ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 24/04/2020


 

รีวิว (Review) realme Band

สมาร์ทแบนด์ยอดประหยัด 799 บาท วัดชีพจรได้ ครบเรื่องออกกำลังกาย สุขภาพ และการนอน บนบอดี้กันน้ำ IP68 สวยเบาโค้งมนพร้อมที่ชาร์จในตัว สายรัดข้อมืออัจฉริยะรุ่นแรกของค่าย ที่ใครก็เป็นเจ้าของได้ ในราคาสุดคุ้ม


 

24 เมษายน 2020 - ใครว่าสมาร์ทแบนด์ หรือสายรัดข้อมืออัจฉริยะฟีเจอร์ดีๆ จะต้องมีราคาแพงเสมอไป เพราะในชั่วโมง มีงบแค่หลักร้อยก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ว เพราะล่าสุดทาง realme ประเทศไทย ได้เปิดตัวอุปกรณ์เสริม Wearable รุ่นใหม่ป้ายแดงอย่าง realme Band สายรัดข้อมืออัจฉริยะรุ่นแรกของค่ายออกมา ภายใต้สโลแกน “ชีวิตสมาร์ทอย่างลงตัว” กับความสามารถรอบด้าน

realme Band สายรัดข้อมือน้องใหม่ที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 0.96 นิ้ว พร้อมรองรับการแสดงผลสี 65,000 สี โดยมีปุ่มสัมผัสที่ด้านล่างสำหรับสั่งการต่างๆ บนตัวเรือนขนาด 19.6x11.9x240 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุประเภทโพลีเมอร์น้ำหนักเบาเพียง 20 กรัม พร้อมรองรับคุณสมบัติป้องกันน้ำมาตรฐาน IP68 ที่สามารถกันน้ำได้ลึกสุด 1.5 เมตร เป็นเวลานานสูงสุด 30 นาที

คุณสมบัติเด่นของ realme Band คือมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Sensor) แบบ PPG Optical ที่มีความแม่นยำสูง และสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้แบบ real-time ในทุกๆ 5 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบันทึกข้อมูลการนอนหลับ และรองรับรูปแบบของการออกกำลังกายทั้งหมด 9 โหมด เช่น เดิน / วิ่ง / โยคะ และโหมดพิเศษอย่าง Cricket ที่เป็นกีฬายอดนิยมสำหรับคนอินเดีย รวมถึงการแจ้งเตือนอัจฉริยะ ทั้งสายโทรเข้า และจากแอปพลิเคชันต่างๆ โดยสามารถตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ได้ผ่านแอปพลิเคชัน realme Link

 

realme Band สามารถใช้งานได้ยาวนาน 7 - 10 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบุคคล) ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 90 mAh โดยสามารถ เสียบชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB ได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านอุปกรณ์เสริมใดๆ ซึ่งรองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน Android OS ในเวอร์ชัน 5.0 ขึ้นไป ผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth เวอร์ชัน 4.2

สำหรับ realme Band เปิดราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้วที่เพียง 799 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ประหยัดคุ้มค่า และน่าจะช่วยให้ตัดสินใจได้ไม่ยาก ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชมการรีวิว realme Band ไปพร้อมกันได้เลยค่ะ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์ของ realme Band

realme Band มาในแพ็กเกจสีเหลือง


realme Band มีตัวเรือนขนาด 19.6x11.9x240 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุประเภทโพลีเมอร์น้ำหนักเบาเพียง 20 กรัม โดยรุ่นที่ทางทีมงานนำมารีวิวให้ได้ชมกันในวันนี้สวมใส่สายสีเขียว


ที่ด้านหน้าตัวเรือนมีหน้าจอขนาด 0.96 นิ้ว พร้อมการแสดงผลสี 65,000 สี บนการดีไซน์แบบไร้ขอบ และมีปุ่มสัมผัสที่ด้านล่างสำหรับสั่งการต่างๆ อยู่ด้านล่าง


