ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 27/04/2022



 

รีวิว OPPO Find X5 Pro 5G สุดยอดสมาร์ทโฟนเรือธงกล้อง Hasselblad พร้อม MariSilicon X กันสั่น 5 แกน และสเปกระดับไฮเอนด์ บนดีไซน์เซรามิกสวยหรู
 

27 เมษายน 2022 - เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา OPPO ประเทศไทยเพิ่งได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟล็กชิปตระกูล Find Series รุ่นใหม่ล่าสุดไปแบบยิ่งใหญ่อลังการนั่นคือ OPPO Find X5 Pro 5G พร้อมทั้งเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในวันเดียวกัน ซึ่งด้วยความสามารถระดับสูงที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะด้านการถ่ายภาพ และการบันทึกวิดีโอระดับโปรที่โดดเด่นเป็นพิเศษ จึงเรียกเสียงฮือฮาจากสื่อต่าง ๆ ได้อย่างท่วมท้น และทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมมีแรงกระเพื่อมขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าพวกเราทีมงาน Thaimobilecenter ก็ไม่พลาดที่จะนำมารีวิวให้ทุกท่านได้ชมกันครับ

 

OPPO Find X5 Pro 5G มาในบอดี้เซรามิกสุดพรีเมียม รูปทรง Unibody ผสานเส้นโค้งธรรมชาติ ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน และผ่านกระบวนการผลิตที่ละเอียด โดยมี 2 สีให้เลือก คือ Ceramic White และ Glaze Black ขณะเดียวกันยังมีคุณสมบัติของการทนน้ำ-ทนฝุ่นในระดับ IP68 จึงสามารถใช้งานได้แบบหายห่วงแม้จะเปียกฝน หรือตกน้ำ

ตัวเครื่องมีหน้าจอขอบโค้งสองด้านแบบ LTPO AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว คมชัดระดับ QHD+ พร้อมรองรับอัตรารีเฟรชแบบ Dynamic Refresh Rate สูงสุดที่ 120Hz, การแสดงผลสีสันได้ 1.07 พันล้านสี (10-bit), การการันตีคุณภาพระดับ A+ จากทาง DisplayMate, มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอติดตั้งมาให้ และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass Victus จึงเรียกได้ว่านี่คือหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอที่ดีที่สุดอันดับต้น ๆ ในชั่วโมงนี้ 

ไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดของ OPPO Find X5 Pro 5G คือคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพที่จัดว่าสุดยอดทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ โดยเลือกใช้เซนเซอร์รับภาพระดับโปรรุ่นใหม่อย่าง Sony IMX766 ที่มีขนาดใหญ่ถึง 1/1.56 นิ้ว ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ทั้งในส่วนของกล้อง Wide และกล้อง Ultra Wide เสริมด้วยกล้อง Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ที่รองรับการซูมแบบ Hybrid Optical Zoom ได้ 5 เท่า พร้อมด้วยระบบป้องกันการสั่นสุดล้ำแบบ SLR-Level 5-Axis Image Stabilization ระดับโปร

 

ที่สำคัญคือ ชุดกล้องได้รับการพัฒนาร่วมกับแบรนด์กล้องระดับโลกอย่าง Hasselblad ทำให้รูปถ่ายมีสีสันที่เป็นธรรมชาติ ใกล้เคียงกับที่ตาเห็นมากที่สุด ตามเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้ ขณะเดียวกัน ระบบกล้องยังขับเคลื่อนด้วย MariSilicon X Imaging NPU ที่เกิดจากกระบวนการผลิตระดับ 6 นาโนเมตร ที่ดีไซน์โดย OPPO ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพของการถ่ายวิดีโอ 4K ในเวลากลางคืน (4K Ultra Night Video) ให้คมชัดกว่าที่เคย และดึงความสวยงามของรูปถ่ายออกมาได้อย่างเต็มที่ในทุกสภาพแสงอีกด้วย

ด้านการประมวลผล OPPO Find X5 Pro 5G เลือกใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 1 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดของฝั่ง Android ณ ขณะนี้ จับคู่กับหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 12GB กับหน่วยความจำภายในแบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB จึงสามารถรองรับการทำงานได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่การใช้งานพื้นฐาน ไปจนถึงงานที่ต้องอาศัยพลังการประมวลผลระดับสูง หรือการเล่นเกมที่มีกราฟิกสวย ๆ นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จความเร็วสูงแบบ 80W SUPERVOOC Flash Charge พร้อมระบบชาร์จไร้สายความเร็วสูงแบบ 50W AIRVOOC ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ ColorOS 12.1 ที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Android 12

 

จากคุณสมบัติที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น เรียกได้ว่า OPPO Find X5 Pro 5G เป็นมือถือแฟล็กชิปที่ไม่ธรรมดา และมีความสามารถระดับไฮเอนด์รอบด้านที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร การใช้งานจริงจะน่าประทับใจแค่ไหน ไปติดตามกันต่อใน รีวิว OPPO Find X5 Pro 5G โดยทีมงาน Thaimobilcenter กันได้เลยครับ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

