รีวิว Redmi Pad 2 4G แท็บเล็ตสุดคุ้มใหม่ พร้อมจอ 2.5K 90Hz ใหญ่ 11 นิ้ว แบตอึดจุใจ 9000mAh และลำโพง Dolby Atmos 4 ตัว บนบอดี้โลหะเรียบหรู

เปิดตัว และวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ Redmi Pad 2 4G แท็บเล็ตรุ่นสุดคุ้ม ที่สานต่อความสำเร็จของ Redmi Pad และ Redmi Pad SE ที่เปิดตัวในราคาต่ำกว่าหมื่น อีกทั้งยังเป็นรุ่นอัปเกรดของ Redmi Pad 2 รุ่น Wi-Fi ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
สำหรับจุดเด่นของ Redmi Pad 2 4G ยังคงเหมือนกับ Redmi Pad 2 ก็คือ มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่เต็มตาขนาด 11 นิ้ว ซึ่งมีความคมชัดระดับ 2.5K กับความลื่นไหลระดับ 90Hz, ชิปเซ็ต Helio G100-Ultra, แบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่จุใจถึง 9000 mAh ซึ่งช่วยให้สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน และลำโพง 4 ตัว ที่มากับระบบเสียงแบบ Dolby Atmos ซึ่งให้เสียงกระหึ่มรอบทิศทาง แต่สิ่งที่ได้รับการอัปเกรดเพิ่มเข้ามาก็คือ รองรับการใช้งานระบบซิมคู่พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับเครือข่าย 4G พร้อมกันทั้งสองซิม (Dual SIM Dual 4G) ทำให้พกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวกมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 2 อีกด้วย
โดย Redmi Pad 2 4G จะใช้งานได้ดีขนาดไหน และมีความคุ้มค่าอย่างไร มาพิสูจน์ไปพร้อม ๆ กันกับ รีวิว Redmi Pad 2 4G โดยทีมงาน Thaimobilecenter ได้เลยครับ
แกะกล่อง Redmi Pad 2 4G


สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องผลิตภัณฑ์ของ Redmi Pad 2 4G ประกอบด้วย ตัวเครื่อง Redmi Pad 2 4G, อะแดปเตอร์สำหรับชาร์จไฟขนาด 15W, สายชาร์จ USB Type-C, เข็มสำหรับจิ้มถาดซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน เรียกได้ว่า มีอุปกรณ์ให้ครบ ไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่ม
ดีไซน์ Redmi Pad 2 4G


Redmi Pad 2 4G มาพร้อมกับตัวเครื่องโลหะเหมือนกับรุ่น Redmi Pad 2 แต่รุ่นนี้ไม่ใช่ดีไซน์ Unibody ที่เป็นตัวเครื่องโลหะชิ้นเดียว ซึ่งจะเห็นว่า ด้านหลังตัวเครื่องของ Redmi Pad 2 4G จะแบ่งดีไซน์ออกเป็น 2 ส่วน ด้านบนชิ้นเล็กจะเป็นผิวสัมผัสเรียบ ไม่มีลวดลาย พร้อมโลโก้ Redmi ส่วนชิ้นใหญ่จะเป็นผิวสัมผัสเรียบเช่นกัน แต่มีลวดลายแบบขัดทราย ซึ่งผิวสัมผัสแบบนี้จะไม่เก็บรอยนิ้วมือ
สำหรับขนาดตัวเครื่องของ Redmi Pad 2 จะอยู่ที่ 254.58x166.04x7.36 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักอยู่ที่ 519 กรัม ซึ่งมีให้เลือก 2 สีคือ Graphite Gray และ Mint Green ซึ่งตัวเครื่องที่นำมารีวิวในครั้งนี้คือสี Mint Green

เมื่อจับถือตัวเครื่องในแนวนอน ด้านบนตัวเครื่องจะประกอบด้วย ปุ่มปรับระดับเสียง และถาดใส่ซิมการ์ด ซึ่งรุ่นนี้สามารถใส่ซิมการ์ดได้ 2 ซิม หรือเลือกใส่เป็นซิมการ์ด 1 ซิม กับการ์ด microSD ได้ ซึ่งรองรับสูงสุดที่ขนาด 2TB เลยทีเดียว


