ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 14/01/2020

 


 

รีวิว (Review) realme 5i

สมาร์ทโฟนรุ่นประเดิมปี 2020 กับ 4 กล้อง แบตทรงพลัง จอใหญ่ ดีไซน์ใหม่ ในราคาไม่ถึง 5 พันบาท ด้วยกล้องหลัง AI Quad Camera มุมกว้างพิเศษ ผสานกล้องหน้า AI, แบตเตอรี่ 5000 mAh ที่แชร์พลังงานได้, จอหยดน้ำใหญ่ 6.5 นิ้ว, ชิปเซ็ต Snapdragon 665 AIE, ROM สูงสุด 128GB, RAM 4GB และเซนเซอร์สแกนนิ้ว บนดีไซน์ใหม่แบบ Sunrise ในราคาคุ้มค่า เริ่มเพียง 4,699 บาท
 

14 มกราคม 2020 - หลังจากที่มีการเปิดตัว realme 5 Series ทั้งสามรุ่นอย่าง realme 5, realme 5 Pro และ realme 5s ไปในปี 2019 ที่ผ่านมา ล่าสุดทาง realme ประเทศไทย ได้ประกาศเปิดตัวน้องใหม่รุ่นประเดิมปี 2020 อย่าง realme 5i ออกมาเพิ่มเติมแล้ว โดยมีจุดเด่นเป็นกล้องหลัง AI 4 ตัว และแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่แชร์พลังงานได้ พร้อมการดีไซน์ตัวเครื่องโฉมใหม่ที่สวยพรีเมียม

realme 5i มากับสโลแกน "4 เลนส์ แบตทรงพลัง" ด้วยกล้องหลัง AI 4 ตัว (AI Quad Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra-Wide, เลนส์ Macro และเลนส์ Portrait ที่รองรับฟังก์ชันการถ่ายภาพในโหมดต่างๆ อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ Chrome Boost, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Super Nightscape 2.0, โหมดผิวสวย AI Beauty และ AI Scene Recognition ในการตรวจจับซีนต่างๆ โดยมีแบตเตอรี่ความจุมากถึง 5000 mAh ที่ทาง realme ระบุว่าสามารถ Standby ได้นาน 30 วัน และรองรับเทคโนโลยี AI Freezer สำหรับช่วยประหยัดการใช้พลังงาน ด้วยการปิดแอปพลิเคชันที่ไม่มีการใช้งาน รวมถึงสามารถใช้งานในโหมดประหยัดพลังงานอย่าง Smart Power Saver ที่ช่วยจัดการพลังงานให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถแปลงร่างเป็น Power Bank เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นได้อีกด้วย

การดีไซน์ของ realme 5i โดดเด่นที่หน้าจอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Mini-Drop Full Screen ขนาดใหญ่เต็มตาที่ 6.5 นิ้ว โดยรอยบากเล็กลงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง realme 3 ประมาณ 30.9% กับความคมชัดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล) คิดเป็นสัดส่วนพื้นที่การแสดงผลที่ประมาณ 89% สำหรับฝาหลังได้แรงบันดาลใจจากแสงแรกของดวงอาทิตย์ โดยมีการขัดมัน และแกะสลักเรเดียม พร้อมขัดเงากว่า 600 นาที จึงทำให้ตัวเครื่องมีลวดลายสวยงามเมื่อตกกระทบกับแสงในมุมต่างๆ รวมถึงรองรับเทคโนโลยีป้องกันละอองน้ำแบบ 3 ชั้น และด้วยวัสดุคุณภาพระดับสูงจึงสามารถปกป้องตัวเครื่องจากอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี พร้อมกับ 2 ตัวเลือกสีใหม่อย่าง Aqua Blue และ Forest Green

 

ด้านคุณสมบัติพื้นฐานของ realme 5i มาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 665 AIE แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผล 2.0 GHz ร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 610 มีหน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4x ขนาด 4GB พร้อมหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง (ROM) สองรุ่นความจุ ได้แก่ 64GB / 128GB (รุ่นที่รีวิวเป็นรุ่นความจุ 64GB) ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุดที่ขนาด 256GB ซึ่งทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.1 บนพื้นฐานของ Android 9.0 Pie ที่มากับ Dark Mode ในการปรับการแสดงผลพื้นหลังหน้าจอให้เป็นสีดำ

จากข้อมูลในข้างต้นก็กล่าวได้ว่า realme 5i มีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่หลายด้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ตัวเครื่องที่เรียบหรูดูดี พร้อมฟีเจอร์ครบครัน ทั้งการใช้งานทั่วไป และการถ่ายภาพ รวมถึงด้านความบันเทิง กับราคา เริ่มต้นที่เพียง 4,699 บาท ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชมการรีวิว realme 5i พร้อมกันได้เลยค่ะ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

realme 5i มาในแพ็กเกจสีเหลือง พร้อมระบุชื่อรุ่นไว้อย่างชัดเจน


realme 5i มาพร้อมหน้าจอแสดงผล LCD Mini-Drop Full Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีพื้นที่การแสดงผลคิดเป็น 89% ความละเอียดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล : 269 ppi) และครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 2.5D Corning Gorilla Glass 3 บนตัวเครื่องมีขนาด 164.4x75x8.95 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 195 กรัม


