หน้าแรก >> รวมข่าวมือถือ >> News
   
Date : 12/02/2562

แนะนำสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 15,000 บาท ที่มาแรง และน่าจับจองเป็นเจ้าของมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ แบรนด์ไหนดี รุ่นไหนเด่น เราคัดมาให้ท่านแล้ว!

 

เรียกได้ว่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลก ได้ส่งสมาร์ทโฟนรุ่นเด่น พร้อมฟีเจอร์ล้ำหน้าออกมาแข่งขันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร และมีราคาวางจำหน่ายที่ถูกลงเรื่อยๆ ซึ่งก็ส่งผลดีกับผู้ใช้อย่างเราๆ ที่สามารถเลือกซื้อสมาร์ทโฟนฟีเจอร์ระดับท็อปได้หลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานตามไลฟ์สไตล์ และงบประมาณของแต่ละท่านได้มากที่สุด ดังนั้นทางทีมงาน Thaimobilecenter จึงทำการรวบรวมสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 15,000 บาท ที่มาแรง และน่าจับจองเป็นเจ้าของมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้มาให้ได้ชมกัน (อัปเดตล่าสุดวันที่ 12 มกราคม 2562) เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพดี พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้อย่างครบครัน ในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งจะมีสมาร์ทโฟนรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้าง เชิญติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยค่ะ
 

Samsung Galaxy A7 (2018) (6GB+128GB) ราคา 11,990 บาท

Sasmung Galaxy A7 (2018) สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) รุ่นแรกของ Samsung พร้อมการดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ ไร้ปุ่มโฮมแบบ Infinity Display ขับเคลื่อนการทำงานด้วยชิปเซ็ต Exynos 7885 จับคู่กับ RAM 4GB+ROM 64GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้มากถึง 512GB ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 159.8x76.8x7.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 168 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.0 นิ้ว ในอัตราส่วน 18.5:9 แบบ Infinity Display ความละเอียดระดัย Full HD+ (1080x2220 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Processor Exynos 7885 ที่มีความเร็ว 2.2 GHz
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB / 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB / 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็นกล้องตัวที่หนึ่งความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F/1.7 ส่วนกล้องตัวที่สองเป็นเลนส์มุมกว้าง Ultra Wild 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F/2.4 และกล้องตัวที่สามเป็นเลนส์จับข้อมูลระยะชัดลึก สำหรับช่วยด้านการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F/2.2 ซึ่งรองรับฟีเจอร์ Live Focus และ Scene Optimizer เหมือนกับ Note 9 เรือธงรุ่นพี่ 
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ที่ด้านหน้า และฟีเจอร์ Adjustable LED Flash สำหรับปรับความสว่างไฟแฟลช โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 และฟีเจอร์ Selfie Focus รวมถึงโหมดปรับแสง Pro Lighting Mode
- แบตเตอรี่ความจุ 3300 mAh
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) ที่ด้านขวาของตัวเครื่อง
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE Cat.6
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ microUSB
- รุ่น 4GB+64GB ราคา 10,990 บาท
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 13,990 บาท

รีวิว (Review) Sasmung Galaxy A7 (2018)
คุณสมบัติ (สเปก) โดยละเอียดของ Samsung Galaxy A7 (2018)

 

Huawei nova 3 ราคา 14,990 บาท

Huawei nova 3 สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปจากซีรีส์ nova ประจำปีที่ผ่านมา ก็มีการปรับลดราคาลงมาให้เข้าถึงง่ายขึ้นที่ 14,990 บาท โดยมาพร้อมกับคุณสมบัติแบบจัดเต็มรอบด้าน เริ่มตั้งแต่ หน้าจอแสดงผลแบบ FullView, ตัวเครื่องแบบไล่เฉดสีเหมือนกับรุ่น Huawei P20 Series, ชิปตัวแรง Kirin 970 ผสานเทคโนโลยี GPU Turbo ช่วยให้การเล่นเกมลื่นไหลยิ่งขึ้น รวมทั้งยังมาพร้อมกับกล้องพลัง AI ถึง 4 ตัวภายในเครื่องเดียว โดยแบ่งออกเป็น กล้องหน้าเซลฟี่คู่ความละเอียดสูงสุด 24 ล้านพิกเซล ผสานกล้องหลังคู่ ความละเอียดสูงสุด 24 ล้านพิกเซล พร้อมระบบชาร์จเร็วแบบ 9V/2A

