ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 04/11/2020



 

รีวิว (Review) OPPO A93

เด่นที่ดีไซน์ ได้ 6 กล้อง AI Portrait พร้อมจอ Mini Dual Punch-Holes Super AMOLED ผสานสแกนนิ้วบนจอ, ชิปเซ็ต Helio P95, RAM 8GB+ROM 128GB และแบตเตอรี่ 4000 mAh ชาร์จเร็ว 18W บนบอดี้ Shiny Matte พรีเมียมโค้งมนสุดบางเฉียบ ในราคา 8,999 บาท
 

4 พฤศจิกายน 2020 - สมาร์ทโฟน OPPO A Series คือหนึ่งในสมาร์ทโฟนกลุ่มราคาย่อมเยาที่ได้รับความนิยมในบ้านเรามาอย่างยาวนาน และมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราเห็นพัฒนาการของสมาร์ทโฟนซีรีส์นี้มาโดยตลอด ซึ่งในระยะหลังมานี้ OPPO A Series เริ่มจะมีความลงตัวมากขึ้น ทั้งในด้านคุณสมบัติ, ดีไซน์, การถ่ายภาพ และราคา ล่าสุด OPPO ก็ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน A Series รุ่นใหม่ออกมาอีกครั้งเพื่อจับตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ นั่นคือ OPPO A93 ที่เราจะนำมารีวิวให้ชมกันในครั้งนี้นั่นเองครับ

OPPO A93 เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบตัวเครื่องที่สวยโค้งมนบางเฉียบเป็นพิเศษเพียง 7.48 มิลลิเมตร เรียกว่าบางเฉียบที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟน A Series กับพื้นผิวแบบ Shiny Matte และมีน้ำหนักเบาเพียง 164 กรัม แต่ยังคงมีฟังก์ชันครบครันเช่นเดิม โดยเฉพาะกล้องถ่ายภาพที่ให้มาถึง 6 ตัว โดยเป็นกล้องหน้าคู่ ความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล และกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ AI Portrait ที่ช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลดูสวยงามสมจริงยิ่งขึ้น ตามแบบฉบับของสมาร์ทโฟน OPPO

นอกจากจุดเด่นข้างต้น OPPO A93 ยังมีหน้าจอแสดงผลแบบ Mini Dual Punch-Holes Super AMOLED ขนาด 6.43 นิ้วที่ให้รายละเอียดคมชัดสีสันสดใสสวยงาม บนความละเอียดระดับ Full HD+ จึงถ่ายทอดคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างเต็มอรรถรสไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ หรือเกม อีกทั้งยังรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ ด้วยเทคโนโลยี In-Display Fingerprint 3.0

ด้านประสิทธิภาพ OPPO A93 เลือกใช้ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio P95 ความเร็วสูงสุด 2.2GHz ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อช่วงต้นปี 2020 พร้อมด้วยหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB ที่สามารถรับมือกับการทำงานในชีวิตประจำวันได้ทุกรูปแบบ โดยมีหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB สำหรับเก็บบันทึกไฟล์ และแอปพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างจุใจ พร้อมกันนี้ ยังมีแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh ที่รองรับระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 18W Fast Charge พร้อมระบบ AI Night Charging ที่จะคำนวณการจ่ายกระแสไฟฟ้าเมื่อชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนให้ชาร์จเต็ม 100% ในจังหวะที่เราตื่นนอนพอดี ซึ่งจะช่วยยืดอายุของแบตเตอรี่ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการที่สดใหม่อย่าง ColorOS 7.2 ที่พัฒนาบนพื้นฐานของระบบ Android 10

โดยรวมแล้วเรียกได้ว่า OPPO A93 คือสมาร์ทโฟนที่มีความสามารถหลากหลาย เน้นตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ ในราคาเพียง 8,999 บาท ส่วนการใช้งานจริงจะมีฟีเจอร์อะไรน่าสนใจอีกบ้าง เราไปติดตามต่อใน รีวิว OPPO A93 โดยทีมงาน Thaimobilecenter กันได้เลยครับ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

OPPO A93 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีรูปทรงเพรียวบาง และมีน้ำหนักเบากว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปเล็กน้อย ตัวเครื่องด้านหน้าเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ดีไซน์ Mini Dual Punch-Holes ขนาด 6.43 นิ้ว มีความละเอียด 2400x1080 พิกเซล (FHD+) และรองรับขอบเขตสีแบบ NTSC ได้ 96% โดยมีพื้นที่แสดงผลครอบคลุม 90.67% ของตัวเครื่องด้านหน้า และยังรองรับการสแกนนิ้วบนหน้าจอ (In-Display Fingerprint 3.0)


