ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 03/05/2021
Samsung Galaxy A72


 

รีวิว (Review) Samsung Galaxy A72

เกมมิ่งโฟนใหม่ ใส่กล้องซูม พร้อมจอลื่น แบตอึดชาร์จไว ลำโพงคู่ ในราคาเอื้อมถึง ด้วยจอ 90Hz Super AMOLED Infinity-O ผสานสแกนนิ้วใต้จอ, ชิปเซ็ต Snapdragon 720G, กล้อง 64MP ออปติคัลซูม 3 เท่า บวกกันสั่น OIS, แบตเตอรี่ 25W Super Fast Charging จุใจ 5000 mAh และลำโพงคู่ บนดีไซน์ไร้รอยต่อที่ไม่กลัวน้ำ ในราคา 13,999 บาท
 

3 พฤษภาคม 2021 - ระยะหลังมานี้เราจะเห็นได้ว่า สมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy A Series ของ Samsung มีความน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ราคาวางจำหน่ายที่เข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น, ดีไซน์ที่สวยหรูพรีเมียมไม่แพ้มือถือตระกูลเรือธง ไปจนถึงคุณสมบัติเด่นหลายอย่างที่ได้รับการถอดแบบมาจากสมาร์ทโฟนรุ่นไฮเอนด์ ซึ่งหนึ่งใน Galaxy A Series รุ่นใหม่ล่าสุดที่น่าสนใจในช่วงนี้ และเพิ่งจะมีการนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย นั่นก็คือ Galaxy A72 ที่เรานำเอามารีวิวให้ชมกันในวันนี้

สำหรับ Galaxy A72 มาพร้อมกับฟีเจอร์ระดับพรีเมียมที่น่าสนใจหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Infinity-O Display ขนาดใหญ่เต็มตาที่ 6.7 นิ้ว ซึ่งมีค่า Refresh Rate ลื่นไหลระดับ 90Hz ผนวกกับเซนเซอร์สแกนนิ้วใต้หน้าจอสุดล้ำ พร้อมบอดี้สวยหรูพรีเมียมแบบไร้รอยต่อ ที่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นในระดับ IP67 ซึ่งนับว่าเป็นฟีเจอร์ที่หาได้ค่อนข้างยากในสมาร์ทโฟนระดับเดียวกัน


Galaxy A72 ยังมาพร้อมกับความโดดเด่นด้านประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยการเลือกใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 720G ประกบคู่กับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB ที่สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมภายนอกได้สูงสุดถึง 1TB พร้อมแบตเตอรี่ขนาดจุใจถึง 5000 mAh ที่รองรับระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 25W Super Fast Charging แถมยังมีลำโพงคู่ติดตั้งมาให้อีกต่างหาก ซึ่งหากดูจากคุณสมบัติพื้นฐานเหล่านี้ ก็แน่นอนว่าพัฒนามาเพื่อเอาใจสายเกมมิ่งมากเป็นพิเศษ เรียกว่าเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลไร้การสะดุด สนุกได้เต็มที่เต็มอรรถรส และเล่นได้ยาวนานตลอดวัน โดยเฉพาะฟีเจอร์ Super AI Game Booster+ กับ Frame Booster นั้นสามารถเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพด้านการเล่นเกมได้มากเลยทีเดียว

แต่ไม่เพียงเท่านั้น เพราะในส่วนความสามารถด้านการถ่ายภาพก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยกล้องหลังจำนวน 4 ตัวที่มีความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์การถ่ายภาพครอบคลุมทุกระยะ ที่มีจุดขายสำคัญคือระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS (Optical Image Stabilization) กับระบบซูมแบบ 3x Optical Zoom ซึ่งหาได้ยากในสมาร์ทโฟนระดับราคานี้ และในด้านของกล้องหน้านั้นมีความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราจะพาทุกท่านไปชมพร้อม ๆ กันว่าตัวเครื่องจริงของ Galaxy A72 จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร จะมีฟีเจอร์เด่นอะไรที่น่าสนใจบ้าง และจะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีขนาดไหน ไปติดตามรีวิวจากทีมงานกันได้เลยครับ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Samsung Galaxy A72 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล) บนดีไซน์ไร้ขอบแบบ Infinity-O Display พร้อมค่าความสว่างสูงสุดระดับ 800 nits ตอบโจทย์การใช้งานกลางแจ้งได้ดีมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Eye Comfort Shield สำหรับช่วยตัดแสงสีฟ้าที่อาจเป็นอันตรายต่อดวงตา ที่ได้รับรองมาตรฐานจากองค์กรตรวจสอบชั้นนำระดับโลกอย่าง SGS และที่สำคัญ Galaxy A72 ยังมาพร้อมกับค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz เพื่อช่วยให้แสดงผลได้อย่างลื่นไหลเนียนตา


