ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 22/04/2021
OnePlus Nord N100

รีวิว (Review) OnePlus Nord N100

รุ่นเล็กใหม่ใส่จอลื่น พร้อมแบตใหญ่ ลำโพงคู่ กล้อง 4 ตัว กับค่าตัวแค่ 5 พัน ด้วยจอ 90Hz ใหญ่ 6.52 นิ้ว, ชิปเซ็ต Snapdragon 460, แบตเตอรี่ชาร์จไว 18W จุใจ 5000 mAh, ลำโพงคู่เสียงดี, กล้องหลัง Triple Camera 13MP ผสานกล้องหน้า 8MP และเซนเซอร์สแกนนิ้ว บนดีไซน์เรียบหรูโค้งมน ในราคา 5,299 บาท

22 เมษายน 2021 - หลังจากที่ OnePlus มีการนำสมาร์ทโฟน 5G ราคาย่อมเยาอย่าง OnePlus Nord N10 5G เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่กำลังสนใจมือถือ OnePlus และล่าสุดนี้ทาง OnePlus ก็มีการนำสมาร์ทโฟนราคาประหยัดรุ่นใหม่ที่เข้าถึงได้ง่ายมากกว่าเดิม แต่ยังคงความโดดเด่นด้านประสิทธิภาพที่ครบครันทุกการใช้งาน และรุ่นนี้ก็คือ OnePlus Nord N100 นั่นเองครับ

สำหรับ OnePlus Nord N100 เป็นสมาร์ทโฟนที่พกพาความโดดเด่นมากับแบตเตอรี่พลังชาร์จ 18W ที่มีขนาดใหญ่ถึง 5000 mAh เพื่อรองรับการใช้งานที่ยาวนานตลอดวัน พร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่มีค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz เพื่อช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหลเนียนตาเหมือนกับสมาร์ทโฟนที่มีราคาสูง และประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 460

นอกเหนือจากประสิทธิภาพด้านการทำงานที่ครบเครื่องแล้ว OnePlus Nord N100 ยังมาพร้อมกับลำโพงเสียงแบบคู่ (Dual Speakers) เพื่อขับเสียงให้เต็มอารมณ์ รวมถึงกล้องหลังจำนวน 3 ตัว (Triple Camera) เพื่อบันทึกทุกภาพความประทับใจ โดยทาง OnePlus เปิดราคาวางจำหน่ายของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เอาไว้ที่ 5,299 บาทเท่านั้น เรียกว่าเป็นราคาที่จับต้องได้ง่าย

สำหรับตัวเครื่องจริงของ OnePlus Nord N100 จะเป็นอย่างไร และจะมีฟีเจอร์เด่นอะไรให้ใช้งานบ้างนั้น ไปติดตามรีวิวจากทีมงาน Thaimobilecenter กันเลยดีกว่าครับ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

OnePlus Nord N100 มาพร้อมกับกล่องผลิตภัณฑ์สีดำที่มีการพิมพ์โลโก้ N100 ด้วยสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของมือถือตระกูล Nord


อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย คู่มือการใช้งาน, เอกสารการรับประกัน, สายเชื่อมต่อสีแดงแบบ USB Type-C สำหรับโอนถ่ายข้อมูล หรือชาร์จแบตเตอรี่, อแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ที่มีกำลังการจ่ายไฟสูงสุดระดับ 9V/2A (18W)


มาดูที่ตัวเครื่องกันบ้าง สำหรับ OnePlus Nord N100 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล IPS LCD แบบเจาะรู ขนาด 6.52 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (1600x720 พิกเซล : 269 PPI) ครอบทับด้วยกระจก 2.5D Corning Gorilla Glass 3 พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz เพื่อช่วยให้แสดงผลได้อย่างลื่นไหล และอัตราส่วนการแสดงผลแบบ 20:9 กับการรองรับช่วงสีแบบ sRGB


ที่ด้านบนของตัวเครื่องมาพร้อมกับกล้องหน้าเซลฟี่แบบเจาะรู ความละเอียดระดับ 8 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงขนาด f2.0 ถัดมาเป็นลำโพงเสียงสำหรับสนทนาซึ่งทำหน้าที่เป็นลำโพงเสียงตัวรองในตัว


