ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 23/09/2025

รีวิว Alldocube iPlay 70 mini Ultra แท็บเล็ตเกมมิ่งพร้อมจอยสติกฟูลไซซ์ แรงด้วยชิป Snapdragon 7+ Gen 3 พร้อม RAM 12GB จอ 2.5K 144Hz และระบบเสียง DTS บนตัวเครื่อง Full Metal Unibody
 

Alldocube แบรนด์ด้านเทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่จัดจำหน่ายอุปกรณ์อัจฉริยะ อย่างเช่น แล็ปท็อป รวมไปถึงแท็บเล็ต โดยก่อนหน้านั้น ทีมงานได้เคย รีวิว Alldocube iPlay60 Pad Pro แท็บเล็ตจอใหญ่ 12.1 นิ้ว โทรได้ ให้ชมกันไปแล้ว และใครที่รอการมาของ Alldocube iPlay 70 mini Ultra แท็บเล็ตสายเกมมิ่งตัวแรงราคาเบา ล่าสุดก็มาอยู่ในมือของทีมงาน Thaimobilecenter เรียบร้อยแล้ว

โดยก่อนหน้านี้แท็บเล็ต Alldocube iPlay 70 mini Ultra เคยเผยโฉมไปแล้วในงาน MWC 2025 ที่ประเทศสเปนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และในตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ผู้ใช้งานในบ้านเราจะได้สัมผัสกับตัวเครื่องจริง พร้อมจับจองเป็นเจ้าของกันแล้ว โดยบริษัท ที แอนด์ ซี จำกัด เป็นผู้นำเข้ามาจัดจำหน่ายอย่างถูกต้องในไทย นอกจากจะได้รับการประกันสินค้าจากศูนย์ไทย 1 ปีเต็มแล้ว ยังสามารถส่งซ่อมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย

สำหรับ Alldocube iPlay 70 mini Ultra มาพร้อมกับคุณสมบัติที่ตอบโจทย์สายเกมมิ่งอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ IPS ขนาด 8.8 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2.5K ที่รองรับอัตราการรีเฟรชสูงสุด 144Hz, ชิปเซ็ตระดับแฟลกชิปอย่าง Qualcomm Snapdragon 7+ Gen 3 ที่เล่นเกมได้ลื่นไม่มีสะดุด พร้อมหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5X ขนาดใหญ่ถึง 12GB และ ROM แบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB ที่สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกผ่าน microSD Card ได้สูงสุด 1TB นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 7300mAh และเต็มอิ่มกับทุกความบันเทิง ด้วยลำโพงคู่พร้อมระบบเสียง DTS ที่ให้เสียงแบบรอบทิศทาง

 

นอกจากคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ทั้งสายเกมมิ่ง และสาย Entertainment แล้ว Alldocube iPlay 70 mini Ultra ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริม Gaming Set อย่าง Alldocube GamePad Joystick จอยสติกที่ช่วยทำให้การเล่นเกมมีความสนุกมากขึ้น สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวละครได้แม่นยำกว่าการควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัส และที่สำคัญ ไม่ต้องซื้อเพิ่ม เพราะมีมาให้ในชุดมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว

มาดูกันว่า Alldocube iPlay 70 mini Ultra แท็บเล็ตสายเกมมิ่ง จะตอบโจทย์การเล่นเกมได้ดีแค่ไหน มาร่วมพิสูจน์ไปพร้อม ๆ กันกับ รีวิวแท็บเล็ต Alldocube iPlay 70 mini Ultra โดยทีมงาน Thaimobilecenter ได้เลยครับ

 

แรงด้วยชิประดับเรือธง Qualcomm Snapdragon 7+ Gen 3 พร้อม RAM 12GB

Alldocube iPlay 70 mini Ultra มาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 7+ Gen 3 ที่ผลิตด้วยกระบวนการระดับ 4 นาโนเมตร โดยเป็นชิปเซ็ตแบบ Octa-Core Processor ที่มีประสิทธิภาพในการประมวลผลโดยรวมดีขึ้น 15% เมื่อเทียบกับชิป Snapdragon 7 Gen 3 รุ่นก่อนหน้า พร้อมชิปกราฟิก Adreno 732 ที่เร็วขึ้น 45% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