กล้องหน้าของ OPPO A93 เป็นกล้องคู่ซึ่งประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 และกล้อง Depth สำหรับวัดความชัดตื้น ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4


ฝาหลังของ OPPO A93 เป็นโพลีคาร์บอเนตที่ใช้เทคนิคการเคลือบผิวแบบ Shiny Matte ให้ผิวสัมผัสด้าน ไม่เป็นรอยนิ้วมือ โดยขอบตัวเครื่องทุกด้านมีความโค้งมน 220 องศา ดูสวยงาม และรับกับอุ้งมือได้ดี สำหรับเครื่องที่นำมารีวิวในครั้งนี้เป็นสีดำ Matte Black


ชุดกล้องด้านหลังมี 4 ตัว (AI Quad Camera) จัดเรียงบนดีไซน์แบบสี่เหลี่ยมด้านเท่าที่เรียกว่า Square Camera ประกอบด้วย :

- กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung GM1ST ขนาด 1/2 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/1.7, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Hynix Hi846 ขนาด 1/4 นิ้ว, มุมรับภาพ 119 องศา, รูรับแสงขนาด f/2.2, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ GalaxyCore GC02M1B ขนาด 1/5 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.4, เม็ดพิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ GalaxyCore GC02M1B ขนาด 1/5 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.4, เม็ดพิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์


OPPO A93 ถูกออกแบบมาให้มีความบางเป็นพิเศษ โดยบางเพียง 7.48 มิลลิเมตร โดยมีปุ่มปรับระดับเสียง และช่องใส่ซิมการ์ดอยู่ที่ตัวเครื่องด้านซ้าย


และมีปุ่ม Power อยู่ที่ด้านขวาเพียงปุ่มเดียว


OPPO A93 ใช้พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่และโอนถ่ายข้อมูล โดยตัวเครื่องมีแบตเตอรี่ขนาด 4,000mAh และรองรับระบบชาร์จไวแบบ 18W Fast Chargeพร้อมกันนี้ด้านล่างยังมีช่องลำโพง, ไมโครโฟน และช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรด้วย


ส่วนด้านบนมีลำโพงสนทนา และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน


OPPO A93 มีความบาง และเบา จนสามารถใส่ในซองจดหมายได้เลยทีเดียว


ถาดใส่ซิมของ OPPO A93 เป็นแบบ Triple-Slot ที่สามารถใส่ซิมการ์ดได้ 2 ซิม พร้อมกับการ์ดหน่วยความจำ microSD โดยไม่ต้องเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง


สำหรับอุปกรณ์ในกล่อง ประกอบด้วยคู่มือการใช้งาน, เคสใส, อแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่, สายชาร์จ USB Type-C, เข็มจิ้มซิม และหูฟัง


เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์

OPPO A93 ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย ColorOS 7.2 เวอร์ชันใหม่ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์หน้า User Interface ให้ดูเรียบง่าย สบายตายิ่งขึ้น และเพิ่มฟีเจอร์บางอย่างเข้ามา เช่น OPPO Lab และ OPPO Relax ซึ่งเราจะกล่าวถึงในส่วนต่อไป


เมื่อปัดนิ้วจากด้านบนลงมาจะเป็นการเปิด แถบเมนูทางลัด โดยมีทางลัดสำหรับการตั้งค่าที่ใช้บ่อยๆ เช่น Wi-Fi, โหมดเงียบ, Bluetooth, ไฟฉาย, ตัดแสงสีฟ้าบนหน้าจอ (การปกป้องในเวลากลางคืน), ปรับความสว่างหน้าจอ เป็นต้น ส่วนด้านล่างจะแสดงแถบแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันต่างๆ หากปัดนิ้วลงมาอีกครั้งจะเป็นการขยายเมนูทางลัด


หากกดที่ไอคอนรูปปากกาและกระดาษ จะเป็นการแก้ไขเมนูทางลัด โดยเราสามารถเลือกไอคอนการตั้งค่าที่เราต้องการเข้ามาไว้ในแถบเมนู หรือลบทางลัดที่มีอยู่แล้วออกจากเมนูก็ได้


ที่ขอบจอด้านขวาจะมีแถบสีขาวเล็กๆ อยู่ หากปัดออกมาจะพบกับ เครื่อง มือด่วน ที่ช่วยให้เราสั่งบันทึกวิดีโอหน้าจอ หรือจับภาพสกรีนช็อตได้ทันที รวมถึงทางลัดไปยังแอปพลิเคชันอื่นๆ ซึ่งเราสามารถปรับแต่งทางลัดตรงนี้ได้ด้วยเช่นกัน