ที่ด้านล่างของหน้าจอแสดงผลมาพร้อมกับปุ่มควบคุมแบบสัมผัส (On-Screen Navigation) ประกอบไปด้วย ปุ่ม Back สำหรับย้อนกลับ, ปุ่ม Home สำหรับย้อนกลับไปยังหน้าโฮมสกรีน และปุ่ม Recent Apps สำหรับเรียกดูแอปพลิเคชันทั้งหมดที่เปิดทำงานอยู่เบื้องหลัง


สามารถปรับไปใช้วิธีการควบคุมแบบ Gestures หรือการลากนิ้วจากบริเวณขอบด้านล่าง และด้านข้างของหน้าจอแสดงผล เพื่อสั่งการตัวเครื่องได้ด้วยตนเอง

 


ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องประกอบไปด้วย ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot และปุ่มปรับระดับเสียง


สำหรับถาดใส่ซิมการ์ดของ OnePlus Nord N100 รองรับซิมการ์ดแบบ nanoSIM ทั้ง 2 ซิมการ์ด และสามารถใช้งานแบบ 1 ซิมการ์ด พร้อมกับเพิ่มหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card ความจุสูงสุด 256GB ได้ในช่องใส่ซิมการ์ดที่ 2


ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่สอง สำหรับตัดเสียงรบกวน


ที่ด้านขวาของตัวเครื่องมาพร้อมกับปุ่ม Power สำหรับล็อกหน้าจอแสดงผล หรือเปิด-ปิด การทำงานของสมาร์ทโฟน


ที่ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบไปด้วย ช่องเสียบหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพงเสียงตัวหลักของตัวเครื่องซึ่งจะคอยทำงานร่วมกับลำโพงสนทนาที่ด้านบน เพื่อขับเสียงแบบลำโพงคู่ (Dual Speakers)


พลิกมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่องจะพบกับบอดี้สวยหรูพรีเมียม ที่มีการเคลือบผิวสัมผัสแบบเงา พร้อมดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาให้ด้านข้างมีส่วนโค้งเว้าโอบรับกับอุ้งมือผู้ใช้งาน ช่วยให้จับถือได้อย่างถนัดมือมากยิ่งขึ้นซึ่งภายในตัวเครื่องสวย ๆ แบบนี้ทาง OnePlus ได้ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่จุใจถึง 5000 mAh ให้กับ OnePlus Nord N100 เพื่อรองรับการใช้งานที่ยาวนานตลอดวัน และยังสามารถเติมแบตเตอรี่กลับเข้าสู่ตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็วด้วยระบบชาร์จไว 18W Fast Charging โดยตัวเลือกสีจะมีเพียงสีเดียวนั่นก็คือ สีน้ำเงิน Midnight Frost ตามที่ทุกท่านกำลังรับชมอยู่นี้ครับ


ตรงกลางของตัวเครื่องติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Real-mounted Fingerprint) เพื่อช่วยให้ปลดล็อกตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็ว โดยทาง OnePlus เลือกวางตำแหน่งไว้บริเวณด้านบนของตัวเครื่อง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้นิ้วชี้ปลดล็อกได้สะดวกนั่นเอง


ที่ด้านบนมาพร้อมกับชุดกล้องหลังจำนวน 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น

- กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EIS) และระบบโฟกัสอัตโนมัติ
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และสามารถโฟกัสวัตถุได้ในระยะใกล้สุดระดับ 4 เซนติเมตร
- กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ

แม้จะเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัด แต่ OnePlus Nord N100 ก็ยังคงมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ OxygenOS ที่ขึ้นชื่อด้านความลื่นไหล และลูกเล่นการใช้งานเหมือนกับสมาร์ทโฟน OnePlus รุ่นอื่น ๆ โดยมาพร้อมกับ OxygenOS เวอร์ชัน 10.5.5 ซึ่งมีพื้นฐานการพัฒนามาจากระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 10 นั่นเองครับ


สำหรับหน้าโฮมสกรีนมีการจัดเรียงแอปพลิเคชัน พื้นฐานให้แบบครบถ้วน รวมถึงแอปพลิเคชันจาก Google ไม่ว่าจะเป็น Google Duo, Maps, Assistant หรือ Gmail


เมื่อปัดไปทางด้านซ้ายจากหน้าโฮมสกรีนจะพบกับ Google Discover ซึ่งรวบรวมข่าวสารล่าสุดที่คัดสรรมาเพื่อผู้ใช้แต่ละท่านโดยเฉพาะ


