ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 09/04/2020



รีวิว (Review) Samsung Galaxy S10 Lite | Note 10 Lite

เแรงระดับท็อป สืบทอดฟีเจอร์เรือธง ในราคาลงมาเป็นหมื่น! ด้วยชิปเซ็ตตัวท็อป พร้อมกล้อง Triple Camera ระดับโปร, ปากกา S-Pen สั่งงานแบบไร้สาย, จอ Infinity-O ผสานสแกนนิ้วบนหน้าจอ, RAM 8GB+ROM 128GB, แบตเตอรี่ชาร์จเร็วจุใจ 4500 mAh และฟีเจอร์จัดเต็มน้องๆ รุ่นใหญ่ บนดีไซน์ใหม่แบบ Square Camera ในราคาไม่ถึง 2 หมื่น
 

 

ช่วงนี้เงินทองติดขัด ต้องประหยัด แต่ใจก็อยากจัดสมาร์ทโฟนแรงๆ แบบเรือธง นี่เลยครับ Samsung Galaxy S10 Lite กับ Note 10 Lite ทางสายกลางที่ลงตัวสำหรับปี 2020 ในสถานการณ์ที่ต่างคนกำลังวิกฤตด้านการเงิน ที่ถึงแม้จะเป็นรุ่น Lite แต่กลับมีความน่าสนใจไม่แพ้รุ่นใหญ่ ด้วยชิปเซ็ตตัวท็อปอย่าง Snapdragon 855 กับ Exynos 9810 ที่ถึงแม้จะเป็นตัวท็อปของปีที่แล้ว แต่เรื่องความแรงยังเกินพอต่อการใช้งานทุกรูปแบบ พร้อมฟีเจอร์ที่จัดเต็มน้องๆ เรือธงรุ่นใหญ่ กับกล้อง Super Steady OIS ระดับโปรบน S10 Lite หรือจะเป็นการใช้งานปากกา S-Pen บน Note 10 Lite และทั้งคู่ยังมากับกล้องดีไซน์ใหม่แบบ Square Camera ในราคาแค่หมื่นปลายๆ เรียกได้ว่าเป็นราคาที่ประหยัดลงมากว่าเรือธงรุ่นใหญ่เป็นหมื่น ถือเป็นราคาที่คุ้มค่าไม่แพ้คู่แข่ง และไม่บ่อยครั้งที่แบรนด์ใหญ่อย่าง Samsung จะปล่อยออกมา เชื่อว่าน่าจะตรงใจใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร ฟีเจอร์จะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีขนาดไหน ไปติดตามกันต่อได้เลยครับ

 

 

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

ดีไซน์ภายนอกของทั้ง Galaxy S10 Lite และ Galaxy Note 10 Lite โดยรวมแล้วมาในแนวทางเดียวกัน แต่ก็จะมีรายละเอียดหลายส่วนที่แตกต่างกันครับ

 

เริ่มที่หน้าจอแสดงผล ทั้ง S10 Lite และ Note 10 Lite จะใช้จอแบบ Infinity-O ขนาด 6.7 นิ้วทั้งคู่

 

แต่รูกล้องหน้าของ S10 Lite จะมีขนาดใหญ่กว่าของ Note 10 Lite อยู่เล็กน้อย ส่วนคุณสมบัติของกล้องหน้าเหมือนกันทั้งคู่ครับ คือมีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.8 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f2.2 และทางยาวโฟกัส 25 มิลลิเมตร

 

ด้านเทคโนโลยีการแสดงผลของหน้าจอ S10 Lite นั้นเป็นแบบ Super AMOLED Plus ซึ่งแม้จะมีความละเอียดเท่ากันกับจอ Super AMOLED ของ Note 10 Lite ที่ระดับ Full HD+ หรือ 2400x1080 พิกเซล แต่สามารถแสดงผลได้สวยคมชัดมากกว่า ด้วยจำนวนของ Sub-Pixels ที่มากกว่า และมีการจัดเรียงที่สม่ำเสมอกว่านั่นเอง