OPPO Find X5 Pro 5G มีดีไซน์ตัวเครื่องที่คล้ายกับรุ่นก่อนหน้า แต่มีการปรับปรุงรายละเอียดหลายส่วนด้วยกัน โดยเน้นรูปทรงที่มีความโค้งมนรอบด้าน และบอดี้ที่ผสานกันเป็นชิ้นเดียว โดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากอวกาศ และดีไซน์ยุคอวกาศของการลงจอดยานบนดวงจันทร์ พร้อมคุณสมบัติของการทนน้ำ-ทนฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 ส่วนด้านหลังของตัวเครื่องเป็นวัสดุ Nanometer Microcrystalline Ceramic ที่มีความมันวาวในตัว และแข็งแรงกว่ากระจก จึงเกิดรอยขีดข่วนได้ยากแม้ไม่ใส่เคส


ด้านหน้าของตัวเครื่องเป็นหน้าจอแสดงผลขอบโค้ง ซึ่งเป็นจอแบบ LTPO AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+ (3216x1440) ที่สามารถรองรับอัตราการรีเฟรชได้สูงสุด 120 Hz และสามารถปรับลดอัตรารีเฟรชให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติ ทำให้ประหยัดแบตเตอรี่มากขึ้น (Dynamic Refresh Rate) นอกจากนี้ยังรองรับความลึกสีแบบ 10-bit หรือสามารถแสดงผลสีสันได้ถึง 1.07 พันล้านสี ส่วนกระจกจอเป็น Gorilla Glass Victus ที่แข็งแกร่งที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ ส่วนกล้องหน้าของ OPPO Find X5 Pro 5G นั้นเป็นแบบ Punch-hole ซึ่งติดตั้งที่บริเวณมุมซ้ายบนของหน้าจอ โดยเป็นกล้องความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงขนาด f2.4


กล้องหลังของ OPPO Find X5 Pro 5G เป็นชุดกล้อง 3 ตัว และเป็นครั้งแรกที่มีการพัฒนาร่วมกับ Hasselblad พร้อมติดตั้ง MariSilicon X Imaging NPU ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพของรูปถ่าย และวิดีโอ โดยกล้องแต่ละตัวประกอบด้วย

-  กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX766 ขนาด 1/1.56 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.7, มุมรับภาพ 80 องศา (ทางยาวโฟกัส 25 มิลลิเมตร), ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ All-Pixel Omni-Directional PDAF, มอเตอร์โฟกัสแบบ Closed-Loop Focus Motor, ระบบป้องกันการสั่นแบบ Dual-OIS 5-Axis Stabilization และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์ (1G6P)
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX766 ขนาด 1/1.56 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2, มุมรับภาพ 110.3 องศา (ทางยาวโฟกัส 15 มิลลิเมตร), ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ All-Pixel Omni-Directional PDAF, มอเตอร์โฟกัสแบบ Closed-Loop Focus Motor, ระยะโฟกัสใกล้สุด (Macro) 4 เซนติเมตร และโครงสร้างแบบ 7 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/3.4 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f2.4, มุมรับภาพ 45 องศา (ทางยาวโฟกัส 52 มิลลิเมตร), ระบบซูมแบบ 5x Hybrid Optical Zoom, ระบบซูมแบบ 20x Digital Zoom, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์


ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และมีลำโพงสนทนาอยู่ที่ขอบจอ ซึ่งทำหน้าที่เป็นลำโพงเสียงตัวที่สองด้วย

 

ส่วนด้านล่างมีลำโพงเสียงตัวหลัก, ไมโครโฟนตัวหลัก, พอร์ต USB Type-C และช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Dual-Slot (Nano SIM) นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งาน eSIM ได้ด้วย


ด้านขวามีปุ่ม Power ซึ่งถูกแต้มสีเขียวให้มีความโดดเด่นในสไตล์ OPPO ส่วนด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง 2 ปุ่ม


สำหรับอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในกล่อง ได้แก่ สายชาร์จแบบ USB Type-C, อแดปเตอร์ชาร์จไวแบบ SUPERVOOC ที่มีกำลังไฟสูงสุด 80W, เข็มถอดถาดซิมการ์ด, เคส TPU อย่างดี, ใบรับประกัน และบัตรดำสำหรับเข้ารับบริการแบบพรีเมียมที่ศูนย์บริการ ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษเฉพาะผู้ที่ซื้อสมาร์ทโฟนพรีเมียมของ OPPO เท่านั้น


เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์

OPPO Find X5 Pro 5G มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 12 ที่ครอบทับด้วย ColorOS 12 เวอร์ชันล่าสุด ฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้รับการอัปเดตให้สดใหม่พร้อมใช้งาน บนดีไซน์แบบ Flat Art ที่ดูเรียบง่ายสบายตา และการควบคุมที่ง่ายยิ่งขึ้น