ด้านซ้าย และด้านขวาของตัวเรือนไม่มีปุ่มสั่งการใดๆ


ที่ด้านหลังของตัวเรือนมีเซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตรา การเต้นของหัวใจ (Heart Rate Sensor) แบบ PPG Optical รวมถึงเซ็นเซอร์ Accelerometer แบบ 3-แกน และ Rotor Vibration Motor ส่วนแบตเตอรี่ด้านในมีความจุ 90 mAh ซึ่งใช้งานได้ประมาณ 7 - 10 วัน ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบุคคล)


ส่วนที่ด้านบนตัวเรือนเป็นที่ชาร์จแบตเตอรี่ใน ตัว โดยสามารถเสียบพอร์ต USB ได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านอุปกรณ์เสริมใดๆ และที่ด้านล่างตัวเรือนไม่มีปุ่มใดๆ


สำหรับสายนาฬิกาเป็นซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่น และให้ความสบายขณะสวมใส่


realme Band รองรับคุณสมบัติการป้องกันน้ำมาตรฐาน IP68 ที่สามารถกันน้ำได้ลึกสุด 1.5 เมตร เป็นเวลานานสูงสุด 30 นาที


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ ของ realme Band

realme Band มีหน้าปัดนาฬิกาขนาด 0.96 นิ้ว พร้อมการแสดงผลสี 65,000 สี และปุ่มสัมผัสเพื่อสั่งการที่ด้างล่าง โดยจะแสดงข้อมูลพื้นฐานอย่าง วันที่ เวลา การเชื่อมต่อ Bluetooth และแบตเตอรี่


โดยสามารถตั้งค่าให้แสดงผลในแนวนอนได้ด้วย


เมื่อสัมผัสที่ปุ่มสั่งการด้านล่างจะเข้าสู่ เมนูต่างๆ ได้แก่ จำนวนก้าวต่อวัน


อัตราการเต้นของหัวใจ สามารถกดค้างที่ปุ่มด้านล้างเพื่อเริ่มการวัด แต่โดยปกติแล้วตัว realme Band จะทำการวัดแบบอัตโนมัติทุกๆ 5 นาที


โหมดกีฬา โดยสามารถเลือกให้แสดงผลมากสุด 3 รูปแบบ เช่น Walk, Run และ Yoga พร้อมโหมดพิเศษอย่าง Cricket


โดยเมื่อกดค้างจะเริ่มการบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้แก่ เวลา, จำนวนก้าว, ระยะทาง, ความเร็ว, ระยะการก้าว, จังหวะการก้าว, แคลอรี่ที่เผาผลาญ และอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งหากต้องการหยุดให้ทำการกดค้างที่ปุ่มด้านล่างอีกครั้ง


พร้อมฟังก์ชัน Find Phone สำหรับสั่งการให้สมาร์ทโฟนสั่นเพื่อให้เราทราบตำแหน่งนั่นเอง


และอุณหภูมิในพื้นที่ตาม Location ที่ตั้งค่าไว้


สุดท้ายในหน้า About จะแสดงข้อมูลตัวเครื่องในเบื้องต้นของ realme Band


สามารถเปิดการแจ้งเตือนการตั้งปลุก


การแจ้งเตือนเมื่อมีสายโทรเข้า


และการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันยอดนิยมต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Messenger, Line, Instagram และ Gmail โดยสามารถแสดงได้สูงสุด 64 ตัวอักษร


นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Idle Alert สำหรับแจ้งเตือนให้เคลื่อนไหวร่างกาย หลังหยุดนิ่งเป็นเวลานาน


และแจ้งเตือนให้ดื่มน้ำตามระยะเวลาที่เราตั้งค่าไว้


การใช้งาน realme Band ร่วมกับสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชัน realme Link

สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มใช้งาน realme Band ก็คือติดตั้งแอปพลิเคชัน realme Link เพื่อให้สมาร์ทโฟนรู้จักกับ realme Band นั่นเอง และสามารถปรับแต่งการใช้งานต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ฟรีจาก Google Play Store โดยสามารถใช้งานได้บนสมาร์ทโฟนทุกแบรนด์ ไม่ได้จำกัดเฉพาะแบรนด์ realme แต่อย่างใด เพียงเป็นสมาร์ทโฟนที่ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop ขึ้นไป ก็สามารถใช้งานได้แล้ว