เนื่องจากเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED จึงทำให้ Galaxy A72 รองรับฟีเจอร์ Always On Display สำหรับแสดงการแจ้งเตือนขณะที่ล็อกหน้าจอ ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับแต่งรูปแบบการแจ้งเตือน รวมถึงสีสันของนาฬิกา และไอคอนได้ด้วยตนเอง


ที่ด้านบนของหน้าจอแสดงผลมาพร้อมกับกล้องหน้าเซลฟี่แบบเจาะรู (In-Display Selfie Camera) ความละเอียดสูงระดับ 32 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2 ถัดมาเป็นลำโพงเสียงสำหรับสนทนาที่ทำหน้าที่เป็นลำโพงเสียงตัวที่สองร่วมกับลำโพงเสียงตัวหลักที่ด้านล่าง เพื่อช่วยขับเสียงรอบทิศทางแบบ Surround Sound


ที่ด้านล่างของหน้าจอแสดงผล ประกอบไปด้วย ปุ่ม Recent Apps สำหรับเรียกดูแอปพลิเคชันทั้งหมดที่เปิดใช้งานอยู่เบื้องหลัง, ปุ่ม Back สำหรับย้อนกลับ และปุ่ม Home ย้อนหรับกลับไปยังหน้าโฮมสกรีน



ที่ด้านบนของตัวเครื่องประกอบไปด้วยถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot และไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน


ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องไม่มีปุ่มควบคุม หรือโมดูลใด ๆ


ที่ด้านขวาของตัวเครื่องประกอบไปด้วย ปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอแสดงผล


ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ประกอบไปด้วย ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพงเสียงตัวหลัก


ที่ด้านหลังของตัวเครื่องมาพร้อมกับบอดี้ผิวสัมผัสแบบด้าน (Matte Finish) ที่มีคุณสมบัติป้องกันน้ำ และฝุ่นในระดับ IP67 หรือสามารถกันน้ำได้ที่ความลึกสูงสุด 1 เมตร เป็นระยะเวลานานสูงสุด 30 นาที โดยเครื่อง Galaxy A72 ที่เราได้รับมาทดสอบนี้เป็นสีขาว (Awesome White)


ที่ด้านบนมาพร้อมกับชุดกล้องหลังจำนวน 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบไปด้วย

- กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8, เซนเซอร์รับภาพขนาด 1/1.7 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน และมุมรับภาพ 123 องศา
- กล้อง Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, เม็ดพิกเซลขนาด 1 ไมครอน, ระบบซูม 3x Optical Zoom, ระบบซูม 30x Space Zoom, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสที่ 4 เซนติเมตร


ภายในตัวเครื่องสวย ๆ แบบนี้ Samsung มีการติดตั้งแบตเตอรี่มาให้จุใจถึง 5000 mAh เพื่อรองรับการใช้านยาวนานตลอดวัน ซึ่งทาง Samsung เปิดเผยว่า สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 2 วันเลยทีเดียว รวมทั้งยังใส่ระบบชาร์จเร็วแบบ 25W Super Fast Charging เพื่อเติมแบตเตอรี่กลับเข้าสู่ตัวเครื่องอย่างรวดเร็วอีกด้วย


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ

Samsung Galaxy A72 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย One UI 3.1 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด


เมื่อลากนิ้วจากขอบด้านบนลงมายังด้านล่างจะพบ กับ Toggle Switch สำหรับเข้าถึงคีย์ลัดการตั้งค่าต่าง ๆ แบบเร่งด่วน ซึ่งผู้ใช้สามารถจัดเรียง และปรับตำแหน่งคีย์ลัดได้ด้วยตนเองผ่านการแตะที่ไอคอน 3 จุดบริเวณมุมขวาบน


สำหรับแอปพลิเคชันที่ติดตั้งให้กับตัวเครื่อง ประกอบไปด้วย แอปพลิเคชันจาก Google เช่น Gmail, Chrome, Gmail, Maps หรือ YouTube พร้อมแอปพลิเคชันพื้นฐานจาก Smasung เช่น วิทยุ, My Files หรือ Bixby เป็นต้น


มาพร้อมกับ Galaxy Store แพลตฟอร์มสำหรับดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน, เกม, ธีมสมาร์ทโฟน และแอปพลิเคชันสำหรับนาฬิกา Galaxy Watch


มาดูที่ลูกเล่นการใช้งานกันบ้าง Samsung Galaxy A72 รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE ทั้งสองซิมการ์ด


มาพร้อมกับระบบเสียงแบบ Dolby Atmos เพื่อช่วยเล่นเสียงให้มีมิติมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังมาพร้อมกับระบบเสียงแบบ Dolby Atmos for gaming ที่ออกแบบการเล่นเสียงมาสำหรับเหล่าเกมเมอร์โดยเฉพาะ


รองรับ Dark Mode สำหรับปรับเปลี่ยนธีมของหน้า UI ให้อยู่ในโทนสีดำ เพื่อช่วยให้ใช้งานได้อย่างสบายตา และประหยัดพลังงานแบตเตอรี่


พร้อมรองรับฟีเจอร์ Motion Smoothness สำหรับปรับค่า Refresh Rate ของหน้าจอแสดงผล โดยสามารถปรับได้ทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่ High สำหรับปรับค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz เพื่อช่วยให้แสดงผลได้อย่างลื่นไหล และ Standard สำหรับปรับค่า Refresh Rate ระดับ 60Hz เพื่อประหยัดการใช้พลังงานแบตเตอรี่


ฟีเจอร์ Eye Comfort Shield สำหรับตัดแสงสีฟ้าที่อาจเป็นอันตรายต่อดวงตา โดยผู้ใช้สามารถปรับรูปแบบการทำงานได้ทั้งหมด 2 โหมด ได้แก่ Adaptive สำหรับปรับอุณหภูมิสีของหน้าจอให้เหมาะสมกับเวลาปัจจุบัน และ Custom สำหรับปรับอุณหภูมิสีที่เหมาะกับผู้ใช้ด้วยตนเอง


สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงสีสันของหน้าจอ ได้ทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่ Vivid สำหรับแสดงสีสันให้มีความสดใส และ Natural สำหรับแสดงสีสันให้ดูเป็นธรรมชาติ


รองรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบฟอนต์ และสามารถปรับเปลี่ยนขนาดของฟอนต์ได้ทั้งหมด 8 ระดับ


มาพร้อมกับ Edge panels สำหรับเข้าถึงแอปพลิเคชันแบบเร่งด่วน เพียงแค่ลากแถบสีขาวที่อยู่บริเวณขอบด้านขวาของตัวเครื่อง


ฟีเจอร์ Continue apps on other devices สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันที่เปิดใช้งานไว้แบบต่อเนื่องบนอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ล็อกอินด้วย Samsung Account เดียวกันกับ Galaxy A72


สามารถปรับแต่งการทำงานของปุ่ม Power ได้ด้วยตนเอง เช่น กดสองครั้งเพื่อเปิดฟีเจอร์กล้องถ่ายภาพ หรือกดค้างไว้เพื่อเรียกใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby เป็นต้น


Links to windows สำหรับเรียกดูการแจ้งเตือน และเข้าถึงแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้บนคอมพิวเตอร์ เพียงล็อกอิน Microsoft Account เดียวกัน


