ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 27/06/2022


 

รีวิว Samsung Galaxy M53 5G มือถือ 5G กล้อง 108MP ชิปแรง จอลื่นไซส์ใหญ่ แบตอึดชาร์จไว บนดีไซน์บางเบา ในราคาหมื่นต้น ๆ


27 มิถุนายน 2022 - ในปีนี้แบรนด์ชั้นนำอย่าง Samsung ยังคงรุกตลาดมือถือในบ้านเราอย่างต่อเนื่องเช่นเคย โดยนอกจากจะมีการเปิดตัวมือถือในตระกูล Galaxy A ออกมาหลายรุ่นแล้ว อีกหนึ่งซีรีส์ระดับกลาง (Mid-Range) อย่าง Galaxy M ก็ได้มีการเปิดตัวมือถือ 5G รุ่นใหม่ออกมาเช่นเดียวกัน โดยรุ่นล่าสุดก็ได้แก่ Samsung Galaxy M53 5G ที่มาพร้อมชิป 5G อันทรงพลัง พร้อมการดีไซน์เพรียวบาง และฟีเจอร์ครบครันทุกการใช้งาน ตอบโจทย์สายโซเชียล และเกมเมอร์ตัวจริง

Samsung Galaxy M53 5G มีจุดเด่นรอบด้าน เริ่มตั้งแต่ชุดกล้องหลัง 4 ตัว โดยมีกล้องตัวหลักความละเอียดสูงถึง 108MP พร้อมกล้อง Ultra Wide สำหรับเก็บภาพมุมกว้าง 123 องศา, กล้อง Macro สำหรับถ่ายวัตถุระยะใกล้ และกล้อง Depth เรียกได้ว่าสามารถถ่ายภาพได้ในทุกระยะ พร้อมรองรับฟังก์ชันที่น่าสนใจไม่แพ้รุ่นใหญ่ รวมถึงฟังก์ชันใหม่ที่น่าสนใจอย่าง Photo Remaster ในการปรับภาพให้คมชัดกว่าเดิม และ Objective Eraser ฟีเจอร์ลบสิ่งของ หรือบุคคลที่เราไม่ต้องการในภาพได้

Samsung Galaxy M53 5G ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 900 5G จับคู่กับ RAM ขนาด 8GB ที่รองรับฟีเจอร์ RAM Plus ในการเพิ่ม RAM เสมือนได้สูงสุดอีก 8GB พร้อม ROM ขนาด 128GB ที่รองรับการเพิ่ม microSD Card ได้อีก 1TB โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 25W Super Fast Charging และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 ที่ถูกครอบทับด้วย One UI 4.1 เวอร์ชันล่าสุด

 

ด้านการดีไซน์ Samsung Galaxy M53 5G โดดเด่นที่ตัวเครื่องเพรียวบางเพียง 7.4 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักเบาเพียง 176 กรัม และมีฝาหลังแบบด้าน ผสานกับหน้าจอแบบ Super AMOLED Plus Infinity-O Display ขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว ที่คมชัดระดับ FHD+ และรองรับค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz

เรียกได้ว่า Samsung Galaxy M53 5G มีจุดเด่นที่น่าสนใจในหลายด้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์โฉมใหม่หมดจด พร้อมฟีเจอร์ที่จัดมาให้แบบครบครัน และกล้องหลังที่มีฟีเจอร์ลูกเล่นต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น กับราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 13,999 บาท ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชมรีวิว Samsung Galaxy M53 5G ไปพร้อมกันได้เลยค่ะ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Samsung Galaxy M53 5G มาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED Plus Infinity-O Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล : 394 PPI) ที่รองรับค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz บนตัวเครื่องที่บางเฉียบเพียง 7.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 176 กรัม


Samsung Galaxy M53 5G มีกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล (f2.2) และติดตั้งเซนเซอร์ Proximity Sensor สำหรับปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน กับ Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอ และแผงปุ่มกดให้เหมาะสม


ด้านหน้าส่วนล่างประกอบด้วย ปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่ม Recent Apps, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ


โดยผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนมาใช้ Full Screen Gestures ในการใช้นิ้วลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการแบบต่าง ๆ ได้ด้วย


ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีถาดใส่ซิมการ์ด Nano SIM แบบ Hybrid-Slot โดยรองรับ 2 ซิมการ์ด หรือเลือกเป็น microSD Card ในช่องที่สอง