ที่ด้านบนมีรอยบากทรงหยดน้ำที่ขนาดเล็กลงจากใน รุ่น realme 3 ถึง 30.9% ประกอบไปด้วยกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสง F/2.0 รองรับเทคโนโลยี AI Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์

พร้อมลำโพงสนทนาที่ด้านบน และติดตั้งเซ็นเซอร์ Proximity สำหรับปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน กับเซ็นเซอร์ Ambient Light สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอ และแผงปุ่มกดให้เหมาะสม


realme 5i รองรับระบบสแกนใบหน้าแบบ AI Facial Unlock ในการปลดล็อกตัวเครื่อง ซึ่งสามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็วทันใจ


ด้านหน้าส่วนล่างประกอบด้วยปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่ม Recent Apps, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ


หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ด้วย


ที่ด้านบนของตัวเครื่องไม่มีช่อง หรือปุ่มสั่งการใดๆ


ที่ด้านล่างประกอบด้วยช่องสำหรับเชื่อมต่อหูฟัง ขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ microUSB และลำโพงเสียง


ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีถาดใส่ซิมการ์ด nanoSIM แบบ Triple-Slot ซึ่งรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด และการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ที่ความจุสูงสุด 256GB ได้ในเวลาเดียวกัน รวมถึงปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง


ด้านขวาของตัวเครื่อง มีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอ


realme 5i มาพร้อมฝาหลังดีไซน์ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงแรกของดวงอาทิตย์ โดยมีการขัดมัน และแกะสลักเรเดียม พร้อมขัดเงากว่า 600 นาที รวมถึงรองรับเทคโนโลยีป้องกันละอองน้ำแบบ 3 ชั้น และด้วยวัสดุคุณภาพระดับสูงจึงสามารถปกป้องตัวเครื่องจากอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี โดยตัวเครื่องที่ทางทีมงานนำมารีวิวนั้นเป็นสี Aqua Blue


กล้องตัวหลักที่ด้านหลังของ realme 5i มีทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) พร้อมไฟแฟลช LED ที่มุมบนซ้ายในแนวตั้ง โดยกล้องตัวแรกความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.8, กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.25 เก็บภาพมุมกว้างสุด 119 องศา (เก็บภาพทิวทัศน์ได้กว้างขึ้น 4 เท่า), กล้องตัวที่สามเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร และกล้องตัวที่สี่เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 สำหรับทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ


ส่วนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) จะอยู่ถัดลงมาตรงกลางที่ด้านหลัง


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ

realme 5i ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย ColorOS 6.1 โดยรองรับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB พร้อมความจุภายในตัวเครื่อง (ROM) ขนาด 64GB ที่สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้อีก 256GB


และสามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G แบบ Dual 4G LTE


เมื่อลากจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมาจะพบกับ Toggle Switch ปุ่มลัดสำหรับการเปิด-ปิดฟังก์ชันต่างๆ มากมาย เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ต, Bluetooth หรือการหมุนหน้าจออัตโนมัติ รวมถึง Notification Center แถบการแจ้งเตือนต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าไอคอนมีดีไซน์ใหม่เป็นทรงเหลี่ยม


โดยสามารถปรับตำแหน่งของคีย์ลัดต่างๆ ได้ตามที่ต้องการ


เมื่อปัดไปทางด้านขวาจากหน้าโฮมสกรีนจะพบกับ Smart Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะที่คอยแนะนำฟีเจอร์ และข้อมูลต่างๆ ให้แก่ผู้ใช้โดยวิเคราะห์จากพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟน เช่น ข้อมูลการออกกำลังกาย, ภาพถ่ายในแต่ละสัปดาห์ หรือรายชื่อผู้ติดต่อที่ติดต่อเป็นประจำ


และยังสามารถจัดการแอปพลิเคชันที่แสดงภายในหน้า Smart Assistant ได้ ด้วยการกดเครื่องหมาย + ที่ด้านขวาบน


และเมื่อกดปุ่ม Recent Apps จะพบกับหน้าแอปพลิเคชันทั้งหมดที่เปิดใช้งานเอาไว้ ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกปิดแอปพลิเคชันที่เปิดค้างเอาไว้ได้ เพียงแค่เลื่อนหน้าต่างแอปนั้นๆ ไปยังด้านบน หรือปิดแอปพลิเคชันทั้งหมดภายในครั้งเดียวด้วยการกดปุ่มไอคอน X ที่ด้านล่าง


สามารถเข้าสู่เมนูการปรับแต่งหน้าจอ เพื่อปรับตำแหน่งของไอคอน พร้อมเลือกใช้งาน Widget ที่ต้องการ รวมถึงเอฟเฟ็กเวลาเปลี่ยนหน้าจอ และภาพพื้นหลังได้ เพียงกดค้างที่หน้าจอ