เมื่อกดปุ่ม แอปล่าสุด ที่แถบนำทาง จะแสดงแอปพลิเคชันที่เปิดค้างไว้ทั้งหมด สามารถเลือกสลับแอปขึ้นมาใช้งาน หรือปัดขึ้นเพื่อปิดแอปพลิเคชัน และสามารถเลือกแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานพร้อมกัน 2 แอปได้


การแบ่งหน้าจอใช้ได้ทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน


OPPO A93 ได้ติดตั้งแอปพลิเคชันจาก Google มาแล้วจากโรงงาน พร้อมเครื่องมือจิปาถะต่างๆ


หากกดค้างลงบนพื้นที่ว่างบนหน้าจอหลัก จะเข้าสู่การปรับแต่งหน้าจอ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนภาพพื้นหลัง, วิดเจ็ต, แอนิเมชันการเปลี่ยนหน้า และจัดการไอคอนของแอปพลิเคชันต่างๆ ได้



เมื่อกดที่การตั้งค่า จะเข้าสู่การตั้งค่าเพิ่มเติมที่ช่วยให้เราปรับรูปแบบการจัดเรียงไอคอนบนหน้าจอ, เปิด/ปิดโหมดลิ้นชัก และอื่นๆ


และแน่นอนว่ามี โหมดกลางคืน ให้ใช้ด้วยเช่นกัน ซึ่งโหมดนี้จะเปลี่ยน UI ให้เป็นสีดำ ช่วยให้มองได้ง่ายขึ้นในที่มืด และช่วยประหยัดพลังงานสำหรับสมาร์ทโฟนที่ใช้หน้าจอ Super AMOLED สามารถเลือกเปิดใช้งานทันที หรือตั้งเวลาเปิดอัตโนมัติก็ได้


OPPO A93 มีฟังก์ชั่น การแสดงผลหน้าจอตลอดเวลา หรือ Always-On Display ซึ่งจะแสดงเวลา, วันที่, สถานะแบตเตอรี่ และไอคอนการแจ้งเตือนเมื่อปิดหน้าจอ ผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบของนาฬิกาได้หลายแบบตามใจชอบ


หากรู้สึกเบื่อกับหน้าจอเดิมๆ เราสามารถเข้าไปยัง ร้านขายธีม เพื่อดาวน์โหลดภาพพื้นหลัง, ธีม และรูปแบบอักษรใหม่ๆ ได้ โดยส่วนใหญ่จะมีราคาตั้งแต่ 12-50 บาท


สำหรับฟังก์ชั่นการโทรมีอินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย และมีรายชื่อผู้ติดต่อแยกไวอีกหน้าหนึ่งโดยเรียงลำดับตามตัวอักษร ไม่มีฟังก์ชันอะไรเป็นพิเศษ


ในส่วนของการรักษาความปลอดภัย OPPO A93 รองรับทั้งการสแกนลายนิ้วมือ และการสแกนใบหน้า ซึ่งนอกจากจะใช้ยืนยันตัวตนเพื่อปลดล็อกหน้าจอแล้ว ยังใช้ยืนยันตัวตนสำหรับแอปพลิเคชันอื่นได้ด้วย


OPPO A93 มีแอปพลิเคชันคลายเครียด OPPO Relax ติดมาด้วย ซึ่งในแอปพลิเคชันจะมี 3 โหมดให้เลือก คือ ฟัง, ผ่อนคลาย และ สำรวจ สำหรับการฟังจะเป็นการเปิดเสียงบรรยากาศของสถานที่ต่างๆ และเสียง ASMR ซึ่งเราสามารถเปิดหลายๆ เสียงพร้อมกันได้


โหมด ผ่อนคลาย จะมีเกมจิ้มลูกโป่งให้เล่นแก้เบื่อ ส่วนโหมด สำรวจ จะเป็นการเปิดเสียงสภาพแวดล้อมที่อัดมาจากเมืองต่างๆ ทั่วโลก ให้ความรู้สึกเสมือเราไปยืนอยู่ ณ จุดนั้นจริงๆ และยังมีประวัติย่อๆ ของสถานที่นั้นๆ ให้อ่านเพลินๆ ด้วย


สำหรับ OPPO Lab เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้เราปรับแต่งริงโทนในเครื่องได้ โดยสามารถเลือกจังหวะ อารมณ์ และความเร็วของท่วงทำนองได้อย่างอิสระ และบันทึกไว้ใช้เป็นเสียงเรียกเข้าได้ แต่ในขณะนี้ยังเป็นเวอร์ชันทดสอบอยู่ จึงมีริงโทนให้ดัดแปลงเพียงแบบเดียวเท่านั้น