ด้านขวาตัวเครื่องมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังอยู่บนปุ่ม Power สำหรับล็อกหน้าจอ หรือเปิด-ปิด เครื่อง พร้อมกับปุ่มปรับระดับเสียง


ด้านบนตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน


และที่ด้านล่างตัวเครื่องมีลำโพงเสียงตัวหลัก, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และไมโครโฟนสำหรับสนทนา โดยไม่มีพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร


Samsung Galaxy M53 5G มีฝาหลังแบบพลาสติกพร้อมผิวสัมผัสแบบด้าน โดยตัวเครื่องที่ทางทีมงานนำมารีวิวให้ได้ชมกันเป็นสีน้ำตาล (Brown)


มีการติดตั้งกล้อง 4 ตัว (Quad Camera) ซึ่งประกอบไปด้วย

- กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8 และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2 และมุมรับภาพ 123 องศา
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4

รวมทั้งมีเทคโนโลยี Pixel Re-Mosaic, เทคโนโลยี Pixel Binning 12MP (Nona Binning), โหมด Single Take, โหมด FUN ที่มีฟิลเตอร์รูปแบบต่าง ๆ จากทาง SnapChat, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Night, โหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอระดับสตูดิโอ, การถ่ายภาพมุมกว้างแบบ Ultra-Wide, โหมด Macro สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้, เทคโนโลยี AI Scene Optimizer ในการตรวจจับซีนต่าง ๆ , ฟังก์ชัน My Filter สำหรับส้รางฟีลเตอร์เองได้จากภาพในเครื่อง, โหมด Beauty ปรับผิวให้เนียนสวย, ฟังก์ชัน Photo Remaster ในการปรับภาพให้คมชัดกว่าเดิม, Objective Eraser ฟีเจอร์ลบสิ่งของ หรือบุคคลที่เราไม่ต้องการในภาพได้ และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD (30 fps) พร้อมระบบป้องกันการสั่นแบบ Super Steady


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ

Samsung Galaxy M53 5G มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย User Interface แบบ One UI 4.1 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด


และสามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G (รองรับการสแตนด์บาย 5G ได้เพียงซิมเดียว)


มีหน่วยความแรม (RAM) ขนาด 8GB + เทคโนโลยี RAM Plus เพิ่ม RAM เสมือนได้สูงสุด 8GB พร้อมหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB ที่สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 1TB


เมื่อกดค้างที่หน้าจอจะเป็นการเข้าสู่เมนูการ ปรับแต่งหน้าจอ โดยผู้ใช้สามารถปรับตำแหน่งของไอคอน พร้อมตั้งค่า Home, Widgets และเปลี่ยน Wallpaper ได้


เมื่อปัดหน้าจอไปทางขวาจะสามารถเลือกแสดงเป็น Google Discover หน้าที่รวบรวมข่าวสารที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ โดยอ้างอิงจากการค้นหาของผู้ใช้ หรือ Samsung FREE ที่รวบรวมข่าวสาร และเกมที่น่าสนใจไว้


เมื่อลากจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมาจะพบกับ Notification Center ซึ่งเป็นหน้ารวมสำหรับการแสดงแจ้งเตือนต่าง ๆ และเมื่อปัดลงอีกหนึ่งครั้งจะเป็นการขยายหน้าจอปุ่มลัดสำหรับการเปิด-ปิดฟังก์ชัน ต่าง ๆ มากมาย เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ต, Bluetooth หรือการหมุนหน้าจออัตโนมัติ


โดยผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งตำแหน่งของคีย์ลัด เองได้ด้วย


Samsung Galaxy M53 5G สามารถเลือกตั้งค่าการแสดงผลแบบ Light Mode (ค่าเริ่มต้น) หรือแบบ Dark Mode ที่จะปรับพื้นหลังให้เป็นสีดำ พร้อมฟังก์ชันการตัดแสงสีฟ้า Eye comfort shield


รองรับระบบ Refresh Rate 120Hz Adaptive ที่สามารถปรับค่า Refresh Rate ให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่กำลังแสดงผลอยู่ได้แบอัตโนมัติ


มีโหมดการแสดงผลมาตรฐานมาให้เลือก 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ ธรรมชาติ (Natural) และโหมดสดใส (Vivid) ที่สามารถปรับตั้งค่า White Balance ได้