 

มาพร้อมหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5X ขนาด 12GB ที่สามารถขยาย RAM ได้สูงสุด 8GB รวมเป็น 20GB พร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (ROM) แบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB ที่สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมภายนอกด้วย microSD ได้สูงสุด 1TB เรียกได้ว่า Alldocube iPlay 70 mini Ultra นอกจากจะมาพร้อมกับชิปประมวลผลตัวแรงแล้ว ทั้ง RAM และ ROM ยังใส่ให้มาแบบจัดเต็ม สามารถเล่นเกมกราฟิกหนัก ๆ หรือใช้งาน Multitasking ได้อย่างสบาย ๆ

 

ทดสอบเล่นเกม ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 7+ Gen 3 รอดหรือไม่ ?

อย่างที่กล่าวในตอนต้นว่า Alldocube iPlay 70 mini Ultra เป็นแท็บเล็ตที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ซึ่งจากการทดสอบเล่นเกมยอดนิยม อย่าง ROV และ PUBG Mobile ด้วยการตั้งค่ากราฟิก และเฟรมเรตระดับสูง พบว่าสามารถเล่นเกมได้ลื่น ระหว่างเล่นก็ไม่มีอาการกระตุกให้เห็น ไม่มีอาการเฟรมเรตตกระหว่างเล่น เช่นเดียวกับเกม Free Fire ทั้งการเล็งเป้า การยิง หรือการวิ่งหลบ ก็ทำได้ลื่นไหลเช่นกัน

 

มาดูกันที่เกมแข่งรถอย่าง Asphalt 9: Legends ซึ่งถือว่าเป็นเกมที่ต้องใช้กราฟิกค่อนข้างหนักพอสมควร และ Alldocube iPlay 70 mini Ultra ก็ถือว่าสอบผ่านกับเกมนี้ ทั้งการดริฟต์ หรือแม้แต่การกดไนโตร ก็ไม่มีอาการดีเลย์ สามารถขับแซงคู่แข่งได้สบาย ๆ

 

ส่วนเกมแนว Action RPG อย่าง Genshin Impact ที่ถือว่าเป็นอีกเกมที่กินทรัพยากรตัวเครื่องค่อนข้างสูง แต่ถือว่า Alldocube iPlay 70 mini Ultra ก็ยังเล่นได้สบาย ๆ เช่นกัน โดยเกมนี้เป็นที่รู้กันว่ากินพลังงานแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก และมักจะทำให้ตัวเครื่องร้อนง่าย แต่ Alldocube iPlay 70 mini Ultra มีทั้งระบบระบายความร้อน และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7300mAh จึงไม่เป็นปัญหาต่อการเล่นเกมนี้แต่อย่างใด ถือว่าสอบผ่านเช่นกัน

 

สามารถตั้งค่าโหมดเกมได้ 3 ส่วนด้วยกันคือ

- โหมดประสิทธิภาพ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องในขณะเล่นเกมให้ลื่นไหล ไม่มีสะดุด
- ลดการแจ้งเตือนหรือปิดกั้นการรบกวนต่าง ๆ ทำให้สามารถโฟกัสกับเกมได้อย่างเต็มที่
- ปิดกั้นท่าทางจับภาพหน้าจอด้วยการใช้ 3 นิ้ว

นอกจากนี้ โหมดเกม จะช่วยปรับและจัดการทรัพยากรของระบบให้เหมาะสมกับการเล่นเกมอีกด้วย

 

