ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 15/05/2019

รีวิว (Review) realme 3 Pro

สมาร์ทโฟนสุดคุ้มน้องใหม่ ใส่ฟีเจอร์อย่างโปร ด้วยจอไร้ขอบ Dewdrop FHD+ ใหญ่ 6.3 นิ้ว, กล้องหลังคู่ AI Dual Pixel พร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX519, กล้องหน้า AI Selfie 25MP พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Pixels, ชิปเซ็ต Snapdragon 710 AIE, RAM สูงสุด 6GB, ROM สูงสุด 128GB และแบตเตอรี่ VOOC Flash Charge 3.0 ความจุ 4045 mAh บนบอดี้ 3D Speedway ไล่เฉดสีสวยเด่น ในราคาเริ่มต้นเพียง 6,999 บาท

 

15 พฤษภาคม 2019 - หลังจากการเปิดตัวของ realme 3 เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดทางค่าย realme ก็ได้ส่งรุ่นอัปเกรดอย่าง realme 3 Pro เข้ามาทำตลาดในบ้านเราเพิ่มเติมแล้ว กับราคาเริ่มต้นคุ้มๆ เพียง 6,999 บาท พร้อมสโลแกน “Speed Awakens ปลุกความเร็ว เหนือระดับ” บนการดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Dewdrop Full Screen ขนาดใหญ่ 6.3 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9 มีพื้นที่การแสดงผล 90.8% คมชัดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล : 409 ppi) ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้ง แบบ 2.5D Corning Gorilla Glass 5 สำหรับตัวเครื่องเงางามคล้ายกระจก ไล่เฉดสีแบบ 3D Speed Way พร้อมการแกะสลักในระดับไมครอนลากยาว สะท้อนเล่นกับแสงตามมุมที่ตกกระทบได้เป็นลวด ลายตัว S แบบ Vibrant Waistline ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสนามแข่ง รถยนต์รายการเลอม็องส์ (Le Mans) ของประเทศฝรั่งเศส เพื่อสื่อถึงความเร็วนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งซีลยางรอบตัวเครื่องเพื่อช่วยป้องกันละอองน้ำ และฝุ่น รวมถึงติดตั้งแผ่นฟิล์ม Graphite ขนาดใหญ่เพื่อช่วยถ่ายเทความร้อนออกจากตัวเครื่อง ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนอีกด้วย

ด้านสเปกเองก็อัปเกรดจากรุ่นก่อนอยู่หลายด้าน เริ่มตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.0 บนพื้นฐานของ Android 9.0 Pie ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 710 AIE แบบ 8-แกน (Octa-Core) บนเทคโนโลยีการผลิตระดับ 10nm ที่มีความเร็ว 2.2 GHz พร้อม Multi-Core AI Engine หน่วยประมวลผลด้าน AI โดยเฉพาะ และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 616 รวมถึงเทคโนโลยี Hyper Boost 2.0 ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพของการทำงานโดยรวม 3 ด้านหลักๆ ได้แก่ แอปพลิเคชัน (AppBoost), ระบบ (SystemBoost) และเกม (GameBoost 2.0) ให้ดีขึ้น โดยใน GameBoost 2.0 ก็แยกออกเป็น TouchBoost สำหรับช่วยเพิ่ม Response Rate ในเกมที่เน้นกราฟิกได้มากขึ้น 16.2% และ FrameBoost ที่ช่วยลดปัญหาเฟรมเรทตก พร้อมล็อกเฟรมเรทให้อยู่ในระดับสูง ซึ่งมีความมั่นคงมากขึ้นถึง 38% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ตัวจริงอย่าง Game Assistant และ Game Space ด้วยเช่นกัน รวมถึงลำโพงเสียงแบบ Super Linear พร้อมเทคโนโลยี Smart PA ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้น และดังมากขึ้น 2 เท่า เพื่อช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกม

 

realme 3 Pro มากับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB พร้อมความจุภายใน (ROM) ขนาด 128GB ที่สามารถเพิ่มการ์ดความจำภายนอกแบบ microSD ได้อีก 256GB จึงสามารถเก็บไฟล์ข้อมูล, ไฟล์ภาพถ่าย, แอปพลิเคชัน และเกมได้โดยไม่ต้องกังวลว่าพื้นที่จะเต็มเร็ว รวมถึงแบตเตอรี่ความจุ 4045 mAh ที่แม้ว่าจะลดลงจากรุ่น realme 3 เล็กน้อย แต่ก็ทดแทนด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ VOOC Flash Charge 3.0 (5V/4A) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-100% ได้ในเวลา 80 นาที รวม ถึงโหมด CABC (Content Adaptive Backlist Control) ที่ช่วยจัดการพลังงานให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

ด้านการถ่ายภาพ realme 3 Pro ก็จัดมาให้แบบครบครัน โดยกล้องตัวหลักเป็นแบบคู่ (AI Dual Camera) ประกอบด้วย กล้องตัวแรกความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX519 ขนาด 1/2.6 นิ้ว มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.7 ส่วนกล้องตัวที่สองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 ซึ่งรองรับเทคโนโลยีการโฟกัสภาพแบบ Dual Pixel, ฟีเจอร์สำหรับถ่ายภาพในเวลากลางคืนโดยเฉพาะอย่าง Nightscape, โหมด Ultra HD สำหรับถ่ายความความละเอียดสูงสุดที่ 64 ล้านพิกเซล, ฟี เจอร์ ChromaBoost, การถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait), ฟีเจอร์ AI Scene Recognition ทั้งหมด 16 หมวดหมู่ และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD รวมถึงระบบกันสั่นแบบ EIS สำหรับการถ่ายวิดีโอ ส่วนกล้อง หน้ารองรับ เทคโนโลยี AI ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Pixel โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0 รองรับเทคโนโลยี AI Beautification สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ นอกจากนี้ยังรองรับการปลดล็อกหน้าจอด้วยใบหน้า (AI Facial Unlock) ที่ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Unlock) อีกด้วย