สามารถตั้งค่าใช้งาน Edge Panels เพื่อเข้าสู่เมนูลัด เพียงปัดนิ้วจากด้านขวาของหน้าจอ พร้อมเลือกแอปพลิเคชันที่ต้องการใช้งานได้ตามความถนัดของแต่ละคน


และฟังก์ชัน Brief pop-up การแจ้งเตือนในรูปแบบ pop-up พร้อม Edge Lighting ไฟวิ่งรอบหน้าจอเมื่อมีการแจ้งเตือน


สามารถสลับตำแหน่งของปุ่ม Navigation Buttons ให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนได้ หรือเลือกใช้งานการควบคุมแบบ Full Screen Gestures ในการปัดหน้าจอขึ้นลักษณะต่าง ๆ เพื่อสั่งการ โดยสามารถเลือกให้แสดง หรือปิด Gesture hints ได้


สามารถปรับธีมสีแถบเมนู และไอคอนแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ด้วยฟังก์ชัน Color Palette


รองรับการปลดล็อกหน้าจอด้วยเซ็นเซอร์สแกนลาย นิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง โดยสามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ ซึ่งจากการทดสอบตัวเซนเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็ว


และการสแกนใบหน้า (Face Recognition) ที่สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว แม้มีการสวมแว่นตา แต่จะสามารถลงทะเบียนได้เพียง 1 ใบหน้าเท่านั้น


Samsung Galaxy M53 5G รองรับเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สายระยะใกล้แบบ NFC จึงสามารถใช้บริการแตะจ่ายเงินผ่านมือถือด้วยบริการต่าง ๆ ได้


สามารถใช้งานแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือแอปพลิเคชันแชทได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์ ผ่านฟังก์ชัน Dual Messenger



Samsung Galaxy M53 5G มีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมโหมดประหยัดพลังงาน Power Saving จะช่วยยืดระยะเวลาในการใช้งานให้นานกว่าเดิม


และรองรับระบบการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 25W Super Fast Charging (ต้องซื้ออะแดปเตอร์แยกต่างหาก)


รองรับฟังก์ชัน Split-Screen View ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานสองแอปพลิเคชันได้พร้อม ๆ กัน โดยรองรับการใช้งานทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน


Galaxy Gift หนึ่งในจุดขายสำคัญของสมาร์ทโฟน Samsung ก็มีให้บริการ กับศูนย์รวมโปรโมชั่น, ส่วนลด หรือของฟรี ต่าง ๆ มากมาย เพื่อผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Samsung โดยเฉพาะ ทั้งอาหาร, ขนม, เครื่องดื่ม, ที่พัก, บัตรชมภาพยนตร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, สมาร์ทโฟน, อุปกรณ์เสริม และอีกมากมาย


นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Game Launcher ที่รวมเกมทั้งหมดภายในเครื่องมารวมไว้ในที่เดียวกัน พร้อมฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่นฟังก์ชันประหยัดพลังงานขณะเล่นเกม หรือปิดการแจ้งเตือนขณะเล่นเกม และยังมีฟังก์ชันปรับค่าประสิทธิภาพ ให้เราเลือกได้ว่าจะให้ระบบรันเกมโดยลดประสิทธิภาพลงเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ หรือรันโดยเน้นประสิทธิภาพการเล่นเกมขั้นสูงสุดโดยไม่ต้องสนใจแบตเตอรี่ และสามารถตั้งค่าแยกเฉพาะแต่ละเกมได้ด้วย ฟังก์ชันนี้จะช่วยให้เราปรับประสิทธิภาพการเล่นเกมให้เหมาะกับสถานการณ์มากขึ้น เช่นการเปิดบอททิ้งไว้ ซึ่งเราไม่ได้ต้องการกราฟิกสวย ๆ หรือความลื่นไหล แต่ต้องการเปิดทิ้งไว้ให้นานที่สุด ในทางกลับกัน เมื่อเราเล่นเกมด้วยตัวเอง เราก็ต้องการให้ตัวเกมลื่นไหลที่สุด และมีกราฟิกสวยงาม เป็นต้น