มีระบบระบายความร้อนขั้นสูง ถนอมแบตเตอรี่ ใช้งานได้นานขึ้น

แท็บเล็ตที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกม ไม่เพียงแค่ต้องมีชิปเซ็ตตัวแรงเท่านั้น ระบบระบายความร้อนก็ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน โดย Alldocube iPlay 70 mini มาพร้อมระบบระบายความร้อน Vapor Champer ขั้นสูง ซึ่งประกอบด้วย Vapor Chamber ขนาด 9,838 ตารางมิลลิเมตร, แผ่นนำความร้อน Graphene Sheet เกรดสูง ทำหน้าที่กระจายและระบายความร้อน โดยขนาดพื้นที่ของ Graphene Sheet ชิ้นแรก อยู่ที่ 5,382 ตารางมิลลิเมตร และขนาดพื้นที่ของ Graphene Sheet ชิ้นที่สอง อยู่ที่ 9,350 ตารางมิลลิเมตร ทำให้มีพื้นที่ระบายความร้อนรวมอยู่ที่ 24,570 ตารางมิลลิเมตร ความร้อนจึงกระจายตัวได้ไว ทำให้ตัวเครื่องไม่ร้อนจัดเมื่อเล่นเกมกราฟิกสูงอย่าง Genshin Impact หรือ Asphalt

นอกจากนี้ ระบบระบายความร้อน Vapor Chamber ขั้นสูง ยังช่วยถนอมอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย

 

แบตใหญ่จุใจ รองรับชาร์จเร็ว ใช้งานได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมง

ด้านแบตเตอรี่มีขนาดใหญ่ถึง 7300mAh พร้อมรองรับระบบชาร์จเร็ว ทำให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมง ซึ่งทาง Alldocube เคลมว่า การชาร์จเต็ม 100% สามารถใช้งาน Music Streaming ได้ประมาณ 60 ชั่วโมง, ดูวิดีโอได้ประมาณ 16 ชั่วโมง, ดู Video Streaming ได้ประมาณ 14 ชั่วโมง และเล่นเกมได้ประมาณ 5-7 ชั่วโมง

 

ดีไซน์เรียบหรู วัสดุพรีเมียม จับถนัดมือ

Alldocube iPlay 70 mini Ultra มาพร้อมดีไซน์ Full Metal Unibody ที่นอกจากจะแข็งแกร่ง และทนทานแล้ว ยังระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม โดยมีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 208.2x129.6x7.9 มม. และมีน้ำหนักเบาเพียง 335 กรัมเท่านั้น ซึ่งงานดีไซน์ และวัสดุที่ใช้ ทำให้ตัวเครื่องมีความพรีเมียมมากขึ้นเมื่อเทียบกับแท็บเล็ตระดับกลางรุ่นอื่น ๆ อีกทั้งดีไซน์ขอบเหลี่ยม ทำให้จับถือได้ถนัดมือมากขึ้นด้วย

 

หน้าจอแสดงผลขนาด 8.8 นิ้ว แบบ IPS ความละเอียดระดับ 2.5K (WQXGA : 2560x1600 พิกเซล : 343 PPI) ซึ่งมาพร้อมอัตราการรีเฟรชสูงสุด 144Hz ทำให้การแสดงผลภาพมีความลื่นไหล เหมาะกับการเล่นเกมเฟรมเรตสูง ตอบสนองได้ไวขึ้น และให้ภาพที่คมชัดกว่า นอกจากนี้ หน้าจอแสดงผลที่รองรับอัตราการรีเฟรช 144Hz ยังช่วยลดอาการเมื่อยล้าของสายตาเมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน

 

ด้านขวาของตัวเครื่อง จะมีปุ่มเพาเวอร์ และปุ่มปรับระดับเสียง ซึ่งปุ่มเพาเวอร์นี้ มีความโดดเด่นตรงที่เป็นปุ่มกดสีแดง ตัดกับตัวเครื่องสีเทา Space Gray ได้อย่างลงตัว ส่วนที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง เป็นถาดสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD ซึ่งรองรับได้สูงสุดที่ขนาด 1TB และไมโครโฟน