ส่วนแอปพลิเคชันทั้งหมดจะถูกจัดเก็บเอาไว้อย่าง เป็นระเบียบใน App Drawer



เมื่อปัดไปทางด้านขวาจากหน้า App Drawer จะพบกับ Hidden Space ซึ่งผู้ใช้สามารถซ่อนแอปพลิเคชันที่ต้องการได้เพียงแค่แตะที่ไอคอน +


เมื่อปัดจากด้านบนลงมายังด้านล่างในหน้าโฮ มสกรีน จะพบกับ Toggle Switch ซึ่งเป็นแถบคีย์ลัดสำหรับเข้าถึงการตั้งค่าแบบเร่งด่วนของตัวเครื่อง เช่น การเปิด-ปิด Wi-Fi, การเปิด-ปิด Bluetooth หรือการเปิดใช้งานไฟฉาย เป็นต้น


มาดูที่ลูกเล่นการใช้งานกันบ้าง สำหรับ OnePlus Nord N100 รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE ทั้งสองซิมการ์ด


สามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลตามค่า Refresh Rate ได้ทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่ 60Hz เพื่อประหยัดพลังงาน และ 90Hz เพื่อช่วยให้การแสดงผลเป็นไปอย่างลื่นไหลเนียนตามากยิ่งขึ้น


สามารถซ่อนกล้องหน้าได้ด้วยการเข้าไปที่เมนู Hide the front camera ระบบจะทำการเติบแถบสีดำบริเวณกล้องหน้าให้ดูกลืนไปกับ Status Bar


มาพร้อมกับฟีเจอร์ Night Mode สำหรับปรับอุณหภูมิสีของหน้าจอให้อยู่ในโทนอุ่น ตอบโจทย์การใช้งานในเวลากลางคืน


Reading Mode ฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ชื่นชอบการอ่านคอนเทนต์บนสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ โดยผู้ใช้สามรถปรับการแสดงผลได้ทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่ Chromatic Effect สำหรับปรับการแสดงผลให้โทนสีมีความอ่อนลง เพื่อให้ใช้งานได้อย่างสบายตา และ Mono Effect สำหรับปรับการแสดงผลให้มีโทนสีแบบขาว-ดำ


รองรับฟีเจอร์ Lift up display ซึ่งเป็นการปลุกหน้าจออัตโนมัติเมื่อยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาในระดับพร้อมใช้งาน


สามารถปรับเปลี่ยนขนาดของฟอนต์ได้ทั้งหมด 4 ระดับ และสามารถปรับเปลี่ยนขนาดของหน้าจอได้ทั้งหมด 5 ระดับ


สามารถปรับเปลี่ยนวอเปเปอร์, ไอคอน, รูปแบบนาฬิกา และธีมของตัวเครื่องผ่านเมนู Customization


มาพร้อมกับระบบเสียง Dirac Audio Tuner ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนการเล่นเสียงได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ Dynamic สำหรับปรับการเล่นเสียงให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่กำลังแสดงอยู่แบบอัตโนมัติ, Movie สำหรับเล่นเสียงแบบรอบทิศทาง พร้อมปรับเสียงให้ดูมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น, Music ปรับเสียงให้มีความอิ่มตัวเพื่อการฟังเพลงอย่างเต็มอรรถรส


App Locker ฟีเจอร์ที่ช่วยล็อกแอปพลิเคชันที่ต้องการ โดยจะมีเพียงผู้ที่รู้รหัสผ่านเท่านั้นที่สามารถเข้าใช้งานได้


สำหรับใครที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้งาน OnePlus ครั้งแรก หรือเป็นผู้ใช้ OnePlus อยู่แล้ว ก็สามารถย้ายข้อมูลจากสมาร์ทโฟนเครื่องเก่ามายัง OnePlus Nord N100 ได้อย่างง่าย ๆ ผ่านฟีเจอร์ OnePlus Switch


มาพร้อมกับฟีเจอร์ Quick reply in landscape สำหรับตอบกลับข้อความแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันที่รองรับแบบอัตโนมัติ เมื่อใช้งานสมาร์ทโฟนแบบเต็มจอในแนวนอน


