ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 13/12/2018


รีวิว (Review) motorola one

สมาร์ทโฟน Android One จอใหญ่ดีไซน์ไร้ขอบ พร้อมกล้องคู่ ในราคาแค่หลักพัน! ด้วยจอ Max Vision HD+ ใหญ่ 5.9 นิ้ว, กล้องคู่ 13+2 ล้านพิกเซล ที่ถ่ายวิดีโอ 4K ได้, ชิปเซ็ต Snapdragon 625, RAM 4GB+ROM 64GB, แบตเตอรี่ชาร์จเร็ว TurboPower, พอร์ต USB-C, ระบบสแกนใบหน้า+สแกนนิ้ว และการันตีการอัปเดตสไตล์ Android One บนบอดี้กระจกที่ไม่กลัวน้ำ ในราคาพร้อมแพ็กเกจเพียง 3,990 บาท!
 

สวัสดีครับ กลับมาพบกับรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดโดยทีมงาน Thaimobilecenter กันอีกเช่นเคย ในช่วงนี้ยังคงมีสมาร์ทโฟนระดับกลาง ราคาไม่เกิน 10,000 บาท เปิดตัวออกมาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเน้นคุณสมบัติจอใหญ่ไร้ขอบ พร้อมด้วยแบตเตอรี่ความจุสูงๆ นอกเหนือจากนั้นก็จะมีจุดเด่นปลีกย่อยที่แตกต่างกันออกไป สำหรับวันนี้เราจะพาทุกท่านไปพบกับสมาร์ทโฟนระดับกลางอีกรุ่นหนึ่ง ที่อาจไม่ได้เน้นที่ดีไซน์ภายนอกมากนัก แต่ฟีเจอร์ภายในนั้นมีความน่าสนใจมากทีเดียว ซึ่งก็คือ motorola one ครับ

motorola one เป็นสมาร์ทโฟนในโครงการ Android One รุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในประเทศไทย ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo แบบดั้งเดิม ไม่มีการครอบทับด้วย Custom UI จึงมีอินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย และใช้งานได้ลื่นไหล พร้อมทั้งการันตีการอัปเดตเวอร์ชัน Android อย่างต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 2 เวอร์ชัน  พร้อมฟีเจอร์ดีๆ อย่าง Google Lens รวมทั้งสามารถเก็บไฟล์รูปภาพได้ไม่จำกัดด้วยบริการ Google Photos สำหรับดีไซน์ภายนอกมีการปรับให้เข้ากับยุคสมัย โดยมีหน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบ Max Vision ขนาด 5.9 นิ้ว พร้อมรอยบากด้านบน ความละเอียดระดับ HD+ (1520 x 720 พิกเซล) กรอบตัวเครื่องเป็นโลหะซึ่งถูกประกบด้านหน้า-ด้านหลังด้วยกระจก จึงดูแข็งแรง และสวยเงางาม พร้อมทั้งมีการเคลือบผิวแบบ Nano-Coating เพื่อป้องกันละอองน้ำ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ความเร็ว 2.0 Ghz พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 506 โดยมีหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB รองรับการใช้งานทุกฟังก์ชันได้อย่างลื่นไหลเต็มประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับความบันเทิงด้วยระบบเสียง Dolby Audio นอกจากนี้ยังมีระบบสแกนใบหน้า กับสแกนลายนิ้วมือ และรองรับ 2 ซิมการ์ดพร้อมกับติดตั้งหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card ไปพร้อมกันบนถาดแบบ Triple-Slot ได้อีกด้วย

ด้านการถ่ายภาพ motorola one มาพร้อมกล้องหลังคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างระดับ f/2.0+f/2.4 รองรับระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF และโดดเด่นด้วยคุณสมบัติการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดระดับ 4K Ultra-HD (30fps) ซึ่งหาได้ยากในสมาร์ทโฟนระดับกลาง ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้างระดับ f/2.2 ซึ่งรองรับการถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอ และปรับระดับความเบลอฉากหลังได้แบบ Real-Time

 

จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของ motorola one คือ ระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง TurboPower ด้วยการชาร์จผ่านพอร์ต USB Type-C ซึ่งช่วยให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง ด้วยการชาร์จเพียง 20 นาที นับเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ไม่ค่อยมีให้เห็นในสมาร์ทโฟนระดับกลางบ่อยนัก

จากคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น นับว่า motorola one เป็นสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์น่าสนใจหลายอย่างในราคา 7,990 บาท และที่พิเศษอีกอย่างก็คือ หากซื้อพร้อมแพ็กเกจ ก็จะมีราคาเหลือเพียง 3,990 บาท เท่านั้น แต่ในแง่ของการใช้งานจริงจะดึงจุดเด่นเหล่านี้ออกมาได้มากแค่ไหน เราไปชมกันต่อในรีวิว motorola one ได้เลยครับ

 

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

motorola one มาในดีไซน์จอไร้ขอบพร้อมรอยบากด้านบนหน้าจอตามเทรนด์ที่กำลังนิยมกันในปัจจุบัน โดยมีจอแสดงผลแบบ LTPS IPS LCD ขนาด 5.9 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1520x720 พิกเซล) ในอัตราส่วน 19:9 โดยครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D Corning Gorilla Glass ส่วนด้านหลังก็ถูกครอบทับด้วยกระจกเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งมีเทคโนโลยีการเคลือบผิวแบบ P2i Nano-Coating เพื่อปกป้องตัวเครื่องจากน้ำกระเซ็น, ละอองน้ำ หรือฝน และตัวเครื่องมีขนาดพอดีมือที่ 150x72x7.97 มิลลิเมตร กับน้ำหนัก 162 กรัม

 

ด้านบนหน้าจอมีแถบเซ็นเซอร์ขนาดค่อนข้างใหญ่ ซึ่งติดตั้งลำโพงสนทนา, กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, ไฟแฟลช LED และเซ็นเซอร์ต่างๆ

 

ด้านล่างหน้าจอมีขอบเล็กน้อย พร้อมโลโก้ motorola ปุ่มควบคุมหลักทั้ง 3 ปุ่ม ได้แก่ปุ่ม Home, ปุ่ม Back และ กลุ่ม Recent Apps เป็นแบบ on-screen ทั้งหมด

 

ตัวเครื่องด้านหลังเป็นสีดำ ครอบทับด้วยกระจกเงาวาว มุมซ้ายบนติดตั้งกล้องดิจิทัลแบบคู่ ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงกลางที่ดูโดดเด่นด้วยโลโก้รูปตัว M ของ motorola

 

ตัวเครื่องด้านซ้ายมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด ซึ่งเป็นแบบ Triple-Slot ส่วนด้านขวามีปุ่ม Power (ปุ่มสั้น) และปุ่มปรับระดับเสียง (ปุ่มยาว) 

 

ตัวเครื่องด้านบนมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ส่วนด้านล่างมีพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพงเสียงภายนอก

 

ถาดใส่ซิมของ motorola one เป็นแบบ Triple-Slot ซึ่งสามารถติดตั้งซิมการ์ดแบบ nanoSIM ได้ 2 ซิม พร้อมกับติดตั้งการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card ได้ สูงสุดที่ขนาด 256GB

 

เปิดเครื่อง ทดสอบฟังก์ชันการใช้งาน และแอปพลิเคชันต่างๆ

motorola one เป็นสมาร์ทโฟนในโครงการ Android One ซึ่งมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 8.1.0 One Edition มีอินเทอร์เฟซการใช้งานแบบดั้งเดิม ไม่มีการครอบทับด้วย Custom UI ใดๆ

 

แอปพลิเคชันหลักๆ ที่ติดตั้งมาให้แต่แรกจะเป็นของ Google ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Google Maps, YouTube, Google Photos ไปจนถึงเบราเซอร์ Google Chrome โดยมีแอปพลิเคชันของ Motorola ติดตั้งมาให้แค่ 2 ตัวเท่านั้น ไม่มีแอปพลิเคชันเหลือใช้หรือ Bloatware แถมมาให้หนักเครื่องแต่อย่างใด

 

เมื่อปัดหน้าจอขึ้นจะเป็นการเปิด App Drawer ซึ่งแสดงแอปพลิเคชันทั้งหมดที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง สามารถค้นหาแอปพลิเคชันแบบเฉพาะเจาะจงได้โดยใช้แถบค้นหาด้านบน

 

เมื่อกดค้างบนพื้นที่ว่างบนหน้าจอสักครู่ จะเข้าสู่โหมดการปรับแต่งหน้าจอ ซึ่งเราสามารถเพิ่มเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์ได้โดยเลือกรูปภาพจากใน Google Photos หรือวอลเปเปอร์แบบดั้งเดิมที่ติดมากับเครื่องอยู่แล้ว

 

นอกจากนี้เรายังเพิ่ม หรือลบวิดเจ็ตต่างๆ บนหน้าจอได้ ซึ่งแต่ละวิดเจ็ตก็จะมีหน้าที่และขนาดแตกต่างกันไป สามารถเลือกใช้งานได้ตามสะดวก

 

ในส่วนของการตั้งค่าหน้าแรกจะเป็นการตั้งค่าทั่วๆ ไป เช่น เปิด-ปิดการเพิ่มไอคอนแอปพลิเคชันลงบนหน้าจอหลักหลังจากติดตั้งทันที, เปิด-ปิดการหมุนหน้าจอตามลักษณะการจับถือ และปรับเปลี่ยนจำนวนไอคอนที่จะแสดงในแต่ละหน้า เป็นต้น

 

เมื่อปัดนิ้วลงมา 1 ครั้งบนหน้าจอหลัก จะเป็นการเปิดแถบทางลัดการตั้งค่าแบบย่อ และดูการแจ้งเตือน เมื่อปัดนิ้วลงมาอีกครั้ง จะเป็นการขยายแถบเมนูทางลัด และเปิดแถบปรับระดับความสว่างของหน้าจอขึ้นมา

 

เราสามารถเพิ่มทางลัดการตั้งค่าในเมนูได้โดยกดที่ไอคอนรูปปากกา แล้วลากไอคอนทางลัดที่ต้องการไปยังเมนู หรือลากไอคอนทางลัดจากบนเมนูลงมาด้านล่างเพื่อลบออกก็ได้เช่นกัน

 

หนึ่งในแอปพลิเคชันของ motorola ที่ติดมากับตัวเครื่อง คือ ความช่วยเหลือ Moto ซึ่งเป็นเสมือนตัวช่วยเบื้องต้นเมื่อผู้ใช้มีปัญหาในการใช้งาน ในหน้าหลักแสดงปริมาณการใช้งานหน่วยความจำภายในเป็น GB และเป็นเปอร์เซ็นต์ (จากทั้งหมด 64GB) เมื่อกดที่ตัวเลขในวงกลมจะแสดงรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติม และมีตัวเลือกในการเพิ่มพื้นที่ว่าง ซึ่งจะนำเราไปยังแอปพลิเคชัน Files ของ Google อีกที

 

ในเมนู เรียนรู้ มีคู่มือการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของ motorola one อย่างละเอียด

 

เมนู การทดสอบฮาร์ดแวร์ เป็นเครื่องมือสำหรับตรวจหาความผิดปกติของฮาร์ดแวร์ต่างๆ ตั้งแต่หน้าจอ ไปจนถึงไฟแฟลช หากสงสัยว่ามีฮาร์ดแวร์ตัวใดตัวหนึ่งเสีย สามารถเข้ามาตรวจสอบด้วยตัวเองในเมนูนี้ได้ ทั้งนี้ความผิดปกติของฮาร์ดแวร์ที่แสดงในภาพ Screenshot เป็นความผิดปกติที่ทีมงาน Thaimobilcenter ทำขึ้นเพื่อแสดงเป็นตัวอย่าง ตัวเครื่อง motorola one ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ไม่มีความผิดปกติใดๆ

สำหรับ บริการซ่อมแซม จะมีเมนูสำหรับตรวจสอบราคาซ่อมเบื้องต้น แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้ และมีตัวเลือกการสำรองข้อมูลก่อนส่งซ่อม ซึ่งจะเป็นการสำรองข้อมูลบนระบบ Cloud ของ Google Drive

 

อีกแอปพลิเคชันหนึ่งที่ติดมากับเครื่องคือ Moto ซึ่งเป็นแอปสำหรับตั้งค่า Moto Actions และ Moto Display

 