ด้านซ้ายของตัวเครื่อง จะเป็นปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ส่วนด้านขวาของตัวเครื่อง จะมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และพอร์ต USB Type-C ส่วนลำโพงเสียงมีมาให้ถึง 4 ตัว อยู่ทางด้านซ้าย และด้านขวาของตัวเครื่องด้านละ 2 ตัว พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos

กล้องด้านหลัง เป็นกล้อง AI Camera ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4 นิ้ว และรูรับแสงขนาด f2.0 ส่วนกล้องด้านหน้า มีความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2
หน้าจอ Crystal Clear คมชัดระดับ 2.5K ขนาด 11 นิ้ว

Redmi Pad 2 4G มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 11 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2.5K พร้อมอัตราการรีเฟรชแบบ AdaptiveSync 90Hz ทำให้การเลื่อนหน้าจอเป็นไปอย่างลื่นไหล และเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังรองรับการหรี่แสง (DC Dimming) ลดการเมื่อยล้าของดวงตา และได้รับรองมาตรฐานจากสถาบัน TUV Rheinland หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการป้องกันแสงสีฟ้า (Low Blue Light), การปราศจากการกะพริบ (Flicker-Free) และการเป็นมิตรทางชีวภาพตลอดทั้งวันกับผู้ใช้งาน (Circadian Friendly)

เรียกได้ว่าหน้าจอแสดงผลของ Redmi Pad 2 4G สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง, อ่านหนังสือ หรือใช้ทำงานต่าง ๆ ถึงแม้ว่าการแสดงผลสีอาจจะไม่คมชัดเท่าหน้าจอแบบ AMOLED แต่ในช่วงระดับราคานี้ถือว่าทำได้ดี นอกจากนี้ ยังรองรับเทคโนโลยี Wet Touch ที่ช่วยให้เราสามารถสัมผัสสั่งงานหน้าจอในขณะที่มือเปียกได้อีกด้วย
ให้เสียงสมจริงรอบทิศทาง ด้วยลำโพงเสียง 4 ตัว พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos

ด้านระบบเสียง Redmi Pad 2 4G มาพร้อมกับลำโพงเสียงถึง 4 ตัว ซึ่งติดตั้งไว้ที่ด้านซ้าย และด้านขวาของตัวเครื่องด้านละ 2 ตัว พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ให้เสียงที่กระหึ่มสมจริงรอบทิศทาง นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งเสียงเองได้ในหน้าการตั้งค่า หรือเลือกเสียงแบบ Preset ก็ได้เช่นกัน
แบตเตอรี่ขนาด 9000 mAh พร้อมระบบชาร์จไว 18W

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Redmi Pad 2 4G ที่คุ้มค่ากว่าแท็บเล็ตรุ่นอื่น ๆ ในระดับราคาเดียวกันนั่นก็คือแบตเตอรี่ ที่ใส่มาให้มากถึง 9000 mAh ที่ทาง Redmi เคลมว่า รองรับการดูวิดีโอได้นานสูงสุดถึง 19 ชั่วโมง จึงรองรับการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน แต่ข้อสังเกตก็คือ แม้จะรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว แต่รองรับสูงสุดแค่ 18W เมื่อเทียบกับขนาดแบตเตอรี่ที่มากถึง 9000 mAh จึงใช้เวลาในการชาร์จจนเต็ม 100% นานพอสมควร
ชิปเซ็ต MediaTek Helio G100-Ultra ใช้งานได้ลื่นไหลไม่กระตุก