 

นอกจากนี้หน้าจอของ S10 Lite ยังผลิตด้วยเทคโนโลยี Flexible OLED ซึ่งมีความบางเบากว่า

 

รวมทั้งหน้าจอของ S10 Lite นั้นรองรับการแสดงผลคอนเทนต์แบบ HDR10+ ในขณะที่หน้าจอของ Note 10 Lite รองรับแค่แบบ HDR เท่านั้น

 

ส่วนที่เหลือเกี่ยวกับหน้าจอแสดงผลก็ไม่ต่างกันครับ ทั้งกระจกที่ไม่ใช่แบบขอบโค้ง เพียงแค่มีความนูนขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งแม้ว่าจะดูสวยพรีเมียมน้อยกว่าจอขอบโค้งแบบเรือธงตัวท็อป แต่สำหรับผู้ใช้งานบางท่านก็อาจจะชอบจอแบนแบบนี้ครับ

 

มีเซนเซอร์สแกนนิ้วแบบ Optical อยู่บนหน้าจอ พร้อมระบบจดจำใบหน้า

 

เมื่อพลิกมาที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ก็จะพบกับดีไซน์แบบ 3D Glasstic ซึ่งวัสดุเป็นพลาสติกชนิดพิเศษที่ดูเงางามเล่นกับแสงไฟคล้ายกับกระจก แต่มีความทนทานไม่เปราะแตกง่าย

 

ในส่วนของกล้องถ่ายภาพ ทั้งคู่ใช้ดีไซน์ใหม่แบบสี่เหลี่ยม หรือ Squre Camera ซึ่งเป็นเทรนด์ของปีนี้

 

ในขณะที่สมาร์ทโฟนรุ่นปีที่แล้วของ Samsung จะจัดเรียงกล้องเป็นแนวตรง เช่น Galaxy Note 10+ เรือธงตัวท็อปยอดนิยมรุ่นนี้

 

ส่วนถาดซิมการ์ด ทั้ง 2 รุ่นใช้แบบ Hybrid Slot นั่นคือช่องซิมการ์ดที่สองต้องเลือกใส่อย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง nanoSIM หรือการ์ด microSD

 

และน่าเสียดายเล็กน้อยที่ลำโพงเสียงของทั้ง S10 Lite และ Note 10 Lite มีมาให้เพียงตัวเดียว รวมทั้งไม่สามารถกันน้ำได้เหมือนกับรุ่นใหญ่

 

ระบบการทำงานพื้นฐาน และประสิทธิภาพของ Galaxy S10 Lite | Note 10 Lite

ด้านของระบบการทำงานพื้นฐาน ในฝั่งของ S10 Lite นั้นใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 855 ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 640 ส่วนในฝั่งของ Note 10 Lite นั้นใช้ชิปเซ็ต Exynos 9810 ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP18

 

ส่วนหน่วยความจำ RAM ของทั้ง 2 รุ่นมีขนาดเท่าที่ 8GB

 

 

รวมทั้งหน่วยความจำ ROM ก็มีขนาดเท่ากันที่ 128GB เพียงแต่ของ S10 Lite จะเป็นหน่วยความจำแบบ UFS 3.0 ซึ่งอ่าน-เขียนข้อมูลได้เร็วกว่าหน่วยความจำแบบ UFS 2.1 ใน Note 10 Lite นั่นเอง และทั้ง 2 รุ่นสามารถรองรับการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD ได้สูงสุดที่ขนาด 1TB

 

ในส่วนของแบตเตอรี่ ทั้ง 2 รุ่นมีความจุเท่ากันที่ 4500 mAh แต่ S10 Lite นั้นใช้เทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ Super Fast Charging 2.0 ซึ่งรองรับกำลังไฟสูงสุด 45W ในขณะที่ Note 10 Lite นั้นเป็นเทคโนโลยี Super Fast Charging เวอร์ชันปกติที่รองรับกำลังไฟสูงสุด 25W