ลำโพงเสียง จะอยู่ที่ด้านบน และด้านล่างตัวเครื่อง โดยอยู่ในตำแหน่งที่มือไม่บังลำโพงเมื่อจับถือตัวเครื่องในแนวนอน ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อ เป็นพอร์ต USB-C

 

กล้องด้านหลัง มีความละเอียดอยู่ที่ 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช และระบบโฟกัสอัตโนมัติ

 

หน้าจอ IPS ขนาด 8.8 นิ้ว ความละเอียดสูงระดับ 2.5K

Alldocube iPlay 70 mini Ultra มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 8.8 นิ้ว ความละเอียดสูงระดับ 2.5K (WQXGA : 2560x1600 พิกเซล : 343 PPI) พร้อมอัตราการรีเฟรชที่สามารถปรับได้สูงสุดถึง 144Hz เพื่อการเล่นเกมที่ลื่นไหล หรือจะปรับให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่ใช้งานเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ (60Hz, 90Hz, 120Hz)

ข้อดีของการเล่นเกมบนหน้าจอแสดงผลขนาด 8.8 นิ้วเมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนก็คือ มีพื้นที่แสดงผลกว้างขึ้น พวก UI หรือฉากต่าง ๆ ก็จะเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะเกม Open-World อย่าง Genshin รวมถึงพวกปุ่มกดเสมือนก็จะไม่บดบังพื้นที่บนหน้าจอ จึงกดได้สบายกว่า มองเห็นตัวละคร หรือศัตรูตัวเล็ก ๆ ได้ง่ายกว่า รวมถึงการกดสกิลก็จะแม่นยำกว่าอุปกรณ์เล่นเกมที่มีหน้าจอขนาดเล็ก

 

ระบบเสียง DTS พร้อมลำโพงคู่ ให้เสียงรอบทิศทาง

Alldocube iPlay 70 mini Ultra มาพร้อมลำโพงเสียงแบบคู่ และระบบเสียง DTS ที่ให้เสียงคมชัดรอบทิศทาง โดยในตัวเครื่องได้มีการติดตั้งแอปพลิเคชัน DTS Audio Processing สำหรับปรับแต่งเสียง ซึ่งสามารถเลือกรูปแบบเสียงได้ 3 แบบคือ Music, Movies และ Games พร้อมฟังก์ชันปรับเอฟเฟกต์เสียงรอบทิศทางตามคอนเทนต์ที่ใช้งาน และสามารถปรับแต่ง Equalizer ได้อีกด้วย

 

ใช้งาน AI แบบไร้รอยต่อด้วย Google Gemini

Alldocube iPlay 70 mini Ultra มอบประสิทธิภาพด้าน AI ที่ดีกว่าเดิม สามารถจัดการงานต่าง ๆ เช่น Gemini Assistant ได้เร็วกว่าชิป Snapdragon 6 Gen 1 เกือบ 2 เท่า ด้วยความสามารถของ NPU, CPU, GPU และหน่วยความจำที่ล้ำสมัย

โดย Gemini Assistant ผู้ช่วยด้าน AI จาก Google ถูกออกแบบมาเพื่อการประมวลผลบนอุปกรณ์ที่ฉลาดขึ้น ช่วยให้การทำความเข้าใจภาษาธรรมชาติ การจดจำภาพ และการแนะนำแบบเฉพาะบุคคล ทำได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

 

เล่นเกมสนุกขึ้นด้วย Alldocube GamePad JoyStick

จุดเด่นของแท็บเล็ต Alldocube iPlay 70 mini Ultra ไม่ได้มีดีตัวเครื่องน้ำหนักเบา พกพาง่าย และสเปกแรงเท่านั้น สิ่งที่ทำให้แท็บเล็ตสายเกมมิ่งรุ่นนี้มีความน่าสนใจมากขึ้นก็คือ อุปกรณ์เสริมอย่าง Alldocube GamePad JoyStick นั่นเอง

 