OPPO Find X5 Pro 5G ให้อิสระแก่ผู้ใช้ในการปรับแต่งคุณลักษณะของหน้าจออย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นวอลเปเปอร์, ไอคอน, ธีม ไปจนถึงการปรับขนาดของรูปแบบตัวอักษร และโปรไฟล์สีของหน้าจอ


ในส่วนของวอลเปเปอร์ และธีมจะมีร้านค้าของทาง OPPO โดยเฉพาะให้เลือกซื้อมาใช้มากมายหลายแบบ ส่วนใหญ่จะมีราคาอยู่ที่ 30 บาท แต่สามารถทดลองใช้ฟรีเพื่อดูตัวอย่างก่อนซื้อได้


และยังสามารถเลือกคู่สีที่จะใช้ในธีม, เปลี่ยนรูปทรงของไอคอนในแถบการตั้งค่าด่วน และไอคอนแอปพลิเคชันบนหน้าจอเริ่มต้นได้


สำหรับฟอนต์ตัวอักษรก็เปลี่ยนได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นขนาด หรือรูปแบบ โดยสามารถดาวน์โหลดฟอนต์สวย ๆ ได้บนร้านค้าของ OPPO เช่นเดียวกับธีมและวอลเปเปอร์


เอฟเฟกต์แอนิเมชันการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอก็เปลี่ยนได้เช่นกัน โดยมีให้เลือก 8 แบบ


สำหรับ การแสดงผลหน้าจอตลอดเวลา หรือ Always-on Display นั้น จะแสดงเวลา, การแจ้งเตือนแบบย่อ และแอนิเมชันบนหน้าจอในขณะที่ปิดหน้าจอ ช่วยให้เราดูเวลา และการแจ้งเตือนบางอย่างได้โดยไม่ต้องปลดล็อกตัวเครื่อง และยังทำหน้าที่เป็น Screen Saver ช่วยป้องกันอาการจอเบิร์นได้ด้วย โดยผู้ใช้สามารถเลือกเปลี่ยนลักษณะของนาฬิกา, แอนิเมชัน และสีสันของตัวหนังสือได้หลายรูปแบบเช่นกัน



สำหรับใครที่รู้สึกว่าแถบควบคุม (Navigation Bar) ยังใช้งานไม่ค่อยถนัด ก็สามารถมาปรับได้เช่นกัน โดยมีแบบ 3 ปุ่มมาตรฐาน และแบบที่ใช้การปัดนิ้วให้เลือกใช้


สำหรับ โหมดกลางคืน ถือเป็นฟีเจอร์มาตรฐานที่สมาร์ทโฟนยุคใหม่ต้องมี แน่นอนว่า OPPO Find X5 Pro 5G ก็มีเช่นกัน และยังสามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดการใช้งานอัตโนมัติได้อีก


หากรู้สึกไม่ถูกใจสีสันของหน้าจอ สามารถเข้าไปปรับได้ที่การตั้งค่า โหมดสีหน้าจอ และปรับอุณหภูมิสีได้ตามต้องการ


สำหรับ ตัวปรับสีวิดีโอ จะช่วยให้สีสันของคลิปวิดีโอดูสด และอิ่มขึ้น โดยใช้เทคโนโลยี SDR-to-HDR ในการเพิ่มขอบเขตสีให้กว้างยิ่งขึ้น แต่ก็จะกินแบตเตอรี่มากขึ้นด้วยเช่นกัน


OPPO Find X5 Pro 5G สามารถปรับความละเอียดของหน้าจอได้ 2 ระดับ คือ FHD+ กับ QHD+ หรือจะเลือกให้ปรับอัตโนมัติตามคอนเทต์ก็ได้ และหน้าจอยังรองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz และสามารถปรับลดให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ได้โดยอัตโนมัติเช่นกัน ทำให้ประหยัดแบตเตอรี่กว่า


ด้านความปลอดภัย OPPO Find X5 Pro 5G รองรับทั้งการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และการสแกนใบหน้า


เป็นเครื่องมือบำรุงรักษาระบบ สามารถล้างไฟล์ขยะ และสแกนหาไวรัสได้ และยังมีเครื่องมืออื่น ๆ ให้เลือกใช้อีกหลายอย่างด้วย


สำหรับเครื่องมือที่น่าสนใจ จะเป็นเครื่องมือเกี่ยวกับการรักษาความเป็นส่วนตัว ได้แก่ การล็อคแอป, ซ่อนแอป, ความปลอดภัยส่วนตัว และการโคลนระบบ


การล็อคแอป จะเป็นการใส่รหัสผ่านให้แก่แอปพลิเคชัน เพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกเปิดใช้งานแอปได้ ส่วนการซ่อนแอป แอปนั้นจะหายไปจากหน้าจอเริ่มต้น และไม่แสดงแจ้งเตือนใด ๆ หากต้องการเรียกดูแอป จะต้องกดรหัสที่เราได้ตั้งไว้จากแป้นตัวเลขให้ถูกต้องเสียก่อน