สำหรับบริการต่างๆ จากทาง Google รวมถึงแอปพลิเคชันพื้นฐาน ก็มีการติดตั้งมาไว้ให้ได้ใช้งานอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Contact, Recorder, Compass, Calculator, Clone Phone, One-Tap Lockscreen สำหรับล็อกหน้าจอ, วิทยุ FM, ORoaming, Game Space, Calendar และ Weather


สามารถปรับค่าการแสดงผลต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น ความสว่างอัตโนมัติ, อุณหภูมิสี หรือขนาดของตัวอักษร รวมถึงฟังก์ชัน Night Shield สำหรับปรับความสว่างหน้าจอเพื่อให้สบายตาขณะใช้งานในเวลากลางคืน


และด้วยดีไซน์ของ realme 5i เป็นจอไร้ขอบแบบ Mini-Drop Full Screen ในอัตราส่วน 19.5:9 จึงสามารถปรับให้บางแอปพลิเคชันสามารถแสดงผลในสัดส่วนแบบเต็มหน้าจอได้


รวมถึงรองรับ Dark Mode ในการเปลี่ยนพื้นหลังให้กลายเป็นสีดำ โดยเข้าไปตั้งค่าที่เมนู realme Lab


และสามารถเลือกให้แอปพลิเคชันต่างๆ แสดงผลแบบ Dark Mode ได้ด้วย


ตัวอย่างการใช้งาน Dark Mode


สามารถตั้งค่า Home Screen และ Lock Screen ได้


โดยเลือกใช้งานหน้าจอได้ทั้งในโหมดปกติ (Standard) หรือแบบ Drawer


และเลือกจำนวนการแสดงผลของไอคอนบนหน้าจอได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ 4x6 และ 5x6 (ค่าเริ่มต้น)


สามารถปรับเปลี่ยนธีม (Theme) และภาพพื้นหลัง (Wallpaper) ได้


และเลือกเปลี่ยนธีม (Theme) กับภาพพื้นหลัง (Wallpaper) และรูปแบบ Font ได้เพิ่มเติมที่แอปพลิเคชัน realme Theme Store


บน realme 5i สามารถทำการสลับตำแหน่งของปุ่ม Navigation Keys ให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนได้ โดยมีให้เลือกทั้งการใช้งานครบทั้ง 3 ปุ่ม (ปุ่ม Recent Apps, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ) หรือแบบ 2 ปุ่ม (ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ)


หรือเลือกใช้งานการควบคุมแบบ Swipe Gestures From Both Sides ในการปัดหน้าจอจากด้านข้างลักษณะต่างๆ เพื่อสั่งการ


หรือเลือกใช้งานการควบคุมแบบ Swipe-Up Gestures ในการปัดหน้าจอขึ้นลักษณะต่างๆ เพื่อสั่งการ


รวมถึงการเปิดใช้งานฟังก์ชัน Assistive Ball ปุ่มคีย์ลัดที่สามารถเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งได้


และรองรับฟังก์ชัน Smart Slider สำหรับเรียกใช้งานคีย์ลัด และแอปพลิเคชันต่างๆ ผ่านการสไลด์ที่บริเวณขอบสีขาวที่หน้าจอ


โดยรองรับการใช้งานทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน และสามารถเลือกแอปพลิเคชันอื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติมในแถบ Smart Slider ได้


และเมื่อกดค้างที่แอปพลิเคชันต่างๆ จะปรากฎคีย์ลัด เพื่อการใช้งานที่รวดเร็วยิ่งขึ้น


สำหรับฟังก์ชันการใช้งานอัจฉริยะก็มีให้ใช้งาน บน realme 5i ด้วยเช่นกัน ซึ่งประกอบไปด้วย การยกตัวเครื่องขึ้นเพื่อเป็นการปลุกการทำงาน หรือการแคปเจอร์หน้าจอด้วยการลาก 3 นิ้วจากบนลงล่าง และ Smart Call การโทรแบบอัจฉริยะ ที่สามารถตั้งค่าให้รับสาย หรือโทรออกได้อัตโนมัติเมื่อมีการแนบตัวเครื่องกับใบหู รวมถึงการยกหน้าจอเพื่อปิดเสียงขณะมีสายเรียกเข้า


และยังสามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตแบบยาวได้ด้วย


รวมถึง Screen-Off Gestures การวาดนิ้วในลักษณะต่างๆ ขณะหน้าจอดับอยู่ เพื่อเปิดใช้งานคีย์ลัด เช่น แตะสองครั้งเพื่อปลุกหน้าจอ, วาดตัวอักษร O เพื่อเปิดแอปพลิเคชันกล้องถ่ายภาพ, วาดตัวอักษร V เพื่อเปิดใช้งานไฟฉาย และการวาดตัวอักษร < หรือ > เพื่อเปลี่ยนเพลง นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่ารูปแบบการวาดเพื่อเปิดใช้งานแอปพลิเคชันอื่นๆ ได้อีกด้วย


เมื่อกดปุ่ม Power ค้างไว้ประมาณ 2 วินาทีจะเป็นการเรียกใช้งาน Google Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะจาก Google ที่ผู้ใช้สามารถสั่งงานภายในตัวเครื่อง รวมถึงค้นหาสิ่งต่างๆ ที่ต้องการผ่านคำสั่งเสียง รวมถึงบริการ Google Lens บริการค้นหาวัตถุ หรือสถานที่ด้วยการนำกล้องไปถ่ายวัตถุนั้นๆ ได้อย่างง่ายดาย


