ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 19/12/2018


 

รีวิว (Review) Realme C1

สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตยักษ์ พร้อมกล้องคู่ AI ในราคาสุดคุ้มแค่ 3,990 บาท! ด้วยจอ Notch Full Screen ใหญ่เต็มตา 6.2 นิ้ว, แบตเตอรี่สุดอึด 4230 mAh, กล้องหลังคู่ AI ผสานกล้องหน้า AI Beauty, ชิปเซ็ต Snapdragon 450 และระบบ AI Face Unlock บนบอดี้ Glossy เคลือบสารนาโน 12 ชั้น ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน แบบไม่ต้องจ่ายแพง!
 

19 ธันวาคม 2018 - สวัสดีครับ กลับมาพบกับรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดโดยทีมงาน Thaimobilecenter กันอีกเช่นเคย สำหรับโอกาสนี้เราจะมาดูสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นราคาคุ้มค่า สำหรับการใช้งานทั่วๆ ไปกันบ้าง ซึ่งก็คือ Realme C1 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั่นเองครับ

Realme C1 เป็นสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นรุ่นใหม่ที่ครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างครบครัน มีจุดเด่นที่หน้าจอไร้ขอบแบบ Notch Full Screen ที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.2 นิ้วในอัตราส่วนแบบ 19:9 ความละเอียดระดับ HD+ (720x1520 พิกเซล) และแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงถึง 4,230 mAh ที่รองรับการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน ขับเคลื่อนการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 450 ความเร็ว 1.8 GHz ที่มากับหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 506 GPU รองรับการดูหนัง ฟังเพลง รวมถึงเล่นเกมเบาๆ ได้อย่างไม่ติดขัด พร้อมด้วยหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 2GB กับหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 16GB และรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB โดยทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งครอบทับด้วยอินเตอร์เฟซ ColorOS 5.1 รุ่นใหม่ อีกทั้งยังรองรับระบบสแกนใบหน้า (AI Facial Unlock) และรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดบนถาดแบบ Triple-Slot ได้อีกด้วย

ด้านคุณสมบัติการถ่ายภาพของ Realme C1 ก็นับว่าน่าสนใจทีเดียวโดยมากับกล้องหลังคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2+f/2.4 มีระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ และเซ็นเซอร์ตรวจจับระยะชัดลึกเพื่อการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2 พร้อมลูกเล่นในการถ่ายเซลฟี่หลายแบบ ตั้งแต่เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง, เอฟเฟกต์ Beauty, ฟิลเตอร์ ไปจนถึงสติกเกอร์ AR ซึ่งความสามารถทั้งหมดนี้ ทุกท่านสามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาสุดคุ้มเพียง 3,990 บาท เท่านั้น

จากคุณสมบัติ และราคาที่กล่าวมาข้างต้น จึงนับว่า Realme C1 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่น่าสนใจไม่น้อยครับ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปแกะกล่อง พร้อมลองใช้งาน Realme C1 แบบเจาะลึกกันใน รีวิว Realme C1 โดยทีมงาน Thaimobilecenter ได้เลยครับ

 

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Realme C1 เป็นสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นที่มีดีไซน์ภายนอกค่อนข้างดูดีทีเดียว เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนที่มีระดับราคาใกล้เคียงกัน โดยมาพร้อมกับหน้าจอไร้ขอบพร้อมรอยบาก ซึ่งเป็นดีไซน์ที่นิยมกันในตอนนี้ ใช้งานหน้าจอแสดงผลแบบ Notch Full Screen (IPS) ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1520x720 พิกเซล) ในอัตราส่วน 19:9 โดยครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3 นอกจากนี้ยังมีการติดฟิล์มกันรอยมาให้อีกด้วย ส่วนตัวเครื่องมีขนาดค่อนข้างเต็มไม้เต็มมือที่ 156.2x75.6x8.2 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 168 กรัม

 

รอยบากด้านบนหน้าจอเป็นที่อยู่ของโมดูลสำคัญหลายอย่าง เช่น กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (f/2.2), ลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์สำคัญต่างๆ

 

ปุ่มควบคุมหลักใต้หน้าจอซึ่งได้แก่ปุ่มโฮม, ปุ่มย้อนกลับ และปุ่ม Recent Apps เป็นแบบ on-screen ทั้งหมด ขอบจอด้านล่างหนากว่าขอบจอด้านอื่นๆ พอสมควร