 

จากข้อมูลในข้างต้นก็กล่าวได้ว่า realme 3 Pro มีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่หลายด้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ตัวเครื่องระดับพรีเมียม พร้อมฟีเจอร์ที่อัปเกรดขึ้นแบบครบครัน ทั้งการใช้งาน และการถ่ายภาพ ในราคาเริ่มต้นเพียง 6,999 บาท ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชมการรีวิว realme 3 Pro พร้อมกันได้เลยค่ะ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

realme 3 Pro มาในแพ็กเกจสีเทา พร้อมตัวอักษรสีเหลืองแสดงชื่อรุ่นอย่างชัดเจน






ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว VOOC, สายเชื่อมต่อแบบ microUSB, เคสใส, เข็มสำหรับถอดถาดซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน


ภาพตัวอย่างการสวมใส่เคสใสที่แถมมาให้ภายใน แพ็กเกจ


realme 3 Pro มาพร้อมหน้าจอแสดงผล IPS LCD Dewdrop Full Screen ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีพื้นที่การแสดงผลคิดเป็น 90.8% ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล : 409 ppi) และครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 2.5D Corning Gorilla Glass 5 บนตัวเครื่องขนาด 156.8x74.2x8.3 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 172 กรัม


ที่ด้านบนประกอบไปด้วยกล้องหน้า AI สำหรับเซลฟี่ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสง F/2.0 รองรับเทคโนโลยี 4-in-1 Pixel และ AI Beautification สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ พร้อมลำโพงสนทนาที่ด้านบน และติดตั้งเซ็นเซอร์ Proximity สำหรับปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน กับเซ็นเซอร์ Ambient Light สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอ และแผงปุ่มกดให้เหมาะสมโดยมีลำโพงสำหรับสนทนาอยู่ถัดขึ้นไป


พร้อมกับรองรับระบบสแกนใบหน้าแบบ AI Facial Unlock ในการปลดล็อกตัวเครื่องอีกด้วย ซึ่งสามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็วทันใจ


ด้านหน้าส่วนล่างประกอบด้วย ปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่ม Recent Apps, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ


หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ด้วย


ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่สอง


ที่ด้านล่างประกอบด้วยช่องสำหรับเชื่อมต่อหูฟัง ขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ microUSB และลำโพงเสียง



ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีถาดใส่ซิมการ์ด nanoSIM แบบ Triple-Slot ซึ่งรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด และการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ที่ความจุสูงสุด 256GB ได้ในเวลาเดียวกัน รวมถึงปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง


ด้านขวาของตัวเครื่อง มีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอ



realme 3 Pro มีตัวเครื่องดีไซน์เงางามคล้ายกระจก พร้อมการไล่เฉดสีแบบ 3D Speedway และการแกะสลักในระดับไมครอนลากยาว สะท้อนเล่นกับแสงตามมุมที่ตกกระทบได้เป็นลวดลายตัว S แบบ Vibrant Waistline ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสนามแข่งรถยนต์รายการเลอม็องส์ (Le Mans) ของประเทศฝรั่งเศส เพื่อสื่อถึงความเร็ว โดยตัวเครื่องที่ทางทีมงานนำมารีวิวให้ได้ชมกันเป็นสี Lightning Purple


ภาพตัวเครื่องสี Nitro Blue พร้อมลวดลายตัว S แบบ Vibrant Waistline



ภาพตัวเครื่องทั้ง 3 สีของ realme 3 Pro ได้แก่ Nitro Blue, Lightning Purple และ Carbon Grey


กล้องตัวหลักที่ด้านหลังของ realme 3 Pro เป็นแบบคู่ (AI Dual Camera) พร้อมไฟแฟลช LED ที่มุมบนซ้ายในแนวตั้ง โดยกล้องตัวแรกความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX519 ขนาด 1/2.6 นิ้ว มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.7 ส่วนกล้องตัวที่สองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 ซึ่งรองรับเทคโนโลยีการโฟกัสภาพแบบ Dual Pixel, ฟีเจอร์สำหรับถ่ายภาพในเวลากลางคืนโดยเฉพาะอย่าง Nightscape, โหมด Ultra HD สำหรับถ่ายความความละเอียดสูงสุดที่ 64 ล้านพิกเซล, ฟีเจอร์ ChromaBoost, การถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait), ฟีเจอร์ AI Scene recognition ทั้งหมด 16 หมวดหมู่ และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD รวมถึงระบบกันสั่นแบบ EIS สำหรับการถ่ายวิดีโอ ส่วนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) จะอยู่ถัดลงมาตรงกลางที่ด้านหลัง


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ


realme 3 Pro ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.0 เวอร์ชันล่าสุด บนพื้นฐานของ Android 9.0 Pie ที่มาพร้อมกับปรับโฉมดีไซน์หน้า User Interface ใหม่หมดจด โดยมีหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB พร้อมหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB และสามารถเพิ่ม microSD Card ได้อีก 256GB



และสามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G แบบ Dual 4G


เมื่อลากจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมาจะพบกับ Toggle Swtich ปุ่มลัดสำหรับการเปิด-ปิดฟังก์ชันต่างๆ มากมาย เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ต, Bluetooth หรือการหมุนหน้าจออัตโนมัติ รวมถึง Notification Center แถบการแจ้งเตือนต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าไอคอนมีดีไซน์ใหม่เป็นทรงเหลี่ยม


โดยสามารถปรับตำแหน่งของคีย์ลัดต่างๆ ได้ตามที่ต้องการ


เมื่อปัดไปทางด้านขวาจากหน้าโฮมสกรีน จะพบกับ Smart Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่คอยแนะนำฟีเจอร์ และข้อมูลต่างๆ ให้แก่ผู้ใช้โดยวิเคราะห์จากพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟน เช่น ข้อมูลการออกกำลังกาย, ภาพถ่ายในแต่ละสัปดาห์ หรือรายชื่อผู้ติดต่อที่ติดต่อเป็นประจำ และยังสามารถจัดการแอปพลิเคชันที่แสดงภายในหน้า Smart Assistant ได้ ด้วยการกดเครื่องหมาย + ที่ด้านขวาบน


และเมื่อกดปุ่ม Recent Apps จะพบกับหน้าแอปพลิเคชันทั้งหมดที่เปิดใช้งานเอาไว้ ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกปิดแอปพลิเคชันที่เปิดค้างเอาไว้ได้ เพียงแค่เลื่อนหน้าต่างแอปนั้นๆ ไปยังด้านบน หรือปิดแอปพลิเคชันทั้งหมดภายในครั้งเดียวด้วยการกดปุ่มไอคอน X ที่ด้านล่าง



สามารถเข้าสู่เมนูการปรับแต่งหน้าจอ เพื่อปรับตำแหน่งของไอคอน พร้อมเลือกใช้งาน Widget ที่ต้องการ รวมถึงเอฟเฟ็กเวลาเปลี่ยนหน้าจอ และภาพพื้นหลังได้ เพียงกดค้างที่หน้าจอ


สำหรับบริการต่างๆ จากทาง Google รวมถึงแอปพลิเคชันพื้นฐาน ก็มีการติดตั้งมาไว้ให้ได้ใช้งานอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น รายชื่อผู้ติดต่อ, การบันทึกเสียง, เข็มทิศ, เครื่องคิดเลข, Clone Phone, One-Tap Lockscreen สำหรับล็อกหน้าจอ และวิทยุ FM


สามารถปรับค่าการแสดงผลต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น ปรับความสว่างอัตโนมัติ, อุณหภูมิสี หรือขนาดของตัวอักษร รวมถึงฟังก์ชัน Night Shield สำหรับปรับความสว่างหน้าจอเพื่อให้สบายตาขณะใช้งานในเวลากลางคืน


และด้วยดีไซน์ของ realme 3 Pro เป็นจอไร้ขอบแบบ Dewdrop Full Screen ในอัตราส่วน 19.5:9 จึงสามารถปรับให้บางแอปพลิเคชันสามารถแสดงผลในสัดส่วนแบบเต็มหน้าจอได้


สามารถเลือกใช้งานหน้าจอได้ทั้งในโหมดปกติ หรือแบบ Drawer



และเลือกจำนวนการแสดงผลของไอคอนบนหน้าจอได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ 4x6 และ 5x6


สามารถสลับตำแหน่งของปุ่ม Navigation Keys ให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนได้


หรือเลือกใช้งานการควบคุมแบบ Swipe-Up Gestures ในการปัดหน้าจอขึ้นลักษณะต่างๆ เพื่อสั่งการ


รวมถึงการเปิดใช้งานฟังก์ชัน Assistive Ball ปุ่มคีย์ลัดที่สามารถเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งได้ และรองรับฟังก์ชัน Smart Slider สำหรับเรียกใช้งานคีย์ลัด และแอปพลิเคชันต่างๆ ผ่านการสไลด์ที่บริเวณขอบสีขาวที่หน้าจอ




โดยรองรับการใช้งานทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน และสามารถเลือกแอปพลิเคชันอื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติมในแถบ Smart Slider ได้


และเมื่อกดค้างที่แอปพลิเคชันต่างๆ จะปรากฎคีย์ลัด เพื่อการใช้งานที่รวดเร็วยิ่งขึ้น


realme 3 Pro ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานอัจฉริยะด้วยเช่นกัน ซึ่งประกอบไปด้วย การยกตัวเครื่องขึ้นเพื่อเป็นการปลุกการทำงาน หรือการแคปเจอร์หน้าจอด้วยการลาก 3 นิ้วจากบนลงล่าง และ Smart Call การโทรแบบอัจฉริยะ ที่สามารถตั้งค่าให้รับสาย หรือโทรออกได้อัตโนมัติเมื่อมีการแนบตัวเครื่องกับใบหู รวมถึงการยกหน้าจอเพื่อปิดเสียงขณะมีสายเรียกเข้า


โดยที่สามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตแบบยาวได้


รวมถึง Screen-Off Gestures การวาดนิ้วในลักษณะต่างๆ ขณะหน้าจอดับอยู่ เพื่อเปิดใช้งานคีย์ลัด เช่น แตะสองครั้งเพื่อปลุกหน้าจอ, วาดตัวอักษร O เพื่อเปิดแอปพลิเคชันกล้องถ่ายภาพ, วาดตัวอักษร V เพื่อเปิดใช้งานไฟฉาย และการวาดตัวอักษร < หรือ > เพื่อเปลี่ยนเพลง นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่ารูปแบบการวาดเพื่อเปิดใช้งานแอปพลิเคชันอื่นๆ ได้อีกด้วย