Redmi Pad 2 4G มาพร้อมกับชิปเซ็ต MediaTek Helio G100-Ultra ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 6nm และเป็นซีพียูแบบ 8-Core พร้อมชิปประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC2 ซึ่งรุ่นที่นำมารีวิวนี้ มาพร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาด 256GB รวมทั้งสามารถใส่หน่วยความจำเสริมด้วยการ์ด microSD เพิ่มได้อีกสูงสุดถึง 2TB โดยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ จึงเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปไม่ว่าจะเป็นดูหนัง, ฟังเพลง, เล่น Facebook และแอปพลิเคชันด้านโซเชียลอื่น ๆ ถือว่าผ่านฉลุย ส่วนการเล่นเกม เหมาะกับเกมที่ไม่ได้ใช้การประมวลผลกราฟิกมากนัก จำพวกเกมเล่นฆ่าเวลาต่าง ๆ เช่น Candy Crush หรือ Subway Surf เป็นต้น


สามารถใช้งานแบ่งหน้าจอ รองรับทั้งการใช้งานแบ่งหน้าจอแนวนอน และแนวตั้ง อีกทั้งยังรองรับฟีเจอร์การขยายจอแสดงผลไร้สาย (Wireless Display Extension) เปลี่ยน Redmi Pad 2 4G ให้เป็นหน้าจอเสริม ซึ่งรองรับการใช้งานร่วมกับ macOS และ Windows

นอกจากนี้ Redmi Pad 2 4G ยังทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 2 พร้อมฟีเจอร์ Xiaomi Interconnectivity ซึ่งเป็นระบบ Ecosystem ของ Xiaomi ที่สามารถรับสายเรียกเข้าบนมือถือจากแท็บเล็ตได้โดยตรง, คัดลอกเนื้อหาจากสมาร์ตโฟนแล้ววางบนแท็บเล็ต รวมถึงแชร์คลิปบอร์ดข้ามอุปกรณ์ก็สามารถทำได้แบบไร้รอยต่อ
เสริมประสิทธิภาพในการใช้งาน ด้วยอุปกรณ์เสริมจาก Redmi

Redmi Pad 2 4G รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอย่าง Redmi Smart Pen ที่รองรับแรงกดได้ถึง 4,096 ระดับ รวมทั้งตอบสนองได้อย่างรวดเร็วในระดับมิลลิวินาที และมีอัตราการตอบสนองต่อการสัมผัสที่ 240Hz กับแรงกดเพียง 10 กรัม จึงจดบันทึกหรือวาดเขียนได้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนกับกำลังใช้ปากกาจริงเขียนบนกระดาษ
นอกจากนี้ ยังรองรับ Redmi Pad 2 Cover ที่มีดีไซน์ปกป้องรอบตัวแบบ 360 องศา พร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิดหน้าจออัตโนมัติ และรองรับการตั้งวางแบบแฮนด์ฟรี โดยอุปกรณ์เสริมทั้ง 2 รุ่นนี้ มีวางจำหน่ายแยกต่างหาก
ราคา และโปรโมชันของ Redmi Pad 2 4G

Redmi Pad 2 4G มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Graphite Gray และ Mint Green ซึ่งราคา และโปรโมชันของ Redmi Pad 2 4G จะมีรายละเอียดดังนี้
- รุ่น RAM 4GB+ROM 128GB ราคา 5,499 บาท
- รุ่น RAM 8GB+ROM 256GB ราคา 7,999 บาท
และสำหรับผู้ที่ซื้อ Redmi Pad 2 4G ขนาด 8GB+256GB รับฟรี Redmi Pad 2 Cover มูลค่า 599 บาท โดยโปรโมชันนี้ มีเฉพาะช่วงวันที่ 18 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2568 เท่านั้น
บทสรุปการใช้งาน Redmi Pad 2 4G