โดย Alldocube GamePad JoyStick เป็นจอยสติกที่มีน้ำหนักเบาเพียง 226.5 กรัม มี Analog Stick ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา รวมถึงปุ่มกดต่าง ๆ ที่อยู่ด้านบนและด้านหลังด้วย ซึ่งใครที่เคยใช้ JoyStick หรือ Joy Controller มาก่อน น่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดย Alldocube GamePad JoyStick รองรับการใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Galaxy Store, App Store, Google Play, PlayStation Now, PS Remote Play, XBOX, Stream, Apple Arcade, STADIA, XBOX Game Pass, NVIDIA GeForce Now และ Luna

 

สำหรับการเชื่อมต่อ Alldocube GamePad JoyStick กับแท็บเล็ต Alldocube iPlay 70 mini Ultra ก็ง่าย ๆ เพียงแค่ยืดคอนโทรลเลอร์ด้านซ้ายออกแล้ววางแท็บเล็ตลงไปให้พอร์ต Type-C ตรงกัน จากนั้นเลื่อนคอนโทรลเลอร์ด้านซ้ายกลับมาเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ซึ่งสามารถใช้งานพร้อมเคสใสที่ให้มากับชุดจำหน่ายมาได้เลย ไม่จำเป็นต้องถอดเคสออกก่อน

โดยในจุดนี้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังก็คือ การดึงตัวแท็บเล็ตออกจากคอนโทรลเลอร์ แนะนำว่า ให้ยืดคอนโทรลเลอร์ด้านซ้ายออกไปก่อน แล้วดึงแท็บเล็ตออกมาในแนวนอนแบบตรง ๆ ไม่ควรยกตัวเครื่องขึ้น เพราะอาจจะทำให้พอร์ต USB Type-C หลวมหรือเกิดความเสียหายได้

และเมื่อเชื่อมต่อ Alldocube GamePad JoyStick กับแท็บเล็ต Alldocube iPlay 70 mini Ultra แล้ว จะยังไม่สามารถใช้เล่นเกมได้ จะต้องเข้าโหมดเกมเสียก่อน ด้วยการกดปุ่ม Fn+Y หรือ Fn+T (ขึ้นอยู่กับเกม) บนจอยสติก ไฟแสดงสถานะที่ด้านซ้าย จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำเงิน

 

มาดูกันว่า ปุ่มกดบน Alldocube GamePad JoyStick เมื่อเล่นเกมเหล่านี้ จะมีหน้าที่อะไรบ้าง

เกม PUBG Mobile

**กดปุ่ม Fn+Y เพื่อเข้าสู่โหมดเกม**

A = เก็บของ
B = นั่ง
X = คลาน
Y = รีโหลด
LB = กระโดด
RT = ยิง
ปุ่มลูกศรขวา = สลับปืน

 

เกม Free Fire

**กดปุ่ม Fn+Y เพื่อเข้าสู่โหมดเกม**

B = คลาน
X = นั่ง
Y = ใช้สกิล
LB = กระโดด
RT = ยิง
ปุ่มลูกศรซ้าย = ใช้สกิล

 

เกม ROV

**กดปุ่ม Fn+Y เพื่อเข้าสู่โหมดเกม**

B = ตีมอนธรรมดา คลีป
X = ตีธรรมดา
Y = ใช้สกิล 1
LB = ใช้สกิล 3 ท่าไม้ตาย
RT = ใช้สกิล 2
ปุ่มลูกศรขวา = Recall

 

เกม FC Mobile

**กดปุ่ม Fn+Y เพื่อเข้าสู่โหมดเกม**

B = วิ่ง
X = วิ่ง
Y = ส่ง
LB = ยิง
RT = วิ่ง+สกิล
ปุ่มลูกศรขวา = Recall

 

เกม Genshin Impact

กดปุ่ม Fn+T แล้วไปที่การตั้งค่า > การควบคุมคอนโทรลเลอร์

 

