ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 11/09/2020

 

รีวิว (Review) HUAWEI Watch Fit

สมาร์ทวอทช์ราคา 3 พัน แต่ฟีเจอร์มาเต็ม จอสวยคมชัด แบตอึด บนดีไซน์เรียบหรูพรีเมียมน่าใช้ ด้วยจอ Vivid AMOLED ขอบโค้ง 2.5D, เซนเซอร์ Heart Rate, GPS ในตัว, วัดค่า SpO2 ได้, 96 โหมดออกกำลังกาย, แบตเตอรี่อึดนาน 10 วัน และฟังก์ชันอีกเพียบ บนบอดี้เรียบหรูโค้งมนที่กันน้ำระดับ 5ATM ในราคาเพียง 3,499 บาท


11 กันยายน 2020 - นอกจากสมาร์ทโฟนแล้ว Huawei ยังขึ้นชื่อในเรื่องของผลิตภัณฑ์สวมใส่ (Wearable) ซึ่งเราจะเห็นได้จากอุปกรณ์รุ่นเด่นที่ผ่านๆ มา ไม่ว่าจะเป็น HUAWEI Watch GT, Watch GT 2 หรือ HUAWEI Band 4 ซึ่งล่าสุดนี้ทาง Huawei ก็เพิ่งจะมีการเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะ หรือสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุดภายใต้ตระกูล Watch Series อย่าง HUAWEI Watch Fit ที่เน้นด้านการออกกำลังกาย ในราคาวางจำหน่ายที่จับต้องได้ง่าย

สำหรับ HUAWEI Wach Fit มาพร้อมกับจุดเด่นด้านหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัสแบบ Vivid AMOLED ที่มีจุดเด่นด้านแสดงสีสันได้อย่างสดใส กับมีความคมชัดสูง บนหน้าปัดทรงเพรียวยาวซึ่งต่างจากนาฬิกาอัจฉริยะทั่วๆ ไปบนท้องตลาด พร้อมคุณสมบัติกันน้ำระดับ 5ATM รวมถึงโหมดการออกกำลังกายมากถึง 96 โหมด, มาพร้อมกับชิปรับสัญญาณ GPS ภายในตัว แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน 10 วัน, เซนเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, เซนเซอร์วัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2), ควบคุมการทำงานของสมาร์ทโฟน และฟังก์ชันยิบย่อยอีกมากมาย ซึ่งฟีเจอร์ที่อัดแน่นทั้งหมดนี้ทาง Huawei เคาะราคาวางจำหน่ายไว้ที่เพียง 3,499 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นราคาที่ใครก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ โดยตัวเครื่องจริงของ HUAWEI Watch Fit จะเป็นอย่างไร และมีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามรีวิวฉบับเต็มจากทีมงาน Thaimobilecenter กันได้เลยครับ

 


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

HUAWEI Watch Fit มาพร้อมกับกล่องผลิตภัณฑ์สีขาวสะอาดตา ซึ่งที่ด้านหน้าของกล่องผลิตภัณฑ์มีการประทับภาพดีไซน์ของ HUAWEI Watch Fit ให้เห็นกันแบบเด่นชัดเจน



สำหรับอุปกรณ์ที่แถมมาให้ภายในกล่องประกอบไป ด้วย นาฬิกา HUAWEI Watch Fit, คู่มือการใช้งาน และสายชาร์จแบตเตอรี่ให้กับนาฬิกา


มาดูที่ตัวเรือนกันบ้าง สำหรับ HUAWEI Watch Fit มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.64 นิ้วทรงเรียวยาว ความละเอียดระดับ HD (280x456 พิกเซล) พร้อมความหนาแน่นของพิกเซล 326ppi สามารถแสดงสีสันได้ทั้งหมด 16.7 ล้านสี พร้อมพื้นที่ในการแสดงผลเมื่อเทียบกับตัวเครื่อง 70% และยังมีคุณสมบัติกันน้ำ ระดับ 5 ATM หรือ 50 เมตร ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสวมใส่เพื่อว่ายน้ำได้ทันที


นอกจากนี้ HUAWEI Watch Fit ยังรองรับฟีเจอร์ Always On Display ช่วยให้สามารถผู้ใช้เห็นการแจ้งเตือนจากนาฬิกาแม้ว่าหน้าจอแสดงผลจะดับอยู่