ฟีเจอร์ RAM Boost สำหรับช่วยจัดการการใช้งาน RAM ให้เหมาะสมเพื่อช่วยให้การเปิดแอปพลิเคชันต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ผ่านการเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้แต่ละท่าน


ในส่วนของระบบความปลอดภัย OnePlus Nord N100 รองรับการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ ซึ่งผู้ใช้สามารถบันทึกลายนิ้วมือได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ


และรองรับการปลดล็อกด้วยใบหน้าแบบ 2D ซึ่งสามารถบันทึกใบหน้าผู้ใช้ได้เพียง 1 ใบหน้าเพื่อความปลอดภัยระดับสูงสุด


มาดูในส่วนของประสิทธิภาพการทำงานกันบ้าง สำหรับ OnePlus Nord N100 มาพร้อมกับชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 460 ประกบคู่การทำงานร่วมกับหน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4x ขนาด 4GB และหน่วยความจำภายในแบบ UFS 2.1 ความจุ 64GB พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย OxygenOS 10.5.5 ตั้งแต่แกะกล่อง


ทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลโดยรวมของตัว เครื่อง ด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu พบว่า OnePlus Nord N100 สามารถทำคะแนนได้ทั้งหมด 161,539 คะแนน


ทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลของหน่วยประมวลผล กลาง (CPU) ด้วยแอปพลิเคชัน Geekbench พบว่า OnePlus Nord N100 สามารถทำคะแนนการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ได้ทั้งหมด 256 คะแนน และทำคะแนนการประมวลผลแบบหลายแกน (Multi-Core) ได้ทั้งหมด 1,177 คะแนน


ทดสอบประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ด้วยแอปพลิเคชัน 3D Mark พบว่า ทำคะแนนโดยเฉลี่ยได้ทั้งหมด 237 คะแนน


เมื่อนำไปทดสอบเล่นเกมออนไลน์ยอดนิยมบนท้องตลาด อย่าง Call of Duty : Mobile พร้อมปรับกราฟิกระดับสูง พบว่า OnePlus Nord N100 สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล ซึ่งจะมีอาการสะสมความร้อนให้พบเจอบ้างเมื่อเล่นติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน



ในส่วนของการเล่นไฟล์ความละเอียดสูง ก็สามารถทำได้อย่างลื่นไหลเช่นเดียวกัน


ทดสอบการจับสัญญาณ GPS ในที่โล่งแจ้ง พบว่า มีความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ +- 4 เมตร


ในส่วนของเซนเซอร์ก็จัดวางมาให้ครบครัน ทั้ง Accelerometer, Light, Orientation, Proximity, Gyroscope ไปจนถึง Magnetic Sensor


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

OnePlus Nord N100 มาพร้อมกับหน้าอินเทอร์เฟสของกล้องถ่ายภาพที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่าย ใช้งานสะดวก โดยที่ด้านบนจะเป็นแถบสำหรับปรับการตั้งค่าของกล้องแบบเร่งด่วน ไล่ตั้งแต่ การเปิด-ปิด ไฟแฟลช, การเปิดใช้งาน HDR และการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Dazzle Color เพื่อปรับโทนสีของภาพถ่ายให้มีความสดใสมากยิ่งขึ้น


ที่ด้านล่างจะเป็นโหมดถ่ายภาพแบบต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ โหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งสามารถปรับระดับการเบลอได้สูงสุด 100 ระดับ


และยังสามารถเปิดใช้งานฟิลเตอร์ได้พร้อมกันอีก ด้วย


ส่วนโหมดถ่ายภาพอื่น ๆ จะถูกเก็บเอาไว้ในแถบ More เริ่มตั้งแต่ โหมด Macro สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้ สามารถโฟกัสวัตถุได้ในระยะ 4 เซนติเมตร 


โหมด Pano สำหรับถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ในมุมกว้าง


โหมด Pro สำหรับปรับเปลี่ยนการตั้งค่าของกล้องถ่ายภาพอย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็น ค่าความไวแสง (ISO), ค่าความไวชัตเตอร์ (Speed Shutter), ค่าสมดุลแสงสีขาว (White Balance), ระยะโฟกัส และค่าชดเชยแสงสีขาว (EV)



รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุด Full HD ระดับ 30FPS


รองรับการปรับเปลี่ยนโทนสีของวิดีโอด้วย ฟิลเตอร์


และรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Time-Lapse ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD ระดับ 30FPS


