ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 10/08/2021


 

รีวิว (Review) Lenovo Legion Phone Duel 2

เกมมิ่งโฟนตัวโหด ตอบโจทย์เกมเมอร์ตัวจริง เร็วแรง จอลื่น ชาร์จไว ควบคุมเหนือกว่าใคร บนดีไซน์แบบเครื่องเกมคอนโซล
 

10 สิงหาคม 2020 - ตัวเลือกของสมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะนั้นมีอยู่ไม่มากนัก ซึ่งอีกหนึ่งแบรนด์ชั้นนำอย่าง Lenovo ก็ให้ความสำคัญกับตลาดกลุ่มนี้มานานแล้ว และล่าสุดเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาก็ได้เปิดตัว Lenovo Legion Phone Duel 2 เกมมิ่งสมาร์ทโฟนรุ่นที่สองของค่าย โดยมากับดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครในสไตล์แบบเครื่องเล่นเกมคอนโซล และฮาร์ดแวร์ที่เร็วแรงสะใจ ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากเกมเมอร์ชาวไทยกันไปไม่น้อย จนกระทั่งเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Legion Phone Duel 2 ก็ได้เข้ามาวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ และวันนี้ก็ได้มาอยู่ในมือของทีมงาน Thaimobilecenter เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราจะนำมารีวิวให้ชมกันแบบเต็ม ๆ ครับ

 

Legion Phone Duel 2 เป็นสมาร์ทโฟนที่ออกแบบโดยยึดการเล่นเกมเป็นศูนย์กลาง จึงมีดีไซน์ที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไป หรือแม้กระทั่งเกมมิ่งโฟนด้วยกันเอง โดยมีการจัดวางโมดูลต่าง ๆ ให้รองรับการใช้งานในแนวนอนเป็นหลัก คล้ายกับเครื่องเล่นเกมพกพา หรือเครื่องเกมคอนโซล ไม่ว่าจะเป็นพอร์ตชาร์จ USB Type-C ด้านข้างตัวเครื่องที่สามารถชาร์จไปเล่นไปได้โดยไม่เกะกะ, กล้องหน้าแบบ Pop-up ด้านข้างที่จะอยู่กึ่งกลางพอดีเมื่อเล่นเกมในแนวนอน ไปจนถึงตัวเครื่องที่แบ่งเป็น 3 ส่วน เพื่อให้ถือใช้งานในแนวนอนได้ถนัด เหมือนจับจอยสติกของเครื่องคอนโซล โดยมีสัญลักษณ์ LEGION ส่องสว่างอย่างโดดเด่นด้วยไฟ RGB ด้านหลังตัวเครื่อง

ขณะเดียวกัน ยังมีปุ่มพิเศษมาให้ถึง 8 ปุ่ม (Octa-Trigger) แบ่งเป็นบริเวณขอบมุมตัวเครื่อง 4 ปุ่ม, ด้านหลัง 2 ปุ่ม และบนหน้าจออีก 2 ปุ่ม  ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบังคับ และเสริมความได้เปรียบในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถสตรีมเกมได้ในตัว โดยมีซอฟต์แวร์เฉพาะที่ช่วยให้ผู้ใช้สตรีมสดการเล่นบน Twitch หรือ YouTube ได้ทันที พร้อมกับถ่ายใบหน้าเพื่อโชว์รีแอคชั่นได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ หรือซอฟต์แวร์ภายนอกช่วยเลย

 

ด้วยความที่เป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แน่นอนว่า Legion Phone Duel 2 จะต้องมากับฮาร์ดแวร์ที่แรงขั้นสุด โดยมากับหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ถึง 6.92 นิ้ว ที่รองรับ Refresh Rate 144Hz พร้อมขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 888 ที่รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ในตัว, หน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5 สูงสุด 16 GB กับ ROM แบบ UFS 3.1 สูงสุด 512 GB โดยมีแบตเตอรี่ 2 ก้อน ความจุรวม 5,500 mAh ที่สามารถชาร์จพร้อมกันได้ 2 ทาง ที่กำลังไฟสูงสุด 90W พร้อมกันนี้ ยังมีลำโพงคู่สเตอริโอสุดกระหึ่ม กับระบบสั่น Dual-HaptiX ที่สมจริง ช่วยเสริมอารมณ์ขณะเล่นให้สมจริงยิ่งขึ้น

ด้านการถ่ายภาพ แม้จะไม่ใช้จุดขายหลัก แต่ก็มีคุณสมบัติที่น่าสนใจ โดยเป็นกล้องหลังคู่ ที่กล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล กับกล้อง Ultra Wide+Macro Vision ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าแบบ Pop-up ความละเอียดสูงถึง 44 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดการใช้งานครบครันไม่ว่าจะเป็นโหมดกลางคืน, โหมดโปร, โหมดพอร์ตเทรต และยังสามารถถ่ายวิดีโอจากกล้องทั้งด้านหน้า และด้านหลังพร้อมกันได้ด้วย