Motions and gestures ฟีเจอร์สำหรับควบคุมสมาร์ทโฟนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น Lift to wake สำหรับปลุกหน้าจอแสดงผลแบบอัตโนมัติเมื่อยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาในระดับพร้อมใช้งาน, Double tap to turn on screen สำหรับปลุกหน้าจอแสดงผลเมื่อแตะหน้าจอเป็นจำนวน 2 ครั้ง หรือ Mute with gestures สำหรับปิดเสียงเรียกเข้า และนาฬิกาปลุกเพียงวางมือเหนือสมาร์ทโฟน เป็นต้น


Bixby Routines สำหรับสั่งการให้สมาร์ทโฟนทำงานแบบอัตโนมัติ โดยใช้คำสั่ง If / Then (ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้น ให้ทำสิ่งนี้ต่อไป) เช่น ถ้าถึงเวลา 8 โมงเช้า ให้เริ่มเปิดใช้งานฟีเจอร์ Always On Display เป็นต้น


ฟีเจอร์ Dual Messenger สำหรับโคลนแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียให้ทำงานแยกออกจากกันอย่างอิสระ เพื่อช่วยให้สามารถใช้งานได้แบบ 2 แอคเคานท์


ในส่วนของระบบความปลอดภัย Galaxy A72 รองรับการปลดล็อกด้วยใบหน้า และระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแสดงผล ซึ่งสามารถบันทึกลายนิ้วมือได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ


พร้อมรองรับฟีเจอร์ Secure Folder ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บแอปพลิเคชันต่าง ๆ เอาไว้ในตู้เซฟเสมือน ซึ่งจะมีแต่ผู้ใช้ที่รู้รหัสผ่าน หรือลงทะเบียนลายนิ้วมือเท่านั้น ที่จะสามารถเข้าใช้งานได้ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกปกป้องโดยระบบ Samsung Knox ที่มีความปลอดภัยระดับสูง


ในส่วนของประสิทธิภาพการทำงาน Galaxy A72 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 720G ประกบคู่การทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB และหน่วยความจำภายในความจุ 128GB พร้อมรันด้วยระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย One UI 3.1 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด


ทดสอบการประมวลผลโดยรวมของตัวเครื่องด้วยแอปพลิ เคชัน AnTuTu พบว่า สามารถทำคะแนนได้ทั้งหมด 244,586 คะแนน


ทดสอบการประมวลผลของหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ด้วยแอปพลิเคชัน Geekbench 5 พบว่า สามารถทำคะแนนทดสอบการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ได้ทั้งหมด 538 คะแนน และทำคะแนนการประมวลผลแบบหลายแกน (Multi-Core) ได้ทั้งหมด 1,516 คะแนน


เมื่อลองนำไปเล่นเกมที่มีกราฟิกระดับสูงอย่าง Dragon Raja ก็พบว่า Galaxy A72 สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหบ แม้จะมีอาการสะสมความร้อนให้พบเจอบ้างเมื่อเล่นต่อเนื่องเป็นเวลานาน แต่ก็สามารถถ่ายเทความร้อนออกจากตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็ว


ที่สำคัญ Galaxy A72 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Super AI Game Booster+ เพื่อช่วยเร่งประสิทธิภาพในการเล่นเกม พร้อมฟีเจอร์สำหรับช่วยตรวจสอบอุณหภูมิภายในตัวเครื่อง และระยะเวลาการเล่นเกมได้โดยไม่ต้องกดออกเกม เพียงแค่ลากไอคอนรูปแป้นควบคุมเกมจากแถบ Navigation Bar


มาพร้อมฟีเจอร์ Priority Mode ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้มีสมาธิอยู่กับการเล่นเกมในระดับสูงสุด ผ่านการปิดการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่าง ๆ รวมถึงสายสนทนา พร้อมกับปิดการทำงานของแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในเบื้องหลัง เพื่อช่วยให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีความสเถียร และยังช่วยให้หน่วยประมวลผลไม่ต้องรับภาระในการประมวลผลแอปพลิเคชันอื่นยกเว้นเกมที่ กำลังเล่นอยู่