เมื่อติดตั้งแอปพลิเคชัน realme Link เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการเปิด Bluetooth บนสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มการเชื่อมต่อกับ realme Band พร้อมกดเพิ่มอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อ ทั้ง realme Band และ realme Buds Air ซึ่งจะมีให้เลือกเพิ่มด้วยตนเอง หรือให้ค้นหาโดยอัตโนมัติ


อุปกรณ์ทั้งสองเครื่องใช้เวลาค้นหากันเพียงครู่ เดียว และผู้ใช้ต้องกดยืนยันจับการจับคู่บน realme Band เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น


หน้าหลักของแอปพลิเคชัน realme Link มีดีไซน์เรียบง่าย พร้อมแสดงจำนวนแบตเตอรี่ของ realme Band ไว้ด้านบนสุด ถัดลงมาเป็นการแสดงผลข้อมูลด้านสุขภาพ ได้แก่ จำนวนก้าว, การนอนหลับ, อัตราการเต้นของหัวใจ และบันทึกการออกกำลังกาย


สามารถตั้งค่าต่างๆ ของ realme Band ได้ ตั้งแต่การเปลี่ยนหน้าจอการแสดงผลที่เมนู Watch Face


เปิดการแจ้งเตือนเมื่อมีสายโทรเข้า รวมถึงจากแอปพลิเคชันต่างๆ


รวมถึงการแจ้งเตือนด้านสุขภาพด้วยฟังก์ชัน Idle Alert สำหรับแจ้งเตือนให้เคลื่อนไหวร่างกาย หลังหยุดนิ่งเป็นเวลานาน, นาฬิกาหลุก และแจ้งเตือนให้ดื่มน้ำ


การตั้งค่าการวัดการเต้นของหัวใจ, โหมดห้ามรบกวน (Do Not Disturb), ฟังก์ชัน Find Phone


โหมดกีฬาทั้งหมด 9 รูปแบบ โดยสามาถเลือกให้แสดงผลสูงสุด 3 รูปแบบเท่านั้น


ฟังก์ชัน Raise to Wake Up และฟังก์ชันตรวจจับการออกกำลังกายโดยอัตโนมัติ


สามารถตั้ง Goal จำนวนก้าวในแต่ละวันได้สูงสุดที่ 30,000 ก้าว


การตั้งค่าความสว่างของหน้าจอ


การตั้งค่าภาษา โดยสามารถเลือกเป็นคนละภาษากับสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออยู่ได้


พร้อมฟังก์ชันการแสดงอุณหภูมิตาม Location ที่ตั้งค่าไว้


ข้อมูลระดับอัตราการเต้นของหัวใจ


และการตั้งค่าให้ realme Band แสดงผลในแนวนอน


สรุปผลการทดสอบของ realme Band

เรียกว่าประหยัดคุ้มค่าน่าใช้ไม่เบาเลยทีเดียวสำหรับ realme Band โดยจากการที่ได้ทดสอบใช้งาน realme Band มาอย่างครบถ้วนทุกฟีเจอร์ ก็พอจะสรุปได้ว่าเป็นสายรัดข้อมืออีกรุ่นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากหันมาลองใส่สายรัดข้อมือในชีวิตประจำวันดูบ้าง เพราะด้วยราคาเพียงแค่ 799 บาท ถือว่าช่วยให้ตัดสินใจได้ไม่ยากหากอยากจะลองอะไรใหม่ๆ และเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย หรือกำลังเริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจัง ด้วยขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา บนการดีไซน์เรียบหรู อีกทั้งรองรับมาตรฐานการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นในระดับ IP68 และใช้งานได้ง่ายดาย ด้วยหน้าจอขนาด 0.96 นิ้ว พร้อมการแสดงผลสี 65,000 สี และปุ่มสั่งการระบบสัมผัส

realme Band มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Sensor) แบบ PPG Optical ที่สามารถตรวจวัดได้แบบ Real-time ทุกๆ 5 นาที และบันทึกพฤติกรรมการนอนหลับ ไปจนถึงรูปแบบของการออกกำลังกายทั้งหมด 9 ประเภท