Moto Actions เป็นฟีเจอร์การควบคุมสมาร์ทโฟนด้วยท่าทาง เช่น เขย่า 2 ครั้งเพื่อเปิดไฟฉาย หรือหมุนข้อมือ 2 ครั้งเพื่อเข้าสู่โหมดการถ่ายภาพ เป็นต้น ส่วน Moto Display จะเป็นการตั้งค่าการแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันต่างๆ บนหน้าจอขณะล็อก

 

ในส่วนของอินเทอร์เฟซการโทรที่เป็นฟังก์ชันสำคัญนั้น มาในรูปแบบเรียบง่ายตามสไตล์ของ Android แบบดั้งเดิม เข้าใจง่ายและใช้งานง่ายเช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนทั่วไป

 

motorola one มาพร้อมกับแอปพลิเคชัน Files ของ Google สำหรับเลือกดูและจัดการไฟล์ต่างๆ ในเครื่อง มีฟังก์ชันในการค้นหาไฟล์ขยะและไฟล์ขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะลบ หรือจะเก็บไฟล์ไหนไว้บ้าง

 

ในการเรียกดูแอปพลิเคชันในตัวเครื่องผ่าน Files จะมีการแบ่งหมวดหมู่ไฟล์ต่างๆ เอาไว้อย่างชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการค้นหาและจัดระเบียบ

 

สำหรับฟังก์ชันความปลอดภัย motorola one รองรับระบบยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือ ซึ่งผู้ใช้สามารถลงทะเบียนรายนิ้วมือในหน้าการตั้งค่า เพื่อใช้สำหรับปลดล็อกหน้าจอ หรือยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันอื่นๆ และเพิ่มการจดจำลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 นิ้ว

 

นอกจากนี้ motorola one ยังมีระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าควบคู่มากับการสแกนลายนิ้วมือ โดยเป็นการสแกนใบหน้าแบบ 2 มิติด้วยกล้องดิจิทัลด้านหน้า วิธีนี้จะรวดเร็วและสะดวกกว่าการใช้ลายนิ้วมือ แต่อาจจะไม่ปลอดภัยเท่า ซึ่งก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดสแกนลายนิ้วมือครับ

 

รูปภาพและไฟล์วิดีโอต่างๆ ที่เราถ่าย หรือดาวน์โหลดเข้ามาบน motorola one นั้น สามารถเรียกดูได้บนแอปพลิเคชัน Google Photos ที่น่าสนใจคือมีการแบ่งอัลบั้มตามใบหน้าของคนในภาพ, สถานที่, สิ่งของ และสัตว์เลี้ยงด้วย

 

เมื่อกดเข้าไปดูรูปภาพ จะมีตัวเลือกในการปรับแต่งภาพ เช่น การต่อภาพ, การปรับความสว่าง และการใส่ฟิลเตอร์ เป็นต้น

 

และที่น่าสนใจคือ ผู้ใช้สามารถเก็บภาพและวิดีโอขึ้นไปบน Cloud ของ Google Photos ได้แบบไม่จำกัด แต่ภาพจะต้องมีความละเอียดไม่เกิน 16 ล้านพิกเซล และวิดีโอจะต้องมีความละเอียดไม่เกิน Full HD หากต้องการเก็บไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่าที่กำหนด เช่นวิดีโอ 4K จะมีพื้นที่จำกัด 15GB ซึ่งจะนับรวมกับพื้นที่ Google Drive ของผู้ใช้

 

สำหรับการใช้งานด้านความบันเทิงนั้น motorola one มี Google Chrome เป็นเบราเซอร์พื้นฐานในการท่องอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีการแสดงผล และความเร็วในการทำงานในระดับที่เชื่อถือได้

 

อย่างไรก็ดี motorola one ไม่ได้ติดตั้งแอปพลิเคชันสำหรับเล่นไฟล์เพลงมาให้ แต่ยังเปิดเพลงได้ผ่านแอปพลิเคชัน Files ซึ่งไม่มีลูกเล่นใดๆ หากต้องการแอปพลิเคชันเล่นเพลงที่มีฟังก์ชันอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดได้จาก Play Store

 