นอกจากนี้ยังสามารถเรียกใช้งาน Google Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะจาก Google บน realme 3 Pro ได้ด้วยเช่นกัน โดยกดค้างที่ปุ่ม Power ประมาณ 2 วินาที โดยผู้ใช้สามารถสั่งงานภายในตัวเครื่อง รวมถึงค้นหาสิ่งต่างๆ ที่ต้องการผ่านคำสั่งเสียง รวมถึง Google Lens บริการค้นหาวัตถุ สถานที่ หรือแปลภาษา เพียงการนำกล้องไปถ่ายวัตถุนั้นๆ


ตัวอย่างการใช้งานบริการ Google Lens


แอปพลิเคชัน Phone Manager เครื่องมือสำหรับจัดการประสิทธิภาพภายในตัวเครื่อง ทั้งการเคลียร์ไฟล์แคช (Cache File), จัดการความเป็นส่วนตัว หรือการสแกนไวรัส ซึ่งจะช่วยให้ตัวเครื่องมีความปลอดภัย และใช้งานได้รวดเร็วอยู่ตลอดเวลา


realme 3 Pro รองรับการใช้งานโหมดประหยัดพลังงาน ที่เมื่อกดใช้งานแถบแบตเตอรี่บนหน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง


รวมถึงโหมด High Performance เพื่อการประมวลผลในระดับสูงสุด กับแบตเตอรี่ความจุ 4045 mAh และรองรับเทคโนโลยีการชาร์จความเร็วสูงแบบ VOOC Flash Charge 3.0 (5V/4A) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0 - 100% ได้ในเวลา 80 นาที รวมถึงโหมด CABC (Content Adaptive Backlist Control) ที่ช่วยจัดการพลังงานให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น เรียกได้ว่าสามารถใช้งานได้ยาวนาน พร้อมทั้งประหยัดเวลาในการชาร์จอีกด้วย


ฟังก์ชัน Do Not Disturb สำหรับปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดแบบไม่มีการสั่นเตือน ยกเว้นการตั้งปลุกที่ผู้ใช้ตั้งค่าเอาไว้ โดยจะมีสัญลักษณ์รูปพระจันทร์ที่ด้านบนเมื่อเปิดการใช้งาน


realme 3 Pro ยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง Clone Apps สำหรับโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน ซึ่งในเบื้องต้นนั้นสามารถโคลนนิ่งได้เฉพาะแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook และ Line จึงทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์



นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน App Split-Screen ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานสองแอปพลิเคชันได้พร้อมๆ กัน ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ทั้งหมด 4 วิธี



ตัวอย่างการใช้งานพร้อมกัน 2 หน้าจอ


ในส่วนของเว็บเบราว์เซอร์ก็ตอบสนองต่อการใช้งาน ได้ดี ไหลลื่น และสามารถแสดงเนื้อหาทั้งหมดได้อย่างถูกต้องครบถ้วน


ทางด้านอัลบั้มภาพถ่ายนั้นสามารถแสดงภาพถ่ายได้ หลักๆ 2 แบบ คือ รวมภาพถ่ายทั้งหมด และแสดงแบบแยกอัลบั้ม


สำหรับท่านที่ใช้งาน realme 3 Pro เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่แล้วอยากย้ายข้อมูลจากสมาร์ทโฟนเครื่องเดิม ก็สามารถโอนย้ายข้อมูลด้วยแอปพลิเคชัน Clone Phone ได้ทันที


สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยบน realme 3 Pro มีทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner) โดยสามารถตั้งค่าการใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสำหรับปลุกการทำงานของเครื่อง หรือปลดล็อกหน้าจอได้ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ ซึ่งจากการทดสอบตัวเซ็นเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็วทันใจ


และการปลดล็อกด้วยใบหน้า (AI Facial Unlock) ที่สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถบันทึกได้เพียง 1 ใบหน้าเท่านั้น


realme 3 Pro รองรับการเล่นเพลง และไฟล์เสียงต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Music และสามารถเปิดใช้งานระบบเสียง Dirac ได้ โดยผู้ใช้สามารถสามารถปรับรูปแบบอีควอไลเซอร์ได้หลากหลาย รวมถึงเทคโนโลยี Smart PA ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้น (ระบบเสียง Dirac และเทคโนโลยี Smart PA จะต้องใช้งานร่วมกับหูฟังเท่านั้น)



ที่สำคัญ realme 3 Pro ยังรองรับฟังก์ชันเพื่อความเป็นส่วนตัวอย่าง App Encryption สำหรับล็อกแอปพลิเคชันต่างๆ ภายในตัวเครื่อง, Kids Space การจัดการแอปพลิเคชันสำหรับเด็ก รวมถึง Private Safe ที่เปรียบเสมือนตู้นิรภัยประจำสมาร์ทโฟน โดยผู้ใช้สามารถย้ายไฟล์รูปภาพ, ไฟล์เสียง, ไฟล์เอกสาร และไฟล์ประเภทอื่นๆ เข้าไปเก็บไว้ได้ ซึ่งจำเป็นต้องทำการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าใช้งาน นอกจากนี้ก็มีระบบรักษาความปลอดภัยเมื่อต้องกรอกรหัสผ่าน และการป้องกันการบันทึกหน้าจอที่เปิดเผยข้อมูลสำคัญ


สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง realme 3 Pro นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor


สามารถจับสัญญาณดาวเทียม GPS ในที่กลางแจ้งได้ดี พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของรัสเซีย โดยจากภาพตัวอย่างการทดสอบข้างต้นจะเห็นว่าสามารถจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 38 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 6 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ที่กำลังใช้งานอยู่ หรือสภาพอากาศด้วยนั่นเอง


realme 3 Pro มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 AIE แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.1 GHz พร้อม Multi-Core AI Engine หน่วยประมวลผลด้าน AI โดยเฉพาะ และมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 616, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้อีก 256GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย User Interface แบบ ColorOS 6.0 เวอร์ชันล่าสุด


realme 3 Pro มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 172,416 คะแนน และผลทดสอบจาก Geekbench 4 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 1,845 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 5,950 คะแนน


สำหรับการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน 3D Mark แบบ OpenGL ES 3.1 ได้คะแนนการทดสอบที่ 1,841 คะแนน ส่วนการทดสอบแบบ Vulkan ได้คะแนนการทดสอบที่ 1,747 คะแนน


realme 3 Pro รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด






อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจบน realme 3 Pro คือ Game Space ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์เหล่าเกมเมอร์โดยเฉพาะ ซึ่งผู้ใช้สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่างๆ ขณะเล่นเกม รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอได้

และใน Game Space ก็มี Graphics Acceleration สำหรับรีดประสิทธิภาพการประมวลผลของ GPU เพื่อให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลที่สุด รวมไปถึง Network Protection สำหรับจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อช่วยลดอาการแลคขณะเล่นเกมออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลา





จากการทดสอบด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสาม มิติอย่าง Marvel Future Fight, PUBG Mobile, ROV และ Asphalt Xtreme ก็พบว่า realme 3 Pro นั้นสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุก ซึ่งมีการสะสมความร้อนให้เห็นบ้าง แต่ก็ไม่ร้อนมากเกินไปด้วยการติด ตั้งแผ่นฟิล์ม Graphite ขนาดใหญ่เพื่อช่วยถ่ายเทความร้อนออกจากตัวเครื่องนั่นเอง






realme 3 Pro มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD Dewdrop Full Screen ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 (พื้นที่การแสดงผล 90.8%) ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล : 409 ppi) จึงสามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ Full HD 1080p ได้อย่างคมชัดเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ


การใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ



กล้องตัวหลักของ realme 3 Pro ที่ด้านหลังเป็นแบบคู่ (AI Dual Camera) ประกอบด้วย กล้องตัวแรกความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX519 ขนาด 1/2.6 นิ้ว มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.7 ส่วนกล้องตัวที่สองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4  โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์เรียบง่าย สบายตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน ได้แก่ การเปิดปิดไฟแฟลช, ฟังก์ชัน HDR, ฟังก์ชัน ChromaBoost และฟีลเตอร์




และมาพร้อมกับฟังก์ชัน AI Scene Recognition สำหรับในการตรวจจับซีนในแต่ละภาพ เพื่อนำไปปรับแต่งให้เหมาะสม ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากทั้งหมด 16 หมวดหมู่


realme 3 Pro มาพร้อมกับโหมด AI Beautification สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์


และโหมดหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) ที่สามารถใส่ฟีลเตอร์แบบต่างๆ ได้



realme 3 Pro ยังมาพร้อมโหมด Nightscape สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืนโดยเฉพาะ



สำหรับการถ่ายโหมด PANO, Expert กับรายละเอียดการตั้งค่าต่างๆ ที่ครบครัน และครอบคลุมสำหรับช่างภาพแทบทั้งหมด พร้อมโหมด Ultra HD สำหรับถ่ายภาพความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล ก็มีให้เลือกใช้บน realme 3 Pro ด้วยเช่นกัน




การถ่ายวิดีโอบน realme 3 Pro สามารถบันทึกความละเอียดสูงสุดในโหมดปกติได้ที่ระดับ 4K UHD รวมถึงการใส่ฟีลเตอร์แบบต่างๆ


พร้อมรองรับฟังก์ชัน SLO-MO ที่ 960 fps ระดับ 720p และ TIME-LAPSE



ทางด้านกล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบ AI มีความคมชัด 25 ล้านพิกเซล กับขนาดรูรับแสงที่ F/2.0 โดยมีหน้าตา Interface ที่สามารถใช้งานได้ง่ายเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งแสดงไอคอนเอาไว้ให้ใช้งานได้ทันที ทั้งการเปิดปิดไฟแฟลช, ฟังก์ชัน HDR และฟีลเตอร์


realme 3 Pro รองรับเทคโนโลยี AI Beautification สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ โดยสามารถปรับโครงหน้าได้อย่างอิสระ


สำหรับโหมดหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) ใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี AI Beautification ที่ปรับโครงหน้าได้อย่างอิสระ


และสามารถใส่ฟีลเตอร์แบบต่างๆ ได้



การถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าของ realme 3 Pro รองรับความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p และสามารถใส่ฟีลเตอร์แบบต่างๆ รวมถึงรองรับฟังก์ชัน PANO และ TIME-LAPSE


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหลัง แบบคู่ (AI Dual Camera) ความละเอียดระดับ 16+5 ล้านพิกเซล ของ realme 3 Pro






ภาพถ่ายจากโหมดปกติ พร้อมเปิดฟังก์ชัน AI Scene Recognition


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ พร้อมเปิดฟังก์ชัน ChromaBoost


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ พร้อมเปิดฟังก์ชัน ChromaBoost


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ พร้อมเปิดฟังก์ชัน ChromaBoost