ด้านขวาของตัวเรือนมามาพร้อมกับลำโพงเสียงตัว หลัก และปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิด การทำงานของ HUAWEI Watch Fit และยังเป็นปุ่มสำหรับเข้าถึงหน้าโฮมสกรีนด้วย


ด้านหลังของตัวเรือน มาพร้อมกับเซ็นเซอร์แบบ Optical สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้แบบ Realtime ตลอด 24 ชั่วโมงด้วยเทคโนโลยี HUAWEI TrueSeen 4.0 Heart Rate Monitoring และยังสามารถใช้วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) ได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น


ถัดมาจะเป็นสลักสำหรับถอดเปลี่ยนสายนาฬิกาที่ ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนได้ด้วยตนเอง และแถบแม่เหล็กสำหรับประกบเข้ากับสายชาร์จแบตเตอรี่ ทำให้ HUAWEI Watch Fit สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องถอดสายนาฬิกา หรือตัวเรือนให้ยุ่งยาก


สำหรับสายนาฬิกาที่แถมมาให้กับ HUAWEI Watch Fit จะเป็นสายซิลิโคนสีดำที่มีความนุ่ม และยืดหยุ่นสูง สามารถใส่เป็นระยะเวลานานได้โดยที่ไม่เกิดอาการระคายเคืองต่อผิว และที่สำคัญการเลือกใช้สายแบบซิลิโคนจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ตอบโจทย์การนำไปใช้ออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี ส่วนตัวล็อคสายนาฬิกาจะเป็นแบบหัวเข็มขัด สามารถปรับระดับสายให้พอดีกับข้อมือผู้ใช้งานทั้งหมด 18 ระดับ


ส่วนระบบการชาร์จแบตเตอรี่มาพร้อมกับระบบชาร์จ เร็วซึ่งสามารถชาร์จเพียง 5 นาที ก็สามารถใช้งานได้ 1 วันเต็ม และสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-100% ได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง โดยทาง Huawei ระบุว่า HUAWEI Watch Fit สามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 10 วันต่อ 1 รอบการชาร์จ ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาการใช้งานที่ค่อนข้างนานเลยทีเดียว


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน HUAWEI Watch Fit

สำหรับการเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนเข้ากับ HUAWEI Watch Fit สามารถทำได้อย่างง่ายดาย โดยในขั้นแรกให้เราเข้าไปดาวน์โหลด และติดตั้งแอปพลิเคชัน Huawei Health ไว้บนสมาร์ทโฟนก่อน (ดาวน์โหลด Huawei Health สำหรับ Android | iOS) เมื่อเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมา ระบบจะให้ผู้ใช้ทำการล็อกอิน Huawei ID เพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสุขภาพผู้ใช้ไว้อย่างเป็นระบบ โดยหากใครที่ยังไม่มี Huawei ID ก็สามารถสมัครได้ด้วยตนเองง่ายๆ ด้วยการแตะที่ปุ่ม Register


หลังจากที่เข้ามาถึงหน้าแรกของแอปพลิเคชัน Health แล้ว ให้แตะที่ Devices และกด Add เพื่อเข้าสู่กระบวนการเชื่อมต่อ โดยให้ผู้ใช้เลือก Smart Watch จากนั้นแตะที่ HUAWE Watch Fit Series และกดที่คำว่า Pair พร้อมกับเลือก HUAWEI Watch Fit



หลังจากที่จับคู่กับสมาร์ทโฟนเสร็จสิ้นเป็น ที่เรียบร้อยแล้ว จะเข้าสู่หน้า Dashboard สำหรับรวบรวมข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้งานในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น จำนวนก้าว, อัตราการเต้นของหัวใจโดยเฉลี่ย, ระยะเวลาการออกกำลังกาย หรือประสิทธิภาพในการนอนหลับ เป็นต้น


นอกจากนี้ เรายังสามารถเข้าไปปรับเปลี่ยนหน้า Watch Faces, ตั้งนาฬิกาปลุก หรือตรวจสอบปริมาณแบตเตอรี่ของ HUAWEI Watch Fit ได้จากภายในหน้าแอปพลิเคชัน HUAWEI Health ได้อีกด้วย