เมื่อเล่นเกมในโหมด Game Launcher จะมีเมนูลัดเพิ่มเข้ามาในแถบนำทาง ซึ่งสามารถเลือกตั้งค่าการบล็อกการแจ้งเตือนต่าง ๆ และการโทรได้ พร้อมเมนูลัดเพิ่มเข้ามาในแถบนำทาง ซึ่งสามารถเลือกตั้งค่าการบล็อกการแจ้งเตือนต่าง ๆ และการโทรได้ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกแสดงการแจ้งเตือนต่าง ๆ แบบ Pop-Up ขณะเล่น และการล็อกหน้าจออัตโนมัติเมื่อเปิดเกมทิ้งไว้ระยะเวลาหนึ่ง


โดยในโหมดล็อกหน้าจอ ระบบจะลดความสว่างของหน้าจอ, ล็อกการสัมผัส และลดเฟรมเรตของตัวเกมลง แต่เกมจะยังคงรันต่อไปเรื่อย ๆ เหมาะสำหรับการเปิดบอททิ้งไว้ เพราะประหยัดพลังงานกว่าการเปิดเกมไว้ตลอด และช่วยป้องกันการสัมผัสปุ่มต่าง ๆ โดยไม่ตั้งใจได้


สำหรับเซนเซอร์ในเครื่อง Samsung Galaxy M53 5G นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor, Magnetic Sensor และ Pressure Sensor


การระบุตำแหน่ง และระบบนำทางสามารถใช้งานได้ดี มีความรวดเร็วแม่นยำ ด้วยการรองรับระบบดาวเทียมชั้นนำของโลกอย่างครบครันทั้ง GPS+A-GPS, Glonass, Galileo, BeiDou และ QZSS


Samsung Galaxy M53 5G มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 900 5G (Octa-Core) ผลิตบนเทคโนโลยีระดับ 6nm ความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.4 GHz โดยมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Mali-G68 MC4, หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุด 1TB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย One UI 4.1 เวอร์ชันใหม่


Samsung Galaxy M53 5G มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 453,896 คะแนน และผลทดสอบจาก Geekbench 5 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 729 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 2,051 คะแนน


สำหรับการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน 3D Mark แบบ OpenGL ES 3.1 ได้คะแนนการทดสอบที่ 3,843 คะแนน


รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


จากการทดสอบด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสาม มิติอย่าง Marvel Future Fight, Seven Knights 2 และ Ni no Kuni พร้อมกับเปิดการแสดงผลกราฟิกระดับสูงสุด รวมถึงการแสดงผลอัตรารีเฟชรเรตสูง ก็พบว่า Samsung Galaxy M53 5G สามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุก ด้วยค่า Refresh Rate สูงสุดที่ระดับ 120Hz แต่ก็มีการสะสมความร้อนให้เห็นบ้างเมื่อเล่นติดต่อเป็นเวลานาน และด้วยแบตเตอรี่ที่ให้มา 5000 mAh จึงสามารถเล่นเกมโปรดได้ยาวนานต่อเนื่อง อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วที่ช่วยย่นระยะการชาร์จให้รวดเร็วทันใจกว่าเดิม


Samsung Galaxy M53 5G มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Plus Infinity-O Display ขนาด 6.7 นิ้ว ที่คมชัดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล : 394 PPI) จึงสามารถแสดงผลคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้อย่างคมชัด มีสีสันสดใส ในสัดส่วนกว้างเต็มตา บวกกับระบบเสียง Dolby Atmos เมื่อใช้หูฟัง จึงสามารถใช้งานด้านความบันเทิงได้อย่างเต็มอารมณ์


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

Samsung Galaxy M53 5G มาพร้อมกับชุดกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) โดยแบ่งออกเป็น

- กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8 และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2 และมุมรับภาพ 123 องศา
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4


โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์สะอาดตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การตั้งค่าเพิ่มเติม, การเปิด-ปิด ไฟแฟลช, การตั้งเวลาถ่ายภาพ, สัดส่วนภาพถ่าย และฟิลเตอร์แบบต่าง ๆ


รองรับการถ่ายภาพมุมกว้างแบบ Ultra-Wide ที่ 123 องศา พร้อมถ่ายระยะใกล้สุด 4 เซนติเมตรด้วยโหมด Macro


ปรับค่าผิวสวยในโหมด Face Beauty ที่สามารถปรับโครงสร้างต่าง ๆ บนใบหน้า รวมถึงค่าผิวเนียนได้ตามที่ต้องการ


การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ 7 ระดับ (ค่าเริ่มต้นอยู่ที่ 5) พร้อมปรับค่า Skin Tone ได้ 8 ระดับ