 

โดยทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ถูกครอบทับด้วย One UI เวอร์ชัน 2.0

 

ซึ่งหนึ่งในฟีเจอร์เด่นก็คือ Game Booster ที่จะคอยเรียนรู้พฤติกรรมการเล่นเกมของเรา พร้อมนำข้อมูลของอุณหภูมิ, หน่วยความจำ และแบตเตอรี่มาวิเคราะห์ แล้วปรับแต่งค่าต่างๆ ให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เราได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดระหว่างการเล่นเกม

 

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานโดยรวมด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ก็พบว่า S10 Lite ได้ผลทดสอบรวมอยู่ที่ 466,670 คะแนน ส่วน Note 10 Lite ได้ผลทดสอบรวมอยู่ที่ 334,792 คะแนน

 

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลด้วยแอปพลิเคชัน Geekbench 5 ก็พบว่า S10 Lite ได้ผลทดสอบแบบแกนเดี่ยวที่ 744 คะแนน และได้ผลทดสอบแบบหลายแกนที่ 2,612 คะแนน ส่วน Note 10 Lite ได้ผลทดสอบแบบแกนเดี่ยวที่ 403 คะแนน และได้ผลทดสอบแบบหลายแกนที่ 1,388 คะแนน

 

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของการประมวลผลด้านกราฟิกด้วยแอปพลิเคชัน 3DMark ก็พบว่า S10 Lite ได้ผลทดสอบแบบ OpenGL ที่ 5,723 คะแนน และได้ผลทดสอบแบบ Vulkan ที่ 5,006 คะแนน ส่วน Note 10 Lite ได้ผลทดสอบแบบ OpenGL ที่ 4,030 คะแนน และได้ผลทดสอบแบบ Vulkan ที่ 3,609 คะแนน

 

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของหน่วยความจำด้วยแอปพลิเคชัน AndroBench ก็พบว่า S10 Lite มีความเร็วของการอ่านข้อมูลแบบ Sequential อยู่ที่ 1474.33 MB/s และมีความเร็วของการเขียนข้อมูลแบบ Sequential อยู่ที่ 522.06 MB/s ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นหน่วยความจำแบบ UFS 3.0 ส่วน Note 10 Lite มีความเร็วของการอ่านข้อมูลแบบ Sequential อยู่ที่ 772.02 MB/s และมีความเร็วของการเขียนข้อมูลแบบ Sequential อยู่ที่ 193.33 MB/s ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นหน่วยความจำแบบ UFS 2.1

 

ซึ่งเมื่อทดสอบเล่นเกมที่มีกราฟิกระดับสูงหลายๆ เกมด้วย S10 Lite ก็พบว่าสามารถเล่นได้อย่างลื่นไหลเนียนตา ไม่อาการกระตุก หรือสะดุดแม้แต่น้อย แม้จะใช้ชิปเซ็ตรุ่นท็อปของปีที่แล้ว แต่ก็ยังสามารถรองรับการเล่นเกมใหม่ๆ ของปีนี้ได้แบบสบายๆ

 

กล้องถ่ายภาพของ Galaxy S10 Lite | Note 10 Lite

กล้องถ่ายภาพด้านหลังของ S10 Lite กับ Note 10 Lite แม้จะมี 3 กล้องเหมือนกัน แต่ก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันครับ เริ่มที่ S10 Lite นั้นจะจัดเรียงตำแหน่งกล้องเป็นเส้นตรงในแนวตั้้ง ส่วน Note 10 Lite จะจัดเรียงตำแหน่งกล้องเป็นตัว L

 

บนกล้องของ S10 Lite จะมีการสกรีนคำว่า Super Steady OIS เอาไว้ ซึ่งเป็นไฮไลท์ของรุ่นนี้ และมีขนาดของกรอบสี่เหลี่ยมที่ใหญ่กว่าของ Note 10 Lite โดย 3 กล้องของ S10 Lite นั้นประกอบไปด้วยกล้อง Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, กล้องหลักมุมกว้าง ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.0 กับระบบป้องกันการสั่นแบบ Super Steady OIS และกล้อง Ultra Wide มุมกว้าง 123 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2