ในบรรดาแท็บเล็ตที่มีระดับราคาไม่เกิน 10,000 บาทนั้น Redmi Pad 2 4G ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งจุดเด่นของแท็บเล็ตรุ่นนี้ก็คือ การเป็นอุปกรณ์ด้านความบันเทิงแบบพกพา สามารถดูหนังได้อย่างเต็มตากว่าบนสมาร์ตโฟน ด้วยหน้าจอขนาด 11 นิ้ว ที่คมชัดระดับ 2.5K อีกทั้งยังลื่นไหลด้วยอัตราการรีเฟรชระดับ 90Hz และเป็นมิตรกับดวงตา ด้วยฟีเจอร์ป้องกันแสงสีฟ้า และเทคโนโลยี DC Dimming ที่ช่วยลดการเมื่อยล้าของดวงตา นอกจากนี้ ยังพกพาได้อย่างคล่องตัวด้วยตัวเครื่องดีไซน์บาง น้ำหนักเบา และเชื่อมต่อความบันเทิงได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยการเชื่อมต่อกับเครือข่าย 4G ได้พร้อมกันทั้งสองซิม
นอกเหนือจากเรื่องของหน้าจอขนาดใหญ่แล้ว Redmi Pad 2 4G ยังมาพร้อมกับของใหญ่อีกอย่างนั่นก็คือแบตเตอรี่ที่มีขนาดความจุมากถึง 9000 mAh ซึ่งรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว จึงรองรับการใช้งานได้ตลอดวันต่อเนื่องแบบไม่สะดุด อีกทั้งยังประมวลผลด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G100-Ultra 4G พร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB และระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 2 จึงใช้งานได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นการสลับแอประหว่างใช้งาน, การสตรีมคอนเทนต์, ดูหนัง, ใช้งานด้านเอกสาร หรือการเล่นเกม อีกทั้งยังมีลำโพง Dolby Atmos มาให้ถึง 4 ตัว โดยรวมแล้วถือว่า Redmi Pad 2 4G รุ่นนี้ตอบโจทย์ทั้งความบันเทิง และการใช้งานทั่วไปได้อย่างลงตัว
ส่วนกล้องถ่ายรูป มาพร้อมกล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งมีฟีเจอร์การใช้งานที่ค่อนข้างจำกัด ไม่หลากหลายเท่ากับฟีเจอร์กล้องบนสมาร์ตโฟน จึงไม่ใช่จุดขายของรุ่นนี้เท่าใดนัก ซึ่งถ้าหากต้องการใช้ถ่ายรูปแบบจริง ๆ จัง ๆ กล้องบนสมาร์ตโฟนจะตอบโจทย์มากกว่า
สรุปแล้ว Redmi Pad 2 4G ถือว่าเป็นแท็บเล็ตที่มัดรวมความคุ้มค่าในหลาย ๆ ด้าน เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป รวมถึงการใช้งานด้านความบันเทิง ในราคาแค่หลักพัน ใครสนใจก็แวะไปลองชมลองเล่นกันก่อนได้ครับ
สรุปคุณสมบัติเด่นของ Redmi Pad 2 4G
- จอแสดงผลแบบ Crystal Clear Display ขนาด 11 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2.5K (2560x1600 พิกเซล : 274 PPI)
- อัตราการรีเฟรช (Refresh Rate) สูงสุดที่ 90Hz
- ความสว่างสูงสุด 600 nits
- ได้รับใบรับรอง T?V Rheinland Low Blue Light Certified, T?V Rheinland Flicker Free Certified และ T?V Rheinland Circadian Friendly Certified
- รองรับ Reading Mode
- รองรับ Wet Touch Technology สามารถใช้งานได้แม้มือเปียก
-------------------------------
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G57 MC2
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูล (ROM) แบบ UFS 2.2 ขนาด 256GB
- รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้สูงสุดที่ขนาด 2TB
- แบตเตอรี่ความจุ 9,000 mAh พร้อมระบบชาร์จเร็วสูงสุด 18W
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 2
-------------------------------
กล้องตัวหลักด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน และรูรับแสงขนาด F/2.0ฃ
กล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/5 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน และรูรับแสงขนาด F/2.2
-------------------------------
- ลำโพงเสียง 4 ตัว (Quad Speakers) พร้อมระบบเสียงแบบ Dolby Atmos
- รองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูง (Hi-Res Audio)
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 4G ทั้ง 2 ซิม
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ Wi-Fi 5 (802.11 a/b/g/n/ac : Dual Band 2.4/5 GHz)
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.3
- พอร์ต USB Type-C
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- มาพร้อมโหมดการทำงานสำหรับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ เช่น โหมดหน้าจอแยก และโหมดหน้าต่างลอย
วันที่ : 18/07/2025