นอกจากนี้ยังรองรับความสามารถในการแจ้งเตือนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การโทรเข้า, จากแอปพลิเคชันต่างๆ ได้ รวมถึงนาฬิกาปลุก, การแจ้งเตือนให้ขยับร่างกาย และเมื่อมีการพักนานเกินไป และการแจ้งเตือนให้ดื่มน้ำ ซึ่งใช้งานได้ยาวนาน 7-10 วันต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบุคคล) และตัวเรือนมีที่ชาร์จแบตเตอรี่ในตัว จึงสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างง่ายดายผ่านพอร์ต USB โดยตรง ไม่ต้องผ่านอุปกรณ์เสริมใดๆ

 

realme Band ออกแบบมาเพื่อคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ จากการเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆ ขณะออกกำลังกาย ได้แก่ จำนวนแคลอรี่, เวลาทั้งหมดที่ใช้, ระยะทาง, ความเร็วเฉลี่ย และอื่นๆ อีกทั้งยังเก็บข้อมูลในแต่ละวันให้เราสังเกตความเปลี่ยนแปลงของตนเองได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าแค่ต้องการดูแลสุขภาพในด้านทั่วๆ ไปก็สามารถใช้งาน realme Band ได้อย่างไม่มีปัญหา ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน Android ได้ทุกแบรนด์ ซึ่งต้องเป็นระบบปฏิบัติการเวอร์ชัน Android 5.0 Lollipop ขึ้นไป

สำหรับ realme Band เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยสุดประหยัดเพียง 799 บาท กับตัวเลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ, สีเหลือง และสีเขียว โดยเริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ท่านใดที่สนใจ ก็สามารถแวะเวียนเข้าไปทดลองใช้งานเบื้องต้น ได้ที่ realme Brand Shop และร้านตัวแทนจำหน่าย รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่ Shopee

 


จุดเด่นของ realme Band

- คุณสมบัติในการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 (กันน้ำได้ลึกสุด 1.5 เมตร เป็นเวลานานสูงสุด 30 นาที)
- ตัวเรือนมีขนาดเล็กกะทัดรัด 19.6x11.9x240 มิลลิเตร และมีน้ำหนักเบาเพียง 20 กรัม จึงสามารถสวมใส่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกคล่องตัวเป็นอย่างดี
- เป็นที่ชาร์จแบตเตอรี่ในตัว ผ่านพอร์ต USB โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมอื่นๆ
- จอแสดงผลขนาด 0.96 นิ้วพร้อมการแสดงผลสี 65,000 สี
- เซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Sensor) รองรับการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ แบบ PPG Optical
- เซ็นเซอร์ตรวจวัดความเร่งเชิงเส้นแบบ 3 แกน (3-axis Accelerometer)
- Rotor Rate Motor
- รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายแบบ Bluetooth 4.2
- รองรับการแสดงข้อมูลแจ้งเตือนของข้อความ, โทรศัพท์, อีเมล, นัดหมาย และแอปพลิเคชันอื่นๆ บนหน้าจอ และระบบสั่น
- รองรับรูปแบบของการออกกำลังกายทั้งหมด 9 ประเภท โดยสามารถเลือกให้แสดงบน realme Band ได้สูงสุด 3 ประเภท
- แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 90 mAh ใช้งานได้ต่อเนื่องประมาณ 7-10 วัน ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
- รองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop ขึ้นไป
- ราคา 799 บาท ถือว่าเป็นราคาที่ประหยัดคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ realme Band

- ไม่รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายแบบ ANT+ และ NFC
- ไม่มีตัวรับสัญญาณ GPS สำหรับติดตามกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องอาศัยการระบุตำแหน่ง

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง บ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *


วันที่ : 24/04/2020