เกม Asphalt 9

A B X Y = ไนตรัส
กดปุ่มคอนโทรลซ้ายลง = เบรก
กดปุ่มคอนโทรลซ้ายลง 2 ครั้ง = หมุนรถ

 

สำหรับใครที่เคยใช้คอนโทรลเลอร์กับเครื่องเล่นเกมอื่นมาก่อน อาจจะพอคุ้นเคยกับปุ่มกดเหล่านี้บ้างแล้ว แต่ใครที่เพิ่งเคยเล่นเกมโดยใช้คอนโทรลเลอร์ควบคุม แรก ๆ อาจจะจำปุ่มกดไม่ค่อยได้ แต่เมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ ก็จะสามารถจดจำหน้าที่ของปุ่มกดเหล่านี้ได้เอง โดยรวมแล้ว Alldocube GamePad JoyStick ทำให้การเล่นเกมสะดวกมากขึ้น

และจากการทดสอบเล่นเกมข้างต้นบน Alldocube iPlay 70 mini Ultra ก็พบว่าสามารถตอบโจทย์ด้านการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี แม้ตั้งค่ากราฟิกสูงก็ยังเล่นได้ลื่นไหล การปรับอัตราการรีเฟรช 144Hz ยิ่งช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหล และสบายตา นอกจากนี้ ลำโพงยังให้เสียงมีมิติคมชัด โดยเฉพาะเกมที่ต้องอาศัยเสียงอย่าง PUBG Mobile ก็สามารถแยกทิศทางซ้าย-ขวาได้ชัดเจน

 

บทสรุปการใช้งาน Alldocube iPlay 70 mini Ultra

สำหรับสายเล่นเกม ถือว่า Alldocube iPlay 70 mini Ultra มาพร้อมกับคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การเล่นเกมได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งชิปเซ็ต Snapdragon 7+ Gen 3 ระดับเรือธง พร้อมหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5X ขนาดใหญ่ 12GB ที่สามารถขยาย RAM เพิ่มได้อีก 8GB รวมเป็น 20GB นอกจากนี้ หน้าจอยังรองรับอัตราการรีเฟรชสูงถึง 144Hz ให้ภาพไหลลื่นไม่ดีเลย์ และสบายตาเมื่อเล่นนาน ๆ อีกทั้งยังมาพร้อมกับลำโพงคู่ และระบบเสียง DTS ที่ให้เสียงคมชัดมีมิติสมจริง และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ที่ช่วยให้เล่นเกมได้นานขึ้นโดยไม่ต้องชาร์จบ่อย

 

นอกจากนี้ ยังเอาใจสายเกมเมอร์ ด้วย Alldocube GamePad Joystick คอนโทรลเลอร์สำหรับควบคุมการเล่นเกม ที่เชื่อมต่อง่าย และมีน้ำหนักเบา

Alldocube iPlay 70 mini Ultra ยังมีขนาดตัวเครื่องกะทัดรัด ด้วยหน้าจอขนาด 8.8 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2.5K ซึ่งให้สีสันที่สดใส มีรายละเอียดที่คมชัดสวยงาม รองรับทั้งการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม รวมถึงการใช้งานทั่ว ๆ ไป อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาเพียง 335 กรัม ด้วยโครงสร้างแบบโลหะชิ้นเดียว (Full Metal Unibody) งานประกอบพรีเมียม พร้อมระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Champer ขนาดใหญ่ ที่ช่วยถนอมแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานขึ้นด้วย

จากคุณสมบัติข้างต้น Alldocube iPlay 70 mini Ultra จึงเป็นแท็บเล็ตที่เหมาะกับสายเกมเมอร์ ที่ต้องการขยับจากการเล่นเกมบนมือถือ มาเป็นบนแท็บเล็ตที่หน้าจอใหญ่ขึ้น ด้วยสเปกที่มีจึงสามารถเล่นเกมกราฟิกระดับสูง หรือเกมที่ต้องใช้เฟรมเรตสูงได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นเกมแนว MOBA, FPS หรือ RPG เป็นต้น