ตัวอย่างการค้นหาด้วยฟีเจอร์ Google Lens


แอปพลิเคชัน Phone Manager เครื่องมือสำหรับจัดการประสิทธิภาพภายในตัวเครื่อง ทั้งการเคลียร์ไฟล์แคช (Cache File), จัดการความเป็นส่วนตัว หรือการสแกนไวรัส ซึ่งจะช่วยให้ตัวเครื่องมีความปลอดภัย และใช้งานได้รวดเร็วอยู่ตลอดเวลา


realme 5i มีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่ทาง realme ระบุว่าสามารถ Standby ได้นานถึง 30 วัน ซึ่งรองรับเทคโนโลยี AI Freezer สำหรับช่วยประหยัดการใช้พลังงาน ด้วยการปิดแอปพลิเคชันที่ไม่มีการใช้งาน และสามารถใช้งานในโหมดประหยัดพลังงานอย่าง Smart Power Saver ที่ช่วยจัดการพลังงานให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น โดยเมื่อกดใช้งานแถบแบตเตอรี่บนหน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง รวมถึงความสามารถในการแปลงร่างเป็น Power Bank ให้กับสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นผ่านสาย OTG ด้วยฟังก์ชัน Reverse Charging


พร้อมโหมด High Performance สำหรับเร่งการประมวลผลด้านต่างๆ ให้เร็ว และแรงกว่าเดิม โดยเมื่อเปิดใช้งานจะมีสัญลักษณ์แบตเตอรี่สีเขียวที่ด้านซ้าย


ฟังก์ชัน Do Not Disturb สำหรับปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดแบบไม่มีการสั่นเตือน ยกเว้นการตั้งปลุกที่ผู้ใช้ตั้งค่าเอาไว้ โดยจะมีสัญลักษณ์รูปพระจันทร์ที่ด้านบนเมื่อเปิดการใช้งาน


สามารถตรวจสอบเวลาที่ใช้ไปในแต่ละแอปพลิเคชัน รวมถึงกำหนดระยะเวลาในการใช้งานในแต่ละแอปพลิเคชันได้


App Cloner อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจบน realme 5i สำหรับโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน ซึ่งในเบื้องต้นสามารถโคลนนิ่งได้เฉพาะแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook และ Line จึงทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์


realme 5i มีฟังก์ชัน Split Screen ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานสองแอปพลิเคชันได้พร้อมๆ กัน ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ทั้งหมด 4 วิธี


ตัวอย่างการใช้งานพร้อมกัน 2 หน้าจอ


ในส่วนของเว็บเบราว์เซอร์ก็ตอบสนองต่อการใช้งาน ได้ดี ไหลลื่น และสามารถแสดงเนื้อหาทั้งหมดได้อย่างถูกต้องครบถ้วน


ทางด้านอัลบั้มภาพถ่ายนั้นสามารถแสดงภาพถ่ายได้ หลักๆ 2 แบบ คือ รวมภาพถ่ายทั้งหมด และแสดงแบบแยกอัลบั้ม


สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยของ realme 5i มีทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner) โดยสามารถตั้งค่าการใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสำหรับปลุกการทำงานของเครื่อง หรือปลดล็อกหน้าจอได้ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ ซึ่งจากการทดสอบตัวเซ็นเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็วทันใจ


และการปลดล็อกด้วยใบหน้า (AI Facial Unlock) ที่สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว


ท่านที่ใช้งาน realme 5i เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่แล้วอยากย้ายข้อมูลจากสมาร์ทโฟนเครื่องเดิม ก็สามารถโอนย้ายข้อมูลด้วยแอปพลิเคชัน Clone Phone ได้ทันที


realme 5i รองรับการเล่นเพลง และไฟล์เสียงต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Music และสามารถเปิดใช้งานระบบเสียง Dirac ได้ โดยผู้ใช้สามารถสามารถปรับรูปแบบอีควอไลเซอร์ได้หลากหลาย รวมถึงเทคโนโลยี Smart PA ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้น (ระบบเสียง Dirac และเทคโนโลยี Smart PA จะต้องใช้งานร่วมกับหูฟังเท่านั้น)


realme 5i มาพร้อมฟังก์ชันเพื่อความเป็นส่วนตัวอย่าง App Lock สำหรับล็อกแอปพลิเคชันต่างๆ ภายในตัวเครื่อง รวมถึง Private Safe ที่เปรียบเสมือนตู้นิรภัยประจำสมาร์ทโฟน โดยผู้ใช้สามารถย้ายไฟล์รูปภาพ, ไฟล์เสียง, ไฟล์เอกสาร และไฟล์ประเภทอื่นๆ เข้าไปเก็บไว้ได้ ซึ่งจำเป็นต้องทำการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าใช้งาน นอกจากนี้ก็มีระบบรักษาความปลอดภัยเมื่อต้องกรอกรหัสผ่าน และการป้องกันการบันทึกหน้าจอที่เปิดเผยข้อมูลสำคัญ


สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง realme 5i นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor


สามารถจับสัญญาณดาวเทียม GPS ในที่กลางแจ้งได้ดี พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของรัสเซีย โดยจากภาพตัวอย่างการทดสอบข้างต้นจะเห็นว่าสามารถจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 43 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 4 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ที่กำลังใช้งานอยู่ หรือสภาพอากาศด้วยนั่นเอง


realme 5i มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 AIE แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.0 GHz โดยมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB ที่สามารถเพิ่ม microSD ได้อีก 256GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย User Interface แบบ ColorOS 6.1


realme 5i มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 166,380 คะแนน และผลทดสอบจาก Geekbench 4 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 1,533 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 5,706 คะแนน


สำหรับการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน 3D Mark แบบ OpenGL ES 3.1 ได้คะแนนการทดสอบที่ 1,153 คะแนน ส่วนการทดสอบแบบ Vulkan ได้คะแนนการทดสอบที่ 1,060 คะแนน


realme 5i รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจบน realme 5i คือ Game Space ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์เหล่าเกมเมอร์โดยเฉพาะ ซึ่งผู้ใช้สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่างๆ ขณะเล่นเกม รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอได้

และใน Game Space ก็มี Graphics Acceleration สำหรับรีดประสิทธิภาพการประมวลผลของ GPU เพื่อให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลที่สุด รวมไปถึง Network Protection สำหรับจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อช่วยลดอาการแลคขณะเล่นเกมออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลา


จากการทดสอบด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสาม มิติอย่าง PUBG Mobile, Marvel Future Fight และ Phantoms : Tang Dynasty ก็พบว่า realme 5i นั้นสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างลื่นไหล ซึ่งก็มีการกระตุก รวมถึงสะสมความร้อนให้เห็นบ้างเมื่อเล่นเกมติดต่อกันเป็นเวลานาน


realme 5i มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลไร้ขอบแบบ In-Cell IPS LCD Mini-Drop Full Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 (พื้นที่การแสดงผล 89%) ความละเอียดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล) จึงสามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ HD 720p ได้อย่างคมชัดเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

realme 5i มาพร้อมกับระบบกล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) แบ่งออกเป็น
กล้องตัวแรกความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสง F/1.8
กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.25
กล้องตัวที่สามเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4
กล้องตัวที่สี่เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4


โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์เรียบหรู สบายตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน โดยสามารถเลือก เปิด-ปิด ไฟแฟลช, โหมด HDR, โหมด Ultra-Wide, Chroma Boost โหมดเพิ่มสีสัน และฟีลเตอร์แบบต่างๆ


และมาพร้อมกับฟังก์ชัน AI Scene Recognition สำหรับในการตรวจจับซีนในแต่ละภาพ เพื่อนำไปปรับแต่งให้เหมาะสม ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากทั้งหมด 16 หมวดหมู่


realme 5i มาพร้อมกับโหมด AI Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ ที่ปรับระดับได้ตามใจชอบ


และโหมดหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) ที่สามารถใส่ฟีลเตอร์แบบต่างๆ ได้


realme 5i ยังมาพร้อมโหมด Super Nightscape 2.0 สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืนโดยเฉพาะ


รวมถึงโหมด Ultra Macro สำหรับถ่ายภาพในระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร


รองรับการถ่ายภาพมุมกว้างในโหมด PANO


สำหรับโหมด Expert กับรายละเอียดการตั้งค่าต่างๆ ที่ครบครัน และครอบคลุมสำหรับช่างภาพแทบทั้งหมด ก็มีให้เลือกใช้บน realme 5i ด้วยเช่นกัน


การถ่ายวิดีโอบน realme 5i สามารถบันทึกความละเอียดสูงสุดในโหมดปกติได้ที่ระดับ 4K UHD (30 fps) พร้อมโหมด Ultra-Wide


รองรับการใส่ฟีลเตอร์แบบต่างๆ


พร้อมรองรับฟังก์ชัน TIME-LAPSE และ SLO-MO ที่ 240 fps คมชัดสูงสุดระดับ HD 720p


ทางด้านกล้องดิจิทัลด้านหน้าของ realme 5i มีความคมชัด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี AI มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.0 โดยมีหน้าตา Interface ที่สามารถใช้งานได้ง่ายเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งแสดงไอคอนเอาไว้ให้ใช้งานได้ทันที ทั้งการเปิดปิดไฟแฟลช, ฟังก์ชัน HDR และฟีลเตอร์


กล้องหน้าของ realme 5i รองรับเทคโนโลยี AI Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ ได้แบบกลุ่ม ตามเพศ และวัย โดยการจดจำตำแหน่งบนใบหน้าทั้งหมด 296 จุด และสามารถปรับโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระอีกด้วย


สำหรับโหมดหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) ใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี AI Beauty ที่ปรับโครงหน้าได้อย่างอิสระ


และสามารถใส่ฟีลเตอร์แบบต่างๆ ได้


การถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าของ realme 5i รองรับความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p และสามารถใส่ฟีลเตอร์แบบต่างๆ