เราสามารถดูรูปถ่าย และรูปภาพอื่นๆ ในเครื่องได้ในแอป รูป โดย จะแบ่งหมวดหมู่ตามวันที่ถ่าย และแยกเป็นอัลบั้มตามประเภทของรูป



นอกจากจะเอาไว้ดูรูปแล้ว ยังแต่งรูปได้อีกด้วย โดยสามารถหมุน, ตัด, ใส่ฟิลเตอร์, ปรับแสงเงา, ปรับความเนียนของผิว และเอฟเฟกต์เบลอ เป็นต้น



สำหรับการฟังเพลง OPPO A93 มีแอปพลิเคชันพื้นฐานติดตั้งมาให้อยู่แล้ว โดยมีดีไซน์ที่สะอาดตา ไม่ซับซ้อน ที่แผงควบคุมด้านล่างมีทางลัดการตั้งค่าสำหรับเรียกดู Playlist, ตั้งค่าระบบเสียง Real Sound, เล่นเพลงแบบวนซ้ำ (ซ้ำเพลงเดียว / ซ้ำทั้งอัลบั้ม / สุ่มลำดับเพลง) และตัวเลือกการตั้งค่าเพิ่มเติมอื่นๆ


ในการเล่นวิดีโอของ OPPO A93 มีปุ่มควบคุมการทำงานพื้นฐานครบครัน แต่ก็มีลูกเล่นไม่มากเท่าไรนัก


หากกดที่ไอคอนรูปหูฟังที่มุมขวาบน จะเป็นการเล่นเฉพาะเสียง


หากวิดีโอที่เล่นมีอัตราส่วนไม่พอดีกับหน้าจอ จะเหลือแถบสีดำด้านข้างเอาไว้ หากต้องการดูแบบเต็มจอให้กดที่ ไอคอนลูกศร 4 ดอกตรงมุมขวาบน ระบบจะขยายภาพให้เต็มโดยจะมีบางส่วนล้นออกไป ดังรูปตัวอย่างด้านบน


ในส่วนของการเล่นเกม OPPO A93 มีฟีเจอร์ Game Space สำหรับเร่งประสิทธิภาพการประมวลผล และปิดกั้นการแจ้งเตือนต่างๆ ไม่ให้มาขัดจังหวะการเล่น แถบเมนูด้านล่างสามารถปัดขึ้นเพื่อดูการตั้งค่าเพิ่มเติมได้ โดยจะแสดงระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่ที่เหลือโดยประมาณ และความแรงของสัญญาณ Wi-Fi ปุ่มด้านซ้ายเป็นเมนูปรับระดับความเร็วของเครื่อง 3 โหมด ได้แก่ :

- โหมดแข่งขัน : เร่งระดับความเร็วสูงสุด ทำให้ภาพในเกมสวยขึ้น ลื่นขึ้น แต่จะเปลืองแบตเตอรี่มากตามไปด้วย
- โหมดกำลังไฟฟ้าต่ำ : ลดความเร็วลงเพื่อเน้นการประหยัดแบตเตอรี่
- โหมดสมดุล : เป็นโหมดที่สมดุลระหว่างความเร็วและการประหยัดพลังงาน

สำหรับปุ่มด้านขวาจะเป็นการเลือกบล็อกสายโทรเข้า, บล็อกการแจ้งเตือน หรือจะบล็อกทั้งคู่ก็ได้เช่นกัน


เมื่ออยู่ในเกม เราสามารถปัดหน้าจอลงมาเพื่อเรียกใช้เมนูลัดได้ ซึ่งมีเมนูลัดตั้งค่าการปิดกั้นแจ้งเตือน, จับภาพสกรีนช็อต และบันทึกวิดีโอหน้าจอ ช่วยให้เราใช้ฟังก์ชันเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา และไม่เสียจังหวะการเล่น ที่น่าสนใจคือในเวอร์ชันนี้มีการแสดงเฟรมเรต (fps) ของเกมให้ดูด้วย

สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการเล่นเกมของ OPPO A93 ทางทีมงานได้เลือกทดสอบด้วยเกม 3 เกม ได้แก่ RoV, PUBG Mobile และ Action Taimanin โดยตั้งค่ากราฟิกของตัวเกมไว้ดังนี้ :