การโคลนระบบ คือการสร้างระบบใหม่ขึ้นมาบนสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวกัน โดยทั้ง 2 ระบบจะแยกจากกันอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถเข้าถึงไฟล์ หรือใช้แอปข้ามระบบกันได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแยกระบบสำหรับการทำงาน และเรื่องส่วนตัวออกจากกัน โดยไม่ต้องซื้อมือถือ 2 เครื่อง


ด้านการฟังเพลง OPPO Find X5 Pro 5G มีแอปพลิเคชันมาให้อยู่แล้ว และมีโปรไฟล์เสียงให้เลือกหลายแบบ พร้อมเอฟเฟกต์เสียง Dolby Atmos


สำหรับการเล่นวิดีโอ แอปพื้นฐานที่ติดมากับตัวเครื่องจะมีลูกเล่นไม่มากนัก แต่ให้ภาพและเสียงที่มีคุณภาพสูง ไม่มีปัญหาในการเล่นไฟล์วิดีโอที่มีความละเอียดสูง ๆ แต่อย่างใด


ในส่วนของการเล่นเกม OPPO Find X5 Pro 5G จะมีพื้นที่สำหรับการเล่นเกมที่จะเก็บเกมต่าง ๆ เอาไว้ และทำให้สามารถใช้ โหมดโฟกัสเกม ได้ ซึ่งจะปิดกั้นการแจ้งเตือนทุกประเภท, สายโทรเข้า, นาฬิกาปลุก รวมไปถึงตัวช่วยเหลือในการเล่นเกมด้วย เพื่อให้เราได้โฟกัสกับการเล่นเกมจริง ๆ เหมาะสำหรับแมตช์การเล่นที่จริงจัง และต้องการใช้สมาธิ


สำหรับเครื่องมือช่วยเหลือขณะเล่นเกมนั้น มีอินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย ไม่เกะกะ สามารถเลือกปิดกั้นการแจ้งเตือนแต่ละรายการ และปรับแสงหน้าจอได้ทันทีจากแถบเมนูลับที่ซ่อนอยู่บริเวณขอบจอด้านซ้าย อีกทั้งยังสามารถแสดงข้อมูลการทำงานของ CPU และ GPU รวมถึงตัวเลข FPS นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นในการเปลี่ยนเสียงขณะแชทอีกด้วย

ในการทดสอบประสิทธิภาพการเล่นเกมของ OPPO Find X5 Pro 5G ทางทีมงานได้เลือกทดสอบด้วยเกม 3 เกม ได้แก่ Genshin Impact, Seven Knights 2 และ PUBG New State โดยตั้งค่ากราฟิกระดับสูงสุดทุกเกม ดังนี้


การตั้งค่าเกม Genshin Impact

 

การตั้งค่าเกม Seven Knights 2

 

การตั้งค่าเกม PUBG Mobile New State

 

สำหรับการเล่นเกมนั้น แน่นอนว่า OPPO Find X5 Pro 5G สามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะมากับชิปเซ็ตประมวลผลระดับท็อปอย่าง Snapdragon 8 Gen 1 พร้อม RAM แบบ LPDDR5 อีก 12GB ดังนั้นไม่ว่าเกมไหนก็เอาอยู่ และสามารถปรับกราฟิกในระดับสูงสุดได้ทุกเกม โดยที่ยังคงรักษา FPS ไว้ได้ในระดับที่น่าพอใจ นอกจากนี้ยังฟีเจอร์สนับสนุนการเล่นเกมที่ออกแบบมาอย่างดี ไม่เกะกะเวลาเล่น และเข้าถึงคำสั่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ตัวเครื่องค่อนข้างร้อนพอสมควรหากเล่นเกมโดยปรับกราฟิกสูงสุดไว้ตลอด ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 1 ทุกรุ่น จึงแนะนำว่าควรเล่นบนกราฟิกระดับกลาง ๆ จะสบายมือ และถนอมแบตเตอรี่มากกว่าครับ


OPPO Find X5 Pro 5G ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8 Gen 1 แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.9 GHz มีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 730, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 12GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 256GB


 OPPO Find X5 Pro 5G วัดค่า benchmark จากแอปพลิเคชัน AnTuTu ได้ 820635 คะแนน และจากแอปพลิเคชัน Geekbench 5 ได้ 960 คะแนนสำหรับการประมวลผลแกนเดี่ยว (Single-Core) และ 3405 คะแนนสำหรับการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core)


และสำหรับการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน 3D Mark ด้วยชุดทดสอบ Wild Life ได้คะแนนการทดสอบที่ 9500 คะแนน ที่ FPS เฉลี่ย 56.90


 สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง OPPO Find X5 Pro 5G นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor ส่วนหน้าจอแสดงผลรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


การจับสัญญาณดาวเทียมสามารถทำได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ ด้วยการรองรับระบบดาวเทียมหลัก ๆ ของโลกได้อย่างครบครัน ทั้งระบบ GPS+A-GPS, BeiDou, Glonass, Galileo และ QZSS