- หน้าจอแสดงผล TFT LCD (IPS) Huawei FullView Display ขนาด 7.12 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2244 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 660 AIE
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 16 + 2 ล้านพิกเซล พร้อมฟังก์ชัน AI Master ในการจำแนกซีน หรือวัตถุต่างๆ ได้ 22 หมวดหมู่ และการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมระบบการชาร์จแบบ 9V2A และ AI Smart Power
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 8.2.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบเสียง Dolby Atmos พร้อม Movie Mode
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 4.2
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ microUSB

รีวิว (Review) Huawei nova 3
สรุปคุณสมบัติ (สเปก) โดยละเอียดของ Huawei nova 3

 

Samsung Galaxy A8 Star 13,990 บาท

Samsung Galaxy A8 Star สมาร์ทโฟนรุ่นเด่นที่มาพร้อมกับจุดขายด้านระบบกล้องหลังคู่ความละเอียดสูงสุด 24 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Tetra Cell ที่ช่วยลด Noise เพื่อให้การถ่ายภาพมีความคมชัดแม้ในที่แสงน้อย รวมทั้งยังมาพร้อมกับกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียดสูง 24 ล้านพิกเซล ที่มีลูกเล่น Smart Beauty สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่หน้าสวย และ Pro Lighting สำหรับจัดแสงให้แก่ตัวแบบ โดยคุณสมบัติของ Samsung Galaxy A8 Star สามารถสรุปออกมาได้ดังนี้

- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.3 นิ้ว ไร้ขอบแบบ Infinity Display ในอัตราส่วน 18.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2220 พิกเซล) 
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 660 ที่มีความเร็ว 2.2 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 512
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 64GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card สูงสุดที่ขนาด 400GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 16+24 ล้านพิกเซล เทคโนโลยี Tetra-cell ที่ช่วยเพิ่มแสงให้กับภาพ และสามารถถ่ายภาพได้อย่างคมชัดแม้ในที่แสงน้อย พร้อมไฟแฟลช LED โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.7+F/1.7 และระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF 
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 3700 mAh
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo 
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM) แบบ Hybrid-Slot

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) โดยละเอียดของ Samsung Galaxy A8 Star
รีวิว (Review) Samsung Galaxy A8 Star

 