การตั้งค่าเกม RoV


การตั้งค่าเกม PUBG Mobile


การตั้งค่าเกม Action Taimanin


หลังจากที่เราได้เล่นเกมทั้ง 3 เกมข้างต้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง พยว่า OPPO A93 สามารถเล่นเกมได้ดีพอสมควรสำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลาง ด้วยประสิทธิภาพของชิปเซ็ต MediaTek Helio P95 แบบ 8 core ความเร็วประมวลผลสูงสุด 2.2 GHz และหน่วยประมวลผลกราฟิก PowerVR Rogue GM9446 ทำให้ OPPO A93 สามารถรันเกม RoV บนกราฟิกระดับสูง และโหมดเฟรมเรตสูงได้อย่างไม่มีปัญหา สำหรับเกมแนว FPS ที่มีการโหลดแมพขนาดใหญ่ก็รันได้อย่างราบรื่นบนกราฟิกระดับกลาง และมีการตอบสนองต่อการทัชที่รวดเร็วติดมือ และสุดท้ายเกม Action Taimanin สามารถรันได้ลื่นๆ และตอบสนองต่อการควบคุมได้โดยไม่กระตุกหรือหน่วง ระหว่างเล่นตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนเล็กน้อย โดยรวมแล้ว OPPO A93 เป็นสมาร์ทโฟนที่เล่นเกมได้ค่อนข้างดี แต่ถึงกับโดดเด่นมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่มีราคาใกล้เคียงกันครับ


จากการตรวจสอบด้วยแอปพลิเคชัน OPPO A93 ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio P95 (MT6779V/CV) แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.2 GHz มีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) IMG PowerVR GM 9446, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128 GB


OPPO A93 วัดค่า benchmark จากแอปพลิเคชัน GeekBench 5 ในส่วน Single-Core ได้ 399 คะแนน และ Multi-Core 1508 คะแนน และจากแอปพลิเคชัน 3DMark ในชุดทดสอบ Sling Shot Extreme (OpenGL ES 3.1) ได้ 1255 คะแนน


สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง OPPO A93 นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor ส่วนหน้าจอแสดงผลรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


ระบบ GPS สามารถจับสัญญาณดาวเทียมในที่กลางแจ้งได้ดี โดยจากภาพตัวอย่างจะเห็นว่าจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 48 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 1 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพอากาศด้วย ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่และช่วงเวลา


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

OPPO A93 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติการถ่ายรูปโดดเด่นตามแบบฉบับของ OPPO โดยรุ่นนี้จะเน้นการถ่ายรูปแนว Portrait เป็นหลัก จึงมีกล้องถ่ายภาพขาวดำ (Mono) ถึง 2 ตัว โดยมีระบบการปรับแต่งฉากหลังด้วย AI ช่วยวิเคราะห์ และปรับสีสันของภาพโดยอัตโนมัติ สำหรับชุดกล้องหลังของ OPPO A93 เป็นชุดกล้อง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย :

- กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung GM1ST ขนาด 1/2 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/1.7, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Hynix Hi846 ขนาด 1/4 นิ้ว, มุมรับภาพ 119 องศา, รูรับแสงขนาด f/2.2, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ GalaxyCore GC02M1B ขนาด 1/5 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.4, เม็ดพิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ GalaxyCore GC02M1B ขนาด 1/5 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.4, เม็ดพิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์


ในการถ่ายรูปปกติ จะถ่ายภาพที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เนื่องจากตัวเซ็นเซอร์รับภาพใช้เทคโนโลยี Quad Bayer รวมพิกเซลแบบ 4-in-1 ทำให้ความละเอียดภาพลดลง แต่มีความคมชัดยิ่งขึ้น แต่เราสามารถเลือกถ่ายแบบเต็มความละเอียด 48 ล้านพิกเซลได้เช่นกัน โดยในโหมดนี้สามารถเปิดบิวตี้ได้ด้วย แต่จะไม่มีเอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง


สำหรับโหมดรูปคน (Portrait) สามารถถ่ายวัตถุอื่นๆ นอกเหนือจากคนได้ โดยระบบจะทำการเบลอฉากหลังให้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องตรวจจับใบหน้าคนก่อน สามารถปรับระดับความเบลอ และเปิด AI Beautification เพื่อเพิ่มความเนียนให้กับใบหน้าได้


ที่น่าสนใจคือในโหมด Portrait จะมีฟิลเตอร์การคงสภาพสี ซึ่งเป็นลูกเล่นสำหรับแสดงสีเฉพาะบนตัวแบบเท่านั้น และฟิลเตอร์ไน ท์แฟลร์ที่ช่วยให้ดวงไฟบนพื้นหลังมีเอฟเฟกต์แบบโบเก้