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

ชัดเจนว่าคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพคือจุดขายอันดับหนึ่งของ OPPO Find X5 Pro 5G ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกับ Hasselblad และติดตั้ง MariSilicon X ที่ช่วยยกระดับคุณภาพรูปถ่ายและวิดีโอดังที่ได้กล่าวไปแล้ว โดย UI ต่าง ๆ ยังคงดูคุ้นเคย และมีตัวเลือก AI Dazzle Color ให้ใช้งาน และมีเมนูลัดสำหรับสลับระยะการถ่ายภาพแบบรวดเร็ว ตั้งแต่ระยะปกติ, มุมมองกว้าง (0.6x) และซูม 2 เท่า นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนเป็นโหมดกลางคืน และโหมดมาโครโดยอัตโนมัติอีกด้วย


ใน โหมดรูปคน หรือโหมด Portrait สามารถเลือกปรับความเข้มของการเบลอฉากหลังได้อย่างอิสระ พร้อมด้วย เอฟเฟกต์รีทัช ที่เปรียบเสมือน AI Beauty เวอร์ชั่นอัปเกรด ช่วยลดริ้วรอย และตกแต่งรูปให้สวยขึ้นโดยอัตโนมัติ โดยสามารถปรับได้ 100 ระดับ และยังมีฟิลเตอร์ให้ใช้งานอีกหลายแบบ โดยมีฟิลเตอร์พิเศษที่ให้โทนภาพในสไตล์ Hasselblad ด้วย


โหมดกลางคืน ที่ช่วยให้ภาพถ่ายแสงสียามค่ำคืนดูสดใสมีชีวิตชีวา โดยสามารถถ่ายได้ทั้งในมุมมองปกติ, มุมมองกว้าง และแบบซูม 2 เท่า และมีโหมดเปิดรูรับแสงนานสำหรับถ่ายดาว และเส้นแสง


อีกโหมดหนึ่งที่ไม่มีที่ไหนคือ โหมด XPan ซึ่งเป็นโหมดถ่ายภาพในแนวยาว แต่ไม่ใช่ภาพมุมกว้างพิเศษ จึงให้อารมณ์ที่แตกต่างออกไป และเหมาะกับการถ่ายรูปหลายประเภทมากกว่า อีกทั้งยังสลับเป็นภาพขาว-ดำได้

 

สำหรับการถ่ายวิดีโอ สามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K พร้อมระบบกันสั่นแบบมืออาชีพ และเปิดเอฟเฟกต์โบเก้ขณะถ่ายได้ โดยในรุ่นนี้จะมีการเสริมความสามารถการถ่ายวิดีโอกลางคืนที่ความละเอียด 4K ให้ดียิ่งขึ้น


และยังมี โหมดภาพยนตร์ ซึ่งเป็นการถ่ายวิดีโอในสไตล์หนัง ซึ่งมีฟีเจอร์ Log ที่ทำให้วิดีโอมีช่วงไดนามิกมากขึ้น เหมาะกับการนำไปเกรดสีในภายหลัง


นอกจากนี้ OPPO Find X5 Pro 5G ยังมีโหมดการถ่ายรูปอื่น ๆ อีกหลายโหมด อาทิเช่น โหมดผู้เชี่ยวชาญ ที่ผู้ใช้ปรับแต่งค่าต่าง ๆ ได้, โหมด HD พิเศษ สำหรับถ่ายภาพที่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล, โหมดพาโนรามา และโหมดมุมมองคู่ เป็นต้น


ในส่วนของกล้องหน้า มีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายเซลฟี่ด้วยเอฟเฟกต์โบเก้ได้สวยงามไม่แพ้กล้องหลัง แต่พิเศษกว่าตรงที่เอฟเฟกต์รีทัชสามารถปรับแต่งได้ละเอียดขึ้น


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50+50+13 ล้านพิกเซล

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดกลางคืน


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดมาโคร


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดภาพบุคคล

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด XPan


ตัวอย่างคลิปวิดีโอแบบ 4K ที่ถ่ายในเวลากลางคืน (4K Ultra Night Video)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล


สรุปผลการทดสอบของ OPPO Find X5 Pro 5G

โดยรวมแล้ว ในฐานะสมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปของค่ายรุ่นใหม่ล่าสุด OPPO Find X5 Pro 5G นั้นสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่น่าประทับใจได้ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการดีไซน์, ประสิทธิภาพ และการถ่ายภาพ

ด้านการดีไซน์ OPPO Find X5 Pro 5G เลือกใช้รูปทรงที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไป โดยชุดกล้องหลังจะนูนขึ้นมาแบบสโลป กลายเป็นฝาหลังที่เชื่อมกันทั้งแผ่นแบบไร้รอยต่อ ทุกส่วนของตัวเครื่องเชื่อมกันด้วยความโค้งมน ตัวเครื่องค่อนข้างบางเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นอื่น และมีน้ำหนักไม่มาก จึงสามารถถือใช้งานได้อย่างสบาย ฝาหลังเลือกใช้วัสดุประเภทเซรามิกซึ่งทนทานต่อรอยขีดข่วนมากกว่าโลหะ หรือกระจก และยังช่วยเสริมความพรีเมียมให้กับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี

หน้าจอแสดงผล ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของ OPPO Find X5 Pro 5G ที่โดดเด่นเป็นพิเศษ โดยยังคงรักษามาตรฐานพันล้านสีจากรุ่นก่อนเอาไว้ด้วยความลึกสีระดับ 10-bit และเป็นจอแบบ LTPO AMOLED ซึ่งรองรับเทคโนโลยี Dynamic Refresh Rate ที่ช่วยให้ประหยัดแบตเตอรี่ได้มากขึ้น มอบสีสันที่สวยสมจริง มีรายละเอียดคมชัดสวยงามในทุก ๆ การใช้งาน ในแบบที่ไม่ทำให้ผิดหวังแม้แต่น้อย จึงไม่น่าแปลกใจที่หน้าจอนี้ดีเยี่ยมในอันดับต้น ๆ ของวงการ

ในเชิงประสิทธิภาพ OPPO Find X5 Pro 5G มากับคุณสมบัติที่อยู่ในขั้นสุดเกือบทุกด้าน และมีศักยภาพในการทำงานสูงไม่แพ้เรือธงค่ายอื่น โดยมีหัวใจการประมวลผลหลักเป็นชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 1 และหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5 กับหน่วยความจำ ROM แบบ UFS 3.1 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานเกือบสูงสุดสำหรับสมาร์ทโฟนในตอนนี้ จึงรับมือกับการใช้งานได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานเบา ๆ อย่างการเล่นเน็ต เล่นโซเชียล ไปจนถึงงานหนัก ๆ อย่างการเล่นเกม หรือมัลติทาสกิ้ง อย่างไรก็ดี OPPO Find X5 Pro 5G ยังคงมีปัญหาเหมือนกับเรือธงรุ่นอื่น ๆ ที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 1 ซึ่งก็คือความร้อน และจะร้อนเร็วมากเมื่อใช้งานกล้องเป็นเวลานาน แต่ในการใช้งานทั่วไปไม่ถือว่าเป็นปัญหาแต่อย่างใด


สำหรับการถ่ายภาพ และการบันทึกวิดีโอ ถือเป็นจุดขายที่สำคัญที่สุดของ OPPO Find X5 Pro 5G ที่ทาง OPPO พยายามนำเสนอ ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด เพราะคราวนี้ให้มาแบบจัดเต็มจริง ๆ ทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ และผลลัพธ์ก็ยังออกมาดีเยี่ยมอีกด้วย

อย่างแรกที่ต้องพูดถึง คือโทนสีของภาพที่เปลี่ยนไปจากการจับมือกับ Hasselblad ทำให้ภาพถ่ายมีโทนสีที่สมจริงยิ่งขึ้น สีสันดูสด แต่ไม่ฉูดฉาด มีกลิ่นอายคล้ายกล้อง DSLR และดูมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น หากใครชอบถ่ายรูป หรือเป็นช่างภาพอยู่แล้ว น่าจะชอบโทนสีสไตล์นี้

นอกจากการร่วมมือกับ Hasselblad แล้ว OPPO ยังได้นำ MariSilicon X Imaging NPU ที่ OPPO ดีไซน์เองมาใช้ด้วย ทำให้ปลดล็อกความสามารถหลายอย่าง เช่นการถ่ายรูปคุณภาพสูงในฟอร์แมต RAW และ RAW Plus, การควบคุม Noise ในที่แสงน้อย, การคำนวณ HDR และโดยเฉพาะการถ่ายวิดีโอกลางคืนแบบ 4K Ultra Night Video ที่ทำได้ดีกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น เพราะนอกจากจะจัดการ Noise และดึงรายละเอียดของภาพออกมาได้ดีแล้ว ระบบกันสั่นก็ค่อนข้างดีอีกด้วย นับเป็นอีกจุดหนึ่งที่ OPPO Find X5 Pro 5G ได้เปรียบสมาร์ทโฟนไฮเอนด์รุ่นอื่น ๆ

สำหรับการถ่ายภาพนิ่งในโหมดกลางคืน จะมีความแตกต่างจากสมาร์ทโฟน OPPO รุ่นที่ผ่าน ๆ มาอย่างชัดเจน โดยจะมีการเฉลี่ยแสงที่สมจริงมากขึ้น ไม่เพิ่มสีของแสงไฟจนออกนวล หรือเด่นลอย ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการร่วมมือกับทาง Hasselblad

ด้านการถ่ายภาพด้วยกล้องมุมกว้างพิเศษ หรือกล้อง Ultra Wide สามารถให้รูปถ่าย และวิดีโอที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับกล้องหลัก ด้วยเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX766 ตัวเดียวกับกล้องหลัง จึงใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีแสงสว่างเพียงพอหรือไม่ ส่วนโหมด Macro แม้จะไม่มีแฟลชวงแหวนมาช่วยเพิ่มความสว่างเหมือนรุ่นก่อน แต่ภาพก็ยังออกมาดี มีรายละเอียดครบถ้วน และแทบไม่มี Noise เลย อีกทั้งยังมีระบบ Autofocus ทำให้ถ่ายง่าย และสวยกว่ามือถือทั่วไปมาก แต่อาจยังไม่ถือว่าโดดเด่นหากเทียบกับสมาร์ทโฟนเรือธงในระดับเดียวกัน