 

ส่วน 3 กล้องของ Note 10 Lite นั้นประกอบไปด้วยกล้อง Ultra Wide มุมกว้าง 123 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2, กล้องหลักมุมกว้าง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.7, เทคโนโลยี Dual Pixel กับระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และกล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, ระบบซูมภาพ 2 เท่าแบบ Optical Zoom กับระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS

 

ซึ่งการถ่ายภาพ Macro ของ S10 Lite จับโฟกัสได้ระยะใกล้สูงสุดที่ 4 เซนติเมตร แต่ Note 10 Lite นั้นไม่รองรับการถ่ายภาพ Macro

 

มีโหมด Live Focus สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอด้วยกันทั้งคู่ พร้อมทั้งสามารถเลือกจุดโฟกัสเองในภายหลังได้, ปรับระดับการเบลอฉากหลังได้ 7 ระดับ

 

รวมทั้งสามารถเลือกเอฟเฟกต์การเบลอได้หลายรูปแบบ ทั้งการเปลี่ยนรูปทรงของโบเก้, การเบลอแบบหมุน, การเบลอแบบซูม และการเบลอแบบขาว-ดำ

 

S10 Lite นั้นมีระบบป้องกันการสั่นแบบใหม่ที่เรียกว่า Super Steady OIS ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์ไฮไลท์ ที่ระบบจะเปิดการทำงานโดยอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องไปตั้งค่าใดๆ และเป็นฮาร์ดแวร์ที่ฝังอยู่ในโมดูลกล้อง จึงกันสั่นได้แม้กระทั่งในที่แสงน้อย และถ่ายวิดีโอได้ละเอียดถึงระดับ 4K หรือเราจะเลือกเปิดระบบ Super Steady ปกติเองก็ได้เช่นเดียวกัน

 

ส่วน Note 10 Lite จะมีเฉพาะระบบ Super Steady แบบปกติเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการประมวลผล รวมถึงใช้ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS ตามปกติ

 

ด้านระบบการบันทึกเสียงของ S10 Lite นั้นพิเศษกว่า Note 10 Lite ตรงที่มีระบบ Zoom-in-Mic ด้วยไมโครโฟนทั้งหมด 3 ตัว ซึ่งยิ่งซูมเข้าใกล้จุดสนใจ เสียงก็จะยิ่งดังมากขึ้นตามไปด้วย

 

ส่วนความละเอียดสูงสุดของการถ่ายวิดีโอของทั้งคู่นั้นอยู่ที่ระดับ 4K UHD กับความเร็วที่ 60 เฟรมต่อวินาที

 

รวมถึงรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Super Slow Motion ความเร็ว 960 เฟรมต่อวินาที ที่ความละเอียดระดับ HD 720p และแบบ Slow Motion ความเร็ว 240 เฟรมต่อวินาที ที่ความละเอียดระดับ Full HD 1080p ด้วยกันทั้งคู่

 

รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Live Focus ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง แต่ทำได้เฉพาะ S10 Lite เท่านั้น

 

นอกจากนี้ภายในเครื่องก็มีแอปพลิเคชันตัดต่อวิดีโอดีๆ อย่าง All-in-One Video Edition Suite ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน ซึ่งมีฟังก์ชันมากมายให้เลือกใช้ ตั้งแต่การตัดวิดีโอ, การใส่เอฟเฟกต์, ฟังก์ชันบิวตี้, การใส่ข้อความ, การใส่สติกเกอร์, การวาดรูป, การปรับความเร็ว, การใส่เสียงเพลงประกอบ และสามารถ Export ไฟล์ได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p

 