Samsung Galaxy A9 (2018) 15,990 บาท

Samsung Galaxy A9 สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 4 เลนส์รุ่นแรกของโลกจาก Samsung ที่มาพร้อมกับเลนส์ถ่ายภาพครอบคลุมทุกระยะทั้งใกล้ และไกล พร้อมระบบ Scene Recognition ที่ช่วยปรับแต่งสีสันของภาพถ่ายตามสถานการณ์แบบอัตโนมัติ และระบบ Flaw Detection ที่ช่วยเตือนผู้ใช้งานหากภายในภาพถ่ายมีการกระพริบตา หรือภาพเบลอ ส่วนคุณสมบัติก็ถือว่าครบเครื่องทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น ขุมพลังระดับกลางตัวแรง Snapdragon 660, หน่วยความจำ RAM ขนาด 6GB รวมไปถึงหน่วยความจำภายในความจุ 128GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุดถึง 512GB และในตอนนี้ยังมีโปรโมชัน Trade-in สำหรับนำสมาร์ทโฟน Samsung เครื่องเก่าไปแลกเป็นส่วนลดในการซื้อเครื่องใหม่ด้วย โดยคุณสมบัติของ Samsung Galaxy A9 (2018) สามารถสรุปออกมาได้ดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 162.5x77.x7.8 มม. น้ำหนักรวม 183 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED แบบ Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2220x1080 พิกเซล (Full HD+)
- ชิปเซ็ตประมวลผล (CPU) แบบ Qualcomm Snapdragon 660 Octa-Core Processor ความเร็วในการประมวลผลสูงสุด 2.2GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 512
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB 
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 128GB พร้อมรองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card ความจุสูงสุด 512GB (ช่องแยกอิสระ)
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0
- กล้องดิจิทัลด้านหลังทั้งหมด 4 ตัว (Quad-Camera) โดยแบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.7, กล้องตัวที่สองแบบ Telephoto ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4 พร้อมรองรับการซูมภาพแบบไม่สูญเสียรายละเอียด 2 เท่า (2x Optical Zoom), กล้องตัวที่สามเลนส์มุมกว้างพิเศษ 120 องศาแบบ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4, กล้องดิจิทัลตัวที่สี่แบบ Depth สำหรับเก็บข้อมูลระยะชัดลึก ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2 พร้อมรองรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอผ่านโหมด Live Focus, เทคโนโลยี Scene Optimizer สำหรับวิเคราะห์ฉาก และวัตถุเพื่อปรับแต่งภาพถ่ายให้สวยงามอัตโนมัติ, ฟังก์ชัน Flaw Detection สำหรับตรวจจับความบกพร่องของภาพถ่าย
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Recognition)
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด
- รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE Cat.9, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac Dual Band, VHT80 MIMO, Bluetooth 5.0
- รองรับเทคโนโลยี 3CA
- รองรับการใช้งานร่วมกับ Samsung Pay
- รองรับการใช้งานร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby
- แบตเตอรี่ความจุ 3800mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Fast Charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo 
 

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) โดยละเอียดของ Samsung Galaxy A9 (2018)
พรีวิว (Preview) Samsung Galaxy A9 (2018)
ทดสอบกล้อง Samsung Galaxy A9 (2018)

 

ASUS ZenFone 5Z (ZS620KL)​ ราคา 15,990 บาท

ASUS ZenFone 5Z สมาร์ทโฟนตัวท็อปรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับความโดดเด่นด้านสเปกแบบจัดเต็มด้วยขุมพลัง Snapdragon 845 ประกบคู่กับหน่วยความจำ RAM ขนาด 6GB นอกจากนี้ ZenFone 5Z ยังมาพร้อมกับระบบกล้องหลังคู่ (Dual Camera) ที่มีระบบ AI Photo Learning และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual-Pixel PDAF รมทั้งยังโดดเด่นด้านงานออกแบบด้วยฝาหลังกระจกสะท้อนเล่นแสงตามมุมที่ตกกระทบ โดยคุณสมบัติของ ASUS ZenFone 5Z มีดังต่อไปนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 153x75.65x7.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 165 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super IPS+ ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2246 พิกเซล) โดยคิดเป็นพื้นที่การแสดงผล 90% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 630
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 2TB 
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) โดยแบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักขนาด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX363 ขนาด 1/2.55 นิ้ว, โครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์, พิกเซลขนาด 1.4 ไมครอน, มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด F1.8, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 4 แกน (4-axis OIS และ EIS) พร้อมระบบ AI Photo Learning และการโฟกัสภาพแบบ Dual-Pixel PDAF ส่วนกล้องตัวที่สองเป็นแบบเลนส์มุมมองกว้าง (Wide-Angle Camera) 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K Ultra HD และฟังก์ชัน AI Scene Detection ที่สามารถแยกวัตถุได้ถึง 16 ประเภท
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมมุมกว้าง 84 องศา โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 3300 mAh พร้อมเทคโนโลยี Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย ASUS ZenUI 5
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับการทำอีโมจิแบบเคลื่อนไหวตามใบหน้าของผู้ใช้งาน ZENIMOJI
- ลำโพงคู่ Dual Speaker พร้อมระบบ Dual NXP Smart Amp
- รองรับระบบเสียงแบบ Hi-Res และ DTS (Digital Theater System)
- ไมโครโฟน 2 ตัว พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ASUS Noise Reduction Technology
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Hybrid Slot)
- รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE Cat13