ในส่วนของกล้องหน้าเซลฟี่ ผู้ใช้สามารถตั้งค่าต่าง ๆ เกี่ยวกับกล้องถ่ายภาพได้ที่ด้านบนเช่นเดียวกัน ได้แก่ การเปิด-ปิด ไฟแฟลช, การเปิดใช้งาน HDR, ปรับอัตราส่วนของภาพถ่าย และตั้งเวลาถ่ายภาพ


มาพร้อมกับฟิลเตอร์ที่มีให้เลือกใช้งานอย่าง หลากหลาย


สามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์ Face Retouching สำหรับปรับความเรียบเนียนของใบหน้าให้มีความเรียบเนียนได้สูงสุด 100 ระดับ


รองรับการถ่ายภาพเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งสามารถปรับระดับความเนียนของฉากหลังได้สูงสุด 100 ระดับ รวมทั้งยังสามารถเปิดใช้งานฟิลเตอร์ได้ด้วย


รองรับการถ่ายภาพเซลฟี่มุมกว้างแบบ Pano



ในส่วนของวิดีโอ รองรับการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าที่ความละเอียดสูงสุด Full HD ระดับ 30FPS พร้อมรองรับการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Face Retouching เพื่อปรับความเรียบเนียนของใบหน้าได้สูงสุด 100 ระดับ


รองรับการเปิดใช้งานฟิลเตอร์เพื่อปรับโทนสี ของวิดีโอ


และรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Time-Lapse ด้วยกล้องหน้าที่ความละเอียด HD ระดับ 30FPS


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียดระดับ 13+2+2 ล้านพิกเซล ของ OnePlus Nord N100

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมด Macro


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ของ OnePlus Nord N100

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ





ภาพถ่ายจากโหมดปกติพร้อมเปิดใช้งานฟีเจอร์ Face Retouching

 



ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อมเปิดใช้งานฟีเจอร์ Face Retouching


สรุปผลการทดสอบของ OnePlus Nord N100

จากที่มีโอกาสได้ใช้งานมาระยะหนึ่ง ก็พอจะสรุปได้ว่า OnePlus Nord N100 เป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีงบประมาณในการเลือกซื้อที่จำกัด แต่ต้องการสมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานครบครันแบบครบจบในเครื่องเดียวในราคาที่ประหยัดคุ้มค่า ซึ่ง OnePlus Nord N100 ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 6,000 บาท ด้วยการมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลซึ่งมีอัตราการรีเฟรชอยู่ที่ 90Hz เพื่อช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหลเนียนตา บนบอดี้ที่มีความสวยหรูพรีเมียมที่ถอดแบบมาจาก OnePlus รุ่นพี่

ด้านคุณสมบัติพื้นฐานของ OnePlus Nord N100 ก็ถือว่าจัดมาให้พร้อมทุกการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 460 ประกบคู่การทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4x ขนาด 4GB และหน่วยความจำภายใน แบบ UFS 2.1 ความจุ 64GB ที่อ่านเขียน ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังสามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card ได้อีก 256GB ทำให้เก็บข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย หรือวิดีโอ ได้อย่างจุใจ นอกจากนี้ OnePlus ยังให้แบตเตอรี่มามากถึง 5000 mAh เพื่อ รองรับการใช้งานอย่างยาวนาน ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างเยอะ แต่ OnePlus Nord N100 ก็ถูกออกแบบมาให้มีความบาง 8.49 มิลลิเมตร และน้ำหนักรวม 188 กรัม ซึ่งช่วยให้ใช้งานได้อย่างคล่องตัวสบายมือ


ในส่วนของการถ่ายภาพ แม้จะเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัด แต่ OnePlus Nord N100 ก็จัดเต็มมากับกล้องหลังจำนวน 3 ตัว ที่ช่วยให้บันทึกภาพได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น ภาพถ่ายบุคคล, ภาพถ่ายระยะใกล้แบบ Macro ไปจนถึงการถ่ายวิดีโอที่มีระบบกันสั่นแบบ EIS เพื่อช่วย ให้ภาพดูมีความนิ่งมากยิ่งขึ้น ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ก็มีลูกเล่นอย่างโหมดถ่ายภาพเซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอแบบ Portrait ซึ่งตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการแชร์ภาพถ่ายลงบนโซเชียลมีเดียมากเลยทีเดียว