กล้องถ่ายภาพด้านหน้าของทั้ง S10 Lite และ Note 10 Lite นั้นมีคุณสมบัติเหมือนกัน โดยมีความละเอียดที่ 32 ล้านพิกเซล บนเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.8 นิ้ว พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2 และทางยาวโฟกัส 25 มิลลิเมตร

 

พร้อมรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD ทั้งคู่เช่นกัน

 

การใช้งานปากกา S-Pen บน Galaxy Note 10 Lite

ข้อได้เปรียบสำคัญของฝั่ง Note 10 Lite ก็คือปากกา S-Pen นั่นเองครับ ซึ่งมีความสามารถใกล้เคียงกับรุ่นใหญ่อย่าง Note 10+ เลยทีเดียว

 

เริ่มที่หัวปากกาขนาด 0.7 มิลลิเมตร ที่ตรวจจับแรงกดได้ 4,096 ระดับ ซึ่งให้สัมผัสเหมือนเขียนบนกระดาษจริง

 

พร้อมรองรับการใช้ปากกาสั่งงานแบบรีโมทผ่านสัญญาณ Bluetooth เช่นกดปุ่ม 1 ครั้งเพื่อสั่งถ่ายรูป / ถ่ายวิดีโอ หรือหยุดถ่ายวิดีโอ, กดปุ่มค้างไว้เพื่อเปิดใช้งานกล้อง, กดปุ่มติดๆ กัน 2 ครั้งเพื่อสลับกล้องหลัง กับกล้องหน้า, กดปุ่ม 1 ครั้ง หรือติดๆ กัน 2 ครั้งเพื่อเลื่อนดูรูปภาพ หรือการปุ่ม 1 ครั้งเพื่อเล่น หรือหยุดวิดีโอ ทั้งในแกลเลอรี และ YouTube โดยการสั่งงานแบบไร้สายด้วยปากกา S-Pen นี้ ทำงานได้ในระยะห่างไม่เกิน 10 เมตร

 

โดยเราสามารถกำหนดคำสั่งการใช้งานฟีเจอร์ Air Actions เองได้อย่างอิสระ ทั้งการกำหนดว่ากดปุ่มค้างไว้แล้วจะให้เปิดฟีเจอร์ใด หรือแอปพลิเคชันไหน รวมทั้งรองรับการกำหนดคำสั่งของการกดปุ่ม 1 ครั้ง กับกดปุ่มติดๆ กัน 2 ครั้งแยกในแต่ละแอปพลิเคชันได้

 

แต่ก็น่าเสียดายเล็กน้อย ที่ฟีเจอร์ Air Actions บน Note 10 Lite ไม่รองรับการสั่งงานด้วยท่าทางได้เหมือนกับรุ่นใหญ่อย่าง Note 10 หรือ Note 10+

 

หนึ่งฟังก์ชันที่น่าสนใจก็คือ การแปลงลายมือให้กลายเป็นตัวพิมพ์ ที่สำคัญคือรองรับได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอื่นๆ ทั่วโลก

 

ส่วนฟังก์ชัน Screen Off Memo นั้นใช้งานได้แม้กระทั่งตอนที่ยังไม่ได้ปลดล็อกหน้าจอ เพียงแค่ถอดปากกา S-Pen ออกมาเท่านั้น

 

ซึ่งเราสามารถเลือกสีของปากกาได้ 5 สี, เลือกความหนาของเส้นได้ 5 ขนาด และมียางลบให้ใช้ เรียกได้ว่าพร้อมสำหรับการจดบันทึกอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ก็ยังสามารถปักหมุนไว้บนหน้าจอ Always On Display ได้ เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกดู และแน่นอนว่าสามารถเก็บบันทึกไว้ใน Samsung Notes ได้เช่นกัน

 

คุณสมบัติด้านการเชื่อมต่อของ Galaxy S10 Lite | Note 10 Lite

มาที่เรื่องของการเชื่อมต่อบ้างครับ เริ่มที่การจับสัญญาณดาวเทียม ก็พบว่าแม้จะอยู่ในตัวอาคาร ก็ยังสามารถจับสัญญาณได้ดี และรองรับทั้งระบบ GPS, Glonass, Beidou, Galileo, QZSS และ SBAS