 

ตัวเครื่องด้านหลังของ Realme C1 มีพื้นผิวคล้ายกระจกแบบ Glossy Design ด้วยเทคโนโลยีเคลือบสารนาโน 12 ชั้น ทำให้มีความมันวาว และดูพรีเมียมกว่าสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นส่วนใหญ่ในปัจจุบัน บริเวณมุมซ้ายบนติดตั้งกล้องคู่ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล (f/2.2+f/2.4) พร้อมด้วยไฟแฟลช LED ส่วนด้านล่างมีโลโก้ Realme สลักไว้อย่างโดดเด่น

 

งานประกอบโดยรวมดูแข็งแรง ตัวเครื่องด้านซ้ายมีปุ่มเพิ่มเสียง, ปุ่มลดเสียง และถาดใส่ซิมการ์ด ส่วนด้านขวามีเพียงปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอ

 

ตัวเครื่องด้านบนไม่มีโมดูลใดๆ ส่วนด้านล่างมีช่องลำโพงเสียงภายนอก, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB และช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

 

สำหรับถาดใส่ซิมการ์ดเป็นแบบ Triple-Slot สามารถติดตั้งซิมการ์ดแบบ nano-SIM ได้ 2 ซิม และติดตั้งการ์ดหน่วยความจำประเภท microSD ได้พร้อมกัน โดยรองรับความจุของการ์ดได้สูงสุด 256GB

 

เปิดเครื่องทดสอบฟังก์ชันการใช้งาน และแอปพลิเคชันต่างๆ

เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาจะพบกับหน้าโฮมซึ่งเป็นอินเตอร์เฟซของ ColorOS 5.1 โดยมีระบบปฏิบัติการหลักคือ Android 8.1 Oreo

 

ภายในตัวเครื่องมีการติดตั้งแอปพลิเคชันของ Google มาให้ครบชุดตามมาตรฐานสมาร์ทโฟน Android ในปัจจุบัน พร้อมด้วยเครื่องมือจิปาถะต่างๆ เช่น การบันทึกเสียง, วิทยุ FM, เครื่องคิดเลข เป็นต้น

 

เมื่อปัดหน้าจอจากด้านบนลงมา 1 ครั้ง จะเป็นการเปิดเมนูทางลัดการตั้งค่าแบบย่อ พร้อมแถบปรับระดับความสว่างหน้าจอ และแถบแจ้งเตือนต่างๆ หากปัดลงมาอีกครั้งจะเป็นการเปิดเมนูการตั้งค่าแบบเต็ม

ผู้ใช้สามารถเพิ่ม หรือลบทางลัดการตั้วค่าในเมนูนี้ได้ โดยกดที่ไอคอนรูปตาราง ข้างไอคอนรูปฟันเฟือง

 

เมื่ออยู่ในหน้าโฮม และปัดหน้าจอไปทางขวา จะเป็นการเปิดหน้าผู้ช่วยแบบชาญฉลาด ซึ่งเป็นรวมข้อมูลหลายๆ อย่างเอาไว้ เช่น สภาพอากาศ, จำนวนการก้าวเดินในแต่ละวัน, รายชื่อผู้ติดต่อที่เราโทรหาบ่อยๆ และฟังก์ชันด่วน เป็นต้น เมื่อกดที่ปุ่ม แก้ไข ด้านล่าง เราจะสามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดงข้อมูลใดในหน้าจอผู้ช่วยนี้บ้าง แต่ก็มีตัวเลือกให้ไม่มากนัก

 

ผู้ใช้สามารถเข้าดูไฟล์ต่างๆ ภายในเครื่อง และปริมาณการใช้งานหน่วยความจำได้ผ่านแอปพลิเคชัน ไฟล์ ซึ่งจะมีการแบ่งประเภทของไฟล์ไว้ชัดเจน ได้แก่ไฟล์เสียง, วิดีโอ, รูปภาพ, เอกสาร และ APK (สกุลไฟล์สำหรับตัวติดตั้งแอปพลิเคชันบน Android OS)

 

สำหรับแอป ตัวจัดการโทรศัพท์ เป็นเครื่องมือที่ช่วยปรับปรุงการทำงานของสมาร์ทโฟนให้ราบรื่นอยู่เสมอ โดยสามารถล้างข้อมูลที่ไม่จำเป็น, สแกนไวรัส และตรวจสอบปัญหาการทำงานของอุปกรณ์โดยรวม เป็นต้น หากกดที่ ไปที่การปรับแต่ง และกด เพิ่มความเร็วโดยแค่คลิ๊ก จะเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมแบบอัตโนมัติ ซึ่งใช้เวลาทำงานไม่นาน

 

เมื่อกดเข้าไปที่เมนู ล้างข้อมูลในที่เก็บข้อมูล จะเป็นการแสดงพื้นที่หน่วยความที่ใช้ไปแล้ว และพื้นที่ที่ว่างอยู่ ส่วนการลบไฟล์ขยะจะเป็นการเคลียร์หน่วยความจำ RAM และไฟล์แคช สามารถเลือกลบอย่างใดอย่างหนึ่งหรือลบทั้งหมดก็ได้

 

ในเมนู การอนุญาตความเป็นส่วนตัว จะเป็นการปรับแต่งสิทธิ์ในการเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ในสมาร์ทโฟนของแอปพลิเคชันแต่ละตัว เช่นการเข้าใช้งานกล้องถ่ายรูป, ไมโครโฟน, เข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อ เป็นต้น

 

สำหรับ ตัวจัดการเริ่มแอพ จะทำให้ผู้ใช้เลือกได้ว่า จะให้แอปพลิเคชันใดทำงานทันทีที่เปิดเครื่องบ้าง ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้แบตเตอรี่ และระยะเวลาในการบูทเครื่อง ส่วนใน การจัดการหน้าต่างแบบลอยตัว จะเป็นการอนุญาตให้แอปพลิเคชันแสดงโฆษณาแบบ pop-up ขึ้นมาได้ (ถ้าแอปนั้นๆ มี)

 

ในเมนู สแกนไวรัส จะเป็นการสแกนไฟล์ในเครื่องทั้งหมดเพื่อหามัลแวร์ หรือไฟล์อันตรายต่างๆ และทำการลบทิ้งเมื่อตรวจพบ ซึ่งช่วยจัดการกับมัลแวร์ในเครื่องได้ในระดับหนึ่ง

 

ในเมนู การตรวจจับปัญหาทั่วไป เป็นฟังก์ชันการตรวจหาความผิดปกของฮาร์ดแวร์แต่ละส่วน ซึ่งระบบจะทำการตรวจสอบโดยอัตโนมัติ โดยจะมีคำแนะนำให้ผู้ใช้ทำตามเพื่อตรวจสอบด้วยตัวเองเป็นระยะๆ ช่วยให้เราตรวจสอบได้เองในเบื้องต้นว่าเครื่องเสียตรงไหน และบอกข้อมูลให้กับช่างเมื่อส่งซ่อมได้

 

และสำหรับเมนู ชำระเงินอย่างปลอดภัย เป็นฟังก์ชันรักษาความปลอดภัยสำหรับแอปพลิเคชัน Online Banking ซึ่งจะตรวจสอบการตั้งค่าต่างๆ ว่ามีความรัดกุม ปลอดภัย เหมาะสมที่จะทำธุรกรรมการเงินหรือไม่ ช่วยเพิ่มความมั่นให้กับผู้ใช้ในระดับหนึ่งครับ

 

นอกจากนี้ ในหน้าการตั้งค่าทั่วไป ผู้ใช้ยังสามารถตรวจสอบการใช้งานแบตเตอรี่ และเข้าสู่โหมดประหยัดแบตเตอรี่ได้

 

ในส่วนของตัวเลือกด้านความปลอดภัย ผู้ใช้สามารถตั้งรหัสผ่าน, PIN หรือรูปแบบการลากแพทเทิร์น เพื่อใช้ปลดล็อกหน้าจอได้ ตามมาตรฐานของสมาร์ทโฟนทั่วไป

 

และถึงแม้ว่า Realme C1 จะไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ แต่ก็มีระบบสแกนใบหน้าที่ใช้งานได้สะดวกรวดเร็วไม่แพ้กันมาทดแทน ซึ่งผู้ใช้จะต้องเข้าไปลงทะเบียนใบหน้าของตนในหน้าการตั้งค่าก่อนจึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ ใช้เวลาลงทะเบียนไม่ถึง 1 นาทีครับ

 