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ พร้อมเปิดฟังก์ชัน ChromaBoost


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ พร้อมเปิดฟังก์ชัน ChromaBoost


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ พร้อมเปิดฟังก์ชัน ChromaBoost


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ ในเวลากลางคืน


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ พร้อมเปิดฟังก์ชัน ChromaBoost ในเวลากลางคืน





ภาพถ่ายจากโหมด Nightscape ในเวลากลางคืน


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหน้า AI ความละเอียด 25 ล้านพิกเซลของ realme 3 Pro

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมด AI Beautification ที่ระดับ 50%


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อมเปิดฟังก์ชัน AI Beautification ที่ระดับ 50%


ภาพถ่ายจากโหมดปกติแบบย้อนแสง (ปิดฟังก์ชัน HDR)


ภาพถ่ายจากโหมดปกติแบบย้อนแสง พร้อมเปิดฟังก์ชัน HDR


สรุปผลการทดสอบของ realme 3 Pro

จากการทดสอบทั้งหมดในข้างต้นพอจะกล่าวได้ว่า realme 3 Pro เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีฟีเจอร์ที่ครบเครื่องน่าสนใจ ในราคาที่คุ้มค่าน่าจับจองไม่แพ้ใคร ด้วยหน้าจอไร้ขอบแบบ Dewdrop Full Screen ขนาดใหญ่ 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ที่มีพื้นที่การแสดงผลถึง 90.8% พร้อมความคมชัดระดับ Full HD+ ที่สามารถ ชมคอนเทนต์ที่ความละเอียด Full HD ได้อย่างคมชัดเต็มอรรถรส ในมุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ และครอบทับด้วยกระจก 2.5D Corning Gorilla Glass 5 เพื่อช่วยป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนบนหน้าจอ สำหรับด้านหลังก็มีดีไซน์โดดเด่นแบบ 3D Speedway กับความเงางามคล้ายกระจก พร้อมไล่เฉดสี และการแกะสลักในระดับไมครอนลากยาว สะท้อนเล่นกับแสงตามมุมที่ตกกระทบได้เป็นลวดลายตัว S แบบ Vibrant Waistline ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสนามแข่งรถยนต์รายการเลอม็องส์ (Le Mans) ของประเทศฝรั่งเศส เพื่อสื่อถึงความเร็ว ซึ่งเพิ่มความพรีเมียมให้กับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี

สเปกของ realme 3 Pro ก็จัดมาให้แบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 710 AIE พร้อมด้วย Multi-Core AI Engine หน่วยประมวลผลด้าน AI โดยเฉพาะ และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 616 รวมถึงเทคโนโลยี Hyper Boost 2.0 ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพของการทำงานโดยรวม 3 ด้านหลักๆ ได้แก่ แอปพลิเคชัน (AppBoost), ระบบ (SystemBoost) และเกม (GameBoost 2.0) ให้ดีขึ้น โดยใน GameBoost 2.0 ก็แยกออกเป็น TouchBoost สำหรับช่วยเพิ่ม Response Rate ในเกมที่เน้นกราฟิกได้มากขึ้น 16.2% และ FrameBoost ที่ช่วยลดปัญหาเฟรมเรทตก พร้อมล็อกเฟรมเรทให้อยู่ในระดับสูง ซึ่งมีความมั่นคงมากขึ้นถึง 38% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

 

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ตัวจริงอย่าง Game Space และ Game Assistant ที่ผู้ใช้สามารถบล็อกการแจ้งเตือน ให้อยู่ในรูปแบบ Pop-up ขณะเล่นเกมแทน รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอได้ และใน Game Space ก็มี Graphics Acceleration สำหรับรีดประสิทธิภาพการประมวลผลของ GPU เพื่อให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลที่สุด รวมไปถึง Network Protection สำหรับจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อช่วยลดอาการแลคขณะเล่นเกมออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าสามารถเล่นเกมตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงเกมที่เน้นกราฟิกได้แบบ ไม่มีสะดุด รวมถึงลำโพงเสียงแบบ Super Linear พร้อมเทคโนโลยี Smart PA ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้น และดังมากขึ้น 2 เท่า เพื่อช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกม หรือการชมภาพยนตร์นั่นเอง

realme 3 Pro รุ่นที่ทางทีมงานนำมารีวิวนั้น มีความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB พร้อมความจุภายใน (ROM) ขนาด 128GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้อีก 256GB และหมดปัญหาการเลือกใช้งานในช่องซิมการ์ดที่สอง เนื่องจาก realme 3 Pro รองรับถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot ที่รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด + 1 microSD Card ได้ในเวลาเดียวกัน โดยทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.0 เวอร์ชันล่าสุดที่มี User Interface รูปแบบใหม่หมดจด บนพื้นฐานของ Android 9.0 Pie ที่รองรับผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Google Assistant ที่ผู้ใช้สามารถสั่งงานภายในตัวเครื่อง รวมถึงค้นหาสิ่งต่างๆ ที่ต้องการผ่านคำสั่งเสียง รวมถึงบริการ Google Lens บริการค้นหาวัตถุ หรือสถานที่ด้วยการนำกล้องไปถ่ายวัตถุนั้นๆ ได้อย่างง่ายดาย

สำหรับแบตเตอรี่นั้นให้มาที่ 4045 mAh ที่ลดลงจากรุ่น realme 3 อยู่เล็กน้อย แต่ก็ทดแทนด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ VOOC Flash Charge 3.0 (5V/4A) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-100% ได้ในเวลา 80 นาที พร้อมโหมด CABC (Content Adaptive Backlist Control) ที่ช่วยลดการใช้พลังงาน จึงทำให้ใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น เรียกได้ว่าสามารถใช้งานได้ยาวนาน และไม่ต้องรอการชาร์จแบตเตอรี่นานๆ เหมือนกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น

 

realme 3 Pro มากับระบบกล้องหลังแบบคู่ (Dual Camera) ประกอบด้วย กล้องตัวแรกความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX519 ขนาด 1/2.6 นิ้ว มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.7 ส่วนกล้องตัวที่สองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 ซึ่งรองรับเทคโนโลยีการโฟกัสภาพแบบ Dual Pixel, ฟีเจอร์สำหรับถ่ายภาพในเวลากลางคืนโดยเฉพาะอย่าง Nightscape, โหมด Ultra HD สำหรับถ่ายความความละเอียดสูงสุดที่ 64 ล้านพิกเซล, ฟีเจอร์ ChromaBoost, การถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait), ฟีเจอร์ AI Scene Recognition ทั้งหมด 16 หมวดหมู่ และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD รวมถึงระบบกันสั่นแบบ EIS สำหรับการถ่ายวิดีโอ ส่วนกล้อง หน้ารองรับเทคโนโลยี AI ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Pixel โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0 รองรับเทคโนโลยี AI Beautification สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ นอกจากนี้ยังรองรับการปลดล็อกหน้าจอด้วยใบหน้า (AI Facial Unlock) ที่ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Unlock) อีกด้วย

 

นอกจากฟีเจอร์เด่นในข้างต้น realme 3 Pro ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์อรรถประโยชน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การสแตนด์บายบนเครือข่าย 4G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิมการ์ดแบบ Dual 4G, ฟีเจอร์ Clone Apps ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่าง Facebook หรือ Line ได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์, ฟีเจอร์ App Split-Screen ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานสองแอปพลิเคชันได้พร้อมๆ กัน, ฟังก์ชัน Smart Slider สำหรับเรียกใช้งานคีย์ลัด และแอปพลิเคชันต่างๆ ผ่านการสไลด์ที่บริเวณขอบสีขาวที่หน้าจอ และ Screen-Off Gestures การวาดนิ้วในลักษณะต่างๆ ขณะหน้าจอดับอยู่ เพื่อเปิดใช้งานคีย์ลัด รวมถึงการบันทึกภาพหน้าจอแบบยาว พร้อมทั้งฟีเจอร์อำนวยความสะดวกสำหรับท่านที่เปลี่ยนมาใช้งาน realme 3 Pro ด้วยฟังก์ชัน Clone Phone ที่สามารถทำการโอนถ่ายข้อมูลจาก สมาร์ทโฟนเครื่องเดิมได้ทันที นอกจากนี้ยังรองรับระบบเสียง Dirac ที่ผู้ใช้สามารถปรับรูปแบบอีควอไลเซอร์ได้หลากหลาย โดยจำเป็นต้องเชื่อมต่อหูฟังก่อน

 

สุดท้ายนี้ realme 3 Pro ยังให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว ด้วย App Encryption สำหรับล็อกแอปพลิเคชันต่างๆ ภายในตัวเครื่อง และ Private Safe ที่เปรียบเสมือนตู้นิรภัยประจำสมาร์ทโฟน โดยผู้ใช้สามารถย้ายไฟล์รูปภาพ, ไฟล์เสียง, ไฟล์เอกสาร และไฟล์ประเภทอื่นๆ เข้าไปเก็บไว้ได้ ซึ่งจำเป็นต้องทำการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าใช้งาน รวมถึงก็มีระบบรักษาความปลอดภัยเมื่อต้องกรอกรหัสผ่าน และการป้องกันการบันทึกหน้าจอที่เปิดเผยข้อมูลสำคัญ รวมไปถึงการจัดการแอปพลิเคชันสำหรับเด็กโดยเฉพาะอย่าง Kids Space

และจากการทดสอบทั้งหมดพอจะสรุปได้ว่า realme 3 Pro เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ พร้อมสเปกครบเครื่อง เน้นการใช้งานด้านความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม หรือชมภาพยนตร์ และซีรีส์เรื่องโปรดได้แบบต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดเร็ว บนการดีไซน์ตัวเครื่องเงางามแบบไล่เฉดที่กำลังเป็นที่นิยม รวมถึงฟังก์ชันการถ่ายรูปทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง ผสานเทคโนโลยี AI และฟีเจอร์สำหรับถ่ายภาพที่ครบครัน ในราคาที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไป

ล่าสุดช่วงเย็นของวันนี้ (15 พฤษภาคม 2019) realme 3 Pro ก็ได้เปิดตัว และเปิดราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว โดยเริ่มต้นที่ 6,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 4GB+ROM 64GB และ 8,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 6GB+ROM 128GB กับตัวเลือก 3 สีได้แก่ Lightning Purple, Nitro Blue และ Carbon Grey พร้อมเริ่มวางจำหน่ายวันนี้เป็นวันแรก และมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

 