นอกจากนี้ Alldocube iPlay 70 mini Ultra ยังเหมาะกับคนดูหนัง ดูซีรีส์บน Netflix หรือ YouTube เพราะมาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดสูงรดับ 2.5K กับอัตราการรีเฟรชสูง และลำโพงเสียงแบบคู่ กับระบบเสียง DTS เรียกว่าให้ทั้งภาพที่คม เสียงที่ชัด ดูหนังได้แบบเต็มอรรถรส อีกทั้งหน้าจอ 8.8 นิ้ว ก็นับว่าเป็นขนาดที่กำลังดี มีน้ำหนักเบา ทำให้พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่าแท็บเล็ตจอใหญ่

 

ราคา และการวางจำหน่าย Alldocube iPlay 70 mini Ultra

Alldocube (ออลดูคิวบ์) ได้รับคำแนะนำ และกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากเหล่า User ที่เฝ้ารอคอย Alldocube iPlay 70 mini Ultra วันนี้ Alldocube ขอตอบแทนด้วยความพิเศษครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดราคาเพียง 12,990 บาท ให้ทุกคนได้สัมผัสแท็บเล็ตตัวแรงกับขุมพลังใหม่ที่คุ้มยิ่งกว่า ซึ่งอุปกรณ์ที่จะได้รับก็ได้แก่

 

 

โดยแท็บเล็ต Alldocube iPlay 70 mini Ultra วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน BaNANA, True และร้านค้าชั้นนำใกล้บ้านทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ ตามรายละเอียดดังนี้

- Shopee - Alldocube Official Store : https://th.shp.ee/YP89bXU
- Lazada - Alldocube Store : https://s.lazada.co.th/s.AkLwq
- TikTok - Alldocube Thailand : https://vt.tiktok.com/ZSHnVXPeWSLko-ADlaT/

นอกจากนี้ ยังมีการรับประกันสินค้าให้ 12 เดือน สามารถส่งซ่อมได้เลยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถเคลมสินค้าได้ที่ศูนย์บริการ realme service 17 สาขาทั่วประเทศ หรือเคลมผ่าน LINE Official : @alldocube.th

 

สรุปจุดเด่นของ Alldocube iPlay 70 mini Ultra

- ดีไซน์ตัวเครื่องโลหะแบบ Full Metal Unibody ซึ่งดูมีความพรีเมียม
- ระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber Cooling พร้อมพื้นที่ระบายความร้อนขนาดใหญ่
- หน้าจอแสดงผลแบบ IPS ขนาด 8.8 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2.5K (WQXGA : 2560x1600 พิกเซล : 343 PPI)
- เทคโนโลยี LTPS-TFT
- รองรับอัตราการรีเฟรชสูงสุด 144Hz
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 7+ Gen 3
- ชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 732
- หน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5X ขนาด 12GB
- หน่วยความจำ ROM แบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้สูงสุดที่ขนาด 1TB
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 14 พร้อมครอบทับด้วย Alldocube OS 3.0L
- กล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และระบบโฟกัสอัตโนมัติ
- กล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ขนาด 7300mAh
- รองรับ Bluetooth 5.4
- รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax (Dual-Band WiFi)
- พอร์ต USB-C (USB 3.1)
- ลำโพงเสียงแบบคู่ พร้อมระบบเสียง DTS
- รองรับการใช้งาน AI ผ่าน Google Gemini
- ฟีเจอร์ Game Mode สำหรับการเล่นเกม
- รองรับมาตรฐานความปลอดภัย Windvine L1

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติม

- ไม่สามารถใส่ซิมการ์ดได้
- ไม่สามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้
- ไม่มีฟีเจอร์ความปลอดภัยไบโอเมตริกซ์ เช่นการสแกนลายนิ้วมือ หรือการสแกนใบหน้า ใช้ได้เฉพาะการใส่รหัสผ่าน PIN เท่านั้น

 

 

วันที่ : 23/09/2025

Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy