ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 07/11/2018

รีวิว (Review) Samsung Galaxy J8

ไอดอลสมาร์ทโฟนกล้องคู่ ภาพสวย เสียงดี เซลฟี่จัดเต็ม ในราคาไม่ถึงหมื่น! ด้วยจอ Super AMOLED Infinity Display 6 นิ้ว, กล้องคู่ 16+5 ล้านพิกเซล (f/1.7), กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (f/1.9), แบตเตอรี่อึดจุใจ 3500 mAh, ระบบเสียง Dolby Atmos และ Galaxy Gift ที่ยิ่งใช้ยิ่งคุ้ม ในราคาเบาๆ ที่ 9,490 บาท

Review Date (25-กรกฎาคม-2561)

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดโดยทีมงาน Thaimobilecenter ครับ สำหรับในวันนี้เราก็ยังอยู่กับสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy J ซึ่งหลังจากที่ทาง Samsung ได้เปิดตัว Galaxy J4 ไปไม่นาน ล่าสุดก็ได้เปิดตัว Galaxy J8 ตามออกมาภายใต้คอนเซ็ปต์ "ไอดอลสมาร์ทโฟน ภาพสวย เสียงดี เซลฟี่จัดเต็ม" โดยมีจุดเด่นอยู่ที่กล้องคู่ (Dual-Camera) ด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (F/1.7)+5 ล้านพิกเซล (F/1.9) ที่รองรับการถ่ายรูปแบบหน้าชัดหลังเบลอด้วยโหมด Live Focus พร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 3,500 mAh ให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องตลอดวัน นอกจากนี้ยังดึงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปอย่าง BNK48 มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์อีกด้วย เรียกว่ากระแสแรงตั้งแต่ยังไม่ทันจะเปิดตัวเลยทีเดียว

นอกจากกล้องคู่ และแบตอึดแล้ว Samsung Galaxy J8 ยังมีคุณสมบัติน่าสนใจอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ Super AMOLED Infinity Display สวยๆ งามๆ ที่มีขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้ว ในอัตราส่วนแบบ 18.5:9, ชิปเซ็ต Snapdragon 450, หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB, หน่วยความจำ ROM ขนาด 64GB รองรับทั้งระบบสแกนลายนิ้วมือ และการสแกนใบหน้า และยังมีระบบเสียง Dolby Atmos ที่ช่วยเพิ่มความสมจริงด้านมิติของเสียงอีกด้วย รวมถึงแอปพลิเคชันดีๆ อย่าง Galaxy Gift ที่ยิ่งใช้ยิ่งคุ้ม เรียกว่าหากใช้กันจริงๆ ปีหนึ่งก็จะมีมูลค่ากว่า 10,000 บาท เลยทีเดียว และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอเชิญทุกท่านพบกับรีวิว Samsung Galaxy J8 กันได้เลยครับ

 

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Samsung Galaxy J8 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียดระดับ HD+ (720x1480 พิกเซล) ขนาด 6 นิ้ว ในอัตราส่วนแบบ 18.5:9 กับขนาดตัวเครื่องที่ 159.2x75.7x8.2 มิลลิเมตร หนัก 177 กรัม ซึ่งจัดว่ากำลังเหมาะมือ ไม่ใหญ่ หรือหนักจนเกินไป

 

ขอบเครื่องด้านบนเป็นตำแหน่งของลำโพงสำหรับการสนทนา, กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล, ไฟแฟลช LED, เซ็นเซอร์วัดระยะห่าง (Proximity Sensor) สำหรับฟังก์ชันปิดหน้าจออัตโนมัติเมื่อแนบกับใบหน้า และเซ็นเซอร์วัดความเอียง (Accelerometer Sensor) สำหรับการเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลเป็นแนวตั้ง และแนวนอนโดยอัตโนมัติตามลักษณะการจับถือ

 

ขขอบเครื่องด้านล่างไม่มีปุ่มกดแบบ Physical ใดๆ โดยปุ่มควบคุมหลักทั้ง 3 ปุ่ม ได้แก่ปุ่ม Home, ปุ่ม Back และปุ่ม Recent Apps เป็นแบบ On-Screen ทั้งหมด

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 3,500 mAh (ไม่รองรับระบบชาร์จด่วน) และการโอนถ่ายข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ และช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ด้านบนของตัวเครื่องเป็นเฟรมโลหะเรียบๆ ไม่มีปุ่มกด หรือพอร์ตการเชื่อมต่อใดๆ

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีปุ่มปรับระดับเสียงที่แยกออกเป็น 2 ปุ่ม และเป็นตำแหน่งของถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Single Slot 1 ช่อง และ ถาดใส่ซิม+microSD การ์ดอีก 1 ช่อง ส่วนที่ด้านขวาของตัวเครื่องมีเพียงปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิด เครื่อง ส่วนที่อยู่เหนือปุ่ม Power ขึ้นไปนั้นเป็นลำโพงภายนอก

 


เมื่อพลิกตัวเครื่องมาด้านหลัง จะพบกับกล้องดิจิทัลแบบคู่ (Dual- Camera) ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (F/1.7) และ 5 ล้านพิกเซล (F/1.9) พร้อมด้วยไฟแฟลช LED ส่วนที่ด้านล่างกล้องคู่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

 


Samsung Galaxy J8 มีถาดใส่ซิมการ์ดมาให้ถึง 2 ช่องด้วยกัน โดยช่องแรกเป็นถาด Single Slot สำหรับติดตั้ง nano-SIM โดยเฉพาะ และอีกช่องหนึ่งเป็นถาด nano-SIM ที่มาพร้อมกับช่องติดตั้งการ์ดหน่วยความจำ microSD ทำให้ Samsung Galaxy J8 สามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ดไปพร้อมๆ กับการ์ดหน่วยความจำ microSD ได้

 

เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์

Samsung Galaxy J8 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 8.0.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย Samsung Experience 9.0 พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับ 3G ได้ รวมถึงรองรับการสนทนาผ่านระบบ VoLTE

 

เมื่อปัดนิ้วจากขอบจอด้านบนลงมา 1 ครั้ง จะเป็นการเปิด Notification Center ที่รวมการแจ้งเตือนต่างๆ เอาไว้ หากลากนิ้วลงมาอีกครั้งจะเป็นการเปิดแผงทางลัดการตั้งค่า ซึ่งรวบรวมฟังกันที่ใช้บ่อยเอาไว้ เช่นการเปิด-ปิด WiFi, ปรับระดับเสียง, ปรับความสว่างหน้าจอ และอื่นๆ ซึ่งเราสามารถเพิ่ม หรือลบทางลัดออกได้ตามต้องการ

 


Samsung Galaxy J8 มีแอปพลิเคชัน BNK48 ติดตั้งมาให้ตั้งแต่แรก ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันพิเศษสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เท่านั้น แต่ ณ วันที่ทำการรีวิว (23 กรกฎาคม 2561) แอปพลิเคชันยังไม่สามารถใช้งานได้ โดยทางทีมงานจะรีวิวตัวแอปพลิเคชันให้ดูกันอีกครั้งในเร็วๆ นี้ เมื่อตัวแอปพลิเคชันพร้อมใช้งานแล้วครับ

 

มีแอปพลิเคชันของ Google และ Microsoft ติดตั้งมาให้อย่างครบครัน สามารถใช้งานแผนที่, ดู YouTube และทำงานเอกสารต่างๆ ได้ทันที ไม่ต้องไปหาโหลดที่ไหน

 


ฟังก์ชันสำคัญอย่างการโทรมีอินเทอร์เฟซที่สะอาดเรียบง่าย มองเห็นตัวเลขชัดเจน ปุ่มมีขนาดใหญ่ และกดได้สะดวก สามารถเข้าถึงการเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อ หรืออัปเดตรายชื่อเดิมได้ทันที

 


เมื่อปัดนิ้วขึ้นในหน้า Home จะเป็นการเปิด App Drawer ซึ่งจะแสดงแอปพลิเคชันทุกตัวที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันพื้นฐานของ Samsung ติดตั้งมาให้ด้วย

 