สรุปข้อมูลราคา, การวางจำหน่าย และโปรโมชั่น ของ realme 3 Pro ในประเทศไทย

realme 3 Pro รุ่น RAM 4GB+ROM 64GB เริ่มวางจำหน่ายเเล้ววันนี้ (15 พฤษภาคม 2019) ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ที่ LAZADA ในราคาโปรโมชั่นที่ 6,599 บาท (จากปกติ 6,999 บาท) เรียกว่าได้ความคุ้มเพิ่มอีกต่อ แต่ราคานี้มี เฉพาะช่วงเวลาพิเศษเท่านั้น (Flash Sale) คือตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม 2019 ไปจนถึงเวลา 19.59 น. ของวันที่ 16 พฤษภาคม 2019 กล่าวคือมีเวลาเพียงแค่ 1 วัน ซึ่งหากท่านใดสนใจก็คงต้องรีบตัดสินใจกันสักนิด

 

ส่วน realme 3 Pro รุ่น RAM 6GB+ROM 128GB มีราคาอยู่ที่ 8,999 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2019 เป็นต้นไป ที่ True Shop และ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

 

และตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม นี้ เป็นต้นไป หากซื้อเครื่อง realme 3 Pro พร้อมแพ็กเกจของ TrueMove H ที่ร่วมรายการ ก็จะได้รับส่วนลดค่าเครื่องมากเป็นพิเศษ เหลือเริ่มต้นเพียง 4,499 บาท สำหรับรุ่น RAM 6GB+ROM 128GB ท่านใดสนใจก็สามารถแวะไปสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ True Shop ทั่วประเทศ

 

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง realme ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง realme 3 Pro มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ



จุดเด่นของ realme 3 Pro

- ตัวเครื่องดีไซน์เงางามคล้ายกระจกแบบ 3D Speedway พร้อมการแกะสลักเป็นขนาดไมครอนลากยาว สะท้อนเล่นกับแสงตามมุมที่ตกกระทบได้เป็นลวดลายตัว S แบบ Vibrant Waistline ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสนามแข่งรถยนต์รายการเลอม็อง (Le Mans) ของประเทศฝรั่งเศส โดยมีทั้งหมด 3 ตัวเลือก ได้แก่ Lightning Purple, Nitro Blue และ Carbon Grey
- หน้าจอแสดงผล IPS LCD Dewdrop Full Screen ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีพื้นที่การแสดงผลคิดเป็น 90.8% ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) และครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 2.5D Corning Gorilla Glass 5

- ชิปเซ็ตประมวลผล (CPU) Qualcomm Snapdragon 710 AIE แบบ Octa-Core Processor ที่มีความเร็ว 2.2 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 616
- เทคโนโลยี HyperBoost 2.0
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB หรือ 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB หรือ 128GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ความจุ 256GB
- ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Dual nanoSIM) และ microSD Card ได้ในเวลาเดียวกัน
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า AI ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 โดยพร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Pixel, เทคโนโลยี AI Beautification และการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (AI Portrait)
- กล้องดิจิทัลด้านแบบคู่ (AI Dual Camera) ประกอบด้วย กล้องตัวแรกความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX519 ขนาด 1/2.6 นิ้ว มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.7 ส่วนกล้องตัวที่สองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 ซึ่งรองรับเทคโนโลยีการโฟกัสภาพแบบ Dual Pixel, ฟีเจอร์สำหรับถ่ายภาพในเวลากลางคืนโดยเฉพาะอย่าง Nightscape, โหมด Ultra HD สำหรับถ่ายความความละเอียดสูงสุดที่ 64 ล้านพิกเซล, ฟีเจอร์ ChromaBoost, การถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait), ฟีเจอร์ AI Scene Recognition ทั้งหมด 16 หมวดหมู่ และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD รวมถึงระบบกันสั่นแบบ EIS สำหรับการถ่ายวิดีโอ
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) ที่ด้านหลังตัวเครื่อง
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (AI Facial Unlock)
- ฟังก์ชัน Clone Apps สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์
- ฟังก์ชัน App Split-Screen สำหรับใช้งานพร้อมกัน 2 หน้าจอ
- ฟังก์ชัน Game Assistant ช่วยในเรื่องของภาพให้ออกมาสมจริง พร้อมเพิ่มอรรถรสเวลาเล่นเกม
- ฟังก์ชัน Game Space ที่สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่างๆ รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอขณะเล่นเกมได้
- ช่องเสียบหูฟังมาตรฐานแบบ 3.5 มิลลิเมตร
- แบตเตอรี่ความจุ 4045 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0 (5V/4A)
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie พร้อมครอบทับด้วย ColorOS 6.0
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 4G LTE, 3G, EDGE, GPRS และ WiFi
- ระบบ GPS+A-GPS ในตัว พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของประเทศรัสเซีย และ Beidou ของประเทศจีน
- ราคา 6,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 4GB+ROM 64GB และ 8,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 6GB+ROM 128GB ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ realme 3 Pro

- ด้านหลังตัวเครื่องมีพื้นผิวมันวาว จึงอาจเกิดคราบเปื้อน หรือรอยนิ้วมือได้ง่าย
- กรอบตัวเครื่องไม่ใช่โลหะ
- หน้าจอ Dewdrop Full Screen ในอัตราส่วน 19.5:9 ยังไม่สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันทั้งหมดได้
- ด้วยความที่หน้าจอมีขอบบาง อาจทำให้อุ้งมือของผู้ใช้ไปสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจ
- พอร์ตเชื่อมต่อยังคงเป็นแบบ microUSB ยังไม่ใช่แบบ USB Type-C


โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง บ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *


สรุปคุณสมบัติตัวเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ realme 3 Pro ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ realme 3 Pro รุ่น RAM 4GB+ROM 64GB
สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ realme 3 Pro รุ่น RAM 6GB+ROM 128GB

 

 

 

วันที่ : 15/05/2019