นอกจากนี้ยังมี โหมดกลางคืน ที่ช่วยให้การถ่ายรูปในที่มืดมีความสว่าง และมีรายละเอียดมากขึ้น โดยเราจะต้องถือสมาร์ทโฟนไว้นิ่งๆ สักครู่หนึ่ง ซึ่งระบบจะประเมินระยะเวลาการเปิดหน้ากล้องโดยอัตโนมัติตามความมืดของสภาพแวดล้อม ส่วนใหญ่จะไม่เกิน 3 วินาทีประมาณ 4 วินาที เหมาะสำหรับถ่ายภาพแสงสียามค่ำคืน


ในโหมดผู้เชี่ยวชาญ เราสามารถตั้งค่ากล้องได้ด้วยตน เอง ได้แก่ค่า ISO (สูงสุด 6400), Shutter Speed (1/8000-32s), ชดเชยแสงได้สูงสุด ±3 และ White Balance (3000K-10000K) เหมาะสำหรับผู้ที่มีทักษะการถ่ายรูปอยู่แล้ว


เนื่องจาก OPPO A93 เน้นความสามารถในการถ่ายรูปบุคคล กล้องหน้าคู่ของ OPPO A93 จึงประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 และกล้อง Depth สำหรับวัดความชัดตื้น ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4


และสามารถใช้ฟิลเตอร์คงสภาพสีได้ด้วย แต่ไม่มีฟิลเตอร์ไนท์แฟลร์ให้ใช้งาน


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 48+8+2+2 ล้านพิกเซล ของ OPPO A93

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI แต่งสีฉากหลัง


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI แต่งสีฉากหลัง


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI แต่งสีฉากหลัง


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI แต่งสีฉากหลัง


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ ไม่เปิด AI แต่งสีฉากหลัง


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI แต่งสีฉากหลัง


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI แต่งสีฉากหลัง


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด AI แต่งสีฉากหลัง


ถ่ายด้วยโหมดรูปคน (Portrait) ความเบลอฉากหลัง 60%


ถ่ายด้วยโหมดรูปคน (Portrait) ความเบลอฉากหลัง 60%


ถ่ายด้วยโหมดกลางคืน เปิดมุมมองกว้างพิเศษ (Ultra Wide)


ถ่ายด้วยโหมดกลางคืน


ถ่ายด้วยโหมดกลางคืน


ถ่ายด้วยโหมดกลางคืน


ถ่ายด้วยโหมดกลางคืน


ถ่ายด้วยโหมดกลางคืน เปิดมุมมองกว้างพิเศษ (Ultra Wide)


ถ่ายด้วยโหมดรูปคน (Portrait) ปรับ AI Beauty 30% ความเบลอฉากหลัง 60%


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ มุมมองกว้างพิเศษ (Ultra Wide)


ถ่ายด้วยโหมดภาพบุคคล (Portrait) ปรับ AI Beauty 30% ความเบลอฉากหลัง 60%


ถ่ายด้วยโหมดภาพบุคคล (Portrait) ปรับ AI Beauty 30% ความเบลอฉากหลัง 60%


ถ่ายด้วยโหมดภาพบุคคล (Portrait) ปรับ AI Beauty 30% ความเบลอฉากหลัง 60%


ถ่ายด้วยโหมดภาพบุคคล (Portrait) ปรับ AI Beauty 30% ความเบลอฉากหลัง 60%


ถ่ายด้วยโหมดภาพบุคคล (Portrait) ปรับ AI Beauty 30% ความเบลอฉากหลัง 60% เปิดใช้ฟิลเตอร์แยกสีบนตัวแบบ


ถ่ายด้วยโหมดภาพบุคคล (Portrait) ปรับ AI Beauty 30% ความเบลอฉากหลัง 60% เปิดใช้ฟิลเตอร์ไนท์แฟลร์


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าคู่ ความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ ปรับ AI Beauty 50% และเปิด AI แต่งสีฉากหลัง


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ ปรับ AI Beauty 50% และเปิด AI แต่งสีฉากหลัง


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ ปรับ AI Beauty 50% และเปิด AI แต่งสีฉากหลัง


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ ปรับ AI Beauty 50% และเปิด AI แต่งสีฉากหลัง


ถ่ายด้วยโหมดรูปคน (Portrait) ปรับ AI Beauty 50% ความเบลอฉากหลัง 60%


ถ่ายด้วยโหมดรูปคน (Portrait) ปรับ AI Beauty 50% ความเบลอฉากหลัง 60%


ถ่ายด้วยโหมดรูปคน (Portrait) ปรับ AI Beauty 50% ความเบลอฉากหลัง 60% เปิดใช้ฟิลเตอร์แยกสีบนตัวแบบ