ในส่วนของการท่องอินเทอร์เน็ต Realme C1 มีเบราเซอร์ติดตั้งมาให้ 2 ตัว ได้แก่ Opera และ Chrome ทั้งสองแอปพลิเคชันมีหน้าอินเทอร์เฟซการใช้งานที่ต่างกันเล็กน้อย แต่มีประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมที่ดีไม่แพ้กัน สามารถเลือกใช้กันได้ตามสะดวก

 

แอปพลิเคชันพื้นฐานสำหรับฟังเพลงของ Realme C1 มีอินเทอร์เฟซที่สะอาดตาและเข้าใจไม่ยาก ด้านล่างมีทางลัดการตั้งค่าสำหรับการเล่นเพลงแบบวนซ้ำ (ซ้ำเพลงเดียว / ซ้ำทั้งอัลบั้ม / สุ่มลำดับเพลง), ตั้งเป็นเพลงโปรด, เปิดการตั้งค่า Real Original Sound และ ตัวเลือกการตั้งค่าเพิ่มเติมอื่นๆ

 

Real Original Sound เป็นฟีเจอร์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ตั้งค่า Equalizer ของย่านเสียงได้ โดยมีการตั้งค่ามาให้ล่วงหน้าแล้วตามประเภทของดนตรี เช่น ป๊อป, ร็อก, แจ๊ส เป็นต้น และยังตั้งค่าแบบกำหนดเองได้ด้วย

 

สำหรับตัวเล่นวิดีโอนั้นมีปุ่มควบคุมการทำงานพื้นฐานครบถ้วน สามารถเล่นวิดีโอความละเอียดระดับ Full HD ได้อย่างราบรื่นไม่มีปัญหาใดๆ แต่จะไม่มีลูกเล่นให้เลือกมากเท่าไหร่

 

Realme C1 รองรับการใช้งาน 2 แอปพลิเคชันพร้อมกันในหน้าจอเดียว ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานฟังก์ชันนี้ได้ด้วยการกดปุ่ม Recent Apps ค้างไว้สักครู่ แอปพลิเคชันที่เรากำลังเปิดใช้งานอยู่จะถูกย่อเหลือครึ่งจอ จากนั้นเลือกแอปพลิเคชันอื่นที่ต้องการเปิดคู่กัน เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานแอปพลิเคชันได้พร้อมกันแล้วครับ

 

แม้ว่า Realme C1 จะเป็นสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นที่มีสเปกไม่เอื้อต่อการเล่นเกมเท่าไหร่ แต่ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์อำนวยความสะดวกในการเล่นเกมอย่าง Game Space ซึ่งช่วยเร่งความเร็วการประมวลผล, เลือกปิดกั้นการแจ้งเตือนระหว่่างเล่นเกม และล็อกระดับความสว่างของหน้าจอได้ ช่วยให้เราเล่นเกมได้ราบรื่นยิ่งขึ้น และไม่โดนขัดจังหวะจากป็อปอัพการแจ้งเตือน หรือสายโทรเข้า

 

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเรียกเมนูทางลัดขณะเล่นเกมได้ด้วยการปัดนิ้วจากขอบเครื่องด้านซ้ายเข้ามา ซึ่งจะมีทางลัดสำหรับการจับภาพหน้าจอ, การบันทึกวิดีโอ และการปิดกั้นการแจ้งเตือน ทำให้ใช้งานฟังก์ชันเหล่านี้ได้ทันทีโดยไม่เสียจังหวะในการเล่นเกมครับ

 

ด้วยความที่ Realme C1 เป็นสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นที่ใช้ชิปเซ็ตรุ่นเล็กอย่าง Snapdragon 450 และมี RAM เพียง 2GB ทำให้การเล่นเกมไม่ลื่นไหลเท่าไหร่ แต่ก็ยังเล่นเกมทั่วๆ ไปที่มีกราฟิกไม่สูงมากอย่าง Break Neck หรือ RoV ได้ อย่างไรก็ตามตัวเครื่องมีหน่วยความจำภายในเพียง 16GB เท่านั้น ทำให้ติดตั้งเกมได้น้อย และอาจทำให้มีพื้นที่ไม่พอติดตั้งแอปพลิเคชันอื่นๆ หรือเก็บรูปถ่าย หากต้องการเล่นเกมจริงๆ แนะนำว่าขยับไปเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางในช่วงราคา 5,000-7,000 บาทดีกว่าครับ

 

และปิดท้ายกันด้วยผลทดสอบ Benchmark กันอีกเช่นเคย ซึ่งจากการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark สามารถทำคะแนนได้ 73663 คะแนน และจากการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน Geekbench 4 สามารถทำคะแนนได้ 787 คะแนนในส่วนของ Single-Core และ 3689 คะแนนในส่วนของ Multi-Core

 

การใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

กล้องดิจิทัลด้านหลังของ Realme C1 เป็นกล้องคู่ที่มีความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้าง f/2.2+f/2.4 มีเซ็นเซอร์วัดความความลึกในกล้องรอง รองรับโหมด HDR, มีโหมด Beauty ปรับหน้าสวยได้ 6 ระดับ, รองรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ, ตั้งเวลานับถอยหลังก่อนถ่ายได้ 3/10 วินาที, และปรับอัตราส่วนของรูปได้ 3 แบบ คือแบบจตุรัส 1:1, มาตรฐาน (4:3) และเต็มจอ (19:9 กินพื้นที่เข้าไปในรอยบากด้วย) อย่างไรก็ดี ผู้ใช้ไม่สามารถใช้โหมดหน้าชัดหลังเบลอพร้อมกับเอฟเฟกต์ Beauty ได้

 

นอกจากนี้ ยังมีลูกเล่นเป็นสติกเกอร์ AR น่ารักๆ หลายรูปแบบ ซึ่งใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ช่วยให้การถ่ายรูปสนุกยิ่งขึ้น และไม่ซ้ำซากจำเจ ซึ่งน่าจะถูกใจสาวๆ ที่ชอบถ่ายรูปน่ารักๆ ครับ

 

ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2 รองรับโหมดการถ่ายภาพเหมือนกับกล้องหลัง แต่จะไม่มีโหมด Portrait ผู้ใช้สามารถเปิด-ปิดเอฟเฟกต์ละลายหลังในโหมดอัตโนมัติได้เลยโดยกดที่ไอคอนรูปหยดน้ำที่แถบเมนูด้านบน ซึ่งสามารถเปิดพร้อมกับโหมด Beauty และฟิลเตอร์ภาพได้ครับ

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังคู่ ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ พร้อมเปิดฟังก์ชัน Auto HDR

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ พร้อมเปิดฟังก์ชัน Auto HDR

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ พร้อมเปิดฟังก์ชัน Auto HDR

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ พร้อมเปิดฟังก์ชัน Auto HDR

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ พร้อมเปิดฟังก์ชัน Auto HDR

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดหน้าชัดหลังเบลอ พร้อมเปิดฟังก์ชัน Auto HDR

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดหน้าชัดหลังเบลอ พร้อมเปิดฟังก์ชัน Auto HDR

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ พร้อมเปิดฟังก์ชัน Auto HDR และปรับอัตราส่วนภาพเป็นเต็มจอ (19:9)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดสติกเกอร์ พร้อมเปิดฟังก์ชัน Auto HDR

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ โดยไม่มีเอฟเฟกต์ Beauty และไม่มีเอฟเฟกต์ละลายหลัง

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ พร้อมเปิดเอฟเฟกต์ Beauty ระดับ 3 และเปิดเอฟเฟกต์ละลายหลัง

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ พร้อมเปิดเอฟเฟกต์ Beauty ระดับ 6 (สูงสุด) และเปิดเอฟเฟกต์ละลายหลัง

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ พร้อมเปิดเอฟเฟกต์ Beauty แบบ AI และเปิดเอฟเฟกต์ละลายหลัง

 

สรุปผลการทดสอบของ Realme C1

Realme C1 เป็นสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นที่ค่อนข้างโดดเด่นเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในช่วงราคาเดียวกัน เริ่มตั้งแต่ตัวเครื่องภายนอกที่มีงานประกอบแน่นหนา ให้ความรู้สึกทนไม้ทนมือแม้ว่าวัสดุตัวเครื่องจะไม่ใช่โลหะก็ตาม อีกทั้งยังมีพื้นผิวแบบกระจกที่ฝาหลังซึ่งช่วยให้ตัวเครื่องดูพรีเมียมยิ่งขึ้น จนดูเผินๆ อาจคิดว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีราคาเกิน 4,000 บาท นอกจากนี้ ยังเลือกใช้ดีไซน์หน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบแบบมีรอยบากให้เข้ากับเทรนด์ในปัจจุบัน ทำให้ดีไซน์โดยรวมของ Realme C1 ดูดีเกินราคา