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) โดยละเอียดของ ASUS ZenFone 5Z

 

OPPO F9 ราคา 10,990 บาท

OPPO F9 สมาร์ทโฟน F-Series รุ่นล่าสุด กับดีไซน์จอไร้ขอบแบบหยดน้ำ (Waterdrop Screen) และตัวเครื่องไล่เฉดสี ผสานลวดลายกลีบดอกไม้โฉมใหม่หมดจด รวมถึงการอัปเกรดกล้องถ่ายภาพ และรองรับระบบชาร์จเร็วแบบ VOOC Flash Charge ที่ชาร์จเพียง 5 นาทีก็สามารถโทรได้นานถึง 2 ชั่วโมง ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 156.7x74.04x7.99 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 169 กรัม
- หน้าจอแสดงผล LTPS TFT ขนาด 6.3 นิ้ว แบบ Waterdrop Screen ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Helio P60 พร้อมชิปประมวลผลแยกในตัวแบบ Dual AI Core
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 MP3
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.85 และรองรับโหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (AI Portrait)
- กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ HDR เทคโนโลยี AI Beauty 2.1 โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 3500 mAh พร้อมเทคโนโลยี VOOC Flash Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งถูกครอบทับบน ColorOS 5.2 
- เซ็นเซอร์าแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual SIM)
- มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีแดง (Sunrise Red), สีน้ำเงิน (Twilight Blue) และสีม่วง (Starry Purple)

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) โดยละเอียดของ OPPO F9
รีวิว (Review) OPPO F9

 

Vivo V11 ราคา 13,999 บาท

Vivo V11 รุ่นล่าสุดกับตัวเครื่องโค้งมนด้วยกระจก 3D Glass ที่ด้านหลัง และการไล่เฉดสีเล่นกับแสง ผสานหน้าจอดีไซน์ใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และกล้องคู่ (Dual Camera) เวอร์ชันอัปเกรด พร้อมกล้องหน้าเซลฟี่คมชัด 25 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ยังรองรับเทคโนโลยีการสแกนลายนิ้วมือภายใต้หน้าจออีกด้วย (In-Display Fingerprint ID) และการสแกนใบหน้าด้วยแสงอินฟาเรด ที่สามารถปลดล็อกได้แม้ในที่แสงน้อย สำหรับคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นมีดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 157.91x75.08x7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 156 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.41 นิ้ว แบบ Halo FullView Display ในอัตราส่วน 19.5:9 (พื้นที่การแสดงผลคิดเป็น 91.27%) ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 2.5D
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 660 AIE
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 512
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี 2PD ถ่ายภาพคมชัดสูงสุด 24 ล้านพิกเซล, จับโฟกัสภายใน 0.03 วินาที โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8+F/2.4, รองรับฟีเจอร์ AI Backlight HDR เป็นการใช้เทคโนโลยีรวม 6 ช็อตให้เป็นภาพเดียว ซึ่งรับแสงได้ถึง 11EV, ฟีเจอร์ AI Low Light HDR ที่สามารถถ่ายภาพแสงน้อย หรือแสงจ้าได้คมชัด, ฟีเจอร์ AI Scene Recognition และฟีเจอร์ AI Portrait Composition สำหรับช่วยจัดองค์ประกอบภาพ โดยการวิเคราะห์ และแยกแยะฉาก และวิวในเฟรมนั้นๆ 
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ HDR ผสานเทคโนโลยี AI โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0, รองรับฟีเจอร์ 3D Face Shaping ในการปรับแต่งแสงแบบ 3D เพื่อให้ใบหน้ามีมิติ และฟีเจอร์ AI Selfie Lighting ในการจำลองหน้าแบบ 3 มิติ พร้อมนำไปปรับให้แลดูเป็นธรรมชาติ
- แบตเตอรี่ความจุ 3400 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Dual-Engine Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย FunTouch OS 4.5
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือภายใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint ID)
- ระบบปลดล็อกใบหน้าด้วยแสงอินฟาเรด โดยทำการจับจุดบนใบหน้ากว่า 1,024 จุด และสามารถสแกนได้ในที่แสงน้อย
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi AI Assistant
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz/5GHz และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ microUSB 