รวมทั้งผู้ใช้ยังสามารถตั้งค่าให้แอปพลิเคชัน สามารถแจ้งเตือนผ่านนาฬิกา HUAWEI Watch Fit ได้ด้วยตนเอง ซึ่งจากที่ทีมงานลองทดสอบดูก็พบว่า HUAWEI Watch Fit สามารถแจ้งเตือนได้อย่างรวดเร็ว แทบจะไม่มีอาการดีเลย์ให้พบเห็น และที่สำคัญยังสามารถแสดงการแจ้งเตือนเป็นภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์


ข้ามมาดูที่ลูกเล่นการใช้งานของ HUAWEI Watch Fit กันบ้าง โดยในหน้าโฮมสกรีนจะมีการแจ้งเตือนต่างๆ เกี่ยวกับวันที่, เวลา, จำนวนก้าว รวมถึงสภาพอากาศปัจจุบัน ตาม Watch Face ที่ผู้ใช้เลือกไว้


เมื่อลากนิ้วจากด้านบนลงมาด้านล่างจะพบกับ Toggle Switch สำหรับตั้งค่าตัวเครื่องได้แบบเร่งด่วน ได้แก่ การปิดการแจ้งเตือน (รูปพระจันทร์), การตั้งค่าหน้าจอให้เปิดแสดงผลตลอดเวลา หรือล็อกหน้าจออัตโนมัติใน 5 นาที (รูปนาฬิกา), ค้นหาสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อกับ HUAWEI Watch Fit (รูปสมาร์ทโฟน) และตั้งนาฬิกาปลุก


เมื่อปัดจากด้านล่างขึ้นมายังด้านบนจะเป็นการ เรียกดูข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ


เมื่อปัดไปทางซ้ายจะพบกับหน้ารวบรวมเกี่ยวกับ อัตราการเต้นของหัวใจตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา


สามารถตรวจสอบระดับความเครียดได้ด้วยฟีเจอร์ Stress Test (ต้องเปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวในแอปพลิเคชัน HUAWEI Health ก่อน)


ตรวจสอบสภาพอากาศปัจจุบัน


ควบคุมการเล่นแอปพลิเคชันเพลง โดยจากที่ทีมงานทดสอบพบว่าสามารถทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน Spotify และ Joox ได้ทันที


และในหน้าสุดท้ายจะเป็นการสรุปข้อมูลเกี่ยวกับ จำนวนก้าว และการออกกำลังกายของผู้ใช้ในแต่ละวัน


เมื่อกดที่ปุ่ม Power ขณะที่หน้าจอแสดงผลติดอยู่ จะเป็นการเข้าสู่ฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ของ HUAWEI Watch Fit เริ่มตั้งแต่ โหมดการออกกำลังกายที่มีให้เลือกถึง 96 โหมด ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกายในร่ม, กลางแจ้ง, เครื่องออกำลังกาย, ว่ายน้ำ หรือการปั่นจักรยาน เป็นต้น และที่สำคัญ HUAWE Watch Fit มาพร้อมกับ GPS ภายในตัว จึงทำให้ผู้ใช้สามารถสวมใส่นาฬิกาออกไปวิ่งเพื่อเก็บข้อมูลด้านระยะทางได้อย่างสะดวก ไม่จำเป็นต้องพกสมาร์ทโฟนติดตัวตลอดเวลา



โหมดการวัดระดับออกซิเจนภายในเลือด ซึ่งใช้เวลาในการวัดเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น


ปรับตั้งเวลาการแสดงผลของหน้าจอได้ด้วยตนเอง


โหมดวัดประสิทธิภาพในการนอนหลับในแต่ละวัน


โหมดฝึกควบคุมการหายใจ


โหมดนาฬิกาจับเวลา


โหมดนาฬิกาปลุก


รวมถึงโหมดไฟฉาย ซึ่งจะเป็นการใช้แสงสว่างของหน้าจอแสดงผล HUAWEI Watch Fit


สามารถตั้งค่าต่างๆ เกี่ยวกับ HUAWEI Watch Fit ได้ที่หน้า Setting เริ่มตั้งแต่ การเปลี่ยนหน้า Watch Faces


เปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลขณะอยู่ที่หน้าจอ Standby (Always On Display)


เปิด-ปิด ฟีเจอร์ตรวจสอบการออกกำลังกายแบบอัตโนมัติ


รีสตาร์ท, ปิดเครื่อง และรีเซ็ต


มาพร้อมกับฟีเจอร์ตามหาสมาร์ทโฟน โดยเมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ สมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อกับ HUAWEI Watch Fit จะทำการส่งเสียงให้ผู้ใช้ได้ทราบ


และสามารถกดปฏิเสธสายเรียกเข้าจาก HUAWEI Watch Fit ได้โดยตรง


สรุปผลการทดสอบของ HUAWEI Watch Fit

จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับการรีวิว HUAWEI Watch Fit ซึ่งก็ถือว่าเป็นนาฬิกาอัจฉริยะในราคาเบาๆ รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีฟีเจอร์น่าสนใจหลายต่อหลายอย่างที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่รักสุขภาพ โดย HUAWEI Watch Fit มาพร้อมกับจุดเด่นด้านหน้าจอสัมผัสแบบ Vivid AMOLED ความละเอียดสูงขนาด 1.64 นิ้ว ที่มีรูปทรงยาว จึงทำให้สามารถมองเห็นการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชัน รวมถึงใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ของนาฬิกาได้อย่างสะดวก อีกทั้งหน้าจอของ HUAWEI Watch Fit นอกจากจะมีสีสันที่สดใสแล้ว ก็ยังสามารถสู้แสงภายนอกได้เป็นอย่างดี

ด้านฟีเจอร์การออกกำลังกายที่เป็นไฮไลท์เด่นของ HUAWEI Watch Fit ก็เรียกได้ว่าจัดเต็มสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายโดยเฉพาะ ด้วยโหมดการออกกำลังกายมากถึง 96 โหมด พร้อมคุณสมบัติแบบกันน้ำลึกระดับ 5ATM ที่ช่วยให้สามารถใส่ว่ายน้ำได้แบบหายห่วง และที่สำคัญ HUAWEI Watch Fit ยังมาพร้อมกับชิปรับสัญญาณ GPS ภายในตัว จึงทำให้สามารถเก็บข้อมูลเส้นทาง หรือระบุพิกัดขณะออกกำลังกายโดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพกสมาร์ทโฟนติดตัว

นอกจากนี้เรื่องของแบตเตอรี่ก็ถือว่าอึดทนพอสมควร เพราะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนานสูงสุด 10 วัน แถมชาร์จเพียงแค่ 5 นาที ก็สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อการใช้งาน หรือลูกเล่นต่างๆ นั้น ทาง HUAWEI ก็พยายามใส่มาให้อย่างครบครัน ทั้งเซนเซอร์ Heart Rate, เซนเซอร์วัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2), การนับจำนวนก้าว, การวัดแคลอรี่, แอนิเมชันสาธิตการออกกำลังกาย 12 แบบ, การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุม และโชว์การแจ้งเตือนต่างๆ ได้ผ่านทางหน้าปัดนาฬิกาโดยตรง, การติดตามรอบการมีประจำเดือน หรือประมาณวันตกไข่สำหรับสุภาพสตรี, การตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับ และการตรวจระดับความเครียด ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกใส่เอาไว้ในตัวเรือนที่ผลิตจากไฟเบอร์โพลีเมอร์ที่แข็งแรงทนทาน พร้อมดีไซน์สวยโค้งมนพรีเมียมเข้ากับยุคสมัย


ซึ่งหากเทียบกับราคาวางจำหน่ายของ HUAWEI Watch Fit ในประเทศไทยที่ 3,499 บาทแล้ว ก็ถือว่าเป็นนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นคุ้มค่าที่น่าสนใจรุ่นหนึ่งบนท้องตลาด ณ ชั่วโมงนี้เลยทีเดียว สำหรับ HUAWEI Watch Fit เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ววันนี้ผ่าน HUAWEI Brand Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ โดยผู้ที่สั่งซื้อ HUAWEI Watch Fit ระหว่างวันที่ 8-13 กันยายน 2563 จะได้รับของแถมเป็นหมวก Adidas มูลค่า 550 บาทด้วย

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง Huawei ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่ง HUAWEI Watch Fit มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ


 

จุดเด่นของ HUAWEI Watch Fit

- ตัวเรือนผลิตจากไฟเบอร์โพลีเมอร์ซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน พร้อมคุณสมบัติของการป้องกันน้ำในระดับ 5ATM (เทียบเท่า 50 เมตร สามารถใส่ว่ายน้ำได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้ดำน้ำลึก)
- สายซิลิโคน พร้อมหัวล็อกแบบเข็มขัด สามารถปรับระดับความแน่นให้เข้ากับข้อมือผู้ใช้งานได้ทั้งหมด 18 ระดับ
- หน้าจอแสดงผลระบบสัมผัส Vivid AMOLED Display ขนาด 1.64 นิ้ว ความละเอียด 280x456 พิกเซล (326 PPI) พร้อมพื้นที่การแสดงผล 70% (เทียบกับตัวเรือน), กระจกหน้าจอขอบนูนแบบ 2.5D, ระบบปรับความสว่างอัตโนมัติ และความสว่างหน้าจอสูงสุด 380 nits
- หน้าจอ Always-On 6 รูปแบบ
- สามารถเปลี่ยนรูปแบบของหน้าปัดนาฬิกา (Watch Faces) และสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้จาก Watch Face Store
- เซนเซอร์ 6-Axis IMU (Accelerometer Sensor และ Gyroscope Sensor)
- หน่วยความจำภายในขนาด 4GB
- แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 10 วัน (โหมด GPS ใช้งานได้ 10 ชั่วโมง) และชาร์จ 5 นาที สามารถใช้งานได้ตลอดวัน
- แท่นชาร์จแบตเตอรี่ที่มีขั้วแม่เหล็ก ช่วยให้ชาร์จแบตเตอรี่ของ HUAWEI Watch Fit ได้อย่างง่ายดาย
- เซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ Optical Heart Rate แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง
- ฟังก์ชันวัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2)
- ชิปรับสัญญาณ GPS ในตัว สำหรับเก็บข้อมูลการออกกำลังกาย 
- โหมดออกกำลังกายทั้งหมด 96 โหมด
- แอนิเมชันสาธิตการออกกำลังกาย 12 แบบ (Quick-Workout Animation)
- ฟังก์ชันนับจำนวนก้าว
- ฟังก์ชันคำนวณแคลอรี่
- ระบบเชื่อมต่อแบบ Bluetooth 5.0 และ Bluetooth Low Energy
- สามารถควบคุมแอปพลิเคชันเพลง และกล้องถ่ายภาพได้จากนาฬิกา
- สามารถรับปฏิเสธสายเรียกเข้าได้จากนาฬิกา
- ระบบแจ้งเตือน SMS, สายเรียกเข้า, แอปพลิเคชัน และโซเชียลมีเดีย
- ฟังก์ชันติดตามรอบการมีประจำเดือน และประมาณวันตกไข่
- แสดงข้อมูลสภาพภูมิอากาศ
- ฟังก์ชัน HUAWEI TruSeen 4.0 และ TruSleep 2.0 สำหรับตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับ
- HUAWEI TruRelax ตรวจสอบระดับความเครียด
- ตัวเรือนขนาด 46x30x10.7 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนัก 21 กรัม
- มี 3 สีมาตรฐานให้เลือก (Black, Silver และ Rose Gold)
- ราคาวางจำหน่าย 3,499 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ HUAWEI Watch Fit

- ไม่สามารถซิงค์ข้อมูลกับแอปพลิเคชันออกกำลังกาย 3rd Party ยอดนิยมอื่นๆ ได้ เช่น Strava, Endomondo, Runtastic หรือ Runkeeper
- หลายฟีเจอร์ไม่สามารถใช้งานบนระบบปฏิบัติการ iOS ได้ และแอปพลิเคชัน HUAWEI Health บนระบบปฏิบัติการ iOS มีฟีเจอร์น้อยกว่าบนระบบปฏิบัติการ Android
- ไม่มีไมโครโฟน และลำโพงสนทนาภายในตัว


โปรดทราบ

* สมาร์ทวอทช์ที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง บ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 

วันที่ : 11/09/2020