พร้อมโหมด Single Take ที่กดถ่ายเพียงแค่ครั้งเดียว เราก็จะได้ผลลัพธ์เป็นเซ็ตรูป กับวิดีโอหลากหลายรูปแบบ พร้อมการแนะนำช็อตที่ดีที่สุด และสำหรับภาพบุคคลเราก็สามารถเลือกสีพื้นหลังได้ด้วย โดยสามารถบันทึกได้นาน 10 วินาที


ถ่ายภาพในเวลากลางคืนได้ด้วย Night พร้อมเก็บภาพในมุมกว้างแบบ Ultra-Wide ได้ด้วย


สำหรับการถ่ายโหมด Pro มาพร้อมกับรายละเอียดการตั้งค่าต่าง ๆ ที่ครบครัน และครอบคลุมสำหรับช่างภาพแทบทั้งหมด


ด้านการถ่ายวิดีโอรองรับความละเอียดสูงสุดที่ ระดับ 4K UHD (30 fps) โดยสามารถถ่ายในมุมมองปกติ และมุมกว้างด้วยเลนส์ Ultra-Wide ได้


พร้อมรองรับระบบกันสั่นแบบ Super Steady


และโหมด Pro video ที่สามารถตั้งค่ารายละเอียดต่าง ๆ ได้ครบครันกว่าเดิมเหมาะกับตากล้องตัวจริง


รวมถึงปรับค่าผิวสวยในโหมด Beauty (รองรับความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD)


กล้องหน้าของ Samsung Galaxy M53 5G มีความคมชัด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f2.2


โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์สะอาดตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน เหมือนกับกล้องหลัง ได้แก่ การตั้งค่าเพิ่มเติม, การเปิด-ปิด ไฟแฟลช, การตั้งเวลาถ่ายภาพ, สัดส่วนภาพถ่าย และฟิลเตอร์


สามารถปรับค่าผิวเนียนในโหมด Beauty ได้ 3 ระดับ และปรับสัดส่วนใบหน้า, ขนาดกราม และขนาดของดวงตาได้


รองรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอในโหมด Portrait ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ 7 ระดับ (ค่าเริ่มต้นอยู่ที่ 5) พร้อมปรับค่า Skin Tone ได้ 8 ระดับ


รองรับฟังก์ชัน Single Take เหมือนกับกล้องหลัง


ด้านการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้ารองรับความ ละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD (30 fps) พร้อมปรับค่า Skin Tone ได้ 8 ระดับ (ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD)


นอกจากนี้ Samsung Galaxy M53 5G ยังรองรับฟังก์ชันที่น่าสนใจอย่าง Photo Remaster ที่ช่วยในการปรับให้ภาพมีสีสด พร้อมความคมชัดมากขึ้น


ตัวอย่างภาพก่อน และหลังใช้ฟังก์ชัน Photo Remaster


และฟังก์ชัน Objective Eraser ในการนำระบบ AI มาช่วยลบวัตถุ หรือบุคคลที่ไม่ต้องการออกจากภาพได้


ตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชัน Objective Eraser


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 108+8+2+2 ล้านพิกเซล ของ Samsung Galaxy M53 5G

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide)


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide)


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide)


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide)


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Macro


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night แบบมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide)


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night แบบมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide)


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night แบบมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide)


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ของ Samsung Galaxy M53 5G

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมดปกติ พร้อมเปิดโหมด Beauty


ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Portrait


สรุปผลการทดสอบของ Samsung Galaxy M53 5G

จากที่มีโอกาสใช้งาน Samsung Galaxy M53 5G มาระยะหนึ่งก็พอจะสรุปได้ว่า Galaxy M53 5G เป็นมือถือ 5G รุ่นใหม่ที่น่าสนใจในช่วงราคาหมื่นต้น ๆ ด้วยการยกระดับการถ่ายภาพด้วยกล้องตัวหลักที่มีความละเอียดมากถึง 108MP ที่รองรับเทคโนโลยี Pixel Re-Mosaic ทำให้ภาพมีความละเอียดคมชัดในที่แสงจ้า พร้อมเทคโนดลยี Nona Binning ที่รวมพิกเซลเล็ก ๆ เข้าด้วยกัน ช่วยให้ภาพที่ได้มีความสว่าง และคมชัดแม้ในที่แสงน้อย เรียกได้ว่าตอบโจทย์การถ่ายภาพในทุกสภาพแสง ทำงานร่วมกับกล้อง Ultra-Wide สำหรับเก็บภาพมุมกว้างสุด 123 องศา พร้อมกล้อง Macro สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้สุด 3-5 เซนติเมตร และกล้อง Depth สำหรับละลายฉากหลังในโหมด Portrait ได้อย่างเนียนตาเทียบเท่าระดับสตูดิโอ รวมถึงโหมดถ่ายภาพอื่น ๆ ที่น่าสนใจอย่าง โหมด Single Take ที่กดถ่ายเพียงแค่ครั้งเดียว เราก็จะได้ผลลัพธ์เป็นเซ็ตรูป กับวิดีโอหลากหลายรูปแบบ พร้อมการแนะนำช็อตที่ดีที่สุด และสำหรับภาพบุคคลเราก็สามารถเลือกสีพื้นหลังได้ด้วย โดยสามารถบันทึกได้นาน 10 วินาที, โหมด FUN กับฟิลเตอร์แบบต่าง ๆ ที่ยกมาจาก Snapchat ให้ได้ใช้กันมากมาย, โหมด Night สำหรับถ่ายภาพกลางคืน หรือในที่แสงน้อย และฟังก์ชัน Photo Remaster ในการปรับภาพให้คมชัดกว่าเดิม, Objective Eraser ฟีเจอร์ลบสิ่งของ หรือบุคคลที่เราไม่ต้องการในภาพได้ และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD (30 fps) พร้อมระบบป้องกันการสั่นไหวแบบ Super Steady

Samsung Galaxy M53 5G มากับชิปเซ็ตตัวแรงอย่าง Dimensity 900 5G ซึ่งผลิตบนเทคโนโลยีระดับ 6 nm ซึ่งรองรับการใช้งานเครือข่าย 5G ได้เร็วแรงเต็มสปีด ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูซีรีส์ หรือ Live Steaming ก็ราบรื่น โดยทำงานร่วมกับ RAM ขนาด 8GB ที่รองรับเทคโนโลยี RAM Plus ในการเพิ่ม RAM เสมือน (Virtual RAM) จาก ROM ได้อีกสูงสุด 8GB จึงหมดกังวลการใช้งานแบบ Multi-Task รวมถึงการเล่นเกมที่เน้นกราฟิก และกินทรัพยากรเครื่องสูง รวมถึงมี ROM ความจุ 128GB ที่รองรับการเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุด 1TB เรียกได้ว่าสามารถเก็บไฟล์ข้อมูล, ไฟล์ภาพถ่าย, แอปพลิเคชัน หรือเกมได้อย่างเต็มที่ โดยให้แบตเตอรี่มาจุใจที่ 5000 mAh จึงสามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน พร้อมโหมด Power Saving ที่ช่วยยืดเวลาในการใช้งานให้นานกว่าเดิม อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 25W Super Fast Charging ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้น โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 50% ในเวลา 30 นาที แต่น่าเสียดายที่ต้องซื้ออะแดปเตอร์แยกต่างหาก โดยทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 ที่ถูกครอบทับด้วย One UI 4.1 เวอร์ชันล่าสุด

 

รวมทั้งยังตอบโจทย์ด้านความบันเทิงด้วยหน้าจอไร้ขอบแบบ Super AMOLED Plus Infinity-O Display ขนาดใหญ่ถึง 6.7 นิ้ว ที่มีความละเอียดระดับ FHD+ (2400x1080 พิกเซล : 394 PPI) จึงสามารถแสดงผลคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้อย่างคมชัด มีสีสันสดใส และเห็นรายละเอียดชัดเจน พร้อมมีอัตราการรีเฟรช (Refresh Rate) สูงสุดที่ 120Hz ที่ช่วยให้การแสดงผลมีความลื่นไหลเนียนตามากขึ้นกว่าเดิม  

เรียกได้ว่า Samsung Galaxy M53 5G เหมาะกับผู้ที่กำลังมองหามือถือ 5G สเปกแรงในราคาจับต้องได้ พร้อมกล้องคุณภาพสูง จอใหญ่สวยลื่นคมชัด แบตเตอรี่อึดชาร์จไว มีฟีเจอร์ครบ บนดีไซน์เบาบาง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนชอบถ่ายรูป, เกมเมอร์ และสายโซเชียลตัวจริง

Samsung Galaxy M53 5G เปิดราคาอย่างเป็นทางการแล้วที่ 13,999 บาท มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีน้ำตาล, สีน้ำเงิน และสีเขียว พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ เฉพาะช่องทางออนไลน์ที่ samsung.com, Lazada, Shopee และ JD Central

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง Samsung ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Samsung Galaxy M53 5G มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน และขอขอบคุณสถานที่สวย ๆ จากทางร้าน ลาภปาก (Laappaak Dining room) สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ

 


จุดเด่นของ Samsung Galaxy M53 5G

- ดีไซน์ตัวเครื่องแบบมินิมัล ด้วยขอบที่โค้งมน และกรอบแบบบาง พร้อมพื้นผิวตัวเครื่องแบบด้าน
- ตัวเครื่องมีความบางเฉียบเพียง 7.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเบาเพียง 176 กรัม
- จอแสดงผลแบบ Super AMOLED Plus Infinity-O Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ พร้อมอัตราการรีเฟรช (Refresh Rate) สูงสุดที่ 120Hz
- ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 900 5G (MT6877) ที่ใช้กระบวนการผลิตระดับ 6 nm
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G68 MC4 พร้อมฟังก์ชัน Game Booster
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB พร้อมเทคโนโลยี RAM Plus สำหรับเพิ่ม RAM เสมือน (Virtual RAM) จากหน่วยความจำภายใน (ROM) ได้สูงสุดขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
- รองรับการเพิ่มการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้สูงสุดที่ขนาด 1TB
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 25W Super Fast Charging และระบบ AI Adaptive Power Saving
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 พร้อมครอบทับด้วย One UI 4.1

-----------------------------------------------

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย

- กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8 และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2 และมุมรับภาพ 123 องศา
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4

รวมทั้งมีเทคโนโลยี Pixel Re-Mosaic, เทคโนโลยี Pixel Binning 12MP (Nona Binning), ระบบ AI Image Enhancer, ฟีเจอร์ Single Take, โหมด FUN ที่มีฟิลเตอร์รูปแบบต่าง ๆ จากทาง SnapChat, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Night, โหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอระดับสตูดิโอ, การถ่ายภาพมุมกว้างแบบ Ultra-Wide, โหมด Macro สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้, เทคโนโลยี AI Scene Optimizer ในการตรวจจับซีนต่าง ๆ , ฟังก์ชัน My Filter สำหรับส้รางฟีลเตอร์เองได้จากภาพในเครื่อง, โหมด Beauty ปรับผิวให้เนียนสวย, ฟังก์ชัน Photo Remaster ในการปรับภาพให้คมชัดกว่าเดิม, Objective Eraser ฟีเจอร์ลบสิ่งของ หรือบุคคลที่เราไม่ต้องการในภาพได้ และบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (30 fps) พร้อมระบบป้องกันการสั่นไหวแบบ Super Steady

กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2 และรองรับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (30 fps)

-----------------------------------------------

- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Mounted Fingerprint Sensor) พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)
- ระบบเสียงแบบ Dolby Atmos (สำหรับหูฟัง และลำโพงบลูทูธ)
- ฟีเจอร์ Mic Mode พร้อมฟังก์ชัน Voice Focus สำหรับช่วยปรับแต่งเสียงขณะสนทนาให้มีความชัดเจน
- ฟังก์ชัน Buds Auto Switching
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi (Dual Band : 2.4/5 GHz), 5G, 4G LTE, 3G WCDMA และ 2G EDGE/GPRS
- รองรับการใช้งานระบบซิมคู่ (Dual SIM : Nano SIM + Nano SIM) บนถาดแบบ Hybrid Slot
- รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.2 และ NFC
- ระบุตำแหน่ง และนำทางผ่านระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, Glonass, Galileo, BeiDou และ QZSS
- พอร์ต USB Type-C
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby
- ฟังก์ชัน Dual Messenger สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์
- ราคา 13,999 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Samsung Galaxy M53 5G

- ฝาหลังไม่ใช่วัสดุประเภทกระจก หรือโลหะ
- ไม่มีพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ไม่มีอะแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่แถมมาในชุดจำหน่ายมาตรฐาน
- ลำโพงเสียงเป็นแบบเดี่ยว


สรุปคุณสมบัติของ Samsung Galaxy M53 5G

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Samsung Galaxy M53 5G ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Samsung Galaxy M53 5G


โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 


วันที่ : 27/06/2022