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Vivo V11
รีวิว (Review) Vivo V11

 

Xiaomi Mi 8 ราคา (128GB) 14,999 บาท

แม้จะเข้าสู่ปี 2019 แล้ว แต่สมาร์ทโฟนเรือธงประจำปี 2018 จากแบรนด์ Xiaomi อย่าง Xiaomi Mi 8 ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ยังคงมีความน่าสนใจอยู่ เพราะตอนนี้มีการปรับราคาเริ่มต้นเหลือเพียง 14,999 บาทเท่านั้น โดยมาพร้อมกับสเปกจัดเต็มรอบด้าน ไล่ตั้งแต่ หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ที่ผลิตโดย Samsung สุดคมชัดบนขนาด 6.21 นิ้ว, ขุมพลังตัวท็อป Snapdagon 845, RAM ขนาด 6GB พร้อมระบบกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 + 12 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับโหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ และโหมดจัดแสงให้แก่ตัวแบบ นอกจากนี้ Xiaomi Mi 8 ยังมีลูกเล่นที่น่าสนใจอย่างระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าแบบ Infrared Face Unlock ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปลดล็อกได้แม้ในที่แสงน้อย รวมไปถึงระบบ Dual-frequency GPS หรือระบบจับสัญญาณ GPS แบบสองคลื่นความถี่พร้อมกัน ช่วยให้มีความแม่นยำมากกว่าเดิม โดยคุณสมบัติของ Xiaomi Mi 8 มีดังต่อไปนี้

- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED แบบ Full Screen ขนาด 6.21 นิ้ว ความละเอียด 2248x1080 พิกเซล (Full HD+) พร้อม- ฟังก์ชัน Always-On Display
- ชิปเซ็ตประมวลผล (CPU) แบบ Qualcomm Snapdragon 845 Octa-Core Processor
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 12+12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.8+f/2.4 พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual Pixel PDAF, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS (Optical Image Stabilization), โหมดถ่ายภาพแบบ AI Studio Lighting, AI Scene Detection และ AI Portrait
- ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าแบบ Infrared Face Recognition
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด
- รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE, Wi-Fi Dual Band และ Bluetooth 5.0
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- แบตเตอรี่ความจุ 3400mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Quick Charge 4.0
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย MIUI 9

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) โดยละเอียดของ Xiaomi Mi 8 (128GB)

 

Pocophone F1 (128GB) ราคา 11,999 บาท

Pocophone F1 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นประเดิมจาก Pocophone แบรนด์ลูกของ Xiaomi ที่มาพร้อมดีไซน์หน้าจอไร้ขอบขนาดใหญ่ 6.18 นิ้ว และขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 845 ผสานการระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบ LiquidCool Technology รวมถึงลำโพง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียง Dirac HD และ Dual Smart PA ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้ 

- ตัวเครื่องมีขนาด 155.5x75.2x8.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 182 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Full Screen Display ขนาด 6.18 นิ้ว ในอัตราส่วน 18.7:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2246 พิกเซล : 403 ppi)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB 
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ AI Dual Camera พร้อมเทคโนโลยี Ultra light-sensitive ความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9+F/2.0, รองรับระบบการโฟกัสภาพแบบ Dual Pixel Autofocus, เทคโนโลยี AI Scene Recognition และฟังก์ชันการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ 
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 และรองรับฟังก์ชันการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ 
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Quick Charge 3.0
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย MIUI 9.6 (MIUI for Poco)
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าแบบ IR Face Unlock ที่สามารถปลดล็อกได้แม้ในที่แสงน้อย
- ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว LiquidCool Technology
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด และการสแตนด์บายแบบ Dual 4G LTE
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่นความจุ 64GB ราคา 10,990 บาท
- รุ่นความจุ 128GB ราคา 12,990 บาท