สำหรับการเล่นวิดีโอ ทำได้ผ่านแอปพลิเคชัน Google Photos ซึ่งมีอินเทอร์เฟซในการควบคุมที่เรียบง่าย ผู้ใช้สามารถแชร์, ดูรายละเอียดไฟล์, แก้ไขวิดีโอ และลบวิดีโอได้ผ่านไอคอนเมนูด้านล่าง

 

และยังดูการตั้งค่าอื่นๆ ได้ โดยกดที่ไอคอนสามปุ่มบริเวณขอบจอด้านขวาบน

 

ในการแก้ไขวิดีโอบน Google Photos จะมีให้เลือก 2 อย่าง ได้แก่ ปรับไม่ให้สั่น และ หมุน โดยการปรับไม่ให้สั่นจะเป็นการใช้ AI ทำให้ภาพนิ่งขึ้น เหมือนระบบกันสั่น OIS และ EIS แต่ต่างกันที่ Google Photos จะทำให้ภาพนิ่งหลังจากที่ถ่ายมาแล้ว เหมาะสำหรับแก้ไขอาการสั่นของวิดีโอ 4K ที่มักจะเปิดใช้ระบบกันสั่นขณะบันทึกไม่ได้ ส่วนการหมุน จะเป็นการกลับภาพวิดีโอให้เป็นแนวตั้ง หรือแนวนอนตามองศาที่เราต้องการ

 

ฟีเจอร์เด่นอีกอย่างหนึ่งของ motorola one คือระบบเสียง Dolby Audio ที่ช่วยให้สมาร์ทโฟนถ่ายทอดเสียงออกมาได้อย่างเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้สามารถปรับแต่งย่านเสียงได้อิสระผ่าน Graphic Equalizer ที่เข้าใจง่าย โดยแบ่งเป็นการตั้งค่าสำหรับเพลง, ภาพยนตร์, เกม และเสียงพูด นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าแบบกำหนดเองได้อีกด้วย

 

motorola one รองรับการแสดงผล 2 แอปพลิเคชันพร้อมกัน โดยกดที่ปุ่ม Recent Apps 1 ครั้ง แล้วแตะหน้าต่างแอปที่เราต้องการเปิดค้างเอาไว้ แล้วลากขึ้นไปในพื้นที่สีขาวด้านบน แอปที่เลือกจะเปลี่ยนเป็นการแสดงผลแบบครึ่งจอ จากนั้นเลือกหน้าต่างแอปที่เราต้องการเปิดคู่กันด้านล่าง เพียงเท่านี้ก็ใช้งาน 2 แอปพลิเคชันพร้อมกันได้แล้ว

 

การเปิด 2 แอปพลิเคชันพร้อมกัน ยังแสดงผลในแนวนอนได้ด้วย

 

มาดูกันที่การเล่นเกมกันบ้างครับ สำหรับ motorola one นั้น ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ความเร็ว 2.0 GHz ที่มากับหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 506 GPU พร้อมด้วย RAM 4GB โดยรวมแล้วถือว่ามีพลังในการประมวลผลอยู่ในระดับกลางๆ สามารถรองรับเกมทั่วๆ ไปบน Play Store ได้ รวมไปถึงเกมฮิตอย่าง RoV แต่สำหรับบางเกมอาจปรับการแสดงผลกราฟิกสูงสุดไม่ได้ หรือทำได้แต่กระตุก ทั้งนี้ motorola one ยังไม่รองรับโหมดเฟรมเรตสูงสำหรับเกม RoV

 

สำหรับผลการทดสอบ Benchmark ของ motorola one ด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu BenchMark สามารถทำคะแนนไปได้ 83020 คะแนน และจากการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน GeekBench 4 สามารถทำคะแนนในส่วนของ Single-Core ได้ 887 คะแนน และ Multi-Core ได้ 4417 คะแนน

 

การใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

motorola one เป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องคู่ด้านหลัง ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้าง f/2.0+f/2.4 รองรับระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF และมีเซ็นเซอร์วัดความชัดลึกของภาพที่กล้องรอง ตัวแอปพลิเคชันถ่ายภาพพื้นฐานมีอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายสะอาดตา แต่มีโหมดการใช้งานให้เลือกไม่มากนัก โดยในโหมดอัตโนมัติ (โหมดรูปภาพ) จะสามารถเลือกเข้าสู่โหมด Pro, ตั้งเวลานับถอยหลัง, เปิด-ปิดไฟแฟลช และเปิด-ปิด HDR ได้