รวมถึงรองรับฟังก์ชันTIME-LAPSE


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ความละเอียดระดับ 12+8+2+2 ล้านพิกเซล ของ realme 5i

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมด Chroma Boost


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมด Chroma Boost


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายมุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมด Chroma Boost


ภาพถ่ายมุมกว้างแบบ  Ultra-Wide


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายมุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายมุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายมุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ภาพถ่ายจากโหมด Ultra Macro


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนจากโหมด Super Nightscape 2.0


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนจากโหมด Super Nightscape 2.0 พร้อมเลนส์มุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนจากโหมด Super Nightscape 2.0


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนจากโหมด Super Nightscape 2.0 พร้อมเลนส์มุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนจากโหมด Super Nightscape 2.0


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนจากโหมด Super Nightscape 2.0 พร้อมเลนส์มุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลของ realme 5i

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมด AI Beauty


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อมเปิด AI Beauty


สรุปผลการทดสอบของ realme 5i

จากการทดสอบทั้งหมดในข้างต้นพอจะกล่าวได้ว่า realme 5i เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความน่าสนใจ ด้วยจุดเด่นอย่างแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI Freezer สำหรับ ช่วยประหยัดการใช้พลังงาน ด้วยการปิดแอปพลิเคชันที่ไม่มีการใช้งาน รวมถึงสามารถใช้งานในโหมดประหยัดพลังงานอย่าง Smart Power Saver ที่ช่วยจัดการพลังงานให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถแปลงร่างเป็น Power Bank เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นผ่านฟังก์ชัน Reverse Charging ได้อีกด้วย

อีกหนึ่งจุดเด่นของ realme 5i ที่น่าสนใจก็คือ กล้องหลัง AI ทั้งหมด 4 ตัว (AI Quad Camera) แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra-Wide คมชัด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างสุด 119 องศา โดยสามารถ เก็บภาพวิวทิวทัศน์ต่างๆ ได้กว้างขึ้น 4 เท่า, เลนส์ Macro คมชัด 2 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร และเลนส์ Portrait คมชัด 2 ล้านพิกเซล สำหรับทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งรองรับฟังก์ชันการถ่ายภาพในโหมดต่างๆ อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์เพิ่มสีสันให้ภาพ Chrome Boost, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Super Nightscape 2.0, โหมดผิวสวย AI Beauty และ AI Scene Recognition ในการตรวจจับซีนต่างๆ รวมถึงการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงถึงระดับ 4K UHD พร้อมเทคโนโลยีกันสั่นสำหรับการถ่ายวิดีโอโดยเฉพาะแบบ EIS ส่วนกล้อง หน้าคมชัด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับเทคโนโลยี AI Beauty และการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (AI Portrait)

 

realme 5i มาในดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Mini-Drop Full Screen ขนาด 6.5 นิ้ว โดยมีขนาดรอยบากเล็กลงกว่ารุ่น realme 3 ประมาณ 30.9% คมชัดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล : 269 ppi) คิดเป็นสัดส่วนการแสดงผลที่ 89% ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 2.5D Corning Gorilla Glass 3 ทางด้านฝาหลังมาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงแรกของดวงอาทิตย์ ด้วยการขัดมัน และแกะสลักเรเดียม พร้อมขัดเงากว่า 600 นาที จึงทำให้ตัวเครื่องมีลวดลายสวยงามเมื่อตกกระสบกับแสงในมุมต่างๆ  รวมถึงรองรับเทคโนโลยีป้องกันละอองน้ำแบบ 3 ชั้น กับตัวเลือก 2 สี ได้แก่ Aqua Blue และ Forest Green

สเปกภายในก็จัดมาให้ครบครันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 665 AIE แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผล 2.0 GHz พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 610 มีหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB พร้อมหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง (ROM) สองรุ่นความจุ ได้แก่ 64GB / 128GB โดยรุ่นที่รีวิวเป็นรุ่นความจุ 64GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุดที่ขนาด 256GB จึงสามารถเก็บไฟล์ข้อมูล, ไฟล์ภาพถ่าย, แอปพลิเคชัน หรือเกมได้อย่างเต็มที่ โดยทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.1 บนพื้นฐานของ Android 9.0 Pie ที่มากับ Dark Mode ในการปรับการแสดงผลพื้นหลังหน้าจอให้เป็นสีดำ และรองรับผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Google Assistant ที่ผู้ใช้สามารถสั่งงานภายในตัวเครื่อง รวมถึงค้นหาสิ่งต่างๆ ที่ต้องการผ่านคำสั่งเสียง และยังมีบริการ Google Lens บริการค้นหาวัตถุ หรือสถานที่ด้วยการนำกล้องไปถ่ายวัตถุนั้นๆ ได้อย่างง่ายดาย