สามารถปรับแต่งการตั้งค่าการทำงานของตัวเครื่อง ให้เหมาะสมกับการเล่นเกมได้ผ่านมนู Game Performance โดยสามารถปรับโหมดการทำงานได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่

- Focus on performance สำหรับรีดประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องในระดับสูงสุด เพื่อตอบโจทย์การเล่นเกมแบบเต็มพิกัด
- Balanced สำหรับปรับการทำงานให้สมดุลระหว่างประสิทธิภาพ และการใช้พลังงานแบตเตอรี่
- Focus on power saving สำหรับปรับการทำงานโดยเน้นการประหยัดแบตเตอรี่เป็นหลัก เพื่อช่วยให้เล่นเกมได้ยาวนานขึ้น



ในส่วนของการเล่นวิดีโอความละเอียดสูง ก็สามารถทำได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด


ด้านการจับสัญญาณ GPS ในที่โล่งแจ้ง พบว่า มีค่าความคลาดเคลื่อน +- ไม่เกิน 4 เมตร


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

ใน่ส่วนของ UI กล้องถ่ายภาพของ Galaxy A72 ถูกออกแบบมาให้เน้นใช้งานง่าย ด้วยการวางไอคอนคีย์ลัดไว้ด้านบน และโหมดการถ่ายภาพต่าง ๆ เอาไว้ที่ด้านล่าง โดยผู้ใช้สามารถปรับแต่งการตั้งค่าของกล้องแบบเร่งด่วนได้ด้วยตนเอง เช่น การเปิด-ปิด ไฟแฟลช, การตั้งเวลาถ่ายภาพ, การตั้งสัดส่วนของภาพถ่าย และการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Motion Photo



สามารถปรับเปลี่ยนโทนสีของภาพถ่ายได้หลากหลาย รูปแบบผ่านฟีเจอร์ Filters


และยังรองรับฟีเจอร์ My Filters สำหรับปรับเปลี่ยนโทนสีของภาพถ่ายตามภาพที่เราชอบ โดยไม่จำเป็นต้องนำไปปรับแต่งในแอปพลิเคชันอื่น ๆ เพิ่มเติม


สามารถสลับเลนส์กล้องถ่ายภาพได้ง่าย ๆ เพียงแค่แตะที่ไอคอนรูปต้นไม้บริเวณด้านล่าง



รองรับการซูมภาพแบบ Optical Zoom ระดับ 3 เท่า และสามารถซูมภาพถ่ายได้ไกลในระดับ 30 เท่า (Digital Zoom)


มาดูในส่วนของโหมดถ่ายภาพกันบ้าง ซึ่งฟีเจอร์การถ่ายภาพทั้งหมดของ Galaxy A72 จะถูกจัดเก็บเอาไว้ในแถบ More


เริ่มต้นที่ โหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับระดับการเบลอของฉากหลังได้ทั้งหมด 7 ระดับ



โหมด Pro สำหรับปรับแต่งการตั้งค่าของกล้องถ่ายภาพได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ค่าความไวแสง (ISO), ค่าความไวชัตเตอร์ (Speed Shutter), ค่าชดเชยแสงสีขาว (EV) ไปจนถึงค่าสมดุลแสงสีขาว (White Balance)


โหมด Night สำหรับถ่ายภาพกลางคืนให้มีความคมชัดโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง


โหมด Pano สำหรับถ่ายภาพมุมกว้าง


โหมด Fun สำหรับถ่ายภาพที่มีฟิลเตอร์สุดแสนน่ารักจาก Snapchat เพื่อเพิ่มสีสันให้แก่ภาพถ่าย


โหมด Single Take สำหรับถ่ายวิดีโอเป็นระยะเวลาสั้น ๆ จากนั้นระบบจะนำมาคัดเลือกรูปถ่าย และวิดีโอ พร้อมกับปรับสี และใส่เอฟเฟกต์ให้แบบอัตโนมัติ


รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุด 4K UHD ที่ระดับ 30FPS และรองรับการถ่ายวิดีโอจากกล้องทุกระยะเมื่อถ่ายที่ความละเอียด Full HD ระดับ 30FPS