สรุปผลการทดสอบของ OPPO A93

โดยสรุปแล้วความโดดเด่นของ OPPO A93 นั้นเริ่มที่การถูกออกแบบมาให้มีความบาง และเบากว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป จึงพกพาสะดวกขึ้น และช่วยให้ผู้หญิงที่มีฝ่ามือเล็ก จับถือใช้งานได้สะดวก นอกจากนี้ขอบเครื่องโดยรอบยังมีความโค้งมนรอบด้านแบบ 220 องศา จึงดูสวยงาม และจับถือง่าย ส่วนฝาหลังเป็นวัสดุโพลีคาร์บอเนตเคลือบผิวด้านสะท้อนแสง (Shiny Matte) ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของประสิทธิภาพการใช้งาน OPPO A93 ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio P95 และหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB นั้น สามารถรับมือกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น อีกทั้ง ColorOS 7.2 ยังมีฟีเจอร์ให้ใช้งานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโหมดมืด, โหมดผ่อนคลาย (OPPO Relax), การบันทึกวิดีโอหน้าจอ และอื่นๆ เรียกได้ว่าครบเครื่องทุกฟังก์ชันในตัว

OPPO A93 มีแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh ที่รองรับระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 18W Fast Chargeซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่พอใช้งานได้ทั้งวัน แต่อาจไม่ถึงกับอึด และระบบชาร์จไวก็ช่วยประหยัดเวลาในการชาร์จได้พอสมควร แต่จะดีกว่านี้มากหาก OPPO ใช้ระบบชาร์จไวที่มีชื่อเสียงของตัวเองอย่าง VOOC หรือ SuperVOOC แทน Fast Charge ธรรมดา

สำหรับการเล่นเกม ด้วยพลังของชิปเซ็ต MediaTek Helio P95 และ RAM ขนาด 8GB จึงช่วยให้สามารถรับมือกับเกมทั่วๆ ไปได้ค่อนข้างดี เมื่อรวมกับฟีเจอร์ Game Space ใน ColorOS 7.2 แล้ว ทำให้การเล่นสะดวก และราบรื่นขึ้นอีกระดับ โดยมีการตอบสนองต่อการสัมผัสสั่งงานที่รวดเร็วฉับไว แต่สิ่งที่ทำให้การเล่นเกมบน OPPO A93 มีอรรถรสกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น คือหน้าจอแบบ Super AMOLED ที่แสดงสีสันได้อย่างสวยงาม มีความคมชัด และสู้แสงแดดกลางแจ้งได้ดี อย่างไรก็ตาม ชิปเซ็ต MediaTek Helio P95 ยังจัดการกับเกมที่ใช้กราฟิกหนักๆ ได้ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับชิปเซ็ตของสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่มีราคาใกล้เคียงกัน แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่ามีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ

 

ด้านการถ่ายภาพ OPPO A93 มีคุณสมบัติที่น่าสนใจไม่แพ้คู่แข่ง โดยมีชุดกล้องหลัง 4 ตัว ที่ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, กล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องขาว-ดำ (Mono) ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล จำนวน 2 ตัว ซึ่งใช้สำหรับเพิ่มคุณภาพให้ภาพถ่ายแนว Portrait โดยเลือกที่จะตัดกล้อง Macro ทิ้งไป นับว่าเป็นเซ็ตอัพที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไป ส่วนกล้องหน้าที่เป็นกล้องคู่ ก็เลือกใช้กล้องหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล กับกล้องเสริมที่เป็นกล้องวัดระยะชัดตื้น ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ต่างจากสมาร์ทโฟนอื่นๆ ที่มักจะเลือกใช้กล้องเสริมเป็นกล้อง Ultra Wide ทำให้เราเห็นว่า OPPO A93 ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการถ่ายรูปแนว Portrait เป็นหลักทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็น่าประทับใจ โดยสามารถแยกแยะตัวแบบ และฉากหลังออกจากกันได้อย่างแนบเนียน พร้อมกันนี้ระบบ AI Beauty ก็ใช้ง่าย และไม่หลอกตาเกินไป และมีลูกเล่นฟิลเตอร์แยกสีสันบนตัวแบบ กับฟิลเตอร์ไนท์แฟลร์ที่ช่วยให้ดวงไฟบนฉากหลังมีเอฟเฟกต์โบเก้ชัดเจนขึ้น เรียก ได้ว่า OPPO A93 เป็นสมาร์ทโฟนที่ถ่ายรูป Portrait ได้โดดเด่นที่สุดแล้วในช่วงราคานี้ นอกจากนี้ โหมดกลางคืนก็ยังทำได้ดีเช่นกัน โดยสามารถถ่ายโหมดกลางคืนในมุมมองแบบ Ultra Wide ได้ด้วย อย่างไรก็ดี การวัดแสงของกล้องหน้าและกล้องหลังยังมีความผิดพลาดให้เห็นอยู่บ้าง และระบบ AI แต่งสีฉากก็ทำให้ภาพดูฉูดฉาดเกินไปในบางสถานการณ์