อีกจุดหนึ่งที่ทางทีมงานรู้สึกประทับใจคือโหมด XPan ซึ่งเป็นการเก็บภาพในแนวยาว แต่ไม่ใช่ Ultra Wide ทำให้ภาพไม่บิดเบี้ยว ดูเผิน ๆ โหมดนี้อาจไม่ได้พิเศษ แต่เมื่อได้ลองใช้แล้วกลับรู้สึกสนุก เพราะเหมือนเป็นการเล่าเรื่องในมุมมองใหม่ที่กว้างกว่าเดิม อีกทั้งการถ่ายแบบขาว-ดำ ก็ทำได้ดีมาก สามารถนำไปใช้ถ่ายรูปได้หลายแนว ไม่ว่าจะเป็นสตรีท หรือแลนด์สเคป หากได้ลองใช้ดูสักครั้งจะติดใจอย่างแน่นอน

จากการที่ได้มีโอกาสนำเอาเรือธงรุ่นนี้ไปใช้งานมาระยะหนึ่งก็สามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า OPPO Find X5 Pro 5G นั้นเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมแทบทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการถ่ายภาพ และวิดีโอที่น่าประทับใจ ในสไตล์ที่ใกล้เคียงกับกล้อง DSLR ดังนั้นใครที่ชอบการถ่ายภาพ และวิดีโอ จะต้องหลงรักสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อย่างแน่นอน


สำหรับผู้ที่สนใจ OPPO Find X5 Pro 5G (12+256GB) เปิดให้พรีออเดอร์แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 29 เมษายน 2565 ผ่านทาง OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ในราคา 39,990 บาท

 

นอกจากนี้ ผู้ที่พรีออเดอร์ในช่วงเวลาดังกล่าว จะยังได้รับของสมนาคุณมูลค่ารวม 13,498 บาท ดังนี้

- Premium Service VIP Card มูลค่า 10,000 บาท
- แท่นชาร์จ OPPO AIRVOOC Wireless Charger 45W มูลค่า 2,499 บาท
- ลำโพงบลูทูธโปรเจคเตอร์ มูลค่า 1,500 บาท
- OPPO Kevlar Protective Case มูลค่า 999 บาท
- กระเป๋าเดินทาง Draw Bar Box มูลค่า 1,990 บาท


สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ OPPO ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง OPPO Find X5 Pro 5G มาให้ทางทีมงานได้รีวิวให้ทุกท่านได้ติดตามกัน สำหรับวันนี้ก็คงต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ


จุดเด่นของ OPPO Find X5 Pro 5G

- ดีไซน์ตัวเครื่องได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ มีความโค้งมนสวยงาม ไร้รอยต่อ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากการลงจอดของยานอวกาศบนดวงจันทร์
- ด้านหลังตัวเครื่องผลิตจากเซรามิก ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนมากกว่ากระจก พร้อมการขัดเงา 14 ขั้นตอน เป็นเวลา 269 นาที และการลาดเอียง 75 องศา
- กรอบตัวเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียม
- ตัวเครื่องมีคุณสมบัติของการทนน้ำ และทนฝุ่น ตามมาตรฐาน IP68 (ทนน้ำได้ลึกสูงสุด 1.5 เมตร นานต่อเนื่องสูงสุด 30 นาที)
- ระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber ที่ใหญ่ขึ้น 75% พร้อมฟิล์ม Graphine ตัดขอบ 3D ที่ช่วยคงความเย็น

----------------------------------

- จอแสดงผลแบบ LTPO AMOLED Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Quad HD+ (3216x1440 พิกเซล : 525 PPI)
- อัตราการรีเฟรช (Dynamic Refresh Rate) สูงสุดที่ 120Hz
- อัตราการตอบสนองของระบบสัมผัส (Touch Sampling Rate) สูงสุดที่ 240Hz (2 นิ้ว)
- รองรับการแสดงผลสี 1.07 พันล้านสี (10-bit)
- ค่าความสว่างสูงสุด 1300 nits (Peak) พร้อมปรับความสว่างอัตโนมัติได้ 8192 ระดับ และเทคโนโลยี Bionic Eye Protection
- ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass Victus
- เทคโนโลยี O1 Ultra Vision Engine เพิ่มความคมชัดให้ภาพนิ่งและวิดีโอ
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ (In-Screen Fingerprint Sensor) พร้อมระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition)

----------------------------------

- ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8 Gen 1
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 730
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR5 ขนาด 12 GB
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูล (ROM) แบบ UFS 3.1 ขนาด 256 GB
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ ColorOS 12.1 (พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Android 12)