รองรับฟีเจอร์ป้องกันภาพวิดีโอสั่นไหวแบบ Super Steady



มาพร้อมกับโหมด Pro Video ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการตั้งค่าต่าง ๆ ของกล้องถ่ายภาพได้เหมือนกับการถ่ายภาพนิ่ง ตอบโจทย์เหล่า Content Creator เป็นอย่างดี


รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Slow Motion และ Super Slow-mo


พร้อมรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Hyperlapse


สามารถเปิดใช้งานฟิลเตอร์ขณะถ่ายวิดีโอได้เช่น เดียวกันกับการถ่ายภาพนิ่ง


มาดูในส่วนของกล้องหน้าเซลฟี่กันบ้าง ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการตั้งค่าของกล้องถ่ายภาพแบบเร่งด่วนได้ที่แถบด้านบนเหมือนกับ กล้องหลัง ไมว่าจะเป็น การเปิด-ปิด ไฟแฟลช, การตั้งเวลาถ่ายภาพ, การตั้งสัดส่วนของภาพถ่าย รวมถึงการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Motion Photo พร้อมรองรับการถ่ายภาพเซลฟี่ทั้งหมด 2 ระยะ ได้แก่ การถ่ายภาพเซลฟี่แบบปกติ และการถ่ายภาพเซลฟี่มุมกว้าง


รองรับการเปิดใช้งานฟิลเตอร์ และ My Filters เพื่อปรับโทนสีของภาพถ่ายเหมือนกับกล้องหลัง


ในส่วนของโหมดการถ่ายภาพก็จัดเต็มมาไม่แพ้กล้อง หลัง ไม่ว่าจะเป็น โหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับระดับการเบลอของฉากหลังได้ทั้งหมด 7 ระดับ และยังสามารถเปิดใช้งานฟิลเตอร์ปรับหน้าสวยที่สามารถปรับระดับความเรียบเนียนได้ทั้ง หมด 3 ระดับ


โหมด Fun สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่พร้อมใส่ฟิลเตอร์ในรูปแบบต่าง ๆ จาก Snapchat


โหมด Single Take สำหรับถ่ายวิดีโอเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อให้ระบบทำการคัดเลือกภาพ และวิดีโอที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้พลาดทุกช่วงเวลาสำคัญ


ในส่วนของการถ่ายวิดีโอ รองรับการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงสุด 4K UHD ที่ระดับ 30FPS


สามารถเปิดใช้งานฟิลเตอร์ และ My Filters ขณะถ่ายวิดีโอเซลฟี่ได้ด้วย


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียดระดับ 64+12+8+5 ล้านพิกเซล ของ Samsung Galaxy A72












ภาพถ่ายจากโหมดปกติ








ภาพถ่ายจากกล้อง Ultra Wide












ภาพถ่ายจากโหมด Night






ภาพถ่ายจากโหมด Portrait


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ของ Samsung Galaxy A72




ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อมเปิดใช้งานฟีเจอร์ Beauty


สรุปผลการทดสอบของ Samsung Galaxy A72

การเปิดตัว Galaxy A Series รุ่นใหม่อย่าง Galaxy A72 ในครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว เรียกว่าตอบโจทย์ได้รอบด้าน โดยเฉพาะบรรดาเกมเมอร์ และผู้ที่รักการถ่ายภาพ เพราะทาง Samsung ใส่คุณสมบัติมาให้แบบจัดเต็มครบถ้วนทุกการใช้งาน เริ่มด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ที่มีขนาดใหญ่เต็มตาถึง 6.7 นิ้ว พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz เพื่อช่วยให้การแสดงผลเป็นไปอย่างลื่นไหลเหมือนกับสมาร์ทโฟนระดับเรือธง ไปจนถึงตัวเครื่องดีไซน์ใหม่แบบไร้รอยต่อที่มีความเรียบหรูพรีเมียม กับพื้นผิวแบบด้านที่ช่วยป้องกันรอยนิ้วมือ ที่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นในระดับ IP67 ซึ่งนับว่าเป็นฟีเจอร์ที่ค่อนข้างหาได้ยากในสมาร์ทโฟนเรทราคาไม่เกิน 15,000 บาท