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Legion Phone Duel 2 มีลูกเล่นน่าสนใจรอบตัวเลยทีเดียว โดยเฉพาะบรรดาเกมเมอร์ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปชม รีวิว Legion Phone Duel 2 โดยทีมงาน Thaimobilecenter กันได้เลยครับ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Legion Phone Duel 2 เป็นสมาร์ทโฟนที่เกิดมาเพื่อรองรับการเล่นเกมในทุกมิติ เริ่มจากหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ที่มีความกว้างถึง 6.92 นิ้ว เพื่อการแสดงผลที่เต็มตา ไม่มีรูกล้อง หรือรอยบากมากวนใจ ในความละเอียดระดับ FHD+ (2460x1080 พิกเซล) ที่สำคัญคือสามารถรองรับ Refresh Rate ได้สูงสุด 144Hz และมีค่า Touch Sampling Rate สูงถึง 720Hz ซึ่งน่าจะสูงที่สุดในวงการแล้ว ณ ขณะนี้ หมายความว่า Legion Phone Duel 2 มีการตอบสนองต่อการสัมผัสที่ไวกว่าสมาร์ทโฟนอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ เพราะการตอบสนองที่เหลื่อมกันเพียงเสี้ยววินาทีอาจส่งผลต่อการแพ้-ชนะได้เลยทีเดียว


ที่ด้านบนและด้านล่างของหน้าจอมีลำโพงสเตอริโอแบบหันหน้าเข้าหาผู้ใช้ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งขับเสียงออกมาได้ดังมาก ๆ อีกทั้งยังมีมิติจนสามารถจับทิศทางของเสียงในเกมได้แม้จะไม่ได้ใส่หูฟังก็ตาม


ด้านหลังของตัวเครื่องได้รับการออกแบบเพื่อการใช้งานในแนวนอนโดยเฉพาะ แบ่งได้ 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ส่วนซ้าย, ส่วนขวา และส่วนตรงกลางที่นูนขึ้นมา ซึ่งจะรับกับการวางมือเวลาถือพอดี โดยโมดูลต่าง ๆ จะอยู่ตรงส่วนกลางนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชุดกล้องหลัง, ไฟแฟลช LED, พัดลมระบายความร้อน และโลโก้รูปตัว Y ที่มีลูกเล่นไฟ RGB นอกจากนี้ ยังมีปุ่มพิเศษ M1 และ M2 แบบสัมผัสประกบซ้าย-ขวาด้วย


ชุดกล้องหลังของ Legion Phone 2 Duel เป็นกล้องคู่ (Dual Camera) ประกอบด้วย

- กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/1.32 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.9, โครงสร้างแบบ 7 ชิ้นเลนส์, ทางยาวโฟกัส 25 มิลลิเมตร, มุมรับภาพ 82 องศา และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2, ทางยาวโฟกัส 16 มิลลิเมตร และมุมรับภาพ 123 องศา

ส่วนจุดเล็ก ๆ ที่อยู่ระหว่างตัวดล้องกับแฟลชคือไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนแบบ AI Noise Cancelling


สำหรับกล้องหน้าเป็นกล้อง Pop-up อยู่ในตำแหน่งเดียวกับปุ่ม Power ทางด้านขวา เมื่อถือในแนวนอนกล้องจะอยู่ตรงกลางพอดี เหมาะกับการสตรีมเกม ตัวกล้องมีความละเอียดสูงถึง 44 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.0 และมีระบบ Autofocus ในตัว


Legion Phone Duel 2 มีตัวเครื่องที่หนากว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป ที่มุมของตัวเครื่องด้านขวาจะมีปุ่มสัมผัสแบบ Shoulder Ultrasonic ประกอบด้วยปุ่ม L1, L2, R1, R2 และมีช่องระบายความร้อนอยู่ใกล้กับปุ่ม Power


ด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง, พอร์ต USB Type-C และไมโครโฟน เมื่อถือในแนวนอน ด้านนี้จะหันลงด้านล่าง ทำให้เสียบสายชาร์จได้โดยไม่เกะกะขณะเล่น อีกทั้งยังใช้เสียบกับอุปกรณ์ Docking อื่น ๆ ได้ด้วย


ด้านล่างมีพอร์ต USB Type-C อีก 1 พอร์ต พร้อมไมโครโฟน และถาดใส่ซิมการ์ด สามารถชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ตนี้ และพอร์ตด้านข้างพร้อมกันได้ ซึ่งจะทำให้มีการจ่ายกำลังไฟรวมกันมากถึง 90W


ด้านตัวเครื่องด้านบนมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนอีก 1 ตัว รวมแล้ว Legion Phone Duel 2 มีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนถึง 3 ตัวด้วยกัน


ถาดใส่ซิมการ์ดของ Legion Phone Duel 2 เป็นแบบ Dual-Slot ที่รองรับ Nano SIM ได้ 2 ใบพร้อมกัน แต่ไม่รองรับการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD หรือแบบอื่น ๆ


สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่อง ประกอบด้วย คู่มือการใช้งานเบื้องต้น, เคสใสแบบแข็ง, สายแปลง USB Type-C เป็นพอร์ตหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร, เข็มจิ้มซิม, อแดปเตอร์ชาร์จไว 90W และสายเคเบิล USB Type-C จำนวน 2 เส้น


หน้าตาของ Legion Phone Duel 2 เมื่อสวมเคสที่ให้มาในกล่อง


เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์

Legion Phone Duel 2 เป็นสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Legion OS 12 ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซสำหรับสมาร์ทโฟนตระกูล Legion Phone เท่านั้น โดยจะเน้นไปที่ฟีเจอร์สนับสนุนการเล่นเกมเป็นหลัก และมีโหมด Legion Realm สำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะเพิ่มเข้ามา


นอกจากฟีเจอร์สำหรับเกม และไอคอนที่มีดีไซน์เฉพาะแล้ว อินเทอร์เฟซของการใช้งานในส่วนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไป โดยเน้นความเรียบง่ายสบายตาเป็นหลัก ไม่มีแอปพลิเคชันใด ๆ ติดตั้งมาให้จากโรงงานเลยนอกจากแอปพลิเคชันของ Lenovo Legion และ Google ซึ่งถือเป็นข้อดี เพราะเราไม่ต้องมาไล่ลบแอปพลิเคชันที่เราไม่ต้องการทีหลัง


ไม่มีแอปพลิเคชันเล่นสื่อโดยเฉพาะติดตั้งมาด้วย แต่สามารถเปิดเพลง หรือดูวิดีโอได้ผ่านแอปพลิเคชัน Google Files ซึ่งก็จะมีแค่ฟังก์ชันพื้นฐานให้ใช้เท่านั้น หากต้องการลูกเล่นที่มากกว่านี้ก็เข้าไปเลือกที่ Play Store ได้เลย


สำหรับการตั้งค่าทั่วไป แน่นอนว่า Legion Phone Duel 2 มีโหมดมืด หรือ Dark Mode ให้ใช้งาน โดยสามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติได้ และสามารถปรับ Refresh Rate ของหน้าจอได้ 4 ระดับ ตั้งแต่ 60Hz, 90Hz, 120Hz ไปจนถึง 144Hz


ขณะเดียวกัน ยังปรับแต่งสไตล์ของ Always-On-Display ได้ด้วย โดยมีธีมดุ ๆ ตามสไตล์เกมเมอร์มาให้เลือกกัน


เมื่อเปิด Legion Phone Duel 2 ขึ้นมาครั้งแรก จะพบว่าไม่มีแถบนำทางด้านล่างของหน้าจอ ซึ่งจริง ๆ แล้วแถบนำทางไม่ได้หายไปไหน แต่เปลี่ยนเป็นแบบใหม่ที่ใช้ท่าทางการลากนิ้วแทนการกดปุ่ม หากรูสึกไม่ชิน สามารถเปลี่ยนเป็นแถบนำทางแบบคลาสสิคได้ในการตั้งค่า


อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่สมาร์ทโฟนยุคนี้ต้องมีคือแอปพลิเคชันดูแลระบบ ซึ่งของ Legion Phone Duel 2 จะมีชื่อว่า การป้องกันความปลอดภัยโดยสามารถล้างไฟล์ขยะ, ตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานของแอปพลิเคชัน, ตรวจสอบอัตราการใช้งานแบตเตอรี และฟังก์ชันอื่น ๆ ทั่วไป


ที่น่าสนใจคือมีฟีเจอร์สำหรับล็อกแอปพลิเคชันด้วยรหัสผ่าน หรือลายนิ้วมือช่วยป้องกันไม่ให้ใครแอบเปิดแอปพลิเคชัน หรือเกมในเครื่องเล่นโดยพละการ และมีฟีเจอร์ค้นหาอุปกรณ์ที่จะแจ้งตำแหน่งของโทรศัพท์เมื่อทำหายได้ โดยจะเชื่อมกับบริการ Find My Device ของ Google


ด้านความปลอดภัย Legion Phone Duel รองรับทั้งการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และการสแกนใบหน้า โดยมีเอฟเฟกต์การสแกนนิ้วให้เลือกเปลี่ยน 4 แบบด้วยกัน


ในหน้าการตั้งค่า จะมีตัวเลือกในการปรับแต่ง Legion Realm ในเชิงลึก เช่น ความละเอียดของวิดีโอที่บันทึกขณะเล่น, การปรับความสว่างของหน้าจอ, การปรับแต่ง Legion Assistant และการตั้งค่าปลีกย่อยอื่น ๆ


Y-Triggers หรือปุ่มการควบคุม L1, L2, R1, R2, M1, M2 สามารถตั้งค่าความแรงในการกดได้ ไม่ว่าจะเป็นคนมือหนัก หรือมือเบา ก็สามารถมาปรับแต่งแรงกดให้เข้ากับตัวเองได้เลย


สำหรับปุ่มลัด M1 กับ M2 ด้านหลังตัวเครื่อง สามารถตั้งค่าให้เป็นทางลัดในการเรียกแอปพลิเคชันได้


แน่นอนว่าไฟ RGB ด้านหลัง และไฟของพัดลมระบายความร้อน ก็ปรับแต่งได้ด้วยเช่นกันโดย มีการตั้งค่าแยกตามการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเมื่อมีสายโทรเข้า, ขณะเล่นเกม, ชณะชาร์จ หรือการแจ้งเตือนทั่วไป เป็นต้น


สำหรับ Legion Wiki ไม่ได้มีฟังก์ชันพิเศษอะไร แต่เป็นเหมือนสารานุกรมที่บอกว่า Legion Phone Duel 2 เครื่องนี้มีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง หากไม่เข้าใจการใช้งานตรงไหน ก็สามารถเข้ามาดูคำแนะนำเบื้องต้นในนี้ได้


สำหรับโหมด Legion Realm นั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Legion Phone Duel 2 เลยก็ว่าได้ โดยในโหมดนี้เราจะสามารถเรียกใช้ Legion Assistant ที่เป็นตัวช่วยระหว่างเล่นเกมได้ และยังมีคอมมูนิตี้ของผู้ใช้ Legion Phone ไว้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน พร้อมทั้งหน้าข่าวสารที่รวมข่าวในวงการเกมจากเว็บไซต์ต่าง ๆ มาให้เราได้อัปเดตกันตลอดด้วย


ขณะเล่นเกม เราสามารถเรียกใช้ Legion Assistant ได้ด้วยการปัดนิ้วจากด้านบนลงมา โดยจะแสดงข้อมูลต่าง ๆ เอาไว้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นความเร็วของ Wi-Fi และ 4G/5G, ค่า FPS, อัตราการทำงานของ CPU และ GPU, อุณหภูมิของตัวเครื่อง และทางลัดต่าง ๆ ซึ่งทางทีมงานของเรามองว่ามีการออกแบบที่ดีกว่า Game Assistant ของสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่น ๆ โดยสามารถแสดงข้อมูลที่สำคัญได้ครบ และสั่งการขณะเล่นได้ง่ายกว่า


Legion Assistant มีตัวเลือกการปรับแต่งที่ค่อนข้างลึก และมีทางลัดให้เลือกใช้หลากหลาย เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ปรับแต่งให้ตรงกับสไตล์การใช้งานของตัวเองได้ตามต้องการ


สำหรับปุ่ม Y-Triggers หรือปุ่ม L1, L2, R1, R2 สามารถตั้งค่าผ่าน Legion Assistant ได้ทันที โดยวางตำแหน่งของปุ่มไว้ตามจุดที่ต้องการ และยังเซฟไว้เป็นโปรไฟล์แยกของแต่ละเกมได้ด้วย ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาตั้งค่าเมื่อสลับไปเล่นเกมอื่น


เท่านั้นยังไม่พอ Legion Phone Duel 2 ยังมีปุ่ม L3 กับ R3 ให้ใช้อีก โดยจะทำงานผ่านระบบ Force Trigger เมื่อเรากดลงบนหน้าจอด้วยแรงที่มากขึ้น สามารถตั้งค่าแรงกดได้ 3 ระดับ รวมแล้ว Legion Phone Duel 2 มีปุ่มลัดให้ใช้งานถึง 8 ปุ่ม ซึ่งจะทำให้เราได้เปรียบในการเล่นเกมอย่างมากหากใช้จนคล่องมือ


ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของ Legion Phone Duel 2 คือความสามารถใน การสตรีมเกมขึ้ยนบน Twitch หรือ YouTube ได้ทันที และเปิดกล้องหน้าเพื่อโชว์รีแอคชั่นไปพร้อมกันได้ แถมยังตัดพื้นหลัง, เพิ่มฟิลเตอร์ และใช้ตัวละคร AR ได้อีกด้วย จัดเป็นฟีเจอร์ที่สะดวกมาก ๆ เพราะโดยทั่วไปแล้วการสตรีมเกมมือถือจะต้องใช้อุปกรณ์หลายอย่าง และมีขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร


และแล้วก็มาถึงสิ่งที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือการทดสอบประสิทธิภาพในการเล่นเกมนั่นเอง ซึ่งคราวนี้เราได้เลือกเกมมาทดสอบ 5 เกมด้วยกัน ได้แก่ PUBG Mobile, Call of Duty Mobile, RoV, Genshin  Imapct และ The Witcher Monster Slayer โดยตั้งค่ากราฟิกไว้สูงที่สุดทุกเกมตาม ภาพสกรีนช็อตด้านล่าง


การตั้งค่าเกม PUBG Mobile


การตั้งค่าเกม Call of Duty Mobile


การตั้งค่าเกม RoV


การตั้งค่าเกม Genshin Impact


การตั้งค่าเกม The Witcher Monster Slayer

หลังจากที่ได้ทดลองเล่นเกมด้วย Legion Phone Duel 2 บอกได้เลยว่าไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ เพราะองค์ประกอบทุกอย่างมีความลงตัวไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสเปกที่แรงจัดจ้านด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 888, หน้าจอ AMOLED ที่ลื่นไหล และใหญ่กำลังดี, ดีไซน์ตัวเครื่องที่ถือถนัดมือ, ลำโพงที่ดังสะใจ และมีมิติจนสามารถแยกทิศทางของเสียงในเกมได้ในระดับหนึ่ง ไปจนถึงปุ่ม Y-Triggers ที่ช่วยให้เล่นเกมง่ายขึ้นมาก ทั้งหมดนี้ทำให้ Legion Phone Duel 2 มอบประสบการณ์ในการเล่นที่ต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไปอย่างชัดเจน คล้ายกับว่าเราไม่ได้เล่นมือถือ แต่เล่นเกมคอนโซลแบบพกพาอยู่

นอกจากเรื่องประสิทธิภาพแล้ว เรายังรู้สึกประทับใจกับการออกแบบของตัวเครื่องที่รวมความร้อนเอาไว้ตรงกลาง และระบายออกด้วยพัดลม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่โดนมือเมื่อถือเล่นในแนวนอน ทำให้ความร้อนจากตัวเครื่องแทบจะไม่รบกวนการเล่นเลย โดยรวมแล้ว Legion Phone Duel 2 คือสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์การเล่นเกมได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพ และประสบการณ์ ใครที่เล่นเกมบนสมาร์ทโฟนอย่างจริงจังไม่ผิดหวังแน่นอนครับ


จากการตรวจสอบด้วยแอปพลิเคชัน Legion Phone Duel 2 ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 888 ที่มีหน่วยประมวลผล 8-แกน (Octa-Core) และมีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.84 GHz มากับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adre 660, หน่วยความจำแรม (RAM) 12 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) 256 GB นอกจากนี้ยังมีรุ่น RAM 16 GB กับ ROM 512 GB ให้เลือกด้วย


Legion Phone Duel 2 มีเซ็นเซอร์ Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor ส่วนหน้าจอแสดงผลรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันได้ 10 จุด


ระบบ GPS สามารถจับสัญญาณดาวเทียมในที่กลางแจ้งได้ดี โดยจากภาพตัวอย่างจะเห็นว่าจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 49 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 3 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพอากาศด้วย ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่และช่วงเวลา


ปิดท้ายกันด้วยผลทดสอบ Benchmark ซึ่งตัวเลขที่ออกมาก็อยู่ในระดับท็อปตามคาด โดยการทดสอบของ Geekbench 5 สามารถทำคะแนนในส่วน Single-Core ได้ 1124 คะแนน และในส่วน Multi-Core ได้ 3425 คะแนน ส่วนการทดสอบของ 3DMark ด้วยชุดทดสอบ Wild Life สามารถทำได้ 5832 คะแนน


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

มีชุดกล้องหลังเพียง 2 ตัวเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับสมาร์ทโฟนพรีเมียมยุคนี้ แต่ก็มีลูกเล่นเยอะพอสมควร โดยเป็นกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล กับกล้อง Ultra Wide ที่ถ่ายแบบ Macro ได้ด้วย ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และมีระบบวิเคราะห์ภาพถ่ายด้วย AI ซึ่งสามารถเปิด-ปิดได้


โหมด ภาพบุคคล สามารถปรับระดับความเบลอของฉากหลัง และเปิดใช้เอฟเฟกต์บิวตี้ได้ แต่ไม่มีลูกเล่นอะไรเพิ่มเติม


โหมด ภาพถ่าย HD จะเป็นการถ่ายรูปที่ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล โดยสามารถซูม 2 เท่า และเปิดใช้ฟิลเตอร์ได้


โหมด มาโคร จะเป็นการถ่ายรูปในระยะใกล้พิเศษ โดยจะใช้เลนส์ Ultra Wide ในการถ่าย สามารถเปิดมุมมอง Ultra Wide และซูม 2 เท่าได้ในโหมดนี้ ที่สำคัญคือมีระบบ Auto-Focus ด้วย ซึ่งในปัจจุบันมีเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้


ใน โหมดโปร เราสามารถตั้งค่ากล้องได้ด้วยตนเอง ได้แก่ค่า ISO (สูงสุด 6400), Shutter Speed (1/4000-32s), เปิดรับแสงได้สูงสุด ±24 และ White Balance (สูงสุด 10000K) เหมาะสำหรับผู้ที่มีทักษะการถ่ายรูปอยู่แล้ว


โหมด กลางคืน สามารถซูมได้ 2 เท่าเช่นกัน แต่ถ่ายในมุมมอง Ultra Wide ไม่ได้ และไม่มีลูกเล่นพิเศษใด ๆ


สำหรับโหมดคู่ จะเป็นการถ่ายวิดีโอจากกล้อง 2 ตัวพร้อมกัน โดยสามารถเลือกเป็น กล้องหน้า+กล้องหลัง หรือ กล้องหลัก+กล้องหลัง Ultra Wide ได้ แต่ถ่ายได้แค่วิดีโอเท่านั้น ไม่สามารถถ่ายภาพนิ่งได้ เป็นอีกลูกเล่นหนึ่งที่เหมาะกับการทำ Vlog


โหมด HDR10+ จะเป็นการถ่ายคลิปวิดีโอในมาตรฐาน HDR10+ ซึ่งจะช่วยเพิ่มระดับความลึกของสีสันในภาพ และดึงไม่ให้บางจุดสว่าง หรือมืดเกินไป ทำให้ภาพดูมีสีสัน และดูมีมิติมากยิ่งขึ้น


สำหรับโหมด ผู้กำกับ จะเป็นการถ่ายวิดีโอจากกล้องทุกตัวพร้อมกัน โดยเราสามารถเลือกภาพจากกล้องในแต่ละช่องได้ 4 แบบ ได้แก่ ภาพจากกล้องหลักด้านหลัง, ภาพจากกล้องหลักด้านหลังซูม 2 เท่า, ภาพกล้องหลังแบบ Ultra Wide และภาพจากกล้องหน้า


กล้องหน้าของ Legion Phone Duel 2 เป็นกล้อง Pop-up ความละเอียดสูงถึง 44 ล้านพิกเซล และมีระบบ Auto-Focus นับว่าเป็นสเปกที่สูงมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนทั่วไป อาจเป็นเพราะทาง Lenovo ต้องการให้ Legion Phone Duel 2 สามารถสตรีมเกมได้แบบมืออาชีพ จึงต้องติดตั้งกล้องหน้าที่ประสิทธิภาพสูงตามไปด้วย

สำหรับกล้องหน้า สามารถใช้โหมดการถ่ายรูปของกล้องหลังได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นมุมมอง Ultra Wide, โหมดมาโคร, โหมดโปร, พาโนรามา, ไทม์แลปส์ และ HDR10+ ที่น่าสนใจคือสามารถถ่ายเซลฟี่ด้วยโหมดกลางคืนได้ และถ่ายภาพ HD ได้ด้วย โดยที่ความละเอียดจะอยู่ที่ 44 ล้านพิกเซล


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 2 ตัว (Dual Camera) ความละเอียด 64+16 ล้านพิกเซล ของ Lenovo Legion Phone Duel 2


ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่จากกล้องหน้าแบบ Pop-up ความละเอียด 44 ล้านพิกเซล ของ Lenovo Legion Phone Duel 2


สรุปผลการทดสอบของ Lenovo Legion Phone Duel 2

จากการที่ทางทีมงานได้ลองสัมผัส และใช้งาน Legion Phone Duel 2 ด้วยตัวเอง ก็ต้องยอมรับว่ารู้สึกประทับใจในคุณสมบัติหลาย ๆ อย่าง และรู้สึกได้ว่า Lenovo ใส่ใจในทุกรายละเอียดเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกไปจนถึงคุณสมบัติภายใน ล้วนแต่มีไว้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเกมเมอร์ ราวกับว่าได้ผ่านการคิด และออกแบบมาเป็นอย่างดี

เริ่มกันที่ดีไซน์ภายนอก การออกแบบของ Legion Phone Duel รุ่นนี้ และรุ่นก่อนหน้า แตกต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไป ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางมาให้รองรับกับการใช้งานในแนวนอนเพื่อให้เหมาะกับการเล่นเกมที่สุด ซึ่งในรุ่นนี้มีการปรับปรุงให้ตัวเครื่องส่วนกลางด้านหลังนูนขึ้น ทำให้จับถือเข้ามือกว่าเดิม อีกทั้งยังมีการรวมโมดูลต่าง ๆ และระบบระบายความร้อนเอาไว้ตรงกลาง ทำให้ความร้อนส่วนใหญ่มารวมกันในที่เดียว และระบายออกโดยไม่โดนมือ และที่สำคัญคือ Lenovo สามารถหาวิธีเพิ่มปุ่มควบคุมพิเศษเข้าไปได้ถึง 8 ปุ่ม ซึ่งไม่ต่างอะไรกับปุ่มมาโคร ทำให้เราได้เปรียบในการเล่นเป็นอย่างมาก ซึ่งสามารถเพิ่มโอกาสในการชนะคู่แข่งได้เลยทีเดียว การหยิบ Legion Phone Duel 2 ขึ้นมาเล่นเกมในแต่ละครั้งจึงให้ความรู้สึกเหมือนกับการเล่นเกมคอนโซล มากกว่าที่จะเป็นสมาร์ทโฟน

 

เรื่องประสิทธิภาพของ Legion Phone Duel 2 นั้นเรียกได้ว่าหายห่วง ด้วยชิปเซ็ตประมวลผลระดับท็อปอย่าง Qualcomm Snapdragon 888, หน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5 สูงสุดถึง 16 GB และหน่วยความจำ ROM แบบ UFS 3.1 ที่มีอัตราการอ่าน-เขียนข้อมูลรวดเร็ว ในขนาดสูงสุดถึง 512 GB จึงสามารถเล่นเกมทุกเกมแบบปรับสุดได้ลื่น ๆ ขณะเดียวกัน ยังมีการควบคุมที่ลื่นไหล สั่งได้ดั่งใจ ด้วยหน้าจอแสดงผลที่มีอัตรา Touch Sampling สูงถึง 720Hz และยังมีลำโพงคู่สเตอริโอระบบเสียง Dolby Atmos สุดกระหึ่มที่เร้าอารมณ์ขณะเล่นได้เป็นอย่างดี จึงเรียกได้ว่า Legion Phone Duel 2 สามารถตอบโจทย์การเล่นเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ตาม อัตรา Touch Sampling 720Hz ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างเท่าไรนัก เพราะแค่ 360Hz ก็ถือว่าเร็วมากแล้ว

ด้วยคุณสมบัติที่แรงขนาดนี้ การใช้งานทั่วไปก็ต้องยอดเยี่ยมตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง, ฟังเพลง, เล่นโซเชียล สามารถทำได้โดยไม่มีปัญหาใด ๆ นอกจากนี้ยังได้รับอานิสงค์จากคุณสมบัติเกมมิ่งมาเสริมให้โดดเด่นขึ้นด้วย เช่นหน้าจอแสดงผล AMOLED ที่มีความกว้างถึง 6.92 นิ้ว และลำโพงสเตอริโอที่ดังกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป เป็นต้น

ทั้งนี้ สิ่งที่ตามมาจากความแรงของสเปก คือความร้อนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในการใช้งานปกติเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด แต่เมื่อเราเล่นเกมแบบปรับสุดเป็นเวลานาน ๆ โดยเฉพาะเกมที่กินสเปกสูง ๆ ตรงกลางของตัวเครื่องจะร้อนมาก แม้การระบายความร้อนจะไม่โดนมือขณะเล่น แต่หากเปลี่ยนท่าแล้วเผลอไปโดนก็อาจมีสะดุ้งได้เหมือนกัน ซึ่งความร้อนที่เกิดขึ้นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะเป็นปกติของสมาร์ทโฟนเกมมิ่งอยู่แล้ว

ด้านการถ่ายรูป ถึงแม้จะไม่ใช่จุดขายของรุ่นนี้ แต่ Legion Phone Duel 2 ก็สามารถทำได้ดี ด้วยกล้องหลังที่มีเพียง 2 ตัว โดยเป็นกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล กับกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล แต่ยังให้รูปถ่ายที่มีคุณภาพไม่แพ้สมาร์ทโฟนกล้อง 3 หรือ 4 ตัว อีกทั้งยังสามารถถ่ายรูปแบบมาโครด้วยกล้อง Ultra Wide ได้ด้วย ส่วนกล้องหน้าที่มีความละเอียดสูงถึง 44 ล้านพิกเซลนั้นก็มีสเปกที่สูงกว่ากล้องหน้าของสมาร์ทโฟนทั่วไปมากเพื่อให้รองรับการสตรีมเกม ทำให้การถ่ายรูป และวิดีโอทั่วไปมีคุณภาพมากขึ้นไปด้วย อย่างไรก็ดี การถ่ายรูปในมุมมอง Ultra Wide จะทำให้ภาพมืด และมีคุณภาพต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด และตำแหน่งของกล้องหน้าอาจจะทำให้การเซลฟี่ในแนวตั้งรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ

ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมานี้ กล่าวได้ว่า Legion Phone Duel 2 เป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์การเล่นเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกองค์ประกอบ และไม่ทำให้เกมเมอร์ผิดหวังอย่างแน่นอน ส่วนการใช้งานด้านอื่น ๆ อาจไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่ก็นับว่าใช้งานได้ดีตามมาตรฐาน

 

สำหรับ Legion Phone Duel 2 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ววันนี้ มีให้เลือก 2 สีได้แก่ สีดำ Ultimate Black และสีขาว Titanium White โดยมีราคา และรุ่นความจุให้เลือก 3 รุ่นย่อยดังนี้

- Legion Phone Duel 2 รุ่น RAM 12 GB + ROM 128 GB ราคา 22,990 บาท (สีขาว Titanium White)
- Legion Phone Duel 2 รุ่น RAM 12 GB + ROM 256 GB ราคา 24,990 บาท
- Legion Phone Duel 2 รุ่น RAM 16 GB + ROM 512 GB ราคา 29,990 บาท

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ Lenovo ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Legion Phone Duel 2 มาให้ทางทีมงานได้รีวิวให้ทุกท่านได้ชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ


จุดเด่นของ Legion Phone Duel 2

- ดีไซน์ตัวเครื่องที่ถูกออกแบบมาพิเศษ ให้จับถือเล่นเกมในแนวนอนได้อย่างดีเยี่ยม ในสไตล์ของเครื่องเล่นเกมคอนโซล
- ปุ่มควบคุมการเล่นเกมแบบพิเศษ 8 ปุ่ม (Octa-Trigger Virtual Key Array) ประกอบด้วยปุ่มกด Shoulder Ultrasonic จำนวน 4 ปุ่ม, ปุ่มกด Dual Rear Capacitance จำนวน 2 ปุ่ม และปุ่มกด Dual Display Force-Touch จำนวน 2 ปุ่ม
- ระบบการตอบสนองแบบ Dual HaptiX พร้อมมอเตอร์ระบบสั่นแบบ X-Linear Motor
- ระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมเทอร์โบคู่ (Twin Turbo-Fan Cooling System)
- ไฟ RGB แบบ 3 แฉกที่ด้านหลังตัวเครื่อง
- กรอบตัวเครื่องผลิตจากโลหะอะลูมิเนียม พร้อมครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 ที่ด้านหน้า และกระจก Corning Gorilla Glass ที่ด้านหลังตัวเครื่อง
- ตัวเครื่องขนาด 176x78.5x9.9 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนัก 259 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาดใหญ่ถึง 6.92 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2460x1080 พิกเซล) พร้อมค่า Refresh Rate) สูงสุดที่ 144Hz, ค่า Touch Sampling Rate สูงสุดที่ 720Hz, ค่าความเที่ยงตรงของการแสดงผลสีที่ Delta E <0.5, ค่าความสว่างสูงสุด 1300 nits และรองรับการแสดงผลคอนเทนต์แบบ HDR10+ (8-bit HDR)
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Sensor) พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 888 5G (SM8350) ความเร็ว 2.84 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 660
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR5 ขนาด 12 GB หรือ 16 GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 3.1 ขนาด 128 GB, 256 GB หรือ 512 GB
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 พร้อมครอบทับด้วย ZUI 12.5
- แบตเตอรี่ความจุ 5,500 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 90W Quick Charge (2 พอร์ต USB-C) หรือ 65W Quick Charge (1 พอร์ต USB-C)

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 2 ตัว (Dual Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ประกอบด้วย

> กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/1.32 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.9, โครงสร้างแบบ 7 ชิ้นเลนส์, ทางยาวโฟกัส 25 มิลลิเมตร, มุมรับภาพ 82 องศา และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
> กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2, ทางยาวโฟกัส 16 มิลลิเมตร และมุมรับภาพ 123 องศา

พร้อมรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 8K UHD (7680x4320 พิกเซล : 60 fps)

กล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบ Pop-up ความละเอียด 44 ล้านพิกเซล

พร้อมการจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะกับการสตรีมเกม, เซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.65 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.0, โครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์, ทางยาวโฟกัส 24 มิลลิเมตร (มุมรับภาพ 84 องศา), ระบบโฟกัสอัตโนมัติ (Autofocus) และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (3840x2160 พิกเซล : 60 fps)

- ลำโพงเสียงแบบคู่ พร้อมระบบเสียงแบบ Dolby Atmos (Dual User-Facing Dolby Atmos Speakers) พร้อมโครงสร้างภายในแบบ 7x Magnet Stereo Speakers
- ไมโครโฟน AI Noise Cancelling
- รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi 6, 5G, 4G LTE, 3G WCDMA, EDGE และ GPRS
- รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.2 และ NFC
- รองรับการนำทางด้วยระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, Galileo, Glonass, BeiDou และ QZSS
- พอร์ต USB Type-C จำนวน 2 พอร์ต (USB 3.1 กับ USB 2.0) สำหรับชาร์จแบตเตอรี่, โอนถ่ายข้อมูล และเชื่อมต่อกับหูฟัง
- ฟีเจอร์ Legion Assistant สำหรับช่วยเหลือขณะเล่นเกม และสามารถสตรีมมิ่งเกมได้ในตัว พร้อมแอปพลิเคชัน Legion Realm
- มี 2 สีมาตรฐานให้เลือก ได้แก่สี Ultimate Black และ Titanium White

 

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Legion Phone Duel 2

- ตำแหน่งของกล้องหน้าแบบ Pop-up ทำให้การถ่ายเซลฟี่ในแนวตั้งไม่คุ้นมือ
- ตัวเครื่องยังคงร้อนจนรู้สึกได้ แม้จะมีพัดลมช่วยก็ตาม
- ตัวเครื่องมีน้ำหนักค่อนข้างมาก
- ไม่รองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD หรือแบบอื่น ๆ

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเครื่องทดสอบจากผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่งเพื่อความมั่นใจ *

 

สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Legion Phone Duel 2 ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Lenovo Legion Phone Duel 2 12GB+128GB
สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Lenovo Legion Phone Duel 2 12GB+256GB

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Lenovo Legion Phone Duel 2 16GB+512GB

 

 

วันที่ : 10/08/2021