นอกเหนือจากดีไซน์ภายนอก คุณสมบัติเด่นอย่าง "จอใหญ่-แบตอึด" ก็ทำให้ Realme C1 น่าสนใจเช่นกัน เพราะเป็นคุณสมบัติที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ในปัจจุบันต้องการ โดยมีหน้าจอแสดงผลแบบ Notch Full Screen (IPS) ที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.2 นิ้ว ในอัตราส่วนแบบ 19:9 ความละเอียดระดับ HD+ (720x1520 พิกเซล) ที่สามารถรองรับคอนเทนต์ความบันเทิงได้อย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับการดูซีรีส์ หรือชมคลิปวิดีโอบน YouTube เมื่อจับคู่กับแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงถึง 4,320 mAh ทำให้รับชมความบันเทิงได้ต่อเนื่องยาวนาน เหมาะกับสไตล์การใช้ชีวิตของคนเมือง เช่นผู้ที่ชอบดูหนังบนรถไฟฟ้า หรือรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องพกแบตสำรองติดตัวไปด้วยอีกต่อไป

สำหรับสเปกภายใน Realme C1 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 450 ความเร็ว 1.8 GHz มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 506 กับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 2GB และหน่วยควมจำภายใน (ROM) ขนาด 16GB ซึ่งถือเป็นสเปกที่อยู่เพียงแค่ระดับพื้นฐาน ดังนั้นแม้จะเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป แต่ก็อาจไม่เหมาะกับการเล่นเกมอย่างจริงจังเท่าใดนัก เพราะอาจจะทำให้การเล่นไม่ราบรื่น และไม่สนุกเท่าที่ควร ยิ่งไปกว่านั้น ความจุภายในยังมีขนาดเพียง 16GB ซึ่งถือว่าน้อย ซึ่งหากติดตั้งเกมลงไปด้วยอาจมีพื้นที่ไม่พอสำหรับแอปพลิเคชันอื่นๆ หรือรูปถ่าย เป็นต้น

ในส่วนของการถ่ายภาพ Realme C1 ใช้งานกล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล ที่รองรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ และมีเอฟเฟกต์ Beauty ให้ปรับได้ 6 ระดับ การตัดขอบตัวแบบและเบลอฉากหลังทำได้ค่อนข้างเนียน แต่ยังมีจุดที่เบลอขอบผิดพลาดให้เห็นอยู่บ้าง โดยรวมถือว่าทำได้ดีเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน อย่างไรก็ดี การถ่ายภาพด้วยกล้องหลังกลับไม่สามารถเปิดเอฟเฟกต์ละลายหลังพร้อมกับเปิดเอฟเฟกต์ Beauty ได้ จำเป็นต้องถ่ายภาพด้วยเอฟเฟกต์ละลายหลังก่อน แล้วจึงเพิ่มเอฟเฟกต์ Beauty เข้าไปในภายหลัง ส่วนกล้องหน้าที่มีความละเอียด 5 ล้านพิกเซลนั้น สามารถถ่ายภาพโดยเปิดเอฟเฟกต์ละลายหลังและ Beauty ไปพร้อมกันได้ นอกจากนี้ยังมีการปรับระดับ Beauty ด้วย AI ให้เลือกใช้เพิ่มเติมอีกด้วย

ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดข้างต้น สามารถกล่าวได้ว่า Realme C1 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กราคาประหยัดที่ดีไซน์สวย จอใหญ่ แบตอึด เหมาะกับการดูหนัง ดูซีรีส์นอกสถานที่ เช่นระหว่างเดินทางไปทำงาน นอกจากนี้ ความสามารถด้านการถ่ายภาพของ Realme C1 ก็ถือว่าน่าพอใจ และดีพอที่จะนำไปถ่ายในหลายๆ โอกาส แต่ด้วยหน่วยความจำภายในที่น้อย และมี RAM เพียง 2GB ทำให้ Realme C1 ไม่เหมาะกับการนำไปเล่นเกมเท่าใดนัก ซึ่งโดยรวมแล้วเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบดูหนัง ดูซีรีส์บนสมาร์ทโฟนเป็นชีวิตจิตใจ แต่ไม่ต้องการพกแบตสำรองติดตัวตลอดเวลา และมีงบประมาณไม่มากครับ