นอกจากนี้ OnePlus Nord N100 ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอย่าง ลำโพงคู่ (Dual Speakers) ที่มีเสียงดังฟังชัด ซึ่งนับว่าเป็นฟีเจอร์ที่หาได้ค่อนข้างยากในมือถือช่วงราคาไม่ถึง 6,000 บาท, ระบบชาร์จเร็วแบบ 18W Fast Charging เพื่อเติมแบตเตอรี่กลับเข้าสู่ตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็ว ไปจนถึงระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ ที่มีการติดตั้งเซนเซอร์ในตำแหน่งที่ปลดล็อกได้อย่างง่ายดาย


สำหรับ OnePlus Nord N100 เปิดราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยที่ 5,299 บาท มีให้เลือกเพียงสีเดียว คือสี Midnight Frost โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2564 เป็นต้นไป

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง OnePlus ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง OnePlus Nord N100 มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ


จุดเด่นของ OnePlus Nord N100

- หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 6.52 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (1600x720 พิกเซล : 269 PPI) พร้อมค่า Refresh Rate ของหน้าจอระดับ 90Hz, อัตราส่วนแบบ 20:9, รองรับช่วงสีแบบ sRGB และครอบทับด้วยกระจก 2.5D Corning Gorilla Glass 3
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)
- ฟีเจอร์ Reading Mode สำหรับปรับเปลี่ยนอุณหภูมิสีของหน้าจอให้เหมาะสมกับการอ่านคอนเทนต์บนสมาร์ทโฟน
- ฟีเจอร์ Night Mode สำหรับปรับเปลี่ยนอุณหภูมิสีของหน้าจอให้อยู่ในโทนอุ่น เพื่อช่วยให้ใช้งานได้อย่างสบายตามากยิ่งขึ้น
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 460 (SM4250)
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4x ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 2.1 ขนาด 64GB
- รองรับการเพิ่มการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 256GB
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 18W Fast Charging (9V/2A)
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 พร้อมครอบทับด้วย OxygenOS 10.5.5

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียด 13+2+2 ล้านพิกเซล ประกอบด้วย

> กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EIS) และระบบโฟกัสอัตโนมัติ
> กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และสามารถโฟกัสวัตถุได้ในระยะใกล้สุดระดับ 4 เซนติเมตร
> กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4

พร้อมไฟแฟลช LED, โหมด Portrait, โหมด Pro, โหมด HDR, โหมด Panorama, AI Scene Detection, Dehaze Color, Filter, Screen Flash, Face Retouching, โหมด Macro ที่สามารถโฟกัสวัตถุได้ใกล้สุดที่ระยะ 4 เซนติเมตร, รองรับการถ่ายวิดีโอปกติ กับวิดีโอแบบ Time-Lapse ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 1080P FHD (30 fps)

กล้องดิจิทัลด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

พร้อมรูรับแสงขนาด f2.0 และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 1080P FHD (30 fps)

- ลำโพงเสียงแบบคู่ (Dual Speakers)
- ระบบเสียง Dirac Audio Tuner
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ Wi-Fi 2.4/5GHz, 4G LTE, 3G, EDGE และ GPRS
- รองรับการใช้งานระบบซิมคู่ (Dual SIM) บนถาดแบบ Hybrid Slot
- รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.0
- รองรับการระบุตำแหน่งด้วยระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, Glonass, Beidou และ Galileo
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB-Type C (USB 2.0)
- ฟีเจอร์ Parallel Apps สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันแบบ 2 แอคเคานท์
- ราคา 5,299 บาท ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ OnePlus Nord N100

- หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ IPS LCD และมีความละเอียดเพียงแค่ระดับ HD+
- ถาดใส่ซิมการ์ดเป็นแบบ Hybrid Slot ซึ่งช่องใส่ซิมการ์ดที่ 2 ต้องเลือกใส่อย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง Nano SIM หรือการ์ด microSD
- มีให้เลือกเพียงแค่สีเดียว (Midnight Frost)
- บอดี้ด้านหลังมีความมันเงา จึงอาจทำให้เกิดคราบเปื้อนรอยนิ้วมือได้ง่าย


โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง บ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *


วันที่ : 22/04/2021