----------------------------------

- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh
- ระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 80W SUPERVOOC Flash Charge (ชาร์จแบตเตอรี่ได้ 50% ภายในเวลา 12 นาที)
- ระบบชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายความเร็วสูงแบบ 50W AIRVOOC (ชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็ม 100% ภายในเวลา 47 นาที)
- ระบบชาร์จแบตเตอรี่ย้อนกลับไร้สายแบบ 10W Reverse Wireless Charging

----------------------------------

กล้องตัวหลักด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

> กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX766 ขนาด 1/1.56 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.7, มุมรับภาพ 80 องศา (ทางยาวโฟกัส 25 มิลลิเมตร), ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ All-Pixel Omni-Directional PDAF, มอเตอร์โฟกัสแบบ Closed-Loop Focus Motor, ระบบป้องกันการสั่นแบบ Dual-OIS 5-Axis Stabilization และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์ (1G6P)
> กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX766 ขนาด 1/1.56 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2, มุมรับภาพ 110.3 องศา (ทางยาวโฟกัส 15 มิลลิเมตร), ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ All-Pixel Omni-Directional PDAF, มอเตอร์โฟกัสแบบ Closed-Loop Focus Motor, ระยะโฟกัสใกล้สุด (Macro) 4 เซนติเมตร และโครงสร้างแบบ 7 ชิ้นเลนส์
> กล้อง Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/3.4 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f2.4, มุมรับภาพ 45 องศา (ทางยาวโฟกัส 52 มิลลิเมตร), ระบบซูมแบบ 5x Hybrid Optical Zoom, ระบบซูมแบบ 20x Digital Zoom, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์

- กล้องเกิดจากการพัฒนาร่วมกับ Hasselblad ทำให้ภาพถ่าย และวิดีโอมีความสมจริงยิ่งขึ้น คล้ายกล้อง DSLR
- MariSilicon X Imaging NPU เพื่อการประมวลผลภาพ และวิดีโอโดยเฉพาะ ด้วยกระบวนการผลิตระดับ 6 nm พร้อม 18TOPS AI และ 20-bit Dynamic Range
- ระบบป้องกันการสั่นออปติคอลแบบ 5 แกน (SLR-Level 5-Axis Optical Image Stabilization) พร้อมซอฟต์แวร์ ICE 2.0
- กระจกเลนส์แบบ Ultra-Transparent Glass ซึ่งลดความคลาดเคลื่อนของสีได้สูงสุด 77.39%
- ฟีเจอร์ Ultra Night Pro, AI Scene Enhancement 2.0 และ Skin Colour Engine
- โหมดถ่ายแบบ XPan
- ฟิลเตอร์แบบ Radiance, Emerald และ Serenity
- รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (3840x2160 พิกเซล : 60/30 fps)
- ฟีเจอร์ Ultra HDR Video, Ultra Dark Video และ 4K Ultra Night Video
- ระบบบันทึกเสียงแบบ Binaural ด้วยเทคโนโลยี Dolby Audio

กล้องด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.74 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.4, ฟีเจอร์ Angle&Light Smart Selfie และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 1080P FHD (30 fps)

----------------------------------

- ลำโพงเสียงแบบคู่ (Stereo Speakers) พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos
- ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ Wi-Fi 6, 5G SA/NSA, 4G LTE, 3G WCDMA และ 2G EDGE/GPRS
- เทคโนโลยี 2x2 MIMO และ 8 Spatial-Stream Sounding MU-MIMO
- เสารับสัญญาณแบบ 360° Smart Antenna 3.0
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.2 และ NFC
- ระบุตำแหน่ง และนำทางผ่านระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, BeiDou, Glonass, Galileo และ QZSS
- พอร์ต USB Type-C
- มอเตอร์ระบบสั่นแบบ X-Axis Linear Motor พร้อม O-Haptics
- ฟังก์ชัน App Encryption และ Private Safe เพื่อความเป็นส่วนตัว รวมถึง Kids Space การจัดการแอปพลิเคชันสำหรับเด็ก
- ฟีเจอร์ Quick Startup และ AI Frame Rate Stabilizer สำหรับการเล่นเกม
- ฟังก์ชัน Game Space สำหรับบล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่างๆ รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอขณะเล่นเกม

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ OPPO Find X5 Pro 5G

- ไม่รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD หรือแบบอื่น ๆ
- ด้านหลังตัวเครื่องมีพื้นผิวมันวาว จึงอาจเกิดคราบเปื้อน หรือรอยนิ้วมือได้ง่าย
- ตัวเครื่องร้อนง่าย และร้อนค่อนข้างเร็วเมื่อเล่นเกมหนัก ๆ หรือใช้งานกล้องเป็นเวลานาน
- ไม่มีพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ราคาค่อนข้างสูง

 

สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ OPPO Find X5 Pro 5G ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคาของ OPPO Find X5 Pro 5G

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่งเพื่อความมั่นใจ *

 

 

วันที่ : 27/04/2022