 

realme 5i ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ตัวจริงอย่าง Game Assistant และ Game Space ด้วยเช่นกัน ที่ผู้ใช้สามารถบล็อกการแจ้งเตือน ให้อยู่ในรูปแบบ Pop-up ขณะเล่นเกมแทน รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอได้ และใน Game Space ก็มี Graphics Acceleration สำหรับรีดประสิทธิภาพการประมวลผลของ GPU เพื่อให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลที่สุด รวมไปถึง Network Protection สำหรับจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อช่วยลดอาการแลคขณะเล่นเกมออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าสามารถเล่นเกมตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงเกมที่เน้นกราฟิกได้แบบไม่มีสะดุด

นอกจากฟีเจอร์เด่นในข้างต้น realme 5i ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์อรรถประโยชน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การสแตนด์บายบนเครือข่าย 4G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิมการ์ดแบบ Dual 4G, ฟีเจอร์ App Cloner ที่ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่าง Facebook หรือ Line ได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์, ฟีเจอร์ Split Screen ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานสองแอปพลิเคชันได้พร้อมๆ กัน, ฟังก์ชัน Smart Slider สำหรับเรียกใช้งานคีย์ลัด และแอปพลิเคชันต่างๆ ผ่านการสไลด์ที่บริเวณขอบสีขาวที่หน้าจอ และ Screen-Off Gestures การ วาดนิ้วในลักษณะต่างๆ ขณะหน้าจอดับอยู่ เพื่อเปิดใช้งานคีย์ลัด รวมถึงการบันทึกภาพหน้าจอแบบยาว พร้อมทั้งฟีเจอร์อำนวยความสะดวกสำหรับท่านที่เปลี่ยนมาใช้งาน realme 5i ด้วยฟังก์ชัน Clone Phone ที่สามารถทำการโอนถ่ายข้อมูลจาก สมาร์ทโฟนเครื่องเดิมได้ทันที นอกจากนี้ยังรองรับระบบเสียง Dirac ที่ผู้ใช้สามารถปรับรูปแบบอีควอไลเซอร์ได้หลากหลาย โดยจำเป็นต้องเชื่อมต่อหูฟังก่อน

สุดท้ายนี้ realme 5i ยังให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว ด้วย App Encryption สำหรับล็อกแอปพลิเคชันต่างๆ ภายในตัวเครื่อง และ Private Safe ที่เปรียบเสมือนตู้นิรภัยประจำสมาร์ทโฟน โดยผู้ใช้สามารถย้ายไฟล์รูปภาพ, ไฟล์เสียง, ไฟล์เอกสาร และไฟล์ประเภทอื่นๆ เข้าไปเก็บไว้ได้ ซึ่งจำเป็นต้องทำการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าใช้งาน รวมถึงก็มีระบบรักษาความปลอดภัยเมื่อต้องกรอกรหัสผ่าน และการป้องกันการบันทึกหน้าจอที่เปิดเผยข้อมูลสำคัญ รวมไปถึงการจัดการแอปพลิเคชันสำหรับเด็กโดยเฉพาะอย่าง Kids Space

 

และจากการทดสอบทั้งหมดพอจะสรุปได้ว่า realme 5i เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนราคาสบายกระเป๋า ในงบประมาณไม่เกิน 5 พันบาท ที่มาพร้อมสเปกครบครัน โดยเน้นการใช้งานด้านความบันเทิงแบบยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม หรือชมภาพยนตร์ / ซีรีส์เรื่องโปรด ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่โดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดเร็ว หรือต้องชาร์จบ่อยๆ พร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่ให้มุมมองกว้างเต็มตาเป็นพิเศษ บนการดีไซน์ตัวเครื่องขัดเงาแบบใหม่ และการถ่ายภาพจากกล้อง 5 ตัวในเครื่องเดียว ผสานกับเทคโนโลยี AI รวมถึงฟังก์ชัน และลูกเล่นต่างๆ อย่างครบครัน

 

realme 5i วางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น 4GB+64GB ราคา 4,699 บาท และรุ่น 4GB+128GB ราคา 4,999 บาท กับตัวเลือก 2 สีได้แก่  Aqua Blue และ Forest Green

สำหรับ realme 5i รุ่น 4GB+64GB จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทุกช่องทางในวันที่ 18 มกราคม 2563 ส่วนรุ่น 4GB+128GB จะเริ่มวางจำหน่ายตามมาในวันที่ 25 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

 

โดยในรุ่น 4GB+64GB จะเปิดการวางจำหน่ายแบบ Flash Sale ในราคาพิเศษเพียง 4,299 บาท เฉพาะวันที่ 15 มกราคม 2563 เวลา 00.00-09.00 น. และ 19.00 - 00.00 น. ผ่านทาง Lazada รวมถึงเวลา 00.00-12.00 น. ผ่านทาง Shopee

 

นอกจากนี้ realme 5i รุ่น 4GB+64GB ยังมาพร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษเริ่มเพียง 990 บาท เมื่อสั่งซื้อ พร้อมสมัครใช้งานแพ็กเกจที่กำหนด ผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายทั้ง AIS, dtac และ TrueMove H

 