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Pocophone F1

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาแรงที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ ในราคาไม่เกิน 15,000 บาท ที่ทางทีมงานได้รวบรวมมาให้ได้ชมกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นล้วนแต่เป็นรุ่นไฮไลท์ใหม่ล่าสุดของแต่ละแบรนด์ ที่มีความโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้ในทุกระดับ ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนรุ่นใดมากที่สุด ทั้งในด้านการดีไซน์ว่าสวยถูกใจขนาดไหน และฟีเจอร์ด้านในสามารถพร้อมตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้ครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งหากว่าได้ทดลองใช้งานในเบื้องต้น แล้วเกิดความพึงพอใจ ก็ถือได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นคุ้มค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

วันที่ : 12/02/2562

 แสดงความคิดเห็นที่นี่
โพสต์เมื่อ 21/12/2017 เวลา 09:05
นานา (Guest)
ไม่ใช้ซัมซุง
อัพเดทข่าว เนื้อหาล่าสุด
พรีวิว (Preview) Samsung Galaxy S10 และ S10+ สองสมาร์ท
เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ Samsung Galaxy S10, Galaxy S10+ และ Galaxy S10e สมาร์ทโฟนระดับเรือ
สรุปงานเปิดตัว Samsung Galaxy S10 พร้อมผลิตภัณฑ์รุ่นให
ผ่านไปแล้วนะคะสำหรับ UNPACKED งานอีเวนท์ครั้งใหญ่ที่จัดขึ้นโดย Samsung เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ปร
รวมโปร Samsung Galaxy S10 ทุกรุ่นทุกสีจาก AIS, Dtac, T
มาแบบรวดเร็วทันใจสำหรับราคาโปรโมชัน Samsung Galaxy S10 จาก 3 ค่าย AIS, Dtac และ Truemove H ซึ่งงานนี
เปรียบเทียบสเปก Samsung Galaxy S10e, Samsung Galaxy S1
เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ Samsung Galaxy S10-Series ที่ในปีนี้ ทาง Samsung ไ
สรุปราคาไทย Samsung Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่น เริ่มต้น 26
หลังจากที่ Samsung Galaxy S10 เปิดตัวไปเมื่อคืนเราก็ได้เห็นสเปกและฟีเจอร์ของเรือธงรุ่นนี้กันไปแบบเต็
News Update
ย้อนรอยนวัตกรรม OPPO เทคโนโลยีสุดล้ำที่เคยเผยโฉมใน MWC
OPPO กับ MWC ถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญต่อกัน มีการแสดงนวัตกรรมล้ำๆ มาอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้กับงาน M
เปรียบเทียบ Samsung Galaxy S10e กับ iPhone XR สองเรือธ
เมื่อคืนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Samsung ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ Samsung Galaxy S10 อ
OPPO F11 Pro เตรียมเปิดตัว 5 มีนาคมนี้ กับดีไซน์จอไร้ข
ล่าสุดก็มีการเปิดเผยแล้วว่า OPPO F11 Pro ว่าที่รุ่นใหม่ค่าย OPPO จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 5
[ต่างประเทศ] เทียบภาพถ่าย Samsung Galaxy S10+, Galaxy
เปิดตัวกันไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้สำหรับ Samsung Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่น ซึ่งมีการอัปเกรดขึ้นในหลายๆ ด
สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Ultrasonic ของ Samsung Gala
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงของ Samsung Galaxy S10 และ Galaxy S10+ นั่นก็คือ การปรับไปใช้งานระบบสแกนลายนิ