 

ในโหมดภาพถ่ายบุคคลซึ่งเป็นการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอ จะมีแถบปรับระดับความเบลออยู่ด้านข้าง (ไม่มีตัวเลขบอกระดับ) การตั้งค่าอื่นๆ จะถูกจำกัด เหลือเพียงการตั้งเวลาถอยหลังเท่านั้น

 

สำหรับโหมด Pro ผู้ใช้สามารถปรับระดับความไวแสง (ISO) ได้ตั้งแต่ 100 จนถึง 3200, ปรับสมดุลแสงขาว (White Balance), ปรับระยะโฟกัส, ความไวชัดเตอร์ และตั้งค่าชดเชยแสงได้ +-2

 

สามารถเรียกดูโหมดการถ่ายภาพและวิดีโอเพิ่มเติมได้โดยเลือกที่ไอคอนรูปตารางซึ่งอยู่ถัดจากโหมดการถ่ายภาพ

 

สำหรับกล้องหน้าของ motorla one มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2 มีโหมดการถ่ายภาพเหมือนกับกล้องหลัง แต่จะมีฟังก์ชันการปรับหน้าสวย (Beauty) เพิ่มเข้ามา ซึ่งเลือกให้เป็นแบบอัตโนมัติ หรือปรับระดับเองก็ได้

 

นอกจากการถ่ายภาพแล้ว กล้องของ motorola one ยังรองรับฟีเจอร์ Google Lens ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่สามารถวิเคราะห์วัตถุต่างๆ และแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ ออกมาได้ ช่วยให้เราทราบข้อมูลของสิ่งที่เราไม่รู้จักได้ทันที เช่น ชนิดของดอกไม้ตรงหน้า หรือตำแหน่งของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เป็นต้น

 

ตัวอย่างการใช้ Google Lens ค้นหาข้อมูลของผลไม้ โดย AI สามารถวิเคราะห์และจำแนกชนิดของผลไม้ได้ค่อนข้างแม่นยำ แต่ก็มีบางครั้งที่แสดงข้อมูลไม่ถูกต้อง หรือตรวจหาวัตถุไม่เจอ ซึ่งเชื่อว่าทาง Google จะปรับปรุงให้ดีขึ้นในการอัปเดตครั้งต่อๆ ไป

 

และที่น่าสนใจคือ กล้องคู่ด้านหลังของ motorola one นั้น รองรับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดถึง 4K (30fps) ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกความละเอียดของวิดีโอได้ในหน้าการตั้งค่ากล้องครับ

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด Auto HDR

 

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด Auto HDR

 

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด Auto HDR

 

ถ่ายด้วยโหมดภาพถ่ายบุคคล (หน้าชัดหลังเบลอ) ความเบลอฉากหลังระดับกลาง

 

ถ่ายด้วยโหมดภาพถ่ายบุคคล (หน้าชัดหลังเบลอ) โดยเลือกโฟกัสที่ฉากหลัง ความเบลอระดับกลาง

 

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด Auto HDR

 

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด Auto HDR

 

ถ่ายด้วยโหมดภาพถ่ายบุคคล (หน้าชัดหลังเบลอ) ความเบลอฉากหลังระดับกลาง

 

ถ่ายด้วยโหมดภาพถ่ายบุคคล (หน้าชัดหลังเบลอ) โดยเลือกโฟกัสที่ฉากหลัง ความเบลอระดับกลาง

 

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด Auto HDR

 

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด Auto HDR

 

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิด Auto HDR

 

ถ่ายด้วยโหมดภาพถ่ายบุคคล ความเบลอฉากหลังระดับกลาง

 

ถ่ายด้วยโหมดภาพถ่ายบุคคล ความเบลอฉากหลังระดับสูงสุด

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ ไม่มีเอฟเฟ็กต์ Beauty

 

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิดเอฟเฟ็กต์ Beauty ระดับกลาง

 

ถ่ายด้วยโหมดภาพถ่ายบุคคล ความเบลอฉากหลังระดับกลาง

 

ถ่ายด้วยโหมดภาพถ่ายบุคคล ความเบลอฉากหลังระดับกลาง

 