สำหรับผู้ที่สนใจ Realme C1 ก็มีให้เลือกเพียงสีเดียวคือสีดำ (Mirror Black) ในราคา 3,990 บาท โดยจะวางจำหน่ายแบบ Exclusive ผ่านร้าน 7-11 ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2018 เป็นต้นไปครับ

 

จุดเด่นของ Realme C1

- ตัวเครื่องด้านหลังแบบ Glossy มีพื้นผิวคล้ายกระจก ด้วยเทคโนโลยีการเคลือบสารนาโน 12 ชั้น จึงให้ความรู้สึกพรีเมียมกว่าสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นรุ่นอื่นๆ
- จอแสดงผลแบบ Notch Full Screen (IPS) ความละเอียดระดับ HD+ (1520x720 พิกเซล) ขนาดใหญ่ 6.2 นิ้ว บนอัตราส่วนแบบ 19:9 พร้อมสัดส่วนพื้นที่การแสดงผลที่ 88.8% ซึ่งสามารถใช้รับชมคอนเทนต์ความบันเทิงได้อย่างเต็มตาเต็มอารมณ์
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (AI Face Unlock) ที่ใช้เวลาสแกนเพียง 0.3 นาที พร้อมการวิเคราะห์ใบหน้าแบบ 128 ตำแหน่ง
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core Snapdragon 450 ความเร็ว 1.8 GHz ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 506 ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานทั่วไปได้อย่างราบรื่น
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วยอินเทอร์เฟซ ColorOS 5.2
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 2GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 16GB พร้อมรองรับการเพิ่มหน่วยการ์ดความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุด 256GB
- กล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้าง f/2.2+f/2.4 มีเซ็นเซอร์วัดความความลึกในกล้องรอง พร้อมรองรับโหมด HDR, มีโหมด AI Beautification ปรับหน้าสวยได้ 6 ระดับ, รองรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ และปรับอัตราส่วนของรูปได้ 3 แบบ คือแบบจตุรัส 1:1, มาตรฐาน (4:3) และเต็มจอ (19:9)
- กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2 พร้อมทั้งสามารถเปิด-ปิดเอฟเฟกต์ละลายฉากหลัง พร้อมกับเปิดใช้งานโหมด AI Beautification ได้
- แบตเตอรี่มีความจุ 4,230 mAh ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่มีระดับราคาใกล้เคียงกัน พร้อมรองรับระบบชาร์จแบบ 5V2A และฟังก์ชัน AI Power Master
- รองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต microUSB (USB 2.0)
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแบบ nanoSIM บนถาดแบบ Triple-Slot
- รองรับเทคโนโลยีการการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n, 4G LTE และ Bluetooth 4.2
- รองรับระบบดาวเทียมนำร่อง GPS+A-GPS
- รองรับการใช้งานฟังก์ชัน Dual VoLTE
- วิทยุ FM Stereo ในตัว 
- หาซื้อได้ง่าย มีวางจำหน่ายที่ 7-11 ทั่วประเทศ
- ติดฟิล์มกันรอยหน้าจอมาให้จากโรงงาน
- มีเคสซิลิโคนแบบใสแถมมาให้ในกล่อง
- ราคาประหยัดเพียง 3,990 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Realme C1

- กล้องหลังไม่สามารถเปิดใช้งานเอฟเฟกต์เบลอฉากหลังพร้อมกับเอฟเฟกต์บิวตี้ได้
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มีขนาดเล็กเพียงแค่ 16 GB จึงทำให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน หรือเกมได้น้อย
- พื้นผิวด้านหลังตัวเครื่องมีลักษณะคล้ายกระจก จึงเกิดรอยนิ้วมือ หรือคราบเปื้อนได้ง่าย
- บอดี้ หรือกรอบตัวเครื่องไม่ได้ผลิตจากโลหะ
- ไม่มีหูฟังแถมมาให้ในกล่อง
- ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
- มีให้เลือกเพียงแค่สีเดียวคือสีดำ (Mirror Black)

 

สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Realme C1 ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Realme C1

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเครื่องทดสอบจากศูนย์บริการ คุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองเพื่อความมั่นใจครับ *

 

 

วันที่ : 19/12/2018