ความพิเศษของสมาร์ทโฟน Samsung ทุกรุ่น รวมไปถึง Galaxy J8 เครื่องนี้ ก็คือมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์มากมายจาก Galaxy Gift ไม่ว่าจะเป็นดีลส่วนลดของร้านอาหารต่างๆ, สิทธิซื้อสินค้าในราคาพิเศษ ไปจนถึงการขอรับบริการแบบพรีเมียมจาก Samsung โดยสิทธิพิเศษเหล่านี้มีให้เฉพาะลูกค้า Samsung เท่านั้น ซึ่งหากใช้งานกันจริงๆ ในปีหนึ่งๆ เราจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ กลับมารวมเป็นมูลค่ากว่า 10,000 บาท เลยทีเดียว

 


หน้าจอ Super AMOLED ของ Samsung Galaxy J8 สามารถปรับแต่งสมดุลสีได้ในหน้าการตั้งค่า และมีฟังก์ชันกรองแสงสีฟ้าสำหรับช่วยถนอมสายตา นอกจากนี้ยังเลือกรูปแบบการแสดงผลต่างๆ ได้ด้วย

 

สำหรับการดูแลประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องนั้น Samsung Galaxy J8 มากับฟีเจอร์การบำรุงรักษาอุปกรณ์ หรือ Smart Manager ที่ช่วยให้เราเคลียร์หน่วยความจำ RAM, Cache และกำจัดไฟล์ขยะได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และยังเข้าไปปรับแต่งการใช้งานแบตเตอรี่ และควบคุมปริมาณการรับส่งข้อมูลมือถือได้ด้วย

 

Samsung Galaxy J8 รองรับการปลดล็อกตัวเครื่องด้วยการสแกนใบหน้า เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ปลดล็อคได้สะดวกยิ่งขึ้น ในการเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ เราจะต้องเข้าไปลงทะเบียนใบหน้าของเราเอาไว้เสียก่อน ซึ่งใช้เวลาไม่นานครับ

 

นอกจากการสแกนใบหน้าแล้ว ยังรองรับการยืนยันตัวตนผ่านลายนิ้วมืออีกด้วย ซึ่งนอกจากจะใช้ปลดล็อกตัวเครื่องแล้ว ยังสามารถใช้ยืนยันตัวตนเวลาซื้อสินค้าใน Play Store และการทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันบางตัวได้อีกด้วย

 

เมื่อกดค้างบนพื้นที่ว่างของหน้าจอเริ่มต้น จะเข้าสู่โหมดปรับแต่ง ซึ่งสามารถเพิ่ม, ลบ หรือย้ายไอคอนแอปพลิเคชัน และวิดเจ็ตต่างๆ ได้ สำหรับสมาร์ทโฟนตระกูล Samsung Galaxy นั้น จะสามารถเข้าถึงร้านค้าธีม และวอลเปเปอร์ของ Samsung ได้ ซึ่งมีหลายแบบให้เลือก และมีการอัปเดตอยู่ตลอด มีทั้งแบบที่โหลดไปใช้ได้ฟรี และแบบที่ต้องเสียเงินซื้อ ซึ่งมีราคาระบุไว้ชัดเจนทุกรายการ

ทั้งนี้ Samsung Galaxy J8 จะไม่สามารถเข้าไปดาวน์โหลด Always On Display ได้ เพราะตัวเครื่องไม่มีฟีเจอร์นี้ให้ใช้งาน

 

แม้ว่าจะไม่ใช่สมาร์ทโฟนระดับเรือธง แต่ Samsung Galaxy J8 นั้นมีผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Bixby ติดตั้งมาให้ด้วย โดยเราสามารถเข้าสู่หน้า Bixby Home ได้ด้วยการปัดจอไปทางขวา เมื่ออยู่ที่หน้าเริ่มต้น ก็จะพบกับหน้า Dashboard ที่รวมเอากิจกรรมทุกอย่างที่เราทำเป็นประจำ รวมถึงกิจกรรมที่น่าสนใจมารวมไว้ในหน้าเดียวกัน

 

ในส่วนของการท่องอินเทอร์เน็ต Samsung Galaxy J8 มีแอปพลิเคชัน Samsung Internet ติดตั้งมาให้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว และยังมีเบราว์เซอร์ Chrome เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งเช่นกัน ชอบแบบไหนสามารถเลือกใช้กันได้ตามสะดวกครับ

 

Samsung Galaxy J8 มีฟังก์ชัน Multi Window ที่สามารถเปิดแอปพลิเคชันพร้อมกันได้ 2 หน้าจอ ช่วยให้เราไม่ต้องสลับหน้าจอไปมาเมื่อต้องทำงานกับแอปพลิเคชันหลายๆ ตัว สามารถเปิดใช้ฟังก์ชันนี้โดยกดปุ่ม Recent Apps ค้างเอาไว้ แอปพลิเคชันที่เปิดอยู่จะเข้าสู่โหมดหน้าจอแยกทันที จากนั้นให้เราเลือกเปิดอีกแอปพลิเคชันหนึ่งสำหรับหน้าจอแยกด้านล่าง เพียงเท่านี้เราก็สามารถเปิด 2 แอปพลิเคชันบน 2 หน้าต่างได้แล้ว

 

หากเรามีแอปพลิเคชันที่ชอบเปิดคู่กันบ่อยๆ เราสามารถบันทึกการจับคู่ของแอปพลิเคชันไว้ได้เช่นกัน (App Pair) เมื่อบันทึกแล้วจะมีการสร้างทางลัดไว้ที่หน้าจอหลัก เมื่อเปิดขึ้นมาจะเป็นการเปิดแอปพลิเคชันทั้งคู่ในโหมด Multi Window ทันที

 

ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของสมาร์ทโฟน Samsung คือแอปพลิเคชัน Secure Folder ซึ่งเปรียบเสมือนตู้เซฟสำหรับเก็บไฟล์สำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ, วิดีโอ, เอกสาร หรือไฟล์ใดๆ ก็ตาม ไฟล์ทุกอย่างที่ถูกย้ายเข้าไปยัง Secure Folder จะถูกล็อกด้วยรหัสผ่านที่เราตั้งขึ้น และจะแยกเป็นอิสระจากไฟล์ทั่วไป ไม่สามารถเข้าถึงได้ผ่านแอปพลิเคชัน และไม่แสดงเมื่อดูด้วยคอมพิวเตอร์ จะเข้าถึงได้ผ่านแอปพลิเคชัน Secure Folder และใส่รหัสผ่านถูกต้องเท่านั้น นับว่าเป็นฟังก์ชันที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ทำงานกับเอกสารสำคัญๆ

 

Samsung Galaxy J8 มีแอปพลิเคชันพื้นฐานสำหรับเล่นไฟล์คลิปวิดีโอติดตั้งมาให้แล้ว ซึ่งก็มีหน้าตา UI ที่เรียบง่าย มีทางลัดสำหรับฟังก์ชันที่ใช้บ่อยๆ เช่น บันทึกภาพหน้าจอ (ไอคอนซ้ายบน) และปรับอัตราส่วนการแสดงผลในโหมด Full Screen (ไอคอนขวาล่าง) เป็นต้น

 

มีลูกเล่นในการเลือกตัดบางส่วนของคลิปวิดีโอมาทำเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบ GIF ได้

 

สำหรับโหมด Full Screen หากคอนเทนต์ไม่ได้อยู่ในอัตราส่วน 18:9 ภาพจะแสดงผลออกมาไม่เต็มจอ โดยจะเหลือขอบดำข้างๆ เอาไว้ ตามที่เห็นด้านบน

 

แต่ถ้าเราไม่ชอบขอบดำๆ เราสามารถเลือกให้ภาพยืดออกด้านข้างจนเต็มจอได้ แต่สัดส่วนของภาพก็จะผิดเพี้ยนไปบ้าง

 

หรือจะขยายภาพให้เต็มจอแบบไม่ผิดสัดส่วนก็ได้เช่นกัน แต่ภาพจะถูกตัดขอบบน และขอบล่างออกไปเล็กน้อย 

 

เราสามารถเข้าไปดูภาพถ่าย และวิดีโอของเราได้ที่ Gallery โดยสามารถเลือกให้แสดงได้ 2 แบบ คือแสดงภาพถ่ายทั้งหมด และแสดงแบบแยกอัลบั้ม หากต้องการดูหมวดหมู่ภาพถ่ายที่แจกแจงละเอียดขึ้น สามารถกดไอคอนรูปแว่นขยายบริเวณมุมขวาบนของหน้าจอได้ ซึ่งจะแสดงรายการตามประเภทภาพถ่าย บุคคล สถานที่ และอื่นๆ

 

สำหรับใครที่ชอบถ่ายรูป หรือถ่ายวิดีโอ นอกจากจะเพิ่มพื้นที่ในการเก็บไฟล์ด้วย microSD card ได้แล้ว ยังสามารถใช้บริการ Samsung Cloud ในการฝากไฟล์ และสำรองข้อมูลได้ฟรี 15GB ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟน Samsung เท่านั้น

 

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งจะสามารถเปิดใช้งานได้เมื่อเชื่อมต่อหูฟัง ทำให้เสียงที่ออกมามีมิติมากยิ้งขึ้น นอกจากนี้ยังปรับ Equalizer ของย่านเสียงต่างๆ ได้อีกด้วย

 

Samsung Galaxy J8 เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ไม่ได้เน้นการเล่นเกมโดยตรง แต่ยังรองรับเกมที่มีกราฟิกสวยๆ ได้ ในระดับที่น่าพอใจ อาจเพราะหน้าจอมีความละเอียดแค่ระดับ HD+ ทำให้ GPU รับภาระการประมวลผลไม่มากนัก จึงสามารถรันเกมได้อย่างลื่นไหลที่กราฟิกระดับกลางๆ และน่าจะรองรับเกมส่วนใหญ่บน Play Store ได้สบาย

 

Samsung Galaxy J8 มาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 450 ที่มีความเร็วในการประมวลผล 1.8 GHz, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 506, หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB, ROM ขนาด 32 GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 8.0 Oreo

 

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานโดยรวมด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ก็พบว่า Samsung Galaxy J8 ทำคะแนนได้ 70002 คะแนน และในส่วนของแอปพลิเคชัน Geekbench 4 ทำคะแนน Single-Core ได้ 745 คะแนน และ Multi-Core ได้ 3790 คะแนน

 

กล้องดิจิทัล การถ่ายภาพนิ่ง และภาพวิดีโอ

แอปพลิเคชันกล้องถ่ายรูปของ Samsung Galaxy J8 มีอินเทอร์เฟซที่เข้าใจได้ไม่ยาก และหลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว โดยมีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกหลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโหมดอัตโนมัติ, ไลฟ์โฟกัส (หน้าชัดหลังเบลอ), สติกเกอร์, ความงาม (โหมด Beauty), โหมดโปร และพาโนรามา สามารถเปิด-ปิดไฟแฟลช และเข้าสู่เมนูแต่งรูปได้ที่ไอคอนด้านล่าง นอกจากนี้ยังสามารถขยายภาพถ่ายให้เต็มจอในอัตราส่วนแบบ 18.5:9 ได้ด้วย

 

สำหรับกล้องหน้าจะมีโหมดการถ่ายภาพให้ใช้งานน้อยกว่ากล้องหลัง โดยจะเน้นไปที่การเซลฟีเป็นหลัก มีทั้งโหมดเซลฟี่ปกติ และโหมดโฟกัสเซลฟี่ (หน้าชัดหลังเบลอ), สติกเกอร์ และการถ่ายเซลฟี่มุมกว้างสำหรับการถ่ายรูปกลุ่ม พร้อมกันนี้ยังสามารถปรับแต่งใบหน้าได้ทั้งความเรียบเนียน, ความเพรียว, สี และขนาดดวงตา โดยสามารถปรับได้ 0-8 ระดับ และที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือไฟแฟลชแบบ 3 ระดับ หรือ 3 Step Lighting นั่นเอง

 

ในหน้าการตั้งค่าของกล้องหลัง สามารถปรับขนาด และความละเอียดของรูปถ่ายได้หลายขนาด และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด FHD (1080p) รวมทั้งมีฟังก์ชันการตั้งเวลาถ่ายภาพ, แสดงจุดตัดเก้าช่อง, ตั้งค่าการถ่ายภาพด้วยท่าทาง และอื่นๆ

 

ในส่วนของการตั้งค่ากล้องหน้าก็สามารถปรับขนาดรูปภาพได้หลายขนาดด้วยกัน โดยมีขนาดสูงสุดที่ 16 ล้านพิกเซล (4:3) และถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ FHD (1080p) ระดับเดียวกับกล้องหลังเลยทีเดียว

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลัง โหมด Live Focus

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลัง โหมด Live Focus

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลัง โหมด Live Focus

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลัง โหมดปกติ

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลัง โหมดปกติ

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลัง โหมด Live Focus ความเบลอระดับ 5

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลัง โหมด Live Focus ความเบลอระดับ 8 (สูงสุด)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้า โหมด Selfie Focus พร้อม Beauty ระดับ 4

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้า โหมด Selfie Focus พร้อม Beauty ระดับ 8

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้ากับลูกเล่นสติกเกอร์

 

สรุปผลการทดสอบของ Samsung Galaxy J8

หลังจากที่ทางทีมงาน Thaimobilecenter ได้ทดลองใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของสมาร์ทโฟน J-Series รุ่นล่าสุดนี้แล้ว ก็สรุปได้ว่า Samsung Galaxy J8 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีจุดเด่นอยู่หลายส่วนด้วยกัน เริ่มที่กล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 16+5 ล้านพิกเซลที่มีโหมดการถ่ายภาพหลากหลายให้เลือกใช้ ตั้งแต่โหมดอัตโนมัติ, หน้าชัดหลังเบลอ (Live Focus) ไปจนถึงโหมดโปร ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซลนั้น ก็สามารถถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอด้วยโหมด Focus Selfie ได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นเรายังสามารถปรับระดับความเบลอของฉากหลังจากถ่ายไปแล้วได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามกล้องดิจิทัลของ Samsung Galaxy J8 อาจยังทำได้ไม่ดีนักภายใต้สภาวะแสงน้อย อาจเป็นเพราะตัวกล้องไม่ได้ติดตั้งระบบกันสั่น OIS หรือ EIS มาให้ จึงจำเป็นต้องถือเครื่องให้นิ่งเป็นพิเศษเมื่อถ่ายในสภาพแสงดังกล่าวเพื่อลดอาการเบลอ

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Samsung Galaxy J8 คือหน้าจอ Super AMOLED Infinity Display ที่มีขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้ว บนอัตราส่วนแบบ 18.5:9 ที่ให้สีสันสดใสกว่าจอ LCD ทั่วไป ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในช่วงราคาเดียวกัน มักจะใช้งานหน้าจอ TFT หรือ IPS เหมาะกับการรับชมวิดีโอ, เปิดดูรูปภาพ และเล่นเกม ซึ่งประสิทธิภาพในการเล่นเกมถือว่าค่อนข้างน่าพอใจ สามารถรองรับเกมที่มีกราฟิกระดับกลางๆ ได้อย่างไม่ติดขัด นอกจากนี้ยังมีระบบเสียง Dolby Atmos สำหรับหูฟังที่ทำให้เสียงมีมิติ และให้ความรู้สึกสมจริงมากยิ่งขึ้น พร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงที่ระดับ 3500 mAh ซึ่งช่วยให้สามารถใช้งานได้สนุกเต็มที่ตลอดวัน โดยรวมแล้ว Samsung Galaxy J8 จึงเป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นหนึ่งที่มอบอรรถรสด้านความบันเทิงได้อย่างครบถ้วนทั้งภาพ และเสียง รวมทั้งตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพได้เป็นอย่างดีครับ

 

Samsung Galaxy J8 จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน Samsung Store, Samsung Online Shop, ผู้ให้บริการเครือข่าย และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 สีได้แก่ สีม่วง, สีทอง และสีดำ ในราคา 9,490 บาท ซึ่งหากดูกันแค่ผิวเผิน ถ้าพิจารณากันที่คุณสมบัติพื้นฐานเพียงอย่างเดียว บางจุดอาจยังเป็นรองคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน แต่หากพิจารณากันที่สิทธิประโยชน์ที่ผู้ซื้อได้รับ โดยเฉพาะ Galaxy Gift นั้น ก็ต้องบอกว่าหากได้ใช้งานกันจริงๆ ปีหนึ่งๆ ท่านจะได้รับสิทธิประโยชน์กลับมารวมเป็นมูลค่ากว่า 10,000 บาท เลยทีเดียว ซึ่งนี่ก็คือแนวคิดของความคุ้มค่าที่ทาง Samsung เลือกที่จะนำเสนอมากกว่า

 

และสำหรับเหล่าแฟนคลับ BNK48 พลาดไม่ได้กับรุ่นพิเศษ Samsung Galaxy J8 BNK48 Edition ที่มาในแพ็กเกจ Boxset สุด Exclusive (Samsung Galaxy J8 BNK48 Premium Boxset) ซึ่งภายในประกอบด้วยตัวเครื่อง Samsung Galaxy J8 และเคสลายเมมเบอร์ 3 ชิ้น (สุ่มลาย) และรูปสุ่ม 1 ใบที่อาจมาพร้อมกับลายเซ็นเมมเบอร์คนนั้นๆ ให้ได้ลุ้นกัน โดยจะวางจำหน่ายแบบจำนวนจำกัดในราคา 12,900 บาท ผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ JD.co.th

 

จุดเด่นของ Samsung Galaxy J8

- จอแสดงผลเป็น Super AMOLED Infinity Display ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (720x1480 พิกเซล) บนอัตราส่วนแบบ 18.5:9 ซึ่งมีขนาดใหญ่เหมาะกับการดูหนัง, ดูรูปภาพ และเล่นเกม และยังให้สีสันสดใสกว่าหน้าจอ LCD ประเภทอื่น
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 450 ความเร็ว 1.8 GHz พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 506
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งครอบทับด้วย Samsung Experience 9.0
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB
- หน่วยความจำ ROM ขนาด 32 GB
- รองรับการเพิ่มหน่วยความจำด้วยการ์ด microSD ได้สูงสุด 256GB
- สามารถใส่ซิมการ์ดที่หนึ่ง, ซิมการ์ดที่สอง และการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD พร้อมกันได้ โดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
- กล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (F/1.7) และ 5 ล้านพิกเซล (F/1.9) พร้อมไฟแฟลช LED, มีโหมดโปร และโหมด Beauty ให้ใช้งาน และรองรับการถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p (30 fps)
- กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED แบบ 3 ระดับ (3 Step Lighting), มีโหมด Focus Selfie สำหรับถ่ายเซลฟีหน้าชัดหลังเบลอ และรองรับการถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
- ระบบตรวจสแกนใบหน้า
- แบตเตอรี่ความจุ 3,500 mAh
- สิทธิพิเศษในการใช้บริการ Samsung Cloud ฝากไฟล์ และสำรองข้อมูลได้ถึง 15 GB
- สิทธิพิเศษในการซื้อสินค้า และบริการต่างๆ ผ่าน Galaxy Gift
- ล็อกไฟล์ส่วนตัว และแอปพลิเคชันไม่ให้คนนอกเข้าถึงได้ผ่าน Secure Folder
- มีระบบเสียง Dolby Atmos สำหรับหูฟัง
- รองรับการใช้งานร่วมกับระบบเครือข่ายแบบ 4G LTE FDD/TDD, 3G WCDMA และ 2G GSM
- ระบบ Wi-Fi 802.11 b/g/n 2.4GHz พร้อมรองรับการใช้งาน Wi-Fi Direct
- ระบบเชื่อมต่อ Wi-Fi อัตโนมัติ เมื่อเข้าไปอยู่ในจุดที่เคยใช้สัญญาณ
- ระบบ GPS ในตัว พร้อมรองรับการใช้งานร่วมกับระบบดาวเทียม GLONASS และ BDS
- ราคา 9,490 บาท

 


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Samsung Galaxy J4

- หน้าจอแสดงผลยังคงมีความละเอียดอยู่ที่ระดับ HD+
- ไม่รองรับบริการ Samsung Pay ผ่าน NFC หรือ MST
- ยังคงใช้พอร์ต microUSB ไม่ใช่ USB Type-C
- ไม่รองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง
- ไม่มีฟีเจอร์ Always On Display
- ตัวเครื่องไม่ใช่โลหะทั้งหมด (กรอบด้านข้างเป็นโลหะ ส่วนด้านหลังเป็นโพลีคาร์บอเนต)


โปรดทราบ* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเครื่องทดสอบจากศูนย์ คุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองเพื่อความมั่นใจครับ *

 

สรุปคุณสมบัติ และราคา ของ Samsung Galaxy J8 

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) โดยละเอียด และราคา ของ Samsung Galaxy J8 ได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Samsung Galaxy J8

 

 

วันที่ : 07/11/2018