 

รองรับการใช้งานเครือข่าย Wi-Fi ทั้งคลื่นความถี่ 2.4GHz และ 5GHz

 

รองรับการใช้งาน NFC แต่ก็น่าเสียดายที่ทั้ง S10 Lite และ Note 10 Lite ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยนั้นไม่รองรับการใช้งานบริการ Samsung Pay

 

เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออื่นๆ ก็มีทั้งการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เวอร์ชัน 5.0 กับ ANT+

 

และใช้พอร์ตเชื่อมต่อยุคใหม่แบบ USB Type-C ทั้งคู่

 

ฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจของ Galaxy S10 Lite | Note 10 Lite

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Link to Windows ที่ช่วยให้เราสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเครื่อง PC และใช้งานสมาร์ทโฟนผ่านเครื่อง PC ได้ทันทีโดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา

 

มีผู้ช่วยอัจฉริยะนามว่า Bixby เช่นเคย ซึ่งฟีเจอร์เด่นก็เห็นจะเป็น Quick Commands ที่เราแค่สั่งงานง่ายๆ ด้วยคำๆ เดียว หรือประโยคสั้นๆ แต่เครื่องสามารถทำงานแทนเราได้หลายอย่างเป็นชุดภายในคำสั่งเดียว

 

และฟีเจอร์ที่ใช้ประโยชน์ได้ดีอีกอย่างก็คือการแปลภาษาด้วย Bixby Vision ที่เพียงแค่ส่องกล้องไปยังข้อความบนสิ่งต่างๆ เราก็สามารถแปลภาษาอื่นๆ ทั่วโลก ให้กลายเป็นภาษาไทยได้ทันที

 

นอกจากแปลภาษาแล้ว เราก็ยังสามารถส่องกล้องเพื่อหาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าได้ด้วย

 

ทั้ง S10 Lite และ Note 10 Lite นั้นมาพร้อมกับฟีเจอร์ AR Emoji ที่เราสามารถสร้างตัวละคร 3 มิติด้วยใบหน้าของเราเองได้

 

พร้อมทั้งรองรับการปรับแต่งรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างอิสระ ตั้งแต่ส่วนต่างๆ ของใบหน้า, เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับอื่นๆ

 

รองรับการใช้งานใช้งาน 2 หน้าต่างพร้อมๆ กันด้วยฟังก์ชัน Multi Window หรือ Split Screen ที่รองรับการใช้งานทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน พร้อมทั้งสามารถปรับขนาดของหน้าต่างได้อย่างอิสระ

 

รองรับการย่อหน้าต่างให้เล็กลงมาเป็นแบบ Pop-up ซึ่งช่วยให้เราสามารถใช้งานฟีเจอร์อื่นๆ ไปพร้อมๆ กันได้ โดยสามารถเลื่อนหน้าต่าง Pop-up ได้อย่างอิสระ รวมทั้งสามารถย่อให้กลายเป็นไอคอนเล็กๆ ขณะที่ยังไม่ใช้งานได้, ปรับระดับความโปร่งแสงได้ และขยายให้เต็มหน้าจอได้ตามปกติ

 

รองรับการเชื่อมต่อ และควบคุมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านผ่านทางสมาร์ทโฟน S10 Lite หรือ Note 10 Lite ด้วยแอปพลิเคชัน SmartThings

 

สามารถติดตามการออกกำลังกาย, การกินอาหาร และการพักผ่อนได้ ด้วยแอปพลิเคชัน Samsung Health

 

สามารถเชื่อมต่อ และจัดการกับนาฬิกาอัจฉริยะ หรือสายรัดข้อมือ ในตระกูล Galaxy หรือ Gear ได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน Galaxy Wearable

 