จากทั้งหมดที่กล่าวมา ทางทีมงานเห็นว่า OPPO A93 เป็นสมาร์ทโฟนที่จัดสเปกมาให้ค่อนข้างลงตัวในราคา 8,999 บาท โดยมีจุดเด่นอยู่ที่กล้องหน้า-หลังรวม 6 ตัว ที่เน้นการถ่ายรูปแนว Portrait เป็นสำคัญ และหน้าจอแบบ Super AMOLED ที่มีสีสันสวยงาม พร้อมรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ ซึ่งหาได้ค่อนข้างยากสำหรับช่วงราคานี้ กล่าวได้ว่า OPPO A93 เป็นสมาร์ทโฟนที่เหมาะกับผู้ใช้ทุกเพศทุกวัยที่เน้นความบันเทิง และการถ่ายรูป Portrait เป็นหลัก ในงบไม่เกิน 10,000 บาทครับ

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ OPPO ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง OPPO A93 มาให้ทางทีมงานได้รีวิวกัน รวมทั้งขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชม แล้วพบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ


จุดเด่นของ OPPO A93

- ผิวด้านนอกของตัวเครื่องเป็นผิวสัมผัสด้านสะท้อนแสง (Shiny Matte) ป้องกันการเกิดคราบรอยนิ้วมือได้ พร้อมดีไซน์ขอบโค้งมน 220 องศา
- ตัวเครื่องขนาด 160.14x73.77x7.48 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนัก 164 กรัม ซึ่งมีความบาง และเบากว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปเล็กน้อย
- หน้าจอแสดงผล Mini Dual Punch-Holes Super AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล : 409ppi) พร้อมพื้นที่แสดงผล 90.67%, อัตราส่วนแบบ 20:9, Color Gamut 96% NTSC (TYP) และความสว่างสูงสุด 800 nit
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint 3.0) สามารถปลดล็อกหน้าจอได้ภายในเวลา 0.3 วินาที พร้อมรองรับการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า
 - ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Hekio P95 ความเร็ว 2.2 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ IMG PowerVR GM 9446
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8 GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 2.1 ขนาด 128 GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 พร้อมครอบทับด้วย ColorOS 7.2
- ฟีเจอร์ Game Space บล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่างๆ พร้อมกับเร่งประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องขณะเล่นเกม

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย

> กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung GM1ST ขนาด 1/2 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/1.7, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
> กล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Hynix Hi846 ขนาด 1/4 นิ้ว, มุมรับภาพ 119 องศา, รูรับแสงขนาด f/2.2, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
> กล้อง Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ GalaxyCore GC02M1B ขนาด 1/5 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.4, เม็ดพิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์
> กล้อง Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ GalaxyCore GC02M1B ขนาด 1/5 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.4, เม็ดพิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์

กล้องดิจิทัลด้านหน้า 2 ตัว (Dual Camera) ประกอบด้วย

> กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX471 ขนาด 1/3.09 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.4, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
> กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ GalaxyCore GC02M1B ขนาด 1/5 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.4, เม็ดพิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์

- แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charge, ฟังก์ชัน AI Night Charging และ Super Power Saving
- พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C พร้อมรองรับการใช้งาน OTG (USB On-the-Go)
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 4G/4G+, 3G, EDGE และ GPRS
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz/5GHz และ Bluetooth 5.1
- รองรับระบบระบุตำแหน่งด้วยระบบดาวเทียม GPS, A-GPS, BeiDou, GLONASS, Galileo และ QZSS
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Dual SIM-Dual Standby) บนถาดแบบ Triple-Slot
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- รองรับการสั่งงานด้วยท่าทาง (Air Gestures)
- ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Metallic White และ Matte Black
- ราคา 8,999 บาท ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ OPPO A93

- ลำโพงเสียงไม่ใช่ลำโพงคู่
- ระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงเป็นแบบ 18W Fast Charge ที่ชาร์จด้วยกำลังไฟสูงสุด 18W ไม่ใช่ VOOC หรือ SuperVOOC
- ชุดกล้องหลังไม่มีกล้อง Macro

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเครื่องทดสอบจากผู้ผลิต ดังนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่งเพื่อความมั่นใจ *


 

วันที่ : 04/11/2020