สรุปผลการทดสอบของ motorola one

motorola one เป็นสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์ภายนอกไม่หวือหวา แต่มีจุดเด่นอยู่ที่ซอฟต์แวร์ภายใน โดยเป็นระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo (Android One) แบบดั้งเดิมที่มีความเรียบง่าย และไม่หนักเครื่อง แอปพลิเคชันที่ติดตั้งมาให้จากโรงงานมีเพียงแอปพลิเคชันของ Google ที่จำเป็นเท่านั้น จึงไม่ต้องกังวลว่าจะได้ของแถมเป็นแอปพลิเคชันจากผู้ผลิตที่เราอาจไม่ต้องการ และที่สำคัญคือการได้รับอัปเดตแพตช์ความปลอดภัย และระบบ Android เวอร์ชันใหม่ต่อไปอีกอย่างน้อย 2 เวอร์ชัน จึงมั่นใจได้ว่าซอฟต์แวร์ภายในจะมีความสดใหม่อยู่เสมอ

สเปกโดยรวมของ motorola one ดูไม่ค่อยโดดเด่นนักเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในระดับราคาใกล้เคียงกัน โดยมากับชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ซึ่งเป็นรุ่นที่ออกมาตั้งแต่ปี 2016 ทำให้มีประสิทธิภาพการประมวลผลโดยรวมต่ำกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในปัจจุบัน แต่ในการใช้งานจริง Snapdragon 625 ยังคงตอบสนองการทำงานต่างๆ ได้ลื่นไหลและรวดเร็วในระดับที่น่าพอใจ สามารถดูหนัง ฟังเพลงได้แบบไม่ติดขัด เมื่อทำงานร่วมกับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB แล้ว ก็ยังพอจะเล่นเกมส่วนใหญ่ในปัจจุบันได้แบบไม่ซีเรียส นอกจากนี้ motorola one ยังมีระบบเสียง Dolby Audio ที่ทำให้ผู้ใช้ปรับแต่งย่านเสียงให้ออกมาในสไตล์ที่ต้องการได้ เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านความบันเทิงอีกด้วย ส่วนระบบความปลอดภัยก็นับว่ามีมาให้ครบทั้งระบบสแกนลายนิ้วมือ และสแกนใบหน้า

ด้านการถ่ายภาพ motorola one ใช้งานกล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงกว้าง f/2.0+f/2.4 ซึ่งรองรับระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF และมีเซ็นเซอร์วัดความชัดลึกของภาพที่กล้องรอง ทำให้ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ หรือแนว Portrait ออกมาได้ดี สามารถแยกตัวแบบออกจากวัตถุพื้นหลังได้อย่างแนบเนียน และมีสีสันแม่นยำสมจริง แต่ที่พิเศษคือสามารถถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K ได้ด้วย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในสมาร์ทโฟนระดับกลางราคาไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลนั้นก็รองรับการถ่ายเซลฟีแบบหน้าชัดหลังเบลอเช่นกัน พร้อมทั้งมีโหมดปรับหน้าสวย (Face Beauty) ให้ใช้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ไม่สามารถเปิดโหมดปรับหน้าสวยพร้อมกับโหมดหน้าชัดหลังเบลอได้ อีกทั้งยังมีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกน้อย และไม่มีลูกเล่นใดๆ จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการเซลฟี่ด้วย AR Stickers หรือผู้ที่ต้องการเอฟเฟกต์แต่งภาพหลายๆ แบบ

อีกคุณสมบัติหนึ่งที่ทำให้ motorola one แตกต่างจากสมาร์ทโฟนระดับเดียวกัน คือแบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว TurboPower ผ่านพอร์ต USB Type-C ในขณะที่สมาร์ทโฟนระดับกลางส่วนใหญ่ยังใช้พอร์ต microUSB และทำได้แค่การชาร์จแบบปกติ

ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ สามารถกล่าวได้ว่า motorola one เป็นสมาร์ทโฟน Pure Android ที่รองรับการใช้งานทั่วไปได้อย่างครบครัน มีความเรียบง่าย ไม่มีแอปพลิเคชันที่ไม่จำเป็นแถมมาให้ และไม่มีฟีเจอร์หวือหวา แต่โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ที่มีประโยชน์จริงๆ อย่างการถ่ายวิดีโอ 4K และระบบชาร์จเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนใช้ง่าย ไม่มีฟีเจอร์หรือลูกเล่นที่เกินความจำเป็น และครอบคลุมทุกการใช้งานทั่วไป ในราคาไม่เกิน 10,000 บาทครับ

motorola one พร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ในราคา 7,990 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติ หรือความสามารถโดยรวม และพิเศษสำหรับลูกค้า True เมื่อซื้อ motorola one พร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือน 4G Fun Unlimited ราคา 499 บาทขึ้นไป พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,000 บาท (สัญญา 1 ปี) สามารถซื้อเครื่องได้ในราคาพิเศษเพียง 3,990 บาทเท่านั้น โดยโปรโมชั่นนี้จะมีถึงวันที่ 31 มกราคม 2562 เท่านั้น สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ True Shop ทุกสาขาครับ

 

จุดเด่นของ motorola one

- กรอบตัวเครื่องโลหะ พร้อมประกบด้วยกระจกทั้งด้านหน้า และด้านหลัง จึงดูแข็งแรงทนทาน และสวยเงางาม
- ตัวเครื่องมีการเคลือบผิวด้วยเทคโนโลยี P2i Nano-Coating ป้องกันน้ำกระเซ็น, ละอองน้ำ หรือเม็ดฝน
- จอแสดงผล Max Vision แบบ LTPS IPS LCD อัตราส่วนแบบ 19:9 ขนาด 5.9 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ และถือเป็นสมาร์ทโฟน motorola รุ่นแรกที่นำดีไซน์จอไร้ขอบพร้อมรอยบากมาใช้
- รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ และสแกนใบหน้า
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core Snapdragon 625 ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 506 ซึ่งรองรับเกมทั่วๆ ไปบน Play Store ได้ค่อนข้างดี
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo (Android One) ที่การันตีการอัปเดตเวอร์ชันใหม่ไปอีกอย่างน้อย 2 เวอร์ชัน
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และสามารถติดตั้งหน่วยความจำภายนอกเพิ่มเติมได้ด้วย microSD card สูงสุด 256GB
- เก็บบันทึกไฟล์รูปภาพได้ไม่จำกัด ด้วยบริการ Google Photos
- กล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพแนว Portrait และการถ่ายวิดีโอ 4K (30fps)
- กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และรองรับการถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอ
- แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ TurboPower
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- ฟีเจอร์ Moto Actions สำหรับเปิดใช้งานฟังก์ชันบางอย่างของสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก และรวดเร็วผ่านท่าทางการขยับมือ
- ระบบเสียงแบบ Dolby Audio พร้อมทั้งสามารถปรับแต่งย่านเสียงได้อย่างอิสระ
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแบบ nanoSIM พร้อมกับติดตั้ง microSD Card ได้โดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง บนถาดแบบ Triple-Slot
- รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi 802.11 a/b/g/n (Dual Band : 2.4/5 GHz) และ 4G LTE Cat4
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo (One Edition) ที่มีอินเทอร์เฟซการใช้งานแบบดั้งเดิม ไม่มีการครอบทับด้วย Custom UI 
- ราคา 7,990 บาท ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับคุณสมบัติ หรือความสามารถโดยรวม

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ motorola one

- ตัวเครื่องมีพื้นผิวเป็นกระจก จึงเกิดรอยนิ้วมือ หรือคราบเปื้อนได้ง่าย
- จอแสดงผลมีความละเอียดเพียงแค่ระดับ HD+
- ด้วยการที่เป็นระบบ Android แบบดั้งเดิม จึงมีฟีเจอร์ หรือลูกเล่นค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่ครอบทับด้วย Custom UI
- กล้องมีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกใช้น้อย และกล้องหน้าไม่สามารถเปิดเอฟเฟกต์ Beauty พร้อมกับการเบลอฉากหลังได้
- เลือกใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 625 ซึ่งเป็นรุ่นเก่า และมีประสิทธิภาพโดยรวมต่ำกว่าสมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่นในระดับเดียวกัน

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเครื่องทดสอบจากศูนย์บริการ คุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองเพื่อความมั่นใจครับ *

 

 

 

วันที่ : 13/12/2018