นอกจากนี้ทาง realme ยังได้เปิดตัวหูฟังไร้สายรุ่นใหม่อย่าง realme Buds Air ด้วยเช่นกัน ภายใต้สโลแกน "ตัวจริงการเชื่อมต่อแบบไร้สาย" ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย ด้วย Bluetooth เวอร์ชัน 5.0 พร้อม Google Fast Pair และรองรับการชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C รวมถึงการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย (Wireless Charging) ซึ่งสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่อง 17 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

 

realme Buds Air มาพร้อมกับ Driver Bass แบบไดนามิค ที่ช่วยทำให้เสียงมีพลังมากขึ้น รวมถึง Dual Mic สำหรับช่วยตัดเสียงรบกวนจากภายนอก บนการดีไซน์ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก โดยมีน้ำหนักเพียง 4.16 กรัม และวางจำหน่ายเฉาะตัวเลือกสีขาวเท่านั้น

 

realme Buds Air เปิดราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 1,999 บาท โดยจะเปิดการจำหน่ายแบบ Flash Sale ในราคาพิเศษ 1,799 บาท เฉพาะวันที่ 16 มกราคม 2563 วันเดียวเท่านั้น ผ่านทาง Lazada กับ Shopee และจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง realme ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง realme 5i และ realme Buds Air มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ


จุดเด่นของ realme 5i

- ดีไซน์แบบ Sunrise ด้วยตัวเครื่องขัดมัน และแกะสลักเรเดียม พร้อมขัดเงากว่า 600 นาที รวมถึงรองรับเทคโนโลยีป้องกันละอองน้ำแบบ 3 ชั้น
- มีตัวเลือก 2 สี ได้แก่ Aqua Blue และ Forest Green
- หน้าจอแสดงผล LCD Mini-Drop Full Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (1600x720 พิกเซล : 269 ppi) ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีพื้นที่การแสดงผลคิดเป็น 89% ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 2.5D Corning Gorilla Glass 3
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 665 AIE ความเร็ว 2.2 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 128GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ความจุ 256GB
- ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Dual nanoSIM) และ microSD Card ได้ในเวลาเดียวกัน
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie พร้อมครอบทับด้วย ColorOS 6.1

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย

- กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสง F/1.8
- กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.25 เก็บภาพมุมกว้างสุด 119 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
- กล้องตัวที่สี่เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สำหรับทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ

โดยรองรับการโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟีเจอร์ Chrome Boost, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Super Nightscape 2.0, โหมดผิวสวย AI Beauty และฟังกัน AI Scene Recognition ซึ่งรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD, ระบบกันสั่นแบบ EIS สำหรับการถ่ายวิดีโอ และฟังก์ชัน Slow-motion ที่ระดับ 240 fps ความละเอียดระดับ HD 720p รวมถึงความสามารถในการตัดต่อวิดีโอ

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty และการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (AI Portrait)
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) ที่ด้านหลังตัวเครื่อง
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (AI Facial Unlock)
- ฟังก์ชัน Clone Apps สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์
- ฟังก์ชัน App Split-Screen สำหรับใช้งานพร้อมกัน 2 หน้าจอ
- ฟังก์ชัน Game Assistant ช่วยในเรื่องของภาพให้ออกมาสมจริง พร้อมเพิ่มอรรถรสเวลาเล่นเกม
- ฟังก์ชัน Game Space ที่สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่างๆ รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอขณะเล่นเกมได้
- ช่องเสียบหูฟังมาตรฐานแบบ 3.5 มิลลิเมตร
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยี AI Freezer สำหรับช่วยประหยัดการใช้พลังงาน ด้วยการปิดแอปพลิเคชันที่ไม่มีการใช้งาน และระบบความปลอดภัยถึง 3 ชั้น ป้องกันแบตเตอรี่ร้อนเกิน หรือแบตเตอรี่ละลาย ไปจนถึงการระเบิด
- รองรับการแชร์พลังงานจากแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์ข้างเคียง
- ระบบชาร์จแบตเตอรี่แบบ 10W (5V2A)
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 4G LTE, 3G, EDGE, GPRS และ WiFi 2.4GHz
- ระบบ GPS+A-GPS ในตัว พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของประเทศรัสเซีย, Beidou ของประเทศจีน และ GALILEO ของสหภาพยุโรป
- มีวิทยุ FM ในตัว
- รุ่น 4GB+64GB ราคา 4,699 บาท และรุ่น 4GB+128GB ราคา 4,999 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ realme 5i

- หน้าจอแสดงผลมีความละเอียดเพียงแค่ระดับ HD+
- หน้าจอ Mini-Drop Full Screen ในอัตราส่วน 19.5:9 ยังไม่สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันทั้งหมดได้
- ไม่รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi ที่คลื่นความถี่ 5GHz
- กรอบตัวเครื่องไม่ใช่โลหะ
- ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อน เมื่อมีการประมวลผลหนักๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน
- พอร์ตการเชื่อมต่อยังไม่ใช่ USB Type-C ที่เป็นมาตรฐานใหม่


โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง บ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *


สรุปคุณสมบัติตัวเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ realme 5i ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ realme 5i รุ่น 4+64GB
สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ realme 5i รุ่น 4+128GB



 

วันที่ : 14/01/2020