นอกเหนือจากหน้าจอที่คมชัด และบอดี้ที่สวยงามแล้ว Galaxy A72 ยังชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 720G ประกบคู่การทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB ที่ผู้ใช้สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมภายนอกได้สูงสุดถึง 1TB ด้วยการ์ดแบบ microSD เพื่อเก็บข้อมูล หรือไฟล์รูปถ่ายความละเอียดสูงได้อย่างจุใจ พร้อมฟีเจอร์ Super AI Game Booster+ สำหรับช่วยรีดประสิทธิภาพการทำงานของสมาร์ทโฟน บวกกับลำโพงคู่เสียงรอบทิศทาง ให้สามารถตอบโจทย์การเล่นเกมได้อย่างเต็มอรรถรส และที่สำคัญยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5000 mAh เพื่อรองรับการใช้งาน และการเล่นเกมที่ยาวนานตลอดวัน อีกทั้งยังชาร์จได้เร็วทันใจด้วยการรองรับเทคโนโลยี 25W Super Fast Charging อย่างไรก็ดี น่าเสียดายเล็กน้อยที่ในชุดจำหน่ายแถมมาให้เพียงแค่อะแดปเตอร์แบบ 15W เท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าเร็วเพียงพอสำหรับการใช้งาน แต่หากต้องการความเร็วของการชาร์จแบบเต็มที่ก็คงต้องไปหาซื้ออะแดปเตอร์แบบ 25W Super Fast Charging มาใช้งานเพิ่มเติมเองในภายหลัง

ด้านการถ่ายภาพถือว่าจัดเต็มเลยทีเดียว เพราะมาพร้อมกับชุดกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล ผสานกับระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS (Optical Image Stabilization) เพื่อช่วยบันทึกทุกภาพความประทับใจแบบคมชัดในทุกรายละเอียด รวมทั้งยังมาพร้อมกับเลนส์การถ่ายภาพที่ครอบคลุมทุกระยะทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง Ultra Wide ที่มีมุมมองในการรับภาพกว้างสูงสุดถึง 123 องศา เพื่อช่วยให้เก็บภาพวิวทิวทัศน์ได้โดยไม่ตกขอบ และไม่มีอาการขอบภาพเบี้ยว (Distortion) ให้เห็น รวมถึงกล้อง Telephoto ที่มีรองรับการซูมแบบออปติคัลได้ 3 เท่า (3x Optical Zoom) และสามารถขยายกำลังการซูมได้ไกลถึง 30 เท่า (30x Space Zoom) ช่วยตอบโจทย์การถ่ายภาพสิ่งของ หรือสถานที่สวย ๆ ที่อยู่ไกลตัวผู้ถ่ายได้ง่ายดาย ไปจนถึงกล้อง Macro สำหรับการถ่ายภาพระยะใกล้ เพื่อช่วยเปิดมุมมองการถ่ายภาพใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ Galaxy A72 ยังจัดเต็มด้านกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่ที่มีความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล พร้อมลูกเล่นการถ่ายภาพที่ไม่แพ้กล้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นการภาพเซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอ ไปจนถึงการถ่ายวิดีโอเซลฟี่ที่ความละเอียดสูงถึงระดับ 4K เลยทีเดียว


Samsung Galaxy A72 เปิดราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยที่ 13,999 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เอื้อมถึงได้ไม่ยาก โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 เฉดสี ได้แก่ สีขาว Awesome White ที่ทุกท่านได้รับชมในรีวิวฉบับนี้, สีฟ้า Awesome Blue, สีม่วง Awesome Violet และสีดำ Awesome Black ท่านใดสนใจก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วที่ Samsung Experience Store และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง Samsung (ประเทศไทย) ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Samsung Galaxy A72 มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ


จุดเด่นของ Samsung Galaxy A72

- ดีไซน์ตัวเครื่องใหม่หมดจดแบบไร้รอยต่อ พร้อมพื้นผิวแบบด้าน ไม่มันวาว จึงช่วยป้องกันรอยนิ้วมือ หรือคราบเปื้อนต่าง ๆ ได้ดี
- ตัวเครื่องมีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นในระดับ IP67 (กันน้ำได้ลึกสูงสุด 1.0 เมตร ต่อเนื่องสูงสุด 30 นาที)
- ตัวเครื่องมี 4 สีมาตรฐานให้เลือก ได้แก่ Awesome Violet, Awesome Black, Awesome White และ Awesome Blue
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Infinity-O Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2400x1080 พิกเซล : 394 PPI) พร้อมค่า Refresh Rate ที่ 90Hz, ความสว่างสูงสุด 800 nits, อัตราส่วนแบบ 20:9 และฟังก์ชัน Eye Comfort Shield สำหรับตัดแสงสีฟ้า ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก SGS
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Scanner) พร้อมระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 720G (SM7125) ความเร็ว 2.3 GHz บนสถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 8 nm
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 618
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8 GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128 GB
- รองรับการเพิ่มหน่วยความจำเสริมภายนอกด้วยการ์ดแบบ microSD Card ได้สูงสุดที่ขนาด 1 TB
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมรองรับระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 25W Super Fast Charging (อะแดปเตอร์ที่แถมมาให้ในกล่องเป็นแบบ 15W)
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 พร้อมครอบทับด้วย One UI 3.1
- ฟีเจอร์ Super AI Game Booster+ และ Frame Booster

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย

> กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8, เซนเซอร์รับภาพขนาด 1/1.7 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
> กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน และมุมรับภาพ 123 องศา
> กล้อง Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, เม็ดพิกเซลขนาด 1 ไมครอน, ระบบซูม 3x Optical Zoom, ระบบซูม 30x Space Zoom, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
> กล้อง Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสที่ 4 เซนติเมตร

- โหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ ใช้งานได้ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง
- โหมดการถ่ายภาพแบบ Night สำหรับถ่ายภาพกลางคืนให้มีความสว่างคมชัด โดยไม่ต้องตั้งค่าการถ่ายภาพ สามารถใช้งานได้ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง
- โหมดการถ่ายภาพแบบ Super Macro สามารถโฟกัสภาพถ่ายได้ใกล้สุดที่ระยะ 4 เซนติเมตร
- ฟีเจอร์ Single Take สำหรับถ่ายวิดีโอเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อนำไปคัดเลือกภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวที่ดีที่สุด พร้อมกับปรับแต่งให้แบบอัตโนมัติ
- ฟีเจอร์ My Filters สำหรับโคลนโทนสีของภาพถ่ายตามภาพที่ต้องการ
- ฟีเจอร์ Fun สำหรับถ่ายภาพ พร้อมใส่ฟิลเตอร์จาก Snapchat
- รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (30 fps)

กล้องดิจิทัลด้านหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2, เซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.8 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (30 fps)

- ลำโพงเสียงแบบคู่ (Stereo Speakers) พร้อมระบบเสียงแบบ Dolby Atmos
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi 2.4/5GHz, 4G LTE, 3G, EDGE และ GPRS
- รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการระบุตำแหน่งด้วยระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, Glonass, Beidou และ Galileo
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (USB 2.0)
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ฟังก์ชัน Dual Messenger สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียแบบ 2 แอคเคานท์ ภายในเครื่องเดียวกัน
- ฟังก์ชัน Dark Mode สำหรับปรับเปลี่ยนการแสดงผลให้อยู่ในโทนสีดำ
- ราคา 13,999 บาท ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Samsung Galaxy A72

- อะแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่แบบ 25W Super Fast Charging ต้องซื้อแยกเองในภายหลัง (ที่แถมมาเป็นอะแดปเตอร์แบบ 15W)
- ไม่รองรับการใช้งานเครือข่าย 5G
- ใช้ถาดซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot ดังนั้นช่องใส่ซิมการ์ดที่สอง ต้องเลือกใส่อย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง nanoSIM หรือ microSD Card
- ด้านหลังตัวเครื่องผลิตจากวัสดุแบบ Glastic ไม่ใช่โลหะ


โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *


วันที่ : 03/05/2021