สามารถตรวจสอบคะแนนสะสม และแลกรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้มากมายผ่านทางแอปพลิเคชัน Galaxy Rewards

 

สำหรับ Galaxy Gift แม้ว่าขณะนี้โปรโมชั่น, ส่วนลด, ของขวัญ หรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ อาจจะลดลงไปจากเดิมพอสมควร แต่ทาง Samsung ก็ยืนยันว่า Galaxy Gift จะยังไม่หายไปไหน แต่อยู่ระหว่างการปรับปรุงเท่านั้น

 

และนอกจาก Google Play Store แล้ว เราก็ยังสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน และคอนเทนต์ต่างๆ มาติดตั้งเพิ่มเติมได้อีกมากมายผ่านทาง Galaxy Store

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียด 48+12+5 ล้านพิกเซล ของ Samsung Galaxy S10 Lite

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียด 12+12+12 ล้านพิกเซล ของ Samsung Galaxy Note 10 Lite

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ของ Samsung Galaxy S10 Lite

 

สรุปผลการทดสอบของ Samsung Galaxy S10 Lite | Note 10 Lite

และที่ได้รีวิวกันไปข้างต้นก็คือจุดเด่น และความแตกต่างของ Samsung Galaxy S10 Lite กับ Note 10 Lite ครับ ซึ่งหากถามว่าควรเลือกซื้อรุ่นไหน ก็คงต้องตีโจทย์ของตัวท่านเองให้ได้ก่อนว่าเน้นการใช้งานแบบใด เพราะโดยรวมแล้วก็น่าใช้พอๆ กันทั้งคู่ รวมทั้งมีคุณสมบัติพื้นฐานอยู่ในระดับเดียวกัน แถมยังมีราคาที่ใกล้เคียงกัน ที่ 18,900 บาท กับ 17,990 บาท ตามลำดับ โดยในด้านของ S10 Lite จะได้เปรียบในเรื่องของจอแสดงผล, คุณภาพของกล้องถ่ายภาพ และประสิทธิภาพของการประมวลผล ส่วน Note 10 Lite จะได้เปรียบในเรื่องของการใช้งานปากกา S Pen, กล้องถ่ายภาพที่ครอบคลุมทุกระยะ และมีราคาที่ต่ำกว่าเล็กน้อย ซึ่งหากรู้ข้อแตกต่างแบบนี้แล้ว ก็น่าจะตัดสินใจเลือกได้ไม่ยากนะครับ สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชม พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ

 

อัปเดต! ข่าวดีสำหรับนักเรียน นักศึกษา ล่าสุด Samsung ได้ออกโปรโมชั่น บัดดี้เรื่องเรียน เพื่อมอบสิทธิพิเศษสำหรับนักเรียน นักศึกษาโดยเฉพาะ ซึ่งมี Galaxy S10 Lite กับ Note 10 Lite ด้วยเช่นกัน ด้วยส่วนลดสูงสุดกว่า 5,780 บาท ท่านใดสนใจสามารถแวะไป ลงทะเบียนโปรโมชั่นบัดดี้เรื่องเรียนกับ Samsung ได้ครับ

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Samsung Galaxy S10 Lite | Note 10 Lite

- ไม่รองรับการใช้งานบริการ Samsung Pay
- ตัวเครื่องไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น
- มีลำโพงเสียงเพียงแค่ตัวเดียว
- การใช้งานฟีเจอร์ Super Fast Charging 2.0 ที่กำลังไฟสูงสุด 45W สำหรับ Galaxy S10 Lite ต้องซื้ออะแดปเตอร์แยกต่างหากเองในภายหลัง (ที่แถมมาเป็นแบบ 25W)
- ไม่รองรับการใช้งาน Samsung DeX

 

 

โปรดทราบ*

โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 

สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Samsung Galaxy S10 Lite | Note 10 Lite ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Samsung Galaxy S10 Lite
สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Samsung Galaxy Note 10 Lite

 

 

 

วันที่ : 09/04/2020