น หรือการลงน้ำหนัก ทำให้วาดได้อย่างสนุกกว่าที่คิดไว้ หากมีแอปพลิเคชันวาดรูปที่สมบูรณ์กว่านี้ จะยิ่งดึงความสามารถของ S Pen ออกมาได้มากขึ้นไปอีก ส่วนตัวเชื่อว่า Samsung Galaxy Tab S4 และปากกา S Pen สามารถเป็นแท็บเล็ตวาดภาพในระดับมืออาชีพได้ ถ้ามีแอปพลิเคชันที่เหมาะสมครับ

 

มาดูที่การเล่นเกมกันบ้างครับ สำหรับ Samsung Galaxy Tab S4 นั้นเป็นแท็บเล็ตที่มีสเปกสูงระดับไฮเอนด์ โดยมาพร้อมกับชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 835 ซึ่งเป็นรองแค่ชิปเซ็ต Snapdragon 845 เท่านั้น จึงรองรับเกมที่มีกราฟิกหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ประกอบกับหน่วยความจำ RAM ที่มีมาให้ไม่มากไม่น้อยที่ 4GB ทำให้ Samsung Galaxy Tab S4 เล่นเกมที่มีบน Play Store ได้เกือบทุกเกม รวมไปถึงเกมฮิตอย่าง RoV และ PUBG Mobile ที่สามารถเล่นได้แบบลื่นๆ กันเลยทีเดียว

 

ปิดท้ายด้วยการวัดค่า Benchmark ครับ ซึ่ง Samsung Galaxy Tab S4 นั้นทำคะแนน Benchmark ของ AnTuTu ได้ 196162 คะแนน และของ Geekbench 4 ทำคะแนนในส่วน Single-Core ได้ 1878 คะแนน และในส่วน Multi-Core ได้ 6277 คะแนน จัดเป็นคะแนนที่สูงทีเดียวครับ

 

กล้องดิจิทัล การถ่ายภาพนิ่ง และภาพวิดีโอ

Samsung Galaxy Tab S4 มีโหมดการถ่ายรูปให้เลือกไม่มากนัก โดยกล้องหลังมีโหมดอัตโนมัติ, โหมดโปร, พาโนราม่า, ความงาม (บิวตี้), Hyperlapse, ลูกเล่นสติ๊กเกอร์ และ HDR ส่วนกล้องด้านหน้าจะมีโหมด โฟกัสเซลฟี เพิ่มเข้ามา ซึ่งจะช่วยให้เราถ่ายเซลฟีแบบหน้าชัดหลังเบลอได้

 

กล้องด้านหลังสามารถตั้งค่ารูปภาพได้ 3 อัตราส่วน ได้แก่ 1:1, 16:9 และ 4:3 โดยมีความละเอียดสูงสุด 13 ล้านพิกเซล (4128 x 3096 พิกเซล) ส่วนการถ่ายวิดีโอ สามารถปรับได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (3840 x 2160 พิกเซล) โดยมีอัตราเฟรมเรต 30fps อย่างไรก็ตาม ในการถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ QHD และ UHD เราจะไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์เอฟเฟ็กต์วิดีโอต่างๆ ได้

 

สำหรับกล้องหน้าสามารถตั้งค่าอัตราส่วนภาพได้ 3 แบบ เช่นกัน ได้แก่ 1:1, 16:9 และ 4:3 :แต่มีความละเอียดให้เลือกน้อยกว่ากล้องหลัง โดยมีความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล (3264 x 2448 พิกเซล) ส่วนการถ่ายวิดีโอมีความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ระดับ Full HD 1080p

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดอัตโนมัติ

 

ตัวอย่างภาพถ่ายมาโคร ด้วยโหมดอัตโนมัติ

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกลางแจ้งที่มีแสงค่อนข้างน้อย โหมดอัตโนมัติ

 

\

ตัวอย่างภาพถ่าย Landscape เวลากลางวัน ด้วยโหมดอัตโนมัติ

 

ตัวอย่างภาพถ่าย Landscape เวลากลางวัน ด้วยโหมด HDR

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี โดยปรับโหมดบิวตี้ไว้ที่ระดับ 0 (ต่ำสุด)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี โดยปรับโหมดบิวตี้ไว้ที่ระดับ 4

 

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี โดยปรับโหมดบิวตี้ไว้ที่ระดับ 8 (สูงสุด)

 

สรุปผลการทดสอบของ Samsung Galaxy Tab S4

Samsung Galaxy Tab S4 ยังคงสืบทอดจุดเด่นของแท็บเล็ตตระกูล Galaxy Tab S ได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่หน้าจอขนาด 10.5 นิ้วแบบ Super AMOLED ที่มีความคมชัดสดใส, ระบบเสียงอันยอดเยี่ยมจากลำโพง AKG 4 ตัว พร้อมด้วยเอฟเฟกต์เสียงรอบทิศทางของ Dolby Atmos, ปากกา S Pen ที่มอบประสบการณ์การขีดเขียนที่เป็นธรรมชาติ และเข้าคู่กับแท็บเล็ตได้เป็นอย่างดี ไปจนถึงสเปกระดับไฮเอนด์ที่พร้อมตอบโจทย์ทั้งการทำงาน และความบันเทิงได้อย่างเต็มที่ แต่นอกจากจะรักษาจุดเด่นที่มีอยู่เดิมเอาไว้แล้ว ในคราวนี้ Samsung Galaxy Tab S4 ได้ยกระดับความสมบูรณ์แบบขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการเพิ่มโหมด Samsung DeX หรือ PC Mode เข้ามา ทำให้การทำงานต่างๆ สะดวกและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ราวกับเป็นคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปเครื่องหนึ่งเลยทีเดียว

สำหรับการใช้งานด้านความบันเทิง Samsung Galaxy Tab S4 สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทั่วไปได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่เรื่องเบาๆ อย่างการดูหนัง, ฟังเพลง, เล่นโซเชียลมีเดีย, ท่องเว็บไซต์ ไปจนถึงเรื่องหนักๆ อย่างการเล่นเกมที่มีกราฟิกระดับสูง ด้วยพลังการประมวลผลของชิปเซ็ต Snapdragon 835 และหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 540 GPU พร้อมด้วยหน่วยความจำ RAM 4GB และเมื่อรวมเข้ากับระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos ของลำโพงทั้ง 4 ตัว และหน้าจอ Super AMOLED แล้ว ยิ่งทำให้คอนเทนต์ความบันเทิงต่างๆ มีอรรถรสมากขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ดี Samsung Galaxy Tab S4 อาจไม่ได้เน้นความสามารถในการถ่ายภาพสักเท่าไหร่ เนื่องจากมีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกใช้ค่อนข้างน้อย และถึงแม้จะรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ QHD หรือ 4K UHD แต่ก็ไม่มีระบบป้องกันภาพสั่นมาให้ การถ่ายวิดีโอจึงอาจต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมอย่างขาตั้งกล้อง หรือ Gimbal เพื่อให้ภาพนิ่งขึ้น

Samsung Galaxy Tab S4 มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 23,900 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงพอสมควร แต่ก็แลกมากับสเปกระดับไฮเอนด์ และประสบการณ์ด้านการขีดเขียนที่เหนือกว่าด้วยปากกา S Pen ใครที่กำลังมองหาแท็บเล็ตคู่ใจที่พกไปทำงานได้ทุกที่ หรือแท็บเล็ตพร้อมปากกาดีๆ สักด้ามไว้สร้างผลงานศิลปะ Samsung Galaxy Tab S4 ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีครับ

 

จุดเด่นของ Samsung Galaxy Tab S4

- ปากกา S Pen รองรับแรงกดได้มากถึง 4,096 ระดับ พร้อมทั้งมีขนาดเท่ากับปากกาจริง, ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติในการวาด และเขียน
- ตัวเครื่องมีดีไซน์ที่สวยงามเรียบหรู พร้อมความบางเฉียบเพียง 7.1 มิลลิเมตร
- จอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 10.5 นิ้ว ซึ่งมีขนาดใหญ่ และมีความละเอียดสูง WQXGA (2560x1600 พิกเซล) เหมาะกับการดูหนังและเล่นเกม และยังให้สีสันสดใสกว่าหน้าจอ LCD ประเภทอื่น
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 835 ความเร็ว 2.35 GHz พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 540
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo 
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำรอม (ROM) ขนาด 64GB
- รองรับการเพิ่มหน่วยความจำด้วยการ์ด microSD ได้สูงสุด 400GB
- สิทธิพิเศษในการใช้บริการ Samsung Cloud ซึ่งสามารถฝากไฟล์ และสำรองข้อมูลได้ฟรี 15GB
- แบตเตอรี่ความจุ 7,300 mAh ดูหนังได้ต่อเนื่อง 16 ชั่วโมง และรองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง (Fast Charging) 
- ระบบเสียงชั้นเยี่ยม ด้วยลำโพงเสียงภายนอก 4 ตัว ปรับจูนโดย AKG และเอฟเฟ็กต์เสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos
- กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (f/1.9) พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ, ไฟแฟลช LED, มีโหมดโปร และโหมดบิวตี้ให้ใช้งาน และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (30 fps)
- กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f/1.9) และมีโหมดโฟกัสเซลฟี่ สำหรับการถ่ายเซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอ พร้อมรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p
- รองรับเทคโนโลยีเครือข่ายแบบ LTE Cat.16 DLCA และ 4X4 MIMO
- รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, MIMO, Wi-Fi Direct และ Bluetooth 5.0
- ระบบเชื่อมต่อ Wi-Fi อัตโนมัติ เมื่อเข้าไปอยู่ในจุดที่เคยใช้สัญญาณ
- ระบบ GPS ในตัว พร้อมรองรับการใช้งานร่วมกับระบบดาวเทียม GLONASS, BEIDOU และ GALILEO
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (USB 3.1)
- สามารถเข้าสู่โหมดการใช้งานแบบ Samsung DeX (PC Mode) ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์เสริมใดๆ
- รองรับระบบยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า และสแกนม่านตา รวมทั้งระบบยืนยันตัวตนแบบใหม่ Intelligent Scan
- สิทธิพิเศษในการซื้อสินค้า และบริการต่างๆ ผ่าน Galaxy Gifts


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Samsung Galaxy Tab S4

- ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับแท็บเล็ตส่วนใหญ่ในท้องตลาด
- โหมดการถ่ายภาพมีให้ใช้ค่อนข้างน้อย
- ปากกา S Pen หนีบกับกระเป๋าเสื้อไม่ได้ และไม่มีแม่เหล็กดูดติดกับตัวแท็บเล็ตเหมือนรุ่นที่แล้ว
- ไม่รองรับการสแกนลายนิ้วมือ
- ไม่รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด

 

สรุปคุณสมบัติ และราคา ของ Samsung Galaxy Tab S4 

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) โดยละเอียด และราคา ของ Samsung Galaxy Tab S4 ได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Samsung Galaxy Tab S4

 

เปรียบเทียบคุณสมบัติของ Samsung Galaxy Tab S4 กับ Galaxy Tab S3 


 

โปรดทราบ *แท็บเล็ตที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเครื่องทดสอบจากศูนย์ คุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อแท็บเล็ตรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองเพื่อความมั่นใจครับ *

 

 

วันที่ : 08/11/2018