ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม mobile review >> พรีวิว (Preview) Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge


พรีวิว (Preview) Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge :: รีวิว ทดสอบ มือถือ :: Thaimobilecenter.com


 
TMC Point

  8.5

การออกแบบดีไซน์

  9.0

ใช้งานง่ายและสะดวก

  8.0

คุณสมบัติเครื่อง

  9.0

ฟังก์ชันการใช้งาน

9.0

เสถียรภาพและประสิทธิภาพ

  9.0

ความคุ้มค่าต่อราคา

  7.0

 
   

พรีวิวสัมผัสแรก Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge

การเดิมพันครั้งใหม่ของ ซัมซุง กับการพลิกโฉมดีไซน์ตัวเครื่องให้พรีเมียมหรูหราสมราคา ด้วยการผสานโลหะ และกระจกเข้ากันอย่างลงตัว พร้อมฟีเจอร์ไฮเอนด์ที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกระดับได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Review Date (27-มีนาคม-2558)

สวัสดีครับ เมื่อช่วงค่ำคืนของวันพุธที่ 25 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา ทีมงานไทยโมบายเซ็นเตอร์ได้รับโอกาสอันดีจากทาง ซัมซุง (ประเทศไทย) ด้วยการเชิญทีมงานของเราไปร่วมสัมผัสกับตัวจริงเสียงจริงของ Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge สองสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง ซัมซุง นั่นเอง โดยสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นถือได้ว่ามีกระแสตอบรับที่ดีกว่ารุ่นที่ผ่านมาๆ ซึ่งปัจจัยหลักไม่ใช่ด้วยคุณสมบัติระดับไฮเอนด์ แต่เป็นการออกแบบดีไซน์ที่พรีเมียมที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy S โดยเฉพาะ Samsung Galaxy S6 edge นั้นถูกพลิกโฉมหน้าการดีไซน์ให้ใหม่หมดจด ด้วยจอขอบโค้งสองด้านแบบ Dual Curved Edge ส่วนคุณสมบัติของตัวเครื่องทั้งสองรุ่นนี้เหมือนกันแทบทั้งหมด เช่น หน่วยประมวลผลแบบ Octa-Core 64-bit Exynos 7420 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A57 ความเร็ว 2.1 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz), หน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Mali-T760, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3 GB, หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB, 64 GB หรือ 128 GB, ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 5.0.2 (Lollipop) และกล้องดิจิตอลความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS (Optical Image Stabilization) เป็นต้น  แต่สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นก็มีจุดแตกต่างสำคัญที่ดีไซน์ภายนอก โดยเฉพาะในเรื่องของขอบจอโค้งสองด้าน ที่มีอยู่บน Galaxy S6 edge เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าทางทีมงานก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพ กับข้อมูลบางส่วนของ Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge สรุปจุดเด่น กับฟังก์ชันที่น่าสนใจ และจุดที่แตกต่างกันระหว่างสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่น มาให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอเชิญทุกท่านไปชมพรีวิวสัมผัสแรกกับ Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge พร้อมกันได้เลยครับ

 

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

ตัวเครื่องของ Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge จะมีดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Dual-Glass Design พร้อมกระจกแบบ Corning Gorilla Glass 4 ที่ด้านหน้า และด้านหลังของตัวเครื่อง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแรงกระแทก หรือรอยขีดข่วน โดยจะมีความแข็งแกร่งมากกว่ากระจกรุ่นเดิมอย่าง Gorilla Glass 3 ถึง 1.5 เท่า ส่วนกรอบตัวเครื่องจะเป็นแบบโลหะ (Metal Frame) เกรด 6013 โดยจะเป็นอลูนิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ผลิตรถยนต์, เครื่องบิน หรือจักรยานเสือภูเขา ซึ่งจะมีความแข็งแรงกว่าเดิมถึง 1.5 เท่า และทนทานต่อรอยขีดข่วนมากกว่าเดิมถึง 1.2 เท่า เมื่อเทียบกับโลหะเกรด 6063 ที่นิยทใช้ผลิตสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน นอกจากนี้ ด้านหลังของตัวเครื่องยังมีเทคโนโลยีการผลิตที่มีชื่อว่า Dynamic Reflective Surface ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีเดียวกับหน้าจอทีวี High-Definition มาผลิตด้านหลังของตัวเครื่องนั่นเอง และยังมีการเคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Nano-Thin Multi-Coating ซึ่งเมื่อตกกระทบกับแสง จะทำให้ด้านหลังของตัวเครื่องสะท้อนสีสันที่แตกต่างกันออกมา ทำให้ดูพรีเมียมหรูหรามากยิ่งขึ้น

สำหรับ Samsung Galaxy S6 จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 พิกเซล ขนาด 5.1 นิ้ว ซึ่งเป็นกระจกหน้าจอแบบ Corning Gorilla Glass 4 ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแรงกระแทก หรือรอยขีดข่วนได้ดี พร้อมด้วยขนาดของตัวเครื่อง 143.4x70.5x6.8 มิลลิเมตร กับน้ำหนัก 138 กรัม ส่วน Samsung Galaxy S6 edge จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Dual Curved Edge Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 พิกเซล ขนาด 5.1 นิ้ว พร้อมตัวเครื่องขนาด 142.1x70.1x7.0 มิลลิเมตร กับน้ำหนักตัวเครื่อง 132 กรัม

ด้านหน้าส่วนบน : จะประกอบไปด้วย กล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสง F/1.9, ระบบ Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้, ระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน และลำโพงสำหรับฟังขณะทำการสนทนา ซึ่งจะเหมือนกันทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge

ด้านหน้าส่วนล่าง : จะประกอบไปด้วยปุ่มการสั่งงานแบบสัมผัส (Touch Panel) ได้แก่ ปุ่ม Recent Apps, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ ซึ่งจะเหมือนกันทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge

ด้านบนของตัวเครื่อง : สำหรับ Samsung Galaxy S6 จะประกอบไปด้วย ไมโครโฟนตัวที่สอง สำหรับตัดเสียงรบกวน ขณะทำการสนทนา, บันทึกเสียง หรือบันทึกวีดีโอ และอินฟราเรด สำหรับสั่งงาน หรือควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ส่วน Samsung Galaxy S6 edge จะประกอบไปด้วย ไมโครโฟนตัวที่สอง สำหรับตัดเสียงรบกวน ขณะทำการบันทึกเสียง หรือบันทึกวีดีโอ, ถาดใส่ซิมการ์ด และอินฟราเรด สำหรับสั่งงาน หรือควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ

ด้านล่างของตัวเครื่อง : จะประกอบไปด้วย ช่องสำหรับเชื่อมต่อกับหูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ช่องแบบ microUSB สำหรับเชื่อมต่อกับสายชาร์จแบตเตอรี่ หรือส่งผ่านข้อมูล, ไมโครโฟน และลำโพงเสียงภายนอก ซึ่งจะเหมือนกันทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge

ด้านขวาของตัวเครื่อง : สำหรับ Samsung Galaxy S6 จะประกอบไปด้วย ปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อคหน้าจอ และถาดใส่ซิมการ์ด ส่วน Samsung Galaxy S6 edge จะมีปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อคหน้าจอเพียงอย่างเดียว

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง : จะมีปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับของเสียง ซึ่งจะเหมือนกันทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge

ด้านหลังของตัวเครื่อง : จะประกอบไปด้วย กล้องดิจิตอลความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพแบบ ISOCELL, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และขนาดรูรับแสง F/1.9, ไฟแฟลช LED และเซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ โดยตัวฝาหลังของตัวเครื่องจะไม่สามารถเปิดออกได้ ซึ่งภายในจะมีแบตเตอรี่ขนาด 2550 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย และหากชาร์จแบตเตอรี่ผ่านทางสายชาร์จเพียง 10 นาที จะสามารถใช้งานได้นาน 4 ชั่วโมง ซึ่งจะเหมือนกันทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge

ซึ่งความพิเศษของกล้องดิจิตอลด้านหลัง คือ พร้อมถ่ายถาพได้ภายในเวลา 0.7 วินาที เท่านั้น

นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge ยังรองรับการใช้งานร่วมกับเคสที่ผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะอย่าง Clear View Cover และ Clear Cover อีกด้วย

ตัวอย่างของ Clear View Cover สำหรับ Samsung Galaxy S6 edge

ตัวอย่างของ Clear View Cover สำหรับ Samsung Galaxy S6

ตัวอย่างของ Clear Cover สำหรับ Samsung Galaxy S6 edge

ตัวอย่างของ Clear Cover สำหรับ Samsung Galaxy S6

 

เปรียบเทียบ Samsung Galaxy S6 edge กับ Samsung Galaxy Note edge

คงจะมีหลายท่านที่อยากทราบว่าสมาร์ทโฟนจอขอบโค้งรุ่นใหญ่ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้อย่าง Samsung Galaxy Note Edge เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ Samsung Galaxy S6 edge แล้วจะมีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งทีมงานก็ไม่พลาดที่จะนำมาเปรียบเทียบให้ทุกท่านได้ชมกันพอสังเขป โดย Samsung Galaxy S6 edge มีหน้าจอแสดงผลแบบ Dual Curved Edge Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 พิกเซล ส่วน Samsung Galaxy Note Edge จะมีหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Curved Edge Screen ความละเอียด 2560x1600 พิกเซล ขนาด 5.6 นิ้ว ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า Samsung Galaxy S6 edge จะเป็นจอโค้งทั้งด้านซ้าย และด้านขวา ส่วน Samsung Galaxy Note Edge จะเป็นจอโค้งทางด้านขวาเพียงฝั่งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ กล้องดิจิตอลด้านหน้าก็มีความแตกต่างกัน โดยกล้องดิจิตอลด้านหน้าของ Samsung Galaxy Note edge จะมีความละเอียดอยู่ที่ 3.7 ล้านพิกเซล ในขณะที่ Samsung Galaxy S6 edge มีความละเอียดกล้องดิจิตอลด้านหน้าถึง 5 ล้านพิกเซล ส่วนขนาดของตัวเครื่องก็แน่นอนว่า Samsung Galaxy Note Edge จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าอยู่พอสมควร ดังนั้นเรื่องความคล่องตัวในการใช้งาน Samsung Galaxy S6 edge ก็จะได้เปรียบกว่าอยู่บ้าง

ส่วนด้านหลังของตัวเครื่องก็มีความแตกต่างเช่นเดียวกัน โดยด้านหลังของ Samsung Galaxy S6 edge จะมีดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Dual-Glass Design พร้อมกระจกแบบ Corning Gorilla Glass 4 ที่ด้านหน้า และด้านหลังของตัวเครื่อง แต่ไม่สามารถเปิดฝาหลังของตัวเครื่องได้ ส่วนด้านหลังของ Samsung Galaxy Note Edge จะเป็นพื้นผิวแบบหนังเทียม (Faux Leather) และสามารถเปิดฝาหลังออกได้ นั่นหมายความว่า Samsung Galaxy Note Edge สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ ซึ่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบกว่า Samsung Galaxy S6 edge อยู่เล็กน้อย

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง : ทั้งสองรุ่นจะมีปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับของเสียงเหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่ดีไซน์ของปุ่มกดเท่านั้น

ด้านขวาของตัวเครื่อง : ด้วยดีไซน์หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Curved Edge Screen ที่โค้งมาจนถึงขอบล่าง และฟังก์ชันสำหรับขอบจอโค้งที่จัดเต็มมากกว่า จึงทำให้ Samsung Galaxy Note Edge ไม่นำปุ่มการสั่งงานใดๆ มาใส่ในด้านนี้ แต่ในขณะที่ Samsung Galaxy S6 edge ยังคงมีปุ่ม เปิด-ปิด หรือล็อคหน้าจออยู่

ด้านบนของตัวเครื่อง : จะเห็นได้ว่าหน้าจอของ Samsung Galaxy Note Edge มีส่วนของขอบจอโค้งมากกว่า Samsung Galaxy S6 edge และนอกจากดีไซน์ที่แตกต่างกันแล้ว ฟังก์ชัน หรือปุ่มการใช้งานก็แตกต่างกันด้วย โดย Samsung Galaxy Note Edge จะมี ปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อคหน้าจอ, ไมโครโฟนตัวที่สอง สำหรับตัดเสียงรบกวน, อินฟราเรด และช่องสำหรับเชื่อมต่อหูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร ส่วน Samsung Galaxy S6 edge จะประกอบไปด้วย ไมโครโฟนตัวที่สอง สำหรับตัดเสียงรบกวน, ถาดใส่ซิมการ์ด และอินฟราเรด

ด้านล่างของตัวเครื่อง : ในส่วนนี้ฟังก์ชันต่างๆ ก็มีความแตกต่างอยู่พอสมควร โดย Samsung Galaxy Note Edge จะประกอบไปด้วย ไมโครโฟน, ช่องแบบ microUSB สำหรับเชื่อมต่อกับสายชาร์จแบตเตอรี่ หรือส่งผ่านข้อมู, ไมโครโฟนสำหรับการสนทนา หรือบันทึกเสียง และปากกา S Pen ส่วน Samsung Galaxy S6 edge จะประกอบไปด้วย ช่องสำหรับเชื่อมต่อกับหูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ช่องแบบ microUSB สำหรับเชื่อมต่อกับสายชาร์จแบตเตอรี่ หรือส่งผ่านข้อมูล, ไมโครโฟน สำหรับการสนทนา หรือบันทึกเสียง และลำโพงเสียงภายนอก

ส่วนการใช้งานขอบจอโค้ง ในฝั่งของ Samsung Galaxy Note Edge จะมีฟังก์ชันให้ใช้งานมากกว่า เช่น Quick Application Access, Notifications without Interruption, Quick Tools และ Always Updated  ส่วน Samsung Galaxy S6 edge จะมีฟีเจอร์ที่มีชื่อว่า People Edge ที่สามารถปักหมุดเบอร์คนสำคัญได้สูงสุด 5 คนไว้ที่ขอบจอ ซึ่งเวลาที่ต้องการจะโทรออก, ส่งข้อความ หรือส่งอีเมล ก็สามารถใช้นิ้วปัดที่ขอบจอ เพื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าว นอกจากนี้ ขอบจอโค้งยังสามารถแสดงการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ ได้ โดยจะมีแถบแสงเล็กๆ ปรากฏที่ขอบจอด้านขวา และเมื่อผู้ใช้ลากแถบสีจากซ้ายไปขวา ก็จะแสดงรายละเอียดการแจ้งเตือนเพิ่มเติม

นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 edge มีฟีเจอร์สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ Edge Lighting Notification โดยเมื่อผู้ใช้คว่ำหน้าจอลง ก็จะสามารถแจ้งเตือนสายเรียกเข้า ได้ด้วยแถบสีที่ปรากฏขึ้นมา โดยสามารถกำหนดแถบสีดังกล่าวให้กับ เบอร์สำคัญ 5 เบอร์โทรที่ปักหมุดเอาไว้ได้ว่าจะให้เบอร์ใดเป็นสีอะไร ฉะนั้น ต่อให้หน้าจอคว่ำลง ก็สามารถทราบได้ทันทีว่า มีสายโทรเข้ามานั่นเอง

 

เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ

โดยทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.0.2 (Lollipop)

มีการติดตั้งแอปพลิเคชันพื้นฐานมาให้ใช้งานมากมายในหน้า App Drawer

ส่วน Flipboard Launcher ก็มีให้ใช้งานด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีโหมด Ultra Power Saving สำหรับการประหยัดพลังงานให้ใช้งานอีกด้วย (ซึ่งตัวสมาร์ทโฟนจะล็อคการใช้งานบางฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็น และเปลี่ยนสีของหน้าจอเป็น ขาว-ดำ : แบตเตอรี่ 10% สามารถใช้งานต่อได้นานประมาณ 24 ชั่วโมง)

Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge ยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Sensor)

มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) ซึ่งใช้งานได้ง่าย และแม่นยำกว่าเดิม เนื่องจากไม่ต้องใช้การรูดนิ้วลงมาเหมือนกับ Galaxy S5, Galaxy Note 4, หรือ Galaxy Note Edge โดยใช้การแตะนิ้วค้างไว้แทน

ในส่วนของ Interface กล้องถ่ายภาพก็มีหน้าตาที่ใช้งานได้ง่าย พร้อมทั้งแสดงไอคอนฟังก์ชันต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน

มีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกใช้งานหลากหลาย เช่น อัตโนมัติ, พาโนรามา, โปร และช็อตเสมือนจริง เป็นต้น

ซึ่งในโหมดโปรสามารถปรับตั้งค่าการถ่ายภาพได้เองแบบ Manual ไม่ว่าจะเป็น การชดเชยแสง, การปรับค่า ISO, การปรับค่าสมดุลสีขาว, การปรับระยะโฟกัส และการเลือกใช้งานเอฟเฟกต์ต่างๆ

สำหรับในโหมดช็อตเสมือนจริงเหมาะสำหรับการถ่ายภาพรอบวัตถุ เช่น ถ่ายภาพสินค้า เป็นต้น ซึ่งใช้งานได้ทั้งกล้องหลัง และกล้องหน้า

นอกจากนี้ ยังมีโหมดการถ่ายภาพ Real-Time HDR คือ ซึ่งเราจะสามารถเห็นผลลัพธ์ของการเปิดใช้งานฟังก์ชัน HDR ได้ทันทีแม้จะยังไม่กดถ่ายภาพ โดยสามารถปรับค่าได้ 3 แบบ คือ เปิดใช้งาน, ปิดการใช้งาน และอัตโนมัติ

มาต่อกันที่กล้องดิจิตอลด้านหน้ากันบ้าง ซึ่งก็มีโหมดการถ่ายภาพ Real-Time HDR ให้ใช้งานเช่นเดียวกัน ซึ่งสามารถปรับค่าได้ 3 แบบ คือ เปิดใช้งาน, ปิดการใช้งาน และอัตโนมัติ

และยังมาพร้อมกับโหมดการถ่ายให้เลือกใช้งานอีกมากมาย เช่น ถ่ายภาพตนเองแบบกว้าง หรือช็อตเสมือนจริง รวมถึงสามารถดาวน์โหลดโหมดถ่ายภาพอื่นๆ มาติดตั้งเพิ่มเติมได้

กล้องดิจิตอลด้านหลังสามารถเลือกความละเอียดของการถ่ายวีดีโอได้ 6 ระดับ ได้แก่ UHD (3820x2160 พิกเซล), QHD (2560x1440 พิกเซล), FHD (1920x1080 พิกเซล), FHD 60fps (1920x1080 พิกเซล), HD (1280x720 พิกเซล) และ VGA (640x480 พิกเซล)

ส่วนกล้องดิจิตอลด้านหน้าสามารถเลือกความละเอียดสำหรับถ่ายวีดีโอได้ 4 ระดับ คือ QHD (2560x1440 พิกเซล), FHD (1920x1080 พิกเซล), HD (1280x720 พิกเซล) และ VGA (640x480 พิกเซล)

นอกจากนี้ กล้องดิจิตอลด้านหลังยังสามารถตั้งค่าการใช้งานอื่นๆ ได้อีกหลายอย่างด้วยกัน เช่น การเลือกความละเอียดของกล้องถ่ายภาพ, การ เปิด-ปิด ระบบโฟกัสตามวัตถุที่เคลื่อนไหว, เปิด-ปิด การใช้งานตาราง 9 ช่อง และการ เปิด-ปิด การแท็กสถานที่ เป็นต้น

 

สรุปผลการทดสอบในเบื้องต้นของ Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge

จากการพรีวิวแรกสัมผัสที่ผ่านไปข้างต้น ทุกท่านก็คงจะได้เห็นฟีเจอร์เด่นต่างๆ ของ Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge กันไปพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ดูสวยหรูพรีเมียมมากกว่าสมาร์ทโฟน ซัมซุง ทุกรุ่นที่ผ่านๆ มา โดยเฉพาะดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Dual-Glass และกรอบตัวเครื่องโลหะ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีขนาดที่ไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถถือใช้งานด้วยมือเดียวได้อย่างคล่องตัว แม้จะเป็นผู้หญิงก็ตาม และนอกจากตัวเครื่องจะดูพรีเมียมแล้ว ในเรื่องของคุณสมบัติตัวเครื่องก็ไฮเอนด์จัดเต็มเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอแสดงผลแบบ Dual Curved Edge Super AMOLED (Samsung Galaxy S6 edge) หรือแบบ Super AMOLED (Samsung Galaxy S6) ขนาด 5.1 นิ้ว ความละเอียด 2560x1440 พิกเซล, หน่วยประมวลผลแบบ Octa-Core 64-bit Exynos 7420 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A57 ความเร็ว 2.1 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz), หน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Mali-T760, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3 GB, หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB, 64 GB หรือ 128 GB, ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS 5.0.2 (Lollipop), เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปรับปรุงใหม่, เซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย

นอกจากนี้ กล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล กับกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ก็มีฟังก์ชัน และโหมดการถ่ายภาพที่น่าสนใจไม่น้อย รวมถึงมีโหมดถ่ายภาพใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา เช่น โหมดช็อตเสมือนจริง ซึ่งทั้งกล้องดิจิตอลด้านหน้า และกล้องดิจิตอลด้านหลัง จะมีขนาดรูรับแสง F/1.9 ที่สามารถ่ายภาพในที่มีสภาพน้อยได้ดีเป็นพิเศษ โดย Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge จะเปิดให้จองกันอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายน 2558 ตั้งแต่เวลา 7.00 น. เป็นต้นไป ทั้ง 3 เครือข่ายชั้นนำ ได้แก่ ดีแทค (dtac) (7.00 น.), ทรูมูฟเอช (TrueMove H) (8.00 น.) และเอไอเอส (AIS) (9.00 น.) ซึ่งการเปิดจองล่วงหน้าครั้งนี้คาดว่าจะเป็นการสั่งจองแบบออนไลน์ และจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการช่วงหลังสงกรานต์ หรือช่วงกลางเดือนเมษายนนี้

โดย Samsung Galaxy S6 32GB จะมีราคาอยู่ที่ 23,900 บาท, Samsung Galaxy S6 edge 32GB จะมีราคาอยู่ที่ 27,900 บาท และ Samsung Galaxy S6 edge 64GB จะมีราคาอยู่ที่ 30,900 บาท ซึ่ง Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย จะมีตัวเครื่องให้เลือก 3 สี ได้แก่ White Pearl, Black Sapphire และ Gold Platinum 

อย่างไรก็ดี ด้วยเวลาที่ค่อนข้างจำกัด ทีมงานจึงยังไม่ได้ทดสอบการใช้งาน Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge อย่างเต็มที่ ดังนั้นเนื้อหาที่ทุกท่านเห็นกันไปจึงเป็นเพียงแค่การทดสอบในเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งทั้ง Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge ยังมีฟีเจอร์ และฟังก์ชันที่น่าสนใจอีกมากมาย โดยทางทีมงานจะกล่าวถึงโดยละเอียดอีกครั้งในรีวิวฉบับเต็ม สำหรับวันนี้ต้องลาไปก่อน พบกันใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ

 

จุดเด่นของ Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge

- ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Dual-Glass Design ด้วยกระจกแบบ Gorilla Glass ทั้งด้านหน้า และด้านหลังของตัวเครื่อง พร้อมการเคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Nano-Thin Multi-Coating
- กรอบตัวเครื่องแบบโลหะ (Metal Frame) ด้วยวัสดุแบบอลูมิเนียมเกรด 6013 ซึ่งมีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ
- จอแสดงผลแบบ Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 Pixels (2K QHD : กว้าง 5.1 นิ้ว : 577 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Mali-T760 สำหรับ Samsung Galaxy S6
-
จอแสดงผลแบบ Dual Curved Edge Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 Pixels (2K QHD : กว้าง 5.1 นิ้ว : 577 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Mali-T760 สำหรับ Samsung Galaxy S6 edge
- ฟังก์ชัน People Edge และ Edge Lighting Notification บน Samsung Galaxy S6 edge
- กระจกแบบ Corning Gorilla Glass 4 ที่ด้านหน้า และด้านหลังของตัวเครื่อง ที่สามารถป้องกันแรงกระแทก หรือรอยขีดข่วน ได้ดีกว่า Gorilla Glass 3 ประมาณ 1.5 เท่า
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit Exynos 7420 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A57 ความเร็ว 2.1 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz)
- เทคโนโลยีการผลิตระดับ 14 นาโนเมตร (14 nm)
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0.2 (Lollipop)
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB, 64 GB หรือ 128 GB (รุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย มีเฉพาะความจุ 32 GB และ 64 GB) พร้อมเทคโนโลยี UFS เวอร์ชัน 2.0 (Universal Flash Storage) (เร็วกว่า eMMC 5.0 ประมาณ 2.7 เท่า)
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 16 ล้าน Pixels พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพแบบ ISOCELL, ไฟแฟลชแบ LED, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, ระบบโฟกัสภาพแบบติดตามวัตถุ (Object Tracking AF) , ขนาดของรูรับแสง (Aperture) กว้างสูงสุดที่ F/1.9, โหมดถ่ายภาพแบบ Auto Real-Time HDR
- กล้องดิจิตอลที่ด้านหลังของตัวเครื่อง รองรับการถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (2160p : 3840x2160 Pixels : 30 fps)
- กล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels พร้อมขนาดของรูรับแสง (Aperture) กว้างสูงสุดที่ F/1.9 และโหมดถ่ายภาพแบบ Auto Real-Time HDR
- กล้องดิจิตอลที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง รองรับการถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 2K QHD (2560x1440 Pixels)
- เซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Sensor)
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor)
- รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายแบบ NFC (Near Field Communication), MST (Magnetic Secure Transmission), Bluetooth, ANT+ และ Infrared
- รองรับการจ่ายเงินผ่านบริการ Samsung Pay (รองรับการใช้งานร่วมกับ Visa และ MasterCard)
- รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ WiFi, 4G LTE Cat6, 3G, EDGE, GPRS
- ระบบ GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง) พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS และ Beidou
- แบตเตอรี่ Li-Ion Polymer 2550 mAh
- รองรับเทคโนโลยี Fast Charging ชาร์จแบตเตอรี่เพียง 10 นาที สามารถใช้งานได้นาน 4 ชั่วโมง
- รองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย (Wireless Charging : รองรับมาตรฐาน PMA 1.0 และ WPC 1.1)

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge

- ถูกตัดความสามารถของการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่น ที่เคยมีอยู่ใน Samsung Galaxy S5 ออกไป
- ไม่สามารถเปิดฝาหลังออกได้ จึงทำให้ไม่สามารถทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้
- ไม่สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำเพิ่มเติมได้
- ลำโพงเสียงยังคงเป็นแบบทิศทางเดียว (Mono)
- ไม่มีวิทยุ FM ในตัว

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 

สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติแบบสรุป (Specification) ของ Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

Samsung Galaxy S6 Specification
Samsung Galaxy S6 edge Specification

 

:: ไปหน้าแรกเว็บไซต์ Thaimobilecenter | ไปหน้าแรก Mobile Focus ::

 

 

 














 รีวิว Huawei Mate 20
เรือธงกล้อง Leica Triple Camera โฉมใหม่ ผสานพลังแห่ง Kirin 980 และฟีเจอร์ไฮเอนด์ขั้นสุด ในราคาที่ไม่เกินเอื้อม!

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy A7
สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 3 ตัว กว้างพิเศษแบบ Ultra Wide พร้อมจอ 6 นิ้ว และกล้องหน้า 24MP บนบอดี้กระจกเงางาม

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy J4+
สมาร์ทโฟนจอใหญ่ ในราคาเล็กๆ พร้อมสเปกกำลังดี และระบบเสียง Dolby Atmos บนตัวเครื่อง Glossy Cover สวยเงางาม

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy Watch
สมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพ และการออกกำลังกายใหม่ล่าสุด ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในหนึ่งเดียว!

[รายละเอียด]
 รีวิว Infinix Note 5 Stylus
สมาร์ทโฟน Android One พร้อมปากกา X Pen และสเปกจัดเต็ม ในราคาสุดคุ้มเพียง 8,990 บาท!

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy Tab S4
ยอดแท็บเล็ตตัวท็อปเพื่อการทำงาน และความบันเทิงแบบเต็มพิกัด ที่เป็นดั่ง PC เคลื่อนที่ บนบอดี้เรียบหรูบางเฉียบ!

[รายละเอียด]
รายการรีวิวมือถือทั้งหมด








Honor Magic 2 หลุดผลทดสอบก่อนเปิดตัวจริงพรุ่งนี้ ทายาทมือถือเกมมิ่งตัวท็อปแรงด้วยชิป Kirin 980 กับจอไร้ขอบ 4 ด
Honor Magic 2 หลุดผลทดสอบก่อนเปิดตัวจริงพรุ่งนี้ ทายาทมือถือเกมมิ 
สำหรับ Honor Magic 2 ทายาทเกมมิ่งโฟนรุ่นต่อไปจากค่าย Honor ยืนยันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะเปิดตัวในวันพรุ
Vivo Y81i ขายไทยแล้ววันนี้ในราคา 4,499 บาท! มาพร้อมระบบสแกนหน้า กล้องหน้า AI Face Beauty และจอไร้ขอบ 6.22 นิ้ว
Vivo Y81i ขายไทยแล้ววันนี้ในราคา 4,499 บาท! มาพร้อมระบบสแกนหน้า ก 
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทาง Vivo ได้ทำการเปิดตัวมือถือ Y-Series น้องเล็กรุ่นใหม่ในประเ
OPPO ทดสอบมือถือต่อเน็ต 5G สำเร็จแล้ว คาดเตรียมเปิดตัวมือถือรองรับ 5G รุ่นแรกปีหน้า
OPPO ทดสอบมือถือต่อเน็ต 5G สำเร็จแล้ว คาดเตรียมเปิดตัวมือถือรองรั 
เครือข่าย 5G อาจไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป เพราะในระยะหลังเราจะเห็นได้ว่า แบรนด์สมาร์ทโฟนหลายต่อหลายค่
OPPO R17 Pro เตรียมเข้าไทยเร็วๆ นี้ มือถือระบบสแกนนิ้วใต้จอ พร้อมกล้องหลัง 3 ตัว และระบบชาร์จเร็ว Super VOOC F
OPPO R17 Pro เตรียมเข้าไทยเร็วๆ นี้ มือถือระบบสแกนนิ้วใต้จอ พร้อม 
ย้อนกลับไปในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมากับการเปิดตัวของ OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟนระดับท็อปรุ่นใหม่จากตระกูล R-Seri
Xiaomi เตรียมปล่อยอัปเดตกล้อง Mi 8 และ Mi Mix 2s ให้ถ่ายได้สวยเหมือนกับ Mi Mix 3 เร็วๆ นี้
Xiaomi เตรียมปล่อยอัปเดตกล้อง Mi 8 และ Mi Mix 2s ให้ถ่ายได้สวยเหม 
หนึ่งในจุดเด่นของ Xiaomi Mi Mix 3 ที่เพิ่งเปิดตัวไปคือกล้องคู่ที่สามารถถ่ายภาพได้อย่างสวยงาม จนได้รับคะแน
เปิดตัว OnePlus 6T นักฆ่าเรือธงรุ่นอัปเกรด กับระบบสแกนนิ้วใต้จอ บนจอไร้ขอบโฉมใหม่ 6.41 นิ้ว แรงด้วยชิป Snapdra
เปิดตัว OnePlus 6T นักฆ่าเรือธงรุ่นอัปเกรด กับระบบสแกนนิ้วใต้จอ บ 
ล่าสุดก็เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ สำหรับ OnePlus 6T สมาร์ทโฟนระดับท็อปเจ้าของฉายานักฆ่าเรือธงรุ่น
Google Pixel 3 XL พบบั๊กสุดแปลก รอยบากโผล่ด้านข้างเครื่อง ทาง Google เตรียมแก้ไขเร็วๆ นี้
Google Pixel 3 XL พบบั๊กสุดแปลก รอยบากโผล่ด้านข้างเครื่อง ทาง Goo 
เริ่มวางจำหน่ายในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Google Pixel 3 และ Pixel 3 XL สมาร์ทโฟนระดับเรือธงร
Lenovo Z5 Pro เผยทีเซอร์ชุดใหม่ ยืนยันจอไร้ขอบไร้รอยบาก, กลไกกล้องสไลด์, กล้องคู่หน้า-หลัง และระบบเสียงเซอร์รา
Lenovo Z5 Pro เผยทีเซอร์ชุดใหม่ ยืนยันจอไร้ขอบไร้รอยบาก, กลไกกล้อ 
ก่อนหน้านี้ข้อมูลของ Lenovo Z5 Pro ว่าที่เรือธงตัวใหม่ล่าสุดได้หลุดออกมามากพอสมควร โดยมีทั้งภาพคอนเซ็ปต์เ
Asus Zenfone 6 (2019) หลุดภาพตัวเครื่องรุ่นทดสอบ 3 แบบ โชว์การฝังกล้องหน้าใต้จอ และกล้องหลัง 3 ตัว ก่อนเปิดตัว
Asus Zenfone 6 (2019) หลุดภาพตัวเครื่องรุ่นทดสอบ 3 แบบ โชว์การฝัง 
Asus Zenfone เป็นสมาร์ทโฟนอีกตระกูลหนึ่งที่ได้รับความนิยมในบ้านเรา ซึ่งปัจจุบันก็ได้พัฒนาออกมาจนถึงเจเนอเ
OnePlus 6T เผยสเปกเต็มๆ ก่อนเปิดตัวคืนนี้ มาพร้อมสแกนนิ้วใต้จอ ชิปตัวแรง Snapdragon 845 กล้องหลังคู่ 16+20 ล้า
OnePlus 6T เผยสเปกเต็มๆ ก่อนเปิดตัวคืนนี้ มาพร้อมสแกนนิ้วใต้จอ ชิ 
ในคืนวันนี้ (29 ตุลาคม 2018) ก็จะเข้าสู่งานเปิดตัว OnePlus 6T สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ OneP
รายการอัพเดททั้งหมด



ราคามือถือ อัพเดทล่าสุด !!


iPhone Xr 256GB 35,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xr 128GB 31,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xr 64GB 29,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs Max 512GB 57,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs Max 256GB 49,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs Max 64GB 43,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs 512GB 53,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs 256GB 45,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs 64GB 39,900 บาท ราคาคงที่
OPPO F7 128GB 10,990 บาท ราคาลดลง 3,000 บาท จากราคาเดิม 13,990  บาท
OPPO F7 8,990 บาท ราคาลดลง 2,000 บาท จากราคาเดิม 10,990  บาท
Xiaomi Redmi Note 6 Pro 6,990 บาท
Wiko Sunny3 Plus 2,090 บาท
Wiko Lenny5 2,890 บาท
Wiko Tommy3 Plus 3,190 บาท
Infinix Note 5 Stylus 8,990 บาท
OPPO A3s 32GB 6,990 บาท
Samsung Galaxy J8 7,490 บาท ราคาลดลง 2,000 บาท จากราคาเดิม 9,490  บาท
Samsung Galaxy J6+ 7,990 บาท
รายการ ราคามือถือ ทั้งหมด



อัพเดท ข่าวสารล่าสุด (New update)

Y81i น้องเล็กสุดโดนใจ!!! จอกว้างเต็มตา Full ViewDisplay 6.22 นิ้ว
Y81i น้องเล็กสุดโดนใจ!!! จอกว้างเต็มตา Full ViewDisplay 6.22 
Vivo เปิดตัวน้องใหม่อีกหนึ่งรุ่นใน Vivo Y81i กับดีไซน์โดดเด่นที่ออกแบบให้มีขอบด้านข้างที่บางลงสามารถใช้งา
โอกาสมาถึงแล้ว! ซัมซุง ชวนสาวๆ เซลฟี่ ลุ้นกระทบไหล่โอปป้าสุดฮอต “จอง แฮ อิน” ถึงประเทศเกาหลีร่วมสนุกได้
โอกาสมาถึงแล้ว! ซัมซุง ชวนสาวๆ เซลฟี่ ลุ้นกระทบไหล่โอปป้าสุด 
ซัมซุง เชิญชวนสาวๆ ร่วมสนุกกับกิจกรรม “กาแลคซี่ แฟน วีค” ลุ้นเป็น 5 สาวผู้โชคดี บินลัดฟ้า ร่วมถ่ายรายการ
สิ้นสุดการรอคอย Vivo จัดกิจกรรมสุดว้าว!!! ลุ้นรับบัตร Vivo V11 x BAMBAM GOT7 Exclusive Fan Meet
สิ้นสุดการรอคอย Vivo จัดกิจกรรมสุดว้าว!!! ลุ้นรับบัตร Vivo V 
Vivo จัดกิจกรรมให้กับแฟนๆ และพรีเซ็นเตอร์ Vivo V11/11i คนล่าสุดกับ BAMBAM GOT7 ในกิจกรรม “ Vivo V11 x BAM
Realme ปล่อยวีดีโอแบรนด์ปลุกกระแส ยืนยันการเข้าไทย หลังผ่าน กสทช. แล้ว!
Realme ปล่อยวีดีโอแบรนด์ปลุกกระแส ยืนยันการเข้าไทย หลังผ่าน  
เมื่อไม่นานมานี้ Realme (เรียลมี) แบรนด์สมาร์ทโฟนสำหรับคนรุ่นใหม่ ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเท
iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Lazada ส่งถึงมือลูกค้าคนแรกแล้ว ในเวลา 09.12 น.
iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Lazada ส่งถึงมือลูกค้าคนแรกแล้ว ในเ 
หลังจากที่ Lazada เปิดให้สั่งซื้อ iPhone XR, iPhone XS และ iPhone XS Max อย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 8.00 น.
รายการอัพเดททั้งหมด


    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com